ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 60(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2563 00:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 60(Rewrite)​
แบบอักษร

​อริสากวาดสายตามองไปรอบๆบ้านหลังใหญ่ด้วยความตกตะลึง   นี่มันอะไรกัน!  ทำไมในบ้านเขาถึงเต็มไปด้วยชายแปลกหน้าเดินเพ่นพ่านไปหมด  

เมื่อเช้ามืดลุงใบโทรมาบอกว่ามีคนมาที่บ้านเต็มไปหมด  ตนกับซีไนน์และมะลิจึงรีบกลับมา

นี่มันอะไรกัน!!

"คุณแม่ครับ"อริสามองใบหน้าลูกชายนิ่งๆ  ดูเหมือนลูกชายมีคำพูดมากมายที่จะพูดกับเขาในขณะนี้

"พี่ซีนลูกมันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านของเรากันลูก"

"คุณแม่ครับ ซีนขอโทษครับแม่ ซีนขอโทษ  ขอโทษที่ทำทุกอย่างมันพังไปครับ ซีนขอโทษ"เสียงละล่ำละลักบอกกับผู้เป็นมารดา   หัวใจอริสากระตุกวูบ

ทำไม  ทำไมต้องขอโทษ! มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ

"บอกแม่ได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนพวกนี้ ถึงมาที่บ้านของเรา"อริสาจับบ่าลูกชายแล้วให้นั่งลงบนโซฟา  ถามลูกชายเบาๆ  เมื่อเห็นซีไนน์ตัวสั่นเบาๆ

"เขา   เอาทุกอย่างไปจากเราแล้วครับแม่"เสียงเล็กเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด

"เขา...?"

"มิสเตอร์โมเรโน่  แอลดีน อเล็ตต้า โมเรโน่ นั่นคือชื่อจริงของเขาครับ"ซีไนน์เงยหน้ามองผู้เป็นมารดา  พยายามกดอารมณ์ที่อยากจะร้องไห้ของตัวเองให้ลงไป   แต่กลับทำไม่ได้

แค่เอ่ยชื่อเขาคนนั้น  น้ำตาร้อนก็ไหลออกมาช้าๆอาบแก้มซีด

"คุณแอลดีนอย่างนั้นหรอ  เป็นไปได้ยังไงกัน"อริสาเอ่ยเสียงเบา  หากแต่แววตาของลูกชายในตอนนี้  มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง

มิน่า  ถึงไม่เห็นแอลดีนอยู่ในงานศพเมื่อวาน   ไม่สิ  อันที่จริงหลายวันมานี้อริสาแทบจะไม่เจอแอลดีนเลย

"เขาเข้ามาบ้านหลังนี้เมื่อหกปีก่อน ก็เพื่อสิ่งนี้ครับแม่ ตอนนี้เขาทำได้แล้วครับ ฮรึก"เสียงเล็กเริ่มสะอื้นตัวโยน   ใบหน้าหวานก้มลงไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับมารดาได้ในเวลานี้ เพราะเขา  ทั้งหมดเพราะเขาหัวอ่อน  เพราะเขาเองที่ปกป้องทุกอย่างไม่ได้ มันเพราะความไม่ได้เรื่องของเขาคนเดียว

"พี่ซีน"อริสาเอ่ยเรียกชื่อลูกชายเบาๆ  มือทั้งสองที่จับบ่าลูกชาย ร่วงลงอย่างอ่อนแรง   ความเงียบในห้องปกคลุมจนซีไนน์รู้สึกกลัวและเจ็บปวดไปพร้อมๆกัน

"คุณแม่ครับ ทั้งหมดเป็นความผิดซีนเองครับ แม่จะดุซีนจะตบซีนยังไงก็ได้ ซีนผิดไปแล้วครับแม่ ซีนขอโทษครับ"

".... .."ทำอะไรก็ได้  แต่อย่าเงียบใส่ซีนอย่างนี้ได้ไหมครับ

"คุณแม่ครับ  คุณแม่พูดอะไรสักหน่อยสิครับ คุณแม่ตบตีซีน จะด่าซีนยังไงก็ได้  คุณแม่อย่าเงียบเลยได้ไหมครับ  คุณแม่ครับ”มือเล็กจับตัวมารดาแล้วเขย่าเบาๆ  ใบหน้าหวานส่ายไปมาพร้อมน้ำตาที่อาบแก้ม

"ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรเลยหรอลูก"

"....  ซีนขอโทษ"หน้ากัดปากตัวเองอย่างแรง  กล่าวออกมาเสียงเบาหัวใจที่ปวดหนึบจะแทบทนไม่ไหว

"เหนื่อยไหมลูก"

"คุณแม่..."

"ที่ผ่านมาหนูต้องเจออะไรบ้าง แม่ไม่เคยรู้เลย แม่ขอโทษนะลูกนะ  ขอโทษที่ทำร้ายปล่อยให้หนูต่อสู้อยู่คนเดียวมานาน"

"แม่ครับ"ร่างบางโผกอดมารดาอย่างแรง   สะอื้นตัวโยนในอ้อมกอดอุ่น  มันเหนื่อยเหลือเกิน  เหนื่อยจนบางครั้งไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว

"แม่ขอโทษ"อริสาเอ่ยเบาๆ   น้ำตาไหลหยดลงมา  มือลูบหัวลูกชายอย่างเบามือ  ต้องแบกรับทุกอย่างมาคนเดียวมานานแค่ไหนแล้วนะ   

ทำไมไม่พูด   ทำไมถึงต้องเก็บไว้คนเดียว

"ซีนผิดเองครับแม่  ซีนผิดเอง"ร่างเล็กยังคงพร่ำว่าเป็นความผิดของตัวเอง   ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับความเขลาและความอ่อนแอครั้งนี้

"หนูไม่ผิดเลยลูก  หนูพยายามมาตลอดแล้ว หนูไม่ผิดเลย อย่าโทษตัวเองอีกเลยนะลูกนะ"อริสาหลับตาลงช้าๆ    แรงสะอื้นของลูกชายทำให้หัวใจของผู้เป็นแม่อย่างเขาแทบจะแตกสลาย

ตัวแค่นี้  อายุแค่นี้   ทำไมถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ

 

 

สองร่างนั่งกอดอยู่อย่างนั้น  จนกระทั่งร่างเล็กเลิกสะอื้นไปแล้ว   อริสามองไปรอบๆตัวบ้าน  บ้านที่เขามาอยู่เกือบจะ20ปี  แต่ตอนนี้คงต้องทำใจยอมรับแล้วว่าทั้งหมดนี้จะหายไป

ไม่เป็นหรอก   ทั้งหมดก็แค่ของนอกกาย  แต่ถ้าลูกๆของเขาเป็นอะไรไปหัวใจของผู้เป็นแม่อย่างเขาต้องทำอย่างไรล่ะ ไม่เป็นไรหรอก  เดี่ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น

"น้องรู้เรื่องนี้แล้วยังลูก"อริสาถามเบาๆ   ลูบแก้มซีดของลูกชายเบาๆ  ตาคล้ำขนาดนี้  ไม่ได้หลับมานานแค่ไหนแล้ว

ซีไนน์ส่ายหน้าช้าๆให้กับมารดา

"ดีแล้วล่ะ  น้องคงยังทำใจไม่ได้กับเรื่องคุณพ่อกับคุณย่า แถมตอนนี้ยังป่วยอยู่อีก  แม่ยังไม่อยากให้น้องรู้ ยังไงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปก่อนนะลูกนะ"อริสาบอกกับลูกชาย    ไว้ให้หัวใจร่างกายของลูกชายคนเล็กเข้มแข็งขึ้นกว่านี้แล้วก็บอกอาจจะดีกว่า แม้ไม่รู้ว่าลูกชายคนเล็กจะรับได้รึเปล่า   แต่ให้บอกตอนนี้คงไม่ดีนัก

"...  ครับ" ซีไนน์พยักหน้ารับคำของมารดา  ก่อนจะมองลุงใบกับมะลิที่เดินเข้ามาช้าๆ สายตาเต็มไปด้วยคำถาม

"คุณผู้หญิง คุณหนู เกิดอะไรขึ้นคะ  มันเกิดอะไรขึ้น"มะลิถาม  มองใบหน้าที่ผ่านการร้องไห้ของเจ้านายทั้งสองด้วยความใคร่รู้

"  ลุงใบ "

"ครับคุณผู้หญิง"

" หนูมะลิ"

"ขา คุณผู้หญิง"มะลิยื่นมือไปบีบมือของคุณผู้หญิงของตนเบาๆ   พลางส่งยิ้มเล็กน้อย  ดวงตาร้อนผ่าวเมื่อเห็นดวงตาที่แดงของเจ้านาย

"ตอนนี้  บ้านหลังนี้ ไม่ใช่ของรุ่งรัตนทิพากรอีกต่อไปแล้วล่ะจ้ะ"

"มันหมายความว่ายังไงกันคะ"

"ตอนนี้ รุ่งรัตนพิพากรไม่เหลืออะไรอีกแล้ว"พูดแล้วน้ำตาก็ไหลจนซีไนน์ต้องเบือนหน้าหนี   อีกนานแค่ไหนกันที่ต้องเห็นน้ำตาของคนที่เขารัก

"คุณผู้หญิง"มะลิเอ่ยเรียก  น้ำตาไหลทะลักเมื่อได้ยินคำตอบจากผู้เป็นนาย

"พวกแก ออกไป กูบอกให้ออกไป ที่นี่คือบ้านคุณผู้หญิงกับคุณหนู ออกไป๊!!!" ลุงใบลุกขึ้นพลางวิ่งเข้าไปหาชายร่างสูงในชุดดำที่ยืนอยู่รอบๆบ้าน  จนทุกคนตกใจ  แต่ก็ดูเหมือนไม่ทันแล้ว  เมื่อลุงใบลงหมัดหนักเข้าที่ร่างชายร่างสูงคนหนึ่ง  แต่ร่างผอมแห้งของลุงใบกลับสู้ไม่ได้เลยกับร่างสูงที่อัดหมัดเข้าใบหน้าลุงใบแรงๆหลายทีจนแตก

"หยุดนะ !!  หยุด! ฉันบอกให้หยุดไง!!"อริสาเดินเข้ามา  สั่งห้ามเสียงดัง  แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครหยุด  เมื่อทั้งสองฉุดกระชากกันไม่หยุด

"ลุงใบ !!    หยุดเดี่ยวนี้นะ ผมบอกให้หยุดไง  หยุด!" เสียงเล็กตวาดขึ้นอย่างโมโห  กล้าดียังไงมาทำร้ายคนของเขา

ซีไนน์เดินเข้าไปจับมือชายร่างสูงแต่ร่างกายที่สัดส่วนต่างกันถึงสองเท่าทำให้สู้แรงอีกคนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย   ร่างบางถูกผลักจนล้มลงกับพื้น  จนอริสากับมะลิรีบวิ่งมาประคองก่อนจะได้ยินเสียงดังสั่งขึ้นทำให้ชายในชุดดำยอมปล่อยให้ลุงใบร่วงลงกับพื้น

"หยุด!!!"เสียงที่ซีไนน์จำมันได้ดี    เสียงที่เขาเกลียดแสนเกลียด

ร่างสูงที่ก้าวเข้ามาช้าๆ   ตวัดสายตามองชายชุดดำที่เพิ่งผ่านการแลกหมัดกับลุงใบก่อนจะหันมาจ้องใบหน้าหวานที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว

"ไอ้คนเลี้ยงไม่เชื่อง  ไอ้สารเลว"ลุงใบกล่าวขึ้นมาอย่างเหลืออด  ไม่ต้องให้เดา   คนที่เอาทุกอย่างไปจากเจ้านายเขา  ก็คงไม่พ้นชายหนุ่มคนนี้

"มะลิคิดผิดไปจริงๆ  มะลิไม่อยากจะเชื่อว่าทุกอย่างคุณจะเป็นคนทำ"มะลิกล่าวขึ้นมาอย่างผิดหวัง   มองใบหน้าของแอลดีน  ไม่คิดเลยว่าคนที่ดูเหมือนจะรักและดูแลดูคุณหนูดีที่สุดจะเป็นคนที่แว้งกัดทุกคนได้อย่างเจ็บแสบขนาดนี้

"ผมเอาเอกสารคอนโดแกรณด์มาให้  พวกคุณยังเหลือคอนโดแกรณด์เป็นของตัวเอง  ผมคงไม่ได้ใจร้ายไปใช่ไหม"แอลดีนไม่ได้สนใจคำพูดของมะลิและลุงใบ  แต่ยื่นซองเอกสารให้กับสองแม่ลูกที่นั่งกอดกันบนพื้น   แต่ก็ไม่มีใครยื่นมือมารับจนต้องย่อตัวลงแล้วลงไว้ตรงหน้าทั้งสอง    มองดวงตาโตของคนหน้าหวานก่อนจะหลบสายตาลุกขึ้นยืนหันหลังแล้วพูด

"พรุ่งนี้ หวังว่าจะไม่มีใครอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วนะครับ"สองขายาวก้าวออกไปแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงตามไล่หลัง

"ผมเกลียดคุณ!!"

"ไปตายซะ!!!!" เสียงจากคนที่หน้าหวานที่เอ่ยออกมาเสียงสั่น  แอลดีนไม่ได้หันกลับไปมอง  แต่เดินออกจากประตูบ้านสองมือแกร่งกำหมัดแน่น

 

 

 

"ลุงใบ หนูมะลิ"อริสาเรียกทั้งสองหลังจากพ้นหลังของชายหนุ่ม

"... ..."

"พี่ซีน  ช่วยไปหยิบยามาทำแผลให้ลุงใบหน่อยสิลูก"

"ครับ"เมื่อพ้นหลังของลูกชาย  อริสาก็เดินขึ้นไปข้างบนก่อนจะกลับมาพร้อมกับซองเอกสารเล็กๆแล้วนั่งลงตรงหน้าสองพ่อลูกมองทั้งสองด้วยแววตาที่รู้สึกผิดและขอบคุณ

"ต่อไป  ฉันคงไม่สามารถจะให้ทุกคนทำงานกับฉันได้อีกแล้วล่ะ"

“.....”

"ตอนนี้ฉันมีอยู่เท่านี้  ฉันขอโทษที่มีให้มากกว่านี้ไม่ได้  ไปซื้อบ้าน หาบ้านอยู่นะจ้ะ ฉันขอโทษ แต่ฉันเองก็ยังไม่มีหัวนอนปลายเท้า ฉันคงพาทุกคนไปลำบากไม่ได้หรอก" อริสากล่าวออกมา  ยื่นซองสีน้ำตาลที่หนาประมาณหนึ่งให้คนตรงหน้า  บีบมือทั้งสองเบาๆ

"ผมไม่ไปครับ"ลุงใบผลักซองนั้นกลับไปให้

"มะลิก็ไม่ไปค่ะ  บุญคุณที่คุณย่ากับคุณหญิง มะลิยังไม่ได้ตอบแทนเลย มะลิไม่ปล่อยให้คุณผู้หญิงลำบากตามลำพังหรอกค่ะ คุณหนูตัวเล็กนิดเดียว จะสู้กันตามลำพังยังไงไหวล่ะคะ"มะลิเอ่ยมาพร้อมน้ำตา

คุณหนูทั้งสอง  อายุเพิ่งจะเข้า19  แต่ต้องมาเจอปัญหาแบบนี้ คุณผู้หญิงก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง  เขาจะปล่อยให้ต่อสู้กันตามลำพังได้ยังไงกัน

 

"คุณแม่"เสียงเรียกของซีไนน์ทำให้ทุกคนหันไปมอง  ก่อนที่อริสาจะพูดกับคนรับใช้ที่ภักดีทั้งสองอีกครั้ง

"ต่อไป ฉันคงดูแลทุกคนไม่ได้อีกแล้ว ฉันคงไม่มีเงินเดือนจ้าง  ไม่มีที่ให้พักทุกคนจะลำบากเอานะ"

"ไม่เป็นไรเลยครับ  ลุงยินดี  ลุงคงจะเสียใจไปตลอดชีวิต ที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรคุณผู้หญิงได้"

"ตอนนี้มะลิเอง ก็ได้งานมาแล้วทั้งหมดก็เพราะคุณย่ากับคุณผู้หญิงส่งเสียมะลิให้เรียนสูงๆ ไม่ต้องให้เงินเดือนพวกเราหรอกนะคะ มะลิมีเงินให้พ่อกับแม่อยู่ได้ แต่ขอพวกเราได้ดูแลคุณผู้หญิงกับคุณหนูต่อไปนะคะ"

"นะครับคุณผู้หญิง"

"แต่พวกเราไม่อยากให้ทุกคนลำบากนะครับ"ซีไนน์เดินเข้ามา  ก่อนจะตัดสินใจบอก  เขาเองก็คิดเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว

"พวกเราก็ปล่อยให้คุณหนูกับคุณผู้หญิงลำบากเพียงลำพังไม่ได้เหมือนกันค่ะ"มะลิยังคงยืนยันเสียงแข็งอริสาหันไปมองใบหน้าลูกชายก่อนจะหันไปถามทั้งสอง

"ทุกคนจะไม่เสียใจภายหลังใช่ไหม"

"ไม่เลยค่ะ"

"วันไหนที่อยากไป ก็บอกพวกเรานะ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจริงๆ”อริสาเอ่ยมาอย่างตื้นตันใจ   มองคนรับใช้ตรงหน้าทั้งสองด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจ

 

 

 

 

 

เย็นวันนั้นก่อนจะกลับไปที่กรุงเทพซีไนน์จึงตัดสินใจจัดการทุกอย่างที่เชียงใหม่ให้เรียบร้อย  มีคนมาช่วยแบ่งเบาความทุกข์ให้มันก็ดีขึ้น

"แม่ครับ นี่เงินที่ซีนสามารถเบิกได้ทั้งหมดครับ ซีนเบิกของน้อง แล้วก็ฝากแยกใหม่อีกครั้งครับ ป้องกันโดนอายัด ส่วนสินทรัพย์ที่เขาโอนมาให้  มันเป็นชื่อของน้อง  ซีนไม่สามารถเบิกออกมาตอนนี้ได้ครับ  นอกจากน้อง" ซีไนน์กล่าวกับมารดาก่อนจะยืนธนบัตรสามปึกหนาให้กับมารดา

แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมแอลดีนถึงโอนเงินมูลค่าหลายร้อยล้านไปเป็นชื่อของควานลิน  แต่ก็ไม่อยากถาม  จะชื่อของใครมันก็เหมือนกัน

"ยังเก็บของน้องอยู่ใช่ไหมลูก"

"ครับแม่"

"ของแม่เองก็มีเงินสดอยู่สามล้าน แม่ไม่สามารถเบิกจากธนาคารไหนได้อีกแล้ว เพราะมันอยู่ในชื่อของบริษัท  ส่วนเครื่องประดับพวกนี้"

“อย่าขายนะครับ”ซีไนน์เอ่ยดักกับมารดา  ก่อนจะพูดต่อเมื่อเห็นสายตาของมารดา

“เก็บไว้เถอะครับ  ตอนนี้ใช้เท่าที่มีไปก่อน  นะครับ" ถ้าเป็นเมื่อก่อน  คงไม่ต้องมานั่งคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างวันนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน  อยากได้อะไร  อยากซื้ออะไร  ก็ได้หมดทุกอย่าง แต่ต่อไป  คงจะไม่ใช่อีกแล้ว

"เงินส่วนหนึ่ง ซีนจะเอาไปเป็นค่าบ้านนะครับ ตอนนี้ซีนหาบ้านที่พวกเราพอจะอยู่กันได้แล้วนะครับ อาจจะไม่ใหญ่เท่าบ้านหลังนี้ แต่ก็น่าอยู่เหมือนกันนะครับ ส่วนบ้านที่ซีนอยู่คงจะขายได้ในเร็วๆนี้ครับ"ซีไนน์บอก

 

วันนี้เขาจำเป็นต้องหาบ้านใหม่ให้เร็วที่สุด  จึงเลือกที่จะซื้อบ้านในกรุงเทพไว้  เอาเถอะ  อย่างน้อยๆ  ก็คงดีกว่าต้องมาทนฟังเสียงซุบซิบของคนในพื้นที่  ที่เขาเชื่อว่าไม่นาน ข่าวพวกนี้คงได้กระจายออกไป  

แม้ว่าเขากับน้องชายจะไม่ค่อยออกสื่อให้คนอื่นๆรู้ว่าเป็นลูกหลานนักธุรกิจใหญ่โต   แต่แม่เขาสิ  ต้องทนรับกับแรงกดดันของสายตาของผู้คน  หนีไปจากแวดล้อมเดิมๆได้ยิ่งดี

"หนูไม่จำเป็นต้องขายที่นั่นเลยนะลูก"อริสาเอ่ยกับลูกชาย   มือก็ง่วนกันการจัดเก็บของที่จำเป็นที่ต้องเอาไป

"ซีน ไม่มีความทรงจำดีๆเกี่ยวกับที่นั่นให้จำหรอกครับ  ขายไปก็ไม่เสียดาย  ดีซะอีกอยู่ด้วยกันจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย" ซีไนน์เอ่ย  พลางส่งยิ้มให้กับมารดา

“รถหนูล่ะ  เขาไม่ได้มายุ่งกับรถของหนูใช่ไหมลูก”อริสาถาม

“ไม่ครับ  มันเป็นของขวัญจากย่า  ซีนไม่ยอมให้ใครมายุ่งด้วยหรอกครับ”

"ระหว่างนี้ ก็ให้น้องอยู่คอนโดไปก่อน แม่จะขอรบกวนพี่ลูคัสให้ช่วยดูแลน้องไปสักพักนะครับ"

"...."ซีไนน์เงียบเสียงลงเมื่อได้ยินคำบอกกล่าวของผู้เป็นมารดา

"แม่รู้นะครับ ว่ามันลำบากใจแต่แม่ไม่อยากให้น้องอยู่ลำพัง  แม่เองก็ไม่รู้จะเชื่อใจใครเขาได้อีก  แต่แม่รู้ว่าพี่ลูคัสจะไม่มีวันทำร้ายน้อง"ระหว่างนี้คงมีอะไรที่ต้องจัดการหลายอย่าง  ให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยบอกความจริงกับลูกชายคนเล็ก   แต่จะให้ไว้ใจใครคนอื่น อริสาคง.....

"อะไรที่ทำให้แม่เชื่อใจอย่างนั้นล่ะครับ" ซีไนน์ถามเงียบๆ

"เพราะพี่ลูคัส รักน้อง" อริสาตอบเบาๆ

"....." เพราะความรักอย่างนั้นหรอ

ซีไนน์เม้มปากอย่างแรง   ตอนนี้จะบอกว่าเขาหมดศรัทธาในรักไปแล้วก็คงไม่ผิดนัก

เพราะความรักไม่ใช่หรอที่ทำให้เขาไม่เหลือทุกอย่างแบบนี้

เพราะความรักไม่ใช่หรอที่ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างนี้ ทุกวันทุกเวลา

"พี่ซีน"ซีไนน์หลุดจากภวังค์หันไปมองมารดา  ก่อนจะเม้มปากแรงๆอีกครั้งเมื่อได้ยินคำถามของมารดา

"หนูเองก็รักคุณแอลดีนใช่ไหม"

"คุณแม่รู้..."

"ลูกชายแม่ทั้งคน ทำไมแม่จะดูแววตาหนูไม่ออกล่ะลูก"

"นั่นก็แค่เมื่อก่อนครับ  ตอนนี้ซีนขยะแขยงเขา จนไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้วล่ะครับ" ซีไนน์ก้มหน้าจัดของพลางตอบกับมารดา

"...."

"ทุกอย่างมันควรจบได้แล้วครับและซีนก็จะเป็นคนจบมันเอง  รีบเก็บของกันเถอะครับ" ซีไนน์เอ่ยต่อ  เมื่อเห็นว่ามารดาเงียบไป

 

อริสามองเสี้ยวหน้าของลูกชายด้วยความสงสาร

อดทนอีกนิดนะลูก  ลูกจะต้องผ่านมันไปให้ได้

แม่จะคอยเป็นแรงใจสำคัญให้หนูเอง

 

 

 

ลูคัสประคองร่างเล็กเดินเข้ามาในห้อง  ตามด้วยอริสากับนมที่เดินเข้ามา   จัดแจงที่นอนในห้องให้คนตัวเล็กนั่งพัก  ก่อนจะที่อริสาจะเรียกลูคัสไปพูดคุยกันสองคนที่ห้องครัว

"ลูคัส"

"ครับ"

"ช่วงนี้มีปัญหานิดหน่อย แม่จะให้น้องลินอยู่คอนโดไปก่อน  ระหว่างนี้ หนูช่วยดูแลน้องลินสัก5-6วันได้ไหมครับ"อริสาถามชายหนุ่ม

"....."

"แม่รบกวนหนูรึเปล่าลูก"จึงถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นลูคัสเงียบลง

"เปล่าครับ ผมจะดูแลน้องเองครับ คุณแม่สบายใจได้เลย"

"ขอบใจมากนะลูก"

"แล้วถ้าน้องถาม จะให้ผมตอบน้องว่ายังไงครับ"แม้จะสงสัยปัญหาอะไรที่ต้องปิดบังคนตัวเล็ก  แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระของเขาที่ต้องก้าวก่าย

"แม่บอกน้องไปแล้วล่ะ ว่าไม่อยากให้น้องเดินทางไปไกลๆ ไว้ร่างกายแข็งแรงค่อยกลับบ้านที่เชียงใหม่"

"ได้ครับ"ลูคัสพยักหน้าเล็กน้อย   ก่อนจะช่วยขอพาควานลินไปพักที่ห้องของตัวเอง 

อริสาเองก็ดูจะไม่ขัดข้องอะไร  อนุญาตให้ชายหนุ่มพาลูกชายไปนอนพักที่ห้องลูคัส ก่อนที่จะขอตัวกลับ  เพราะบ้านหลังใหม่เองมีหลายอย่างที่ต้องจัดการ อริสาอยากทำให้ทุกอย่างให้เรียบร้อย  แล้วค่อยพาลูกชายคนเล็กกลับไป

พ้นหลังอริสาแล้วลูคัสเดินกลับมาหาคนตัวเล็กที่นั่งเงียบๆที่โซฟาอีกครั้ง   หลังจากที่ปัทมาเสียไปผ่านไปสามวันแล้ว  ควานลินก็เอาแต่นิ่งเงียบ  พูดบ้างบางครั้ง   แต่ก็ไม่ได้ยิ้มอย่างที่ผ่านมา  เขาเองก็เข้าใจรอให้ควานลินทำใจให้เข้มแข็งขึ้นกว่านี้สักนิด

“วันนี้อยากทำอะไร”ลูคัสถามเบาๆ   ลูบแก้มคนรักเบาๆพลางส่งยิ้ม  คนตัวเล็กทำเพียงส่ายหน้าเหมือนทุกครั้งก่อนจะนั่งก้มหน้าเหมือนเดิม

“ยังมีพี่อยู่นะ”ลูคัสจับมือนิ่งแล้วบีบเบาๆ  โอบคนข้างๆเอาไว้

“คุณแม่ก็ยังอยู่  พี่ซีนก็ยังอยู่  ทุกคนอยากเห็นรอยยิ้มของน้องนะ”ลูคัสกระซิบบอกคนที่ร่างสั่นๆกอดไว้อย่างเป็นห่วง

“ขอ  เวลา  อีกนิด   นะครับ”เสียงเล็กเอ่ยออกมาเบาๆ  หัวเล็กซุกเข้ากับอกของคนรัก  หลับตาลงช้าๆ

เขาแค่ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องเสียคนที่เขารักไปกะทันหันแบบนี้    มันรู้สึกเคว้งคว้างจนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ขอเวลาอีกแค่แป้บนึง  ให้เขาค่อยๆคิด  ค่อยๆทำใจ  แล้วเขาสัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกคนต้องมาคอยเป็นห่วงเขาอีกแล้ว

 

 

 

 

ผ่านไปสองวัน ที่คนตัวเล็กออกจากโรงพยาบาล  มีลูคัสที่คอยอยู่ดูแล  โลแกนกับกาวิญญูที่สลับกันมาดูแลและซีไนน์ที่มาในทุกๆวัน  

แม้สีหน้าคนตัวเล็กจะดีขึ้นแล้ว  แต่ในใจเขาเองก็ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กจะยังรู้สึกแบบไหน

"น้องหลับหรอครับ"ซีไนน์ถามขณะที่ก้าวเข้ามาในห้องตามหลังลูคัส

"ครับ"ลูคัสพยักหน้า  มองร่างบางที่ถือกล่องข้าวเข้าไปวางในห้องครัว  ก่อนจะเปิดตู้เย็นแล้วออกมาบอก

"อาหารในตู้เย็นหมดแล้วนี่ครับ งั้นซีนออกไปซื้อให้นะครับ  เดี่ยวจะซื้อนมให้น้องเพิ่มด้วย"

"ไม่เป็นไรหรอก ลำบากเรารึเปล่า"ลูคัสถาม   มองร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาคงเพิ่งจะเรียนเสร็จสินะ

"ไม่หรอกครับ"

"งั้นพี่ไปด้วย เดี่ยวเขียนโน๊ตไว้ เผื่อน้องตื่น"ลูคัสบอกเขาเองก็ตั้งใจจะไปหาซื้อหนังสือภาษาฝรั่งเศสตามที่สัญญากับคนตัวเล็กไว้

"ครับ"

"ห้องนี้ปลอดภัย ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับ เดี่ยวจะบอกพี่กายให้มาดูแล"ลูคัสบอก  เมื่อเห็นซีไนน์ยืนมองน้องชายนิ่งราวกับไม่อยากปล่อยให้คนที่นอนหลับสนิทต้องนอนคนเดียว

"ครับ"ซีไนน์พยักหน้าแล้วส่งยิ้มให้

 

เดี่ยวพี่กลับมาคนเก่ง   แล้วจะทำอาหารอร่อยๆให้กิน

 

 

 

 

สองตามองไปข้างหน้าอย่างตั้งใจ  เสียงเพลงคลอเบาๆในรถให้รู้สึกผ่อนคลาย

"ก่อนกลับ ซีนจะแวะเอาของไปให้ใครบางคนก่อนได้ไหมครับ"ลูคัสเลิกคิ้วเล็กน้อย  แต่ไม่ได้ถามอะไร  พยักหน้าแต่โดยดี

"ได้สิ"ก่อนจะกลับรถเลี้ยวไปตามทางที่คนข้างๆบอกไว้   ถนนแคบๆที่ทำให้ลูคัสแปลกใจ มาหาใครกันในที่ลึกๆและทางเปลี่ยวแบบนี้

ลูคัสบังคับหมุนพวงมาลัยไปทางขวาอีกครั้งตามคำบอกของซีไนน์  ก่อนจะจอดนิ่งเมื่อเห็นบ้านเช่าขนาดเล็กข้างในแล้วก็ดับรถลงไปช่วยซีไนน์ยกของ

มิน่าล่ะ  ถึงซื้อของทุกย่างเพิ่มอย่างละหนึ่ง   ตอนแรกก็สงสัยว่าซีไนน์จะซื้อไปทำไมเยอะแยะแต่ตอนนี้ก็เข้าใจแล้ว

"หนูซีน"ลูคัสหันไปมองผู้หญิงที่เดินออกมาจากตัวบ้าน  คิ้วขมวดเล็กน้อยก่อนจะนึกขึ้นได้

"คุณป้า สวัสดีครับ"

"คนที่ซีนเคยพูดถึงน่ะครับ นี่พี่ลุคส์ครับ  พี่ลุคส์ นี่คุณป้ามธุรสครับ"ลูคัสยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าก่อนจะมองตามหลังไป

มือหนาหยิบมือถือก่อนจะส่งข้อความไปถึงลูกน้องของตัวเอง   เสร็จแล้วจึงถือของเดินเข้าไปในตัวบ้านตามซีไนน์ไป

 

มาอยู่กันลึกขนาดนี้สินะ  ถึงหาไม่เจอเลย

 

"คุณทิพย์เธอหลับค่ะ เพิ่งหลับไป" มธุรสหันมาบอกเด็กหนุ่ม  ซีไนน์กับลูคัสมองไปที่ร่างผอมที่นอนขดตัวอยู่บนฟูกหนา ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว  ช่วยคนร่างบางที่ทำทุกอย่างอย่างคุ้นเคย

"เหมือน  เหมือนเหลือเกิน"มธุรสเอ่ยพึมพำออกมา  ดวงตาไม่ละจากดวงตาสีเทาควันบุหรี่ของชายร่างสูงจนซีไนน์อดจะเผยรอยยิ้มมาไม่ได้แล้วกล่าว

"ตอนที่ซีนเห็น ยังแปลกใจเลยครับ"ก็นึกอยู่ว่า  ดวงตาของประกายทิพย์คุ้นๆ  เหมือนของใครสักคน  ยิ่งมองตอนนี้ก็ยิ่งเหมือนถ้าประกายทิพย์ไม่ได้หลับคงได้มองกันจะๆว่าเหมือนกันขนาดไหน

"ตาสวยจังเลยนะคะ"มธุรสเอ่ย  พลางยกยิ้มให้ลูคัส

"ขอบคุณครับ"ลูคัสเหลือบมองแว่บหนึ่งก่อนจะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย   ไม่เข้าใจในบทสทนาของคนทั้งสอง  แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร งานเขาใกล้เสร็จแล้ว   เสร็จงานนี้เขาก็จะขอกับเอลรอยเลิกทำทุกอย่างอย่างที่เพื่อนของเขาเคยแนะนำ และเพื่อคนตัวเล็กที่เขารักแล้ว   เขาจะเลิกมันทุกอย่าง

แม้ว่ามือของเขาจะเปื้อนเลือดจนล้างไม่ออก  แต่เขาจะไม่ยอมให้เปื้อนไปมากกว่านี้อีกแล้ว

"วันนี้ซีนคงต้องกลับเร็วสักหน่อยนะครับ น้องกำลังไม่สบาย"ลูคัสหลุดจากความคิดของตัวเอง  ยืนฟังบทสทนาของทั้งสองเงียบๆ

"อย่างนั้นหรือคะ งั้นรอสักครู่ได้ไหมคะ ให้ป้าทำอาหารไปฝาก จะรังเกียจรึเปล่าคะ"มธุรสถาม

"ไม่หรอกครับ แต่ซีนไม่อยากรบกวนคุณป้า"ซีไนน์กล่าว  ออกมาตั้งแต่บ่ายตอนนี้ก็เกือบจะสี่โมงเย็นแล้วป่านนี้คนตัวเล็กคงตื่นขึ้นมาแล้วมั้ง

"ไม่เป็นไรเลย รอแป้บนึงนะคะ"

"ครับ"คำขอร้องของมธุรสทำให้ซีไนน์ไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจ  จึงตัดสินใจบอกคนร่างสูงให้รออีกแป้บ  ลูคัสเองก็ค้านอะไรไม่ได้  มองข้อความที่ส่งให้กาวิญญูช่วยไปดูแลคนตัวเล็ก  แต่เพื่อนกลับไม่อ่าน

แม้จะรู้สึกกระวนกระวายใจถึงคนตัวเล็กแปลกๆแต่ก็ทำได้แค่นั่งรอเงียบๆ

 

 

 

 

"คุณอา ไม่ได้เจอ  กันนาน  เลยนะครับ ไปไหนมาครับ"ควานลินเอ่ยทักแอลดีนพร้อมเข้าไปสวมกอดหลวมๆ 

เขาเจอแอลดีนก็เมื่อหลายวันก่อนที่ตื่นขึ้นมา  แล้วก็ไม่ได้เจออีกเลยจนวันนี้แอลดีนโทรหาเขา  แล้วบอกให้เขาช่วยลงมาหาที่หน้าคอนโด

คิดถึงจัง

"ออกไปกับอาแป้บนึงได้ไหม"แอลดีนลูบหัวเล็กเบาๆ  พลางยกยิ้มอย่างเอ็นดู

ดีขึ้นเยอะแล้วใช่ไหม

"ไปไหนครับ?"ควานลินถามด้วยความแปลกใจ  แต่ก็ยอมเดินขึ้นมาขึ้นรถของแอลดีนแต่โดยดี

"ไปถึงก็จะรู้เองนะ"แอลดีนขยับคาดสายเบลท์ให้คนตัวเล็ก  ก่อนค่อยๆเคลื่อนรถออกไป    ดึงมือถือออกจากมือเล็กเมื่อเห็นว่าควานลินกำลังจะกดโทรหาซีไนน์

“เดี่ยวก็กลับมาครับ  ไปไม่นานอยู่คุยกับอาก่อนนะ”แม้จะแปลกใจกับท่าทางที่ดึงมือถือของคนข้างๆ  แต่ควานลินก็ไม่ได้ว่าอะไร   ยังไงซะอยู่กับแอลดีนไม่มีอันตรายอะไรอยู่แล้วไว้ค่อยบอกกับซีไนน์ตอนกลับมาก็ได้ ไปนั่งรถเล่นแบบนี้สักพักก็ดี

____________________________________

น้องงงงงงงง  จะไปไหนอะ

ไปไหนนนนนนนนน

พี่ลุคส์จะวางมือแล้วนะ   น้องห้ามไปไหนนะ  งึ!!

แง้งงงงง   โปรดใจร้ายหรอ   ใจร้ายมากหรอ?

555555555555555555555555555555555555

โปรดเปล่าใจร้ายซักโหน่อยยยย     งุ้ยยยยยย

ไปละนะ   ขอตรวจคำผิดตอนที่เหลืออีกแป้บ  แล้วจะค่อยๆลง  55555

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว