มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 9 :: นายหน้าหนวด

ชื่อตอน : บทที่ 9 :: นายหน้าหนวด

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 :: นายหน้าหนวด
แบบอักษร

​(อัลวิสปุกปุย VS อัลวิสล่อนจ้อน)

บทที่ 9 นายหน้าหนวด

สุนัขตัวน้อยนอนกลิ้งไปมา จากนั้นร่างปุกปุยก็เหยียดขาไล่ความเกียจคร้านอีกหลายรอบ นักรบเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตไร้สาระนี่เต็มที เขาเห็นอลิสานั่งเปิดคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านข่าวซุบซิบไฮโซ ร่างน้อยขนดกกระโดดขึ้นไปบนตักนิ่มโดยหวังจะอ้อนขอขนมเสียหน่อย

“นายอาเรซคนหน้าตาย ไหนดูซิมีข่าวอะไรบ้าง” อลิสาพึมพำ

ลูกสุนัขนั่งนิ่งมองหัวข้อข่าวต่างๆ เกี่ยวกับตัวเขา จนเลื่อนมาถึงข่าวล่าสุด นักรบจ้องจอคอมพิวเตอร์ด้วยดวงตาเบิกโพลง

นี่มันอะไรกัน!!!

นักรบอ่านเนื้อความในนั้นวนซ้ำไปมาหลายรอบก็ได้คำตอบเดิมว่า เขายังไม่ตาย เขาไม่ได้เป็นเจ้าชายนิทราแบบที่คิด และเขาก็ยังสามารถให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวได้อีก!! มิหนำซ้ำเขายังแข็งแรงถึงขั้นไปดูการแข่งม้าที่สนามม้าได้ด้วย!!!

ร่างกายในจอที่เหมือนเขาราวกับเป็นคนเดียวกัน สมองครุ่นคิดไปต่างๆ นานาว่าเจ้าหมาน้อยอัลวิสอาจจะเข้าไปสลับร่างกับเขาแล้วก็ได้!!

สวรรค์ชักจะเล่นตลกเกินไปแล้ว!!

แกร็ก!!

มือเรียวกดปิดจอคอมพิวเตอร์พกพาด้วยอารมณ์โกรธ อลิสาแนบแก้มใสลงกับโต๊ะทำงานเย็นเฉียบ เสียงหวานกล่าวพำพึมพร้อมกับลูบศีรษะของอัลวิส “ทำไมล่ะ”

นักรบหันมองเธอด้วยหางตา อลิสายังพึมพำต่อไป “ทำไมดวงตาของเขาดูมีความสุขล่ะ นั่นไม่ใช่ดวงตาของผู้ชายเย็นชาคนนั้น เอ๊ะ! หรือนายนั่นจะมีความสุขไปแล้ว”

ชายหนุ่มในร่างหมาน้อยอยากหัวเราะให้ฟันหัก! เพราะไอ้ผู้ชายคนนั้นมันไม่ใช่นักรบที่เธอรู้จักอย่างไรล่ะ!

มือบางเลื่อนมากอดร่างปุกปุยบนตักไปแนบอก นักรบนั่งนิ่งให้เธอกกกอดเขาเหมือนแม่ไก่กำลังฟักไข่ด้วยความเคยชิน “ช่างหัวหมอนั่นปะไร ตอนนี้อลิสมีอัลวิสซะอย่างเนอะ”

ชายหนุ่มหรี่ตาแล้วแหงนมองริมฝีปากสีหวานที่กำลังก้มลงจุมพิตทั่วใบหน้าขนดกของเขาโดยที่นักรบบ่ายเบี่ยงไม่ได้

“อัลวิสหล่อกว่านายอาเรซตั้งเยอะ”

“บ็อก!!” นักรบเห่าเรียกสติที่เธอ ตรรกะของอลิสาชักจะบ้าบอไปกันใหญ่แล้ว สุนัขเปรียบเทียบกับคนได้ที่ไหนกัน

“เห็นด้วยใช่ไหมล่ะ อัลวิสก็ไม่ชอบนายอาเรซหน้าหนวดนั่นใช่ไหม!!”

นักรบเลือกที่จะเงียบ เขาปล่อยให้อลิสาบ่นพึมพำของเธอจนเหนื่อยไปเอง ซึ่งเรื่องหลักๆ ที่เธอพูดถึงก็อ่านจากคอมเม้นท์ใส่สีตีไข่ เรื่องปราศจากความจริงในโซเชียลมีเดียบนอินเทอร์เน็ตนั่นแหละ

บ่นจนเหนื่อยแล้วอลิสาก็หันมองนาฬิกาข้อมือ หญิงสาวนึกได้ว่าวันนี้เธอต้องรีบเข้าร้าน หลังจากที่เธอโพสต์คอลเลกชั่นชุดเดรสใหม่ล่าสุดลงเว็บเพจของร้าน พนักงานโทรมารายงานว่ามีออร์เดอร์งานใหญ่

ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มด้วยความเบิกบาน ในที่สุดก็มีคนตาดีมาชื่นชอบฝีมือการออกแบบของเธอสักที

“ไปทำงานกันเถอะอัลวิส”

ร่างบางรีบหยิบกระเป๋าแล้วก้าวเดินเร็วจนนักรบแทบวิ่งตามไม่ทัน

....ยัยบ้านี่คงเป็นโรคผีเข้าผีออก เมื่อวานหลังจากอลิสาทิ้งเขาไปดูหนังกับชนสิทธิ์แล้วก็กลับมานั่งซึม

นักรบนึกว่าเธอจะซึมไปอีกหลายวันเสียอีก ที่ไหนได้ ตื่นมาก็หายซึมเป็นปลิดทิ้ง ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ผู้หญิงหนอผู้หญิง



ร้านตัดชุด

“ตัดชุดร้อยชุด!!!”

อลิสาย้ำอีกรอบเมื่อคิดว่าเธออาจจะฟังผิด หญิงสาวหยิบใบออเดอร์มาอ่านอีกครั้งด้วยดวงตาฉายประกายความสุข “เศรษฐีบ้านไหนสั่งตัดเนี่ย”

พนักงานสาวคนหนึ่งหยิบนามบัตรของลูกค้าแล้วกล่าวขึ้น “นี่ค่ะ เราต้องไปวัดตัวตัดชุดที่นั่นด้วย คฤหาสน์ตระกูลราเมอเรส”

อลิสากับนักรบหันขวับพร้อมกันทันที “อะไรนะ! ไปคฤหาสน์ราเมอเรส!”

พนักงานสาวผงกหัว “คุณผู้หญิงสะใภ้บ้านนั้น เธอเห็นคอลเล็กชั่นใหม่ของเราแล้วชอบม๊ากค่ะ พอดีว่าเธอจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับ ก็เลยสั่งตัดชุดให้พนักงานแบบเดียวกัน เราโชคดีสุดๆ เลยนะคะพี่อลิส!!!”

หญิงสาวอายุน้อยเดินมาจับมือเจ้าของร้านด้วยความดีใจ อลิสาได้แต่ยืนอึ้งปล่อยให้ลูกจ้างจับมือไปทั้งๆ ที่ยังไม่อยากจะเชื่อ

“งานนี้พี่ว่าเราต้องเลี้ยงฉลองกันสักหน่อย” อลิสายิ้ม

นักรบอดยิ้มตามไม่ได้ ยอมรับว่านิสัยชอบจัดแจงของน้องสะใภ้เองก็พอมีประโยชน์บ้าง แต่ก็เอะใจว่างานเลี้ยงต้อนรับธรรมดาทำไมต้องใช้คนมากถึงขนาดนั้น

ยกเว้นว่าพิชญ์จิราจะหาคนเพิ่มมาทำงานเฉพาะกิจ แสดงว่างานเลี้ยงต้องใหญ่มาก ในสมองเขาก็คิดไปถึงความเป็นไปได้ พิชญ์จิราจัดงานใหญ่ราวกับอยากประกาศก้องให้รู้ทั้งเมือง หรือจะถือเอางานนี้เป็นงานเปิดโปงอะไรบางอย่าง

หรือตอนนี้อัศวินรู้แล้วว่านักรบที่เห็นไม่ใช่พี่ชายตัวเอง ไอ้น้องบ้าเลือดนั่นก็เลยเรียกคนมารวมกันแล้วฆ่าทิ้งให้หมดเสียเลย ถ้าเป็นแบบที่เขาคิดก็นับว่าเป็นเรื่องไม่ควรทำอย่างยิ่ง ฆ่าคนพร่ำเพรื่อไม่ใช่เรื่องฉลาด ไอ้วินมันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ! อะไรทำให้มันบ้าดีเดือดได้ขนาดนี้! นักรบได้แต่ภาวนาในใจให้อัศวินใจเย็นแล้วไตร่ตรองเยอะๆ บ้าง

หญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาสมทบ “ธีมงานมีรายละเอียดตามนี้ค่ะพี่อลิส”

อลิสาหยิบเอกสารมาดูทันที เธอเห็นอัลวิสเดินมาเหลียวมอง มือบางจึงอุ้มร่างน้อยปุกปุยมาแนบอกแล้วเปิดอ่าน ข้อความในกระดาษบอกว่าเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของนักรบ อลิสาอดแปลกใจไม่ได้

บ้านราเมอเรสไม่ชอบงานยุ่งยาก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวันเกิดหรือเทศกาลต่างๆ ก็จะกินเลี้ยงกันภายในครอบครัวเท่านั้น และนั่นเป็นสาเหตุที่เธอไม่เคยไปเหยียบบ้านหลังนั้นเลย และไม่คิดว่าเธอจะต้องเข้าไปบ้านของนักรบเพื่อทำการวัดตัวเหล่าสาวใช้ของเขา

หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อคิดว่าอาจได้เจอนักรบอีกครั้ง ในข่าวเศรษฐกิจเขียนว่านักรบอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย โดยมีอัศวินคอยบริหารธุรกิจแทน และนักรบจะเข้าร่วมทำงานก็ต่อเมื่อเป็นประชุมสำคัญเท่านั้น

“พี่อลิสคะ มีแขกมาหาค่ะ” พนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกพร้อมกับทำแววตากรุ้มกริ่มแกมหยอกล้อ

อลิสามองท่าทีนั้นด้วยความสงสัย “ใคร”

“เขาบอกว่าชื่อคุณนนท์ค่ะ”

คนได้ฟังคำตอบนิ่งเงียบ ตัวของอลิสาเกร็งขึ้นทันใด ขาเรียวสวยก้าวเดินออกมายังโซฟากลางร้าน ชนสิทธิ์กำลังนั่งคอยด้วยความกระอักกระอ่วน

อลิสาพยายามรักษาสีหน้าให้ยิ้มแย้มแจ่มใสเช่นเคยแต่มือบางนั้นกลับกอดอัลวิสแน่น

“สวัสดีค่ะคุณนนท์” ใบหน้านวลส่งยิ้มแล้วนั่งโซฟาตรงข้ามกับชายหนุ่ม

“สวัสดีครับคุณอลิส” ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนกลับมา

หญิงสาวเอ่ยแซวด้วยอารมณ์ขัน “มาตัดชุดหรือเปล่าคะ มาหาถึงร้านเชียว”

ชนสิทธิ์มองเธอด้วยความอึดอัด ยิ่งอลิสาทำสีหน้ายิ้มแย้มเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกผิดต่อเธอ “คือ..คือผม...ผมอยากอธิบาย”

อลิสาลูบขนนิ่มของสุนัขในอ้อมแขน “ค่ะ ฉันกำลังรอฟัง”

“ผมขอโทษด้วยที่จารุฬีมารบกวนคุณเมื่อวานนี้” ชนสิทธิ์บอกเสียงแผ่ว

“ยังไม่ทันแนะนำตัวกันเลยค่ะ ฉันเองก็เพิ่งรู้ชื่อเธอจากปากคุณ” อลิสาไม่ปฏิเสธว่าหญิงสาวชื่อจารุฬีเข้ามาหาเธอ

ชนสิทธิ์เห็นท่าทีไม่เดือดเนื้อร้อนใจของอลิสาแล้วเขายิ่งร้อนรน “ผมขอเลิกกับฬีไปหลายเดือนแล้วครับ แต่เธอยังไม่ยอมเลิก ผมเองก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น”

ใบหน้าสวยหวานยิ้มตอบรับ ส่วนนักรบเองก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่ได้ยินเข้ากับเหตุการณ์เซื่องซึมของอลิสาก่อนหน้านี้

“ค่ะ” เสียงหวานตอบสั้นๆ และยังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าเช่นเดิม

ชนสิทธิ์ใจคอไม่ดีเลย เขาอยากให้อลิสาก่นด่าเขามากกว่านั่งยิ้มแบบนี้ ซึ่งการที่อลิสาไม่เศร้าไม่เจ็บนั้นเป็นการแสดงว่าเธอไม่แคร์เขาสักนิด ชายหนุ่มรีบอธิบาย “ผมรู้สึกดีกับคุณอลิสนะครับ และผมจะพูดกับฬีให้รู้เรื่องว่าผมกับหล่อนเลิกกันแล้ว เราจบกันแล้วจริงๆ”

อลิสาครุ่นคิดพักใหญ่

เธอไม่เชื่อที่ชนสิทธ์พูด เขาจะพูดอะไรก็ได้ในเมื่อคู่กรณีไม่ได้มาด้วย เธอเห็นท่าทีของจารุฬีเมื่อวานก็รู้ว่าหญิงคนนั้นรักชนสิทธิ์มาก หากชนสิทธิ์ไม่มีเยื่อใยหรือไม่ให้ความหวัง เหตุใดผู้หญิงคนนั้นยังรักเขาไม่จาง

เว้นแต่ว่าชนสิทธิ์จะยังลังเลและไม่ตัดขาดจากจารุฬี บางทีผู้ชายจิตใจดีก็ตัดใครไม่ลง ทำตัวเหมือนให้ความหวังอยู่ลึกๆ และทำให้หลายฝ่ายเจ็บปวดไปเปล่าๆ

แตกต่างจากผู้ชายเย็นชาเด็ดขาดคนนั้น

อลิสาดีใจที่เธอไม่ได้ปล่อยใจให้ชอบชนสิทธิ์จนถลำลึกถอนตัวไม่ขึ้นไปกับความใจดีอ่อนโยนของเขา มือเล็กกอดอัลวิสแนบอกแล้วลุกขึ้น “ขอบคุณนะคะที่คุณนนท์มีความรู้สึกดีๆ ให้ฉัน แต่ว่าตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันดีกว่าค่ะ”

ชนสิทธิ์ลุกขึ้นตาม “แต่ผม...”

ฝ่ามือของชายหนุ่มเลื่อนมาหมายจะสัมผัสอลิสา อัลวิสจ้องหน้าเขาแล้วเห่าเสียงดังทันที

“โฮ่ง!!!! โฮ่ง!!”

ชนสิทธิ์มองภาพสุนัขตัวน้อยแยกเขี้ยวใส่เขาแล้วก็ต้องลดมือลง

“วันนี้ที่ร้านงานยุ่งมาก ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ” อลิสาเดินถอยห่าง

ชายหนุ่มได้แต่ยืนคอตกพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยคำลา อลิสามองร่างสูงเดินไปจนสุดทาง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าสวยยังเฉยเมย เสียงหวานพึมพำคล้ายเอ่ยกับตัวเอง

“ดูสิ ผ่านไปอีกคน แต่อลิสก็ยังลืมตาบ้าใจร้ายคนนั้นไม่ได้เลยนะอัลวิส”

นักรบแหงนมองตาขวาง

นี่เธอยังมีผู้ชายในใจอีกกี่คนกันแน่!!!!

ผู้หญิงหลายใจ!!

ความคิดเห็น