มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 10 :: คฤหาสน์ราเมอเรส

ชื่อตอน : บทที่ 10 :: คฤหาสน์ราเมอเรส

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 :: คฤหาสน์ราเมอเรส
แบบอักษร

คฤหาสน์ราเมอเรส

อลิสาและพนักงานอีกห้าคนของเธอถูกตรวจร่างกายและตรวจของที่จะนำเข้าบ้านทุกชิ้น กลุ่มคนชุดดำหน้านิ่งจำนวนมากเดินเข้ามาเปิดกล่องอุปกรณ์ตัดชุดเพื่อตรวจเช็กความปลอดภัยละเอียดยิบ

ตาสีเทาคู่สวยมองพวกเขาด้วยความหวาดหวั่นเล็กน้อย มือเล็กกอดอัลวิสแน่น เสียงแหบพร่าของชายคนหนึ่งชี้มาทางอลิสา “ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปข้างในครับ”

หญิงสาวชะงักตัวแข็งทันที “สัญญาว่าจะนั่งนิ่งในตะกร้านะคะ ไม่ซนหรือรบกวนแน่นอนค่ะ”

ชายชุดดำอีกคนเดินมาใกล้พร้อมกับบอกเสียงสุภาพแต่รักษาท่าทีเคร่งขรึม “เจ้านายไม่ชอบสัตว์เลี้ยงครับ ไม่เกี่ยวกับว่ามันดื้อหรือมันซน ถ้าไม่มีคำสั่ง ผมให้คุณเอาเข้าไปไม่ได้”

“ใจร้ายชะมัด” อลิสาพึมพำแอบด่าเจ้าของบ้าน

แตกต่างจากนักรบที่ชื่นชมหน่วยรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ คนพวกนี้ทำงานได้รัดกุมดีมาก แล้วไอ้บ้าคนที่ออกกฎห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าบ้านก็คือเขาเองนั่นแหละ ไม่คิดว่าตอนนี้กฎนั่นจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง

“ขออภัยในความไม่สะดวกครับ” ชายสวมแว่นดำร่างกำยำเอ่ยขอโทษ

ด้านอลิสาไม่อยากให้อัลวิสรอนาน เธอมีลางสังหรณ์บางอย่างว่าไม่ควรปล่อยอัลวิสไว้กับคนพวกนี้ตามลำพัง อีกทั้งบ้านนี้ไม่มีสัตว์เลี้ยงสักตัว แล้วพวกเขาจะเอาอัลวิสของเธอไปซุกไว้ที่ไหน!!

เสียงหวานต่อรอง “ให้ฉันคุยกับคุณพีชได้ไหมคะ ถ้าเธอตกลงแล้วฉันสามารถพาลูกหมาเข้าบ้านได้ใช่ไหม”

อลิสาเดาว่าภรรยาของอัศวินต้องมีอำนาจไม่เป็นสองรองใครในบ้านนี้แน่ ชายชุดดำมองหน้ากันก่อนจะต่อสายถึงพิชญ์จิรา ไม่นานนักเสียงหวานก็ตอบกลับ หน่วยรักษาความปลอดภัยร่างใหญ่เปิดสปีกเกอร์ให้ได้ยินโดยทั่วกัน

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออลิสค่ะ เป็นเจ้าของร้านตัดชุดที่จะเข้ามาวัดตัว” อลิสากรอกเสียงพร้อมกับจ้องชายร่างสูงตรงหน้า

‘คุณอลิสที่เจอหน้าร้านดอกไม้ใช่ไหมคะ ว้าว! บังเอิญจังเลยค่ะ’ พิชญ์จิราส่งเสียงดีใจ

“คือฉันพาอัลวิส เอ่อ...พาสุนัขมาด้วย ไม่ทราบว่าขอพาเข้าบ้านได้ไหมคะ” อลิสาพยายามขอความเห็นใจ

‘ดีค่ะ!! จอมทัพคงดีใจมาก พามาเลยค่ะ’ เสียงร่าเริงตอบกลับ

อลิสาขมวดคิ้ว “เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” หรือนี่เป็นแผนหลอกซื้ออัลวิสของแม่ลูกคู่นี้กันนะ!? ทำไมคนบ้านนี้ต้องทำให้เธอคิดมากสับสนอยู่เรื่อยเลย

หลังได้ยินคำอนุญาตชัดแล้วชายร่างสูงพยักหน้าแล้วผายมือเชิญอลิสาและกลุ่มหญิงสาวผู้ติดตามเธอเข้าไปในตัวคฤหาสน์ โดยมีรถกอล์ฟขนาดเล็กไว้คอยต้อนรับ

อลิสามองพร้อมกับยิ้มขำ กว่าจะผ่านลานน้ำพุมหึมาและสวนกว้างเข้าไปยังตัวคฤหาสน์ได้ก็อีกไกล ถ้าปล่อยให้พวกเธอเดินเข้าไปเองเห็นทีต้องเสียเหงื่อกันไม่น้อย

หน่วยรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งเดินมากระซิบอลิสา

“คณะคุณได้รับอนุญาตให้อยู่ในปีกซ้ายของบ้านเท่านั้นครับ และคุณพีชจะรอที่นั่น ห้ามคุณเดินข้ามไปทางปีกขวาของบ้านเด็ดขาด หรือถ้าจำเป็นก็ให้แจ้งล่วงหน้าด้วยนะครับ ไม่งั้นเราจะถือว่าเป็นการบุกรุก”

อลิสามองเขาด้วยความตกใจ บ้านหลังนี้แยกซ้ายขวาชัดเจนเลยหรือ?!!!

“ปกติคุณอาเรซคงอยู่ปีกขวาของบ้านแน่เลยใช่ไหมคะ”

….เงียบ

“พอจะบอกฉันได้ไหมคะว่าวันนี้คุณอาเรซอยู่บ้านหรือเปล่า”

ชายหนุ่มไม่ตอบรับ เขายืดแขนส่งสัญญาณให้รถกอล์ฟเคลื่อนที่ออกไป อลิสาจึงยอมแพ้และไม่ถามเรื่องนักรบอีก

กลุ่มหญิงสาวห้าคนผู้ติดตามอลิสาอดหวาดหวั่นไม่ได้ นี่ขนาดแค่เข้าบ้านยังเรื่องมากแบบนี้ แล้วเจ้าของบ้านจะเป็นคนแบบไหนกันนะ




สหพันธรัฐรัสเซีย

“เชิญห้องรับรองทางนี้ครับคุณวิน”

“พูดมาเลย ไม่ต้องมากพิธี” อัศวินยกมือห้าม

“หน่วยแกะรอยเสนอว่าเราควรค้นพื้นที่เพิ่มเติมอีกสามโซน แต่ตอนนี้เราเข้าไปได้เพียงสองโซนครับและไม่พบเบาะแสอะไร”

อัศวินรีบสาวเท้าก้าวตามหัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษที่เขาส่งมาค้นหาเบาะแสเครื่องบินตก ทางหน่วยแจ้งกลับมาว่าไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับศพนักรบในพื้นที่สืบค้นก่อนหน้านี้ แต่พวกเขาคำนวณแล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่ชิ้นส่วนเครื่องบินและศพอาจไปตกในเขตของผู้มีอิทธิพลประจำท้องถิ่น

…ซึ่งนั่นทำให้คนของอัศวินไม่กล้าบุกรุกเข้าไปค้นหา

“เหลือแค่โซนสีเหลืองตรงนี้ใช่ไหม” อัศวินชี้แผนที่

ชายชุดลายพรางร่างสูงใหญ่พยักหน้า “ครับ ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของตระกูลซาโกเยฟครับ”

“....ซาโกเยฟ” อัศวินพึมพำราวกับเขาเคยได้ยินชื่อตระกูลนี้มาก่อน และที่สำคัญตระกูลนี้ไม่ใช่มาเฟียปลายแถว เขาจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้

“ผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ครับ ทำธุรกิจปิโตรเคมี เขาซื้อพื้นที่ป่าส่วนนี้ไว้พักผ่อนและล่าสัตว์” หน่วยพิเศษชี้แจง

การล่าสัตว์ต้องมีใบรับรองที่ถูกกฎหมายในพื้นที่ป่าของรัฐ แต่ตระกูลซาโกเยฟร่ำรวยขนาดซื้อป่ามาไว้เป็นของตัวเอง อัศวินไม่ได้สะดุดที่ความอู้ฟู่ของมาเฟียเจ้าที่ แต่คำว่าล่าสัตว์กระตุ้นความทรงจำบางอย่าง จำได้ว่าหลายปีก่อน นักรบเคยตอบรับคำเชิญให้มาล่าสัตว์ที่รัสเซียแล้วบาดเจ็บอย่างหนักกลับไป

สืบถามเรื่องราวก็ได้ความจากนักรบว่าเขาต่อสู้กับเสือโคร่งเพื่อช่วยชีวิตลูกค้ารายใหญ่ และได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากลูกค้ารายนี้จนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด

อัศวินคิดติดตลกว่าพวกเขาอาจเข้ากันได้ดีเพราะมีนิสัยชอบไล่ล่าป่าเถื่อนเหมือนกัน และการโดนเสือโคร่งทำร้ายจนได้เลือดก็สาสมกับความชั่วช้าของพี่ชายแล้ว

“เอ่อ...เซียร์...” อัศวินพยายามนึกชื่อเพื่อนสนิทของนักรบที่ติดอยู่ปลายลิ้น

หน่วยพิเศษอีกคนพูดขึ้น “เซียร์กีย์ ซาโกเยฟ เป็นเจ้าของที่ดินส่วนนี้ครับ”

อัศวินตาโต “อะไรนะ!”

“เซียร์กีย์ ซาโกเยฟ ทายาทธุรกิจปิโตรเคมี ถือครองที่ดินส่วนที่เราไม่สามารถเข้าไปได้ครับ”

อัศวินตาลุกวาวทันที ชายหนุ่มหันไปบอกเลขาหน้านิ่งข้างกาย “เช็กให้หน่อยว่าพี่รบเคยถูกนายเซียร์กีย์คนนี้เชิญไปล่าสัตว์หรือเปล่า”

“ได้ครับ” เลขาหนุ่มตอบรับ

อัศวินกอดอกรอ เขาภาวนาขอให้เป็นเซียร์กีย์คนเดียวกันด้วยเถอะ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องหาวิธียุ่งยากมากมายบุกรุกพื้นที่ปกครองของมาเฟียโหดเหี้ยม โดยไม่รู้ว่าจะมีศพพี่ชายในนั้นจริงหรือเปล่า

ถ้าอยู่ต้องเห็นคน ถ้าตายต้องเห็นศพ

แม้จะพบเศษซากศพของพี่ชายแค่ซากนิ้วมือหรือเป็นเถ้าถ่านก็ต้องเอากลับบ้านให้ได้ เขาจะไม่ทิ้งนักรบไว้เป็นวิญญาณเดียวดายในป่ารัสเซียนี่หรอก อัศวินสัญญา

อัศวินไม่มีศาสนา ขาดนักรบไปก็เหมือนขาดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เขาอ้อนวอนต่อพระเจ้าเป็นครั้งแรก เขาขอพรจากพระพุทธเจ้าโดยไม่เคยสวดมนต์มาก่อน

เลขาหนุ่มตรวจเช็กแล้วรีบเอ่ยบอกเจ้านาย “ใช่เซียร์กีย์คนเดียวกันครับ เมื่อห้าปีที่แล้ว คุณอาเรซมาที่นี่”

“ดีมาก!!!” อัศวินยิ้มออกในที่สุด

เป็นรอยยิ้มแรกในหลายวันตั้งแต่รู้ว่านักรบที่เขาเห็นมาแรมเดือนเป็นนักรบตัวปลอม ศพพี่ชายตัวจริงของเขาอาจจะถูกซุกไว้สักแห่งในป่าลึก หรือไอ้เดวิดอาจจะเอาศพพี่ชายเขาไปทำลายแล้ว

แต่อัศวินต้องรู้ให้ได้ว่ามันทำลายศพอย่างไร และมันต้องได้ตายแบบนั้น!

ถ้ามันเผาพี่ชายของเขา อัศวินก็จะเผาพวกมันให้มอดไหม้

ถ้ามันฝังศพพี่ชายเขาลงพื้น อัศวินจะฝังพวกมันทั้งเป็น

ถ้ามันโยนศพพี่ชายเขาลงหน้าผา อัศวินก็จะส่งครอบครัวมันลงนรกให้หมด!!

ชายหนุ่มหันมาสั่งการ “ติดต่อนายเซียร์กีย์ให้ทีว่าฉันจะขอเข้าพบ”

“ครับ”

เวลาเจรจาเพียงไม่นานก็ได้รับรายงานว่าอีกฝ่ายตอบตกลงและเชิญไปบ้านในตอนค่ำของวันพรุ่งนี้ อัศวินรู้สึกถึงความหวังที่จะได้พบศพพี่ชายหรืออาจได้เบาะแสการตายเพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็อดใจหายไม่ได้

ศพอย่างนั้นหรือ...

เขาคาดเดาว่าอากาศหนาวเย็นจับขั้วหัวใจของรัสเซียจะทำให้ศพพี่ชายเขายังคงอยู่ น้ำแข็งข้างนอกน่าจะช่วยแช่แข็งเนื้อเยื่อหรือร่องรอยให้พอตรวจดีเอ็นเอได้

ถ้าได้พบศพนักรบ อัศวินเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำใจได้หรือเปล่า ความรู้สึกตอนนี้เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกวันนั้นในห้องประชุม

ตอนนั้นมันทั้งโกรธทั้งแค้นที่ถูกหลอก

ตอนนี้มีเพียงความร้าวรานทรมานเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา

เหมือนหัวใจของเขาถูกกระชากออกไปจนเป็นแผลเหวอะหวะ

...มันคงดีไม่น้อยถ้าพี่ชายเขายังไม่ตาย

ใบหน้าหล่อคมยกขึ้นสูง อัศวินแหงนหน้ากะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่น้ำตาให้มันไหลกลับเข้าไปที่เดิม เขาจะแสดงความอ่อนแอตอนนี้ไม่ได้ ถ้าเขาอ่อนแอแล้วใครจะยืนหยัดต่อจากนักรบ

พิชญ์จิราเคยบอกเขาว่าคนเลวตายยาก แล้วเหตุใดพี่ชายคนโฉดของเขาถึงได้ตายเร็วเพียงนี้!!!

ความคิดเห็น