ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านกันน้า ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาา ขอให้สนุกกับนิยายเรื่องนี้จ้า

ชื่อตอน : ฮาร์ท RW

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2562 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฮาร์ท RW
แบบอักษร

ฮาร์ท 

         ทุกคนต่างเคร่งเครียดกับการที่ต้องเลือกว่าจะเรียนที่ไหน เพราะแต่ละคนนั้นแน่นอนว่ามีความชอบแตกต่างกัน อย่างแครายชอบการต่อสู้เป็นชีวิตจิตใจโลแกนอยากเป็นแพทย์รักษาผู้คน เซล่าอยากเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้า และเพื่อนอีกสองคนที่ตอนนี้เปรียบเสมือนของตกแต่งบ้านของแครายคือ มิเกลชายหนุ่มผู้เงียบขรึม เขาอยากเป็นทหาร ที่สำคัญเขายังมีใบหน้าที่หล่อเหลาที่สุดในบรรดาเพื่อนชายของเธอ น้องสาวฝาแฝดของเขามิลินหญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนโยน อ่อนหวาน เรียบร้อยที่สุดในกลุ่มอยากเปิดร้านอาหารเล็กๆในหมู่บ้าน แม้ทั้งคู่จะเป็นแฝดกันแต่ใบหน้าของทั้งคู่ไม่เหมือนกันสักนิด ส่วนเธอมีความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้แม้แต่เพื่อนๆของเธอ คนที่รู้ความลับนี้มีเพียงพ่อแม่ของเธอเท่านั้น เพราะความลับของเธอยิ่งมีคนรู้มากเท่าไหร่จะทำให้พวกเขาและเธอไม่ปลอดภัย

         “เคท เคท เคทจ๊ะ!”

         เมื่อเซล่าเห็นเคทเพื่อนสาวนั่งเหม่อจึงเรียกเพื่ออยากให้เธอแสดงความคิดเห็นเรื่องโรงเรียนที่จะเลือกเรียน เคทสะดุ้งตื่นจากภวังค์ที่เธอคิดจึงถามเพื่อนไปว่า

         “อ่า โทษทีๆ เมื่อกี้คุยไปถึงไหนแล้ว”

         “ก็คุยถึงว่าเราตกลงกันว่าจะเรียนที่ไหนดี แต่คิดไปคิดมาพวกเราว่าจะเรียนที่เดียวกันไปเลยดีกว่า มีแต่เธอนั่นแหละที่นั่งเหม่อ”

         “อ่า งั้นหรอ แต่เราคิดว่าน่าจะไม่ได้เรียนที่เดียวกันกับพวกเธอน่ะ”

         คนอื่นๆต่างมองหน้ากันไปมาว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พวกเขาตกลงกันไปเมื่อกี้ไม่ใช่หรอว่าจะเข้าเรียนที่โรงเรียนของโซน่า หรือว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างที่พวกเขาไม่รู้หรือเปล่า

         “ทำไมเคทถึงคิดว่าจะไม่ได้เรียนที่เดียวกันกับพวกเราละ”

         โลแกนพี่ใหญ่ของกลุ่มเกิดความสงสัยจึงถามขึ้น ซึ่งคำถามนี้ทุกคนก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม

         “เพราะเราอยากไปเรียนที่โรงเรียนของเฟย์ราเทียร์ โรงเรียนฮาร์ทไงละ”

         “วะ… ว่าไงนะ ฮาร์ทงั้นเหรอ!”

         อย่าว่าแต่เซล่าเลยที่ตกใจพวกเขาก็ตกใจไม่แพ้กัน ก็ฮาร์ทน่ะถือว่าเป็นโรงเรียนเวทย์มนต์อันดับหนึ่งของเฟย์ราเทียร์เลยนะ คนที่จะเรียนได้ต้องฉลาดไม่เพียงเท่านั้นที่สำคัญต้องมีเวทย์มนต์ด้วย โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ทุกคนในเฟย์ราเทียร์ช่วยกันก่อตั้งโดยมีเฟย์ลีฟบราวน์เป็นผู้อำนาจการ ซึ่งเฟย์ลีฟบราวน์ถือว่าเป็นเฟย์ลีฟที่เก่งกาจมากในเฟย์ราเทียร์คนหนึ่ง

         แล้วทำไมเพื่อนเธอถึงอยากไปเรียนกันละเนี่ย เรื่องความฉลาดเธอไม่เถียงเพราะเคทเธอเป็นคนที่ฉลากหลักแหลมอยู่แล้ว แต่เรื่องเวทย์มนต์น่ะเป็นไปไม่ได้แน่นอนถึงพวกเขาทั้งห้าคนจะมีเวทย์มนต์กันทุกคนแต่เคทไม่มี! เคทไม่สามารถเรียนเวทย์มนต์ได้ด้วยซ้ำ ผีที่ไหนเข้าสิงเพื่อนเธอหรือเปล่านะ

         “เธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับเธอนะเคท เพราะเธอไม่มีเวทย์หวังว่าคงไม่ลืมนะ”

         มิเกลชายผู้เงียบขรึมเอ่ยออกมาเพราะเขาไม่คิดว่าเพื่อนสาวของเขาจะสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนนี้ได้

         “สำหรับเคทที่พวกเธอรู้จักคงไม่สามารถทำได้ แต่ว่านะ สำหรับเคทในแบบที่พวกเธอไม่รู้จักล่ะ”

         “หมายความว่าไง?”

         “คืออย่างงี้นะ ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วใช่ไหมว่าเลือดของเราเป็นโซน่าและเฟย์ราเทียร์อย่างละครึ่ง”

         “อ่าหะ พวกเรารู้จ๊ะเคทที่รัก แต่ว่าถึงเลือดครึ่งนึงของเธอจะเป็นเฟย์ราเทียร์แต่เธอก็ไม่ได้มีเวทย์เหมือนพวกเขานะ เพราะเธอเกิดที่โซน่าต่างจากพวกเรานะเคท”

         เซล่าพูดออกมาตามที่พวกเขารู้เรื่องนี้กันดีอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ของพวกเธอทั้งห้าคนไม่ใช่คนโซน่ามาแต่กำเนิด แต่พวกท่านได้ตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ในโซน่าหลังจากที่พวกเธอคลอดแล้วต่างหากพวกเธอจะมีเวทย์ก็ไม่แปลก แต่เคทคือคนที่เกิดที่โซน่าและยังมีเลือดของโซน่าไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่เคทต้องการจะบอกคืออะไรกันแน่

         “คือว่า... ที่จริงเราใช้เวทย์ได้น่ะ”

         เกิดความเงียบขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งหก ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ดีใจที่เพื่อนของเขาใช้เวทย์ได้ แต่ด้วยกฎของโซน่าไม่เคยมีใครละเมิดได้มาก่อน พวกเขาแน่ใจว่าชาวโซน่าทุกคนไม่ว่าจะอยู่หมู่บ้านไหนก็ตาม เมื่อกำเนิดภายในดินแดนนี้ไม่เคยพบเห็นคนที่สามารถใช้เวทย์ได้แน่นอน

         “เธอสามารถใช้เวทย์ได้งั้นหรอเคทเป็นไปไม่ได้น่า”

         โลแกนมองหน้าเคทอย่างพิจารณา ถ้าอย่างนั้นก็เป็นไปได้ว่าเคทโกหกพวกเขามาตลอดว่าเธอไม่มีเวทย์ แต่ทำไมต้องโกหกพวกเขาด้วยละ พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่ยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำไป ทำไมเคทถึงต้องทำเช่นนี้กันนะ

         “ทำไมต้องโกหกพวกเราด้วยละเคทพวกเราทุกคนเป็นเพื่อนกันนะ แค่เธอบอกว่าเธอสามารถใช้เวทย์ได้ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกแต่ทำไมถึงต้องโกหกกันด้วยละ”

         แครายพูดออกมาอย่างน้อยใจว่าเรื่องแค่นี้ทำไมไม่บอก ที่พวกเขาโกรธไม่ใช่เรื่องที่เธอมีเวทย์ได้ยังไง แต่ที่โกรธเพราะถ้าเธอมีเวทย์ทำไมถึงให้พวกคนที่มีเวทย์ทำร้ายกลั่นแกล้งสารพัดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว ถ้าพวกเขาไม่พลัดเปลี่ยนกันดูแลเคทยามออกจากบ้านละก็เขาไม่อยากจะคิดเลย

         “เอาน่าทุกคน เคทคงมีเหตุผลที่บอกไม่ได้ใช่ไหมจ๊ะ”

         หลังจากมิลินเงียบมานานจึงพูดขึ้นเพื่อให้ทุกคนใจเย็นลงนิดหน่อยแค่นิดหน่อยเท่านั้นจริงๆ เพราะถ้าหากพูดกันในตอนที่อารมณ์ร้อนแล้วละก็เป็นอันต้องทะเลาะกันเป็นเรื่องราวใหญ่โตแน่ๆ เคทคงมีเหตุผลแต่เธอก็เข้าใจเพื่อนๆเหมือนกันด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานความรู้สึกน้อยใจและความสงสัยมันก็คงอยู่ละนะ

         “เราก็ไม่อยากโกหกพวกเธอหรอกนะ แต่ว่าอย่างที่ลินพูดเรามีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้นะ”

         “งั้นก็บอกเหตุผลของเธอให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม”

         “ได้ มันเริ่มตั้งแต่…..”

 

 

         ณ บ้านหลังใหญ่ติดกับชายป่ารกทึบ บ้านหลังนี้มีชายคนหนึ่งอาศัยอยู่เขามีนาม คาเธอร์ ชายคนนี้มีเวทย์ที่แข็งแกร่งมากเขาถูกจัดให้อยู่ในระดับเฟย์ลีฟของเฟย์ราเทียร์ ในวันหนึ่งเขาได้เดินทางไปยังเมืองคาวีซึ่งเป็นเมืองท่าของเฟย์ราเทียร์ ที่เรียกว่าเมืองท่านั้นเพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่ทั้งพ่อค้าชาวโซน่าและพ่อค้าชาวเฟย์ราเทียร์จะนำสินค้ามาขาย อย่างของกิน ของหายาก สัตว์เทพ ของเหล่านี้ล้วนสามารถซื้อหาได้จากเมืองนี้เท่านั้น หากนำสินค้าไปขายต่อที่อื่นราคาสินค้าจะแพงมากกว่าที่เมืองท่าแห่งนี้สามถึงสี่เท่าเลยทีเดียว คาเธอร์ได้เดินทางมาที่แห่งนี้เพราะเขาได้นัดพ่อค้าที่เขาได้ทำการซื้อขายของบางอย่างไว้

         “สวัสดีครับท่านเฟย์ลีฟคาเธอร์ สินค้าที่ท่านต้องการผมได้นำมาให้แล้ว เชิญท่านเฟย์ลีฟลองตรวจสอบดูได้เลยครับ”

         ทันทีที่คาเธอร์เดินทางมาถึงจุดนัดพบ พ่อค้าชายชราคนนึงจึงเข้ามาต้อนรับอย่างสนิทสนม

         “คุณคลาวอย่าได้พูดเช่นนั้น เรียกผมว่าคาเธอร์ก็พอผมยังไม่เก่งกล้าพอที่จะเป็นเฟย์ลีฟได้หรอก”

         “ฮ่าๆๆ ท่านคาเธอร์ช่างถ่อมตัวยิ่งนัก หากท่านไม่ใช่เฟย์ลีฟแล้วนั้นในเฟย์ราเทียร์คงไม่มีใครแข็งแกร่งเหนือไปกว่าท่านได้หรอก”

         “คนที่แข็งแกร่งกว่าผมอาจมีมากมายนักแต่พวกเขาอาจยังไม่แสดงตนออกมาก็เป็นได้ เอาละๆ ผมว่าเราพูดคุยกันพอสมควรแล้ว ผมอยากเห็นสินค้าที่คุณนำมาแล้วล่ะคุณคลาว”

         “อ่านั่นสิ ขออภัยที่ชวนคุยเพลินไปหน่อยเชิญทางนี้เลยครับ”

         พ่อค้าคลาวนำทางคาเธอร์มายังห้องๆหนึ่งซึ่งห้องนี้ถือว่ามีลักษณะแปลกกว่าห้องอื่นๆที่เขาเดินผ่านมา เพราะห้องนี้อยู่สุดทางเดินของร้านทั้งยังมีหมอกหนาปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นทางเดินได้ชัดเท่าไหร่นักเมื่อคาเธอร์และคลาวได้เดินมาถึงประตูจึงได้เห็นว่าทั้งประตูมีน้ำแข็งเกาะอยู่มากมายทำให้ไม่สามารถมองเห็นประตูได้อย่างชัดเจน อากาศก็หนาวเย็นกว่าข้างนอกมากนักยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกถึงความหนาวเย็นมากเท่านั้น

         “ทำไมเร็วอย่างนี้นะ”

         ชายชรากล่าวออกมาเพียงเบาๆ แต่คาเธอร์ก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน

          “คุณคลาวหมายถึงอะไรหรือที่บอกว่าเร็วน่ะ”

         “เอ่อ… คือว่าสิ้นค้าที่ผมนำมานั้นมันมีฤทธิ์มากเหลือกเกินครับ น้ำแข็งที่ท่านเห็นนี่ไอ้ตัวข้างในนี่แหละครับที่ทำ”

         “หืม? ตัวอะไรกันที่สามารถสร้างน้ำแข็งขึ้นมาได้หนาขนาดนี้”

         คาเธอร์เกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก แต่แรกเขาคิดว่าน้ำแข็งที่เห็นนี้คนของคลาวได้ร่ายเวทย์เพื่อขังตัวอะไรสักอย่างที่อยู่ข้างในซะอีก แต่กลับเป็นมันที่สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตนเองสินะ หึ ฉลาดดีนี่ เขาชักอยากจะเห็นเร็วๆซะแล้วสิ

         “เอ่อคือว่า... ตัวนี้ถือว่าเป็นของหายากครับ กว่าจะจับมาได้นั้นยากเย็นเหลือเกิน ผมต้องเสียคนของผมไปหลายคนเลยล่ะ”

         ชายชรากล่าวด้วยความเท็จ ก็ไอ้ตัวข้างในนี้น่ะเขาไม่ได้ตั้งใจจับมันเลยสักนิดมันเสนอตัวมันเองเลย ระหว่างเดินทางไปหาของที่เฟย์ลีฟคาเธอร์ต้องการ อยู่ดีๆก็มีเงามหึมาบินโฉบลงมาหน้าขบวนคารวานของเขา ตัวของมันใหญ่มากใหญ่เท่าขนาดภูเขาลูกเล็กๆเลยก็ว่าได้

 

         ก่อนหน้านั้น

         ‘นี่มัน! สัวต์เทพล้ำค่า ล้ำค่ามากๆ ต้องจับไปให้ได้ ถ้าจับมันได้ละก็คงจะได้จากเฟย์ลีฟคาเธอร์ไม่น้อย หึหึ’ 

         ‘ได้ ข้ายินดี จับข้าไปสิ จับข้าไปหาเขา’ 

         “เสียงใคร! เสียงมาจากไหน ใครพูด”

         “พวกผมยังไม่มีใครพูดนะครับนายท่าน”

         “แล้วเสียงมาจากไหน พวกเอ็งอย่ามาโกหก”

         “พวกเราเปล่าพูดจริงๆนะครับ”

         ‘ข้าเอง ข้างหน้าเจ้าอย่างไรล่ะ’ 

         เมื่อคลาวเงยหน้าขึ้นไปเจอสัตว์เทพตัวขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเป็นอะไร เพราะรอบตัวของมันมีหมอกหนา ทำให้มองไม่เห็นรูปร่างชัดเจน รู้เพียงว่ามันตัวใหญ่มาก ใหญ่ถึงขนาดเทียบกับถูกเขาลูกย่อมๆได้เลย

         ‘แกอ่านใจฉันได้งั้นหรอ แกเป็นตัวอะไรกันแน่’ 

         ‘เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ พาข้าไปหาเขา’ 

         ‘หะ...หาใคร’ 

         ‘คนที่เจ้าพูดถึงอย่างไร พาข้าไป ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าต้องตาย!’ 

         ‘ดะ...ได้ๆ ข้าพาท่านไปๆ แต่ท่าน เอ่อ ขนาดตัวใหญ่ไปหรือไม่’ 

         วาบบบ!! ม่านหมอกหนาที่มีขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้ได้หายไปบางส่วน เหลือเพียงขนาดใหญ่กว่าเกวียนเล็กน้อยเท่านั้น

         ‘ไปได้หรือยัง’ 

         ‘ดะ...ได้ๆ’ 

         ...หึหึ ในที่สุดข้าก็หาเจอแล้ว… 

         “ออกเดินทางกลับเข้าเมือง”

         เฮ้อ คลาวถอนหายใจออกมา เขาทำตามความต้องการของสัตว์เทพตนนั้นแล้วมันจะดีหรือไม่นะ เพียงแต่สัตว์เมพที่สามารถสร้างหมอกปกคลุมแบบเจ้าตนนี้ทำได้ก็มีเพียงสัตว์เทพระดับสูงเท่านั้น คงไม่เป็นไรหรอกน่ายังไงก็ได้สัตว์เทพชั้นสูงมาแล้ว เขาไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นตัวอะไร ฮ่าๆๆๆๆ

 

         “อืม อย่างนั้นรึ คนของคุณช่างมีฝีมือนัก ขอนับถือๆ”

         “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับท่านคาเธอร์กล่าวเกินไปแล้ว”

         “คุณคลาว ถ้าผมอยากเข้าไปดูตัวที่คุณจับมาได้อย่างไรกัน ในเมื่อมีน้ำแข็งเกาะเต็มประตูเช่นนี้”

         หรือว่า...ต้องให้เขาทะลายน้ำแข็งนี้เข้าไปสินะ อืม… หนาพอดู เขาจะลองดูละกัน คาเธอร์ยกมือขึ้นเตรียมทำลายน้ำแข็ง

         “ท่านคาเธอร์ช้าก่อนครับ แค่กล่าวชื่อของท่านของมา น้ำแข็งนี้ก็จะทะลายลงแล้ว”

         คาเธอร์ชงักมือที่กำลังจะยกขึ้นลง แค่เขากล่าวชื่อเขาออกไปน่ะหรือ?ทำไมมันง่ายดายนัก อ่า… เขาชักจะทนไม่ไหวแล้วว่าตัวอะไรกันนะที่อยู่ข้างใน ไม่รอช้าคาเธอร์กล่าวชื่อของเขาออกไปทันที

         “ผมคาเธอร์ โดเรส มิฟาอัส”

         วูบบบบบ ตึ๋ง ตึ๋ง ตึ๋ง สายสมพัดผ่านไม่นานก็ได้ยินเสียงหยดน้ำหยดลงพื้นหลังจากที่คาเธอร์กล่าวชื่อเขาออกไป ไม่ถึงนาทีน้ำแข็งก็ละลายหมดไปในพริบตา เผยให้เห็นประตูที่ถูกปิดไว้ด้านหน้าคาเธอร์จึงไม่รอช้าเขาเปิดประตูเข้าไปทันที เดินพ้นประตูได้เพียงครึ่งก้าวเขาพบว่าข้างในมีคนอยู่คนหนึ่งเป็นชายหนุ่มรูปงามมีผมสีขาวแต่กลับมีดวงตาสีแดงดั่งสีเลือดก็มิปาน

         “คุณคลาว ทำไมถึงมีคนอยู่ในนี้ ไหนคุณบอกว่าจับสัตว์เทพมาได้ไม่ใช่หรือ ทำไมผมไม่เห็นเลยล่ะมีเพียงชายคนนี้เท่านั้น”

         คาเธอร์กล่าวถามพ่อค้าคลาวซึ่งได้ติดต่อเขามาว่าได้สัตว์เทพที่มีฤทธิ์แข็งแกร่งมากอยากจะเสนอขายต่อเขา แต่เท่าที่เห็นมีชายหนุ่มเท่านั้นหรือว่าเขาจะโดนหลอกซะแล้ว

         เมื่อคาเธอร์ไม่ได้ยินเสียงตอบรับเขาจึงหันกลับไปมองประตูจึงได้เห็นว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่เดินเข้ามา ส่วนคนที่พาเขามานั้นไม่มีแม้แต่เงา

         “ข้ารอเจ้ามานานเหลือเกินในที่สุดข้าก็หาท่านพบ”

         ชายหนุ่มกล่าวกับคาเธอร์ เขาเป็นมังกรจักรพรรดิที่ตอนนี้มีเพียงสี่ตนเท่านั้นที่เหลืออยู่ เผ่าพันธุ์ของเขามีหน้าที่ที่ต้องปกป้องดูแลผู้ที่จะสามารถปกป้องดินแดนทั้งหลายเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นดินแดนเฟย์ราเทียร์ ดินแดนของพวกมนุษย์โลก ดินแดนโซน่าและดินแดนของพวกเขา จากสิ่งชั่วร้ายที่กำลังย่างกรายเข้ามาในอีกไม่ช้า

         “คุณเป็นใครกันแน่ เราเคยรู้จักกันหรือ”

         “ไม่ ท่านไม่รู้จักข้า แต่ข้ารู้จักท่านรู้เกี่ยวกับท่านทุกอย่าง”

         ชายผู้นี้เป็นใครกันทำไมเขาถึงได้รู้สึกอึดอัดแบบนี้นะทั้งที่เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน แล้วยังคำพูดที่เหมือนจะรู้จักเขาดีนั้นอีก 

ความคิดเห็น