ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 66[THE END] Rewrite

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.3k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2563 09:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 66[THE END] Rewrite
แบบอักษร

คุณเชื่อไหม หากฉันจะบอกว่าความรักช่างร้ายกาจ

แต่กลับกลายเป็นว่าลึกๆแล้วหัวใจคนทุกคนโหยหาความรัก

รักจากใครคนใดคนหนึ่ง ก็เพียงพอแล้ว

หรือได้รักใครคนใดคนหนึ่งก็เพียงพอแล้ว

 

หากแม้นมีใครคนใดคนหนึ่งบอกว่า เขาอยู่ได้โดยไร้รัก เชื่อเถอะว่าเขากำลังหลอกตัวเอง!

 

เขาอาจจะรัก แต่ไม่ได้รักคน  อาจจะรักสิ่งของหรือสัตว์เลี้ยง แต่ล้วนแล้วคือความรัก

หรือแม้กระทั่งการรักตัวเอง นั่นก็คือความรักมิใช่หรือ

 

เหมือนว่าปัจจัยหลักบนโลกนี้คือความรักไปเสียแล้ว

 

แล้วทำไมฉันถึงพูดว่าความรักช่างร้ายกาจล่ะ?

 

เธอจ๋า  ไม่ใช่ทุกอย่างบนโลกนี้จะเป็นไปตามที่ใจเธอฝัน เพราะหลายอย่างอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่วางไว้

โดยเฉพาะความรัก!!

 

เธออาจจะมีความฝัน และเธอรักความฝัน แต่แล้ววันหนึ่งฝันของเธอสลายลงไป

หัวใจเธอคงเจ็บปวดไม่น้อย นั่นก็เพราะความรักใช่ไหม?

 

เธออาจจะรักทรัพย์สินของเธอ แต่ของนอกกายวันหนึ่งมันอาจจะต้องไปเป็นของคนอื่น

เธอคงจะรู้สึกปวดร้าวไม่น้อย นั่นเพราะความรักในทรัพย์สินใช่ไหม?

 

เธออาจจะรักสัตว์เลี้ยงของเธอมาก แต่เพราะทุกอย่างบนโลกนี้มีอายุขัย ที่วันหนึ่งจะต้องจากไป หากมันจากเธอไปแล้ว

หัวใจเธอคงอาลัยอาวรณ์เป็นที่สุดใช่ไหม? นั่นมันก็เพราะความรักอีกล่ะ!

 

หากเธอรักใครสักคน แต่แล้วทุกอย่างกลับตาลปัตร

คนที่เธอรัก ทำให้เธอเจ็บจนแทบกระอักเลือด

คนที่เธอรัก  เขาหลอกลวงเธอ

คนที่เธอรัก หายไปจากอ้อมกอดของเธอไปแล้ว

รู้ไว้เถอะ ว่าความเจ็บปวดเจียนตายเหล่านั้นก็เกิดขึ้นเพราะความรัก

 

เธอจ๋า  ฉันถึงบอกเธออย่างไรล่ะว่าความรักช่างร้ายกาจ

 

มันคืออาวุธชั้นดีในการกัดกินความสุขของเธอ ยามใดที่ความรักมันหักหลังเธอ

 

มันจะเป็นศัตรูที่หนึ่งของเธอเลยนะ

 

เปล่าเลย ฉันไม่ได้บอกให้เธอเลิกมีความรัก

 

แม้นว่าความรักจะเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในการทำลายเธอ

แต่ความรัก คือ สิ่งสำคัญที่สุดในการต่อลมหายใจให้เธอนะ

หากแม้นวันใด ที่ความรักนั้นทรยศหักหลังเธอ อย่าได้เสียใจเลยนะที่รัก

 

กดความเสียใจนั้นให้จมไปอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ แล้วเธอจะพบว่า หัวใจดวงนี้ของเธอจะได้พบความรักที่ดีกว่าเดิมแน่นอน

เชื่อฉันนะที่รัก !!

 

ขอแค่อดทนอีกนิด

มันจะมีของขวัญที่ดีที่สุดรอเธออยู่สำหรับคนเก่งอย่างเธอ....

 

 

 

 

 

 

สองปีผ่านไป !

 

หิมะที่ตกลงมาปรอยๆ  ชวนให้อยากเอาตัวมุดผ้าห่มหนานักในเวลานี้แต่กาวิญญูกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น  ร่างสูงสวมโค้ชสีครีมตัวใหญ่ขายาวก้าวลัดเลาะตรอกซอยลึกที่ตอนนี้เงียบสงัด  บ้านช่องทั้งหลายต่างปิดไฟกันไปหมดแล้ว หากเป็นในเมืองใหญ่  แสงสีไฟคงจะสว่างโร่แต่นี่กลับไม่ใช่ที่แบบนั้น

เส้นทางที่มีอาคารสูงขนาบข้าง โคมไฟที่สว่างเพียงเล็กน้อยสองข้างทางเพียงพอที่จะทำให้เห็นถนนอิฐตรงหน้า

ขายาวหยุดชะงักดวงตาหรี่เล็กน้อยเมื่อรู้สึกเหมือนราวกับว่าถนนยาวเส้นทางนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาคนเดียว

กาวิญญูเหลียวหลังหันกลับไปอย่างอดใจไม่ได้ คิ้วขมวดอีกครั้งเมื่อตลอดเส้นทางมีแค่ตนเองคนเดียวที่ยืนอยู่ ร่างสูงหันกลับไปอย่างเดิมอีกครั้ง ขายาวก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ

ก่อนจะค่อยเน้นจังหวะก้าวให้เร็วขึ้น   เร็วขึ้นจนกลายเป็นการวิ่งในที่สุด

ตึก ! ตึก ! ตึก!

มือขาวสั่นน้อยๆ ไม่รู้เป็นเพราะความหนาวในฤดูหนาวหรือความกลัวที่กำลังจับขั้วหัวใจ

เสียงไขประตูดังกริ๊กอย่างร้อนรนก่อนที่ร่างสูงจะบิดประตูแล้วก้าวเข้ามาในตัวบ้านอย่ารวดเร็ว

ปัง!! กาวิญญูปิดประตูดังปังก่อนจะยืนพิงประตู อกกว้างหอบหายใจถี่ๆด้วยความตื่นเต้น

"กาย ทำไมวิ่งหน้าตั้งเข้ามาอย่างนั้นล่ะ"เสียงหวานใสดังขึ้นพร้อมร่างของหญิงสาวที่มีใบหน้าหวานละม้ายคล้ายคลึงกับชายหนุ่มหนุ่ม

"พี่เกด เหมือนเดิมแหละครับ"กาวิญญูถอดโค้ทตัวหนาพาดไว้กับเก้าอี้สูงหน้าเตาผิง พลางตอบการะเกดผู้เป็นพี่สาว

"อย่างนี้ พี่ว่าแจ้งตำรวจดีไหมรู้สึกเหมือนมีคนตามมาหลายเดือนแบบนี้ มันอันตรายนะ" การะเกดเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง มองน้องชายที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

"ช่างมันเถอะครับ  ตราบใดยังไม่ได้ทำอะไรผม ก็ปล่อยให้ตามไปเถอะ"

"อ้าว เด็กนี่จะปล่อยให้ตัวเองเป็นอะไรไปก่อนรึไงถึงจะแจ้งตำรวจน่ะ"

"เถอะน่าพี่เกด ผมเป็นผู้ชายนะดูแลตัวเองได้ แล้วนี่โทมัสไม่มาหาพี่หรอวันนี้"กาวิญญูเฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุยกับพี่สาว

"ไม่ คุณโทมัสยุ่งๆน่ะ"การะเกดส่ายหน้าตอบกลับไป

"แหงล่ะ เป็นหมอแล้วยังมีแฟนหมอ จะหาเวลาว่างได้จากไหนเล่า"

"ก็ยังดีกว่าแกแหละ หาแฟนไม่ได้สักทีไม่ยอมมีแฟนสักทีห้ะ"

"อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้วนี่"กาวิญญูไม่นึกใส่ใจคำพูดของพี่สาวนัก  ร่างสูงหยิบโค้ทของตัวเองขึ้นมาก่อนจะก้าวไปที่บันได พี่เกดก็อย่างนี้ทุกที  ชอบบอกให้เขาหาแฟนอยู่นั่นแหละ

"พูดเรื่องนี้ทีไรหนีอย่างนี้ตลอด เห้อ!!"การะเกดบ่นอุบ มองน้องชายที่เดินหนีขึ้นบันไดไปแล้ว แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงตอบกลับลงมา

"บ่นเป็นแม่เหมือนอาดาริไปอีกคนแล้วนะครับ"การะเกดยกยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าเหนื่อยใจกับน้องชาย

อายุก็ปาไป27แล้ว วันๆเอาแต่ทำงาน  เอาแต่อยู่กับตำรา ไม่ยอมหาใครสักคนมาคอยแบ่งปันเรื่องราวในชีวิต เห้อ  ทำไมถึงอยากอยู่เป็นโสดแบบนี้นะ

 

กาวิญญูเปิดประตูห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือเปิดฮีตเตอร์ให้ความอบอุ่นในห้อง  ทิ้งเสื้อโค้ตลงตระกร้าอย่างเรียบร้อย  มือขาวขยับผ้าม่านเล็กน้อย ทอดสายตามองไปยังถนนข้างล่าง ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

เขาคงจะตาฝาดไปล่ะมั้ง

เป็นไปได้อย่างไรกัน คงไม่ใช่หรอก  

 

กาวิญญูทอดสายตามองร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วเตี้ยหน้าบ้านตัวเอง ก่อนที่ร่างนั้นจะหันหลังเดินกลับไป

ท่าเดินนั้นมัน.....

ไม่หรอก เขาคงจะคิดไปเองจริงๆแหละ เขาตัดขาดกันมาตั้งห้าปีแล้ว อีกคนจะมาปรากฏตัวให้เขาเห็นอีกทำไมกัน ในเมื่อสัญญากันแล้วว่าจะไม่มาให้เห็นหน้ากันอีก

ไม่หรอก คงไม่ใช่เขาคนนั้นหรอก

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก  ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกเมื่อได้ยินเสียงทุ้มอนุญาต

"คุณแอลครับ"ร่างสูงตาสีอ่อนมองอีกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้องนอน

"ว่าไง"ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเงยหน้ามองผู้มาใหม่ถามเสียงเรียบ

"นี่เอกสารที่คุณต้องเซ็นต์"

"อืม"ร่างใหญ่กวาดตาอ่านเอกสารตรงหน้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะจรดปากกาเซ็นต์ลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็ยื่นเอกสารดังกล่าวกลับไป  สายตาไม่ละจากเอกสารเก่าที่อยู่บนโต๊ะ

"ตอนนี้บริษัทแกรณด์ ก็สถานการณ์ดีขึ้นแล้วนะครับ แล้วเมื่อไหร่..."

"จะโอนทุกอย่างกลับไปให้เขาเร็วๆนี้แหละ"แอลดีนเอ่ยเสียงเรียบ เงยหน้ามองจอห์นเล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง

".........."จอห์นนิ่งเงียบมองท่าทางของเจ้านายไม่ได้พูดอะไร

"พรุ่งนี้ฉันจะบินไปฮ่องกง  ยังไงช่วยจัดการด้วย"ร่างสูงเอ่ยต่อหลังจากที่เงียบตั้งนาน

"ครับ เอ่อ คุณแอลครับ"

"มีอะไร!"แอลดีนถอนหายใจเล็กน้อย ปิดแฟ้มเอกสารดังปังจนมือขวาคนสนิทสะดุ้งเบาๆ

"คุณลูคัส ชนะคดีทั้งหมดแล้วนะครับของกลางทรัพย์สินทั้งหมดก็ถูกโอนไปเรียบร้อยแล้ว"จอห์นกล่าวเบาๆ  มองเจ้านายไม่วางตา ร่างสูงนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ  เอนหลังพิงพนักเก้าอี้

"อืม ออกไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน"

"ครับ"

พ้นร่างมือขวาคนสนิทแล้ว  แอลดีนลุกจากโต๊ะทำงานมาทิ้งตัวบนโซฟาตัวยาว ยกมือกดรีโมท ค้นหาช่องที่คุ้นเคย

ช่องรายการทีวีของเมืองไทย

วันนี้จะมีข่าวของคนร่างบางไหมนะ

 

เสียงที่ดังออกจากจอทีวีทำให้แอลดีนละสายตาออกไม่ได้ ใบหน้าหวานที่กำลังเผยใบหน้ายิ้มแย้มตอบคำถามกับพิธีกรสาวตรงหน้า

แอลดีนยกยิ้มเล็กน้อยกับจอกว้าง

ปีนี้อายุ23ปีแล้วสินะ  ดูโตขึ้นเยอะเลย

แต่หน้าไม่เปลี่ยนเลยนะ

 

"เป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางถึงดารานักแสดงหนุ่มชื่อดัง น้องซีไนน์ ที่ตอนนี้กำลังโกอินเตอร์ในประเทศญี่ปุ่น วันนี้นะคะ น้องเขาก็อยู่กับเราที่นี่ สวัสดีค่าน้องซีไนน์"

 

"สวัสดีครับ"

"แหม ตัวจริงนี่ หน้าหวานมากเลยนะคะ พี่รู้สึกอายเลย"พิธีกรสาวคนดังกล่าวหัวเราะแห้งเล็กน้อยราวกับขบขัน

"ไม่หรอกครับ พี่ก็สวย คนเรามีเสน่ห์คนละแบบ"

"หน้าหวานแล้ว ปากยังหวานอีกนะคะเนี่ย สมแล้วล่ะค่ะที่ได้ฉายา หน้าใสร้ายไม่เบา เล่นเอาชมขนาดนี้ ตอนนี้น้องซีไนน์ก็กำลังโกอินเตอร์ดังไกลไปถึงญี่ปุ่นหลังจากตีตลาดจีนได้สำเร็จ รู้สึกยังไงบ้างคะ"

