ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 61(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.2k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2563 00:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 61(Rewrite)​
แบบอักษร

​“เดี่ยวก็กลับมาครับ  ไปไม่นานอยู่คุยกับอาก่อนนะ”แม้จะแปลกใจกับท่าทางที่ดึงมือถือของคนข้างๆ  แต่ควานลินก็ไม่ได้ว่าอะไรยังไงซะอยู่กับแอลดีนไม่มีอันตรายอะไรอยู่แล้วไว้ค่อยบอกกับซีไนน์ตอนกลับมากได้

 

 

ภาพผู้คนที่พลุกพล่านตรงหน้าทำให้ควานลินต้องชะงักหันไปถามแอลดีนที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยความสงสัย

"สนามบิน?  เรามาทำอะไรกันที่สนามบินครับ"ทีแรกก็นึกว่าแอลดีนจะพาเขาไปนั่งรถเล่นเฉยๆ  แต่ตอนนี้กลับมาที่สนามบิน

"ไปหาใครบางคนน่ะครับ"แอลดีนตอบ  แต่ก็ได้แค่ความเงียบจากคนตัวเล็กข้างๆ

"ไปถึงแล้วจะอธิบายทุกอย่างครับ"

"แต่น้องต้องโทรไปบอกทุกคนก่อน"ควานลินยกมือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรหาซีไนน์  ระยะทางตั้งแต่คอนโดถึงสนามบินก็ไม่ใช่ใกล้ๆป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงเขาแล้ว

"ไว้อาจะแจ้งไปให้ทุกคนทราบนะแต่ตอนนี้ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วนะ" แอลดีนจับมือถือของคนตัวเล็กไว้  ก่อนจะจับมือนิ่มแล้วเดินไปข้างหน้าอย่างเร็ว

"แต่ว่า..."

"ไปกันเถอะครับ"แอลดีนกระชับมือนิ่มอีกครั้ง   เขาจะไม่ปล่อยให้หลานของเขาต้องมีจุดจบเหมือนพี่สาวและน้องชายของเขาอีกแล้ว

เขาจะไม่ยอมมองร่างที่นอนอาบเลือดของหลานชายเป็นร่างที่สามเด็ดขาด  ที่ผ่านมันคือฝันร้ายมากพอแล้ว เขาจะไม่ยอมให้ฝันร้ายพวกนั้นมาหลอกหลอนเขาอีกแล้ว และเขาจะไม่ยอมให้หลานชายของเขาต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งในฝันร้ายพวกนั้นเด็ดขาด

 

 

 

 

ขายาวก้าวเข้ามาเร็วๆในห้อง  ซีไนน์ผุดลุกขึ้นถามคนร่างสูงอย่างร้อนรน

"พี่ลุคส์ น้องล่ะครับ"ตอนเย็นกลับมา  ก็ไม่เห็นน้องชาย   ถามกาวิญญูก็บอกไม่ได้อ่านข้อความที่ทิ้งไว้   เพราะนั่งปั่นธีสิสอยู่  โทรไปเท่าไหร่น้องชายก็ปิดเครื่อง

จะหายไปไหนได้  ร่างกายยังไม่แข็งแรงถึงขนาดจะไปไหนคนเดียวได้

แล้วตอนนี้ล่ะ  ตอนนี้หายไปไหน

"พี่บอกให้กายกับเกลช่วยตามหาแล้ว  ยังไงเราก็ต้องตามหาน้องให้เจอ ไม่ต้องห่วงนะ"ลูคัสเดินมาบีบไหล่บางเบาๆ

"ครับ"แม้จะพูดไปอย่างนั้นแต่ตอนนี้เขากลับนั่งไม่ติดแล้ว หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรร้ายๆกับคนที่เขารักแล้วนะ

"กลับไปที่บ้านก่อนนะแล้วได้เรื่องยังไงพี่จะโทรไปบอก"ลูคัสบอกซีไนน์อีกครั้ง  ก่อนจะขอตัวเมื่อเห็นสายจากเอลรอยโทรเข้ามา

 

ซีไนน์เดินออกจากห้องลูคัสอย่างร้อนรนก่อนจะนึกออก   ควานลินไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้แน่ในสภาพแบบนั้น  ต้องมีคนพาออกไปและคนที่พาน้องเขาออกไปได้  ก็คงไม่พ้นคนที่ควานลินไว้ใจ 

ถามหามารดาก็แล้วแม้จะไม่ได้บอกว่าน้องชายหายไปแต่เมื่อมารดาบอกว่าให้กลับมาเอาของเพื่อไปให้น้องชายเขาจึงมั่นใจว่าไม่ได้ไปกับคนในบ้าน

ถ้าอย่างนั้นคงไม่พ้น.....

"อย่าทำอะไรน้องผมนะ" ซีไนน์กำหมัดแน่น  มองภาพในจอผ่านกล้องวงจรปิดด้วยความเจ็บใจ  

คิดผิดซะที่ไหน....ไหนบอกว่าจะเลิกยุ่งกับคนในบ้านเขา   คนหลอกลวง

คิดจะทำอะไรน้องชายเขาอีก

ถ้าน้องชายเขาเป็นอะไรแม้แต่ปลายเล็บ   แม้จะต้องเอาเลือดอีกคนมาล้างเท้า  เขาก็จะทำ

 

มือเล็กกดเบอร์ที่เขาไม่คิดอยากจะกดมากที่สุด  แต่ก็ปรากฏว่าเครื่องปลายสายก็ถูกปิดไม่ต่างกัน

“อย่าทำอะไรน้องนะ  ขอร้องล่ะ”

 

 

 

กาวิญญูก้าวมาที่ห้องโลแกนอย่างรวดเร็ว  เพื่อให้โลแกนช่วยตามหาควานลิน ยกมือจะทุบประตูอย่างแรงแต่ปรากฎว่าประตูค่อยๆแง้มออกเล็กน้อย   จนเขาต้องต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง  

ครั้งที่สองที่ประตูห้องโลแกนไม่ได้ปิดไว้   ปกติเพื่อนเขาไม่เคยปล่อยปละละเลยขนาดนี้

"ไอ้เกล อ้ะ ประตูไม่ล็อค" กาวิญญูเข้ามาแบบงงๆ  ก่อนที่จะนึกออกว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ  เขานั่งปั่นธีสิสตั้งแต่เช้าจนไม่ได้อ่านข้อความที่ลูคัสส่งให้ไปดูแลควานลิน  จนลูคัสโทรมาบอกอีกครั้งว่าควานลินหายไปพร้อมมือถือ    ตอนนี้โลแกนคงจะช่วยเขาได้

"ไอ้เกล มึงอยู่ไหน เกล"กาวิญญูตะโกนเรียกเพื่อนเดินไปทั่วห้องชั้นหนึ่งแต่ก็ไม่เห็นร่างของคนที่กำลังตามหา  เออเดี่ยวนี้ตามตัวยาก  แต่รองเท้าก็มีนะ 

กาวิญญูเดินขึ้นไปชั้นสอง  มองไปรอบๆ  เขาไม่เคยขึ้นมาชั้นสองของโลแกน  ก็อย่างว่าแหละ  แม้แต่จะเข้ามาในห้องนี้ยังยากเลย   ยากกว่าการจะเข้าห้องลูคัสซะอีก   แล้วห้องนอนนี่ไม่ต้องพูดถึงเขาไม่เคยย่างกรายเข้าไปในห้องนอนของโลแกนและดูเหมือนว่าวันนี้จะได้เข้าเป็นครั้งแรก โหยย  เขาเป็นคนแรกเลยนะเนี่ยที่จะได้เข้าห้องนอนโลแกน

กาวิญญูบิดลูกบิดเบาๆก่อนเห็นว่ามันไม่ได้ล็อค  จึงถือวิสาสะเข้าไปกวาดสายตามองรอบๆห้องก่อนจะยืนนิ่ง

ไม่   ไม่ใช่อย่างที่เขานึกไว้

นี่มันอะไรกัน  ข้อมูลที่ติดอยู่บนบอร์ดขนาดใหญ่ในห้องนี้มันคืออะไรกัน

แล้ววิดิโอที่กำลังเล่นอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้อง

วิดิโอที่ถูกถ่ายที่ห้องใต้ดินในผับของโลแกนเอง  ภาพที่ลูคัสทำร้ายผู้ชายที่ชื่อว่าไม้

นี่มันอะไรกัน ภาพถ่ายห้องลับของลูคัส  โลแกนถ่ายไว้ทำไม  ภาพเอลรอย  ภาพของแรมระวี  ภาพของลูคัส 

มันจะไม่แปลกใจเลยที่โลแกนจะมีภาพของเพื่อน  แต่ทำไมภาพทั้งหมดถึงเป็นภาพในช่วงเวลาที่เพื่อนของเขากำลังทำในสิ่งที่....

"กาย"กาวิญญูตวัดสายตามองคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อคลุม  มือหนาที่เช็ดผมตัวเองลวกๆชะงัก  มองกาวิญญูที่ยืนมองรอบๆห้องเขา

เห้อ   ความแตกจนได้สินะ

"มึงเป็นใครกันแน่" เสียงถามเบาๆของกาวิญญูดังขึ้น  โลแกนเดินไปที่โต๊ะทำงานอย่างใจเย็นไม่ได้เอ่ยอะไรออกมากมาย

"นี่มันอะไรกัน"กาวิญญูถามต่อ    มองท่าทางใจเย็นของโลแกนหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

"......"

"รูปถ่ายพวกนี้ คลิปวิดิโอพวกนี้ มันคืออะไรกันแน่ มึงเป็นใคร ทำไมต้องมี..."

"สายสืบลับของFBI"โลแกนไม่ปล่อยคำถามยาวเหยียดนั้นจบลง  เขาชิงบอก  แค่ประโยคสั้นๆที่เป็นคำตอบของโลแกน  ทำให้กาวิญญูถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

"มึง!!"

"เอลรอยคือคนที่ทางการต้องการตัว แต่เพราะเขาเป็นคนมีอิทธิพลที่กว้างขวางไปทั่วโลก  มันไม่ง่ายที่จะเก็บหลักฐานความผิดเขา การแทรกตัวไปอยู่ในองกรณ์ดำมืดของเขาก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก"โลแกนอธิบายต่อ  ไหนๆเขาก็ไม่มีทางที่จะปิดบังคนตรงหน้าแล้ว   ก็นึกอยู่แล้วว่าวันหนึ่งมันต้องมาถึง  เร็วช้า  มันก็ต้องมาถึงตอนนี้ก็แค่พูดความจริงออกไป

ว่าเขาคือสายสืบที่อายุน้อยที่สุดของหน่วยในเวลาเมื่อ5ปีก่อน  เขาถูกฝึกฝนมาอย่างหนัก  แล้วถูกส่งตัวไปมาเก๊า  เพื่อตีเนียนว่าเป็นศัตรูกลุ่มเดี่ยวกับศัตรูของเอลรอย  ยิ่งได้เจอกับคนที่เป็นมือปืนของเอลรอย  ด้วยอายุที่ใกล้เคียงกัน  ทางหน่วยงานจึงคิดว่าไม่น่ายากที่จะต้องส่งเขามาตีสนิทกับพวกเขา   แต่ปรับประวัติให้ดำมืดที่เหมือนกัน  แล้วพาไปที่สถานที่ฉาวโลกีย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาบังหน้า  เขาก็กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มของลูคัสโดยปริยาย

"ก็เลยต้องแฝงตัว มาตีสนิทกับพวกกูสินะ" กาวิญญพยักหน้าช้าๆ  พยายามทำความเข้าใจกับทั้งหมด

"...."

"มึงจะแจ้งจับไอ้ลุคส์ด้วยไหม"สายตามองโลแกนเต็มไปด้วยความหวาดระแวง  ความหวัง   อย่างน้อยๆ  5-6ปีที่ผ่านมาก็อยู่มาด้วยกันอย่างเพื่อน

"มันเป็นหน้าที่ของกู"

"แต่มันคือเพื่อนมึง!!!"กาวิญญูเอ่ยเสียงสั่นเมื่อโลแกนตอบราวกับไม่สะทกสะท้าน

"......."

"กูลืมไป มึงคงไม่เคยเห็นพวกกูเป็นเพื่อน”  การเดินเส้นทางคนละสายกับลูคัสมันเป็นเรื่องดี  เพราะเส้นทางที่ลูคัสกำลังเดินมันเต็มไปด้วยเลือดของผู้คน  แต่หากโลแกนไม่เพียงแต่เดินคนละเส้นทาง  แต่กลับเป็นเส้นทางที่ตัดกันได้ทุกเมื่อ  ไม่เส้นใดเส้นหนึ่งที่มาเจอกันต้องขาดลง

"...."

"...."

"มึงจะทำอะไร"โลแกนหรี่ตามองกาวิญญูขณะที่เดินมาที่ประตู  กดกริ๊กล็อคไว้มองมือของกาวิญญูที่ยกมือถือขึ้นมาสั่นๆ

"รู้ตัวหนอนบ่อนไส้แล้ว มึงคิดว่ากูจะทำอะไรล่ะ" กาววิญญูเอ่ย 

มิน่าล่ะ   บางครั้งงานของลูคัสกับแรมระวีถึงผ่านไปอย่างยากลำบาก  แม้มันจะผ่านไปได้  แต่ก็ทำเอาเพื่อนเขาสาหัสทุกครั้งที่กลับมา   เพราะมีคนคอยรายงานนี่เองสินะ

"งั้นกูก็ขอโทษ"จบคำโลแกนก็แย่งมือถือจากมือกาวิญญูอย่างไว   ก่อนจะปาไปที่ผนังห้องอย่างแรงจนกาวิญญูสะดุ้ง

"มึง!!"กาวิญญูมองสภาพมือถือของตัวเองที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น  ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตู  แต่โลแกนก็เข้ามาขวางไว้แล้วจัดการล็อคมือเขาไว้ข้างหลัง   จนต้องดิ้นขลุกขลักเพื่อให้พ้นพันธนาการ

"กาย หยุดดิ้นได้แล้ว"โลแกนกดเสียงต่ำบอกกับกาวิญญูในขณะที่กาวิญญูไม่ยอม พยายามขยับตัวให้หลุดจากการล็อคของโลแกน

"มึงก็ปล่อยกูสิ"

"มึงจะหยุดดิ้นไหม"

"ไม่!!"กาวิญญูกระชากเสียงตอบ โลแกนจึงลากไปในขณะที่มือก็ล็อคแขนไว้หยิบเชือกที่หาเจอโดยบังเอิญเพื่อมัดชายหนุ่มไว้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เมื่อกาวิญญูใช้แรงทั้งหมดสะบัดตัวเองออก จนโลแกนต้องคว้าไว้แล้วทุ่มกาวิญูลงบนเตียง จัดการคร่อมไว้เพื่อไม่ให้หนีออกไป

"ปล่อยกูไอ้เกล"

"กูไม่ปล่อย กูปล่อยมึงไปไม่ได้จริงๆ"โลแกนตอบ เขาไม่ได้อยากจะทำอย่างนี้ แต่หากเขาไม่ทำ สิ่งที่เขาพยายามมามันก็จะสูญเปล่า

กาวิญญูทั้งดิ้นทั้งถีบคนบนร่าง จนเสื้อคลุมอาบน้ำโลแกนหลุดลุ่ย  เผยกายอย่างหมิ่นเหม่  ยิ่งเขาดิ้นแรง พลังงานในร่างกายก็ดูจะน้อยลงทุกที

แต่หากเขาหยุดดิ้น  แล้วลูคัสล่ะ  ยังไงเขาก็จะไม่ยอมไม่เพื่อนเขาถูกจับไปแน่ๆ

เขาเสียเพื่อนไปแล้วคนหนึ่ง จะไม่ยอมเสียไปอีกเด็ดขาด

 

อึก!! กาวิญญูเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆโลแกนก็ก้มลงจูบปากตัวเอง  ปากหนาบดอย่างหนักหน่วง พยายามสอดแทรกลิ้นเข้าไป ทำให้คนใต้ร่างยิ่งดิ้น

"อ่อยยย อู๊ววว"เสียงร้องอื้ออึงพร้อมแรงขัดขืนที่เพิ่มขึ้น  โลแกนกัดริมฝีปากล่างแรงๆ ก่อนจะแทรกลิ้นเข้าไปเมื่อกาวิญูอ้าปากร้องด้วยความเจ็บ

"อื้อออออออ"ไม่ว่าจะพยายามเบี่ยงหน้าหลบหนียังไงก็หนีไม่พ้น เมื่อโลแกนดูเหมือนจะสนุกกับร่างกายที่ดิ้นอยู่ใต้ร่างของเขาไปแล้ว มือหนึ่งก็รวบมือของกาวิญญูไว้เหนือหัวแล้วกดลงกับเตียง ส่วนมืออีกข้างก็จับคางคนหน้าหวานไว้

 

จ๊วบ

"อืมมมมม"โลแกนครางหึ่มในลำคอ กดจูบหนักๆ  จนเกิดเสียงน่าอาย

"ไอ้เอล อ่อยอูวววว" แรงที่มีอยู่ก็น้อยลงทุกที ทั้งๆที่ร่างกายก็สูงเกือบจะเท่าๆกันแม้เขาจะไม่ได้สูงใหญ่เหมือนโลแกนก็เถอะ แต่ตอนนี้กลับสู้แรงของโลแกนไม่ได้เลยสักนิด

จูบหนักๆค่อยๆแปรเปลี่ยน เป็นความนิ่มนวลเมื่อคนใต้ร่างยอมสงบ

"อื้มมมม"ลิ้นอุ่นที่ตวัดกลับมาอย่างเผลอไผลด้วยความช่ำชองไม่แพ้กัน พร้อมเสียงครางทำให้โลแกนเตลิด ปล่อยมือที่บีบคาง ค่อยๆลูบสีข้างของคนใต้ร่างเบาๆ ไม่เคย กาวิญญูไม่เคยต้องรู้สึกอ่อนระทวยง่ายขนาดนี้

แม้จะรู้สึกเจ็บปวดกับการกระทำของคนที่ได้ชื่อว่าเพื่อน แต่เขากลับอยากให้โลแกนสัมผัสเขาให้มากกว่านี้

แม้ว่าเขาจะรู้สึกขยะแขยงที่โลแกนทำกับเขาได้ลงคอ  หากแต่เขากลับรู้สึกดีกับทุกสัมผัสที่โลแกนมอบให้ ราวกับร่างกายนี้ได้ทรยศเขาไปเสียแล้ว

กาวิญญูไม่รู้ว่ากางเกงและเสื้อผ้าของตัวเองหลุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เมื่อลิ้นร้อนตวัดเข้ากับยอดอกของตัวเอง แล้วขบกัดอย่างเอร็ดอร่อยราวกับอีกคนโหยหามานาน

"อึก  อื้อออออ" ความเสียวแล่นพล่านจนเขาต้องจิกขาเอาไว้  มือที่เหมือนจะพยายามดันไหล่ของโลแกนก็ดูจะไม่มีแรงเหลือเกินในตอนนี้

ลิ้นหนาตวัด ดูดดึง จนเกิดเสียงเปียกแฉะของน้ำลาย กับเสียงครางของทั้งสอง

โลแกนไม่รู้ทำไมว่าเขาถึงหยุดไม่ได้กับร่างกายของกาวิญญูในตอนนี้ กล้ามที่เป็นมัดๆ ที่เป็นที่ถูกใจของสาวๆ   หน้าท้องที่เป็นลอนสาวๆที่ไหนเห็นเข้าเป็นต้องระทวย

ตอนนี้เขาเองก็คงไม่ต่างจากสาวๆพวกนั้น เขาต้องการร่างกายของคนใต้ร่างที่กำลังครางจนแทบทนไม่ไหว

ใบหน้าขาวคมสไตล์คนตะวันตก ก้มลงจูบสร้างรอยให้อีกคนไปทั้งตัว มือหนึ่งก็จับกดข้อมือทั้งสองของกาวิญญูไม่ปล่อย ใบหน้าที่ค่อยๆเลื่อนลงต่ำ จนเห็นแกนกายที่ใหญ่โตไม่ต่างจากของตัวเอง

แผล่บ!

"อ๊าาาาาา"กาวิญญูสะดุ้งตัวโหยงเมื่อลิ้นอุ่นตวัดเข้ากับแกนกายของตัวเอง

"อืมมมมมม"เสียงครางต่ำของโลแกนที่กาวิญญูรู้สึกขยะแขยงเหลือเกินในเวลานี้  ความหยาบโลนที่สัมผัส หากแต่ร่างกายของเขากลับอ่อนระทวยทุกจุดที่โดนสัมผัส

แกนกายที่ตั้งโด่งราวกับพร้อมปลดปล่อย โลแกนหลับตา ก้มลงเลียราวกับเป็นไอติมรสหวาน  มือหนากำรอบ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งกดเข้าไปที่ปลายที่บานฉ่ำ มีน้ำใสๆปริ่มออกมา  กดเบาๆ แล้วหมุนวนจนร่างกาวิญญูสั่นพับ

"อ๊ะ อื้อออออ มะ..มึง"

แผล่บ~! เสียงเปียกแฉะของน้ำลายโลแกนก้มหน้าก้มตาดูดแกนกายของกาวิญญู ครางออกมาด้วยความพอใจ  ความเสียวส่านเข้ามารวมกันที่จุดเดียวจนกาวิญญูต้องยกสะโพกกระแทกเข้าปากของโลแกน

"อ่ะ ซี๊ดดดดด อืมมม"เสียงร้องซู้ดซ้าดทำให้โลแกนต้องขยับใบหน้าขึ้นลง อมแกนกายของกาวิญญูให้ลึกขึ้น

"อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อื้อออออ"  โลแกนผละใบหน้าออกมองดูใบหน้าที่บิดเบี้ยวของกาวิญญูด้วยความพอใจ  หยิบเชือกข้างตัวมัดมือกาวิญญูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกางขาของกาวิญญูออก

"มะ...มึงจะทำอะไร"จะได้ปลดปล่อยแล้วแท้ๆ แต่โลแกนกลับหยุดชะงัก ทำให้กาวิญญูหัวเสียไม่น้อย แถมตอนนี้ยังจับขาเขามาถ่างอีก

"ปล่อยกู!!"กาวิญญูตะโกนถาม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธบวกกับอารมณ์ที่ถูกปลุกจนอยากปลดปล่อย

โลแกนไม่ตอบ จับขาของกาวิญญูตั้งชันแล้วกดเข่าเอาไว้ จากนั้นก็ก้มลงจูบปลายของแกนกายกาวิญญูที่สั่งหงึกราวกับต้องการปลดปล่อยเต็มที

โลแกนใช้มือข้างหนึ่งจับแกนกายของตัวเองไว้ ก่อนจะจ่อไปที่ช่องสีหวานที่ปิดสนิทของกาวิญญู  ไม่มีน้ำหล่อลื่น ไม่มีถุงเครื่องป้องกัน แต่ตอนนี้ร่างกายเขาไม่ไหวแล้ว

"อั๊ก!!" กาวิญญูร้องลั่น เมื่อโลแกนกดตัวตนของเขาเข้ามาได้แค่ส่วนหัว  ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะร่างกายถูกพันธนาการไว้

โลแกนก้มลงจูบซับเหงื่อเบาๆ เขารู้ว่ากาวิญญูไม่เคย  ที่ผ่านมากาวิญูก็ผ่านแค่ผู้หญิง แต่จะให้เขาหยุดตอนนี้มันไม่ได้แล้วเหมือนกัน

"อ๊ากกกกกกก" กาวิญญูร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด น้ำตาเล็ดออกมาที่หางตา  เมื่อแกนกายอันใหญ่โตเข้ามาในร่างกายโดยไร้สิ่งหล่อลื่นมาช่วย

ทั้งเจ็บใจ ทั้งเจ็บกาย แต่กลับทำอะไรไม่ได้

"กู  อึก  เกลียด  มึง!!"เสียงกดต่ำบอกจนโลแกนที่กำลังก้มจูบหน้าผากต้องชะงัก เขารู้ว่ากาวิญญูเกลียดเขาไปแล้ว

ความเป็นเพื่อนคงขาดสะบั้นลงตรงนี้

"แต่ตอนนี้กูกำลังอยู่ในตัวมึงนะ"โลแกนเอ่ยออกมาเสียงเย็น  เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกัน

"อึก!"กาวิญญูพยายามปิดปากตัวเองแน่น เมื่อโลแกนเริ่มขยับเบาๆ

ไม่มีความสุข ไม่มีความเสียวใดๆในตอนนี้ กาวิญญูรู้สึกเหมือนสะโพกของตัวเองร้าวไปหมดแล้ว

ความฝืดที่ช่องสีหวาน ทำให้เลือดสีแดงไหลออกทีละน้อย ในขณะที่โลแกนขยับเข้าออก

แรงขยับของสะโพกหนาขยับเข้าออกอย่างรัญจวนใจ  แรงตอดรัดจากกาวิญญูทำให้โลแกนถึงกับสูดปากร้องครางออกมา   ก่อนจะพรมจูมไปทั่วร่างของกาวิญญู  เสพติดราวกับเป็นของมึนเมาที่ทำให้เขาไม่มีสติไปแล้วตอนนี้

ใบหน้าเชิ่ดขึ้นเมื่อร่างกายถึงคราวแตะจุดสูงสุด

"มะไม่...  อย่าปล่อย  เข้ามา"เสียงหอบหายใจของกาวิญญูทำให้โลแกนต้องลืมตาขึ้นมองก่อนจะตัดสินใจถอดแกนกายของตัวเองออก  แล้วฉีดพ่นน้ำขาวขุ่นออกมาจนเปรอะหน้าท้องของกาวิญญู

โลแกนมองแกนกายของกาวิญญูที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยจึงก้มลงไปดูดแรงๆ แล้วเลียกลืนกินราวกับเป็นของอร่อย  สะโพกที่แอ่นขึ้นด้วยความเสียว กระแทกเข้าไม่ได้ทำให้โลแกนลำบากแต่อย่างใด แม้มันจะจุกเข้าไปในที่ลำคออยู่บ้างเป็นบางครั้ง

กาวิญญูเกร็งขาจนสั่นเทิ้มไปทั้งช่วงล่างก่อนจะปลดปล่อยพ้นน้ำสีขาวขุ่นออกมาเข้าเต็มๆปากของโลแกน และดูเหมือนโลแกนไม่ถือสาไม่ว่าอะไร กลับกลืนกินน้ำคาวอย่างเต็มใจ พร้อมทั้งทำความสะอาดบริเวณที่เปรอะน้ำคาวบนตัวของกาวิญญู

กาวิญญู เบือนหน้าหนีจากสายตาที่จ้องเขาจนแทบจะทะลุไปทั้งร่าง จะถอยสะโพกออกมาก็รู้สึกเจ็บ เจ็บจนอยากร้องไห้

แต่ไม่มีวัน!! เขาไม่มีวันร้องไห้ ให้กับคนทรยศอย่างโลแกนเด็ดขาด

เขาไม่มีวันร้องไห้  ไม่มีวันยกโทษผู้ชายข้างหน้าเขาตรงนี้เด็ดขาด!!

เพื่อนของเขาที่ชื่อโลแกนได้ตายจากตั้งแต่อีกคนกล้าขืนใจเขาแล้ว

 

เขา!! ไม่เคยมีเพื่อนที่ชื่อโลแกน!!

“ปล่อยกู” เวลาผ่านไปราวๆเที่ยงคืนได้แล้ว  กาวิญญูเอ่ยเสียงเรียบ  ขนลุกตั้งชันมือเมื่อของโลแกนสัมผัสร่างกายเปลือยเปล่าของเขาไว้ในขณะที่กำลังเช็ดเลือดและช่องทางข้างหลัง  แล้วถ่างขาเขาอีกครั้งเพื่อทายาให้

“กูคงปล่อยมึงไปตอนนี้ไม่ได้  อยู่ห้องกูไปก่อนสักสองสามวันนะ กูปล่อยมึงไปไม่ได้จริงๆ”โลแกนเอ่ยออกมาเบาๆ   มองดวงตาแดงก่ำของกาวิญญูก่อนจะก้มมองช่องสีหวานที่ตอนนี้บวมเป่งจนน่าตกใจ

“กูจำเป็นต้องทำ  มันเป็นหน้าที่ของกู"

“แล้วการที่มึงข่มขืนกูหน้าที่ของมึงด้วยหรอ”กาวิญญูถาม  ดวงตาจ้องเขม็งทั้งเจ็บใจ  ทั้งผิดหวัง

“กู...”โลแกนเอ่ยแค่นั้นก็เงียบไป  ยกผ้าขึ้นห่มกาวิญญู

“อย่าดิ้น  เดี่ยวเชือกมันจะบาดมือ”พูดจบก็ดูมือของกาวิญญูที่ถูกมัดไว้  เมื่อเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรก็เดินไปที่นั่งทำงานที่โต๊ะหน้าเตียง

กาวิญญูมองตามร่างสูงที่เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน  หลับตาลงช้าๆเมื่อทำอะไรไม่ได้  บวกกับความเหนื่อยที่ผ่านมา  ทำให้ร่างกายอ่อนล้า

เอาเถอะ  คืนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว  พักเอาแรงอีกสักหน่อยแล้วค่อยคิดว่าจะออกจากห้องนี้ได้ยังไง

ยังไงซะ  เขาเป็นห่วงเพื่อนของเขามากกว่า

ร่างกายมันเสียไป  เรียกร้องอะไรออกมาไม่ได้อยู่แล้ว

เขาเป็นผู้ชาย  ศักดิ์ศรีที่เขารู้สึกเหมือนเสียไปก็เอากลับคืนมาไม่ได้แล้ว

ก็ช่างมัน....

 

 

โลแกนมองร่างที่กำลังหลับสนิทบนเตียง นั่งจ้องอยู่อย่างนั้นก่อนจะเดินมาที่เตียงแล้วนอนลงข้างๆ   ไม่ได้แตะต้องตัวกาวิญญูอีกแต่อย่างใด  เขารู้ว่ากาวิญญูเป็นคนตื่นง่ายถ้าไปแตะตัว  แล้วจึงหลับตามกาวิญูไป

 

ไม่ต้องห่วงหรอก  เดี่ยวควานลินก็กลับมา    อีกคนคงไม่ปล่อยให้พี่ชายตามหาตัวนานหรอก

 

 

 

 

 

"ปู่เรียกผมมาทำไม"ลูคัสถามเอลรอยเสียงเรียบ  เมื่อจู่ๆก็โทรเรียกเขาให้กลับมาที่คฤหาสน์อย่างด่วนที่สุด  ดีเหมือนกัน  เขาเองก็บอกให้ลูกน้องพาประกายทิพย์มาแล้ว  เขาจะได้บอกกับเอลรอยเลยว่าไม่อยากจะทำงานแบบนี้อีกแล้ว

แม้ไม่รู้ว่าเอลรอยจะว่ายังไง  แต่เขาจะไม่ยอมให้มือตัวเองเปื้อนลือดมากกว่านี้แล้ว

เขาไม่อยากมองหน้าคนตัวเล็ก  แล้วเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอีกแล้ว

"ฉันมีงานสุดท้ายให้แกทำ งานสุดท้ายแล้วฉันจะไม่ให้แกมาทำงานแบบนี้อีก เสร็จงานนี้แล้วแกไม่ต้องทำงานให้ฉันอีกแล้ว ใช้ชีวิตอย่างที่แกอยากใช้"

"ปู่หมายความว่ายังไง"ลูคัสชะงักกับคำบอกกล่าวของเอลรอย  หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบจะลอยออกมา  เอลรอยจะให้เขาวางมือโดยที่เขายังไม่ได้ร้องขอ

ว่าแต่  ทำไมยังต้องมีงานสุดท้าย   เขาก็ทำตามทุกคำสั่งของเอลรอยแล้ว

"แกจะเดินไปทางไหนต่อไป ฉันจะไม่บังคับแกอีกแล้ว"ลูคัสนิ่งเงียบรอฟังประโยคของปู่ที่กำลังพูดกับเขา  ก่อนจะเบิกตากว้างมองรูปที่เอลรอยส่งมา

"จัดการเด็กคนนี้ซะ"

"ผมจะไม่ยุ่งกับคนบ้านหลังนี้"ลูคัสเอ่ยเสียงกร้าว 

ไม่!!   เขารู้ว่าแม่เขาต้องตายเพราะคนบ้านหลังนี้   แต่เขาก็เอาคืนแล้วคนที่เหลือไม่เกี่ยวข้องกับความตายของแม่เขา

 

แล้วถ้าซีไนน์เป็นอะไรไป   ควานลินจะเป็นยังไง

เขาทนมองความเจ็บปวดของควานลินไม่ได้หรอกนะ  ที่ผ่านมาเขาก็เจ็บปวดพอแล้ว

"แกกล้าขัดคำสั่งฉันหรอ"

"...."ลูคัสนิ่งเงียบ   เขาไม่ได้อยากขัด  แต่เขาไม่มีวันทำร้ายคนในบ้านหลังนี้อีกแล้ว

"แล้วเด็กคนนี้ล่ะ"

"น้อง"ลูคัสเอ่ยเบาๆ  มองภาพแผ่นที่สองที่ถูกเอลรอยยื่นมาให้

"ฉันให้แกเลือกหนึ่งคน ตอนนี้ฉันรู้ว่าเด็กนั่นอยู่ไหน ถ้าแกไม่ทำ....”

“ผมก็ฆ่าคนในบ้านหลังนี้ตามที่ปู่ต้องการแล้ว ผมฆ่าคนที่ชื่อดนัยนั่นแล้ว  ไหนว่านั่นคืองานสุดท้าย  ปู่เคยบอกว่าเขาจะเป็นงานสุดท้ายของผมไงครับ”ลูคัสแย้งออกมาทันที

“ฉันไม่ได้บอกว่าฉันต้องการชีวิตของดนัย  รุ่งรัตนทิพากร   คนที่ฉันต้องการจริงๆก็คือคนนี้ต่างหาก  ซีไนน์

“........”ลูคัสได้แต่ยืนกำหมัดแน่น 

ก็ใช่  เขาฆ่าดนัยเพราะความโกรธที่ผู้ชายทำให้แม่ของเขาตาย  มันไม่ใช่คำสั่งของเอลรอย

แต่ทำไม   ทำไมถึงต้อง....

“ถ้าแกไม่ทำ   แกก็จะไม่มีวันได้เจอเด็กที่ชื่อควานลินอีก"ลูคัสกำหมัดแน่น  เอ่ยเบาๆ

"ผมจะทำตามที่ปู่บอก แต่ปู่ก็ต้องไม่ลืมสัญญา งานนี้จะเป็นงานสุดท้ายของผม"ร่างสูงเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่แดงก่ำ ก่อนจะก้าวออกไป  เมื่อได้ยินคำมั่นสัญญาจากปากเอลรอย

"ฉันทำตามสัญญาแน่นอน"

 

เอลรอยมองตามแผ่นหลังของลูคัส  ก่อนจะยกมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย 

หึ!  โอนเงินเป็นร้อยๆล้านไปในบัญชีควานลินอย่างนั้นหรอ

ดีแล้ว !  ต้องให้คนพี่ตายไปจริงๆสิ  เงินทั้งหมดนั่นถึงจะได้เป็นของหลานเขาจริงๆ

แกเล่นเกมผิดกับคนอย่างฉัน   เกมมันก็พลิกอย่างนี้แหละ  แอลดีน!

อีกไม่นาน  ควานลินก็ต้องมาสืบทอดทุกอย่างจากเขา  คิดว่าเขาจะยกหลานของเขาให้ไปง่ายๆอย่างนั้นหรอ

บอกแล้วไง  เกมนี้เขาจะเป็นคนชนะ

คนชนะก็ต้องได้ทุกอย่าง!!!!!

_________________________________________

กรี๊ดดดดดดดดดดด   พี่เกล  แกทำพี่กายของฉันไปได้ยังไง

 

เขียนตัวร้ายต้องเขียนให้คนอ่านเกลียดดิ !!  หุหุ

ร้ายให้พอใจก่อนแล้วค่อยตาย  งี้  อิอิ

555555555555555

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว