ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}

ชื่อตอน : โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 992

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2561 13:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โซ่รักสีเทา {ทำมือ::เปิดจอง-15พ.ค}
แบบอักษร


{โซ่เลือกนาย}

เช้าวันต่อมา  

หลังจากที่พากันทานข้าวเช้าเรียบร้อยเเล้ว ต่างคนต่างก็เเยกย้ายกันอยู่                

ทิชากำลังล้างจาน ส่วนคนเจ้าอารมณ์นอนก่ายหน้าผากซึมเเต่เช้า อยู่บนโซฟา                

"ชา" หมอกพ่นคำออกจากปาก ขณะนอนอยู่บนโซฟา  

ส่วนคนต้องตอบ จัดการความรู้สึกตัวเองไม่ถูก จับจานกับผ้าที่เตรียมเช็ดไว้เเน่น                   

"ทิ.. ชา" เสียงเริ่มจะเข้มขึ้น                

"ขะ..คะ" เธอขานรับทันทีคราวนี้                   

"เธอเคยติดต่อกับคิมหันต์บ้างรึเปล่า"                 

"ไม่ค่ะ"                

"เอามือถือมาดู" คนนอนอยู่ วางมือไว้บนพนักพิงโซฟา รอเอาของ                 

"ไม่ได้ติดต่ออะไรเเล้วจริงๆ ค่ะ"                 

"เอา มา" นิ้วเเกร่งกระตุก รอ "นับ หนึ่ง"                 

เเละถ้าคำนี้ ทิชาไม่เคยพลาดเลย ที่จะทำตาม                 

เธอวางของทุกอย่าง หยิบโทรศัพท์ออกจากชุดกันเปื้อน พรางเดินเอามาให้หมอกอย่างรวดเร็ว                

ตอนวางมันบนมือเขา พรันหย่อนก้นนั่งบนเก้าอี้ ข้างเขาด้วย                

หญิงสาวเรียกกำลังใจเข้าเต็มปอด จับมือตัวเองประสานกัน                

"คุณหมอกคะ?" มองโทรศัพท์ตัวเองไป ใจกังวลนึกกังวล "เกิดอะไรขึ้นกับพี่คิมคะ?.."  ในที่สุดก็ตัดสินใจถาม                 ถึงเธอไม่ได้รักคิมหันต์ชู้สาว เเต่ความเป็นพี่ชายความดีของเขา หัวใจนี้ ยังเคารพรักนับถืออยู่                

"เมื่อคืนเธอแอบฟัง ก็น่าจะรู้" สุ่มเสียงประชดของคนนอน                

"ชาไม่ยินค่ะ" ตอบเเบบไม่คิด                 

จนคนได้ยิน ถึงกับมีใบหน้าตึง                 

"คือ.. เมื่อคืน ชาได้ยินไม่ชัดเลยค่ะ"                 

 ให้มันได้อย่างนี้สิ! หมอกคิดฉุนคนซื่อข้างใน ทันครันเขาหลับตาลงเเล้วขยับปาก 

               "ไอ้คิมบอก ปริมหายไป" คนหน้าตึงข่มความรู้สึกฉุนไว้ ด้วยเหตุที่ว่า วันนี้วันหยุด จะอยู่ด้วยกันทั้งวัน ไม่อยากหัวร้อนมากไป                 

มีเรื่องปริมมาศหัวเขาก็จะระเบิดอยู่เเล้ว                 

ด้านทิชากระจ่าง ในสิ่งที่ทำให้หมอกทุกข์ใจได้ขนาดนี้ ไม่ไกลจากเรื่องปริมมาศเสียเท่าไรหรอก เเล้วจากรูปการตรงหน้า ให้เธอเดา เขาก็กำลังสงสัยเธอถูกไหม..                

"คุณหมอกสงสัยชา"                 

"อืม" คนนอนครางรับ                

"อ้อ" หญิงสาวเบนหน้าหนี มือที่ประสานกำหากันเเน่น ผิดคาดเธอเสียที่ไหน ขึ้นชื่อว่า 'คิมปริม' อะไรเป็นเรื่องมา หมอกก็จะคิด ให้ตกที่เธอก่อนแหละ                

"ชาไม่รู้เรื่อง เเล้วก็ไม่ได้ทำด้วยค่ะ"  คนพูดหมุนตัวเดินไปเข้าครัว โดยไม่สนรอเอาโทรศัพท์คืนเเล้ว            

ส่วนหมอกมองตามคนขี้น้อยใจ เขาทำเป็นไม่สนใบหน้าหงิกงอนั่น สักพักตัวเองลุกขึ้นเดินบ้าง เพื่อไปหยิบผ้าเย็นในตู้เเช่                

จังหวะต้องผ่านทิชาอยู่เเล้ว เขาไม่ลืมส่งโทรศัพท์ให้เจ้าตัวคืน โดยการหยอดมันใส่กระเป๋าเสื้อกันเปื้อนอีกฝ่าย                เสร็จ เดินมาเปิดตู้เย็นต่อ หยิบผ้าเย็นมาสองซอง                

พอกำลังปิดตู้ เท่านั้น..                

"ผีร่วงงงงง!" เสียงหวานอุทานลั่น จับจ้องลูกส้มบนโต๊ะ สองสามผลทยอยไหลลงสู่พื้น                 

มีกลิ้งมาหาเขาด้วยแหน่ะ                

"คุณหมอกกก" คนตกใจเรียกให้รีบเก็บ                

"บ๊ะ ไม่ทัน" ชายหนุ่มก้มดูผลงานตัวเองอย่างเสียดาย พรันเงยขึ้น ถึงได้เห็นคนหน้าหน้าหงิกกำลังยืนมองเขาอยู่                 เเละเสียงหายใจที่ดังหอบของเธออีก..                 

หมอกอดคิดไม่พอใจทิชาไม่ได้ เธอโกรธว่างั้น..ทั้งที่เมื่อกี้เห็นกันอยู่ไหม ว่าเขาก็ตั้งใจจะช่วย เเต่ตกใจไง ตกใจมาก เท้าเลยกระตุกเขี้ยเข้าซอกตู้เฉย..                  

"ไม่ได้ตั้งใจว่ะชา"                 

"เข้าใจ ชาเข้าใจ" ร่างเล็กหันหลังให้เขาทันที นั่งหมอบตัวลงกับพื้น หวังจะเก็บของเอง                 

ทิชาไม่อาจรู้เลยว่าทำเเบบนี้มีผลเสียอย่างไร                 

หนึ่งล่ะ ขว้างทางเดินคน                

สองสะโพกงอนของเธอ เเอ่นมาหาเขา เต็มๆ ตา  เเล้วยังจะรอยตะเข็บอันเดอร์เเวร์ที่นูนผ่านกระโปร่งเนื้อบางครีม                 หื้มม.. หมอกครางในใจ                 

"ไว้ก่อนเถอะ คนจะเดิน" เสียงเข้มดุขึ้น เเต่ตามองไม่วาง                 

"เดี๋ยวอ๊ะ!..จะได้" เสียงค่อนข้างกระเส่าถูกเปร่งออกมาริมฝีปากหญิงสาว                

"ทิ ชา" หมอกเคืองคน ขว้างทางเดินไม่พอ ยังเขยิบเอาก้นงอนมาโดนเท้าอีก               

 "คุณช่วยถอยทีค่ะ"                  

คนต้องถอย ยังไม่คิดที่จะขยับออก ซ้ำยังขยับเท้าชิดก้นทิชาเพิ่มอีก                 

คิดดู.. ภาพเสียงของเธอออกมาขนาดนี้ 'อ่อยชัวร์ ' หมอกนึกได้ดังนั้น หมับ! จับเข้าให้ที่เอวบาง เเล้วลากตัวเธอออกมา                

"อ๊ะ! คุณ!"                

"ยากอะไรนักหนา"                 

"ชาเจ็บนะคะ"                

"จะช่วยให้มันจบๆ" ชายหนุ่มเปร่งลำเสียงหงุดหงิด                 

"บอกกันดีๆ ก็ได้นี่" คนเจ็บจับลูบเเขนตัวเอง .               

"บอกเเล้ว ไม่ฟัง" คนหมอบหาลูกส้มพูดพึมพำ ใบหูข้างติดกับพื้น เอียงตาไปข้างหน้า พอดีกับเจอหญิงสาวนั่งอยู่                สายตาหมอก O_o                 

เเจ็คพอต! เขาต้องใช้คำนี้เลย เพราะดันเจอเจ้าของอันเดอร์เเวร์ สีหวานนั่งท่าถ่างนิดๆ ตัวทิชาเองอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้ เพราะตอนที่เขาลากออกมา เจ้าตัวคงอยู่ท่าไหนท่านั่น หรืออาจเป็นเพราะกระโปร่งยาว เลยไม่ทันคิดว่ามันโป๊ เเต่นี่ เขาหมอบอยู่                 

ยาวก็โป๊ ชัดได้!                

"นั่งใหม่ ไม่สวย" เสียงเข้มมองบน ทำเหมือนเป็นทุเรสลูกตาของตัวเอง                 

ทางทิชาหุบเข่าเข้าหากันได้ นั่งเเมะในท่าพับเพียบทันที อ้าปากจะพูดเเต่พูดไม่ออก                 

"กลิ้งเหมือนเเกล้งกู" เขาด่าส้ม " เอาไป" เเล้วโยนมันใส่ตักคนหญิิงสาว ด้วยใบหน้าเรียบเฉย พรางคว้าต้นเเขนเธอมาดู                 ถึงได้เห็นเหมือนรอยข่วน เกิดจากขอบโต๊ะตอนที่ตนดึง                

"ร้องซะลั่นห้อง" คิ้วหมอกขมวด จากนั้นลุกขึ้น เดินมานั่งที่เก่า                

"ทายาเอา" เสียงตะโกนไป พร้อมมือที่เเกะซองผ้าเย็นทั้งสอง                  

"ยาอยู่ตู้ ใช้ได้ตามสบาย" อีกครั้งกับน้ำเสียงไม่เเยเเส นำผ้ามาโบ๊ะหน้าพรันทิ้งตัวลงนอน



10.13 น.

            "ไหนบอกว่าว่ายน้ำ เเล้วนี่?" หมอกถามอีกฝ่าย เมื่อไม่เห็น คนพูดว่าจะลงมาว่ายน้ำ ทำอยากที่พูด              

"ชาเปลี่ยนใจค่ะ อยากนั่งเฉยๆ เเล้ว"                

"เข้าใจหลอกดี"                 

ทิชาทำหน้าเหวอ                

"ครับหลอก" เสียงทุ้มเอ่ยประชดแม่คนซื่อ ก่อนนั่งพิงพนักเก้าอี้ ใต้ร่มไม้ ที่นี้ค่อนข้างปลอดคน เพราะห่างจากสระน้ำพอสมควร                   

"เสียเวลาฉันหมด" ชายหนุ่มพึมพำเสียงเบา                             

"ถ้าคุณหมอกมีธุระก็ กะ อืมค่ะ" คำพูดถูกตัดทิ้งไป เมื่อหญิงสาวเห็นคนหน้าตึงกำลังลุกยืน เดินจากไปอย่างดื้อๆ โดยไม่พูดลาอะไร                

ทิชามองตาม หมอกคงเสียอารมณ์มาก เเต่เธอไม่ได้ขอเขาตามมาสักหน่อย                 

คิดได้เเค่นั้น หญิงสาวก็หันมามองตัวเองต่อ มือลูบหน้าท้อง กำเนื้อผ้าไว้ อีกมือหยิบของในกระโปร่งออกมา มันคือที่ตรวจครรภ์  ที่สำคัญ ขึ้นสองขีด                 

ไม่มีการตกใจนะ ไม่มีการร้องใดด้วย เพราะผ่านมาเเล้วเเต่เเรก ก่อนจะตัดสินใจลงมานั่งเล่นที่นี้                  

ไม่คิดจะว่ายน้ำอยู่เเล้ว กับตอนที่หมอกถาม เธอไม่มีอะไรจะอ้างเขาต่างหาก                     

ในใจ หวังเเค่วันนี้ไม่อยากจะเป็นเรื่องเเย่ๆ ของเขาเท่านั้น                 

อยากพักก่อน พอก่อน เพราะความเหนื่อยล้ามันสุมอกเกินไป                 

"ไม่ค่อยเย็น"                  

กล่องนมเปรี้ยวรสแอปเปิ้ล ถูกวางบนโต๊ะ ทิชาเลยเเหงนมองหน้าคนให้ เป็นหมอกนั่นเอง ส่วนเขามีน้ำอัดลมกระป๋องในมือ                 

"เห็นกินบ่อย"                 

ทิชากำที่ตรวจครรภ์ไว้มั่น ตะครุบด้วยสองมือ ทีเผลอของเขาเเล้วรีบซุกไว้ที่เดิม                

"ขอบคุณค่ะ" คนใจหวั่นพูด รีบเเกะหลอดเจาะดูดทันที เเค่ก! อะ เเค่กๆ                

"ใจเย็นๆ เดี๋ยวได้ตายกันพอดี" หมอกมองทิชาอย่างอ่อนใจ                 

"ชาหิวค่ะ" คนหน้าเเดงตอบ เกิดแสบจมูกขึ้นจึงเอามือมาจับบีบ                

"เอาอีกเปล่าล่ะ?"                 

"เเค่นี้ก็ได้ค่ะ"                

"กะจะฝากซื้อบุหรี่หน่อย"                

"หะ"                

หญิงสาวหน้าซีด ไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะพูดเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ใครๆ ก็ทำกันได้           

"ไปซื้อให้หน่อยสิ" มือหนาหยิบเเบงค์ห้าร้อยยื่นให้ "ได้มั้ย?"                 

อกทิชาเต้นระรัว นัยน์ตาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย พรันลุกขึ้นจับเเบงค์ม่วงนั่น                 

ในขณะจิตก็คิดถึงตัวน้อยๆ ในท้องไปด้วย บุหรี่เลยเหรอ                 

มือบางต้องชะงักไว้เเค่นี้ เพราะด้านหมอก เขาก็จับเจ้ากระดาษเเน่นเหมือนกัน                 

ต่างจึงได้มองหน้ากัน                

"จุดยืนเธอมีสักเรื่องมั้ยชา เเบบเอาให้ตายก็ไม่ยอม" ชายหนุ่มถาม ดึงเเบงค์คืนใส่กระเป๋าดังเดิม                

ทิชาตอบ "ตอนนี้ ชากลัวตายเเล้ว จุดยืนเลยไม่จำเป็นสำหรับชา"                 

"หึ.." เขาครางยิ้มหยันๆ                

คนยืนอยู่ น่าเสีย ใจหายวูบ ค่อยๆ นั่งหย่อนก้นลงนั่ง                 

"วันนี้ ฉันรู้สึกหน้าตัวเอง โดนมองตลอด ทำไม?" หมอกยิงคำถามหาทิชา เพราะเขามีความรู้สึกว่า เธอแปลกชอบกล                 

"ไม่มีอะไรค่ะ"                 

"ฉันอยากได้ความจริงเลย เพราะคำพูดรอบสองไม่มีเชื่อนะ"                  

"วันนี้ดูเหมือนคุณหงุดหงิดชานะคะ" สองมือบางจับกล่องนมก้มงับหลอดต่อ                

หมอกฟังคำของทิชาเเล้วถอนหายใจดัง เฮ้อ..                

"ก็หาว่า.."                 

"ค่ะ ชาอาจจะคิดมากไปก็ได้" ทิชายอมรับออกมาง่าย เพื่อให้เรื่องจบ                

เธอเก่งขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องนี้ ที่รู้ว่าตัวเองอะไรควรพูดและเลือกทำได้บ้าง                

"จะดีกว่านะคะ ถ้าว่าจะไม่มีชา คือชาหมายถึง ชาเเค่ขอนั่งที่อื่นก่อนเฉยๆ ไม่ได้ไปไหนไกล"                        

"ดียังไง?" หมอกถามพร้อมเอื้อมมือฉวยกล่องนมที่อยู่ในปากหญิงสาวออก เเล้วโยนมันทิ้งถังขยะใกล้ๆ         

"หมดเเล้วก็ทิ้ง" คนหน้าตึงกล่าว                

"ไม่ต้องเห็นกันให้รำคาญไงค่ะ" ส่วนทิชาตอบคำถามก่อนหน้า               

 "มันมีคำไหนบอกรำคาญเธอ"               

 "หน้าคุณบอก"                

"ไม่ได้รำคาญ เรียก 'ไม่ชอบ' เมื่อกี้นี้ คือไม่ชอบนะชา ไม่ชอบเเล้วแกล้ง เก็ท?.."                 

"ไม่ชอบ" ทิชาขยับปากพูดเบา                

"แถมเครียดด้วย น้องทั้งคนหายไป ไม่รู้มันไปตายอยู่ที่ไหน"                 

ทิชาพยักหน้าเศร้า                

"จะรำคาญก็ปริมมาศนี่เเหละทำ ไม่เกี่ยวกับเธอหรอกชา"                

หน้าเศร้าพยักอีก เธอควรดีใจ..

         ด้านบนท้องฟ้าคล้ายเป็นสีเทา เริ่มมนเข้มขึ้นเรื่อยๆ บวกลมฝนโปรยปรายลงยังพื้นหญ้า                 

ดิ่งลงพื้นทีละนิด                

"ป่ะขึ้นห้องเถอะ" คนพูดลุกขึ้นยืน                 

"ชาอยากอยู่คนเดียวสักพัก ได้รึเปล่า"

"เป็นอะไรอีก" หมอกจ้องคนตรงหน้าผ่านนัยน์ตาเเข็งกร้าว                

"เปล่าค่ะ ไม่มี" คนพูดเเค่นยิ้มแกมเศร้า หลบสายชายหนุ่ม                

"ขึ้นไปงี้เง่าต่อที่ห้อง"                 

เม็ดฝนค่อยๆ คืบคลานเก็บแต้มไปเรื่อยๆ ตามเนื้อผ้าบาง จนใกล้เห็นอะไรต่อมิอะไรได้ชัดภายในร่มผ้า          

ใจจริงเขาอยากสลัดทิ้ง ให้คนงี้เง่าอยู่คนเดียว ตากฝนตายห่าไปเลยดีไหม  เเล้วที่ร้ายไปกว่านั้น เขาไม่รู้เลยว่ามือตัวเองเผลอยื้อมือเล็กไว้ตั้งแต่ตอนไหน                 

"คุณหมอกค่ะ" คนนั่งชักเเขนตัวเองคืน สายตาอ้อนวอน "อย่าใจร้ายไปมากกว่านี้เลยนะ"                

หมอกขมวดคิ้ว ในมือตอนนี้กำฝ่ามือทิชาอยู่ ขณะที่เธอค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น                    

ทันใด สองเเขนขาวเรียว สอดเข้ามากอดรัดเอวสอบไว้ ใบหน้าซุกเเนบลงอก

"อาการมันเป็นยังไง.." หมอกถามคนในอ้อมกอด ปรากฏไร้การตอบ                 

"ไหนบอกมา" คราวนี้เขาผ่อนเสียงลง เมื่อร่างเล็กเอาเเต่กอดรัด มีเสียงสะอึกเล็ดลอดออกมา               

"ระหว่างที่ชาต้องอยู่แบบนี้ ชาอยากให้คุณเเคร์ความรู้สึกบ้าง อย่าค่อยตามกันเพื่อจะเล่นกับความรู้สึกเลย ชาขอร้อง"                

ทันทีทิชาก็เอ่ยดักเสียงหมอกไว้อีก                

"ชารู้ รู้ว่าเป็นเรื่องทำได้ยาก ที่คุณจะมาเเคร์ผู้หญิงเห็นเเก่ตัวคนนี้"                 

"กลับ ห้อง"                 

"ชาขอโทษในสิ่งที่เคยทำ ชายอมให้คุณเกลียด แต่อย่าตามเเกล้งกันเลย มันเจ็บนะคะ มากๆ ด้วย "             

"ขึ้นห้อง ฝนฤดูร้อนอันตราย" หมอกเลี่ยงพูดถึงประเด็ดที่ทิชากำลังจะพูด                

"เเค่เกลียดกันเฉยๆ ได้รึเปล่าคะ"                

ประโยคทิชากล่าวมา ทำให้คนฟังแทบกลืนความกระดากใจไม่ไหว เเต่เขาก็ยังไม่เเสดงท่าทีออกมา ทำเพียงเเค่ยืนนิ่งให้เธอสวมกอด                  

"มันอึดอัดมาก  มีเเต่เรื่องให้ชาต้องคิด ทั้งพี่คิม ทั้งคุณ ชาจะตายอยู่เเล้วหะ" คนซบอกระบายความในใจ      

"ต้องระเเวงเเบบนี้ ชากลัวไปหมด พี่คิมชาก็กลัว กับคุณชาก็ไม่ไหวจะรับมือเเล้วงะ อึก"                 

"เเล้วทุกวันนี้ ฉันมันรู้สึกดีเหรอ " จนในสุดเขาก็พูดออกมา จับหัวทิชากดให้ซบเขาเเน่นขึ้นอีก             

  ถ้าฟื้นฝอยเอาเรื่องจริง ทิชาไม่ใช่คนผิดหมด                

เมื่อตอนที่เขาเเย่งทิชากับคิมหันต์สำเร็จ ทางคิมหันต์ก็รุมจีบปริมมาศอย่างจริงจังเช่นกัน                 

จนเขาต้องการยานรกไว้ในมือ หวังใช้กับปริมมาศ ทว่าสุดท้ายก็ทิ้งมันไปเพราะไม่อาจกล้า ทำร้ายน้อง        

พอดีกับที่ทิชา เห็นเเล้วเก็บยามันขึ้นมา เธอมีความคิดกลัวว่า ถ้าคิมหันต์เลิกกับปริมมาศขึ้นมา คิมหันต์เองจะกลับมาหาเธออีก เเละก็มีข่าวเเว่วสองคนนั้นเลิกกันเเล้ว                

เพราะงั้น ทิชาจึงเลือกทาง ที่เธอคิดว่ามันดีสำหรับตัวเอง เขารู้เรื่องได้ เนื่องจากมีอยู่วันนี้น้ำหวานมาขอเงินพี่สาวตามเคย เเล้วพวกเธอคุยกันในขณะที่เขาเดินผ่านพอดี                                

'ชาว่างยาให้พี่คิมนอนกับมันเหรอ ชาทำกับน้องได้ไง'                

'พี่ขอโทษ พี่ไม่รู้จะทำยังไง พี่ไม่มีทางเลือกหวาน'                

'ทั้งที่ชา ชาก็รู้ว่าน้องรักพี่คิมมากเเค่ไหน พี่ก็ทำกับน้องได้'                

'ขอโทษ ตอนนั้น พี่เเค่อยากให้เขาเเต่งกับคุณปริมไป ไม่อยากให้มายุ่งกับผู้หญิงอย่างพี่เเล้ว ตอนนี้พี่ก็ไม่อยากอยู่กับคุณหมอกด้วย หวาน.. หวานพาพี่หนีออกจากทุกคนนะ'                

'...'                

'นะหวาน ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีพวกเขา'                

'ชา สามีชาอยู่ด้านหลัง..'

"บอกไว้ ฉันเองก็ระเเวงไม่น้อยกว่าเธอ" 

         "หรือให้ชาสารภาพคนเดียว บอกทุกคนไปเลยก็ได้" หญิงสาวพูดออกมาเเบบนี้ทั้งที่ใจจริงตัวเอง ก็กังวลไม่น้อย 

"ชาไม่อยากอยู่เเบบนี้"                

"อย่า เด็ด ขาด" หมอกข่มใส่ จนร่างบางสั่นผวา                

เพราะทิชาเป็นอย่างนี้ เขาถึงตัดสินใจ ต้องมีข้อต่อรองพันตัวเธอไว้ ถ้างั้น อยู่ไม่ได้                

"อย่าเเม้เเต่คิด" เจ้าของเสียงเหี้ยม ลูบหัวทิชาเบาๆ                  

ในใจคิด ถ้าทุกอย่างเเย่ลง สาบานเลยว่าคนปากสว่าง ไม่ได้ตายดี                

"อย่าทำให้ฉันเดือดร้อนอีก"                

เปี้ยง!! เสียงสายฟ้าฟาดดัง เปี้ยงปร้างแต่ไกล ส่งผลในร่างเล็กใต้อกเเกร่งสดุ้งเป็นระยะ ใจไม่รู้เลยว่าต้องกลัวอะไรมากกว่ากัน              

ฟ้าหรือคน                

"ชาเเค่อยากหาทางออก"..ให้กับใจตัวเองดู'                

"ฉันเข้าใจ แต่อย่าฟื้นฝอยเรื่องนี้อีก" มือหนาประคองใบหน้าหญิงสาวขึ้นมาจากอก                 

เขาจ้องลึกเข้าไปในนัตน์ตาเศร้า เปี้ยนไปด้วยคราบน้ำฝนที่ตกลงแมะตามผิวเนียน                  

"ฉันผิดใจกับเพื่อนมาเเล้ว เหลือน้องสาวให้ฉันได้มั้ย?"                 

หญิงสาวหลับตา ยกมือปาดน้ำฝนบนใบหน้าให้กับตัวเอง เลือกที่จะไม่ตอบจนกระทั่งเขาพูดอีกครั้ง            

"ถือว่าฉันขอเธอ"

.....................................................................



ไรท์อัพใกล้จะถึงเเล้วนะคะ อีกสองตอน 

Pre- Orde

 **e-book** มีหลังส่งหนังสือ {ทำมือ}เสร็จค่ะ}





ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็น