ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านกันน้า ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาา ขอให้สนุกกับนิยายเรื่องนี้จ้า

ชื่อตอน : กำเนิด RW

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2562 13:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กำเนิด RW
แบบอักษร

กำเนิด 

         เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว เกิดเหตุการณ์การระเบิดในระบบสุริยะจักรวาลที่เรียกกันว่า บิ๊กแบงค์ เหตุการณ์ระเบิดครั้งนั้นทำให้เกิดดาวดวงต่างๆมากมายในระบบสุริยะจักรวาล และมีดาวดวงหนึ่งที่เกิดมาพร้อมๆกับโลก ดาวดวงนั้นถูกเรียกว่า ดวงดาวเฟย์ราเทียร์ ดาวดวงนี้ผู้คนที่อาศัยอยู่เกิดมาพร้อมกับพลังวิเศษต่างๆ แล้วแต่พระผู้เป็นเจ้าจะประทานพรแกพวกเขา นอกเหนือจากนั้นพระผู้เป็นเจ้ายังประทานอายุขัยที่ยาวนานกว่าคนยนดวงดาวอื่นให้กับพวกเขา ทำให้อัตราการเกิดมีมากกว่าการตาย แน่นอนเมื่อมีผู้ที่มีพลังวิเศษก็ต้องมีอาวุธที่สร้างขึ้นมาเพื่อพวกเขา และสัตว์เทพที่มีทั้งความแข็งแกร่ง พละกำลังและเวทมนต์ ผู้ที่จะได้ครอบครองสิ่งเหล่านี้นั้นต้องมีพลังที่แข็งแกร่งมากเท่านั้น 

         ผู้วิเศษในเฟย์ราเทียร์นั้นมีการแบ่งระดับพลังทั้งหมด 3 ระดับ ระดับแรกคือระดับของผู้ที่มีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นถูกเรียกว่า เฟย์ลีฟ ผู้ที่จะถูกเรียกว่าเฟย์ลีฟนั้นต้องมีพลังวิเศษที่สามารถเรียกลมเรียกฝนและสามารถใช้พลังต่างๆได้ตามใจแต่ผู้ใช้ และยังมีสัตว์เทพที่หาได้ยากในเฟย์ราเทียร์แห่งนี้เป็นสัตว์เทพคุ้มครองประจำตน ดังนั้นจึงเป็นระดับที่เรียกได้ว่าน้อยคนนักที่จะถูกเรียกว่าเฟย์ลีฟแห่งเฟย์ราเทียร์ 

         ระดับรองลงมาจาก เฟย์ลีฟ คือระดับที่เรียกว่า ราเวลล์ เป็นระดับของนักเวทย์ต่างๆ ที่สามารถใช้เวทย์ได้ตามแต่ใจผู้ใช้เช่นเดียวกับเฟย์ลีฟ แต่ต่างกันที่ เฟย์ลีฟนั้นผู้ใช้เวทย์มีพลังในการสั่งสิ่งต่างๆหรือควบคุมได้มากกว่า 7 อย่างขึ้นไป ทั้งสัตว์ สิ่งของ ดิน ฟ้า อากาศ น้ำ ร่างกายของนักเวทย์ที่ระดับต่ำกว่า หรือผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งมากๆ สามารถควบคุมถึงจิตใจของนักเวทย์และสัตว์เทพได้ ส่วนราเวลล์ผู้ใช้เวทย์มีพลังเวทย์ในการควบคุม 3-6 อย่างขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและผู้ให้กำเนิด ระดับนี้เป็นระดับที่มีอัตราส่วนผู้ใช้เวทย์มากที่สุด 

         ส่วนระดับต่ำสุดถูกเรียกว่า เทียร์ร่า เป็นระดับที่มักจะถูกระดับ เฟย์ลีฟและราเวลล์มองว่าเป็นผู้ใช้เวทย์ชั้นต่ำ เหตุเพราะผู้ใช้เวทย์ระดับเทียร์ร่าส่วนมากจะเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือชนชั้นแรงงาน ที่สามารถใช้ได้เพียงบทเวทย์ง่ายๆที่ใช่ในชีวิตประจำวันไม่กี่บท 

         ชาวเฟย์ราเทียร์ทุกระดับนั้นล้วนมีสัตว์เทพคุ้มครองแล้วแต่ระดับเวทย์ของผู้ใช้ว่ามีมากน้อยเพียงใด แต่การที่จะมีสัตว์เทพคุ้มครองนั้นต้องทำให้พวกสัตว์เทพยอมรับตัวตนของตนเองเสียก่อน จากนั้นทั้งผู้ใช้เวทย์และสัตว์เทพจะต้องทำพันธะสัญญาเท่าเทียม พันธะสัญญานี้เป็นแบบเท่าเทียมทุกประการ ไม่ว่าฝ่ายนึงจะตายอีกฝ่ายสามารถมีชีวิตอยู่ได้ต่อไปเท่าอายุขัยของตน

         เฟย์ราเทียร์เป็นดินแดนที่ไร้ผู้ปกครองโดยแท้จริงและแน่นอนว่าผู้ที่ถูกเรียกว่า เฟย์ลีฟนั้นถือว่ามีพลังแข็งแกร่งที่สุดจะได้รับความเคารพเปรียบเหมือนผู้ครองแผ่นดิน แต่ในเมื่อไม่ได้มีผู้ที่ถูกเรียกว่าเฟย์ลีฟเพียงคนเดียวแล้วนั้นความโลภความชิงชังจึงเกิดขึ้น ทำให้พวกเขาเกิดการเข่นฆ่ากันเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย พวกเขาจึงได้เดินทางแสวงหาดินแดนที่สงบสุข และได้ค้นพบดินแดนโซน่า ว่ากันว่าดินแดนโซน่าเป็นอีกดินแดนหนึ่งที่กำเนิดหลังจากเฟย์ราเทียร์แค่ไม่กี่ปีต่อมา          

         โซน่าเป็นดินแดนแห่งความสงบอย่างแท้จริง ดินแดนของผู้คนที่ชิงชังเวทย์มนต์เนื่องด้วยส่วนมากผู้คนที่อาศัยอยู่ในโซน่านั้นถูกผู้ใช้เวทย์ดูถูกเพราะพวกเขาใช้ได้เพียงเวทย์ง่ายๆ บ้างก็ถูกใช้ทำงานเยี่ยงทาส บ้างก็ถูกทำร้ายร่างกายเพื่อขโมยทรัพย์สิน การกระทำที่หนักหนาที่สุดอาจเป็นการฆ่าล้างตระกูลเพื่อแย่งชิงอำนาจ ผู้คนส่วนมากในโซน่าจึงมีความคิดเหมือนกันก็คือเมื่อมีเวทย์แต่ใช้ไม่ได้ ถึงใช้ได้ก็โดยดูถูกอยู่ดีถ้าไม่มีเวทย์ชีวิตพวกเขาอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ ด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปารถนาอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา พระผู้เป็นเจ้าจึงประทานพรให้พวกเขาปราศจากเวทย์มนต์ตามแต่ใจพวกเขาปรารถนา เมื่อเด็กที่เกิดภายในดินแดนของโซน่าแล้วละก็ เด็กคนนั้นจะไม่สามารถใช้เวทย์ได้ตั้งแต่เกิดจวบจนสิ้นอายุขัย นอกเหนือจากนั้นแล้วพระผู้เป็นเจ้ายังประสงค์ให้ชาวโซน่าอยู่อย่างสงบสุข เมื่อผู้ใช้เวทย์ผู้ใดเข้ามายังดินแดนแห่งนี้ด้วยความประสงค์ร้าย คนผู้นั้นจะถูกสายฟ้าที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้ปกป้องชาวโซน่าลงทัณฑ์ ด้วยเหตุนี้โซน่าจึงเป็นดินแดนที่แตกต่างจากเฟย์ราเทียร์มากมายนัก

         แต่ก็ว่ากันว่า ความเป็นไปได้ ย่อมมีความไม่เป็นไปได้อยู่เสมอ แต่นั่นคืออะไรกันละ...

 

         หลังจากดินแดนโซน่ากำเนิดมา ชาวเฟย์ราเทียร์ต่างอพยพเข้ามาตั้งรกร้างอยู่ในดินแดนมากมายนัก เช่นชายคนหนึ่งในผู้อพยพจากเฟร์ราเทียร์เป็นผู้ใช้เวทย์ที่เก่งกาจคนหนึ่ง เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในเฟย์ราเทียร์อย่างเรียบง่ายผ่านไป 3 ปีหลังจากการอพยพ ชายผู้นี้ได้พบรักกับหญิงสาวนางหนึ่งที่เกิดจากชาวโซน่าโดยกำเนิด ทั้งสองคนพบกันโดยบังเอิญอยู่หลายต่อหลายครั้งอาจเรียกเป็นรักแรกพบก็มิผิด จนในวันหนึ่งที่ทั้งสองคนจึงตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมด้วยกันทุกวันใช้ไปกับการทำไร่ทำนาอย่างเรียบง่าย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น ยามมีคนเดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือก็พยายามช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้ ด้วยความดีเหล่านี้ทั้งคู่จึงเป็นที่รักใคร่ของคนในหมู่บ้านอย่างไม่ยากเย็น วันเวลาผันผ่านไปสองปี พวกเขาก็ได้ให้กำเนิดทายาทหนึ่งคน

         ในวันนั้นบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับแม้เวลานี้จะเป็นตอนกลางวัน หมู่นกน้อยต่างพร้อมใจกันขับขานเสียงเพลงออกมาอย่างไพเราะ และในคืนนั้นเองทารกน้อยคนหนึ่งก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

 

         “กรี๊ดดดดดดดด!!!”

         “อดทนไว้ค่ะ อีกนิดเดียวเท่านั้น เอ้าเบ่ง!!”

         “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!”

         “อุแว้ๆๆๆๆๆ”

         หญิงชราวัย 68 ปี ทำอาชีพหมอตำแยมาตั้งแต่อายุยังน้อยถูกเชิญมาให้ทำคลอดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หญิงสาวคนนี้ปวดท้องคลอดตั้งแต่เที่ยงคืนจนตอนนี้จะครบหนึ่งวันแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าเด็กทารกจะคลอดออกมา นานมากแล้วที่หญิงชราไม่ได้ทำคลอดที่กินเวลายาวนานขนาดนี้ จนในที่สุดสวรรค์ก็เมตตาให้ทารกน้อยน่ารักน่าชังออกมาลืมตาดูโลกได้เสียที หญิงชรามองทารกน้อยในอ้อมแขนช่างเป็นเด็กที่สวรรค์สรรสร้างมาโดยแท้ ทั้งปากจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงหน้าหมดจด จมูกหรือก็ช่างเล็กน่ารัก องค์ประกอบของใบหน้านี้ไร้ที่ติเสียจริง หญิงชราผู้นี้ทำคลอดมาก็หลายท้องมีหรือที่จะมองไม่ออกว่าเด็กน้อยน่ารักน่าชังผู้นี้โตมาต้องเป็นยอดหญิงงามเป็นแน่ หญิงชราส่งทารกน้อยให้กับผู้เป็นแม่หลังจากทำความสะอาดแล้วเรียบร้อยก็ยังคงมีใบหน้าที่ซีดเซียวจากการเสียเลือดไปมาก

         “เด็กคนนี้ช่างน่ารักน่าชังยิ่งนัก”

         “ขอบคุณท่านหมอมากค่ะ”

         “มิเป็นไรๆ ข้าทำตวามหน้าที่”

         “ไหน!! ลูกผมคลอดแล้วหรือ ขอผมดูหน้าลูกหน่อย”

         ไม่ทันที่หญิงชราจะพูดจบ เสียงชายผู้เป็นพ่อดังขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับเสียงวิ่งตึงตังเข้ามายังในห้อง ตั้งแต่ภรรยาเขาปวดท้องคลอดชายผู้นี้ก็ไม่ได้ไปไหนไกล เขาเฝ้าอยู่หน้าห้องคลอดตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าผ่านไป ก็ไม่มีทีท่าว่าภรรยาเขาจะให้กำเนิดบุตรเสียที จนในที่สุดเมื่อเสียงของลูกน้อยดังขึ้นเขาก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปพบลูกน้อยและภรรยาของเขา เขาได้แต่เฝ้ามองลูกน้อยด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข

         “ขอบคุณมากเมเบล ขอบคุณที่มอบของขวัญที่ล้ำค่าให้ผม ผมรักคุณนะที่รัก”

         “ฉันก็รักคุณค่ะ”

 

         วันเวลาผันผ่านฤดูแล้วฤดูเล่า ทารกน้อยได้เติบโตเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักน่าชังต่อผู้พบเห็น ทารกน้อยในวันนั้น มีนามว่า เคนโนช่า มีความหมายว่า ผู้เป็นที่รัก ชื่อที่คนในครอบครัวใช้เรียกคือ เคท มีความหมายว่า บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะชื่อไหนๆ ก็แสดงตัวตนของเธอได้ดี เธอได้เติบโตมาเป็นเด็กสาวที่ร่าเริง แจ่มใส บริสุทธิ์ทั้งหน้าตาและจิดใจ เคทมีใบหน้าที่สวยสดงดงามราวกับเทพธิดาผู้พบเห็นต้องตกตะลึงในความงดงามของเธอ และด้วยจิตใจที่ชอบช่วยเหลือผู้คนทำให้เธอเป็นที่รักและเอ็นดูของผู้คนเกือบทั้งหมูบ้าน 

 

 

 

         “ท่านจ้าว”

         “ได้เวลาแล้วสินะ”

         “ขอรับ”

         “เราก็ไปกันบ้างเถอะ”

         ได้เวลาที่ท่านผู้นั้นจะคืนสู่วัฎจักรสงสาร พวกเขาทั้งสองคนจะส่งเสริมท่านเอง ไม่ว่าความประวงค์ของท่านผู้นั้นจะเป็นอะไร เขาทั้งสองคนจะสนองความต้องการนั้นให้จงได้ ขอให้พระผู้เป็นเจ้าจงเป็นพยาน

ความคิดเห็น