ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 63(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.9k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2563 01:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 63(Rewrite)​
แบบอักษร

​ดวงตากลมโตลืมตาขึ้นมาช้าๆ   เมื่อแสงยามเช้าแยงเข้าตา มือเล็กจะขยับบิดขี้เกียจแล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงพันธนาการที่ข้อมือ   ก่อนจะรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว 

ควานลินขยับเล็กน้อยเบิกตากว้างกับข้อมือของตัวเองที่ถูกผูกไว้แน่น   ร่างกายที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยม่วงแดงเป็นจ้ำๆไปทั้งตัว

“อ้ะ”ควานลินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดที่ช่องทางด้านหลังบวกกับความคับแน่นจนต้องขมับถี่ยิบแล้วพยายามขยับตัวเองจนแกนกายที่ฝังอยู่ในร่างตัวเองหลุดออกมา

ร่างบางกัดปากแน่นก่อนจะหันไปมองคนข้างๆที่ตอนนี้ลืมตามองเขาแล้วความเปียกแฉะค่อยๆไหลออกมาที่หว่างขา

"พี่ลุคส์ นี่มันอะไรกันครับ"ควานลินถามเสียงสั่นมองคนข้างๆทั้งน้ำตาเมื่อความเจ็บที่สะโพกแล่นปร่าเข้ามามากขึ้น

"พี่ลุคส์ ปล่อยน้องไปนะครับ พี่ลุคส์  น้องเจ็บ พี่ลุคส์"ควานลินดิ้นขลุกขลักพร้อมน้ำตา 

คนร่างสูงไม่ตอบอะไรดึงร่างเล็กเข้าหาตัวก่อนจะก้มลงขบเบาๆเข้าที่ใบหูเล็ก

“อ้ะ”  ควานลินร้องออกมา  ความเสียวซ่านวาบไปทั้งตัวร่างบางแอ่นอกขึ้นอย่างอัตโนมัติเมื่อลิ้นร้อนตวัดเข้ากับยอดอกอย่างแรง

“อื้อออ  พี่ลุคส์” ควานลินส่ายหน้าไปมา   มือที่ถูกพันธนาการเสียดสีไปมาแต่ความเจ็บมีน้อยกว่าความเสียวในขณะนี้

“อืมมมมมมม”  เสียงครางต่ำของคนร่างสูงดังขึ้น มือหนาแยกขาเล็กออกเล็กน้อย ก่อนจะสอดแกนกายแกร่งของตัวเองเข้าไปช้าๆ

“อื้อออออ   เจ็บ” ควานลินกัดปากตัวเองแน่นช่องสีหวานที่มีน้ำรักค้างอยู่แล้วจากเมื่อคืน ที่ถูกลูคัสทำรักไว้โดยที่เขาไม่รู้สึกตัว เสียงเปียกแฉะดังขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับเสียงร้องครางของคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลงบิดตัวไปมา มือไขว้หลังถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

แรงกระแทกจากร่างสูงทำให้หัวเล็กสั่นคลอนเล็กน้อย ควานลินกัดปากตัวเองอย่างแรงเมื่อลูคัสขยับเข้าออกแรงขึ้น

“อื้ออออ  พี่ลุคส์    ระ...แรงไป   เจ็บ  อ๊ะ  อ๊ะ  อื้ออออ”ร่างสูงก้มลงขบกัดยอดอกอีกครั้ง  มืออีกข้างก็ยกขึ้นบี้อกอีกข้างเบาๆไม่ให้น้อยหน้า

ร่างกายที่ห่างหายจากคนร่างเล็กมาเป็นเวลานานดูเหมือนจะไม่พอกับร่างหวานๆนี้

“ไม่ให้ไป อย่าไปไหนนะ  อืมมมม”เสียงพร่ำบอกจากคนร่างสูงในขณะที่ใบหน้าก็ก้มลงสร้างความเสียวซ่านให้คนตัวเล็กไม่หยุด

มืออีกข้างก็กุมแกนกายน่ารัก  ขยับเบาๆ

“อ๊ะ  อ๊ะ  อ๊ะ   อื้ออออ     อี๊อ๊า  อ๊ะ อ๊ะ  อื้อออ”ลูคัสยังคงกระแทกกระทั้นเข้ามาในกายเล็กไม่หยุด   จนกระทั่งขาเล็กเกร็งเล็กน้อยแล้วพ่นน้ำขาวขุ่นออกมาเปื้อนหน้าท้องแกร่ง  ลูคัสขยับเข้าออกไม่หยุดยิ่งช่องสีหวานตอดรัดถี่มากเท่าไหร่  เขาก็ยิ่งขยับแรงขึ้นอีกก่อนที่จะเกร็งไปทั้งตัวแล้วพ่นขาวขุ่นเข้าช่องทางสีหวานอีกครั้ง

ควานลินหอบหายใจหอบกับพลังงานที่เสียไป  ก่อนที่ร่างกายจะถูกพลิกให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียงแล้วสะโพกถูกยกให้สูงขึ้นโดยฝีมือคนร่างสูง

“พ...พี่ลุคส์  พอแล้ว  น้องเจ็บ!!"เสียงเล็กร้องบอกเมื่อความเจ็บปวดที่ช่องทางสีหวานเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ   แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเมื่อคนร่างสูงไม่ยอมตอบอะไรแกนกายใหญ่จ่อไปช่องทางสีหวานอีกครั้งก่อนจะเสียบเข้าไปอย่างแรง

อั๊ก!!

จุก!

ควานลินรู้สึกจุกไปทั้งช่องท้อง  หากแต่ช่องทางข้างหลังกลับตอดรัดขมิบอย่างถี่ยิบเมื่อคนร่างสูงแช่ไว้อย่างนั้นแล้วค่อยๆขยับเข้าออกช้าๆ  แล้วตอกเข้าเน้นๆเข้ากับร่างเล็ก

“อื้ออออ  พะ...พี่ลุคส์"ทั้งเจ็บทั้งเสียวไปพร้อมๆกันจนแกนกายเล็กตั้งขึ้นมาอีกครั้ง   ลูคัสจับข้อมือเล็กทั้งสองที่ไขว้หลัง   ใบหน้าคมก้มลงจูบแผ่นหลังเนียนที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยรักที่ถูกเขาทำไว้ เต็มไปหมด

เสียงกระแทกกระทั้นดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ  เสียงเปียกแฉะของน้ำรักที่ดังกระฉอกกับจังหวะเข้าออกของแกนกายใหญ่  พร้อมกับเสียงหวานครางของคนตัวเล็กดังไปทั่วห้องกว้าง   ความเสียวสุขสมที่คนร่างใหญ่มอบให้  แม้มันจะเจ็บอยู่บ้าง หากแต่เขาก็ยินดีที่จะมอบให้คนที่เขารัก

“อ๊ะๆๆๆ   อื้ออออ  พะ...พี่ลุคส์   อ๊ะ   อ๊ะ  อ๊า   เสียว   อื้อออ”

“อืมมมมม"

จ๊วบ

  เสียงจูบที่คนร่างสูงจูบเข้ากับแผ่นหลังบาง มือหนาจับเอวบางไว้อย่างแน่นแล้วขยับเข้าออกจนสุด  แกนกายกดย้ำๆเข้าจุดเสียวของคนร่างเล็กจนได้แต่ดิ้นพล่านอยู่อย่างนั้น

"อ้ะ  อื้ออออ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อื้ออออ  ระ...แรง. อ๊ะะะะ ไป  อ๊ะๆๆๆ "

"อย่าไปนะ  อย่าไป"ลูคัสที่เอ่ยปากบอกเบาๆ  อยู่อย่างนั้นแต่ดูเหมือนคนตัวเล็กจะไม่รับรู้อะไรแล้ว  ความเสียวเข้ามารวมกันที่จุดเดียวก่อนที่ร่างเล็กจะพ่นน้ำรักออกมาอีกครั้ง

ควานลินทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง แต่ดูเหมือนลุคัสจะไม่หมดแรงเอาง่ายๆ

ร่างกายที่กระแทกกระทั่นเข้ามาในร่างเล็กไม่หยุดหย่อน

จากความเสียวตอนนี้มีแต่ความเจ็บปวด เมื่อช่องทางข้างหลังฉีกขาด จนมีเลือดไหลออกมาปนกับน้ำขาวขุ่น

ไม่ว่าจะร้องขอให้หยุดยังไงก็ไม่ได้ผลลูคัสในเวลานี้ไม่ฟังเสียงของควานลินเลยสักนิด

 

 

 

 

เวลาผ่านไปล่วงเลย จากเวลาเช้า สู่เวลาเที่ยง จากเวลาเที่ยงสู่เวลาเย็น  เลือดที่ไหลออกมาจากร่างกายของคนตัวเล็กมีมากขึ้นเรื่อยๆ

น้ำรักที่เปื้อนเปรอะไปทั่วพื้นห้อง เสียงกระแทกกระทั่นของคนร่างสูงที่สร้างความเป็นเจ้าของให้คนร่างเล็กไม่หยุด หากแม้นในเวลานี้ ควานลินจะไม่รู้สึกตัวไปแล้วก็ตาม

ร่างกายของควานลินยังคงสั่นคลอน ไปมา  เมื่อร่างกายสู้กับความเจ็บปวดไม่ไหว ไหนจะช่องทางที่ฉีกขาดที่ตอนนี้มีเลือดไหนออกมาไม่แพ้กับน้ำรักที่ทะลักออกจากช่องสีหวาน

ช่องทางที่บวมเป่งจนน่ากลัว  ลูคัสพ่นน้ำรักครั้งสุดท้ายเข้าสู่ร่างกายเล็ก แต่ไม่ได้ถอดแกนกายออกมา

ปล่อยให้ร่างกายของตัวเองฝังอยู่ในร่างเล็กไว้อย่างนั้น

กลางดึกร่างสูงสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อฝันไปว่าคนตัวเล็กหายไป ก่อนจะกระชับคนข้างกายแน่นให้จมอกตัวเอง

 

 

 

สองวันสองคืนที่ผ่านไปอย่างนั้น ร่างกายไม่ได้รับอาหาร  ร่างเปลือยเปล่าที่ตระกองกอดกันอย่างแนบแน่นบนเตียง   คราบน้ำรักที่แห้งกรังเกาะไปตามขาอ่อนของคนตัวเล็กพร้อมด้วยน้ำรักอันใหม่ที่คนร่างสูงได้ปลดปล่อยออกมา

คนตัวเล็กที่ตอนนี้ร่างกายเจ็บปวดไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ 

ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาก็เห็นลูคัสตอกย้ำกับร่างกายตัวเองไม่สิ้นสุด  เหมือนกับไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย ทรวงอกที่เจ็บขึ้นมาอีกครั้งจากการผ่าตัดครั้งก่อน  ยังโชคดีมากที่แผลผ่าตัดไม่ฉีกขาด

ไม่รู้กี่ครั้งที่สลบไสลไป  ตื่นขึ้นมา แล้วสลบไปครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะพิษจากบาดแผล

ความเจ็บปวดที่คนร่างสูงมอบให้แล้วไม่สามารถทำอะไรได้

หากมันทำให้ลูคัสได้ระบายความทุกข์ที่ผ่านมาเขาก็ยินดี  ให้ร่างกายของเขาเป็นแรงรับความระบายจากลูคัว เขาก็ไม่เป็นไร

 

 

 

 

ช่วงสายของอีกวันสาดแสงเข้ามา  ลูคัสลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ มองร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง

ก่อนจะถอนแกนกายจากร่างอันปวกเปียกของควานลิน มองดูร่างกายที่เป็นรอยม่วงจ้ำจากการดูดและขบกัดของตัวเอง 

ดวงตาเรียวกวาดมองร่างเล็กอีกครั้ง มองขาเล็กที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและน้ำรักที่แห้งกรัง ก่อนจะซบลงกับอกบางสะอื้นตัวโยนในขณะที่คนตัวเล็กสลบไม่รู้สึกตัว

เขาจะทำยังไงดี เขารักควานลินมากเหลือเกิน..

ควานลินเป็นเสมือนดวงอาทิตย์ที่เข้ามาทำให้ความสว่างให้แก่เขา เป็นเหมือนดวงจันทย์ที่สร้างแสงละมุนให้หัวใจเขา แต่ตอนนี้  ดูสิ่งที่เขาทำกับควานลินสิ

เขาแค่กลัว กลัวว่าคนตัวเล็กจะจากเขาไป

กลัวเหลือเกิน ว่าแสงสว่างดวงนี้จะหายไปจากชีวิต

 

"น้อง  พี่รักน้องนะ พี่กลัว"ร่างสูงเอ่ยปากบอกเบาๆในขณะที่ทำความสะอาดให้คนตัวเล็กอย่างเบามือ

สองวัน สองวันที่คนตัวเล็กจะมาอยู่กับเขา เขาได้ยินที่ควานลินบอกแอลดีนตอนที่อยู่ห้องฉุกเฉินวันนั้น ตอนนี้เลยกำหนดนั้นมาแล้ว จะไม่มีใครมาเอาควานลินจากเขาแล้ว

ลูคัสลูบแก้มใสเบาๆ  ปากเล็กที่แตกเพราะแรงจูบจากเขา

"เย็นนี้พี่กลับมานะ รอพี่หน่อย  พี่จะกลับมารับน้องแล้วหนีไปจากเรื่องบ้าๆพวกนี้กันนะ เราจะไปจากที่นี่กัน รอพี่นะ.."ลูคัสก้มลงจูบเบาๆที่หน้าผากใส ก่อนจะลุกขึ้นยืนมองคนตัวเล็กเต็มๆตาอีกครั้ง

ดวงตาเรียวปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ แล้วก้าวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

ซีไนน์เดินออกมาจากตัวบ้านเมื่อได้เสียงกดกริ่งดังขึ้นรัวๆ  ก่อนจะเห็นหน้าจากคนที่เขานึกชิงชังมากที่สุดในเวลานี้

"น้องอยู่ไหน"แอลดีนถามน้ำเสียงกระวนกระวายอย่างปิดไม่มิดมือหนาจับบ่าเล็กแล้วเขย่าเบาๆ

"อะไรของคุณ"ซีไนน์สะบัดตัวเองจากมือหนาถามน้ำเสียงที่ไม่เข้าใจนัก

"น้องบอกว่าจะไปหาลูคัสแค่สองวัน แต่ตอนนี้ผ่านไปสามวันแล้ว ทำไมติดต่อน้องไม่ได้!" แอลดีนถามเสียงดัง

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ"ซีไนน์เชิดหน้าถาม มองใบหน้าที่วิตกของแอลดีนด้วยสายตาเรียบเฉย  แม้ในใจจะกระตุกวูบขึ้นมา

จริงสิ  หลังจากที่เขาไล่ควานลินในห้องฉุกเฉินวันนั้น ควานลินก็ไม่ได้มาหาเขาอีกเลย

"ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อลูคัสเป็น..."แอลดีนชะงัก เมื่อซีไนน์กล่าวเสียงแข็งขึ้นมาซะก่อน

"ถึงพี่ลูคัสจะเป็นพี่ชายของผม แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ลูคัส! และการที่น้องหายไปไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับผม!! หลานคุณนี่ ไปตามหาเอาเองสิ"ซีไนน์ตอกกลับ  แสดงสีหน้าว่าตัวเองไม่รู้สึกอะไรกับการหายตัวไปอีกครั้งของควานลิน

"อาไม่เชื่อ เอาน้องไปซ่อนไว้ที่ไหน"

"อย่าคิดว่าคนอื่นจะเอานิสัยหยาบช้าเหมือนคนในตระกูลของคุณมาใช้ ผมบอกไม่รู้ก็คือไม่รู้ ออกไปจากบ้านของผมซะ. !!  ออกไป๊!!"ทั้งๆที่ในใจเองก็กระวนกระวาย ไม่ต่างกัน แต่เขาจะต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายข้างหน้าเห็นเด็ดขาด

ซีไนน์มองตามหลังแอลดีนที่เดินออกจากบริเวณบ้านเขาแต่โดยดี ก่อนที่เขาเองก็จะเดินกลับเข้ามาในบ้าน

 

 

 

 

 

แอลดีนเข้ามานั่งอย่างหมดแรงในรถของตัวเองดวงตาสั่นระริกความกลัวเข้ามาเกาะกุมหัวใจ เมื่อภาพแห่งความสูญเสีย เข้ามาหลอกหลอนอีกครั้ง

"พ่อ หรือว่าพ่อจะซ่อน...   ไม่  น้องจะต้องไม่เป็นอะไร"แอลดีนพึมพำออกมาอย่างคนไร้สติ ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

ฝั่งซีไนน์เองก็กระวนกระวาย มือเล็กกดโทรหาคนตัวเล็กกับลูคัสซ้ำๆแต่ก็ไม่มีการตอบรับจากปลายสาย

"น้อง น้องหายไปไหนอะ  รับสายพี่สิ พี่ขอโทษที่ไล่น้องไป พี่ขอโทษ  น้องอยู่ไหน"  ดวงตากลมโต หลั่งน้ำตา ช้าๆความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา

ขอโทษที่วู่วาม ขอโทษที่พลั้งปากไปอย่างนั้น

ไม่ได้อยากให้ไป ไม่ได้อยากไล่เลยสักนิด

"คุณแม่ครับ คุณแม่ได้มาหาน้องที่คอนโดบ้างรึเปล่าครับ"ซีไนน์ควบคุมเสียงให้ปกติที่สุดพูดกับคนปลายสาย ก่อนที่คำตอบจะทำให้เขายิ่งรู้สึกกลัว

"เปล่าเลยลูก หนูมีอะไรรึเปล่า หรือว่า น้องเป็นอะไรไป!! "

"เปล่าครับ น้องไม่ได้เป็นอะไร เห็นบ่นถึงคุณแม่ ก็เลยบอกไว้ ไว้ว่างๆ ซีนจะไปรับแม่มาหาน้องน่ะครับ"

"จ้ะลูก เสียงหนูดูเหนื่อยๆนะ เป็นอะไรไหมลูก"เสียงปลายสายเอ่ยมาด้วยความเป็นห่วง

"ไม่ได้เป็นอะไรครับ งั้นแค่นี้นะครับ พอดีซีนมีงานต้องทำนิดหน่อยน่ะครับ"

"จ้ะ แม่รักหนูนะลูก"

"....  ซีนก็รักแม่ครับ"

 

 

 

 

 

ใบไม้นิ่งสงบ  เมื่อไม่มีสายลมพัดผ่านมา ผิดแปลกกับอากาศที่หนาวมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ในเรือนกระจกก็ยังมีอากาศหนาวให้รู้สึก

"ลุคส์  เรียกอามา มีอะไรรึเปล่าจ้ะ"ลูคัสเงยหน้ามองหญิงตรงหน้าที่เดินมานั่งตรงข้ามกับเขา

"ผมมาฟังความจริง"

"ความจริง?"

"เรื่อง20ปีก่อน"

"...."

"อาโกหกผมใช่ไหมครับ"

"อา...."ดาริกาได้แต่นั่งงัน เมื่อได้ยินคำถามจากเด็กหนุ่มตรงหน้า

"ผมได้ยินหมดแล้ว ผมได้ยินมาแล้วว่า ผู้ชายคนนั้น เลี้ยงผมมาเพื่อให้ผมกลับมาฆ่าครอบครัวตัวเอง อาทำอย่างนี้ทำไมครับ โกหกผมทำไม ตอบมาสิครับ ตอบผมมา!!"

"เพราะอารักเขา  อารักเขา" น้ำตาที่คลอเบ้าไหลอาบแก้มใสช้าๆ  ร่างบางของดาริกาสั่นไหวเล็กน้อย

"คนที่ชื่อแอลดีนใช่ไหมครับ"

"อารักเขา  อาไม่อยากให้เขาต้องไปพัวพันกับบ้านหลังนั้น เพราะงั้น อาต้องโกหกลุคส์ เพราะอาอยากให้เขาหยุดทำทุกอย่าง" 

ไม่อย่างนั้น เอลรอยคงต้องทำร้ายแอลดีนเป็นแน่  ถ้าหากแอลดีนทำไม่สำเร็จ  ดาริกาเงยหน้ามองเด็กหนุ่มทั้งน้ำตาความรู้สึกผิดประดังประเดเข้ามา

"เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องทำอะไร แล้วปล่อยให้ผมเป็นหมาบ้า ทำร้ายทุกคน เพราะเรื่องที่กุขึ้นมาอย่างนั้นหรอครับ"ลูคัสถามเบาๆ ดวงตาแดงก่ำ มองผู้หญิงที่เหมือนเป็นแม่ เป็นพี่สาว มาตลอด ความรู้สึกผิดหวังเสียใจหลั่งไหลเข้ามาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่

"แต่สุดท้าย เขาก็ไม่หยุด เขาเลือกที่จะทำมันต่อไป เพราะเขารักเด็กคนนั้น"

"เล่าความจริงที่คุณอารู้ทั้งหมดให้ผมรู้สิครับ"

"เรื่องที่คุณหนูเคทตกหลุมรักผู้ชายที่ชื่อดนัยคนนั้นมันเรื่องจริง  มันคือเรื่องจริงทุกอย่าง ยกเว้น เรื่องที่ผู้ชายคนนั้นมาลักพาตัวคุณหนูเคท ตอนนั้น คุณหนูเคทเพิ่งคลอดลูกชายคลอดได้ไม่นาน ประมาณสัปดาห์เดียวได้  คืนหนึ่งคุณหนูเคทขอให้อาช่วยเขา เพราะผู้ชายคนนั้นมารับ อาไม่รู้จะทำยังไง ก็ตัดสินใจช่วยดูต้นทาง  แต่แล้วในคืนนั้น มันเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา  ผู้ชายคนนั้นพิการ ส่วนคุณหนูเคทอยู่ได้ไม่ถึงเดือน ก็เสียชีวิต สามีของคุณหนู หุ่ยเล่อ จาง ต้องการนำลูกชายกลับฮ่องกง นายท่านไม่ยอมให้เอาไป  หลังจากนั้นแค่หนึ่งสัปดาห์ นายท่านก็เอาเด็กสองคนกลับมาที่นี่  เขาเป็นพี่น้องกัน คนพี่นายท่านเลี้ยงดู ส่วนอีกหนึ่งคน นายท่านพาไปพร้อมๆกับคุณหนูลูคัส ลูกของคุณหนูเคท"

"คนพี่ที่อาหมายถึง คือผมสิน่ะครับ ส่วนลูคัส  ที่ผู้หญิงคนนั้นเรียก ไม่ใช่ผม"ลูคัสถามเบาๆ เมื่อดาริกาเงียบไป ร่างกายที่พักผ่อนน้อยยิ่งต้องมารับรู้อะไรที่เจ็บปวดทำให้ หัวเขาปวดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"อารู้แค่ว่า คุณคือลูกชายของบ้านรุ่งรัตนทิพากร และอาไม่เคยรู้เลยว่านายท่านเอาตัวคนน้องคุณกับลูกคุณหนูเคทไปที่ไหน จนเมื่อหลายปีก่อน อาได้รู้จากคุณแอลดีนว่าเขาจะมาอยู่เมืองไทย  ทำให้อาสงสัย มาตลอดมาว่าทำไมคนที่ตัดขาดพ่อลูกถึงกลับมาที่นี่ แล้วอาก็เริ่มเข้าใจในสิ่งที่อาสงสัยมาทั้งหมด ทั้งหมด ว่าทำไมเขาถึงต้องเอาคุณมาเลี้ยง แล้วทำไมต้องเอาลูกคุณหนูเคทไปจากที่นี่ แล้วทำไมคุณแอลดีนถึงมาที่นี่"

 

"....."

 

"ตอนแรก อาเข้าใจว่า นายท่านต้องการแก้แค้นคนในบ้านนั้น  ที่ทำให้คุณหนูเคทเสียชีวิต แต่ท้ายที่สุดแล้ว  นายท่านก็คือคนโลภที่บีบบังคับทุกคนให้ทำตามตัวเอง เพื่อให้ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ  นายท่านส่งคนไปในบ้านหลังนั้น ทั้งๆที่ส่งคุณแอลดีนไปแล้ว"

 

"และสั่งให้ผม ฆ่าครอบครัวของตัวเอง เขาทำสำเร็จ ผมฆ่าพ่อของตัวเองและเกือบฆ่าน้องชายของตัวเอง" เสียงของคนร่างสูงเอ่ยอย่างเจ็บปวด  ดวงตาที่แดงก่ำขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลั่นออกมาเป็นน้ำตา หยดลงมาช้าๆ

 

".....​."

"....."

 

"ลุคส์"ดาริกาเอ่ยเรียกเบาๆ  ยิ่งเห็นน้ำตาของเด็กหนุ่มตรงหน้า ความรู้สึกผิด ความเสียใจก็ยิ่งตีตื้นขึ้นมา

"แล้วแม่ของผมล่ะครับ"

"เขา...."

"...."

"เขาคือคนที่นายท่านให้ลุคส์ตามล่ามาตลอด  ผู้หญิงคนนั้นคนที่ลุคส์พามาเมื่อหลายวันก่อน คนที่ชื่อประกายทิพย์"

"..."

"อาขอโทษ ขอโทษ อา.."ดาริกาเอ่ยมาอย่างละล่ำละลักน้ำตาอาบแก้มจนน่าสงสาร

ลูคัสได้แต่นิ่งเงียบอยู่ไปพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเรียบ

"อาไปจากที่นี่ซะ"

"ลุคส์จะทำอะไร"ดาริกาถาม ปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆมองแววตาของคนตรงหน้าอย่างหวั่นๆ

"ผมจะไม่ยอมรับคำขอโทษจากอา จนกว่าอาจะทำตามที่ผมขอ"

"ได้  บอกอาสิ"ดาริกายกยิ้มขึ้นมาบางๆ  ได้สิ อะไรที่พอจะลบล้างความผิดของเขาได้  เขาพร้อมจะทำให้เสมอ 

ตอนนี้เขารู้สึกละอายใจตัวเอง จนเหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว

 

"ในหนึ่งชั่วโมง  อาต้องไปจากที่นี่พร้อมกับแม่ของผมและคนของเธอ  ไปส่งเธอตามที่อยู่นี้ แล้ว อาไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก"

"...."

"เพราะที่นี่จะไม่มีให้อากลับมาอีกแล้ว"

"ลุคส์!"ดาริกาเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยความตกใจเขาเดาไม่ออกเลยว่าลูคัสจะทำอะไร

"นี่คือวิธีเดียว  ที่ผมจะให้อภัยอาได้"

"ได้! อีกหนึ่งชั่วโมง อาจะไปจากที่นี่พร้อมกับพวกเขา"หากแต่ดาริกาก็เชื่อมั่นใจตัวของลูคัสมาเสมอ  และครั้งนี้เขาก็จะเชื่อมั่นในตัวลูคัสอีกครั้ง

"ไปแค่ตัว อย่าให้ใครเห็น หรือสงสัย ผมจะเอารถไปจอดที่สุสาน อารู้ทางออกจากคฤหาสน์นี้ทางสุสานใช่ไหมครับ"

"อารู้"ดาริกาพยักหน้า ก่อนจะมองตามร่างสูงที่เดินออกจากเรือนกระจก

 

 

ก่อนที่ตัวเองจะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง จัดการเตรียมของตามที่ตัวเองต้องใช้ก่อนที่จะก้าวอย่างมั่นคง  ลงไปห้องใต้ดิน ในมือถือถาดที่มีอาหารที่บอกให้คนครัวเตรียมไว้ให้

"ฉันมาหาผู้หญิงที่ถูกขังอยู่ในห้องนี้ เอาอาหารและยามาให้"ดาริกาเชิดหน้าน้อยๆ  บอกกับการ์ดร่างใหญ่ที่ยืนเฝ้าห้อง

"แต่นายท่านสั่งว่าไม่ให้ใครเข้าไป"การ์ดคนดังกล่างกล่าวออกมาเรียบๆ หากแต่ก็ไม่ได้ขึ้นเสียงแต่อย่างใด  แน่ล่ะ ถ้าให้เทียบ ดาริกาก็ใหญ่ไม่น้อยในบ้านหลังนี้

"แต่คุณลูคัสสั่งให้ฉันมาดู"

"แต่.."

"หรือจะขัดคำสั่ง ฉันจะโทรหาคุณลูคัสเพื่อยืนยันคำพูดก็ได้"

"เชิญครับ" ไม่มีข้อโต้แย้ง การ์ดเปิดประตูให้ดาริกาเข้ามาแต่โดยดี ก่อนจะปิดประตูลงอย่างจำใจเมื่อดาริกาหันมาเลิกคิ้วเล็กน้อย

ดาริกาก้าวมาเร็วๆ หาผู้หญิงที่กำลังนั่งกอดกันกลมในมุมมืดของห้อง  สภาพทั้งสองที่ทำให้เขาต้องกลืนก้อนสะอื้นลงคอด้วยความสงสาร

"คุณจะทำอะไรคุณทิพย์น่ะ"  มธุรสเอ่ยเสียงดังภามผู้หญิงที่ก้าวเข้ามา กอดประกายทิพย์ที่นั่งตัวสั่นแน่น

"ฉันไม่ทำอะไรเขาหรอก  ยานี่จะทำให้เขาไม่หายใจไปชั่วขณะหนึ่ง แต่หลังจากนั้นผ่านไปสิบนาที  ต้องทำให้เขากลับมาหายใจใหม่อีกครั้ง"ดาริกายกเข็มฉีดยาในมือที่แอบซ่อนไว้ใต้เสื้อให้มธุรสดู

"ฉันจะไม่ให้คุณทำอะไรเขาทั้งนั้น"มธุรสมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ

"ให้เขาตื่นขึ้นมา เพื่อไปเจอลูกชายทั้งสองของเขา"

"คุณ...  เป็นใคร"เมื่อได้ยินคำบอกเล่า ทำให้มธุรสคลายกอดประกายทิพย์ช้าๆถามดาริกาเสียงสั่น

"เป็นคนที่ทำความผิดต่อเขา ระหว่างนี้ เลือดในนี้จะช่วยคุณได้ ทำตามที่ฉันบอกซะ"ดาริกา ยื่นขวดเล็กอีกขวดให้มธุรสก่อนจะบอกว่าไม่มีเวลาอธิบายมาก แต่ทำตามที่เขาบอกแล้วจะปลอดภัย

 

 

"นี่ ใครก็ได้ที่อยู่ข้างนอก ช่วยฉันที  ใครก็ได้"

"คุณหมอดาริกา!!"การ์ดคนเดิมเปิดประตูห้องด้วยความตกใจ มองคนที่ถูกขังทั้งสอง ด้วยความตกใจ เมื่ออีกคนเลือดไหลออกจากปาก ส่วนอีกคนนอนแน่นิ่ง

"พาคนไข้ไปที่ห้องยาเดี่ยวนี้!!"

"แต่นายท่านสั่งว่าไม่ให้ใครพาเขาออกไปนะครับ"

"แล้วถ้าพวกเขาตายไป  นายท่านคงไม่ยอมเหมือนกัน เร็วสิ เขาไม่หายใจแล้ว"

"ผมคงให้ออกไปได้แค่คนเดียว"

"ถ้าใครคนใดคนหนึ่งต้องตายโดยที่นายท่านไม่ได้สั่ง พวกแกก็ต้องตายเหมือนกัน พาออกไปตามที่ฉันบอก แล้วฉันจะรับผิดชอบเอง" การ์ดคนดังกล่าวก้าวเข้ามา  เอานิ้วอังจมูกคนที่กำลังหลับไม่ได้สติไว้ ก่อนจะเช็ดเลือดที่มุมปากของมธุรส  ยกขึ้นมาแตะลิ้นตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเรียกการ์ดข้างนอกอีกสองคนให้มาอุ้มทั้งสองออกไปเร็วๆ

 

 

"ออกไป ฉันจะรักษาพวกเขา"ดาริกาไล่การ์ดที่ยืนอยู่ข้างหลัง หลังจากที่นำตัวทั้งสองมาที่ห้องแล้ว  ยกมือมองนาฬิกาข้อมืออย่างร้อนใจ

"แต่..."

"ถ้าพวกแกยังอยู่  ฉันไม่มีสมาธิแน่ๆ และพวกเขาอาจจะต้องตาย ไป๊!!"ดาริกาตวาดใส่ อย่างเหลืออด

น่าเบื่อจริงๆคนพวกนี้

"ครับ" พวกการ์ดค้อมหัวให้เล็กน้อยเขาไม่กล้าสู้ดาริกาหรอกเดี่ยวจะไม่มีลมหายใจเอา

"ฟื้นสิ ฟื้น" ดาริกาปั๊มหัวใจให้กับประกายทิพย์ที่นอนนิ่งบนเตียง  มธุรสลงจากเตียงมายืนข้างเตียงของประกายทิพย์ด้วยความเป็นห่วง

"ฟื้นสิ"เหงื่อที่ผุดขึ้นมาตามไรผม  มธุรสมองกราฟการเต้นของหัวใจบนจอ ด้วยความใจร้อน

"เหลือเวลาแค่สามนาทีแล้ว"มธุรสเอ่ย มองนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนังห้อง

"ชาร์ต!!"

ปัก!! ร่างผอมกระตุกตามแรงชาร์ตที่ถูกปรับจูลให้สูงขึ้น

"คุณต้องฟื้นนะ  เขารอคุณอยู่  คุณต้องฟื้น อย่าเป็นอะไรไปได้โปรด"ดาริกาเห็นว่าไม่ได้ผล ทิ้งอุปกรณ์ในมือ ขึ้นมาคุกเข่าบนเตียง ก่อนจะกดมือปั๊มหัวใจอย่างแรง

"หัวใจเต้นแล้ว คุณทิพย์ขา"มธุรสร้องออกมาอย่างดีใจ ดาริกามองกราฟอัตราการเต้นของที่ขึ้นระดับที่สูงขึ้น ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก  หอบหายใจหนักๆ ก่อนจะส่งยิ้มให้กับมธุรส แล้วก้าวลงจากเตียง

"ใส่แมสไว้  เราต้องรีบออกไปจากที่นี่"ดาริดายื่นแมสให้กับมธุรสโดยที่มธุรสรับมาแต่โดยดี ดาริกาหันไปสวมแมสให้กับประกายทิพย์ แล้วแบก คนร่างผอมขึ้นหลัง

เขาจะมาอยู่กับมาเฟีย  แบกคนขึ้นหลังอย่างนี้ก็แค่เรื่องจิ๊บจ๊อย หนักกว่านี้ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยผ่าน

"แล้วเราจะออกไปได้ยังไง" มธุรสถามอย่างหวั่นๆ  มองดาริกาที่ฉีดสเปรย์ที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นยาสลบเข้าในอากาศ

"ตามฉันมาเงียบๆ"

"เราจะไปไหน"มธุรสถาม ในขณะที่ก้าวเข้ามาในลิฟต์เล็กๆ ที่รับน้ำหนักไม่ไม่น่าจะเกินห้าคน ใบหน้าแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

"ไปบ้านที่ลูกชายคนเล็กของคุณประกายทิพย์  ศศิน รุ่งรัตนทิพากร"ดาริกาเอ่ยเบาๆ ส่งยิ้มให้กับมธุรสที่มองตัวเองอึ้งๆ

 

ดาริกาลัดเลาะ ไปตามทางที่มีคนผ่านไม่มากก่อนจะเห็นว่า บางที่ถูกปูทางโดยลูคัสเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นว่าการ์ดบางคนนอนสลบไม่ได้สติอยู่ข้างทาง ก่อนจะลัดเลาะไปทางเรือนกระจก แล้วออกไปทางสวนดอกกุหลาบแปลงใหญ่

แล้วลัดเลาะ เข้าป่าเล็ก จากนั้น เดินผ่านโขดหินเล็กแล้วก็  เห็นสุสานมีรถcrvจอดไว้ ตามคำของเด็กหนุ่ม

 

 

 

 

 

 

ร่างบางรูดคีย์การ์ดเข้าห้องลูคัสอย่างร้อนรน ก่อนจะเข้ามาในห้องมืด ไปดูทุกๆห้องในห้องใหญ่ ในห้องนอน ห้องน้ำ  ห้องครัว แม้แต่ข้างบนก็ปรากฏเป็นแค่พื้นที่โล่งๆ  ไม่มีร่างของน้องชายเขาและร่างของลูคัส

"พี่ลุคส์  พี่ลุคส์อยู่ไหมครับ"

"รองเท้าน้องนี่"ซีไนน์ชะงัก มองรองเท้าที่ถูกถอดวางไว้ ก่อนจะตะโกนเรียกอีกครั้ง  แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

"น้อง น้องอยู่ไหน น้องอยู่ไหนกัน"

 

 

"พี่กาย พี่กายครับ!!"ซีไนน์ เคาะประตูห้องกาวิญญูอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เจ้าของห้องเปิดประตูถามเสียงอ่อนด้วยใบหน้าอิดโรย

"น้องซีน!!"

"พี่กาย"

"มีอะไรรึเปล่า"

"เมื่อสามวันก่อนน้องบอกว่าจะมาหาพี่ลุคส์ แต่น้องก็เงียบหายไป ซีนเห็นรองเท้าของน้องในห้องพี่ลุคส์ แต่ไม่เจอน้อง"

"...."กาวิญญูนิ่งเงียบ  เขาเองก็เพิ่งออกจากห้องโลแกนได้เมื่อวาน  เพราะโลแกนหายไป  ไม่รู้หายไปไหน เขาจึงใช้โอกาสที่โลแกนไม่อยู่พยายามแกะเชือกแล้วออกจากห้องแต่ร่างกายก็กลับมีไข้จนไม่มีแรงทำอะไร

"พี่ลุคส์ได้บอกอะไรกับพี่กายรึเปล่าครับ"

"พี่ว่า พี่พอจะรู้ว่าน้องลินอยู่ที่ไหน"กาวิญญูขมวดคิ้วก่อนจะตอบออกมาเบาๆ แล้วเดินนำซีไนน์ เดินเข้าไปในห้องลูคัส

 

เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่  ดวงตากวาดมองปุ่มเล็ก ก่อนที่ประตูบานเล็กจะค่อยๆเลื่อนออกช้าๆ  ซีไนน์มองอย่างตกตะลึงก่อนจะก้าวตามกาวิญญูขึ้นบันได

"นี่มัน..อะไรกัน.  น้อง"ซีไนน์ก้าวข้าวมาในห้องสายตากลมโตกวาดมองไปรอบๆห้องอย่างตกใจ ก่อนจะเม้มปากแรงมองสภาพของน้องชายที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่เขาดูไม่ได้เลย

"ช่วยแก้มัดให้น้องลินก่อนเถอะครับ"กาวิญญูบอกกับซีไนน์ที่ยืนอึ้ง  มือทั้งสองสาละวนแก้มัดที่มือและเท้าของคนตัวเล็ก

"น้องได้ยินพี่ไหม ได้ยินรึเปล่า น้องลิน  ลืมตาสิ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษที่ไล่น้อง พี่ พี่แค่ไม่รู้จะทำยังไง น้องลิน" ซีไนน์เรียกน้องชายเบาๆ น้ำตาหยดลงด้วยความเจ็บปวด  สภาพที่น้องชายของเขาที่เขาเห็นตอนนี้มัน..

มันเหมือนคนที่ผ่านการข่มขืนมาชัดๆ

"พี่ไม่รู้ว่าไอ้ลุคส์มันหายไปไหน แต่ว่า มันทำอย่างนี้กับน้องลิน คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ รีบพาน้องลินออกไปจากที่นี่เถอะ"กาวิญญูช้อนตัวคนที่ไม่ได้สติขึ้นมาแนบอก ก่อนจะพาออกจากห้อง

 

 

 

 

"น้องลิน ลืมตามาคุยกับพี่หน่อยสิ"ซีไนน์ลูบแก้มใสของน้องชายเบาๆ แขนอีกข้างก็โอบร่างเล็กเอาไว้

"เล่าให้พี่ฟังได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"เสียงเล็กเอ่ยต่อ แม้จะไม่ได้รับคำตอบจากคนที่นอนหลับสลบสไล

"ไอ้ลุคส์มันอาจจะ..." กาวิญญูที่กำลังตั้งใจขับรถ มองซีไนน์ผ่านกระจกดูคนหน้าหวานที่มีน้ำตาอาบแก้มก่อนจะเอ่ยบอกเบาๆแต่ไม่ทันที่จะพูดจบ ก็เงียบลงเมื่อซีไนน์เอ่ยเสียงเครือ

" ต้องทำกับน้องขนาดนี้เลยหรอครับ"

"ที่มันทำไป  แต่มันคงกลัวว่าน้องลินจะไปจากมัน" กาวิญญูเอ่ยเบาๆเขาเองก็พอจะรู้เรื่องในวันที่ลูคัสพาซีไนน์ไปวันนั้นได้จากโลแกน เพราะโลแกนกลับมาช่วงค่ำ  นั่งคุยกับเขานิดหน่อย  แต่เขาทำยังไงน่ะหรอ็แค่นั่งเงียบๆ  เขาไม่อยากเสวนากับโลแกนด้วยหรอก

"ถึงตอนนี้แล้ว ผมก็กลัวว่าน้องจะไปจากผม  ทั้งๆที่ เรื่องทั้งหมด น้องไม่รู้อะไรด้วยเลย" ซีไนน์พึมพำเบาๆ  กอดร่างเล็กกระชับเบาๆ

พี่ขอโทษนะ ที่ไล่ไปแบบนั้น ต่อไปจะไม่ไล่อีกแล้ว จะไม่ไล่ให้ไปไหน ไม่ให้ไปกับใครอีกแล้ว

อย่าเป็นอะไรไปเลยนะ คนเก่งของพี่

พี่ขอโทษจริงๆ

 

 

 

"แล้วนี่จะเอายังไงต่อ"กาวิญญูถาม

"น้องเป็นยังไงบ้างครับ" ซีไนน์ถามหลังจากที่กาวิญญูขอดูอาการของคนตัวเล็ก   เขาไม่ได้พาไปโรงพยาบาล  แต่พากลับมาที่บ้านก่อน

"น้องถูก... "

"ผมรู้"ซีไนน์ตอบเบาๆ พลางพยักหน้า สภาพแบบนั้น แค่ดูก็รู้รอยจ้ำเต็มตัวไหนช่องทางที่ฉีกขาดจนน่ากลัว  เหมือนคนที่ถูกรุมโทรมไม่ก็ถูกข่มขืนมาอย่างหนัก

"ตอนนี้ คงต้องให้พักตัวไปก่อน อีกไม่นาน ไอ้ลุคส์คงจะมาที่นี่"กาวิญญูตอบ

"ถึงพี่ลุคส์จะเป็นพี่ชายของผม แต่น้องก็ยังเป็นน้องของผมอยู่ดี ระหว่างนี้ผมคงให้พี่ลุคส์เจอน้องไม่ได้"

"บอกมันดีๆ รอให้มันใจเย็นกว่านี้อีกนิด"แม้จะรู้รายละเอียดอะไรไม่มาก แต่ที่ซีไนน์เล่ามาคร่าวๆและที่โลแกนบอกไว้ ก็พอให้เขาปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้

"ขอบคุณพี่กายมากนะครับ"

"ไม่คิดจะบอกแม่จริงๆหรอ"กาวิญญูถามขึ้นมาอีกครั้ง

"ผมจะบอกทุกอย่างเร็วๆนี้แหละครับ"แล้วก็พยักหน้าเล็กน้อย  ถ้าสบายใจที่จะบอกทีหลังก็ไม่เป็นไร  ตอนนี้ควานลินก็แค่หลับสนิทเท่านั้น  ให้พักอีกสักหน่อยก็คงจะรู้สึกตัว

_____________________

......  เรื่องนี้มัน

อ่านแล้วเหนื่อยควรเลิกอ่าน

555555555555555555

จะบอกว่าเผลอหลับไป หลับแบบ หลับลึกมากโอ้ยยยยยย555555

รอกันอยู่รึเปล่า. ขอโทษนะแง้งงง

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว