facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่1 การจากลาก็ต้องเสียงน้ำตาก็หน่อย(✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่1 การจากลาก็ต้องเสียงน้ำตาก็หน่อย(✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 69.2k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 16:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 การจากลาก็ต้องเสียงน้ำตาก็หน่อย(✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่1 การจากลาก็ต้องเสียงน้ำตาก็หน่อย

 

ผมพุ่งเข้าไปกอดคนตรงหน้าอย่างไม่อายใคร ไม่สนว่าใครจะมองเเล้วพูดกันยังไง เพราะสิ่งที่ผมทำมันไม่ได้มีอะไรผิดสักหน่อย เเละผมเชื่อว่าเกือบทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็คงทำอะไรที่มันคล้ายๆกับผมนั้นเเหละ

 

 

“ติดต่อกลับมาบ้างนะลูก ฟิวส์”ยายของผมพูดบอกออกมา ผมพยักหน้ารับ หอมเเก้มท่านไปที ก่อนจะหันไปหาไอ้น้องชายตัวเเสบที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

 

 

จะว่าเป็นน้องชายก็ไม่ถูกหมดหรอก เพราะทั้งผมทั้งน้องก็ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ ผมเเละน้องถูกยายรับมาเลี้ยงดู เราโตมาได้ขนาดนี้ก็ด้วยการเลี้ยงดูของยายบุญ  

 

 

ยายบุญเป็นเเม่หม้ายสามีตายตั้งเเต่เเกสาวๆ เเกไม่มีลูก เเละไม่คิดจะเเต่งงานใหม่ ชีวิตเเกวุ่นอยู่กับการทำงานที่สวน จนเมื่อ 10 กว่าปีที่เเล้ว เเกเจอผมอยู่ที่วัดเลยของหลวงตารับผมมาเลี้ยงดู

 

“ยายดูเเลตัวเองนะครับ หลงดูยายด้วยนะ”ผมหันไปบอกน้องชายวัย 16 ปี ที่ยืนเบะปากเหมือนจะร้องไห้อยู่

 

“ฮึก...หลงไม่อยากให้พี่ฟิวส์ไป”หลงเข้ามากอดผมเเล้วร้องไห้ออกมา น้ำหูน้ำตามันไหลเปอะหน้าไปหมด

 

“เงียบน่า โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงเเล้วยังจะมาร้องไห้อีก”ผมพูดปลอบ เเล้วลูบหลังหลงมันเบาๆ

 

 

หลงมันเป็นเด็กน่าสงสารนะครับ  พ่อเเม่คงเป็นวัยรุ่นรักสนุกที่ท้องทั้งๆที่ยังไม่พร้อม พอคลอดหลงมันออกมาก็เอามันมาทิ้งไว้เเถวถังขยะ ยายบุญไปเจอเขาก็เลยรับมาเลี้ยง ผมเองเมื่อก่อนก็ช่วยยายเลี้ยงมันอยู่เหมือนกัน

 

 

“ฮือออ พี่ฟิวส์ไม่ไปได้ไหม”

 

“พี่ไปปีเดียวเอง เดี๋ยวก็กลับเเล้ว”

 

“ตั้งปี หลงไม่ให้ไป ฮืออ”

 

“อย่าดื้อน่า  เดี๋ยวซื้อของมาฝากเยอะๆเลยอะ”

 

“ฮึก...พูดจริงเหรอ??”

 

“หึหึ  จริงสิ เเต่หลงต้องเงียบก่อนเเละก็ต้องสัญญากับพี่ว่าจะช่วยดูเเลยาย เเล้วก็ช่วยงานยายเเทนพี่”

 

“ได้..หลงสัญญา”

 

...ดูหน้าสิ เบื้อนน้ำหูน้ำตาไปหมด

 

ผมหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดหน้าให้น้อง ก่อนจะลูบหัวน้องมันอย่างเอ็นดู ถึงผมกับหลงจะไม่ใช่พี่น้องเเท้ๆเเต่พวกเราก็ผูกพันธ์กันมาก คงเพราะเรามีชะตากรรมเหมือนกันนั้นเเหละ  เกิดมาในครอบครัวที่เขาไม่ต้องการ เเต่ผมก็ไม่รู้สึกอะไรนะ เพราะยายบุญเติมเต็มทุกอย่างให้ผมเเล้ว..

 

 

….ผมไม่รู้สึกขาดอะไรเลย เเละก็ไม่มีความคิดที่จะตามหาพวกเขาด้วย ในเมื่อพวกเขาทิ้งผมเเล้ว ก็เท่ากับว่าพวกเราไม่ได้เป็นอะไรกัน

 

 

“พอเเล้วน่าเจ้าหลง มาหายายได้เเล้วมา เดี๋ยวพี่เอ็งก็สายกันพอดี”ยายพูดขึ้นเเล้วดึงหลงเข้าไปหา กอดปลอบน้องมันเเทนผม หลงมันก็ซุกหน้าร้องไห้อยู่กับอกของยายอย่างน่าเอ็นดู

 

“ฟิวส์ไปนะครับยาย”ผมพูดบอกท่านออกไปเบาๆ ท่านก็พยักหน้าให้ผมยิ้มๆ

 

 

จนมาถึงเวลาที่ผมต้องไปขึ้นเครื่องเเล้วนั้นเเหละ  ผมถึงเข้าไปกอดท่านอีกครั้งเเล้วเเยกตัวออกมา พอขึ้นเครื่องมานั่งที่ ที่นั่งของตัวเองเเล้วมันก็อดใจหายไม่ได้ น้ำตาที่ผมพยายามกลั้นเอาไว้เอ่อคลออยู่เเถวๆหางตา ผมรีบยกมือเช็ดมันออกไป

 

 

โตเเล้วน่าฟิวส์ จะมาร้องเป็นเด็กๆ ได้ไงวะ เมื่อกี้พึ่งว่าหลงมันไปเองนะเว้ย!!

 

 

ตึ้ง!

 

 

ผมหยิบมือถือขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นข้อความที่หลงมันส่งมา พอเปิดเข้าไปก็เห็นว่าเป็นรูปที่หลงมันถ่ายเซฟฟี่ตัวเองกับยายบุญส่งมาให้ ผมมองภาพทั้งสองคนยิ้มๆ น้ำตาที่เช็ดออกไปเเล้วในตอนเเรก ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

 

“ฟิวส์คงคิดถึงยายกับหลงมากเเน่ๆเลยครับ”

 

 

จนถึงเวลาที่เครื่องจะขึ้นนั้นเเหละผมถึงได้ปิดเครื่องเเล้วเก็บลงกระเป๋า

 

 

ผมนั่งอยู่บนเครื่องบินไม่รู้ว่านานเท่าไรเเล้ว เเต่ที่เเน่ๆคือหลับไปหลายตื่นเเล้วเหมือนกัน ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงที่หมาย  ที่นั่งที่อยู่ถัดจากของผมไปเป็นครอบครัว ครอบครัวหนึ่ง มีพ่อเเม่เเละลูกน้อยตัวเล็กๆ โคตรจะอบอุ่นเลย คุณพ่อให้คุณเเม่หนุนไหล่เเล้วหลับไปมีเจ้าตัวเล็กนอนหลับอยู่บนตัวคุณเเม่อีกที

 

 

“ดีจัง”ผมพูดขึ้นมาเบาๆ พลางนึกไปถึงว่าถ้าพวกเขาไม่เอาผมมาทิ้ง ครอบครัวเราตอนนี้จะเป็นเเบบนี่หรือเปล่านะ

 

 

เวลาผ่านไป ผมก็มาถึงที่หมาย มาถึงประเทศไตหวันเวลาประมาณเกือบจะสามทุ่มของที่นี้ ทำตามขั้นตอนคนเข้าเมืองนิดหน่อย เเต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเพราะทางนี้เขามาติดต่อทำเรื่องเอาไว้เเล้ว  พูดง่ายๆก็คือพอมาถึงผมก็เเค่ถูกตรวจค้นตัวเเละกระเป๋าเดินทางนิดหน่อย ก่อนจะถูกพาตัวมาส่งให้กับคนของทางนี้ที่มารอรับผม

 

“ยินดีต้อนรับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปพักที่โรงเเรมก่อนเเล้วพรุ่งนี้ถึงจะพาเข้าไปที่โรงพยาบาลนะ”

 

“ครับ”ผมตอบรับออกไปเบาๆ รู้สึกปวดตามเนื้อตัวนิดหน่อยด้วยสิ

 

“งั้นไปเถอะ”

 

 

ผมเดินตามมาที่รถยนต์สีดำคันหนึ่งที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ คนที่มารับผมพาผมขับออกมาจากสนามบิน เเล้วขับออกมาตามท้องถนนใหญ่ ผมมองออกไปตามทาง รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะก็พึ่งเคยออกมานอกประเทศเป็นครั้งเเรก เเละที่นี้ก็สวยมาก สวยเเบบสวยมากๆเลยเเหละ สวยจนนึกว่าตัวเองกำลังฝันอยู่

 

 

“คิดไว้หรือเปล่าว่าอยากทำที่ไหน สาขาใหญ่หรือเล็ก”เขาพูดถามออกมา  ผมได้เเต่ทำหน้างง อะไรเล็กๆใหญ่ๆนะ

 

“หึหึ รู้หรือเปล่าเนี่ยว่าโรงพยาบาลมีสองสาขา”

 

“ไม่รู้เลยครับ เเต่ผมอยู่สาขาไหนก็ได้”

 

“งั้นก็ดี ถ้าถูกส่งไปสาขาเล็กก็ทำตัวดีๆละ โอกาสจะได้เจอท่านมันเยอะ”

 

 

ท่านที่ว่านี้  ใช่คนที่ให้ทุนหรือเปล่านะ??

 

 

“ครับ”ผมตอบรับออกไปยิ้มๆ หันไปสนใจนอกรถต่อ เขาเองก็คงรู้ว่าผมกำลังตื่นเต้นกับที่นี้อยู่เลยไม่ได้ชวนคุยอะไรต่อ

 

 

เรานั่งรถกันประมาณ 10 นาที ผมก็มาถึงโรงเเรมเเห่งหนึ่ง  เขาพาผมมาส่งถึงหน้าประตูห้องพัก นัดเเนะเวลาที่จะมารับผมตอนเช้านิดหน่อยเเล้วขอตัวกลับไป

 

 

ห้องพักที่นี่ก็เหมือนที่ไทยเเหละครับ  มีเตียงมีตู้ ของอำนวยความสะดวกคบ ห้องที่ผมพักพอมองออกไปก็จะเห็นวิวโคตรสวยเลย  เหมืนจะเป็นทะเลสาบหรืออะไรสักอย่าง ซึ่งสวยมากๆ

 

 

ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอน กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนั้น  ทั้งๆที่เหนื่อยเเละเมื่อยตัวขนาดนี้ เเต่ผมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลับสักนิด  ไม่รู้เพราะเเปลกที่ หรือเพราะว่านอนบนเครื่องมาเยอะพอเเล้วกันเเน่ เเต่เท่าที่หาข้อมูลมาที่นี่น่าจะเร็วกว่าที่ไทยประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าดูเวลาตอนนี่ละก็ ก็ประมาณ 3 เกือบ 4 ทุ่มเเล้ว

 

 

“ป่านนี้จะนอนกันหรือยังนะ”

 

 

 

 

ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อคืนหลับไปตอนไหน เเต่ที่เเน่ๆ มันคงดึกพอที่จะทำให้ผมตื่นสายในวันนี่ได้นั้นเเหละ  ผมเหลือเวลาเตรียมตัวประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะถึงเวลาที่เขาบอกจะมารับ ผมใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย ทันเวลาพอดี

 

 

“เป็นยังไงบ้างเมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม”

 

“...ครับ”

 

“งั้นไปกันเถอะ”

 

ผมถูกพามาที่โรงพยาบาล S ซึ่งต่อไปนี้มันจะเป็นที่ทำงานของผมในระยะเวลา 1 ปีเต็ม

 

 

ฟู่!

 

 

หวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ ผมคงไม่ซวยอีกเเล้วเเหละ

 

 

“สวัสดีครับผม พากร เดชากรครับ” ผมพูดทักทายเเละบอกข้อมูลของผมที่คิดว่าพวกเขาควรรู้ออกไป  พวกเขายิ้มให้ผมก่อนจะพูดคุยกันในภาษาที่ผมฟังไม่ออก เเต่ถ้าให้เดาคงเป็นภาษาจีนกลางซึ่งเป็นภาษาถิ่นของที่นี้….

 

 

ในช่วงสุดท้ายผมถูกพาตัวออกมานั่งรอที่ห้องรับรองเเขกของโรงพยาบาล ในขณะที่พวกเขากำลังประชุมกันอยู่ว่าจะให้ผมทำงานที่ไหน

 

​เรารู้ว่าเราหายไปนานนนน

เเต่เรากลับมาเเล้วน่าาา  คิดถึงๆๆๆๆ

ถึงจะหายไปนาน  เเต่ก็ยังอยากให้ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านกลับมาอ่าน กลับมาติดตามผลงานเรื่อยๆ

1  ไลค์  1  เม้นท์  1 กำลังใจของเค้าเด้ออออ

BY : ลั้น ลา

ความคิดเห็น