"ก็ดีใจครับ ดีใจที่มีแฟนๆ มอบความรักให้มากมายขนาดนี้ ขอบคุณมากๆนะครับ ผมจะสร้างผลงานต่อไปเรื่อยๆให้ดีขึ้นนะครับ"

"ค่ะ แล้วตอนนี้น้องซีไนน์....." เสียงในจอทีวีตรงหน้ายังคงดังอย่างต่อเนื่อง  ร่างสูงยังคงมองใบหน้าหวานที่เผยรอยยิ้มกระชากใจไม่ละสายตา

มือหนาข้างหนึ่งยกมือลูบสร้อยจี้เหล็กสามเหลี่ยมช้าๆขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยจนต้องเงยหน้าให้ปะทะความเย็นในห้องไล่ความร้อนก่อนจะจ้องใบหน้าหวานในทีวีต่อไป

ถึงตอนนี้แล้ว ก็ยังยิ้มได้สดใสเหมือนเดิม แค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว แค่ได้มองดูคนตัวเล็กเติบโตผ่านจอทีวีอยู่อย่างนี้เขาก็โอเคแล้ว

มันเพียงพอแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

เสียงแฟลชส่องแสงวูบวาบชวนให้ปวดตา ภาพไมค์สิบๆอันจ่อไปที่คนหน้าหวาน

"ขอสัมภาษณ์น้องซีไนน์หน่อยนะคะ คิดยังไงกับฉายา หน้าใสร้ายไม่เบาคะ"เสียงนักข่าวสาวกล่างขึ้นมา ชายหนุ่มหน้าหวานเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มหวานถามนักข่าว

"ยังไงครับฉายานี้"

"ก็แหม ควงกันไม่ซ้ำหน้าอย่างนี้ แฟนคลับไม่น้อยใจหรอคะ"นักข่าวอีกคนกล่าวขึ้นมา จนคนหน้าหวานต้องกลั้วหัวเราะเบาๆ

"พวกเขาเข้าใจผมน่ะครับ  อีกอย่างผมก็พูดเสมอว่าผมยังโสด"

"แล้วที่ผ่านๆมานี่คือยังไงคะ แค่รับพิจารณาหรือว่าลองใจคะ"

"ก็เป็นพี่เป็นน้องกันน่ะครับ ผมยังไม่คิดจริงจังกับใคร"เสียงฮือฮาดังขึ้นเล็กน้อยในหมู่นักข่าวก่อนเงียบลงพร้อมกับคำถามใหม่อีกครั้ง

"แหมมมม อย่างนี้ สาวๆพอมีหวังกันบ้างไหมคะเนี่ย"

"ฮ่ะๆๆ ก็ไม่รู้สิครับ ดูๆกันไป ถ้าถูกใจผมก็เข้าไปจีบ แล้วอาจจะประกาศอีกทีวันแต่งเลยก็เป็นได้นะครับ"คนหน้าหวานกล่าว ในขณะที่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มอยู่เหมือนเดิม

"ตอบอย่างนี้ ไม่กลัวน้องเกรซเสียใจหรอคะ"

"เกรซเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของผมเท่านั้นครับ"

"หูยยย แล้วใครจะเป็นคนโชคดีคนนั้นคะเนี่ย"ไม่ทันที่คนหน้าหวานจะตอบอะไรผู้คนข้างๆที่ยืนอยู่นานแล้วก็ดักขึ้นมาเสียก่อน

"เอ่อ พี่ๆคะ ตอนนี้น้องซีไนน์คงต้องขอตัวก่อนนะคะ"

"ยังไงขอบคุณพี่ๆมากนะครับ"คนหน้าหวานช่วยตัดบทอีกแรงหนึ่งก่อนจะยกมือไหว้เล็กน้อย

"เอ่อ ฝากผลงานก่อนไปด้วยสิคะ"นักข่าวหนึ่งในนั้นกล่าวขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคนหน้าหวานที่กำลังเป็นนิยมในตอนนี้กำลังจะจบการให้สัมภาษณ์เพียงเท่านี้

"ก็ตอนนี้ก็มีละคร บ่วงเสน่หากับถ้าไม่รักเธอแล้วจะไปรักใคร กำลังออนแอร์อยู่ทุกวันจันทร์อังคาร และวัน ศุกร์เสาร์อาทิย์นะครับ แล้วก็มีรายการทำอาหาร ง่ายๆสไตล์ซีไนน์ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะครับ ตอนนี้กำลังจะเปิดกองละครเรื่องใหม่ที่ญี่ปุ่นร่วมกับคุณมิเอะ ยังไง ฝากติดตามกันด้วยนะครับ  ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ"หนุ่มหน้าหวานยกมือไหว้เหล่านักข่าวก่อนจะค่อยๆแทรกตัวเองออกจากฝูงชนที่กำลังรุมล้อมเขาอยู่โดยมีมะลิที่ตอนนี้กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวคอยกันเหล่านักข่าวที่พยายามขอสัมภาษณ์เขาอยู่

 

ดีที่มีบอดี้การ์ดที่คอยกันทางไว้ ก่อนที่เหล่านักข่าวจะจู่โจมเข้ามาหาตัวซีไนน์อีกครั้ง

ร่างบางเดินเข้ามาในงานอีกครั้งก่อนจะออกจากประตูหลังตามที่เจ้าภาพได้จัดเตรียมไว้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพบปะนักข่าวอีกรอบ

 

"คุณหนูจะกลับบ้านเลยไหมคะ"มะลิถามในขณะที่ลอบมองคนหน้าหวานที่นั่งเหม่ออยู่ข้างหลัง

อยู่หน้ากล้อง คนตัวเล็กมักจะเผยรอยยิ้มกว้างให้กับทุกคน แม้แต่กับเขาในตอนนี้ ซีไนน์ก็ยังคงส่งยิ้มให้ แต่มะลิรู้ดีว่าคุณหนูของเธอมีบาดแผลในใจมากแค่ไหน แต่ไม่เคยเลย  ไม่เคยที่จะปริปากเอ่ยออกมา

"แวะไปที่ที่หนึ่งก่อนได้ไหมครับ"

"ได้สิคะ"มะลิพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มตอบกลับไปมองทางกระจกอีกครั้ง เห็นซีไนน์กำลังเบือนหน้ามองออกไปทางกระจกรถ

 

 

สี่ปีกว่าแล้วที่ซีไนน์ยอมผันตัวเองเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง มะลิรู้ดีว่าซีไนน์ไม่ค่อยชอบนักหรอกสังคมที่มีแต่คนจับตามองอยู่อย่างนี้

แต่คุณหนูของเขาก็เอาแต่ยิ้มกว้างแล้วบอกกับทุกคนว่าการอยู่บนเส้นทางนี้แม้มันจะเหนื่อยบ้าง แต่ก็สามารถเลี้ยงดูทุกคนได้อย่างสบายอีกอย่างเขาก็ไม่ลำบากอะไร

ก็สนุกดี

เหนื่อยนักก็พักก่อนเถอะนะคะคุณหนู

ทำเพื่อทุกคนมาเยอะแล้ว

 

 

สี่ล้อค่อยๆชะลอช้าลงก่อนที่จะจอดนิ่งเมื่อถึงจุดหมาย ดวงตากลมโตกวาดมองบ้านสีขาวหลังเล็กตรงหน้า ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อย

 

ต้นกัลปพฤกษ์ที่ตอนนี้โตสูงขึ้นมาก กำลังผลิดอกสีชมพูแซมขึ้นเล็กน้อยตัดกับใบสีน้ำตาลและสีเขียวของต้น

มะลิเหลือบมองคุณหนูของตัวเองแว่บหนึ่ง ซีไนน์มักจะขับรถมาที่นี่หรือไม่ก็ให้เขาขับรถมา

มาดูบ้านหลังเดิมแป้บๆ ก็กลับไป

เป็นอย่างนี้มาตลอดห้าปี   ทั้งๆที่เจ้าตัวยืนยันว่าจะขายบ้าน แต่ก็กลับมาดูบ้านหลังเดิมซ้ำๆ

มะลิมองเข้าไปในตัวบ้านก็เหมือนทุกครั้ง  บ้านที่มีคนซื้อแต่กลับไม่เคยเห็นเจ้าของคนใหม่ แต่ตอนนี้ไม้รอบๆบ้านกลับได้รับการดูแลอย่างดี จนบางครั้งก็สงสัย ตกลงบ้านหลังนี้มีคนอยู่ไหม

 

 

ซีไนน์ยกมือปาดน้ำใสที่หยดลงแก้มเร็วๆ  ดวงตากลมกวาดตามองไปรอบๆอีกครั้ง  ก่อนจะบอกให้มะลิออกรถ

 

 

 

 

"พี่ซีน"อริสากล่าวเรียกเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามาในบ้าน

"ครับคุณแม่!"ซีไนน์รับขานเข้าสวมกอดมารดาหลวมๆ ก่อนจะส่งกระเป๋าในมือให้กับนมที่เดินมา

อริสายกมือลูบกรอบหน้าของลูกชายเบาๆ ดวงตาเต็มใบด้วยประกายวิบวับบอกกับลูกชายด้วยน้ำเสียงที่ปิดไม่มิดถึงความตื่นเต้น

"มีคนมารอพบหนูน่ะลูก"

"เอ๊ะ ใครหรอครับ  หรือว่าพี่เอ๋มผู้จัดคนใหม่ แต่นัดมะรืนนี้นี่น่า"ซีไนน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยถามมารดา แต่อริสากลับจับมือผอมของคนหน้าหวานก่อนจะพามาที่ประตูกระจกหลังบ้าน

"หนูต้องไปดูเองลูก ไปเร็วๆ"

"มีอะไรกันครับเนี่ย"ซีไนน์ยังคงงุนงงกับท่าทางตื่นเต้นของมารดา  อริสาไม่ตอบอะไร แต่กลับดุนหลังลูกชายเบาๆให้เดินออกจากประตู กล่าวกับลูกชายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

"เขารออยู่ที่สวนหลังบ้านน่ะลูก"

"โอเคครับ "ซีไนน์พยักหน้าหงึกหงัก ยอมเดินมาที่สวนหลังบ้านตามที่มารดาบอกแต่โดยดี

 

 

ขาทั้งสองชะงัก  มองเก้าอี้ยาวในสวน มองแผ่นหลังของเจ้าของร่างสูงที่กำลังนั่งหันหลังให้เขาในขณะนี้

ซีไนน์ก้าวไปช้าๆ ก่อนจะหยุดอยู่ข้างๆ เอ่ยเรียกชื่อคนที่นั่งอยู่

"พี่ลุคส์"ร่างสูงที่นั่งทอดสายตาอยู่เงียบๆหันไปมองคนหน้าหวานที่เรียกชื่อของตัวเอง

ใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่ไร้หนวดเคราเหมือนทุกครั้งที่ไปหาหากแต่ดวงตาก็ยังคงบวมคล้ำเหมือนเดิมใบหน้าที่ซูบตอบเผยรอยยิ้มให้ซีไนน์บางๆ

ซีไนน์เดินเข้าไปก่อนจะทิ้งตัวลงข้างๆลูคัส เมื่อร่างสูงขยับเล็กน้อย

ซีไนน์เม้มปากตัวเองแรงๆ  ความรู้สึกมันตีตื้นเข้ามาในอกจนยากจะอธิบาย นี่เป็นครั้งของลูคัสที่ยอมมาที่นี่

สองปีที่ผ่านมาหลังออกจากคุก ลูคัสไม่ยอมออกไปไหนเลย นอกจากสุสานของแรมระวี  สุสานของพ่อและย่าทุกครั้งที่ครอบรอบวันจากไปของทั้งสาม และออกไปข้างนอกเพื่อขึ้นศาลที่ยังว่าความไม่จบและตั้งแต่อัยการถอนฟ้องทุกอย่าง  คนร่างสูงชนะทุกคดีความลูคัสก็กลับไปเก็บตัวเหมือนอย่างเดิม

 

เขาดีใจ ที่ลูคัสยอมมาที่นี่

"เพิ่งกลับจากที่ทำงานหรอ"เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ

"ครับ วันนี้เลิกกองเร็วน่ะครับ ก็เลยกลับมาเร็วแล้วพี่ลุคส์มานานแล้วยังครับ"ซีไนน์ถามกลับไป  น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาเล็กน้อย

"ก็สักพักแล้วล่ะ"

"ขอโทษนะครับที่ทำให้ต้องรอ"ซีไนน์กล่าวออกไปอย่างรู้สึกผิด  คนร่างสูงส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป

"ไม่เป็นไร  อยู่คุยกับคุณแม่แล้วก็...  แม่ทิพย์ก็สนุกดี" ซีไนน์ยกยิ้มบางๆกับคำตอบที่ได้ยินปากเล็กขยับเอ่ยอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

"งั้นเย็นนี้  เอ่อ..."

"พี่คงต้องฝากท้องมื้อเย็นที่นี่ด้วยคนนะ"คำพูดที่ดักขึ้นของคนร่างสูงราวกับรู้ใจเขาทำให้ซีไนน์ต้องหันไปมองคนข้างๆเต็มๆตา  ใบหน้าเล็กพยักแรงๆก่อนจะส่งยิ้มกว้างตอบกลับไป

"ยินดีเลยครับ จะกินเมนูอะไร เดี่ยวซีนทำให้เลยครับ" ลูคัสยกยิ้มตอบกลับจ้องใบหน้าเล็กเอ่ยเรียกเบาๆ

"ซีน"

"ค..ครับ"ตอนนี้ความรู้สึกของเขาตีตื้นขึ้น ทั้งดีใจ  ทั้งสุขใจ  ทั้งตื้นตันใจ จนต้องรับขานลูคัสอย่างตะกุกตะกัก

ลูคัสยื่นมือบีบมือนิ่มของน้องชายเบาๆ ส่งยิ้ม ยกมือเกลี่ยน้ำตาที่เริ่มไหลเปื้อนแก้มใสเบาๆ

"ไม่ต้องออกไปทำงานให้เหนื่อยแล้วนะไปทำอะไรที่ตัวเองอยากทำที่ตัวเองชอบเถอะ เงินพี่มีมากพอที่จะเลี้ยงดูพวกเราได้สบายๆ"ลูคัสรู้ว่าคนข้างๆเขาเหนื่อยเพื่อทุกคนมามากพอแล้ว  ควรทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง

"ซีนมีความสุขกับมันดีครับ" ซีไนน์ส่ายหน้าเบาๆ ร่างกายเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยกับคำพูดของพี่ชาย

 

ไม่เลย เขาไม่เหนื่อยเลยสักนิด 

เพื่อทุกคนแล้ว เขาทำได้ทุกอย่าง

"อะไรครับ"ซีไนน์ปาดน้ำตาเองลวกๆ มองการ์ดที่ลูคัสยื่นให้อย่างงุนงง

"เอาไปใช้เถอะนะ มันไม่ใช่เงินสกปรก"ลูคัสเอ่ยเบาๆ แต่ซีไนน์กลับผลักมือเขาออก

"พี่ลุคส์!!  เก็บไว้เถอะครับ ซีนไม่ได้ต้องการเงินพวกนี้  มีเท่าที่มีซีนก็พอใจแล้วไม่ได้ลำบากอะไรเลยครับ"

" เอาไปเถอะ  เก็บไว้ได้ไหมไว้เป็นเงินที่ใช้จ่ายสำหรับตามหาน้อง"

"พี่ลุคส์รู้...."ซีไนน์จ้องเข้าไปในดวงตาเรียวอีกครั้ง  หลังน้ำตาออกมาอีกระลอก

ลูคัสพยักหน้าเบาๆ

เขารู้.....เขารู้มาตลอดว่าซีไนน์ทำงานหนักเพื่ออะไร

"ซีนเชื่อว่าเราจะได้เจอน้องอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่านานแค่ไหน ซีนก็จะรอต่อให้ต้องค้นทั่วโลกซีนก็จะทำ" ซีไนน์เอ่ยละล่ำละลัก 

 

หลังจากวันนั้นเมื่อห้าปีก่อน เขาไม่รู้ว่าน้องชายจากไปไหน เขาแทบจะบ้าตายตระเวนออกตามหาควานลินทั้งวันทั้งคืน เป็นวันเป็นเดือน แต่ก็หาไม่เจอ

แต่เขารู้ว่าควานลินคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง  แม้จะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน เขาก็จะตามหาควานลินให้เจอ

"ต่อไป ไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวแล้วนะ"

"......"

"พี่ขอโทษที่เห็นแก่ตัว"

"ต่อไป  มีอะไรให้พี่ช่วยแบ่งเบาก็บอกพี่นะ  อย่าเก็บไว้คนเดียวเหมือนที่ผ่านๆมา"ร่างบางสะอื้นตัวโยนกับคำพูดของพี่ชาย

 

ไม่เลย อย่าคิดว่าเห็นแก่ตัวเลย เขาเข้าใจทุกอย่าง

เขาไม่เคยโกรธลูคัส ที่ผ่านมาลูคัสเองก็เจ็บปวดมามาก

ความเหนื่อยของเขามันเทียบไม่ได้หรอกกับความเจ็บปวดที่ลูคัสกำลังแบกรับ

แค่ต่อไปนี้พี่ยอมรับน้องชายคนนี้  เขาก็ดีใจแล้ว

แค่ลูคัสยอมเดินออกมาจากความเศร้าและความเจ็บปวดที่แบกรับไว้ เขาก็ดีใจแล้ว

ต่อไปนี้ขอแค่อย่าโทษตัวเองอีกเลย

ขอแค่นี้  ไม่ว่าเขาจะต้องเหนื่อยอีกแค่ไหน เขาก็ทนได้

"พี่กอดเราได้ไหม"เสียงทุ้มเอ่ยถาม ก่อนจะยกแขนขึ้นโอบคนหน้าหวานเมื่อซีไนน์พยักหน้ารัวๆ

ดวงตาเรียวแดงก่ำก่อนที่น้ำใสจะค่อยๆไหลออกมา แขนแกร่งกระชับกอดน้องชายเบาๆ

"ทำไมถึงเก่งขนาดนี้นะ อดทนมาได้ยังไงตั้งนาน"ตัวแค่นี้ กลับต้องมาแบกรับอะไรตั้งมากมาย ไม่ยอมแพ้แม้ว่าเขาจะทำตัวเฉยชามาตลอด

ซีไนน์กลับไปหาเขาที่คอนโดทุกวัน แม้วันนั้นจะทำงานหนักแค่ไหนก็ตาม

"พี่ขอโทษ ขอโทษที่ปล่อยให้เราเหนื่อยมาคนเดียวตั้งนาน"ต่อไป  อย่าเหนื่อยคนเดียวเลยนะ

"ซีน....  ทนได้  แค่รักษาทุกคนไว้ แค่ให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน เหนื่อยแค่ไหนซีนก็ทนได้"

"ขอบคุณมากๆนะ น้องชายคนเก่งของพี่"

 

คนเก่งของพี่!! คนพูดของพี่ชายทำให้ซีไนน์สะอื้นตัวโยน  ความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจเหมือนได้รับการปลดปล่อยออกมา ความอ่อนแอที่ต้องเก็บไว้เพียงคนเดียวทะลักใส่ร่างสูงที่กำลังกอดอยู่ในตอนนี้

ใบหน้าหวานปล่อยโฮอย่างไม่อาย

ขอบคุณครับ  ขอบคุณมากๆ

ขอบคุณที่ยอมกลับมาโอบเขาไว้อย่างนี้

ขอบคุณที่ยอมรับความอ่อนแอของเขาในเวลานี้

เขาเหนื่อยเหลือเกิน

 

บางวันก็กลัว....บางคืนก็สะดุ้งตื่นมากลางดึก เหมือนฝันร้ายยังคงตามหลอกหลอนไม่จบสิ้น

แต่ต่อไป  จะมีพี่ลุคส์มาอยู่ข้างๆแล้วใช่ไหม

เขาไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วใช่ไหม

 

 

 

 

 

 

"ฮอลลลล เห็นทะเลาะกันมาตั้งแต่สมัยเรียน วันนี้ร่วมหอกันซะนี่"เสียงกอล์ฟดังขึ้นกล่าวแซวเพื่อนทั้งสองในขณะที่กำลังนั่งอยู่ในห้องแต่งตัว  มองเพื่อนทั้งสองความสายตาที่เต็มไปด้วยความยินดี

"ไม่ต้องเลยมึง อีกอล์ฟ"กะทิตีเข้าไปที่แขนเพื่อนเบาๆ

"มึงระวังเถอะไอ้ถุง มีเมียดุ"กอล์ฟหันมาพูดกับถุงแทน ในขณะที่แขนเจ้าบ่าวกอดเอวหญิงสาวไว้หลวมๆ

"โอ้ยตีกูทำไม"กอล์ฟร้องเสียงหลงเมื่อกะทิตีเพี๊ยะเบาๆเข้าต้นแขนของตัวเอง

"มึงว่ากูดุก่อนทำไมล่ะ"

"ก็..."ไม่ทันที่กอล์ฟจะเอ่ยอะไรออกไป เสียงหวานดังขึ้นก่อนจะปรากฏร่างของซีไนน์

"ว่าไง"

"ซีนนนน มาสักทีรอตั้งนาน" กะทิลุกขึ้นวิ่งเข้าไปโอบเพื่อนไว้ ก่อนจะกอดแล้วโยกตัวเบาๆ  ซีไนน์ก็ยกมือกอดหลวมๆไว้แล้วโยกตามใบหน้าหวานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มองดูเพื่อนในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา

"ยินดีด้วยนะ ไม่มีอะไรจะให้ เอาเป็นตั๋วไปปั๊มหลานที่มัลดีฟส์ละกัน"ซีไนน์ยื่นซองของขวัญสีขาวให้กับกะทิหลังจากผละออก

"หูยยย ขอบใจน๊าาา"กะทิเปิดซองขึ้นมาดูก่อนยิ้มกว้าง หยิกแก้มเพื่อนเหมือนที่เคยทำที่ผ่านมา

"อื้ม"ซีไนน์ยกยิ้มก่อนจะเดินไปหาทั้งสองที่นั่งมองอยู่

"เห้อออ คิดถึงเนอะ เวลาผ่านไปแป้บๆ เพื่อนได้ผัวได้เมียแล้ว"กอล์ฟถอนหายใจเบาๆ

"มึงก็รีบหาสักทีสิ"กะทิบอก  เบ้ปากเล็กน้อย  ถุงมองหญิงสาวข้างๆด้วยความเอ็นดูก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

"ไม่อะ กูสนุกกับงานอยู่เลย ฮ่ะๆๆ"กอล์ฟยักไหล่ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา

"ซีนก็เหมือนกัน เอาแต่ทำงานนะมึง"กะทิหันไปพูดกับคนหน้าหวาน

"ถ้าไอ้ลินมันยังอยู่นะ คงห้ามๆกันได้บ้างแหละ ทำงานหนักขนาดนี้"กอล์ฟเสริมแต่กลับได้รับความเงียบจากทุกคน ก่อนที่กะทิจะยกมือตีเพื่อนดังเพี๊ยะ

"มึง!!"สายตาขมวดให้เพื่อนเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหน้าหวานด้วยความเป็นห่วง

"ก็กู..."   แต่ซีไนน์กลับส่ายหน้าพลางยกยิ้มกว้างให้กับเพื่อทั้งสาม

"ไม่เป็นไรหรอก  ถ้าไม่ทำงานก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาตามหาน้อง"

"ยังไม่ตัดใจอีกหรอซีน"ถุงถามเบาๆ มองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

"ไม่หรอก น้องคงอยู่ที่ไหนสักที่นึง  สักวันก็คงได้เจอน้อง"

"มีอะไรให้กูช่วยก็บอก"ถุงบอกต่อ

"ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่าง ถ้าจะพูดถึงน้องบ่อยๆ ก็ไม่เป็นไรหรอกเราจะได้ไม่ต้องลืมน้องไง"ซีไนน์ส่ายหน้าน้อย

 

ในวันที่เขาแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน ออกไปตามหาควานลินอย่างบ้าคลั่ง นอกจากาวิญญูและแม่ของเขาแล้วก็มีเพื่อนทั้งสามนี่แหละ ที่คอยแวะเวียนไปหาสลับกันไปนอนเฝ้าเขาทั้งวันทั้งคืน

ทำการดรอปเรื่องเรียนให้ทุกอย่าง ดูแลเขาจนกระทั่งในวันที่เขาตัดสินใจที่จะกลับมายืนอย่างแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง

"กูคิดถึงมันจริงๆนะ"กอล์ฟกล่าวเสริม

"แต่ตอนนี้งานแต่งงานทิทั้งที อย่ามาเศร้าเลยนะ เดี่ยวเจ้าสาวต้องแต่งหน้าใหม่"ซีไนน์ลุกขึ้นตัดบทอย่างดื้อๆเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าหงอยของแต่ละคน

"เออ กูขี้เกียจแต่งหน้าให้มึงละ"

"อีกอล์ฟ!!"กะทิเหวใส่เรียกเสียงหัวเราะให้กับทั้งสี่

"ว่างๆ ไปร้านสาขาใกล้คอนโดด้วยนะ ตอนนี้พี่ลุคส์เข้ามาดูแลที่นี่"ซีไนน์เอ่ยบอกกับทุกคนอีกครั้งขณะที่กำลังจะออกจากห้อง

"จริงหรอ ผัวช้านนน"กะทิกล่าวด้วยสีหน้าระรื่น จนกอล์ฟหมั่นไส้

"ผัวมึงอยู่ข้างๆอีทิ"

"อันนี้ผัวน้อย คนนู้นผัวหลวง"

"ชิ!"

"ทำไม จู่ๆพี่เขาถึงยอมมาดูแลร้านล่ะ"ถุงถามเรียบๆไม่สนใจเสียงทะเลาะของเจ้าสาวตัวเองกับเพื่อน

"ไม่รู้สิ  แต่ยังไงอย่าลืมไปนะ เดี่ยวเลี้ยงเอง"ซีไนน์ยกยิ้มกว้าง

"พูดว่าเลี้ยงงี้ ไม่มีพลาดแน่นวลลล"

"อีทิ!! จริงๆเลยเรื่องกินตัลหลอดดด"

"แล้วไงกู ใช่ไหมจ้ะ ผัวจ๋า" กะทิหันไปเกาะแขนถุงก่อนจะย่นจมูกน่ารัก กอล์ฟเบ้ปากเล็กน้อยกับท่าทางของเพื่อนในขณะที่ซีไนน์หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินออกจากห้องแต่งตัวเพื่อเข้างาน

 

 

 

 

 

ใบหน้าหวานนั่งเหยียดขายาวดูทีวีจอใหญ่ที่มีบรรยายภาษาฝรั่งเศษอย่างตั้งใจ

"วันนี้คุณหนูไม่มีงานหรอคะ"นมเดินเข้ามาถามก่อนจะวางลูกตาลลอยแก้วบนโต๊ะเบาๆ

"วันนี้ตารางว่างน่ะจ้ะ ก่อนบินไปจีนพรุ่งนี้"ซีไนน์หันไปยกยิ้มให้บางๆ

"งั้นนมจัดกระเป๋าให้นะคะ"

"ขอบคุณครับ"

"แล้วนี่คุณหนูดูอะไรคะเนี่ย"นมถามก่อนจะหันหลังเดินไป

หลายปีมานี้ซีไนน์ตั้งใจเรียนภาษาฝรั่งเศสตามความฝันของคุณหนูคนเล็กที่เคยตั้งใจไว้จนคล่องแคล่วทั้งการอ่านฟังพูดเขียน

"งานเทศกาลอาหารที่ฝรั่งเศสน่ะครับ วันนี้เขามีถ่ายทอดสดมีตั้ง7วัน เห็นว่ามีเมนูอาหารจากทั่วโลกเลยนะครับ เผื่อจะได้ไอเดียคิดเมนูใหม่เข้าร้านน่ะครับ"ซีไนน์หันไปอธิบาย พลางยกน้ำตาลลอยแก้วขึ้นมากิน

"อ้อค่ะ งั้นนมขอตัวไปจัดกระเป๋านะคะ มีอะไรก็เรียกหาได้ตลอดเวลาเลยนะคะ"นมยกยิ้มอย่างเอ็นดู 

ซีไนน์เปิดร้านอาหารกึ่งคาเฟ่อยู่สิงสาขา ยิ่งมีลูคัสมาช่วยดูแลด้วย คนร่างบางก็เหนื่อยน้อยลง  เดินงานในวงการได้สบายๆ

"ครับ"

นมหันหลังเดินขึ้นไปชั้นเพื่อจัดกระเป๋าให้คุณหนู ไม่เกินสิบนาทีก็ต้องวิ่งลงมาด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงหวานตะโกนโหวกเหวกเรียกทุกคน

"คุณแม่ครับ แม่ทิพย์  ป้ารส  พี่มะลิ  นม ลุงใบ ทุกคนครับ ทุกคนอยู่ไหน"

"แม่ครับ !! แม่ทิพย์"

"มีอะไรกันคะมีอะไร"อริสาวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาลูกชาย

"มีอะไรลูก!" มธุรสที่พยุงประกายทิพย์เข้ามาในบ้านถามเสียงตื่นตระหนกก่อนที่ทุกสายตาจะมองจอมือถือในมือที่มีคลิปที่ถูกถ่ายจากทีวีจอใหญ่

"ทุกคนเห็นเหมือนที่ซีนเห็นไหมครับ"เสียงหวานละล่ำละลั่กบอก  ทุกคนได้แต่เบิกตากว้าง นิ่งเงียบมองด้วยความตกตะลึง

"คุณหนูลิน"เสียงนมเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

"ใช่ไหม ใช่น้องใช่ไหมครับแม่"ซีไนน์หันไปถามอริสาเสียงสั่น  อริสาพยักหน้าแรงๆพร้อมน้ำตา  ยื่นมือรับมือถือลูกชายมาดูคลิป

มองใบหน้าที่แสนคุ้นเคยที่กำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

แม้ใบหน้าของชายในคลิปจะผอมซูบลงไปมาก แต่อริสาก็จำได้ดีว่านี่คือลูกชายคนเล็กของเขา

เขาจำได้....ไม่ว่าจะกี่ปี เขาก็จำใบหน้าลูกชายได้

"ซีนจะไปหาน้องครับแม่ ซีนจะไปตามหาน้อง"ซีไนน์จับมือมารดาแล้วเขย่าเบาๆ ดวงตากลมมาน้ำใสไหลออกมาช้าๆ จนต้องปาดออกไปอย่างรวดเร็ว

คิดถึงเหลือเกิน

เราจะได้เจอกันแล้วใช่ไหม

 

"แต่พรุ่งนี้คุณหนูมีงานต้องบินไปจีนนะคะ"มะลิเอ่ยเบาๆพยายามรวบรวมสติของตัวเอง แม้ว่าตอนนี้ตัวเองจะดีใจไม่ต่างจากคนอื่นๆในบ้านก็ตาม ซีไนน์ชะงักลง ใบหน้าเปื้อนยิ้มสลดลงนิดหน่อย

"งั้น หนูไปบอกพี่ลุคส์ดีไหมลูก"อริสาแสดงความคิดเห็นพลางยกมือปาดน้ำตาลูกชายเบาๆ

ไม่เป็นไรนะ....จะได้เจอน้องแล้วนะ

 

"ก็ได้ครับแม่ พี่มะลิ ฝากจองตั๋วบินไปฝรั่งเศสด้วยนะครับ ซีนชื่อว่าพี่ลุคส์จะบินไปทันที ซีนจะเป็นคนไปบอกพี่ลุคส์เอง"

"ได้ค่ะ"มะลิพยักหน้ารับคำก่อนจะรีบทำตามคำบอกกล่าวของคุณหนู ก่อนที่ร่างบางเองจะรีบออกจากบ้านออกรถไปหาพี่ชายที่คอนโดอย่างเร็ว

 

พี่ลุคส์ครับ.....เราจะได้เจอน้องแล้วนะครับ

พี่ลุคส์จะไม่ต้องนอนกอดเสื้อน้องอย่างที่ผ่านมาอีกแล้วนะ

 

 

 

 

 

ร่างสูงนั่งนิ่งเงียบอยู่บนเครื่องบินลำใหญ่ มือหนาลูบหน้าจอมือถือที่มีใบหน้าคุ้นอย่างเบามือ น้ำตาเม็ดโตไหลหยดลงบนหน้าจอจนต้องรีบเช็ดออก

คิดถึงเหลือเกิน

อยากเจอเร็วๆ

อยากกอด  จะไม่ให้ไปไหนไกลอีกแล้ว

อยากจะบอกรักทุกวันเลย

รอก่อนนะ ตัวเล็กของพี่

 

 

 

 

 

 

 

เมืองนีสซ์  ประเทศฝรั่งเศส

เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเป็นระลอกๆ อากาศยามเย็นที่ริมทะเลทำให้ใบหน้าขมวดคิ้วของชายร่างบางที่มีความสูงไม่มากนักดูจะผ่อนคลายมากขึ้น

สายลมที่ผ่านมาอ่อนๆ กระทบกับใบหน้าใส ที่ออกจะผอมแห้งไปหน่อย ร่างเล็กที่อยู่ในชุดกันหนาวยาวๆกระชับตัวเองแน่นขึ้น ดวงตากลมโตทอดยาวมองทะเลสีฟ้าตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย

ดวงตากลมโตกวาดสายตาไปรอบๆชายหาดกว้างก่อนจะหยุดสายตาเมื่อเห็นชายร่างสูงคนหนึ่งยืนมองตัวเองอยู่ก่อนแล้ว กำลังยืนไม่ห่างจากเขามากนัก

 

ดวงตาสีเทาควันบุหรี่ที่สะกดสายตาคนร่างผอมไว้จนละสายตาไม่ได้  คิ้วเล็กขมวดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกเหมือนขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมากระทันหัน

 

หัวใจเหมือนถูกบีบรัดจนเจ็บจนต้องยกมากุมไว้ ยิ่งมองดวงตาสีควันบุหรี่ของชายร่างสูงคนนั้น หัวใจก็เหมือนจะเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆโดยที่หาสาเหตุไม่ได้

ร่างผอมหลุดจากโฟกัสจากชายร่างสูงก่อนจะหันไปตามเสียงเล็กๆที่ดังขึ้น

"เกลินคะ"ชายหนุ่มเจ้าของนามเกลิน หันไปมองเด็กหญิงร่างเล็กอายุราว8ขวบ ก่อนจะย่อตัวลงให้ตัวเองให้ใบหน้าอยู่เสมอระดับเด็กหญิง  ใบหน้าใสแสดงสีหน้ากังวลเล็กน้อยมือเล็กจัดเสื้อผ้าของเด็กหญิงให้เรียบร้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

"เจน หนูออกมาทำไม  อากาศมันหนาวนะ"คำถามที่ถูกกล่าวออกมาด้วยภาษาฝรั่งเศสอย่างคล่องแคล่ว ผิดกับใบหน้าที่ออกไปทางเอเชียของชายหนุ่ม

"ก็หนูตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเกลินอยู่ในโบสถ์ หนูก็เลยออกมาหาค่ะ"เสียงเล็กเอ่ยออกมาก่อนจะก้มหน้าสลดเล็กน้อย

"งั้น กลับเข้าไปข้างในนะ เดี่ยวเกลินพาเข้าไป"ชายหนุ่มยกยิ้มบางๆอย่างใจดี เมื่อเห็นเด็กน้อยตรงหน้าหน้าเจื่อนลง

ไม่ได้ดุสักหน่อยนี่น่า แค่เป็นห่วง

 

เกลินจับมือนิ่มของเด็กหญิง เงยหน้ามองชายคนเดิมที่ยังคงมองมาที่เขานิ่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไป

ขาเล็กที่ก้าวช้าๆ ดวงกลมโตฉายออกมาถึงความนึกคิดที่กำลังตีรวนอยู่ในสมอง ทำไมใบหน้าของชายคนนั้น...

ทำไมยิ่งนึกถึงใบหน้านั้น หัวใจเหมือนถูกบีบไว้อย่างแรง

ขาเล็กที่ก้าวช้าๆหยุดชะงักเมื่อเด็กหญิงที่เดินมาด้วยกันเอ่ยขึ้น

"เกลินคะ ผู้ชายคนนั้นน่ะ ที่เขาเอาแต่ยืนจ้องเกลินน่ะ  เหมือนผู้ชายในรูปที่เกลินวาดเลยนะคะ"

"หนูคิดอย่างนั้นหรอ"เสียงของชายหนุ่มหันไปถามเด็กหญิงข้างด้วยความไม่แน่ใจ

 

นึกออกแล้ว!! เหมือนจริงๆด้วย!

 

"เกลินเคยบอกหนูว่า เกลินฝันถึงเขาบ่อยๆ ตอนนี้เขามายืนอยู่หน้านี้แล้ว ทำไมถึงไม่เดินไปหาเขาล่ะคะ"เด็กหญิงกระตุกมือชายหนุ่มเบาๆพลางบอกเสียงใส

".....​.."

"ไปหาเขาสิคะ"

"แต่.."ชายหนุ่มเอ่ยออกมาแค่นั้น  ความรู้สึกยังคงตีรวนในความคิด

"หนูเดินกลับเข้าไปที่โบถส์คนเดียวได้ค่ะ เกลินไปหาเขาคนนั้นเถอะนะคะ ดูเหมือนเขาเองก็อยากคุยกับเกลินด้วย"เด็กหญิงเผยรอยยิ้มกว้างออกมา ชายหนุ่มมองเด็กหญิงพลางยิ้มให้บางๆ หัวเล็กพยักหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่เดิม

 

 

ยังอยู่ที่เดิม.....ผู้ชายดวงตาสีควันบุหรี่คนนั้นยังคงอยู่ที่เดิม

 

ชายหนุ่มยืนนิ่งๆมองคนร่างสูงจนคนที่ยืนไม่ไกลนักหันมาทางตัวเอง

สองดวงตาที่สบตากัน

ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น

ความรู้สึกอุ่นใจนี้มันคืออะไรกันนะ!

 

ความรู้สึกสุขใจดีใจที่กำลังตีตื้นในหัวใจของเขานี้มันคืออะไรกัน

 

ปากบางยกยิ้มให้ชายแปลกหน้าบางๆ เมื่อคนร่างสูงยกยิ้มมาให้

 

 

แสงอาทิตย์อัสดงใกล้ลับขอบฟ้า  สองร่างที่ยืนสบตากันอยู่อย่างนั้น

หัวใจดวงหนึ่งที่สุขใจอย่างประหลาด

กับอีกหัวใจ ที่กำลังพร่ำบอกคำว่าคิดถึง

 

ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันนะ  ทำไมเหมือนผู้ชายที่เขาฝันถึงบ่อยๆ

ทำไมถึงเหมือนกันขนาดนี้

 

ทำไมหัวใจเขา.... เต้นเร็วขนาดนี้นะ

 

 

 

 

 

เธอจ๋า

เธอเชื่อไหมของขวัญสำหรับคนเก่งมันหอมหวานแค่ไหน

ไม่ว่าความทุกข์ที่เกิดจากความรักจะกัดกินหัวใจเธอไปเท่าไหร่

แต่เธอรู้ไหมความรักจะเป็นสิ่งที่กลับมาเยียวยาหัวใจเธอเอง

อีกไม่นาน  ทุกอย่างจะสดใส

เพราะกลางคืน ไม่สามารถปกคลุมโลกนี้ได้ทั้งใบ

เดี่ยวกลางวันที่สดใส ก็จะมาหาเธอแล้ว

 

เธอจ๋า

ไม่ว่าความรักจะอันตรายแค่ไหน

แต่ความรักจะเยียวยาเธอเอง

อีกนิดเดียว หากเจ็บปวดขอแค่อดทนอีกนิดเดียว

ต่อไปนี้  จะไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ

เธอ ผู้เป็นที่รักของฉัน

 

 

THE END

__________________

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด.

กอดพีลุคส์แน่นมากกกกก

จบแล้วนะ

อันนี้คือจบจริงๆ

คืออันที่โปรดถามว่าจบแล้วให้ใส่จบบริบรณ์ต่อท้ายไหมเพื่อมาใส่อันนี้นะ

ว่าจะลงเลยเมื่อเช้า แต่ไม่เอาดีกว่า

ปล่อยให้ร้องไห้ไปก่อน

5555555555555

ใครมีคำถามอะไรทิ้งไว้นะ  เดี่ยวโปรดจะเขียนถามตอบกับทุกคนเป็นตอนพิเศษถ้ามีคำถามมากพอ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว