สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

รีไรท์น่าจะมานานหน่อย

ชื่อตอน : รีไรท์น่าจะมานานหน่อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 443

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2563 00:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์น่าจะมานานหน่อย
แบบอักษร

...นี่ฉันเอง โทซากะ ยูยะ ฉันมีบางอย่างที่ทุกคนไม่รู้ 

ฉันเล่นเกมไม่เก่ง และฉันไม่เคยเล่นเกมอะไรเลยสักเกม เพราะฉะนั้นเกมนี้จึงเป็นเกมแรก แต่ถึงอย่างนั้นกฏง่ายๆก็ทำให้ฉันตายใจ การคิดวิเคราะห์และคาดเดาของคุโระคุงนั้นเหนือล้ำกว่าใครคนใดมาก 

เพียงแค่เริ่มเกม คุโระคุงก็ได้กำหนดผู้แพ้ผู้ชนะไว้แล้ว ฉันก็ได้แต่มองอยู่เฉยๆด้วยใบหน้านิ่งๆเท่านั้น 

อนึ่ง ฉันไม่กล้าแสดงสีหน้าออกไปได้เลยว่าฉันอายที่ใส่ชุดนี้ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วด้วย และไม่รู้ทำไมถึงทำให้ฮินาตะคนน้องมองมาที่ฉันอยู่ตลอดเวลา 

และด้วยความสงสัยของพวกเราที่ว่าทำไมคุโระคุงกับฮินะถึงไม่ยอมคบกันสักที ทั้งๆที่คุโระคุงก็ชอบฮินะออกนอกหน้านอกตาขนาดนั้น จริงๆ ทุกคนในห้องนี้ ถึงจะมีตัวประกอบที่ไม่ค่อยมีบทอยู่บ้างแต่พวกเราทุกคนหลงรักคุโระคุงเหมือนกัน 

คุโระคุงน่ะใจดี และแข็งแกร่ง สุภาพและก็อ่อนโยน ไม่ว่าจะทำอะไรก็เหมือนเรื่องง่ายๆสำหรับเขา แต่เขาไม่เคยโอ้อวดเลย ด้วยความถ่อมตนของคุโระคุงทำให้พวกเราเข้าหาเขาได้ แม้จะมีปัญหาก็จะช่วยหาทางออก บอกตามตรงว่าหาข้อเสียให้คุโระคุงไม่ได้เลยล่ะ 

แต่...ก็ยังคิดอยู่ว่า ถ้าเขาโกรธขึ้นมาจะเป็นยังไงกัน? เพราะงั้นพวกเราจึงนั่งฟังสิ่งที่คุณยูนะเล่าทุกประการ และเราก็รู้ได้เลยว่า คุโระคุงเป็นคนที่ไร้ปราณีมากขนาดไหน 

"แม้ว่าคุจังจะไม่ได้เป็นคนฆ่าเองก็เถอะ แต่มันค่อนข้างจะโหดร้ายเลยนะคะ" 

"ในมุมมองของทุกคนก็คงจะคิดแบบนั้น แต่ในมุมมองของดิฉันนั้น ดิฉันคิดว่าสิ่งที่พวกนั้นมันทำกับอาจารย์ที่รักยิ่งของคุโระคุงนั้น สิ่งที่คุโระคุงทำไปแทบจะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่พวกมันทำเลยล่ะนะคะ" 

น้ำเสียงของคุณยูนะแสดงออกให้เห็นถึงความคิดเห็นที่ชัดเจน และความเกลียดชังต่อตัวคนพวกนั้น ทำให้พวกเราตกอยู่ในความหวาดหวั่นเล็กน้อย 

แต่คนที่ดูไเหมือนจะไม่ยอมรับก็ยกมือขึ้นมา พลางพูดออกไปเพื่อแสดงความคิดเห็นของตนเอง 

"การฆ่าคนอื่น แม้ว่าจะให้ใครก็ตามที่ไม่ใช่ตนเองเป็นคนฆ่าก็ถือว่าผิดอยู่ดี ทำไมถึงคิดว่ามันไม่เพียงพอที่จะเทียบกับความผิดของคนพวกนั้นล่ะคะ?" 

ซารานะ พูริน เธอเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ 

"ระหว่างถูกฆ่าให้ตายอย่างไร้ปราณีหลังจากการทรมาณหนึ่งอาทิตย์ กับการทรมาณโดยการย่ำยีร่างกายและจิตใจของคนคนนั้น ทั้งเรื่องที่ไม่ต้องการ เรื่องที่รับผิดชอบไม่ไหว และความรักก็เป็นด้านลบไปทั้งหมด การทรมาณที่เหมือนตายทั้งเป็น อยากพูดอยากขอความช่วยเหลือแต่ก็ทำไม่ได้นั้นน่ะ พวกเธอยังคิดว่าคุโระคุงโหดร้ายอยู่อีกเหรอ? ดิฉันคิดว่าเขาค่อนข้างจะใจดีเลยล่ะนะคะ เพราะถ้าเป็นฉันล่ะก็ พวกมันจะไม่ตายแต่ก็เหมือนกับตายไปชั่วกัปชั่วกัลป์เลย" 

คำพูดของคุณยูนะฉะฉานตรงไปตรงมาตามสิ่งที่เธอคิดอยู่จริงๆ เธอคงจะเกลียดสิ่งที่พวกนั้ทำกับอาจารย์เอาไว้มากสินะ เป็นฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน 

ถ้าฉันเป็นคุโระคุง ฉันคงเผาพวกมันทิ้งไปแล้วล่ะ 

"แต่ถึงคุโระคุงจะดูโหดร้ายทารุณ แต่เขาก็ไม่ทำอะไรพี่น้องและครอบครัวของคนพวกนั้นนะ" 

ก็ยังดีที่เขาไม่ก้าวก่ายเรื่องครอบครัวของอีกฝ่าย 

"ใช่ ไม่ทำอะไร 'ด้วยตัวเอง' น่ะ" 

ร...รอยยิ้มนั่นทำเอาฉันขนลุกสุดๆไปเลยแฮะ!? 

ว่าแต่เล่นถึงครอบครัวเลยงั้นเหรอ!? มันโหดร้ายเกินไปแล้ว! แต่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆพวกเราก็ยอมรับได้ซะงั้น นั่นก็เพราะพวกนั้นสมควรจะโดน? ไม่หรอก เพราะว่ามันทำให้คุโระคุงโกรธต่างหาก 

"ก็แค่นี้แหละค่ะ แค่อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าคุโระคุงเป็นคนแบบไหน ก็แค่คนคนนึงที่เมื่อให้ความสำคัญกับใครแล้ว ไม่ว่าใครก็ห้ามทำอะไรคนสำคัญของเขา ไม่งั้นคนพวกนั้นจะมีชะตากรรมไม่ต่างกับพวกที่หายไปก่อนหน้านี้หรอก" 

คุณยูนะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วหันมาบอกพวกเราก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องนี้ 

"รีบๆนอนกันดีกว่านะคะ พรุ่งนี้ถ้าเตรียมงานแต่เช้าจนมันเสร็จก่อนถึงค่ำ คุโระคุงคงมีรางวัลให้พวกคุณแน่นอนเลยล่ะค่ะ" 

พอได้ยินแบบนั้น พวกเราก็มีความตั้งใจในการทำงานตั้งแต่คืนนี้ทันที 

"รายการของตกแต่งพร้อม รายชื่อวัตถุดิบสำหรับวันงานก็พร้อม ชุดที่จะใช้เป็นชุดของตัวเองในแต่ละคน ที่เหลือก็แค่บทที่ไม่ได้ยากมากมายเพราะเป็นแนวครอบครัว ถ้ามองหน้ากันแบบพี่น้องไม่ไหวก็คงแย่เลยล่ะนะ" 

"เงินที่ต้องใช้มีไม่มากเท่าไรเลยนะ ฉันว่ามันก็คงจะพอกับต้นทุนที่ได้มาจากอาจารย์ล่ะนะ" 

!? ห้องของคุโระคุงจัดงานเร็วชะมัด!? สมแล้วที่เป็นคนที่ฉลาดที่สุดในชั้นปีมัธยมปลาย ดูถูกพลังของเอ็นโดไม่ได้เลยจริงๆแฮะ 

"ใช่แล้วค่ะ ... เปิดคอมของดิฉันได้เลยค่ะ ... ค่ะ ... อยู่ในไฟล์ปีสองห้องAค่ะ ... ตามนั้นเลยค่ะ ... ชุดเมดแบบไม่ซ้ำกันจะดีมากค่ะ ... ค่ะ ... เอาตามที่คุณสะดวกเลยค่ะ ... ค่ะ ... ขออย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่รบกวนงานและเวลานอนของพวกคุณนะคะ ... ค่ะ ... ขอบคุณค่ะ" 

..............ยัยยูกิโกะ เธอทำอะไรน่ะ? ฟังจากบทสนทนาแล้ว เธอไม่ได้ฟังเลยสินะว่าคุโระคุงบอกว่ายืมชุดจากคุณยูนะได้น่ะ? แต่จริงๆเธอคงจะให้พวกเมดในบ้านเย็บชุดใหม่ให้ตามไซส์ของทุกคนในห้องสินะ? 

"ค่ะ ... ชุดพ่อบ้านที่จะเอาไปเผาวันพรุ่งนี้หนูขอหมดเลยนะคะคุณพ่อ ... ถ้ามันไม่พอดีเดี๋ยวหนูเย็บเองค่ะ ... ค่ะ ...เอ๊ะ!? ม...ไม่ได้หรอกนะคะ คนเยอะแบบนี้น่ะ..." 

ช่างหัวเรื่องสำส่อนนั่นไปดีกว่า ฉันเริ่มคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรที่จะเป็นประโยชน์เลย เพราะของตกแต่งเอาจริงๆวันนี้ก็ทำเสร็จไปหมดแล้ว เหลือแค่วัตถุดิบและวิธีการถ่ายรูปที่ดีสินะ แต่คนที่จะมาถ่ายรูปแล้ว นอกจากฉันก็เก่งทุกคนเลยแฮะ... 

"ชิส์ ฉันยังเหลือปัญหาเรื่องชุดอยู่แฮะ" 

มาโต้สบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ หรือก็คือเธอมีปัญหาแค่อย่างเดียวสินะ? แล้วเรื่องการบริการล่ะ!? 

"เฮะเฮะเฮะ ห้องของพวกฉันยังไม่ได้จัดเตรียมอะไรเลยนอกจากเกมน่ะ" 

โซมะ...เธอนี่สตรองสุดๆไปเลยแฮะ... 

พวกเราที่บางคนก็ห่อเหี่ยวใจ บางคนก็โล่งใจก็เดินไปที่ห้องที่คุณยูนะเตรียมเอาไว้ให้ พลางปูฟูกที่คุณยูนะเตรียมให้(อีกแล้ว) และด้วยความเคยชิน พวกเราทุกคนต่างพากันไปเข้าห้องน้ำเพื่อแปรงฟัน ... โชคดีนะที่ห้องน้ำมันใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้ใหญ่มากพอที่พวกเราจะเข้าไปได้หมด พวกเราเลยเข้าไปทีละสามคนตามห้องเรียนของพวกเรา 

เอาเป็นว่าตอนนี้ควรจะเป็นเวลานอนของพวกเราแล้ว แต่ทว่าคนที่นอนข้างๆฉันที่อยู่ตรงหัวมุมนี่สิ ... เธอไม่ยอมนอนเนี่ยสิ 

"รุ่นพี่คะๆ" 

"...ถึงจะแปลกใจกับการนอนที่พอหัวถึงหมอนก็หลับไปแล้วของคนอื่นๆอยู่หรอกนะ แต่ทำไมเธอถึงไม่รีบๆหลับไปสักทีล่ะ?" 

ฉันกระซิบคุยกับฮนาตะคนน้อง คานะที่เขยิบเข้ามาใกล้ฉันจนรู้สึกอยากจะผลักออกไปไกลๆเพราะร้อนก็บอกจุดประสงค์ของเธอออกมา 

"พี่คุโระเวลานอนมักจะไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ ตอนนี้ถ้าเราย่องไปที่เตียงของพี่คุโระ...ถึงจะเสียดาย แต่รุ่นพี่จะลักหลับพี่คุโระได้นะคะ" 

บอกตามตรงว่าขนาดแบบนั้นฉันไม่ค่อยอยากจะเอามันเข้ามาในร่างกายในตอนนี้สักเท่าไร ฉันคิดว่าคนอายุแค่สิบหกปีคงมีร่างกายที่ไม่พร้อมจะมีเซ็กซ์กับคุโระคุงตอนนี้หรอกนะ 

"นอนเถอะน่า แบบนั้นมันรบกวนคุโระคุงไม่ใช่รึไง? ต่อให้คุโระคุงไม่ตื่น มันก็ยังถือเป็นการรบกวนอยู่นะ" 

"มูว... ก็ฉันนอนไม่หลับนี่คะ" 

เธอควรจะฝึกนอนให้เร็วกว่านี้สักนิดก็ยังดีนะ หรือไม่ก็โยนความคิดสัปดลในหัวของเธอไปไกลๆแล้วใช้เวลาหลับให้สบายดีกว่า ให้ตายสิ เป็นรุ่นน้องที่เลี้ยงดูยากชะมัด... 

"...ยิ้มอะไรของเธอ?" 

"ฮิฮิ ก็แค่คิดว่าต่อหน้าคนอื่นๆ รุ่นพี่มักจะไม่ค่อยแสดงสีหน้าท่าทางเลยนะคะ แต่พอต่อหน้าพี่คุโระ หรือต่อหน้าฉัน รุ่นพี่มักจะแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงของรุ่นพี่เองให้เห็นเสมอๆเลยล่ะค่ะ" 

"ก็นะ ฉันก็แค่เข้าหาคนอื่นๆไม่ค่อยเก่งเท่าไร และเรื่องที่หน้าฉันค่อนข้างจะนิ่งๆแบบนี้ก็เป็นปมมาตั้งแต่เด็กๆแล้วน่ะ" 

"...ถึงจะฟังดูเศร้าแต่ก็มีความสุขปนอยู่สินะคะ? ถ้ารุ่นพี่ไม่ลำบากใจจะเล่าให้ฟังก็ได้นะคะ เพราะฉันคิดว่าปมที่รุ่นพี่พูดถึง เป็นสิ่งที่รุ่นพี่รักมากที่รุ่นพี่สูญเสียมันไป ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่รุ่นพี่ดูเหมือนจะมีความสุขเมื่อพูดถึงมันนะคะ" 

...ถ้ายัยนี่เป็นผู้ชายคงทำให้ฉันตกหลุมรักได้ครั้งนึงเลยนะ แต่ถ้าเป็นผู้ชายจริงๆคงโดนเผาตั้งแต่อยู่ในห้องน้ำแล้วล่ะ 

"โทษทีนะ เรื่องนี้ฉันไม่อยากพูดถึงน่ะ" 

ยังไงก็ไม่อยากจะนึกถึงมันอีกแล้วล่ะนะ ฉันยิ้มแห้งๆพลางดึงตัวคานะเข้ามาในฟูกของฉันแล้วกอดเธอเอาไว้ 

"...?" 

"คิดซะว่าเป็นการป้องกันไม่ให้เธอหนีไปมุดเตียงคุโระคุงก็แล้วกันนะ" 

ฉันยิ้มหยอกล้อ แต่คานะก็ไม่ได้ดิ้นหรือผละตัวออกแต่อย่างใด เธอยิ้มให้ฉันแล้วกอดฉันเช่นกัน ต่างกันที่ส่วนสูงของเธอทำให้ตอนนี้เธอกำลังเอาหน้าซุกเข้าที่หน้าอกของฉันอยู่ 

"...กลิ่นหอมมากเลยนะคะ" 

"อย่าดมสิ ...นอนได้แล้วน่า" 

ฉันดุคานะ เพราะฉันเองก็ค่อนข้างจะง่วงแล้ว พรุ่งนี้ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะตื่นเช้าๆอยู่หรอก แต่คงต้องตื่นเช้ากว่าปกตินิดหน่อยล่ะนะ 

เอาเป็นว่าตัดบทไปตอนที่เช้าเลยได้รึเปล่า? จะให้ฉันสาธยายความฝันตอนหลับไปด้วยรึไงกัน? 

 

[เช้าแล้ว!] 

 

.........เล่นแบบนี้เลยเหรอ? เอาเถอะ จะไม่ถือว่าก็อปปี้วางหรอกนะ แต่จะบอกว่าเมื่อคืนฝันแปลกสุดๆไปเลยล่ะ 

รายละเอียดน่ะช่างมันเถอะ สภาพของฉันในตอนนี้คือตื่นมาก่อนใครเพื่อนเลยล่ะ...ขอโทษที มีคนที่ตื่นก่อนหน้าฉันสองคนแฮะ นั่นก็คือฮินาตะคนพี่ กับเอ็นโด 

"...ตื่นเช้าจังนะ" 

"อรุณสวัสดิ์นะ โทซากะ" 

ทั้งคู่ทักฉัน ฉันจึงตอบกลับไปว่า "อรุณสวัสดิ์" 

"จะว่าไปเธอดูสนิทกับน้องสาวของเรามากเลยนะ ไปสนิทกันตอนไหนน่ะ?" 

จะบอกไปว่าไปสนิทกันตอนที่มีเซ็กซ์กันคงไม่ได้แฮะ... 

"ก็มีหลายๆเรื่องน่ะ แล้วพวกเธอตื่นเช้ากันแบบนี้จะไปไหนกันเหรอ?" 

"เราว่าจะไปฝึกน่ะ ส่วนมามิยะจัง..." 

"คิดว่าจะไปวิ่งสักหน่อยน่ะ จะไปด้วยกันไหม?" 

...ลดความอ้วนเหรอ? แต่เอ็นโดค่อนข้างจะผอมเลยนะ ส่วนฮินาตะคนพี่เป็นนักกีฬาทางการต่อสู้หลายประเภทนี่นะ? เธอก็ต้องฝึกซ้อมบ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้ว 

แต่ทำไมยัยคนน้องที่เป็นรองประธานชมรมเคนโด้ถึงได้นอนหลับสบายใจเฉิบอยู่ได้กันนะ? 

"ปกติฉันก็จะตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้าอยู่แล้วน่ะ" 

"...เพราะแบบนี้สินะเธอถึงได้ผอมหุ่นดีแบบนั้นน่ะ?" 

อย่ามองแบบนั้นสิเอ็นโด เธอผอมและหุ่นดีเหมือนกันไม่ใช่รึไง? ถึงแม้ว่าหน้าอกจะเล็กแต่มันก็แค่นิดเดียวเองนะ 

เพราะงั้นพวกเราสามคนจึงเปลี่ยนชุดนอนเป็นชุดวอร์มแทน ฉันแบกกระเป๋าสะพายที่มีเรียญร้อยกับห้ารอยเยนเอาไว้จำนวนนึงและน้ำดื่มชูกำลังที่ซื้อมาเมื่อวานเอาไว้อยู่ ขอบอกก่อนนะว่าน้ำดื่มที่ฉันพูดถึงอยู่ในขวดที่รักษาอุณหภูมิเพราะงั้นมันยังเย็นอยู่ และฉันก็แช่เอาไว้ในตู้เย็นบ้านคุโระคุงแล้วด้วย 

"ฉันไม่ค่อยคุ้นเคยถนนเส้นทางนี้เท่าไรเลยนะ" 

"ฉันด้วย คนที่ช่ำชองเส้นทางนี้ก็คงมีแต่คุณฮินาตะเท่านั้นแหละนะ" 

ทั้งฉันและเอ็นโดต่างไม่คุ้นชินกับเส้นทางรอบบ้านของคุโระคุงทั้งคู่ แต่ฮินาตะคนพี่ที่อาศัยอยู่แถวๆนี้เหมือนกัน 

"ตามฉันมาก็ได้นะ จากตรงนี้ไปถึงจุดที่เราจะไปก็คงสักสามกิโลได้ คงไม่ไกลไปใช่ไหม? แต่ขากลับจะอ้อมมาอีกทางซึ่งจะมีระยะทางเจ็ดกิโลเมตรรวมไปกลับสิบกิโลเมตรเชียวนะ ไหวรึเปล่า?" 

"ฉันไม่มีปัญหา" 

"ถ้าพักก่อนได้ก็ไม่มีนะ" 

สำหรับฉันมันเป็นเรื่องปกติที่จะวิ่งสิบกิโลเมตรก่อนไปอาบน้ำและไปโรงเรียนในตอนเช้า แต่ว่าดูเหมือนเอ็นโดจะไม่ไหวถ้าจะวิ่งรอบเดียวสินะ? 

"แน่นอนอยู่แล้ว เพราะเรามีบางอย่างอยากให้พวกเธอดูอยู่เหมือนกันล่ะนะ" 

พวกเรามีเครื่องหมายเควสชั่นมาร์กขึ้นบนหัว ถ้าไม่รุ้ว่ามันคืออะไร มันก็คือ "?" นั่นเองล่ะนะ แต่ว่ามีอะไรอยากให้ดูงั้นเหรอ? พอเป็นฮินาตะคนพี่แล้วอยากรู้จังเลยแฮะว่าจะเป็นอะไร 

"อือ...พอมานอนบ้านคนอื่นแล้วทำเอาหลับไม่ค่อยลงเลยแฮะ ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย?" 

...โซมะ โนบุนะ หัวหน้าห้องDที่เป็นนักกีฬาดีเด่นที่เคยเข้ามาห้ามฉันเอาไว้คนนั้นกำลังลุกขึ้นตื่น แต่จากสภาพแล้วเธอคงจะตื่นช่วงเช้าเวลาหกโมงเป็นอย่างต่ำทุกครั้งเลยสินะ? พอบอกว่านอนไม่หลับก็สมเหตุสมผลแล้วที่จะลุกขึ้นตื่นเพราะไม่ชินหรือกังวลอะไรสักอย่างแทน ตอนนี้เธอจึงตื่นก่อนเวลาปกติอยู่บ้างหลายสิบนาที...ไม่สิ เกือบจะครึ่งชั่วโมงเลยนะ 

"อรุณสวัสดิ์คุณโซมะ หลับไม่ค่อยสบายงั้นเหรอ?" 

"หือ? 'รุณหวัด คุณมามิยะ เรียกฉันว่าโนบุนะก็ได้นะ ... ว่าแต่พวกเธอตื่นเช้ากันจังเลย?" 

"พอดีว่าพวกเราจะไปออกกำลังกายกันในยามเช้าตามปกติของพวกเราน่ะ ถึงฉันจะพึ่งเริ่มแต่ช่วงนี้ก็ออกกำลังกายค่อนข้างบ่อยอยู่นะ" 

เธอกำลังลดความอ้วนที่ไม่ค่อยจะอ้วนของตัวเอง เธอคงไม่กล้าพูดออกมาหรอกว่าตัวเองอ้วนน่ะ แต่เอาจริงๆฉันดูไม่ออกเลยว่าเธออ้วน? หรือว่าฉันสายตาเสียกันแน่นะ? 

"งั้นเหรอ? รอแปปนึงได้ไหม?" 

จากนั้นเธอก็เปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็วแล้วตามพวกเราไปที่หน้าประตูบ้าน ซึ่งรองเท้าผ้าใบของแต่ละคนก็มีสีที่แตกต่างกัน 

แน่นอนว่าฉันชอบสีดำ น่าแปลกที่ของฮินาตะคนพี่ก็มีสีคล้ายๆกันแต่มีลายผสมเป็นสีม่วงสดซึ่งค่อนข้างจะสวยพอสมควร แต่ส่วนตัวแล้วฉันชอบดำกับแดงมากกว่าล่ะนะ 

"ตามเรามาให้ทันนะทุกคน" 

ตอนแรกก็ไม่ได้คดอะไรกับคำพูดของฮินาตะคนพี่คนนี้หรอกนะ แต่ว่าพอมาลองวิ่งตามเธอดูแล้ว ฉันกับคนอื่นๆจึงตะโกนบอกไปว่า "ลดความเร็วหน่อยสิ!!!" พร้อมกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยล่ะ 

เธอเร็วเกินไปแล้ว!! สถิติโลกอยู่ที่ร้อยเมตรต่อสี่วินาทีใช่ไหม? ฮินาตะคนพี่ดูเหมือนจะเร็วกว่านั้นตั้งหนึ่งวินาทีแน่ะ!! ไม่สิ ดีไม่ดีอาจจะแค่สองจุดห้าวินาทีต่อหนึ่งร้อยเมตรก็ได้ ด้วยการที่เราไม่มีนาฬิกาจับเวลาก็เลยไม่รู้ล่ะนะว่าเธอวิ่งไปกี่เมตรในกี่วินาที 

แต่มันเร็วมาก เร็วกว่าสถิติโลกจริงๆเลยล่ะ พวกฉันก็ไม่ใช่นักกีฬาแบบนั้น ความเร็วสูงสุดของพวกเราทุกคนต่อให้ไม่ต้องเรียงตามลำดับก็ช้ากว่าเธอคนนั้นตั้งสองถึงสามเท่าเลยล่ะ 

"โทษทีๆ ก็เคยมีคนว่าอยู่บ่อยๆว่าเร็วเกินไปน่ะ" 

ก็หัดสำนึกมั่งสิเฮ้ย!!! 

ฉันเก็บอาการไม่ค่อยสบอารมณ์เอาไว้พลางวิ่งตามเธอไปตามเส้นทางที่เลี้ยวซ้ายทีขวาทีจนมาถึงสถานที่แห่งนึง มันคือสะพานที่คาดผ่านแม่น้ำไร้ชื่อนี้ แต่สะพานนี้ถูกเรียกว่าสะพานแดงเพราะมีด้ายสีแดงพันรอบเชือกตลอดทางเลยนี่สิ 

"ก่อนอื่นเราไปพักกันดีกว่า ไปแอบบตรงนั้นกัน!" 

ทำไมต้องแอบล่ะ? แล้วทำไมถึงต้องเป็นหลังเสาต้นนั้นล่ะ? พวกเราทิ้งความสงสัยแล้วไปแอบอยู่ตรงหลังเสาสองต้นนั้น ฉันยกขวดน้ำขึ้นมาดื่ม คนอื่นๆก็มีเหมือนกัน แม้ว่าขวดจะเล็กกว่าก็เถอะ 

อ๊ะ มีตู้กดน้ำอยู่แฮะ จริงๆพวกเรามากดน้ำเอาก็ได้นี่นา? 

พวกเรานั่งพักกันประมาณสิบวินาที บริเวณที่ฮินาตะคนพี่ชี้นิ้วไปนั้น จู่ๆก็มีอะไรลางๆเคลื่อนไหวออกมา 

จากภาพแล้วนั่นคือมนุษย์ ที่กำลังวิ่งอยู่ด้วยความเร็วค่อนข้างจะเร็วสุดๆ มากกว่าที่ฮินาตะคนพี่สามารถทำได้ถึงสองเท่า ก็นะ ถ้าเร็วกว่านี้อีกก็คงเร็วเท่าเสียงไปแล้ว แบบนั้นคงไม่ใช่คนแล้วล่ะ 

ขนาดแค่นี้ยังเป็นภาพเบลอๆเลย.. 

"อะไรน่ะ? มีอะไรเคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนั้นด้วยเหรอ?" 

"ถึงจะน่าประหลาดใจ แต่นั่นเป็นความสามารถสูงสุดของมนุษย์ที่อาจจะทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกบดละเอียดได้ง่ายๆเลยนะถ้าเธอไม่แข็งแรงพอ และจริงๆก็ไม่มีใครแข็งแรงพอหรอก ส่วนสาเหตุที่เรารู้เพราะคนที่บอกเรามาคือคนคนนั้น และคนคนนั้นคือคนที่ทุกคนรู้จักด้วยล่ะ" 

หือ? หรือว่า... 

*ตุ้บ* 

"ดูเหมือนวันนี้จะวิ่งช้ากว่าเดิมศูนย์จุดสองเจ็ดวินาทีแฮะ ช่างเถอะ คงไม่จำเป็นจะต้องเร็วไปมากกว่านี้ซะเท่าไรหรอกมั้ง?" 

ว่าแล้วเชียว คุโระคุงจริงๆด้วย เขาค่อนข้างจะดูไม่ค่อยจะกังวลเรื่องที่พูดเมื่อกี้เลยแฮะ แต่ต่อให้ฉันอยู่ตรงนี้ เขาอาจจะช่วยฉันได้แม้ว่าจะมีคนจ่อมีดอยู่ที่หลังฉันก็ตาม 

แต่ทำไมความเร็วระดับนั้นไม่ทำให้เขาอ่อนแรงลงหรือเป็นอย่างที่ฮินาตะคนพี่พูดล่ะ? เพราะเขามาจากต่างโลก? หรือว่าเขามีอะไรที่แปลกไปกว่านั้น? ร่างกายของเขาอาจจะเป็นอะไรที่เหนือกว่านั้นมากก็ได้ 

ก็อย่างที่คุโระคุงบอก เขาคือจอมมาร เป็นไปได้ไหมว่าความสามารถของเขากำลังถูกกดอยู่? ก็อาจจะเป็นไปได้แฮะ 

อย่างที่เขาเคยบอกว่าพลังของเขาถูกสะกดเอาไว้โดยพวกคุณพี่ฮานะ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าที่เขามีพลังเหนือมนุษย์ขนาดนั้นคือความสามารถที่ถูกกดเอาไว้แล้วแต่ยังดึงออกมาใช้ได้อยู่บ้างสินะ? 

*ตุ้บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ* 

*ฟุ้บ* 

*เพี๊ยะ* 

ในขณะที่ฉันกำลังอยู่ในห้วงความคิด จู่ๆฮินาตะคนพี่ก็วิ่งออกไปหาคุโระคุงด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงกัน เธอยังเร็วกว่าเดิมได้อีกเรอะ!? เธอเองก็ไม่ใช่มนุษย์ใช่ไหม!? 

แม้ว่าจะเร็วมาก แต่ราวกับรู้อนาคต คุโระคุงหลบการโจมตีแรกของฮินาตะคนพี่ได้ แถมยังปัดมือที่เข้ามากระชากคอเสื้อสีดำของเขาได้อีกด้วย 

"รีบจังเลยนะวันนี้น่ะ" 

"ก็นะ ก่อนที่คุจังจะวอร์มอัพร่างกาย เราก็จะใช้จังหวะที่คุจังยังมีร่างกายที่แข็งทื่ออยู่นั้นเพื่อเอาชนะคุจังยังไงล่ะ" 

"ไม่เลวเลย แต่การที่เธอเข้ามาโจมตีผมและให้ผมได้ขยับร่างกายแบบนี้ ก็เท่ากับว่าเธอทำมันได้อย่างสูญเปล่าแล้วล่ะนะ" 

"ไม่เป็นแบบนั้นหรอกน่า!" 

*ตุ้บ* 

อ๊ะ! เร็วชะมัด! เธอย่อตัวแล้วตวัดเท้าเตะตัดขาของคุโระคุงไปได้ง่ายๆ แต่ว่าคุโระคุงที่กำลังจะล้มก็หมุนตัวกลางอากาศกวาดเท้าเตะไปที่คอของฮินาตะคนพี่ที่ยังไม่ได้ลุก 

*ตุ้บ!* 

แต่เธอป้องกันได้ด้วยแขนขวาของเธอ ส่วนคุโระคุงก็ใช้สองมือยันพื้น จากนี้ก็เปลี่ยนท่าเป็นอะไรที่คล้ายๆกับการเต้นบีบอย โดยการใช้มือเป็นฐานแล้วหมุนตัวเตะซ้ำหลายๆรอบ ซึ่งก็โดนบ้างแต่ก็ถูกป้องกันได้ สลับกับไม่โดนเพราะเธอหลบ 

*หมับ* 

*ฟุ้บ* 

!? เธอสามารถทุ่มคนด้วยการจับที่ขาที่เข้ามาหัวตัวเองอย่างรวดเร็วนั่นได้ด้วยงั้นเหรอ!? น่าตกใจกว่าคือคุโระคุงสามารถตั้งตัวกลางอากาศแล้วใช้มือทั้งสองข้างค้ำพื้นเอาไว้ 

*ตุ้บ* 

และก็งอขาเข้าไปก่อนที่ส่งแรงถีบเพื่อสลัดการจับกุมของฮินาตะคนพี่อย่างเต็มแรง แม้ว่าฮินาตะคนพี่จะบุกเข้าไปต่อด้วยความเร็ว แต่มันน่าจะถูกตัดสินแล้วแฮะ 

เพราะว่าคุโระคุงเห็น สิ่งที่เขาทำก็คือปล่อยผ่าน จนกระทั่งหมัดนั่นเข้าใกล้เขามาที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

*ตุ้บ..* 

"แรงเยอะขึ้นนะ" 

"อึ่ก...ดูเหมือนไม่ค่อยสะทกสะท้านเลยนะ" 

คุโระคุงใช้มือซ้ายรับหมัดที่พุ่งเข้ามาได้อย่างพอดิบพอดี ดูจากแรงเกร็งที่มือของทั้งคู่แล้ว คุโระคุงคงกำลังบีบมือของเธออยู่สินะ? 

ถึงจะใช้มาบ่อยแล้ว แต่หลังจากที่คุยกันเสร็จ คุโระคุงก็ดึงแขนเข้ามา แล้วใช้มืออีกข้างคว้าเข้าที่คอเสื้อ แม้ว่าจะมีมือของฮินาตะคนพี่บีบเอาไว้ที่ข้อมือ แต่เขาก็เหวี่ยงร่างของฮินาตะคนพี่ทุ่มลงกับพื้นได้โดยง่าย 

แต่อย่างคุโระคุงเหรอจะทำให้ฮินาตะคนพี่เจ็บ? จากแรงของเขาฉันคิดว่าจะทำให้คนบอกเจ็บเจียนตายยังทำได้เลย หรือก็คือเขาอ่อนให้ฮินาตะคนพี่ล่ะนะ เพราะงั้นแรงที่ส่งทุ่มไปนั้นมีแค่แรงเหวี่ยง ไม่มีแรงส่งตอนทุ่มลงเลย เพราะงั้นฮินาตะคนพี่จึงอยู่ในสภาพที่ถูกล็อคแขนซะแทน และอยู่ในท่วงท่าที่ไม่สามารถขยับได้ 

สมแล้วที่เป็นคุโระคุง ฉันที่มองไปที่เขาตอนนี้ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองหน้าแดง แต่คนนึงที่มีอาการหนักสุดก็คือโซมะ โนบุนะที่อยู่ในสภาพที่...ขาขยุกขยิก เธอจะมองไปที่กล้ามเนื้ออันสวยงามของเขาและสภาพที่เหงื่อออกหน่อยๆนั่นแล้วเกิดอารมณ์ทำไมกัน!? ยัยนี่ลามกกว่าที่เห็นภายนอกแฮะ... 

"...คุณฮินะแข็งแกร่งจริงๆเลยนะ แต่ว่าคุโรมิเนะคุงนี่ยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดซะอีก" 

สำหรับฉัน นิยามคำว่าสัตว์ประหลาดคงไม่ใช่แบบนี้หรอก นั่นน่ะแค่เป็นบุคคลที่อยู่เหนือมนุษย์เล็กน้อยเท่านั้นเองแหละน่า 

"ฮือ...ทำไมต้องมาจบที่ท่านี้ทุกทีเลยนะ!!" 

"เพราะเธอมักจะเข้ามาโจมตีซึ่งๆหน้า การที่ทำให้เธอโจมตีไม่ได้ถือว่าเป็นทางเลือกนึงล่ะนะ" 

อ๊ะ! รอยยิ้มนั่นน่ารักจัง เพราะแบบนี้ฉันถึงหลงรักเขายังไงล่ะ ตั้งแต่ประถม เพราะรอยยิ้มที่แสดงออกมาเป็นรอยยิ้มที่น่ารักแบบนั้นยังไงล่ะ 

เมื่อจบเรื่อง พวกฉันก็พยายามควบคุมอารมณ์จนไม่ได้ฟังที่ทั้งคู่พูด และดูเหมือนฮินาตะคนพี่จะชี้มาทางนี้ คงจะบอกคุโระคุงว่าพวกเรามาด้วยกันล่ะมั้ง? เพราะงั้นเราจึงออกไปให้เขาเห็นหน้ากัน 

"ตื่นเช้ากันจริงๆเลยนะ ยังไงก็รีบๆอาบน้ำซะล่ะ วันนี้งานทุกอย่างต้องเรียบร้อย" 

"อืม ว่าแต่ที่บอกให้พวกเรารีบอาบน้ำเนี่ย? ไม่คิดจะมาอาบน้ำด้วยกันงั้นเหรอ?" 

"อย่าเลยดีกว่า ผมเองก็มีเรื่องที่ไม่อยากจะทำแม้ว่าอยากจะทำก็เถอะอยู่เหมือนกันนะ" 

เข้าใจยากเล็กน้อยแต่ก็สมกับเป็นคุโระคุง 

"ถ้างั้นพวกเราไปก่อนนะ" 

"อา เพราะผมจะอยู่ยืดเส้นยืดสายก่อนแล้วค่อยวิ่งอีกสักหนึ่งร้อยกิโลเมตรก่อนกลับบ้าน ยังไงๆก็รีบๆเข้าล่ะ" 

น...หนึ่งร้อยกิโลเมตร!? อ...เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ 

พวกเราวิ่งกันเสร็จแล้วก็เข้าไปอาบน้ำด้วยกัน เอาจริงๆเลยนะ มันค่อนข้างเหนื่อยเล็กน้อยที่จะวิ่งมากขนาดนั้น แต่ว่าพอได้แช่น้ำร้อนแล้วหายเป็นปลิดทิ้งเลย 

ตอนที่เข้าห้องอาบน้ำไป ทุกๆคนก็ตื่นไปก่อนแล้ว พวกเราจึงอาบน้ำพร้อมกันสิบกว่าคน แถมห้องอาบน้ำดันกว้างพอซะด้วยนี่สิ 

เมื่ออาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวแล้วยกของที่ต้องใช้ไปโรงเรียน บางคนก็ไปเอาของเพิ่มที่บเานและแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ บ้างก็ไปที่ห้างเพราะไม่ว่ายังไงก็ไม่ถูกอาจารย์ว่าอยู่แล้วว่าจะไปเร็วหรือช้า ถ้างานออกมาไม่ดีคะแนนก็น้อยตามนั้นแค่นั้นเอง 

ห้องที่ไม่เหลืองานอะไรเลยคือห้องBของคุโระคุงกับฮินาตะคนพี่ ส่วนห้องของฉันยังคงเหลือบางอย่างที่ต้องทำอยู่ ห้องCขาดหลายๆอย่าง ส่วนห้องDเหลือแค่จัดสถานที่เท่านั้น 

เอาเถอะ ตอนนี้ฉันก็ทำได้แต่ช่วยห้องอื่นๆและเตรียมตัวสำหรับถ่ายรูป เพราะงั้นฉันจึงรวบรวมคนที่ถ่ายรูปได้ในชั้นปี และคัดคนที่ถ่ายรูสวยๆซึ่งมีหลายคนมากเพื่อเป็นช่างกล้องถ่ายในแต่ละห้องสลับกันไป 

แต่กว่าสิบคนตรงหน้า ถึงจะไม่ค่อยรู้จักบ้างก็ตามแต่ก็ถ่ายรูปได้สวยแบบไม่ซ้ำกันเลย แบบนี้คิดว่าอาจจะทำโฟโต้บุ้คขายเป็นกรณีเสริมได้นะ 

"เอ็นโด ฉันคิดว่า---" 

"อืม โฟโต้บุ้คสินะ? เข้าใจแล้ว เราจะทำทั้งหมดห้าเล่ม ของแต่ละห้องสี่เล่มและรวมกันอีกหนึ่งเล่ม แต่ว่ามันจะทันงั้นเหรอ?" 

"...สุดยอดจริงๆ ถ้าถ่ายเอาวันนี้ก็ทันอยู่นะ งานนี้เดี๋ยวฉันจะช่วยทำกับคนในชมรมเอง แต่ว่าชุดพร้อมแล้วรึยังล่ะ?" 

"ถ้าเป็นห้องของฉันล่ะก็ดูเหมือนจะไม่แฮะ เราไม่มีชุดมาเปลี่ยนน่ะ ห้องA และCต่างก็เอาชุดมาลองกันเพราะงั้นสองห้องนี้ไปถ่ายเอาก็ได้นะ ส่วนห้องD ชุดที่ใส่น่าจะเป็นธีมนักกีฬาครึ่งนึง นอกนั้นก็ชุดนร.ตามปกติ ห้องนั้นไว้ถ่ายตอนจัดสถานที่เสร็จก็ได้ จริงๆพวกเราได้รับอนุญาตให้อยู่จนถึงตอนกลางคืนหรือจะนอนค้างที่นี่ก็ได้นะ ห้องของฉันก็มาค้างกันค่อนข้างจะเยอะอยู่เหมือนกัน" 

ดูเหมือนจะแย่แฮะ เพราะไม่ได้คิดมาก่อนเลยไม่น่าจะทำได้ทัน การที่มีเวลาแค่วันเดียวแล้วเราใช้แค่ช่วงกลางคืนทำงานตัดต่อภาพแล้วปริ้นเย็บเป็นรูปเล่มออกมาจำนวนมากก็ถือว่าต้องใช้คนเยอะแล้วด้วย ส่วนกระดาษแม้จะแพงหน่อยแต่ก็ยังอยู่ในงบของโรงเรียนเพราะงั้นไม่มีปัญหา ต่อให้มีปัญหาก็เก็บเงินเรียงคนในแต่ละห้องได้ด้วยเหมือนกัน 

"พูดถึงเรื่องชุดของห้องเรานะ ผมมีอะไรมาเสนอ" 

"คุโระคุง?" 

"ชุดที่พวกเราใส่คือชุดปกติ เพราะงั้นพวกที่จะมาค้างที่โรงเรียนต้องมีชุดเปลี่ยนด้วยทุกคน และคนที่ไม่อยู่เราสามารถไปเอาชุดที่บ้านได้ เพราะได้รับคำอนุญาตแล้ว แถมตอนนี้ยังไม่พักเที่ยงเลย จะไปหลังกินข้าวเที่ยงก็ไม่สายเกินไปหรอกนะ" 

สมกับเป็นคุโระคุง แม้แต่เอ็นโดและตัวฉันยังไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เลย 

"ส่วนโปรไฟล์ก็ใช้ของที่อาจารย์ใช้สัมภาษณ์ก็ได้ อันไหนที่คิดว่าไม่ดีก็เปลี่ยนใหม่หรือไม่ต้องใช้ก็ได้ สิ่งเราจะขายคือรูปภาพไม่ใช่คนคนนั้น เพราะงั้นไม่ต้องทำทุกอย่างเพื่อโปรโมตคน แต่โปรโมตหนังสือแทน ผมคิดว่ากำไรคงจะมากน่าดูเลยล่ะ" 

ส...สุดยอด!! สมกับเป็นคุโระคุง! 

"และเราสามารถขายรูปของแต่ละคนได้ด้วย และเพื่อความสนุก เราสามารถทำซองสุ่มรูปสิบรูปได้ เป็นสิ่งที่เรียกว่าโฟโต้เซ็ต สิบใบต่อหนึ่งชุด ชุดนึงก็ราคาครึ่งนึงของหนังสือ และสามารถขายรูปต่อรูปได้ด้วย ซึ่งรูปที่จะขายเพียงรูปเดียวไม่จำเป็นต้องสุ่ม และราคาอยู่ราวๆครึ่งนึงของเซ็ตรูปภาพอีกทีนึงก็ได้อยู่นะ" 

ย..เยอะแฮะ แต่ไม่ม่ีปัญหา เพื่อทุกคนเราจะต้องทำให้ได้! 

ฉากที่ใช้ถ่ายจะอยู่ในโซนของห้องของพวกเราทุกคนและสถานที่จัดงานของห้องD นอกจากนี้ก็พวกสวนหรือโรงอาหารที่เป็นส่วนกลาง ดาดฟ้า หรือแม้แต่หน้างานก็ทำได้เช่นกัน 

และสถานที่ที่ดีที่สุด คือบ้านของคุโระคุง เพราะว่าที่นั่นสวยสุดๆไปเลยล่ะ...โฮะโฮ่ เข้าใจแล้ว 

"นี่ๆ คุโระคุง ฉันขอยืมสถานที่ภายในบ้านของคุโระคุงบางส่วนเพื่อถ่ายรูปหน่อยได้ไหม?" 

"ก็ได้อยู่หรอก แต่จะถ่ายใครล่ะ?" 

"เอาแค่กลุ่มของพวกเราก็แล้วกัน กว่าครึ่งของพวกเรามีแต่สาวฮ็อตเชียวนะ ยิ่งคานะ ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องแต่เธอคนนั้นก็มีคนชอบค่อนข้างจะเยอะ เพราะงั้นภาพที่ได้มาคงจะเป็นอะไรที่ทำให้งานโรงเรียนต้องเกิดเสียงดังสนั่นแน่ๆเลยล่ะ!" 

ทำไมถึงทำหน้าแบบ "ฟังดูน่ารำคาญชะมัด" แบบนั้นด้วยล่ะ!? แต่เพราะว่าอนุญาตแล้วพวกเราจึงใช้เวลาในตอนเย็นไปกับการถ่ายภาพที่บ้านของคุโระคุง 

ย้อนกลับไปสักนิด ช่วงบ่ายพวกเราที่ทำอะไรเสร็จแล้วก็ลากสาวสวยและหนุ่มหล่อซึ่งก็เป็นซะทุกห้อง ต่อให้ไม่ได้หล่อมากแต่ก็นับว่าดูมีเสน่ห์ ขนาดคนที่มีใบหน้าปกติบ้านๆก็ยังดูดีเลย 

พวกเราไปถ่ายรูปในแต่ละที่ในแต่ละห้อง มีทั้งรวมตัวกันและไม่รวมกัน เราถ่ายรูปสลับกับฝึกบทของตัวเองไปด้วย พอรู้ตัวอีกทีก็เริ่มจะมืดแล้ว 

ในช่วงเย็นตอนที่ตะวันใกล้จะลับฟ้า ฉันได้ถ่ายรูปสวยๆตั้งหลายใบแน่ะ มันสวยมากซะจนฉันอดยิ้มไม่ได้ที่จะมองเลยล่ะ 

"...เท่าไรเหรอคะ?" 

"เฮ้ย!? ...ตกใจหมดเลย ฮานาซากิเองเหรอ? แต่รูปนี้มีไว้ขายพรุ่งนี้เนี่ยสิ" 

"จะทำออกมาขายเท่าไรคะ?" 

"รูปในช่วงตอนกลางคืนหรือตอนเย็นๆแบบนี้จะมีไม่มากน่ะ และจะต้องเปิดสุ่มด้วย ...จริงๆฉันสามารถก็อปปี้ให้ได้อยู่หรอก จะเอาไหม?" 

"ต้องถามด้วยเหรอคะ?" 

อืม จริงๆฉันควรจะเก็บเอาไว้ให้มิดชิดกว่านี้สินะ? เพื่อเป็นหลักฐานของความเป็นเพื่อน ฉันจะเอาไว้ให้คานะและเอ็นโดคนละใบก็แล้วกัน ส่วนฮินะ..มีตัวจริงอยู่แล้วคงไม่ต้องใช้หรอกเนอะ? 

"เดี๋ยวจะเก็บไว้ให้เธอพรุ่งนี้นะ แล้วก็อย่าลืมไปถ่ายรูปที่บ้านของคุโระคุงด้วยล่ะ" 

"ทราบแล้วค่ะ" 

ก็อย่างที่ว่า พวกเราถ่ายรูปกันโดยที่มีชุดมาเปลี่ยนหลากหลายแนว โดยที่ชุดที่ว่านั้นมาจากคุณยูนะทั้งหมด... 

และแล้ว พวกเราก็อาบน้ำกันในช่วงเย็น ฮาห์ อากาศหนาวๆแบบนี้ น้ำร้อนนี่ดีจริงๆเลย!! รูปที่ถ่ายออกมาก็ค่อนข้างจะดีอีกด้วย เพราะงั้นวันนี้ฉันจึงจะไปค้างที่โรงเรียนล่ะนะ 

"กระเป๋าส่วนใหญ่เอาไว้ที่นี่ก่อนก็ได้นะคะ จะได้ไม่ลำบากด้วย" 

"นั่นสินะคะ...จริงสิ ไว้ฉันจะมาในตอนเช้าเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดแทนจะได้รึเปล่าคะ?" 

"แบบนั้นก็ได้นะคะ ไม่ได้รบกวนพวกเราเลย" 

คุณยูนะใจดีจัง พอสนิทกับคุณยูนะจากการถ่ายรูปด้วยกันพวกเราก็ค่อยๆสนิทกันเรื่อยๆ อย่างน้อยๆตอนนี้ก็ค่อนข้างจะพูดได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรเลย เพียงแต่ฉันกับเธอคนนี้ก็มักจะพูดสุภาพ เพราะเธอคุ้นเคยกับคำสุภาพซะมากกว่า 

และก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องการรูปนั้นอีกด้วย.. 

เอาเป็นว่าในส่วนของฉันสำหรับวันนี้คงหมดแล้ว คงไม่มีใครอยากจะมาสนใจเรื่องที่ฉันทำงานสินะ? เพราะงั้นให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น... 

"ผมจะไปด้วยก็แล้วกัน ให้เธอไปคนเดียว ถึงจะคิดว่าคงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยๆก็ให้ผมช่วยเรื่องงานสักหน่อยเถอะ" 

...แบบนี้ก็ติดตามฉันไปให้สุดเลยดีกว่าค่ะ!!!!! 

 

 

 

ฉันจะขอเล่าเรื่องคร่าวๆสักนิด เผื่อคนที่อ่านไปเมื่อกี้จะยังไม่เข้าใจ ในวันงานพวกเราก็แค่ซ้อมและจัดงานสถานที่ให้พร้อมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจริงๆมันเพอร์เฟ็คต์สุดๆไปเลยล่ะ 

หลังจากนั้นก็แค่ถ่ายรูปและซ้อม ถ่ายรูป ซ้อม ลองชุด เย็บปรับปรุงชุด ซ้อม ถ่ายรูป วนลูปอยู่อย่างนี้แหละนะ พอช่วงค่ำพวกเราก็มาอาบน้ำและฉันก็แยกตัวออกมาซะก่อน 

และก่อนหน้านี้ที่พวกฉันพูดคุยกัน ส่วนใหญ่เลือกที่จะช่วยเรื่องแบบแผนเพราะงั้นสิ่งที่จะทำก็จะทำให้ออกมาดีที่สุดตามแบบแผน เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะวาดปกยังไงดีเหมือนกัน 

และที่สำคัญ...คราวนี้ฉันอยู่สองต่อสองกับคุโระคุงท่ามกลางแสงจันทร์ล่ะ!!! 

*จ๊อก.....* 

อืม...ก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นนี่นะ เพราะงั้นตอนนี้ก็ย่อมหิวเป็นธรรมดาล่ะนะ 

*โครก.....* 

"!?" 

"ตกใจอะไรของเธอ? ผมเองก็หิวเป็นเหมือนกันนะ" 

ที่ตกใจเพราะเสียงของนายมันเหมือนกับเสียงครวญครางของสิ่งมีชีวิตที่อดอยากอาหารมานานต่างหาก! อะไรนายจะหิวขนาดนั้น!!! 

"ว...แวะหาอะไรกินก่อนไหม?" 

"อยากจะทำกินเองหรือร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารคาเฟ่แถวๆนี้กันดีล่ะ?" 

อื้อ...ไม่รู้สิ แต่ละอย่างมันก็มีดีและเสียเหมือนกันอ่ะ อย่างถ้าจะกินของจากร้านสะดวกซื้อ ถึงจะไม่ค่อยอร่อยและต้องเสียเงินมากหน่อยเพราะอาจจะไม่อิ่ม (หมายถึงคุโระคุงนะ!) แต่มันก็ประหยัดเวลา ต่างจากสองอันแรก ที่อย่างนึงคุโระคุงจะทำให้ฉันรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ว่าถ้าจะให้เลือกก็... 

"ร้านสะดวกซื้อ..." 

*หมับ* 

หวาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คุโระคุงจับมือฉันด้วยล่ะ!!! 

ร้านสะดวกซื้อร้านนี้อยู่ด้านล่างของห้างสรรพสินค้า ร้านนี้ค่อนข้างจะใหญ่และมีของขายค่อนข้างจะเยอะ และแน่นอนว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด... 

"กรี๊ด!! นายทำอะไรของนายน่ะ!?" 

"แค่ถ้วยเดียวจะพอรึไงกัน? อย่าคิดว่าผมไม่รู้สิ ว่าเธอต้องอยู่จนถึงตีสองตีสาม ของแค่นี้น่ะ ออกกำลังกายนิดหน่อยก็หายแล้ว และต่อให้ไม่ออกกำลังกาย แต่ถ้าเป็นเธอคงไม่อ้วนขึ้นมาหรอกน่า" 

ย...อย่าพูดเรื่องน่าอายสิ!! ว่าแต่ที่ลากมากสองตะกร้านั่นมันขนมไม่ใช่รึไง!? ขนมหลากหลายชนิดเลยนะนั่นน่ะ!! ว่าแต่ชอบช็อกโกแลตหรอกเหรอเนี่ย? 

สุดท้ายก็ได้มากว่าสามถุงใหญ่ๆ หนึ่งในนี้มีแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และถุงมีขนาดที่เรียกได้ว่านี่มันถุงของซานต้าชัดๆ... 

ว่าแต่ทำไมถึงมีถุงขนาดใหญ่แบบนี้กันเนี่ย!? 

ระหว่างทางพวกเราก็แวะกดน้ำที่ตู้อีก ส่วนใหญ่ก็น้ำเปล่า เพราะร้านสะดวกซื้อเมื่อกี้ ถึงจะมีขนมหรืออาหารแต่ดันไม่มีน้ำขายสักขวดเลย พวกเราที่อาจจะมีน้ำต้มไม่พอในช่วงกลางคืนก็ต้องพึ่งน้ำจากตู้กดน้ำหน้าโรงเรียนนี่แหละนะ 

แล้วรู้ไหมทำไมฉันถึงไม่ใช้ก็อกน้ำโรงเรียน? เพราะถ้ามันมืด พวกเราก็คงไม่อยากจะเดินไปไกลในที่มืดๆใช่ไหม? นอกจากบางคนที่กลัวผีแล้ว เรื่องอาชญากรรมเองก็มีเหมือนกัน แม้จะติดตั้งกล้องวงจรปิดแต่มันก็อันตรายอยู่ดี 

อ๊ะ! ถ้าเป็นฉันล่ะก็คงจะกระทืบให้หงายซะทุกคนเลยล่ะนะ แต่ยังไงก็ช่างฉันเองก็ไม่ค่อยอยากเดินไปไหนไกลสักเท่าไร มันเสียเวลาน่ะ ต่อให้เป็นห้องน้ำก็อยู่ใกล้กว่าที่คิดด้วย 

พวกเราแบกของกินชนิดที่เลี้ยงได้ทั้งห้องหนึ่งห้องได้ง่ายๆเข้าไปในโรงเรียนที่ก็เปิดไฟตามจุดต่างๆจนสว่าง แต่ไฟพวกนั้นจะดับลงในช่วงเวลาที่กำหนดเพราะงั้นพวกเรามีไฟพวกนั้นใช้ในเวลาจำกัด นอกนั้นก็เป็นพวกไฟในห้องหรือตามระเบียงเท่าที่จะใช้ ห้ามเปิดทั้งหมดเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า 

ในส่วนของงาน พวกเราจะใช้ห้องทำงานของชมรมถ่ายภาพ ซึ่งมีขนาดใหญ่อยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ได้เวอร์วังมากมาย เพราะของที่ใช้เยอะก็เลยกว้างเพื่อให้สมาชิกอาศัยอยู่ได้ มันก็เลยใหญ่ล่ะนะ 

แต่ว่ามันก็เป็นห้องสาธารณะที่ถ้าคนต้องการจะทำงานอะไรก็มาขอยืมใช้ได้เหมือนกัน 

"สวัสดีค่ะ" 

ถึงจะมีคนอยู่แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับเพราะทุกคนทำงานในส่วนของตัวเอง ฉันกับหัวหน้า เพียงแค่สองคนที่งานเกี่ยวกับรูป และมีคุโระคุงมาช่วย...แต่เขาจะทำได้เหรอ..!? 

"อย่างนี้นี่เอง เข้าใจแล้ว ถ้าทำแบบนี้ก็จะได้แบบนี้สินะ? การตัดต่อรูปและลงโปรแกรมแสงสีเพิ่มก็ไม่ค่อยจะยากเท่าไร กรอบเองใช้ประมาณนี้ก็พอ อะไรก็ตามที่เยอะเกินไปมันจะดูรก ต้องพอดี ไม่มากไม่น้อย ทำประมาณนี้ก็แล้วกัน" 

...สงสัยวันนี้คงจะเสร็จงานเร็วกว่าที่คิดแฮะ ฉันคิดพลางนั่งลงหน้าคอมแล้วก็ทำงานในส่วนของฉัน สลับกับการนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปด้วย เพราะพวกเราทั้งคู่ต่างก็หิวจึงมีช่วงเวลาที่ต้องทำงานไปกินไปแบบนี้ 

หน้าจอคอมของฉันมีถ้วยบะหมี่ที่ใส่น้ำร้อนแล้ววางไว้อยู่สามถ้วยใหญ่ๆ ส่วนหน้าคุโระคุงนั้น...มีเท่าไรก็วางจนหมด ไม่เหลือพื้นที่ว่างเลยล่ะ แถมยังมีส่วนที่กินไปแล้วอยู่ด้วยอีกนะ ทั้งๆที่มันไม่ใช่อะไรที่มีประโยชน์เลยแท้ๆ.. 

หรือว่าคุโระคุงจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าคนปกติอยู่มาก เวลาที่กินอะไรที่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์ก็ต้องกินเข้าไปเยอะกว่าเดิมและต้องเติมขนมเพิ่มงั้นเหรอ? ฉันขอเดาไว้แบบนั้นก็แล้วกัน 

เวลาล่วงเลยไปจนพวกเราทำงานกันเสร็จ น่าแปลกใจที่ของกินที่เราซื้อมาหายไปตั้งสี่ในห้าส่วน งานที่ปริ้นต์อกมาก็ได้คุโระคุงช่วยเย็บรูปเล่มให้ทั้งหมด พร้อมกับห่อให้อย่างดีเพื่อเตรียมขาย 

ถึงจะเป็นคนเดียวแต่ทำทั้งหมดได้ง่ายๆ นี่ไม่ใช่คนแล้ว...เอ๊ะ? ก็ไม่ใช่อยู่แล้วนี่? 

ส่วนฉันก็นั่งใส่รูปลงในซองที่คุโระคุงพับไป โดยที่แบบของซองนั้นคนที่วาดคือฉันที่วาดตามแบบที่ได้มา มันก็จะมีอยู่หลายลายอยู่ล่ะนะ แต่ก็ไม่ต่างกันเท่าไรนอกจากสี 

พอใส่ครบแล้ว พวกเราก็เกลี่ยๆซองเพื่อให้ภาพที่เราใส่ไปกระจายออกจากกัน เพราะนี่คือซองสุ่มสำหรับรูปดีๆจำนวนหลายร้อยรูป...เหนื่อยไหม ก็แน่นอนล่ะ 

ถึงจะดูเหมือนการตัดตอน แต่ก็นะ หลังจากมาที่นี่ก็ทำงาน กิน และทำงาน เวลาเลยผ่านไปจนตอนนี้คือช่วงเวลาตีหนึ่งเกือบๆจะตีสองแล้วล่ะ 

ก็นะ ใครจะอยากอ่านช่วงน่าเบื่อล่ะจริงไหม? ข้่ามๆไปน่ะดีแล้ว 

เอาเป็นว่าวันนี้ก็มีแค่นี้แหละ ถึงจะอยากคิดว่าจะต้องมีเรื่องเกิดขึ้นบ้างแต่มันไม่มีอะไรเลยล่ะ มันน่าเบื่อมาก แต่งานนี้ก็สนุปมากเหมือนกัน 

การที่ฉันได้อยู่กับคุโระคุงคือความฝันอันหาที่สุดไม่ได้จริงๆ แถมยังมีรูปต่างๆอีก ฉันใช้เวลาว่างเล็กน้อยเพื่อตัดต่อภาพพวกเราเข้าด้วยกันอย่างดีที่สุด และนี่คือโปสเตอร์รูปโปรโมตที่สวยที่สุด 

ไว้เจอกันตอนต่อไปก็แล้วกันนะคะ ฉันขอตัวไปก่อนแล้ว ยังไงก็จะนอนเหมือนกัน เอาเป็นว่าหลังจากจบบทนี้ฉันก็มียังมีบทอยู่นะ! เพราะงั้นอย่าเบื่อกันล่ะ!! 

เหมือนอย่างที่ฉันบอกนั่นแหละค่ะ แล้วเจอกันไหมนะ!! 

 

 

 

ตอนนี้ไปงานคอสมา ส่องนมสาวเพลินเลยค่ะ!! 

หยอกๆ เอาเป็นว่าตอนต่อไปก็ต้องรออีกเรื่องสักสองถึงสามตอนเนอะ! ถ้าบทพิเศษจบลง ก็จะปั่น 'หยุดโลก' จนจบหนึ่งบทแล้วก็มาปั่นเรื่องนี้ต่อจนจบหนึ่งบท แล้วก็ปั่นเรื่องมิกะและหยุดโลกไปพร้อมๆกัน 

นี่คือแผนที่เค้าวางไว้ล่ะ เพื่อให้มันสำเร็จเราคงต้องจัดการกับเวลาให้ดีล่ะนะ!! 

สำหรับใครที่เปิดเทอมแล้วก็ตั้งใจเรียนนะคะ ส่วนยังก็...เดี๋ยวก็ต้องลงสู่นรกเหมือนเราแล้วล่ะ หึหึ!! 

ฝันดีค่ะ ง่วงมาก... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว