facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Dwight + Moon -Chapter 2.-Rewrite 05/12/2018

ชื่อตอน : Dwight + Moon -Chapter 2.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 51.3k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 14:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Dwight + Moon -Chapter 2.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

Dwight + Moon

(Chapter2.)

​รุ่งสางของอีกวันมูนตื่นก่อนทุกคนในบ้านเพื่อจะออกไปก่อน ดไวท์ และพอตกเย็นเขาก็จะกลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะมูนรู้เวลาตื่นและเวลาเลิกงานกลับเข้าบ้านของดไวท์ดี เด็กหนุ่มเลือกที่จะหลบหน้าพี่ชายบุญธรรมมาได้สัปดาห์กว่าแล้ว

“มูนยังไม่ตื่นเหรอครับป้า” ดไวท์ถามแม่บ้านที่กำลังรินกาแฟให้เขา

“คุณหนูออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยค่ะ คุณดไวท์” เสียงของหญิงสูงวัยพูดขึ้นพร้อมรินกาแฟให้ดไวท์เหมือนกับทุกครั้ง

เพล้ง!!! เสียงช้อนกาแฟวางกระทบกับจานรองแก้วดังลั่นจนสาวใช้พากันสะดุ้งโหยง แม่บ้านมองดไวท์และถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอรู้ดีว่าตอนนี้คุณหนูของเธออยู่ในอารมณ์ไหน เพราะเธอเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็ก

ดไวท์หยิบมือถือเครื่องหรูของตัวเองขึ้นมาแล้วกดโทรออกหามูนทันที เขาถือสายรออยู่พักใหญ่ก็ไม่มีวี่แววว่าปลายสายจะกดรับแต่อย่างใด

“จะลองดีกับพี่ใช่ไหมมูน” ดไวท์สบถออกมาเสียงลอดไรฟัน


มหาวิทยาลัย

“มูน มึงลงฝึกงานที่ไหนวะ” เสียงเด็กหนุ่มเพื่อนสนิทของมูนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวนั่งทำหน้าเซ็งๆ อยู่หน้าคณะ

“ไม่รู้ว่ะ มึงมีที่เจ๋งๆ แนะนำไหมวะเภา” มูนถามขึ้นพร้อมกับรวบผมแล้วมัดไว้กลางศีรษะลวกๆ

“มีเว้ย บริษัท XXX ไง ที่นั่นเป็นความฝันของกูในอนาคตเลยนะ” มูนถึงกับชะงักไปเล็กน้อยทันทีที่เพื่อนสนิทพูดขึ้น

“เหรอ” มูนตอบรับในลำคอเสียงเบา

“ไปไหม ไปฝึกที่นั่นกับกู” เภาพูดย้ำชวน

“ไม่อะ กูคงหาฝึกบริษัทเล็กๆ”

// ใครจะไปล่ะ นั่นมันบริษัทของบ้านเขาน่ะสิ //

“เออๆ” เภาพูดขึ้น มูนหยิบมือถือของตัวเองขึ้นดูพลางขมวดคิ้วมุ่น

“มีอะไรมึง” เด็กหนุ่มชื่อเภาถามอย่างเป็นห่วง

“เปล่า กูหิวไปกินข้าวกัน” มูนแหงนหน้ามองเพื่อนสนิทตนเองที่ยืนอยู่ข้างกันและพูดขึ้น เขาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ไม้หินอ่อนหน้าคณะ

“ไปดิ” เภาพูดขึ้นและเดินไปที่โรงอาหารพร้อมกัน…

“สวัสดีครับพี่มูน” เสียงเด็กหนุ่มทักมูนขึ้นจากด้านหลัง ร่างบางหันไปมองช้าๆ

“ไปไหนมา เข้าเรียนบ้างรึเปล่า” มูนทักน้องสายรหัสตัวเองที่ยืนอยู่กับเพื่อนอีกสองสามคน

“พี่เจอหน้าผมก็เช็กเวลาเข้าเรียนเลยนะฮะ” เด็กหนุ่มพูดขึ้นขำๆ

“กินข้าวรึยัง” มูนถามออกมา

“เรียบร้อยครับ” เด็กหนุ่มรุ่นน้องพูดพลางมองใบหน้ามูนไม่วางตา

“อืม ไปเรียนสิ มายืนมองอะไร” มูนถามขึ้น

“ผมว่าเดี๋ยวนี้พี่สายผมสวยแปลกๆ นะครับ” เด็กหนุ่มพูดพร้อมเตรียมหลบอาวุธที่มูนกำลังจะปาใส่เขา

“อยากตายก่อนขึ้นปีสามรึไง” มูนดุเสียงเรียบ

“ฮ่าๆ ผมล้อเล่นครับ ผมไปเรียนก่อนนะครับพี่” เด็กหนุ่มรีบวิ่งออกไปพร้อมกับยกมือไหว้รุ่นพี่ทั้งสอง

ตื๊ดๆ เสียงเตือนโทรศัพท์ของมูนดังขึ้น มือเรียวล้วงหยิบมือถือออกมาแล้วกดอ่าน

// ออกมาหาพี่หน้ามหาวิทยาลัย ไม่งั้นพี่จะเข้าไปหาที่คณะ พี่ให้เวลา 5 นาที //  ข้อความจากดไวท์

“ใครจะไปทันวะ” มูนสบถออกมาอย่างหงุดหงิด

“เดี๋ยวกูมา” มูนหันไปพูดกับเพื่อนสนิทก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง

“ไปไหนวะมึง” เภาถามขึ้น

“มึงกินไปก่อนเลย เดี๋ยวกูมา” มูนบอก มือบางวางถาดไว้ที่เดิมและรีบวิ่งออกไปจากโรงอาหาร…

“แฮ่กๆ มีอะไรรีบๆ พูดมาผมจะไปเรียน แฮ่กๆ” มูนรีบวิ่งออกมายังหน้ามหาวิทยาลัย เขายืนห่างจากตัวรถพอสมควร

“ขึ้นมา” ดไวท์สั่งเสียงนิ่ง

“ไม่อะ” มูนปฏิเสธอย่างไม่ต้องหยุดคิด

“พี่บอกให้ขึ้นมา!!!” ดไวท์พูดบอกเสียงเข้ม

มือบางยกขึ้นปัดผมที่ร่วงลงมาระข้างแก้มอย่างหงุดหงิด มูนเปิดประตูและนั่งข้างดไวท์ภายในรถหรูอย่างเลี่ยงไม่ได้

“มีอะไร” มูนกระแทกเสียงใส่

“วิ่งมาหรือไงเหงื่อท่วมเชียว” ดไวท์ถามขึ้น สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยของมูนไม่วางตา แรงหอบทำให้อกบางกระเพื่อมขึ้นลงหนักๆ

ดไวท์เร่งแอร์ต่ำลงเพื่อให้มูนรู้สึกสบายขึ้น ผมยาวถูกมัดลวกๆ เป็นหางม้าไว้อย่างน่ารัก เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยตกลงข้างแก้มใส มือหนายกขึ้นทำท่าจะเกลี่ยเช็ดให้ มูนเอียงหน้าหนีและมองดไวท์อย่างไม่พอใจ

“ก็ใช่น่ะสิ คุณมีอะไรก็รีบๆ พูดมา” มูนพูดเสียงติดจะรำคาญออกมาอย่างหอบๆ

“เมื่อเช้าทำไมไม่รับสายพี่ แล้วยังจะหลบหน้าพี่มาตลอดทั้งสัปดาห์อีก” ดไวท์เข้าประเด็นโดยไม่อ้อมค้อม

“เรียนอยู่ แล้วทำไมผมต้องหลบหน้าคุณล่ะ ดไวท์”

มูนหันมองดไวท์ นับเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่เขาได้อยู่ใกล้คนตรงหน้าขนาดนี้…ทำไมหัวใจถึงเต้นแรงแบบนี้นะ

“ไม่รู้สิครับ พี่อาจรู้สึกไปเองคนเดียวก็ได้ว่าเรากำลังหลบหน้าพี่อยู่” ดไวท์พูดบอก

“มีเรื่องพูดแค่นี้ใช่ไหม” มูนทำท่าจะเปิดประตูรถเพื่อลงไป มือหนารีบเอื้อมคว้าแขนเรียวไว้อย่างรวดเร็ว

“จะไปไหน” ดไวท์ถามออกมาเสียงดุเพราะมูนไม่ค่อยดื้อใส่เขาแบบนี้เท่าไหร่

“ไปเรียน” มูนหันมาบอกเสียงห้วน

“ไม่ต้องไป กลับบ้านกับพี่” ดไวท์พูดสั่ง เขาไม่มีเหตุผลอื่นอีกแล้วที่จะหาเรื่องได้อยู่ใกล้กับมูน

“ไม่!!!” มูนรีบปฏิเสธพร้อมสะบัดแขนของตัวเองออกจากมือหนา

“ปกติมูนของพี่ไม่ได้ดื้อแบบนี้ใช่ไหมครับ” ดไวท์พูดขึ้นเสียงเย็นนานแล้วที่เขาไม่ลงโทษหรือดุมูนแบบนี้

“ก็เพราะว่ามูนของพี่มันตายไปแล้วไงละ” มูนพูดออกมาเสียงเรียบ

“หึ ได้สิ ถ้าอย่างนั้นพี่จะได้มองมูนเป็นคนอื่น” ดไวท์พูดเสียงลอดไรฟัน

“…” มูนชะงักไปทันที แต่เพียงไม่นานก็ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย

“ทำไมมือเป็นแผลแบบนี้” ดไวท์จับมือบางขึ้นดูปลายนิ้วที่มีแผ่นเทนโซพลาสแปะเรียงกันถึงสามนิ้ว

“เหลาดินสอ” มูนพูดบอกเสียงเรียบและรีบดึงมือตัวเองออกจากมือหนา

“แล้วทำไมไม่บอก” ดไวท์ขมวดคิ้วถามขึ้น เพราะปกติเขาจะเป็นคนทำให้มูนตลอด

“เลิกทำแบบนี้สักที แค่เหลาดินสอมันจะไปยากอะไร คนอื่นเขาก็ทำกันได้” มูนสะบัดมือของตัวเองออกเต็มแรงและพูดขึ้นเสียงลั่นรถ

“แล้วแผลที่มือนั่นคืออะไร” ดไวท์ถามเสียงเข้ม

“ก็เพราะคุณไม่ใช่รึไงที่ไม่เคยสอน ดีแต่ฉวยเอาไปทำแทนทุกครั้งผมเลยเป็นไอ้โง่ตัวตลกที่เพื่อนเอาไปพูดกันสนุกปากว่าแค่เหลาดินสอยังทำไม่ได้” มูนพูดขึ้น ดวงตากลมสั่นไหว เขาอยากลงจากรถไปเสียเดี๋ยวนี้

“ลงไป” ดไวท์เอ่ยปากไล่ออกมาเสียงเข้ม มูนหันไปมองร่างหนาข้างกายอย่างงงๆ ที่จู่ๆ ดไวท์เอ่ยไล่เขาให้ลงจากรถ

“บอกให้ลงไป” เสียงเข้มทุ้มต่ำย้ำขึ้นมาอีกครั้ง

มูนก้าวลงจากรถอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็เอาเถอะถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้เท่าไหร่นัก


บ้านลูเพิร์ท สีหราช

แกร๊ก!!! เสียงไขประตูห้องของมูนดังขึ้นยามดึกคืนนั้น

“อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากให้พ่อแม่ตื่นขึ้นมาฟังเสียงครางหวานหูของตัวเอง” ดไวท์พูดขู่เสียงเย็น

“ปล่อย คุณกำลังทำบ้าอะไร” มูนพยายามดิ้นหนีแต่ก็ไม่เป็นผล

“ในเมื่อพูดดีๆ กันไม่เข้าใจ อยากเป็นคนอื่นนักใช่ไหม ถ้างั้น…ฉันจะปฏิบัติกับเธอเหมือนกับเธอเป็นแค่คนอื่น” ดไวท์พูดขึ้นเสียงเรียบ

แสงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาตามม่านหน้าต่างทำให้มูนเห็นแววตาของคนตัวโตที่กำลังมองมายังเขานั้นเปลี่ยนไปจากเดิมจากที่เคยเป็นสายตาของคนที่เขาเรียกว่าพี่ชายมาตลอดสิบกว่าปี

“คะ…คุณจะทำอะไร ไม่นะ!!!”

เหตุการณ์เป็นแบบนี้แทบทุกคืนเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ ที่ดไวท์เข้ามาเสพสมร่างกายของเขาทุกคืนจนเกือบรุ่งเช้าของอีกวัน โดยในยามปกติเมื่อทั้งคู่พบหน้ากันมูนไม่เคยปริปากพูดกับดไวท์แม้แต่คำเดียว เช่นกันกับดไวท์เองก็ไม่แม้แต่จะชายตามองมูนสักนิด

แม้กระทั่งเวลาทานข้าวดไวท์เองมักจะลุกออกไปก่อนทั้งที่ยังไม่ได้แตะต้องมื้ออาหารสักนิด สงครามประสาทก่อตัวขึ้นในบ้านหลังใหญ่ ทั้งพ่อและแม่เองก็รู้ว่าสาเหตุเพราะอะไร

“อึก อุ๊บ อ้วก” มูนอาเจียนแบบเอาเป็นเอาตายมาสองวันแล้วหลังจากที่ดไวท์ไม่อยู่บ้าน ซึ่งนับเป็นเรื่องดี ไม่อย่างนั้นเขาต้องถูกทำอะไรทั้งที่ป่วยอยู่แบบนี้แน่

“คุณหนูไหวไหมคะ” เสียงแม่บ้านถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

“ไหวครับ ป้าอร มูนคลื่นไส้มวนท้องยังไงก็ไม่รู้” มูนพูดบอก ใบหน้าหวานซีดขาว มือบางหยิบผ้าขนหนูซับปากตัวเองช้าๆ

“เวียนหัวรึเปล่าคะ” แม่บ้านถามถึงอาการของมูน

“นิดหน่อยครับป้า” มูนเล่าถึงอาการของตัวเองให้หญิงสูงวัยฟัง

“ถ้าคุณหนูของป้าเป็นผู้หญิงละก็ป้าคงคิดว่าคุณหนูป้าท้องนะคะเนี่ย” แม่บ้านคนสนิทพูดขึ้นขำๆ

หญิงสูงวัยยื่นแก้วน้ำพร้อมยาให้มูน ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับถือกระเป๋าใบใหญ่วางไว้ที่หน้าห้องนอนของมูน…

“มูนไปไหนครับป้าอร” ดไวท์ถามขึ้นเมื่อกลับมาถึงบ้าน

“คุณหนูไม่สบายค่ะ นอนพักอยู่ข้างบน ทำไมกลับมาไวแบบนี้ล่ะคะ” หญิงสูงวัยถามขึ้น

“ประชุมเสร็จก็รีบกลับเลย แล้วมูนเป็นอะไรครับ” ดไวท์ไม่วายถามขึ้นอีก

“คิดว่าอาจเป็นโรคกระเพาะนะคะ เห็นบ่นว่ามวนท้อง เวียนหัวแล้วก็อาเจียนค่ะ” แม่บ้านพูดบอก

“มีใครพาไปหาหมอหรือยัง” ดไวท์ถามขึ้นและทำท่าจะเดินขึ้นชั้นบนเพื่อไปดูอาการของมูน

“คุณมูนน่ะเหรอคะ คุณดไวท์ก็รู้ดีว่าแกน่ะกลัวหมอมากขนาดไหน” หญิงสูงวัยพูดขึ้นยิ้มๆ

“อืม งั้นเดี๋ยวผมขึ้นไปดูเอง” ดไวท์คลายเนกไทออกช้าๆ

“ไม่ต้อง ฉันให้ป้าอรเอายาขึ้นไปให้แล้ว” เสียงไมเคิลดังขัดจังหวะขึ้นก่อนที่ดไวท์จะเดินขึ้นไปด้านบน

“สวัสดีครับ” ดไวท์พูดทักทายพ่อตนเองเสียงเรียบ

“อืม เป็นไงการประชุมที่นิวยอร์ก” ไมเคิลถามลูกชายตัวเอง

“ก็โอเคครับ ฝ่ายนั้นคงไม่มีปัญหาอะไร น่าจะผ่านไปด้วยดีครับ” ดไวท์พูดบอก

“อืม โอเคก็ดี” ไมเคิลมองลูกชายตนเองนิ่งๆ ก่อนจะเหลือบมองแม่บ้านและถามขึ้น

“ป้าอรจัดกระเป๋าให้มูนเรียบร้อยแล้วนะ”

“เรียบร้อยค่ะคุณไมเคิล” หญิงสูงวัยก้มหัวเล็กน้อยพูดรายงาน

“มูนจะไปไหนครับ” ดไวท์รีบถามออกมาทันที

“มันไม่เกี่ยวกับแก” ไมเคิลพูดขึ้นเสียงนิ่ง

กรอด!!! ดไวท์กัดฟันกรอด

หญิงสูงวัยรีบเดินออกจากห้องรับแขกเพราะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศของพ่อลูกที่กำลังจะเปิดศึกกัน

“ผมว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วนะครับพ่อ” ดไวท์พูดบอกเมื่อแม่บ้านเดินออกจากตรงนั้นไป

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะดไวท์!!! ว่าแกแอบย่องเข้าห้องน้องทุกคืน แต่มูนมันไม่พูดเพราะห่วงความรู้สึกฉันกับแม่แก” ไมเคิลบันดาลโทสะ

“พ่อรู้…” ดไวท์ถามย้ำอย่างแปลกใจ

“ใช่ ฉันรู้!!! แกมันเห็นแก่ตัว แกจะรู้ไหมว่ามูนต้องเก็บความรู้สึกเลวร้ายที่แกสร้างไว้มากแค่ไหน ฉันถามแกจริงๆ เถอะ แกยังเป็นคนอยู่ไหม ดไวท์!!!” เสียงกร้าวของผู้เป็นประมุขบ้านดังลั่นห้องโถงใหญ่ภายในคฤหาสน์หรู

“ฉันให้มูนทนอยู่กับสัตว์ร้ายแบบแกไม่ได้อีกแล้ว”

ไมเคิลพูดบอกเสียงเย็น เขาจะผิดหวังกับดไวท์เพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรดไวท์ก็คือผู้สืบทอดทุกอย่างจากเขา แต่เขาก็ไม่อยากเสียมูนไป

“แต่มูนเป็นเมียผม” ดไวท์พูดขึ้นเสียงเข้ม

เขามองผู้เป็นพ่ออย่างไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรอีกฝ่ายถึงจับเขาแยกกับมูนแบบนี้ ถ้ารู้ก็ควรให้เขารับผิดชอบสิ ไม่ใช่ผลักไสมูนให้ออกห่างเขาแบบนี้

“เมียที่แกขืนใจทำระยำกับเขาทุกค่ำคืน แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเมียหรอก ดไวท์ แกมันโตเกินกว่าที่ฉันจะสั่งสอนแล้ว” ไมเคิลพูดออกมาอย่างเหลืออด

“ผมไม่มีทางให้พ่อพามูนไปจากผมแน่นอน” ดไวท์ทำท่าจะเดินขึ้นไปด้านบน

“มาลองดูกันว่าฉันจะทำได้ไหม เด็กๆ!!!” เสียงไมเคิลเรียกลูกน้องของ ดไวท์ออกมาเสียงลั่น

“ครับคุณท่าน” ลูกน้องดไวท์ต่างกรูกันเข้ามาเพื่อรอรับคำสั่ง

“จัดการคุณดไวท์ของพวกแก อย่าให้ออกมาจากห้อง ไป!!!” ไมเคิลสั่งเสียงเฉียบ ลูกน้องแต่ละคนพากันทำหน้าลำบากใจไม่น้อย

“ฉันสั่ง พวกแกไม่ได้ยินหรือไง” ไมเคิลตะคอกออกมาเสียงดัง

ชายหนุ่มขนาดตัวสูงใหญ่พอๆ กับดไวท์สามสี่คนโค้งให้เจ้านายตัวเองและพยายามพูดห้าม ดไวท์ปล่อยหมัดใส่อย่างรวดเร็วเมื่อถูกลูกน้องคนสนิทจับล็อกเขาไว้

“Shit!!! พวกมึงแม่งเลี้ยงไม่เชื่อง!!!” ดไวท์สบถออกมาเสียงลั่น

ผลัก!!! ผลัวะ!!! ตุบ ตุบ กึก ฟึบ ผลัวะ!!!

“ขอโทษนะครับคุณดไวท์” ด้ามปืนถูกตบเข้าที่ท้ายทอยของดไวท์เต็มแรง

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องมูนดังขึ้น

มูนใบหน้าซีดเผือดเดินมาเปิดประตูและก้าวออกจากห้อง

“พร้อมหรือยัง” ไมเคิลถาม

“ครับ” มูนตอบรับในลำคอ

“ไหวไหม หรือจะเดินทางพรุ่งนี้ดี สีหน้าลูกไม่ค่อยดีเลย” ไมเคิลถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรครับ ไปกันเถอะครับ" มูนพูดบอกเสียงแผ่ว


สนามบิน

“ติดต่อมาหาพ่อบ้างนะมูน ดูแลตัวเองให้ดี” ไมเคิลพูดขึ้น มือหนายกขึ้นลูบผมมูนอย่างรักใคร่และเป็นห่วง

“ขอบคุณนะครับพ่อ ฮึก มูนคงคิดถึงมาก ขอบคุณที่เลี้ยงมูน ดูแลมูนมาอย่างดี” มูนพูดทั้งน้ำตา

ปกติเขาไม่ใช่คนขี้แย แต่สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้เกินกว่าที่เขาจะอดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป

“โตได้แล้วน่า ร้องไห้เป็นเด็กไปได้” ไมเคิลพูดขึ้น ปากสีซีดยิ้มบางๆ ให้ลูกชายคนเล็กของตัวเอง

“เรียบร้อยครับคุณหนู” เสียงลูกน้องไมเคิลเดินมาบอกเพื่อให้มูนเตรียมตัวขึ้นเครื่อง

“ฝากดูแลแม่ด้วยนะครับ มูนรักท่านทั้งสองนะครับ Though we're far apart, but please do not forget me. (ถึงเราจะอยู่ห่างไกลกันแต่ได้โปรดอย่าลืมผม)” มูนกระซิบแผ่วเบา

มูนยังคงดูสวยสง่าทุกครั้งแม้ว่าจะอยู่ในชุดหรืออิริยาบถไหนก็ตาม ทุกคนต่างหันมองเด็กหนุ่มเป็นระยะอย่างชื่นชมในความงามสง่าของร่างบางเจ้าของใบหน้าหวานราวกับหญิงสาวและผมยาวสยายเป็นลอนสวยงาม

เสียงประกาศขึ้นเครื่อง ร่างบางรีบเดินเข้าเกตด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องจากมาแบบนี้ แต่ถ้าเขาไม่หนี ชีวิตของดไวท์ต้องแย่เพราะเขา ไม่ว่าจะเป็นเสียงติฉินนินทาหรือกระแสวิพากษ์วิจารจากหลายด้าน และเพราะเหตุนี้เขาจึงเลือกขอไมเคิล ผู้เป็นพ่อบุญธรรมให้ช่วยส่งเขาไปอยู่สถานที่ไกลๆ โดยไม่บอก ดไวท์…

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว