ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

LESSON 2. 100% [แก้ไขแล้ว]

ชื่อตอน : LESSON 2. 100% [แก้ไขแล้ว]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2562 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
LESSON 2. 100% [แก้ไขแล้ว]
แบบอักษร

BAM PART.


บรื้น!!


เข็มหน้าปัดที่วิ่งเกิน120 บ่งบอกอย่างแน่ชัดว่าคนที่ขับนั้นขับเร็วแค่ไหน สภาวะรถติดในกรุงเทพไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเขาเลยในตอนนี้ เพราะเขาที่ว่านั้นแมร่งกำลังรีบไง! แบมแบมผู้นี้จะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น! ผมกำลังจะไปไหนน่ะหรอ?  ก็จะไปหารุ่นพี่แจ็คหรือแจ็คสัน หวังน่ะสิครับ นัดกันไว้แท้ๆแต่ผมกลับลืมซะได้ เพราะพี่บีคนเดียวเลย ทำผมสมองรวนแต่เช้า

นอกจากพี่บีแล้วก็ยังมีพี่แจ็คนี่แหละครับที่เป็นลูกค้าของผม ถึงจะเป็นคนสนิทแต่เรื่องงาน เวลาสำคัญที่สุด ไม่ว่ากับใครเราต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่เสมอ หล่อเลยดิมึง  หุหุ

..เรื่องมันเริ่มมาจากตรงที่เมียพี่แกเปลี่ยนไป นั่นก็เพราะสันดานพี่แกทั้งน้านนนน(ขอนินทาหน่อยเถอะ) เดิมทีนิสัยพี่แจ็คก็เหมือนผู้ชายทั่วๆไป คือมักมากไม่รู้จักพอ(ยกเว้นผมนะค้าบบบ) จนมาเจอกับพี่ยองแจ ความเหี้ยเหล่านั้นก็หายไป  

อ่ะมา! มาที่สาเหตุของเรื่องว่าทำไมพี่แจ็คถึงจ้างผมมา เรื่องของเรื่องคือ พี่ยองแจเค้าทนไม่ไหวกับสันดานพี่แจ็ค เลยประชดโดยการแอบมีกิ๊ก(หลอกๆ) เรื่องนี้ทำให้พี่แจ็คสติแตกไปเกือบเดือนเพราะเมียสุดที่รักพยายามหลบหน้า แถมหนีเที่ยวไปกับกิ๊กอีก ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน จนพี่แกทนไม่ไหว บากหน้ามาหาผมถึงบ้าน(ทั้งๆที่เบอร์ก็มีไม่เสือกโทรมา โชคดีที่วันนั้นแม่ไม่อยู่-.- เพื่อมาขอร้องให้ผมช่วย สืบจนเจอว่ากิ๊ก(หลอกๆ)ของพี่แจคือเพื่อนสนิทที่พึ่งกลับมาจากต่างประเทศ พี่แจเลยถือโอกาสนี้แก้แค้นพี่แจ็คซึ่งแมร่งก็ได้ผลมาก พี่แกคงจะเข็ดไม่กล้านอกใจ นอกกายเมียอีกแน่นอน


Rrrrrrrrrrrrrr~~~~~~


ก่อนที่จะลงทะเลไปไกลกว่านี้ เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของผมที่วางอยู่เบาะข้างคนขับ(สงสัยจะโยนไปพร้อมกระเป๋า)ก็ดังขัดขึ้นมาซะก่อน

‘พี่แจ็ค’

ติ๊ด!

“ผมกำลังไปครับพี่” พอรู้ว่าปลายสายเป็นใครผมก็กดรับสายแล้วรัวเสียงลงไปทันที

“อ่าวกรรมเลยหรรม กูว่าจะโทรมาบอกมึงว่าไม่ต้องมาแล้ว” จบประโยคของพี่แจ็คผมก็ตีไฟเลี้ยวเข้าจอดข้างทางทันที

“ไอ้ห่าพี่แจ็ค! พี่ไม่บอกผมพรุ่งนี้เลยล่ะวะ รู้มั้ยว่ามันคนละทางกับบ้านผมเลยนะพี่!” ผมโวยวายใส่พี่แจ็คเสียงดังแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถ   ...ก็แมร่งถึงครึ่งทางแล้วไง!!!

 “เออกูขอโทษ ก็กูปรับความเข้าใจกับยองแจเรียบร้อยแล้ว มึงไม่ต้องมาแล้วก็ได้ แล้วก็ขอบคุณมึงมากนะไอ้น้องรักที่ช่วยกู” ช่วย? กูไปช่วยอะไรตอนไหนวะ?

“เดี๋ยวพี่ ผมไปช่วยอะไรพี่ตอนไหนวะครับ?” สงสัยก็ต้องถามครับ

“ก็ทำตามที่มึงบอกกูไง เป๊ะเลย ฮ่าฮ่าฮ่า”**

“ห๊ะ!! ฮะ..เฮ้ย! อย่าบอกนะว่า...”






2วันก่อน

'แบม มึงสืบดูอีกดิ๊ว่าไอ้เหี้ยนั่นเป็นใคร!' พี่แจ็คหันมาแหกปากใส่ผมด้วยคำถามเดิมครั้งที่ล้าน!!

'โอ้ยไอ้พี่แจ็ค ช่วยมีสติหน่อยได้มั้ยห๊ะ! ก็บอกแล้วไงว่าเพื่อน  เพื่อนอ่ะเพื่อน เพื่อน!!!!' บอกเลยครับว่าเพลีย ปวดจิตกับพี่แมร่งชิปหาย!

