ขอบคุณที่ติดตามและเขามาอ่านนิยายของอริสนะคะ รักทุกคนค่ะ😘❤️

ดั่งใจบัญชา [EP11] หนี(ไม่รอด) & หมดความอดทน

ชื่อตอน : ดั่งใจบัญชา [EP11] หนี(ไม่รอด) & หมดความอดทน

คำค้น : มาเฟีย, รักดราม่า, แอ็คชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2561 02:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดั่งใจบัญชา [EP11] หนี(ไม่รอด) & หมดความอดทน
แบบอักษร

​บทที่ ๑๑


-คฤหาสน์ กาย- 

“นายหญิงครับ” ดาหลาที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ ณ ห้องนั่งเล่นถึงกับกลอกตาไปมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อกิตติเดินเข้ามาหาพร้อมกับเรียกเธอว่า นายหญิง! 

“...” ไร้ซึ่งคำตอบรับใดๆ หญิงสาวหันหน้าไปหาหนุ่มฝรั่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก พลางเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม

“นายโทรมาครับ” ตอบพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือให้ ทว่าดาหลากลับเบียงหน้าหนี

หมับ! 

“นี่นาย!” มือถือในมือหนาของกิตติถูกยัดใส่มือบางอย่าอุกอาจ เธอหันหน้ากลับมามองค้อนเขา 

“คุยกับนายครับ” ดาหลาขบกรามแน่น แต่สุดท้ายก็ยอมยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู

“นึกว่าเครื่องบินตกตายแล้วนะเนี่ย” เอ่ยทักทายปลายสายออกจะจิกกัด โดยที่สายตาอันเกรี้ยวกราดไม่ได้ละไปจากเสี้ยวหน้าของกิตติเลย

‘ทำไม คิดถึงผมล่ะสิ’ ปลายสายตอบกลับมา

“หึหึ...หลงตัวเองไปหรือเปล่า” เธอแค่นหัวเราะเบาๆ 

‘ก็บ้างนะ แล้วนี่ทานข้าวยัง กิตติมันดูแลคุณดีไหม’ ธาวินตอบพร้อมกับตั้งคำถามในประโยคเดียวกัน

“อืม...ก็ดี” เธอตอบ

‘ผมคงอยู่ที่นี่สักสามวัน คุณอยู่ทางโน้นก็อย่าดื้ออย่าซนล่ะ’ 

“ฉันไม่ใช่เด็ก” 

‘เด็กน้อยของผม แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวโทรหาใหม่ รักนะครับ’ ว่าจบก็ตัดสายทันที 

ดาหลายื่นโทรศัพท์มือถือคืนให้กิตติ ซึ่งเขาก็รับมันคืน แล้วขอตัวไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ส่วนหญิงสาวก็ขึ้นมาบนห้องนอนเพื่อเตรียมของสำหรับการใหญ่คืนนี้ 🤫

-ตกดึก- 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ดาหลาเลือกที่จะใช้โอกาศนี้หนีออกไปจากคฤหาสน์ของธาวิน เพราะเวลานี้เป็นเวลาที่ทุกคนในคฤหาสน์กำลังหลับใหล อาจจะมีเหล่าการ์ดดูแลรักษาความปลอดภัยเพ่นพ่านอยู่บ้าง แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะตลอดเวลาเจ็ดวันที่ผ่านมา เธอได้สำรวจรอบๆคฤหาสน์ดูแล้วว่าเส้นทางไหนสามารถใช้หลบหนีได้ อีกอย่างคือเธอเห็นกิตติขับรถออกไปไหนก็ไม่รู้เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว เพราะฉะนั้นโอกาสนี้ดีที่สุด

ดาหลาชะโงหัวออกมาจากหน้าต่างห้องนอน หันมองซ้ายมองขวา เพื่อดูว่ามีใครอยู่แถวนั้นหรือเปล่า พอเห็นว่าไม่มีใครจึงค่อยๆหย่อนผ้าปูที่นอนที่ผูกเป็นปมต่อกันเป็นเชือกยาวลงไปจนสุด ก่อนจะมัดมันไวที่ริมหน้าต่าง กระตุกสามสี่ครั้งเพื่อเช็คว่ามันจะพาเธอลงไปข้างล่างอย่างปลอดภัย

พอแน่ใจว่าทุกอย่างผ่านและพร้อม นักฆ่าสาวจึงปีนออกมาจากหน้าต่างแล้วค่อยๆโรยตัวลงมาตามทางที่หย่อนผ้าเอาไว้อย่างชำนาญ ราวกับว่าทำมันบ่อย

ฟู้วววววววว

ลมหายใจร้อนๆถูกเป่าออกมาจากปากทันทีที่ถึงพื้นดินอย่างปลอดภัย ไม่รีรอรีบเดินหน้าทำตามแผนต่อทันที เธอต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้! 

ดาหลาหันมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง เดินย่องๆไปทางหลังคฤหาสน์ เพราะเป็นเส้นทางที่เธอคิดว่าหน้าจะใช้หนีออกไปได้ ทว่าระหว่างทางกับเจอการ์ดคนหนึ่งกำลังเดินสำรวจบริเวณนั้นอยู่ 

หญิงสาวรีบหาที่อำพรางตัว เมื่อการ์ดคนดั่งกล่าวเดินมาทางตน ร่างสูงเดินผ่านดาหลาไป ซึ่งจังหวะนั้นเธอสังเกตเห็นปืนกระบอกหนึ่งเหน็บอยู่ข้างหลังของเขา จึงใช้จังหวะที่เขาเดินกลับมาแย่งมันมา

ดาหลาออกมาจากซ่อน สะกิดไหล่ร่างสูงให้มาหา ก่อนจะ...

ผัวะ! ตุบ! อ๊าก! 

การ์ดคนนั้นล้วงลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ โดยฝีมือของนักฆ่าสาว 

“เห้ย! เสียงไรวะ! ไปดูดิ!” เสียงของการ์ดคนอื่นๆดังขึ้น ทำให้หญิงสาวต้องรีบหยิบเอาปืนมาถือไว้ แล้วกลับเข้าไปซ่อนที่เดิม ก่อนที่การ์ดพวกนั้นจะแห่กันมา ให้ตายเถอะเธอพลาด! 

“เห้ย! พวกเรามีคนบุกรุก!” การ์ดคนหนึ่งตะโกนบอกเพื่อนของพวกมัน เมื่อมาเห็นร่างของการ์ดอีกคนที่หลับหมดสติอยู่ 

“ระดมกำลังออกตามหา แล้วขึ้นไปดูนายหญิงบนห้อง” การ์ดคนนั้นบอกกับพวกที่เพิ่งวิ่งกุลีกุจอเข้ามา ตอนนี้ในคฤหาสน์วุ่นวายไปหมด 

“จะออกไปยังไงล่ะทีเนี่ย” ดาหลาบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจออกมาจากที่ซ่อน “เอาวะเป็นไงเป็นกัน ไปตายเอาดาบหน้า” 

พรึบ! 

“เห้ย! นั้นนายหญิง พวกเราจับตัวนายหญิงไว้!” ให้ตาย มีคนเห็นเธอ

ปัง! ปัง! ปัง! 

หญิงสาวยิงใส่เหล่าการ์ดที่วิ่งไล่จับเธอ แต่เป็นเพียงแค่การยิงขู่เท่านั้น เพราะไม่ต้องฆ่าใคร...

เอี๊ยดดดดด

เสียงรถสปอร์ตคันหนึ่งขับเข้ามาจอดในคฤหาสน์ด้วยความเร็ว  ก่อนที่ร่างสูงของกิตติจะลงมาจากรถ แล้วรีบถามการ์ดที่วิ่งเข้ามาหา

“เกิดอะไรขึ้น?” 

“นายหญิงครับ นายหญิงกำลังพยายามหนี” 

“ว่าไงนะ!? เร็วปิดทางเข้าออกในคฤหาสน์ให้หมด! ที่เหลือตามฉันมา!” กิตติตะโกนบอกทุกคน   แล้ววิ่งไปตามเสียงปืนที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัง! ปัง! ปัง! 

“นายหญิงอยู่ทางนี้ครับคุณกิตติ” การ์ดคนหนึ่งชี้นิ้วบอกกิตติ ซึ่งกิตติก็วิ่งไปทางนั้น...

ปัง! ปัง! ปัง! 

เสียงปืนยังคงดังสนั่นหวั่นไหว ดาหลายิงขู่เหล่าการ์ดที่ไล่ตามจนกระสุนหมด 

“บ้าเอ้ย! ให้มันได้อย่างนี้สิ!” ปืนในมือถูก เขวี้ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี สองขาเรียวออกตัววิ่งหนีสุดกำลัง ทั้งคอยหยุดต่อสู้กับเหล่าการ์ดข้างหน้าอยู่เป็นระยะ

“หยุดนะครับนายหญิง!” เสียงเหล่าการ์ดที่วิ่งตามมา

“หยุดก็โง่สิ!” เธอตะโกนกลับ ยังวันนี้ก็ต้องหนีออกไปให้ได้ พอคิดได้เช่นนั้นก็รีบสาวเท้าให้เร็วขึ้น

พรึบ!

