facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

I'm pregnant เมื่อผมท้อง ตอนที่ 23

ชื่อตอน : I'm pregnant เมื่อผมท้อง ตอนที่ 23

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 81.2k

ความคิดเห็น : 71

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2558 20:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
I'm pregnant เมื่อผมท้อง ตอนที่ 23
แบบอักษร

ตอนที่ 23

 

 

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่พี่ทอสต้องทำงานและเป็นอีกหนึ่งวันที่น้องกันต์มาที่บ้าน น้องจีดูซึมๆตั้งแต่เช้าไม่รู้งอลหรือเป็นอะไร  เจ้าตัวเอาแต่นั่งนิ่งๆพูดคุยกับน้องกันต์บ้างเวลาที่น้องกันต์ถาม จนผมรู้สึกผิดปกติ

 

 

“น้องจีไม่สบายหรือเปล่าลูก”ผมเดินเข้าไปนั้งใกล้ๆก่อนเอามือทาบหน้าผากมนเล็กๆ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไร

 

 

“ไม่ฮะ”น้องจีตอบแต่ตาก็ยังจ้องมองน้องกันต์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ในมือน้องกันมีลูกบิดอันเล็ก ที่เจ้าตัวกำลังพยายามหมุนไปมาให้มัน

ได้สีเดียวกันแต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ยาก

 

 

“แล้วเป็นไรทำไมซึมๆ น้องกันต์อุส่าห์มาหา”ผมว่า พอพูดชื่อน้องกันต์เจ้าตัวได้ยินเลยเงยหน้าขึ้นมามองผมยิ้มๆ

 

 

“จีเบื่อ”น้องจีบอก ก่อนที่จะเข้าไปเอาลูกบิดของน้องกันต์มาเล่นและน้องกันต์ก็ยอมส่งให้แต่โดยดี

 

 

“งั้นไปห้างกัน เดี๋ยวแม่พาไปกินข้าวข้างนอก”ผมว่าน้องจีดูจะดีใจขึ้นมาทันที ส่วนน้องกันต์ก็ทำแค่มองน้องจีวิ่งไปมา 

 

 

ใช้เวลาไม่ถึง15นาทีเราก็มาถึงห้างประจำที่พวกเรามากันบ่อยๆ ผมขับรถมาเองครับเลยค่อนข้างเร็วช่วงนี้ก็พอจะขับรถไปไหนมาไหนได้บ้างแล้วแต่ส่วนใหญ่พี่ทอสก็ไม่ค่อยให้ขับหรอกครับเวลาจะไปหาที่โรงแรมก็จะส่งคนมารับที่บ้าน แถมตอนนี้บ้านผมจะมีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดอาทิตย์ล่ะ2วันด้วยครับ เล่นเอาผมก็เริ่มเบื่อเหมือนกัน

 

 

อาการแพ้ท้องเริ่มมีมาเรื่อยๆแต่ก็ดูเหมือนจะไม่หนักเท่าตอนท้องน้องจี กลับกันพี่ท้องตั้งหากที่แพ้ท้องแทน จะว่ายังไงดีล่ะ ผมไม่รู้ว่าพี่แท้แพ้ท้องแทนหรือเพราะเครียดกันแน่นพี่ทอสมักจะอาเจียนบ่อยๆ ช่วงนี้ผมเลยต้องทำอาหารเพื่อสุขภาพให้ทาน  วันนี้ที่พาน้องจีห้างก็เพราะต้องการจะซื้อน้ำผึ้ง เพราะครั้งก่อนมาเห็นมีร้านหนึ่งในตัวห้วงที่ขายเกลือกับพวกน้ำผึ้งน้ำมันสมุนไพร อะไรพวกนี้

 

 

“น้องจีน้องกันต์ไม่วิ่งนะครับ”ผมว่าเพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามาในตัวห้องทั้งน้องจีและน้องกันต์ก็พากันจุงมือกึ่งเดินกึ่งวิ่งนำหน้าผมจนผมเริ่มตามไม่ทัน

 

 

“แม่ๆๆ จีจะกินอันนี้”น้องจีชี้ไปยังโปรสเตอร์อาหารญี่ปุ่นที่เป็นชุดข้าวกล่องของเด็กที่ประกอบไปด้วยเทมปุระกุ้งกับเนื้อหมูคุโรบูตะย่าง

 

 

“ครับๆ”ผมเลยพาเด็กสองคนเข้านั่งในร้าน ที่นี่ค่อนข้างเป็นร้านอาหารสำหรับครอบครัวซึ่งมีไม่เยอะหนักสำหรับเมืองไทย เพราะมีเกาอี้เด็กไว้ให้ด้วย ผมเลยจับ น้องจีและน้องกันต์นั่งข้างกัน ส่วนผมนั่งอีกฝั่ง ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าตัวเล็กทั้งสอนคนจะไม่เล่นซนกันเอง เพราะถ้าใครตก ผมคงรับไม่ทัน

 

 

ไม่นานอาหารน่าทานของพวกเราทั้ง3คนก็อยู่ตรงหน้าน้องจีกับน้องกันต์ทานเหมือนกัน ส่วยผมทานอุดงร้อนๆ เพราะไม่ค่อยหิวเท่าไหร่นัก ส่วนมากผมจะมองดูน้องจีกับน้องกันต์ที่พลัดกันป้อนอาหารไปมา จนดูหน้าหมั้นไส้เกินวัย ยิ่งน้องกันต์อีก ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมยิ่งโตยิ่งขาวแทนที่จะสูงขึ้น แต่น้องกันกลับขาวมาก ขาวจนเหมือนเด็กต่างชาติเลย ใครเดินผ่านไปมาก็ต่างพากันยิ้มให้บ้างคนก็ถ่ายรูป แล้วยิ่งชุดที่ใส่ผมไม่รู้ว่าน้องเกรวหรือคุณหมอเลือกกันแน่ แต่ถ้าให้เดาผมว่าคงเป็นน้องเกรว เสื้อผ้าแทบทุกชุดของน้องกันต์ล้วนเป็นสีชมพู ไม่ชมพูก็เหลือง สีพวกนี้ยิ่งขับในผิวน้องกันดูขาว ผิดกับน้องจี ที่โรงเรียนก็ไม่ได้ไปแท้ๆแต่ผมว่าดูจีดำขึ้นถึงจะแค่นิดหน่อยก็เถอะ คงเป็นเพราะจักรยานที่มีล้อเสริมที่ได้เป็นของขวัญจากน้องเชนนั้นแหละเห็นเช้ามาก็ถีบวนรอบๆน้ำพุหลายรอบเลย

 

 

 

“พี่น้องหรอค่ะ น่ารักทั้งคู่เลย”ผู้หญิงโต๊ะข้างถามขึ้นแล้วมองไปที่น้องจีและน้องกันต์

 

 

“พี่ชายก็หล่อ”อันนี้ผมว่าคงหมายถึงน้องจีเพราะน้องจีดูโตกว่าน้องกันต์”น้องสาวก็ขาวน่ารักเชียวลูกครึ่งหรือเปล่าค่ะ”เธอยังคงยิงคำถามต่อ

 

 

“เอ่อ ไม่ใช่ครับ”ไม่ใช่ทั้งลูกครึ่ง ไม่ใช่ทั้งพี่น้อง และไม่ใช่น้องสาวด้วย แต่ผมก็ไม่อยากพูดออกไปแบบนั้นเพราะกลัวเธอคนนั้นจะหน้าแตก

 

 

“ม่าม๊า”แล้วจูๆก็มีเด็กผู้ชายที่อายุน่าจะราวๆ5-6ขวบดูเหมือนจะเป็นลูกของเธอเดินจูงมือมากับผู้หญิงอีกคนที่ดูหน้าตาอ่อนกว่าแม่เขามาก

 

 

“อ้าว จงฉิง มาแล้วหรอลูก”ผู้หญิงคนนั้นหันไปถามก่อนจะอุ้มลูกของเธอขึ้นมานั่งตัก

 

 

“ใครคับ”น้องคนนั้นถามแล้วมองมายังน้องกันต์ ทำไมถึงรู้ว่ามองแค่น้องกันต์หรอครับ  ถ้าคุณมาเป็นผมตอนนี้คุณก็จะรู้ได้ทันทีครับ

 

 

“คนนี้ชื่อน้องกันต์ครับ ส่วนอีกคนชื่อน้องจี”ผมเอ่ยตอบแทนน้องกันต์เงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานส่งให้ทำเอาจงฉิงรีบกระโดลงจากตักแม่ก่อนลากเกาอี้ตัวใหญ่มานั่งข้างน้องกันต์เลย ส่วนน้องจียังก้มหน้าก้มตากัดหมูย่างอยู่

 

 

“เอ่อ ขอโทษนะค่ะ จงฉิง!”ผู้เป็นแม่เอ่ยขอโทษที่ลูกชายถือวิสาสะลากเก้าอี้มานั่งร่วมโต๊ะ ผมเลยบอกยิ้มๆว่าไม่เป็นไร เธอจึงหันไปสั่งอาหารให้ลูกชายแทน

 

 

“น่ารักอ่ะ”จงฉิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วเอามือดึงแก้มน้องกันต์เล่น 

 

 

“ไม่ๆ กันต์อ่ะ หล่อ”น้องกันต์ว่า แต่ใบหน้าเล็กกลับขึ้นสีชมพูระเรื่อ

 

 

“อย่าจับ”ในบรรยากาศที่ดูเหมือนจะหอมหวานเมื่อครู่หยุดชะงักทันทีที่น้องจีซึ่งผมไม่ทันสังเกตุว่าลงจากเกาอี้ตอนไหนเดินเข้าไปแทรกกลางแล้วจับมือจงฉิงที่กำลังจะจับแก้มน้องกันต์อีกครั้งไว้แน่น

 

 

“น้องจี”ผมเริ่มมองเลิกลั่ก เพราะที่นี่นอกบ้านแถมร้านอาหารคนก็ค่อนข้างเยอะด้วย โชคดีที่แม่ของจงฉิงลุกไปเข้าห้องน้ำเหลือแต่พี่สาวอีกคนที่นั่งทานอาหารเงียบๆ แต่ก็เงยหน้ามามองนิ่งๆแล้วลงมือกินต่อ

 

 

“พี่ไม่ได้จับน้องนะ”จงฉิงดึงมือออกแล้วว่าอย่างไม่สมอารมณ์ตามภาษาเด็กกำลังซน

 

 

“มานี่”น้องจีไม่ว่าอะไรต่อกับยืนแขนไปอุ้มน้องกันต์ลงจากเกาอี้ แถมยกไหวซะด้วย ก่อนจะให้น้องกันไปนั่งที่ของตัวเองแล้วน้องจีมานั่งแทน จากนั้นก็ป้อนเทมปุระกุ้งให้น้องกันต์ที่แอบลอบมองจงฉินที่ลากเกาอี้กลับไปนั่งโต๊ะตัวเองนิดๆ

 

 

“อย่ามอง”น้องจีเอามือขึ้นปิดตาน้องกันต์ จนน้องกันพยักหน้ารับคำน้องจีถึงได้ปล่อยแล้วทั้งสองคนถึงลงมือกินข้าวต่อ

ส่วนผมก็เก็บมือถือที่ถ่ายรูปนับ50ใบ ลงกระเป๋าเหมือนเดิม

 

 

ทอสTalk

 

 

“ทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้”ผมถามทนายความของประจำตัวเมือเอกสารการก่อสร้างของโงแรมใหม่ที่กระบี่ถูกระงับโดยไม่มีสาเหตุ ซึ้งสร้างความเสียหายไปหลายล้านในเวลาไม่ถึง2อาทิตย์ ความเชื่อมั่นก็ยิ่งลดลงตาม

 

 

“เรื่องนี้ยากเลยครับคุณทศวัตร เพราะเหมือนเอกสารจะถูกผู้มีอิทธิพลแถบนั้นระงับ แถมยังเป็นนายทหารที่มียศด้วยครับ ทางเราทำอะไรไม่ได้เลยยื่นเรื่องไปทางไหนก็โดนตีกลับหมด”ทนายอธิบายสาเหตุออกมาอย่างกังวล

 

 

“แล้วผมต้องทำยังไง ทางนั้นเรียกค่าผ่านทางมาบ้างไหม”ผมถาม ก็รู้ๆกันอยู่ครับ การไปทำธุรกิจต่างถิ่นย่อมมีเรื่องแบบนี้ 

 

 

“ที่หน้าแปลกคือไม่เลยครับ ผมลองถามลูกน้องที่เคยๆกันแถบนั้นดูไม่ได้ยินข้อเสนออะไรเลยครับ เอ่อ เหมือนเราโดนแกล้งมากกว่าครับ เพราะทางโน้นไม่มีข้อเสนอและไม่ย่อมท่าเดียวเลยครับ”

 

 

“โถ่โว้ย!”ผมสถบออกมาไม่เบานักก่อนที่จะแอนหลังลงกับเกาอี้ทำงานอย่างเหนื่อยล้าคิดถึงลูกเมียที่บ้าน ตอนนี้ได้เวลากลับบ้านแล้ว แต่งานกลับยังไม่เสร็จ

 

 

“คุณทศวัตร พอจะรู้จักผู้มีอิธิพล มั้งไหมครับ เพราะถ้ามีเราลองให้เขาช่วยไหมครับ เพราะถ้าเป็นพวกระดับสู่หรือผู้ทรงอธิพลเก่าน่าจะเข้าไปคุยและขอให้เขาเคลีย์ให้ได้ครับ เพราะถ้าเป็นเรื่องแบบนี้เราคงแย่”ทนายังยื่นหนทางที่ผมไม่มีทางจะเดินได้มาให้

“จริงซิ”พอหันไปมองรูปครอบครัวที่ผมรักที่สุดผมก็คิดขึ้นมาได้

 

 

“(ฮัลโหล ว่าไงมึง)”ผมโทรหาไอ้คินเพื่อนคนเดียวที่ผมไว้ใจได้ทันที

 

 

“กูมีเรื่องว่ะ”ผมรีบบอกปัญหา

 

 

“(เรื่องอะไร)”มันก็ถามกลับมานิ่งๆ

 

 

“พ่อตามึงอ่ะ พอจะ..”ที่จิงเป็นไปได้ผมไม่อยากรบกวนหรอกครับ แต่ผมไม่ทางแล้วจริงๆ

 

 

“พ่อตากูไปราชการต่างประเทศ2เดือน มึงมีไรป่าว”และเหมือนแสงจากเทียนเล่มเดียวของผมจะดับลงทันทีที่ผมเริ่มมองเห็น

 

 

“เรื่องโครงการที่กระบี่ กูถูกแกล้งว่ะ ทนายกูบอกว่าต้องใช้คนมียศมีตำแหน่งเก่า”ผมอธิบายอย่างเครียดๆ

 

 

“(อ้าวพ่อตามึงอ่ะ  พลโทเลยนะมึง ลืมป่าว)”

 

 

“จริงด้วย”ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ แต่พ่อของเอฟออกจากราชการแล้ว ยังได้อยู่ไหม ผมจึงหันไปถามทนายและว่างสายไอ้คิน

 

 

เมื่อทนายบอกว่าได้ ผมถึงทำใจอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วจึงโทรไป เบอร์โทรที่ผมไม่เคยกล้าโทร บอกตามตรงเลยครับตั้งแต่เจอหมัดครั้งนั้นทำเอาผมหวั่นเลยครับ ถึงเอฟจะบอกว่าไม่ออมแรก แต่ผมรู้เลยครับ ว่าท่านยังหยั่งมือไว้บ้าง

 

(ว่าไง)

 

 

“เอ่อ” จะให้ผมเริ่มพูดยังไงดี ผมไม่เคยขอร้องใครนอกจากไอ้คินในบ้างเรื่อง รู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเองอย่างไงอย่างงั้น

 

 

(ถ้ามีเวลามาอ้ำอึ่ง กลับไปกินข้าวกับหลานกูได้แล้ว)ปลายสายว่าด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

 

 

“พอดีผมมีเรื่องเกิดขึ้นกับโรงแรมที่กำลังสร้างที่กระบี่ ก็เลยอยากให้พ่อลองช่วยผมหน่อย”ผมว่าตามกระดาษที่ให้เลขาของผมร่างมาเป็นการเกริ่นนำ

 

 

(ว่ามา แต่ถ้าเกิน100ล้านกูคงหาให้ไม่ได้)หลังจากนั้นผมก็เล่าลายละเอียดให้พ่อตาฟังทั้งหมด

 

 

(พรุ่งนี้กูจะบินไปแต่เช้าไปรอที่กรมเลย)หลังจากนั้นก็ว่างสายไป ผมจึงแจ้งทนายให้ดำเนินเอกสารทุกอย่างให้พร้อม และกว่าจะกลับถึงบ้านทั้งลูกและเมียผมก็เข้านอนหมดแล้ว

 

 

“พี่ทอส”ทันทีที่ผมกลับมาถึงบ้านก็ขึ้นมาข้างบนวันนี้น้องจีมานอนด้วย  คงจะเหงา

 

 

“ชู่ นอนเถอะ”ผมก้มลงไปหอมแก้มเอฟเบาๆเชิงให้เขานอนต่อเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว

 

 

“ไม่เป็นไรครับ   เอฟลองน้ำไว้แล้ว อาบน้ำก่อนนะครับ”เอฟพยายามลุกขึ้นทั้งๆที่ตาก็ดูจะปิด ผมก็ได้แต่มองคนตัวเล็กกว่าเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อเตรียมชุดนอนให้  พอเข้าไปอาบน้ำเสร็จออกมาก็เห็นแต่น้องจีนอนหลับอยู่คนเดียว

 

 

ผมเลยเดินออกมาเห็นไฟข้างล่างเปิดอยู่

 

 

“ทำอะไร”ผมถามคนที่น่าจะนอนอยู่บนเตียงแต่กลับลุกขึ้นมาทำครัว

 

 

“ทานข้าวก่อนนะครับ ผมรู้ว่าพี่ยังไม่ได้กินอะไร ทานก่อนเถอะครับจะได้หลับสบาย”ข้าวต้มรวมมิตรถูกส่งมาข้างหน้าผม พร้อมกับน้ำนมอุ่นๆอีกหนึ่งแก้ว

 

 

“อืม”ผมพยักหน้าแล้วลงมือกิน  มารู้ตอนนี้เอง ว่าผมหิวจริงๆ

 

 

“เอาอีกไหมครับ”เอฟถามก่อนจ้องมองผมยิ้มๆ รอยยิ้มที่ทำให้ผมมีกำลังใจเพื่อใช้ชีวิตต่อไปวันพรุ่งนี้

 

 

“พอแล้ว นอนกันเถอะ”ผมว่าก่อนจะจูงมือคนดีของผมขึ้นบนห้องโดยไม่ให้ล้างจาน จากนั้นผมก็เข้าไปแปรงฟันอีกครั้งกลับออกมาก็เห็นเขานั่งรอทั้งๆที่ตาจะหลับอยู่

 

 

“นอนแถอะ”ผมว่าแล้วดึงเอฟเอามากอดไม่นานผมก็หลับไปพร้อมกับร่างที่บางกว่าในอ้อมกอด

 

 

TBC.

 

ขอโทษที่ช้า  รถติดมากกกกกกกกกกกกกก 

 

เกลียดวันจันทร์อ่ะ :hao5:

 

ตอนหน้าอาจจะช้าหน่อยเด้อ เข้าเทศกาลสอบเเล้ว :z3:

ความคิดเห็น