'แต่แจเปลี่ยนไป เพื่อนอะไรจะตัวติดกันขนาดนั้น ไปเที่ยวด้วยกันก็บ่อยแถมไม่บอกกูซักคำว่าไปไหน โทรไปก็ไม่รับ ไปหาก็ไม่อยู่ กูจะบ้าตายอยู่แล้ว!!!!' ร่างหนาตรงหน้าแหกปากร้องลั่น พร้อมกับเอามือลูบหน้าตัวเองที่ติดจะอิดโรยเพราะไม่ได้นอนติดกันมาหลายวัน

'ความผิดของพี่เองปะล่ะ ที่ทำสันดานเหี้ยจนพี่ยองแจรับไม่ได้'

'กูไม่ได้ทำอะไรเลยนะเว้ย! ก็น้องเค้าเดินมาหากูเอง..' จากที่เสียงดังในตอนแรก กลับแผ่วในตอนท้ายประโยค บ่งบอกชัดเจนว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีแค่นี้แน่นอน

'เป็นผมนะ มีผัวใหม่ไปนานละ ไม่รู้พี่แจทนคบกับเหี้ยมาได้ไงตั้งเป็นปีๆ' พูดพลางส่ายหัวเบาๆอย่างเอือมละอา

'เออ! กูรู้แล้วว่ากูเหี้ย ไม่ต้องตอกย้ำได้มั้ย! ให้มาช่วยไม่ได้ให้มาด่า' แล้วก็โวยวายบ่นงุ้งงิ้งอยู่คนเดียว


...และด้วยความที่ผมรำคาญ ผมเลยลั่นวาจาไปแบบที่ไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมา...



'โว้ย!! ถ้ามันยุ่งยากขนาดนั้นก็จับปล้ำแมร่งเลย!'




...........





ปัจจุบัน

“ใช่  ไม่คิดเลยว่าแผนนี้มันจะได้ผลดีขนาดนี้ เมื่อคืนนี้แมร่งโคตรร้อนแรง พูดแล้วแมร่งขึ้น ทำให้กูหลงแจหนักกว่าเดิมอีก โคตรเด็ดเลยมึง! /อือ.../ เมียกูตื่นแล้วงั้นแค่นี้นะไอ้น้องชาย เดี๋ยวป๋าเพิ่มเงินค่าจ้างให้เป็นสองเท่าเลย ไปละ บรั๊ยส์~”


ติ๊ด!


“...............” ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก..

อึ้งแดกสิครับ ยิ่งเสียงพี่แจที่ครางแผ่วเมื่อกี้ ผมนี่เสียวไข่แว๊บ แต่ใครจะไปคิด ว่าผมที่ยังไม่ได้ทำห่าอะไรเลยก็ได้ตังค่าจ้างเพิ่มตั้งสองเท่า งานเสร็จ เงินก็มีเก็บเพิ่ม โอ๊ย! สบายล่ะสิมึงไอ้แบมเอ๊ยยย


.



.



.


WRITER PART.


โคนิกเซกก์ ซีซีเอ็กซ์  สีควันบุหรี่แล่นเข้าจอดสู่ตัวบ้านหลังใหญ่เทียบเท่าคฤหาสน์เลยก็ว่าได้

แบมแบมก้าวลงจากรถแล้วส่งกุญแจให้คนรถจัดการต่อก่อนที่เจ้าของขาเรียวจะเดินเข้าไปในบ้าน จุดหมายปลายทางคือห้องครัวที่มีกลิ่นหอมของอาหารโชยออกมา ส่งผลให้ร่างบางที่ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องตั้งแต่เช้าเป็นอันต้องเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะไปให้ถึงที่หมายเร็วขึ้น

“แม่ค้าบบบบ หนูหิว~” ร่างบางของแบมแบมสวมกอดผู้เป็นมารดาที่ยืนทำขนมอยู่ในครัวจากข้างหลัง ส่งผลให้ร่างเพียวที่โดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งด้วยความตกใจ

“ตายจริงตาหนู! แม่ตกใจหมด แล้วนี่อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า” ร่างเพรียวที่ถึงแม้อายุจะเข้าเลขสี่แต่ก็ยังคงความสวยสง่าในแบบฉบับคุณหญิงของบ้าน มือเรียวบางเอื้อมมาลูบหัวทุยของลูกชาย เอ่ยถามเสียงหวานด้วยความเป็นห่วง

“ยังเลยอ่ะแม่ หนูอยากกลับมากินข้าวฝีมือแม่มากกว่าอ่ะ” ร่างบางรีบอ้อนผู้เป็นแม่เพราะกลัวว่าตนนั้นจะโดนดุที่ทานข้าวไม่ตรงเวลา แบมแบมจะเป็นเด็กดีเสมอเมื่ออยู่กับแม่...

แต่ใครจะรู้ว่าภาพครอบครัวที่อบอุ่น คุณลูกน่ารัก คุณแม่ใจดีนั้นเป็นเพียงการแสดงหยอกเล่นของแม่ลูกตระกูลภูวกุลเท่านั้น..


“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้กินข้าวให้ตรงเวลา! พูดไม่เคยฟังเลยเด็กคนนี้ ฮึ!” ร่างเพียวจัดการหยิกแขนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปทีโทษฐานดื้อไม่เชื่อฟัง ไม่เคยใส่ใจดูแลตัวเองเลยลูกฉัน

“โอ้ยคุณหญิง หนูเจ็บนะ!” ร่างบางทำหน้ายู่ พลางลูบแขนที่โดนมารดาหยิกป้อยๆ

“ย่ะ! ไปนั่งรอที่โต๊ะเลย ทำเป็นมากอด ขนลุก บรื๋อ~  ..ป้าเปิ้น จัดโต๊ะเลยจ่ะ ฉันฝากเก็บกวาดด้วยนะจ๊ะหมิว” สั่งลูกชายเสร็จก็หันไปสั่งแม่ครัวก่อนที่ร่างเพรียวจะเดินมาหาลูกชายที่โต๊ะทานอาหารพร้อมกับเรื่องสำคัญที่เธอต้องบอกกับลูกชาย

“เอ้อตาหนู แม่ว่าจะไปฮันนีมูนกับพ่อซัก2-3เดือน หนูอยู่ได้มั้ย” ร่างเพียวพูดขึ้นมาทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้ทรงสวยที่ราคาไม่ได้สวยเลยซักนิด

“ห๊ะเดี๋ยว!? ที่ไหน! เมื่อไหร่! อะไรอ่ะคุณหญิง ทิ้งหนูได้ไง แล้วหนูจะอยู่กับใครอ่าาา~” ร่างบางโวยวายขึ้นมาทันทีที่คุณหญิงของบ้านพูดจบ

“ใจเย็นๆสิ ปกติก็ไม่ค่อยเห็นอยู่บ้านหนิ แม่ไม่อยู่แค่ไม่กี่เดือนทำเป็นโวยวาย” ปากสวยเบะลงแล้วมองบนใส่ลูกชายตัวน้อย

“กะ..ก็มันไม่เหมือนกันอ่ะ ทุกทีกลับบ้านมาก็เจอคุณหญิงหนิ” ถึงเขาจะชอบดื้อกับแม่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ติดแม่ แบมแบมอยู่กับแม่มากกว่าพ่อมาตั้งแต่เด็กจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ติดแม่มากกว่าพ่อ เพราะพ่อของเขาทำธุรกิจที่ต่างประเทศ นานๆจะได้กลับบ้าน ปกติคุณหญิงว่างก็จะไปเที่ยวหา ถ้าพ่อว่างก็ถือโอกาสมาพักผ่อนที่บ้าน แต่นี่มันนานเกินไป เขาจะอยู่ยังไงถ้าไม่ได้ทะเลาะกับคุณหญิง(?)

“งั้นเราก็ไปกับแม่สิ มหาลัยปิดเทอมนานหนิ” คุณหญิงเสนอขึ้นเพราะรู้ว่ายังไงลูกชายของเธอก็ไม่มีทางไปด้วยอยู่แล้ว ..ถ้าไปก็เสียแผนที่ฉันวางไว้พอดีสิ หึหึ

“ก็ดีเหมือนกะ- เฮ้ย! ไม่ได้ๆ!!” มันก็ดีหากเขาไปกับคุณหญิง นอกจากจะได้เที่ยวเขายังได้ไปหาพ่ออีกแต่เขาคงลืมไปว่าเขามีภารกิจที่สำคัญกว่านั้นมาก ยังไงอนาคตมันก็คือของขวัญอันล้ำค่าของคุณหญิง เขาจะทำพลาดไม่ได้ เหลือแค่งานเดียวก็ได้เงินครบแล้ว วันเกิดคุณหญิงก็ใกล้เข้ามาทุกที งานนี้ต้องยิ่งใหญ่

“ทำไมล่ะ? แล้วทำไมหนูต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะย๊ะ?”คุณหญิงถามลูกชายด้วยความสงสัย เมื่อกี้ยังทำหน้าเศร้าอยู่แท้ๆ อารณ์แปรปรวนแฮะลูกคนนี้

“ไม่มีอะไรๆ คุณหญิงไปเถอะ หนูอยู่ได้” ร่างบางรีบแก้ตัว ก่อนจะยิ้มแฉ่งเมื่อแม่บ้านเอาอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ





“ตาหนู แม่ลืมบอก” หลังจากที่ทานอาหารกันไปได้ซักพักคุณหญิงก็พูดออกมาทำลายความเงียบ ก็ลูกชายเค้ากินอย่างเดียวไม่สนใจใครเลยนะสิ

“อะไรหรอคุณหญิง” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมาถามผู้เป็นแม่อย่างสงสัย

“วันนี้ลูกชายของเพื่อนแม่จะมาทานข้าวที่บ้านเรานะ” คุณหญิงบอกพลางรวบช้อนเมื่อทานอิ่มแล้ว

“เพื่อนคนที่คุณหญิงเคยเล่าให้ฟังน่ะหรอ” ถามออกมาทั้งๆที่ข้าวยังเต็มปาก

“ใช่ พี่เขาเรียนที่ไทย แล้วแม่ก็อยากให้หนูไปอยู่กับพี่เค้าด้วย แม่จะได้หายห่วง” ปากสวยยกยิ่มกริ่มอย่างอารมณ์ดี

“แล้วทำไมต้องยิ้มสยองแบบนั้นด้วยอ่ะ คุณหญิงคงไม่คิดจะทำอะไรแปลกๆอีกแล้วใช่มั้ย” ร่างบางถามออกไปอย่างไม่ไว้ใจ คุณหญิงบ้านนี้โรคจิตน่ะครับ ถ้าคิดจะทำอะไรแล้ว เหนือความคาดหมายแน่นอน

“อะไรแปลกๆนี่คืออะไรย๊ะ แม่แค่เป็นห่วงกลัวหนูจะเหงา เพราะแม่ให้คนงานลาพักร้อนกลับบ้านกันหมด หนูก็ต้องอยู่บ้านคนเดียวซึ่งคุณแ่ม่ไม่ปลื้ม เอาเป็นว่าเราค่อยคุยกันต่อแล้วกัน แม่ไปเอนหลังซักหน่อย ช่วงนี้เมื่อยๆน่ะ” คุณหญิงพูดอย่างใจเย็นให้ดูน่าเชื่อถือเพื่อหลอกล่อลูกชายด้วยคำพูดก่อนจะหนีออกจากห้องอาหารให้ลูกชายได้อยู่กับความคิดของตัวเอง

“คุณหญิงต้องคิดจะทำอะไรแน่ๆ เรื่องนี้แมร่งต้องมีเงี่ยนงำ รู้สึกมีรางสังเห่าแปลกๆ” ร่างบางมองตามหลังของผู้เป็นแม่ที่วันนี้ทำตัวแปลกๆ เขาไม่มีปัญหาหากต้องไปอยู่กับคนอื่น เพราะยังไงเราก็ไม่รู้จักกัน ต่างคนต่างอยู่ก็สบายแล้ว หลังจากคิดวนไปมาจนมึนหัว เจ้าของแก้มกลมก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันมาสวาปามอาหารตรงหน้าต่อ


.



.



.


ตกเย็น



BAM PART.


หลังจากที่ผมกินข้าวเสร็จผมก็ขึ้นมานอนเล่นอยู่บนห้องจนเผลอหลับไป

ไม่รู้ว่าผมหลับไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีคือป้าเปิ้นขึ้นมาตาม ให้เตรียมตัวลงไปกินข้าวบอกแขกมารอแล้ว ก็คงจะเป็นลูกเพื่อนคุณหญิงนั่นแหละ ผมจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จก็ลงไปข้างล่าง ได้ยินเสียงคนคุยกันดังออกมาจากห้องนั่งเล่น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงคุณหญิง ความขี้เสือกอยู่เหนือทุกอย่างผมอยากรู้เหมือนกันว่าลูกเพื่อนแม่นี่จะหน้าตาเป็นยังไง ต้องหล่อน้อยกว่าผมแน่นอน

“อ่าว ลงมาแล้วหรอย๊ะตาหนู” ภาพที่ผมเห็นตอนนี้คือคุณหญิงที่นั่งอยู่โซฟาตัวยาวส่วนลูกชายเพื่อนก็นั่งอยู่โซฟาเดี่ยว เห็นแต่หัวโด่เด่เพราะหันหลังให้ผม

แต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆเพียงแค่เห็นปลายเส้นผมของเขา..

“อ่าวตาหนู ยืนเอ๋ออยู่ทำไมล่ะลูก มาทำความรู้จักกับพี่เขาสิจ๊ะ” คุณหญิงที่อารมณ์ดีแปลกๆเดินมาจูงมือผมให้ไปนั่งที่โซฟาตัวยาวก่อนจะผายมือไปทางลูกชายของเพื่อนแม่

ผมหันไปมองและกำลังจะยกมือไหว้เพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่าผม แต่ก็เป็นอันต้องหยุดซะงัก

ตากลมโตของผมเบิกกว้าง มองผู้ชายตรงหน้าอย่างตกตะลึงและไม่เชื่อสายตาตัวเอง มือประกบค้างกลางอากาศ อ้าปากพะงาบๆจะพูดก็พูดไม่ออก ก่อนที่จะตกใจไปมากกว่านี้คุณหญิงก็พูดขึ้นมา


นี่พี่มาร์ค ลูกชายคนโตของตระกูลต้วน สวัสดีพี่เค้าสิลูก” ชิปหายแล้วไงมึง!!

ผู้ชายหน้าตาดีที่นั่งอยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้คือคนเดียวกันกับผู้ชายที่ผมพึ่งเจาะข้อมูลของเขาเมื่อเช้า แถมทิ้งไว้รัสเบาะแสให้เขารู้ตัวอีกว่าผมเป็นใคร คนระดับนี้ไม่มีทางที่จะไม่สืบหาข้อมูลผมแน่นอน และถ้าให้เดา เขาก็คงรู้แล้วว่าไอ้เหี้ยที่ไปเสือกเรื่องของเขานั้นคือผม!

"สะ ส..สวัสดี...เอ่อ ครับ" อย่ารนไอ้แบมอย่ารน มึงต้องใจเย็นๆ คุณหญิงยังไม่รู้แน่นอน ทำไมผมถึงรู้ว่าคุณหญิงยังไม่รู้น่ะหรอ ก็ไอ้หน้านิ่งๆที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆของมันนี่แหละ ทำให้ผมรู้ว่ามันไม่มีทางพูดอะไรที่ไม่เกิดผลประโยชน์ต่อตัวมันแน่นอน พวกหัวนักธุรกิจ ไม่ทำอะไรโดยไม่วางแผนมาก่อน

“เจอกันอีกแล้วนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มหูที่ดังออกมาจากปากเรียวทำให้ผมเบิกตากว้างหันไปมองคุณหญิงอย่างลืมตัว กลัวว่าจะรู้ความลับของผม

“ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วยตาหนู ทำตัวแปลกๆนะเราเนี่ย” คุณหญิงหมวดคิ้วมองผมอย่างไม่เข้าใจ ผมรีบดึงสติของตัวเองกลับมาก่อนจะทำตัวมีพิรุธมากกว่านี้

“หนูแค่ตกใจไงคุณหญิง มันบังเอิญไง” ผมแก้ตัวเสียงเรียบให้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมไม่รู้ว่าไอ้พี่มาร์คอะไรนี่จะเห็นผมที่สวนสนุกรึป่าวแต่ขอตามน้ำทำ้ป็นรู้จักกันไปก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวผมเอง

“หรอจ๊ะ งั้นคุยกันไปก่อนนะ แม่ขอไปดูกับข้าวในครัวก่อนว่าเรียบร้อยรึยัง” พูดจบคุณหญิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที  ผมที่ยังทำตัวไม่ถูกเผลอลุกขึ้นจะเดินตามคุณหญิงไป ก่อนจะนึกได้ว่าต้องเคลียร์กับไอ้พี่มาร์คอะไรนี่ก่อน

คิดได้ดังนั้นผมก็กลับหลังหันกลับมา ในหัวมีคำถามมากมายที่เตรียมจะพ่นออกมา แต่พอหันกลับมาคำถามทุกคำถามในหัวมันกลับมลายสลายหายไปหมดสิ้น คำพูดที่กำลังจะเอ่ยจำต้องกลืนมันลงไปอยู่ที่เดิม ใบหน้าหล่อเหลาที่ห่างจากใบหน้าขาวใสของผมไม่กี่เซ็นลมหายใจที่เป่ารดกันไปมาทำให้ผมชะงักค้าง ร่างกายหยุดนิ่งโดยอัตโนมัติ เกิดอาการเดดแอร์เฉียบพลัน

ผมรีบตั้งสติแล้วหลบสายตาของไอ้พี่มาร์คไปมองทางอื่น คนเหี้ยอะไรโคตรหล่อ จมูกนี่จะโด่งไปไหน ต่างจากผมที่โด่งรั้นอย่างกับของผู้หญิง ตัวก็โคตรสูง ผมสูงเท่านมมันเองเนี่ยเชื่อมั้ย(รึกูเตี้ยวะ -?-)

“อะ..เอ่อ เราเคยเจอกันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบครับ” ก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ผมก็ถามออกมาทันทีที่หาเสียงตัวเองเจอก่อนจะรีบถอยออกมาอยู่ในระยะที่ปลอดภัย

“หึ” แต่คำตอบที่ผมได้กลับมาคือเสียงหัวเราะในลำคอทั้งๆที่หน้าพี่มันยังนิ่งสนิทอยู่เลยแท้ๆ แบบนี้มัน..

“กวนตีน” ไวเท่าความคิดก็ปากผมนี่แหละครับ กวนมาก็กวนกลับครับ เท่าเทียม


หมับ!  พรึบ!


“อย่าพูดคำหยาบกับฉัน ฉันไม่ชอบ” ผมที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็โดนร่างสูงตรงหน้าผลักลงบนโซฟาตามด้วยแขนแกร่งที่คร่อมกักตัวผมไว้ ผมตกใจเล็กน้อยก่อนจะสบสายตาเข้ากับดวงตาสีดำสนิทน่าหลงไหลที่ถึงแม่จะเรียบนิ่มไร้อารมณ์ แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจ

“ทำไมผมต้องทำตามที่คุณบอก” เหมือนเห็นกระแสความไม่พอใจวิ่งผ่านแววตาคม

"ทำไมครับ โมโหหรอ อ้อ หรือว่าที่ผ่านมาคงไม่มีใครกล้าหือกับนักธุรกิจใหญ่ยักษ์  เอ.. หรือจะต้องเรียกว่าเจ้าพ่อมาเฟียดีน๊าาา" เสียงขบกรามที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์ของคนที่คร่อมตัวผมอยู่เริ่มทำให้ผมรู้สึกสนุก ใบหน้าหล่อที่เรียบนิ่งทุกครั้งที่มองมากำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกธร

แต่แล้วลอยยิ้มก็จุดขึ้นมาบนมุมปากหยัก แววตาเปลี่ยนไป อ่านยากจนผมไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคิดอะไรอยู่

"สนุกพอแล้ว" จบประโยคร่างหนาก็กระแทกปากลงมาบนริมฝีปากอวบอิ่มของผมทันที ด้วยความตกใจและไม่คาดคิดทำให้ผมไม่ทันระวังตัวเผลอเปิดปากที่ร้องด้วยความตกใจส่งผลให้ลิ้นร้อนเข้ามาควานหาความหวานในปากของผมอย่างง่ายดาย


“อือ..อื้อ!”


จะ..จูบ! เขาจูบผม!


แล้วมันก็ไม่ใช่การจูบแบบธรรมดา เขาทั้งกัด ทั้งดูด ร่างหนาพยายามจะต้อนลิ้นของผม แต่ผมไม่ยอม จึงเกิดสงครามเล็กๆส่งผลให้น้ำสีใสไหลออกมาตามมุมปากจนเกิดเสียงดังจ๊วบชวนให้ใจสั่น

และเมื่อผมไม่ยอม ไอ้พี่มาร์คมันก็ไม่ยอมเหมือนกัน มันกัดปากผมจนได้กลิ่นคาวของเลือดทำให้ผมเจ็บจนเผลอร้องออกมา

"อ๊ะ.." และนั่นก็เท่ากับว่าผมเปิดโอกาศให้ร่างสูงตรงหน้าช่วงชิงความหวาน ดูดดุนลิ้นเล็กของผมจนเกือบเคลิ้ม


จูบเก่งเป็นบ้าเลย!!


จนเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก มือที่ผมเคยผลักไสกลับกลายมาเป็นเกี่ยวรั้งคอของร่างสูง ลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดดูดดุนลิ้งเล็ก มือหนาเลื่อนขึ้นมาจับที่ท้ายทอยขาวของผมปรับเปลี่ยนองศาในการจูบ

จากจูบร้อนแรงแปรเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นจูบที่อ่อนหวานจนร่างขาวเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเพราะรู้สึกถึงมือหนาหยาบกร้านที่กำลังลูบไล้อยู่ที่หน้าท้องขาว และกำลังจะเลื่อนขึ้นไปหาเม็ดทับทิมสีหวาน

และก่อนที่เรื่องบ้าๆนี้จะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ร่างบางที่สติเริ่มกลับมาก็ดิ้นขัดขืนจนพี่มาร์คต้องถอนปากออกอย่างเสียดาย

"ฮะ..แฮก" จูบที่ยาวนานช่วงชิงลมหายใจของผมจนสมองขาวโพลน เคลิบเคลิ้มจนแทบฉุดไม่อยู่ ทำให้สติของผมยังกลับมาไม่ครบ

ใบหน้าขาวใสที่แดงเพราะแรงอารมณ์ ดวงตาหยาดเยิ้ม ปากอิ่มบวมเจ่อและน้ำสีใสที่ไหลออกมาตรงมุมปาก ทำให้พี่มาร์คอดใจไม่ไหวจนต้องก้มลงไปดูดปากอิ่มแดมเพื่อซับน้ำลายและดูดปากผมอยู่หลายที จนเกิดเสียง

'จุ๊บ'

"อื้ออ" ผมที่สติกลับมาครบต้องดันหน้าพี่มาร์คออกและหันหน้าหนีพี่มันถึงจะยิมหยุด ก่อนที่ความร้อนจะวิ่งมารวมกันบนใบหน้าจนรู้สึกร้อนหน้าไปหมด ปากอิ่มของผมเม้มเข้าหากันแน่น



กูทำอะไรลงไป๊!?!?



“หวาน” เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหูยิ่งให้ให้หน้าผมร้อนยิ่งกว่าเดิม


นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึงต้องมาโดนอะไรแบบนี้ ทั้งๆที่ก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ ถึงจะสมยอมนิดนึง(?)ก็เเถอะ

“ถ้านายพูดคำหยาบกับฉันอีก ฉันจะจูบนาย” ไอ้เหี้ยยยย แบบนี้มันก็เข้าทาง-- อะแฮ้ม แบบนี้ก็แย่สิวะ เล่นแบบนี้ขนาดชายแท้อย่างผมยังสั่นคลอน แล้วจะรอดมั้ยเนี๋ยยยย

“รู้แล้วๆ ถอยออกไปสิ!” ผมรีบดันหน้าด้านๆของร่างหนาออกไปทันทีที่พี่มันก้มลงมา นี่คือกูยังไม่ได้พูดไรเลยจะจูบกูแล้ว -///-

“เด็กๆ แม่จะเข้าไปละน๊า” เสียงคุณหญิงที่ดังมาจากหน้าห้องนั่งเล่นทำให้ผมผลักร่างหนาของพี่มาร์คออกแล้วรีบดีดตัวขึ้นจากโซฟาทันที ความรู้สึกที่พึ่งผ่านมาเมื่อซักคู่ยังตราตรึงอยู่ในจิตใจและร้อนผ่าวๆบนริมฝีปากจนต้องยกมือขึ้นมาจับ


ปากเจ่อเลย!


           “อาหารเสร็จแล้ว ไปทานข้าวกันเถอะจ่ะ” คุณหญิงเดินเข้ามาบอกแค่นั้นก่อนจะเดินออกไป แต่ผมสังเกตเห็นหน้าคุณหญิงมันแดงแปลกๆ ไหนจะรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่เหมือนจะหุบยิ้มไม่ได้นั้นอีก อย่าบอกนะว่า...

           “หึหึ” เสียงหัวเราะในลำคอดังมาจากทางด้านหลังมันทำให้ผมได้สติและพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังจับปากเจ่อๆของตัวเองค้างไว้อยู่ และคงเดาไม่ยากว่า คุณหญิงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด!!


บึ้ม!


เสียงอะไรน่ะหรอ เสียงหน้าผมระเบิดเองครับ



ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หื่นกาม ไอ้โรคจิต!!!!!





70%





“กลับบ้านดีๆนะลูก” หลังจากกินข้าวเสร็จคุณหญิงก็ลากผมออกมาส่งไอ้พี่มาร์ค ผมจะกัดฟันพูดดีกับมันแค่ต่อหน้าคุณหญิงเท่านั้นแหละ ตอนกินข้าวคุณหญิงฝากฝังผมไว้กับมัน จะให้ผมไปอยู่กับมันแต่ผมไม่ยอม ถึงจะบอกว่าเหล่าแม่บ้านนับสิบลาพักร้อน มีจัดเวรมาดูแลบ้านอาทิตย์ละสามครั้งยังไงผมก็จะอยู่บ้าน  อย่างน้อยก็ยังมีลุงยาม 3-4 คนคอยเฝ้าบ้านผมตลอดเวลา แค่นี้ก็ไม่เหงาแล้ว...มั้ง

“เอ้าตาหนู มาลาพี่เค้าสิลูก พี่เค้าจะกลับแล้ว” คุณหญิงหันมาบอกผมเมื่อผมยังยืนนิ่งไม่คุยกับใคร

“สวัสดีครับพี่มาร์ค กลับให้ถึงบ้านนะครับ ..งั้นหนูไปนอนแล้วนะแม่” หลังจากลาลูกสุดที่รักของคุณหญิงตามที่คุณหญิงสั่ง ผมก็ขอตัวออกมาทันที ผมรู้สึกไม่อยากมองหน้าพี่มันตั้งแต่ที่โดน จะ..จูบ   มันรู้สึกแปลกๆ เหมือนร้อนๆที่หน้ายังไงไม่รู้ พอนึกถึงตอนนั้นทีไรก็เผลอยกมือขึ้นมาแตะที่ปากอิ่มของตัวเองอยู่เรื่อยเลย ก่อนจะได้สติผมก็รีบวิ่งเข้าห้องตัวเองทันที กลัวใครจะมาเห็นหน้าแดงๆของตัวเอง..




อีกด้าน

“ตาหนูก็ดื้อแบบนี้แหละ ไหวรึป่าวล่ะลูก” ร่างเพรียวของคุณหญิงเอ่ยถามชายร่างสูงตรงหน้า

“หึ ครับ” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมกับมองตามร่างเล็กที่ไม่กล้าสบตากับเขาตั้งแต่ตอนนั้น

**อยากขย้ำให้จมเตียง **


แค่นึกถึงสีหน้าตอนนั้น...

ปากแดงเผยอเล็กน้อย ตาสวยคลอไปด้วยน้ำตาเพราะแรงอารมณ์ แก้มเนียนแดงระเรื่อ ไหนจะเสียงหอบหายใจนั่นอีก แค่คิดเขาก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

“แม่อนุญาตให้ฉุดถ้าตาหนูดื้อ” เสียงหวานเอ่ยออกมาอยากเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม

“ถึงคุณแม่จะไม่อนุญาต” เสียงทุ้มต่ำเอ่ย

“หืม?” คุณหญิงครางในรำคอ เลิกคิ้วมองว่าที่ลูกเขยอย่างประเมิน

“ผมก็จะฉุด” และเหมือนกับว่า ว่าที่ลูกเขยคนนี้จะถูกใจคุณหญิงเป็นอย่างมาก









หลายวันต่อมา..


BAM PART.

นี่ก็ผ่านมาเกือบจะอาทิตย์นึงแล้วที่คุณหญิงหนีออกจากบ้านไปหาผู้ชาย ซึ่งก็คือพ่อผมเอง -.-  การที่เราต้องอยู่บ้านคนเดียวที่บ้านแมร่งใหญ่เกือบจะเท่าศาลากลางจังหวัดนี่มันไม่ตลกเลยนะครับ แมร่งโคตรหลอน ผมก็อยู่บ้านบ้างไม่อยู่บ้านบ้าง เอาจริงๆเงินที่ผมเก็บมันเกินค่าน้องหมาคุณหญิงมาแล้วแหละหลังจากที่ได้จากพี่แจ็คมา แค่งานแรกค่าจ้างผมก็เฉียดครึ่งแสนแล้วครับ(หมาราคาสองแสนห้า -..-)

 เอาล่ะ เรากลับมาที่ปัจจุบัน วันนี้ผมมีนัดกับไอ้เพื่อนเหี้ย นั่นก็คือยุคยอม เพื่อนเหี้ย เพื่อนตาย เพื่อนจังไร เพื่อนที่แมร่งรู้ทุกอย่าง บางเรื่องนี่ผมยังไม่รู้เลยเรื่องของตัวเองเนี่ย มันแมร่งรู้มากกว่าผมอีก เพราะฉะนั้นมีเพื่อนแบบนี้ควรเก็บไว้นะครับ ไม่ใช่ว่ารักมันมาก แต่แมร่งรู้ความลับเราเยอะไปเดี๋ยวตีกันขึ้นมาแมร่งเอาความลับเราไปแฉนี่ชิปหายบรรลัยเกิดแน่นอนครับ

ผมเดินลงมาข้างล่างในเวลาที่เกือบจะสามทุ่มครึ่ง คือเตรียมตัวจะไปเที่ยวแล้วไง แต่ผมรู้สึกว่าวันนี้มันแปลกๆ มันเงียบแปลกๆ

ก็รู้แหละว่าปกติมันก็เงียบ แต่วันนี้อารมณ์มันต่างกัน มันเหมือนกับว่าอีพื้นที่ที่เกินครึ่งร้อยตารางไร่นี่เราอยู่คนเดียว แต่ก็ช่างมันเถอะ บ้านผมนี่พอๆกับคุกเลย ระบบความปลอดภัยแน่นหนา แมลงยังเข้ามาไม่ได้เลยเถอะ

ว่าแต่ยามหายไปไหนหมด ทำงานกันยังไงวะเนี่ย

 คงจะอยู่กันแถวนี้แหละมั้ง

ผมเดินผิวปากชิวๆมาที่แรมโบคันโปรด อารมณ์การเลือกรถขับขึ้นอยู่กับที่เที่ยวด้วยนะ ทำไงได้ก็คนมันรวย อยากขับคันไหนก็ได้โตแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า


พรึบ!

“เหี้ย!!!” อยู่ดีๆไฟทั้งโรงรถก็ดับพรึบพร้อมกันหมด ว่าแล้วว่าแมร่งต้องแปลกๆ ผมหันกลับไปมองที่ตัวบ้านปรากฏว่าดับทั้งหลัง มันต้องไม่ปกติแน่ๆ คุณอาจจะคิดว่ามันอาจจะแค่ไฟดับธรรมดา แต่มันไม่ใช่น่ะสิครับ ที่บ้านผมมีระบบไฟฟ้าสำรอง ถ้าวันไหนระบบไฟฟ้าหลักขัดข้อง ระบบไฟฟ้าสำรองจะทำงานทันที แต่นี่แมร่งมืดไปหมดเลยไง

“เฮ้ยๆ ไม่ได้ๆ! มึงจะดับทั้งหมดแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวปลาคุณหญิงตาย!!!” ผมโวยวายขึ้นมาเสียงดังทันทีที่สายตาผมมองทะลุเข้าไปในตัวบ้านตรงตู้ปลาคุณหญิง คือจริงๆมันก็มองไม่เห็นหรอก แต่จากจุดตรงที่ผมยืนอยู่เนี่ย มันจะตรงกับหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ที่มองเข้าไปจะเห็นตู้ปลาคุณหญิงพอดี ถ้าไฟทั้งหมดมันไม่ทำงาน ก็แสดงว่าออกซิเจนตู้ปลาไม่ทำงาน มันยิ่งเป็นปลาผู้ดีอยู่ไอ้เหี้ย ตายห่าขึ้นมานี่ซวยกันทั้งบ้านแน่

ผมวิ่งเข้าไปในบ้านหลังจากโวยวายจบ  เป้าหมายคือตู้ปลาคุณหญิง  แมร่งไม่ทำงานจริงๆด้วย ผมหยิบแท็ปขึ้นมาเช็คระบบไฟว่ามันผิดพลาดตรงไหน

[AUTO] ระบบไฟฟ้าหลัก [ปกติ] [ เปิดใช้งาน ]

[AOTO] ระบบไฟฟ้าสำรอง [ปกติ] [ ปิดใช้งาน ]

“เหี้ย เหี้ย! เหี้ย!!” โจรขึ้นบ้านกู ชิปหายละ ร้อยวันพันปีไม่เคยมี ทำไงดีวะ เก่งแต่เสือกเรื่องชาวบ้านด้วยสิ เรื่องออกกำลังนี่ขี้ไก่มาก


พรึบ! หมับ!


“ฮะ- อื้อ!!!!” ผมที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากำลังจะโทรหาผู้กอง(กิ๊กเก่าคุณหญิง)ว่าบ้านผมแมร่งกำลังจะมีเหตุก่อการร้ายก็มีมือมืดปริศนาโผล่มาจากทานด้านหลังล็อคตัวผมพร้อมกับปิดปากผมไว้ ผมดิ้นสุดชีวิต ทั้งเตะ ทั้งถีบ ทั้งจิก สัมผัสได้เลยว่าแมร่งตัวใหญ่มาก มันลากผมออกมาทางหน้าบ้านเลยยยย แมร่ง นี่ไม่เรียกว่าโจรขึ้นบ้านแล้ว นี่มันบุกบ้านชัดๆไอ้เหี้ย!!!! ผมดิ้นหนักเข้าไปอีกเมื่อข้างหน้าผมมีรถตู้สีดำคันใหญ่จอดรออยู่ มีพวกมันยืนอยู่ตรงนั้นสองสามคน คนขับแมร่งยืนสูบบุหรี่ชิวเหี้ยๆ นี่กูหลายแมร่งแล้วนะไอ้สัส ปล่อยกู๊วววววววว!!

“อื้อๆ!” ยิ่งผมดิ้นมันยิ่งล็อคผมแน่นกว่าเดิม นี่ตัวผมลอยอยู่นะเชื่อผมมั้ย  

มันกำลังจะดันตัวผมเข้าไปในรถโดยที่ไอ้คนขับกับอีกคนมันขึ้นไปนั่งรอแล้ว ส่วนอีกสองคนเปิดประตูรออยู่

 ผมใช้จังหวะที่มันเผลอคลายมือออกจากตัวผมหนีเอาตัวรอด


งับ!


“โอ้ย!” ผมกัดเข้าไปที่แขนมันจนจมเขี้ยว ก่อนจะสะบัดตัวหลุดออกมา ใส่เกียร์แมว(แมวเร็วกว่าหมานะรู้ยัง)วิ่งสุดชีวิต แต่สงสัยไอ้โจรมันนะเป็นมหาแมว ผมที่วิ่งออกมาได้ไม่กี่ก้าว ตัวผมก็ลอยหวือขึ้นไปแหมะอยู่บนบ่าของโจรอีกคน

“ไปกับเราดีๆเถอะครับ” ไอ้คนที่เปิดประตูรออยู่พูดขึ้น มึงยังจะมีหน้ามาพูดว่าไปดีๆอีกหรอไอ้เหี้ย!

“ไปดีๆพ่องมึงสิ! ถ้าคราวหน้ามึงอยากให้ใครไปกับมึงดีๆช่วยคลานเข่ามากราบแทบเท้าแล้วขออนุญาตนะ ไม่ใช่มาฉุดกันแบบเน้!! ไอ้เหี้- อื้อ!!” โวยวายยังไม่จบ ด่ายังไม่สะใจมันก็เอามือมาอุดปากผมไว้เหมือนเดิม

“ทำไมเมียนายน้อยเสียงดังจังวะ” ไอ้คนขับมันพูดขึ้นมาทันทีที่ไอ้มหาแมวมันแบกผมขึ้นมาบนรถได้สำเร็จ แต่เดี๋ยว อะไรเมียๆ มึงเมาอากาศหรอ จับผิดคนแล้วไอ้เหี้ย กูไม่ได้เป็นเมียใครไอ้สัส!

“อย่าพูดมาก รีบไปหานายเถอะ นายรอนานแล้ว” ไอ้โจรปิดประตูเสร็จไอ้มหาแมวก็ปล่อยตัวผมทันที ก่อนมันจะกลับไปนั่งไขว่ห้างกอดอก มึงชิวไปมั้ยห๊ะ? นี่มึงกำลังก่อการร้ายฉุดลูกของคุณหญิงกับคุณชายตระกูลใหญ่อยู่นะเฮ้ย!?

“เดี๋ยวๆ กูว่าพวกมึงเข้าใจอะไรผิดแล้วแหละ กูไม่ใช่เมียของใครกูเป็นผู้ชาย ผู้ชายนี่ไงพวกมึงก็เห็น เฮ้ย! สนใจกูหน่อย!!” ผมที่หันไปอธิบายเพื่อให้พวกมันเข้าใจแต่ดู๊ ดูพวกมัน แมร่งเมินผม เมินแบบทำเหมือนผมไม่ได้อยู่ตรงนี้ ผมบอกไปรึยังว่าพวกมันไม่ได้ปิดบังหน้าตา แมร่งมาแบบแห้งๆเลย นั่งหน้านิ่งคนละมุม ผมหันกลับไปมองบ้านของตัวเองที่มันพึ่งขับออกมาจากประตูบ้านผมเมื่อกี๊เลย เข้าง่ายออกง่านมั้ยล่ะ -.- ไฟในบ้านกลับมาสว่างจ้าทั้งหลังเหมือนเดิม ปกติทุกอย่าง แต่ไม่ปกติตรงเจ้าของบ้านแมร่งโดนฉุดออกมานี่ไง!!

เรื่องบ้าอะไรวะเนี่ยย!?


“แล้วนี้จะพากูไปไหน! ถามก็ตอบดิเฮ้ย ปล่อยกูลงเดี๋ยวนี้เลยนะกูไม่ไปไหนทั้งนั้น ปล่อยยยยย!!!!!” จากที่พวกมันไม่สนใจผม กลับกลายเป็นว่าต้องหันมามองผมหน้าตาตื่น

 ก็ผมบีบคอไอ้มหาแมวน่ะสิ แล้วเขย่ามันไปมาอย่างแรง จนมันหน้าดำหน้าแดงไอค่อกแค่ก

ดูเหมือนพวกมันพยายามจะไม่ทำร้ายผม ก็นะ ฟังจากสถานะที่มันเรียกผมแล้วมันคงไม่ได้จะมาทำร้ายผมหรอก

“เมียนายน้อยปล่อยมันเถอะครับ เดี๋ยวถึงแล้วเมียนายน้อยก็รู้เอง อย่าทำให้พวกผมต้องเดือดร้อนเลยครับ” ไอ้คนขับรถที่ขับรถอยู่หันมาพูดกับผมอย่างรนราน ตาก็มองไอ้มหาแมวไป มองถนนไปสงสัยกลัวเพื่อนมันจะตายคามือผม พร้อมกับสายตาข้อร้องของไอ้สามตัวที่เหลือ

“อ่อก แค่กๆ ปะ ปล่อยผมเถอะ.. ครับ” ไอ้หน้าแมวมันพยายามงัดมือผมออกจากคอ แต่ก็ไม่กล้าจับแรง กูไม่ได้บอบบางขนาดนั้นมั้ยล่ะ

“พวกมึงบอกมาก่อนว่าพวกมึงเป็นใคร! ไม่งั้นกูจะ.. ฆ่า.. มะ-”

ฟุบ!

อยู่ดีๆภาพตรงหน้าของผมก็เบลอไปหมดจนดูไม่รู้เรื่อง ร่างกายจะอ่อนแรงจนไม่มีแรงพูด และภาพสุดท้ายที่ผมเห็นคือเข็มฉีดยาในมือของไอ้คนที่ผมเคยกัดมัน ก่อนที่สติผมจะดับวูบไป... 







โปรดติดตามตอนต่อไป... 




ไรท์ขอโทษษษษษษษษ

งานเยอะมากค่ะทั้งงานที่บ้านและงานที่ม. ปัจจุบันปิดเทอมแล้วววว

เลยมาแก้ไขตอนนี้ให้เสร็จ ไรท์จะพยายามโผล่หัวมาอัพบ่อยๆค่ะ

ความคิดเห็น