“นายหญิงจะไปไหนครับ?” อยู่ๆกิตติก็เข้ามาดักหน้าไว้ ทำให้หญิงสาวต้องหยุดโดยอัตโนมัติ

“ถามโง่ๆเนอะ” สิ้นสุดคำพูดดาหลาก็เปิดเชิงทันที ทว่ากิตติกลับรับได้ทุกท่วงท่า

“นายหญิงอย่าทำแบบนี้เลยนะครับ นายให้โอกาสนายหญิงแล้ว อย่าให้นายต้องเปลี่ยนใจไม่งั้นนายหญิงอาจจะเจ็บตัวเอาได้” เขาบอกพร้อมกระนั้นก็ต่อสู้กับเธอไปด้วย ยอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนี้ฝีมือใช้ได้ เพราะขนาดเขาเป็นผู้ชายทั้งแท่งยังเกือบจะรับมือไม่อยู่

“ฉันไม่ใช่นายหญิงของพวกแก บอกไม่ระ...อึก!” พูดยังไม่ทันจบก็มีอะไรบางอย่างแข็งๆกระแทกเข้าที่ท้ายทอย ทำให้สายตาพล่ามัวจนหมดสติไปในที่สุด

“ขอโทษด้วยครับ” กิตติกล่าวขอโทษพลางช้อนตัวหญิงสาวขึ้นแนบอก เพื่อทำให้เธอหยุดเขาจำต้องใช้ของแข็งทุบเข้าที่ท้ายทอยของเธอ

๐๐๐๐๐

-ณ ประเทศจีน- 

ครืด~ ครืด~ ครืด~ 

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นปลุกให้ธาวินตื่นจากการหลับใหล งัวเงียคว้าหาเจ้าต้นเสียงแล้วเอามารับสาย

“ว่าไง” ถามออกมาอย่างงัวเงีย ก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้น ลืมอาการง่วงนอนเมื่อสักครู่ไปซะสนิท

“แกว่าไงนะ!?” เขาถามออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดและหน้ากลัว “ฉันจะรีบกลับ” ว่าจบก็กดวางสายทันที จากนั้นร่างใหญ่ก็รีบก้าวลงจากเตียงนอน แล้วเดินออกมาจากห้อง เพื่อไปหาเรียวที่ห้องถัดไป

ปัง! ปัง! ปัง! 

“ไอ้เรียวตื่น!” 

”อื้อ~” เรียวรู้สึกตัวขึ้นเพราะเสียงทุบประตูดังปังๆหลายครั้งรัวๆติดต่อกัน พร้อมกับเสียงโวยวายของผู้เป็นนาย ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเดินมาเปิดประตู 

แอดดดดด

“ครับนาย” 

“จองตั๋วเครื่องบิน ฉันจะกลับไทยวันนี้ ตอนนี้!”

“ห๊า! ตีหนึ่งเนี่ยนะครับ” เรียวตกใจสุดขีด

“เออ! ไปหามาให้ได้ ฉันให้เวลาแกครึ่งชั่วโมง ถ้าหามาไม่ได้แกตาย!” ธาวินตะคอกใส่ลูกน้องคนสนิท

“กะ..เกินอะไรขึ้นที่ไทยหรือเปล่าครับ?” 

“ไม่ต้องถาม! บอกให้ไปหาตั๋วเครื่องบินมา! ไป!” 

“เฮือก! ครับๆ ผมจะรีบหาตั๋วมาให้เร็วที่สุด” เรียวถึงกับสะดุ้งเฮือกกับน้ำเสียงอันหน้าเกรงขาม

รีบรับคำแล้วรีบวิ่งไปหยิบโทรศัพท์มาโทรไปจองตั๋วทันที 

เจ้านายของเขาไม่ได้อารมณ์ร้ายขนาดนี้มานานแล้ว สงสัยที่ประเทศไทยต้องมีอะไรที่ทำให้เจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มถึงกับฟิวส์ขาดเกิดขึ้นแน่ๆ...

-ครึ่งชั่วโมงต่อมา-

เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานครึ่งชั่วโมงก็ผ่านไป ซึ่งสำหรับเรียวมันเร็วเกินไป แต่สุดท้ายบอดี้การ์ดหมุ่มก็สามารถหาตั๋วเครื่องบินมาให้เจ้านายจนได้

“ได้แล้วครับนาย เครื่องออกอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าครับ” เรียวรายงานกับธาวินที่กำลังแต่งตัวอยู่

“อืม เตรียมรถไปส่งที่สนามบินหรือยัง?” 

“เรียบร้อยแล้วครับ งั้นผมขอตัวไปแต่งตัวเก็บของก่อนนะครับ” 

“เร็วๆ ฉันรีบ” 

“ครับนาย” ว่าแล้วก็รีบไปเก็บข้าวของๆตัวเองและแต่งตัวตามคำสั่ง...

๐๐๐๐๐

-สี่ชั่วโมงต่อมา ณ ประเทศไทย- 

บรืบ~ บรืน~ 

เอี๊ยดดดดด

เสียงรถสปอร์ตของธาวินขับเข้ามาจอดในคฤหาสน์หลังใหญ่ ก่อนที่ร่างสูงสง่าดูภูมิฐานและหน้าเกรงขามจะก้าวลงจากรถ แล้วตรงดิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของกิตติที่ยืนรออยู่ด้วยความโกรธจัด

“แกปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง!? ฉันบอกให้แกดูแลเธอดีๆไม่ใช่หรือไงฮะ!?” ธาวินตะเบ็งเสียงใส่หน้าลูกน้องคนสนิท

“ผะ..ผมขอโทษครับนาย” กิตติก้มหน้าหงุด ไม่กล้าสบสายตาอันร้อนผ่าวเป็นไฟของผู้เป็นนาย

“ตอนนี้เธออยู่ไหน?” ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงแต่ยังคงความหน้าเกรงขามเอาไว้

“อยู่บนห้องครับ” กิตติตอบ ก่อนจะได้รับอิสระ

“ไปเอายามา” ทำดีด้วยแล้วไม่ได้ผล เขาคงต้องเด็ดขาดกับเธอสักทีสินะ ก็บอกแล้วไงว่าอย่าบังคับให้เขาต้องร้าย

“แต่นายครับ” เรียวค้านขึ้น เพราะรู้ความหมายคำว่า ‘ยา’ ของผู้เป็นนาย ถึงจะรู้ดีว่ายังไงก็ห้ามอะไรไม่ได้ เมื่ออาการป่วยของธาวินกำเริบ

“ฉัน บอก ให้ ไป เอา ยา มา ให้ ฉัน!” 

“คะ..ครับ” กิตติรับคำแล้วรีบเดินออกไปทันที

ส่วนเรียวเองก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อเหมือนกัน เลยค่อยๆย่องออกมาจากรัศมีการทำลายล้างของ

ธาวิน เพื่อโทรหาใครบางคน ทว่าคนๆนั้นกลับปิดเครื่อง ชายหนุ่มจึงเขียนข้อความส่งไปให้ และหวังว่าเธอจะได้รับมันทันเวลาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...

“ยาได้แล้วครับนาย” กิตติเดินเข้ามาหาธาวิน ที่ตอนนี้ยืนรออยู่ที่ห้องโถง แล้วยื่นถาดเล็กๆใบหนึ่งไปตรงหน้า

“จะไปไหนก็ไป” มาเฟียหนุ่มรับถาดดังกล่าวมาถือไว้ พร้อมกลับเอ่ยไล่ลูกน้องแล้วหมุนตัวหันหลังให้ ทำท่าจะเดินไปขึ้นบันไดเพื่อไปยังชั้นสองของคฤหาสน์

“เดี๋ยวก่อนครับนาย” กิตติเรียกเจ้านายหนุ่มเอาไว้ สองขาแกร่งที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าเป็นอันหยุดชะงัก ก่อนจะหันหน้ากลับมาหากิตติเหมือนเดิม แล้วพบว่าบอดี้การ์ดคนสนิทยื่นขวดยาเม็ดสีขาวขวดหนึ่งมาให้ 

“อะไร” เขามองขวดยานั้นแล้วเอ่ยถาม

“นะ..นายควรทานมันนะครับ” 

เพล้ง!

“ฉันไม่ต้องการ!” ธาวินปัดขวดยาในมือของกิตติทิ้งอย่างไม่ใยดี เสร็จแล้วก็หมุนตัวกลับ เดินฉับไวขึ้นบันไดไปชั้นสอง

เขาไม่ได้บ้านะ ถึงต้องให้เขากินยาระงับประสาท!...

........................................

หากมีคำผิดหรือคำคาดต้องขออภัยด้วยนะครัช ;)


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว