ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 59(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 23:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 59(Rewrite)​
แบบอักษร

​ขาเล็กก้าวลงจากรถ  ก่อนจะอ้อมไปด้านหลังรถหยิบกระดาษแผ่นใหญ่สำหรับงานที่ต้องทำส่งอาจารย์   แขนข้างหนึ่งหนีบกระดาษแผ่นใหญ่ไว้  อีกข้างก็ถือของพะรุงพะรังในมือแล้วกดรหัสเข้าบ้าน

ความมืดสลัวภายในบ้านทำให้คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาเล็กน้อย  ซีไนน์สะบัดหน้าตัวเองเบาๆกดสวิตซ์ไฟให้ทางเดินในบ้านสว่างก่อนจะเดินเข้าไปในห้องรับแขก   วางของในมือด้วยความทุลักทุเลแล้วเดินไปเปิดไฟใกล้ๆ

"ซีน กลับมาแล้วหรอ"เสียงทุ้มดังขึ้นซีไนน์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางต้นเสียง ร่างเล็กเม้มปากแรง  สองมือกำแน่นจนเล็บแทบจะจิกเนื้อตัวเอง

 

คิดถึง! แม้ว่าส่วนหนึ่งของหัวใจร้องบอกว่าคิดถึงคนร่างสูงตรงหน้ามากแค่ไหน  แต่อีกใจเขาอยากไล่แอลดีนไปให้ไกลๆ หัวใจปวดหนึบขึ้นมาจนต้องกลืนก้อนสะอื้นลงคอ

ร่างเล็กเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร  ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมห้องจนน่าอึดอัด

"...."

“เหนื่อยไหม”ร่างสูงถามพลางออกจากมุมห้องก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็ก

คำถามที่ทำให้คนตัวเล็กถึงกับสะอึก   ถ้าไม่มีเรื่องบ้าๆแบบนั้นเกิดขึ้นเขาคงวิ่งไปซบอกกว้างนั้นไปแล้ว

เหนื่อยสิ   เหนื่อยมาก! ทุกอย่างรอบตัวมันช้าลงจนทำให้เขาเหนื่อยขึ้นมาเป็นสองเท่าเลย

 

เหนื่อย! แต่ไม่รู้จะพูดกับใคร   แค่ไม่อยากให้คนรอบข้างไม่สบายใจ

"ออกไปจากบ้านผมเดี่ยวนี้ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ"ซีไนน์ตวัดสายตากล่าวออกไปเสียงเรียบ

"ถ้าไม่ออกล่ะ"

"ไม่ออก? ได้!!"คนร่างเล็กเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าสองสามครั้งแล้วทำท่าหันหน้าจะเดินออกจากห้องรับแขกไป  แต่ไม่ทันที่จะได้ออกไปเสียงของคนร่างสูงก็ขัดขึ้นมา

"จะทำเหมือนวันนั้นอีกรึไง  ถึงทำไปอย่างนั้น ก็ไม่ออกไปหรอกนะ"เสียงเรียบไร้ซึ่งความรู้สึกในความคิดของซีไนน์ในขณะนี้

คนไม่มีหัวใจ! เขาไม่อยากยืนมองหน้าแอลดีนนานๆในเวลานี้ เขากลัวความอ่อนแอของตัวเองที่กำลังจะปะทุออกมา

"...."

"อามาที่นี่ เพราะมีเรื่องที่ต้องทำ"ร่างสูงพูดต่อเมื่อซีไนน์เอาแต่ยืนนิ่งเงียบ

"คุณจะมาเก็บของๆคุณใช่ไหม ดี เก็บไปให้หมดอย่าให้เหลือเป็นเสนียดในบ้านของผม"น้ำเสียงที่พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้โมโหมากเกินไปกล่าวออกมา

"เปล่า ไม่ได้มาเก็บของ"

"..."

"ขายหุ้นทั้งหมดให้อาซะ"แอลดีนพูดพลางยื่นกระดาษให้กับคนร่างเล็ก

"ไม่!!!!!"มือเล็กปัดกระดาษในมือแอลดีนจนตกหล่นกระจัดกระจายลงบนพื้น   ใบหน้าขาวตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ

ใช่  เขาโกรธ! โกรธที่แอลดีนทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย ความสัมพันธ์ที่ผ่านมา  เหมือนเขาคนเดียวที่เป็นคนรู้สึก ส่วนแอลดีนก็เข้าหาเขาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

เหอะ!

"อาจะซื้อในมูลค่าที่ไม่มีใครให้ได้ แต่ขายให้อาทั้งหมด ทั้งหุ้น ทั้งบ้านและที่ดินทั้งหมดของรุ่งรัตนทิพากร"

"หน้าด้านดีเนอะ!! แต่ผมไม่ขาย ออกไปจากที่นี่ซะผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ!!"มือเล็กผลักอกกว้างจนร่างใหญ่เซเล็กน้อย  แต่ก็ไม่ได้ทำให้แอลดีนสะทกสะท้าน  เขายังคงยืนนิ่งแล้วมองใบหน้าแดงก่ำของซีไนน์ที่ตอนนี้พร้อมจะฉีกเนื้อเขาเป็นชิ้นๆได้ทุกเมื่อ

"ไม่ออก?  ดี งั้นผมออกเอง" ร่างเล็กหันหลังจะเดินออกไป  แต่ถูกคนร่างสูงดึงแขนจนตัวปลิวเข้าอกกว้าง   ใบหน้าหวานถูกมือแกร่งกับก่อนปากบางจะถูกบดจูบอย่างแรง

"อ่อย อ๋ม"มือเล็กที่พยายามดันร่างคนตัวใหญ่อย่างแรงแต่ดูเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดยังไม่พอให้คนร่างใหญ่ผละจูบจากเขาได้

"อ๋อย"  ยิ่งมือเล็กทุบอกกว้างแรงแค่ไหน  คนร่างใหญ่ก็บดจูบหนักขึ้นเท่านั้น กลิ่นคาวเลือดคลุ้งเมื่อปากบางแตกเล็กน้อย

ลิ้นหนาดุนดันลิ้นเล็กอย่างแรง  ตวัดกวาดความหวานในปากเล็กอย่างช่ำชองท้ายทอยของคนตัวเล็กถูกจับไว้ทำให้ร่างบางขยับใบหน้าไปทางไหนไม่ได้

จูบดุดันค่อยแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลเมื่อคนตัวเล็กลดมือลง    แอลดีนกดจูบย้ำเบาๆความหวานจากปากเล็กทำให้เขาแทบไม่อยากปล่อยมันออกมา

มือหนาอีกข้างลูบข้างตัวของคนตัวเล็กเบาๆ   จนซีไนน์ได้แต่ตัวสั่น เขาคิดถึงจูบนี้แต่ในขณะเดียวกับเขาเกลียดมัน เขาเกลียดที่เขาต้องโหยหาจูบจากคนทำร้ายเขา

เขาเกลียดจูบจากคนที่หลอกลวงเขา

แอดีนทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรและทำเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนเรื่องที่เฉยชา  มันทำให้เขาเจ็บ

เขาอยากรู้ว่าตอนนี้คนร่างสูงรู้สึกยังไง  เจ็บอย่างที่เขาเจ็บบ้างรึเปล่าหรือไม่รู้สึกอะไร   นึกจะรังแกเขาเมื่อไหร่  ยังไงก็ได้

แต่ถึงจะเกลียดยังไง  เขาก็โหยหาสัมผัสของแอลดีน คิดถึงสัมผัสที่แสนจะอบอุ่นนี้  

อยากหยุดเวลาไว้ที่ตรงนี้    ไม่อยากให้มันผ่านไป   หยุดแค่ตอนนี้ ตอนนี้ก็พอ....

"อืมมม"เสียงครางต่ำของคนร่างสูงพร้อมกับแขนของคนร่างเล็กที่โอบคอแกร่ง  เท้าเล็กเขย่งขึ้นจนสุด ซีไนน์หลับตาพริ้ม  ปล่อยให้ทุกอย่างบรรเลงตามแรงเคลื่อนไหวของคนร่างสูง

แม้หัวใจตอนนี้จะบีบรัดจนปวดหนึบไปทั้งหัวใจ  อีกใจหนึ่งอยากผลักให้คนร่างสูงไปจากตัวเขาเดี่ยวนี้

แต่อีกใจเขากลับอยากกอดแอลดีนไว้แน่นๆ ความรู้สึกแบบนี้มันอะไรกัน

ทำไมเขาถึงปล่อยแอลดีนไปไม่ได้

เขาอยากอยู่ในอ้อมกอดอุ่นนี้ไปนานๆ

แค่นั้น....

 

ให้ทุกอย่างมันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไหม

ให้ทุกอย่างที่ผ่านมาหลายวันมานี้กลายเป็นเรื่องโกหกได้ไหม   

เขาแค่รักแอลดีนเข้าแล้ว

รักมากก็เกลียดมาก   และเจ็บมากด้วยเช่นกัน

 

ร่างเปลือยเปล่าที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนเตียงในห้องนอนกว้าง  สัมผัสนุ่มนวลที่คนร่างสูงมอบให้ทำให้ยากที่จะลืมมันไปได้

ความหวานจากร่างเล็กที่ดูเหมือนจะทำให้คนร่างสูงไม่รู้จักพอ

จังหวะที่ผ่านไปอย่างเนิบนาบ หล่อหลอมให้กลายเป็นคนเดียวกัน

หากแม้นต้องเจ็บมากกว่านี้  หากแม้นหัวใจต้องถูกร่างสูงขยี้จนแหลกไปอีกเท่าไหร่ ขอแค่คืนนี้  สัมผัสจากคนร่างสูงยังคงอ่อนโยนอยู่แบบนี้  มันเพียงพอแล้ว

หากแม้นจะรู้สึกเกลียดร่างกายตัวเอง  เกลียดหัวใจตัวเอง  ที่ช่างง่ายดายเหลือเกิน  ช่างง่ายดายต่อสัมผัสเหลือเกิน  แต่เขาก็พอใจแล้ว

ขอเวลานี้อีก   ให้เขารู้สึกว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดยังไม่ได้ขาดสะบั้นลงทีเดียว

ขอเวลาให้เขาอีกนิดได้ไหม ยื้อเวลาให้หยุดอยู่ตรงนี้อีกสักพัก แค่ไม่นาน .....

 

 

 

 

 

 

มือเล็กที่บังคับพวงมาลัยช้าๆ   สองตามองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย  เมื่อเช้านี้ตื่นขึ้นมาแอลดีนยังคงกอดเขาไม่ปล่อย 

ซีไนน์อยากอยู่แบบนั้นไปนานๆ   แต่ยิ่งนานหัวใจของเขากลับยิ่งเจ็บ  เขาจึงเลือกที่จะเดินออกมา  ปล่อยให้คนแอลดีนนอนอยู่อย่างนั้น  อีกสักพักแอลดีนก็คงจะไปแล้ว   ตอนนี้ก็ขับรถไปเรื่อยๆแล้วค่อยกลับบ้านก็ได้   ให้หัวใจที่ทำงานหนักได้พักสักแป้บ

เดี่ยวมันก็คงจะดีขึ้น

 

 

ซีไนน์กวาดตามองบ้านหลังเล็กข้างหน้าก่อนจะดับรถ  ในวันที่หัวใจเขาอ่อนแรงแต่ไม่รู้ทำไมกลับนึกถึงที่นี่

"หนูซีน"

"คุณป้า สวัสดีครับ" ซีไนน์ลงจากรถก่อนจะยกมือไหว้มธุรสที่เดินออกจากบ้าน  เมื่อได้ยินเสียงรถ

"สวัสดีจ้ะ แล้วนี่หนูหอบอะไรมาเยอะแยะจ๊ะ"มธุรสมองสองมือที่เต็มไปด้วยของพะรุงพะรังอย่างแปลกใจ เมื่อซีไนน์เดินไปที่ท้ายรถแล้วกลับมาพร้อมกับของพวกนี้

"อาหารสดน่ะครับ เดี่ยวซีนช่วยเก็บในตู้เย็นให้นะครับ"ซีไนน์บอก  ไม่ยอมให้มธุรสถือของให้  กลัวว่ามันจะหนักเกินไป

"นึกยังไงถึงมาที่นี่คะ”มธุรสเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เขาไม่เห็นหนุ่มน้อยหน้าหวานมาที่นี่เลย  จนกระทั่งวันนี้

"ก็ จู่ๆก็คิดถึงคุณน้าประกายทิพย์กับคุณป้าขึ้นมาน่ะครับ  ซีนไม่ได้มารบกวนใช่ไหมครับ"ซีไนน์กล่าวถามอย่างเกรงใจ

"ไม่เลยค่ะ ป้ายินดีซะอีก"มธุรสโบกมือเป็นพัลวันก่อนจะถามต่อ

"หนูซีนดูเหนื่อยๆนะคะ"

"หรอครับ"ซีไนน์ชะงักเล็กน้อยก่อนจะระบายยิ้มกว้างแล้วถามกลับไป  มือทั้งสองก็สาละวนกับการจัดอาหารสดเข้าตู้เย็น

"ค่ะ"

"สงสัย นั่งรถนานน่ะครับ"มันกลายเป็นนิสัยของเขาไปแล้ว  ที่ไม่อยากให้ใครมารู้ถึงเรื่องที่เขาไม่สบายใจ

มธุรสไม่ได้พูดอะไรต่อ  แต่กลับยกยิ้มให้เด็กหนุ่มกลับไป  ต่อให้ไม่ใช่เขาก็คงดูออกว่าเด็กหนุ่มดูเหนื่อยดูโทรมมากแค่ไหน  คงมีแต่เจ้าตัวล่ะมั้ง  ที่คิดว่าปิดคนอื่นได้

"ซีนถามอะไรได้ไหมครับ"มธุรสเงยหน้ามองเด็กหนุ่มข้างๆก่อนจะพยักหน้า

"จ้ะ"

"ทำไม ป้ารสกับน้าทิพย์ถึงมาอยู่กันสองคนตามลำพังอย่างนี้ล่ะครับ"ซีไนน์ถาม  มองออกไปนอกประตูห้องครัว มองประกายทิพย์ที่นั่งกอดเข่าตัวเองนิ่งอยู่กลางห้อง

"...."

"เอ่อ  ผมขอโทษครับ"ซีไนน์กล่าวออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามธุรสนิ่งไป  แต่เธอกลับส่ายหน้าช้าๆแล้วพูด

"ไม่เป็นไรหรอกลูก ความจริงแล้ว  คุณทิพย์เธอเป็นลูกคนรวยค่ะ เธอทั้งเก่ง ทั้งสวย ป้าเป็นลูกคนใช้ในบ้านเธอ และเป็นเพื่อนเล่นเธอมาตั้งแต่เล็กๆ  พอเธอมีลูก ป้าก็เป็นพี่เลี้ยงของลูกเธอ"

"ลูก?  แล้วตอนนี้ ลูกป้าทิพย์ อยู่ไหนครับ ทำไมถึง..."ซีไนน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย  ทำไมถึงปล่อยให้บุพการีมาใช้ชีวิตลำบากอยู่อย่างนี้นะ

"หายไปค่ะ คุณหนูใหญ่หายไปตอนสามขวบ หายไปพร้อมกับคุณหนูเล็ก"

"...."ซีไนน์ได้แต่นิ่งอึ้งกับคำตอบของหญิงวัยกลางคน   หายไป?  อย่างนั้นหรอ?

"ตอนนั้น คุณทิพย์เธอแต่งงานกับคนรวยคนหนึ่งค่ะ เธอถูกคลุมถุงชนเพราะเรื่องธุรกิจ ทั้งๆที่ตอนนั้นเธอเองก็มีคนรักอยู่แล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ว่าหลังจากนั้น เธอก็พยายามยอมรับและรักสามีของเธอ แม้ว่า เขาจะไม่รักคุณทิพย์เลย แม้จะมีคุณหนูใหญ่มาเป็นโซ่ทองคล้องใจ แต่สำหรับคุณผู้ชายตอนนั้น คุณหนูใหญ่เป็นแค่ผลผลิตเพื่อธุรกิจเพื่อเป็นทายาทสืบทอดกิจการเพียงเท่านั้นค่ะ คุณผู้ชาย ยอมนอนร่วมหอกับคุณทิพย์ ก็แค่ทำตามคำของคุณหญิง"

"แล้วหลังจากนั้น มันเกิดอะไรขึ้นครับ"ซีไนน์ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้

"วันหนึ่ง ผู้ชายที่คุณทิพย์รัก เธอได้มาหาคุณทิพย์ เพราะเขามาเมืองไทยน่ะค่ะ  แล้วกำลังจะต้องไปทำงานที่แถบตะวันออก เลยถือโอกาสมาลาคุณทิพย์  แต่เพราะว่าพวกเขาถูกสั่งไม่ให้เจอกัน ป้าเลยแอบให้พวกเขามาเจอกันข้างนอก คุณทิพย์เธอบอกกับป้าว่า เขาบริสุทธิ์ใจ เพราะตอนนั้น คุณทิพย์คงรักคุณชายไปแล้ว และอีกฝ่ายเอง ป้าก็เห็น เขาแค่มองคุณทิพย์แค่เพื่อนคนหนึ่ง แต่คุณหญิงกลับมาเจอแล้วเข้าใจผิด ป้าไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายใหญ่โตจนคุณหญิงเข้าใจผิดคิดว่านั่นเป็นชู้ของคุณทิพย์ เธอไล่ให้คุณทิพย์ออกจากบ้านในคืนนั้น คุณผู้ชาย ไม่ยอมช่วยเหลือคุณทิพย์ตอนนั้นเอง คุณทิพย์ก็ตั้งท้องได้อ่อนๆ"

"..  หมายความว่า เขาไล่คุณน้าพร้อมหลานของเขาหรอครับ"

"คุณหญิงไม่รู้ว่าคุณทิพย์ตั้งท้องค่ะ ตอนนั้นไม่มีใครรู้ แม้แต่ป้าเอง ก็ไม่รู้  คืนนั้นคุณหนูใหญ่ร้องไห้ แต่คุณหญิงก็ไม่ยอมให้คุณหนูใหญ่ไปด้วย แต่พอตกดึก ป้าแอบกลับเข้าไปข้างในอีกครั้ง  ป้าอุ้มคุณหนูใหญ่ออกมานั่นเป็นความผิดพลาดครั้งแรกในชีวิตป้า เพราะคิดถึงแต่เรื่องคุณหนูใหญ่ ก็เลยไม่ได้เอาอะไรออกมาด้วย เราสามคน เหมือนไร้หนทางไป คุณทิพย์พยายามติดต่อกลับไปหาคนที่บ้าน แต่ไม่มีใครรับสายเลย เราเดินไปเรื่อยๆคุณทิพย์เองก็ล้าไปเรื่อยๆเงินที่มีอยู่ก็เริ่มหมดไปทุกวัน  ติดต่อไปทุกทางถึงที่บ้าน ก็ไม่มีอะไรตอบกลับมา คุณหญิงเองก็พยายามให้คนมาตามหาเราเพื่อเอาคุณหนูใหญ่กลับไป เราจึงต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ จนป้าเองก็หมดหนทาง ครั้นจะบินไปสวิต เพราะบ้านคุณทิพย์อยู่ฝรั่งเศสค่ะ เธอเป็นลูกครึ่งน่ะค่ะ"

"ผมพอจะสังเกตได้ครับ"สีตาของประกายทิพย์ทำให้เขาพอจะรู้ว่าอีกคนอาจจะเป็นคนต่างชาติไม่ก็ลูกครึ่ง

"ตอนนั้นเราไม่มีเงินแม้แต่จะหาที่นอนเลยค่ะ ไม่ต้องพูดถึงตั๋วเครื่องบินเลย คุณทิพย์ล้มไปริมถนน แต่แล้วก็มีคนใจดีมาช่วยเราไว้ แค่ใจดีในเวลานั้น..."

"...."

"เขาพาเราทุกคนไปส่งที่ฝรั่งเศสหลังจากที่คุณทิพย์หายดี ตอนนั้นเอง ป้าถึงรู้ว่าคุณทิพย์ตั้งท้อง พอกลับไปถึงฝรั่งเศส เราจึงรู้ว่า บ้านคุณทิพย์ล้มละลาย พ่อแม่คุณทิพย์ฆ่าตัวตาย ป้าจึงเข้าใจเลยค่ะว่าทำไม วันนั้นคุณหญิงถึงดันทุรังเอาแต่อยากจะไล่เราออกจากบ้าน  ผู้ชายคนนั้นจึงช่วยหาบ้านให้เราอยู่ แล้วขอรับคุณหนูใหญ่อุปการะเอง ตอนนั้นเป็นความผิดพลาดครั้งที่สองของป้า ที่ไว้ใจผู้ชายคนนั้น..."

"...."

"หลังจากนั้นเก้าเดือน คุณทิพย์ เธอก็ได้คลอดคุณหนูเล็กค่ะ แล้วผู้ชายคนนั้น...."

"ถ้าไม่ไหว คุณป้าไม่ต้องเล่าก็ได้นะครับ”ซีไนน์กล่าวออกมา  เมื่อเห็นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาของมธุรส

"ผู้ชายคนนั้น เอาเงินหนึ่งก้อนมาให้เรา แล้วก็เอาคุณหนูเล็กที่เพิ่งจะเกิดมาได้แค่1เดือนไป   ป้ายังจำได้ดี ตัวคุณหนูเล็กนิดเดียว ตัวแดง หน้าตาน่ารักน่าชัง ไม่ว่าตอนนั้นจะขัดขืนยังไง ก็ไม่สามารถเอาคุณหนูเล็กกลับมาได้  จนนานวัน ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้กลับมาพวกเราอีกเลย เขาหายไปพร้อมคุณหนูใหญ่และคุณหนูเล็ก  คุณทิพย์ร้องไห้ทุกวัน เราทำทุกทางเพื่อตามหาผู้ชายคนนั้น ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเขานอกจากชื่อ และเขาบอกว่าเป็นนักธุรกิจ  ทุกครั้งที่เราเห็นข่าวนักธุรกิจที่ชื่อเหมือนเขาไปที่ไหน เราก็ตามไป  เพื่อตามหาเขา สุดท้ายคุณทิพย์เธอทำใจไม่ได้ จึงเป็นอย่างที่เห็น เธอไม่รับรู้อะไร เรียกหาแต่คุณหนู"

"มิน่า วันนั้น น้าทิพย์ถึงเรียกผมว่าลูก เพราะคิดถึงลูกมากนี่เอง"ซีไนน์หันกลับไปมองหญิงกลางห้องอีกครั้ง  ความรู้สึกสงสารจับใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาเล็กน้อย ต้องจากลูกที่เพิ่งคลอดมาไม่นานต้องเจ็บปวดมากขนาดไหนนะ

"จนผ่านไปเกือบ20ปีแล้ว เราก็ยังไม่ได้เจอเขา สุดท้ายป้ากลับมาตั้งหลักที่เมืองไทย ตอนนี้หากคุณหนูยังมีชีวิตอยู่ ก็คงโตจนจำไม่ได้แล้ว  อย่างน้อย ขอมาใช้ชีวิตสงบๆในบั้นปลายที่นี่"มธุรสยกยิ้มเล็กน้อยราวกับปลงกับชีวิตไปแล้ว

"ซีนนึกว่าตัวเองเจอแต่เรื่องหนักๆมาซะอีก   แต่ได้ยินที่คุณป้าเล่าแล้ว ทั้งน้าทิพย์ ทั้งคุณป้าเจอเรื่องหนักไม่ต่างกันเลยนะครับ"ซีไนน์หันไปส่งยิ้มให้บางๆ

"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่หนูสู้นะลูก บนโลกนี้ ใช้ชีวิตแบบง่ายๆไปตลอดคงไม่ได้หรอก  แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะลำบากเสมอไป" ซีไนน์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

"มีคนที่ผมรู้จักอยู่คนหนึ่งครับ เขามีสีตาเหมือนหน้าทิพย์เลยนะครับ ไว้ถ้ามีโอกาส ซีนจะชวนเขามานะครับ แล้วจะชวนน้องชายมาด้วย"หากได้รู้จักกับใครอีกหลายๆคน  ประกายทิพย์อาจจะดีขึ้นก็ได้  คุณป้ามธุรสเองก็อาจจะลืมเรื่องเศร้าไปได้บ้าง

"หนูซีนมีน้องชายด้วยหรอจ๊ะ"มธุรสถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ

"ฝาแฝดน่ะครับ"

"อ้อ ป้าก็อยากรู้จัก คงจะน่ารักไม่ต่างกันสินะคะ"

"น้องน่ารักมากกว่าซีนอีกครับ"ซีไนน์กล่าว  พลางระบายยิ้มกว้าง อ่าเดี๋ยวได้เวลาไปหาน้องชายแล้วสินะ

 

 

 

ร่างเล็กยกยิ้มกับภาพที่ตัวเองวาดในมือก่อนจะหันไปทางประตูเมื่อรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามา  แล้วยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา

"พี่ลุคส์  ไปไหน  มาครับ"ควานลินถามเสียงใส  สองวันมานี้  ลูคัสไม่ได้มาอยู่เฝ้าเขาเหมือนทุกวัน  ทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อยแต่เขาก็เข้าใจลูคัสอาจจะมีธุระบางทีก็อาจจะยุ่งๆกับการเรียน

ลูคัสยกยิ้มตอบกลับไปก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ  แล้วบอกว่าไม่มีอะไร  ไม่ได้เล่าว่าไปงานศพของเพื่อนมาเขาไม่อยากให้คนตัวเล็กไม่สบายใจกับความทุกข์ในใจของตัวเอง

"ช่วงนี้ เวลาหายใจเหนื่อยรึเปล่า"ลูคัสถามก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงข้างๆคนตัวเล็ก  ดูภาพในมือที่ควานลินวาด

วาดรูปเขาหรอ?

"นิดหน่อย"ควานลินตอบเอาหัวซุกอกกว้างเล็กน้อยจนคนร่างสูงอดยกยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้  ยกมือหนาลูบผมนุ่มเบาๆ

"แล้วหัวล่ะ ยังปวดอยู่บ่อยๆไหม"

"ครับ”ร่างเล็กพยักหน้าเบาๆ

"แล้วเวลาเดิน ยังเหนื่อยอีกไหม"

"ดีขึ้นมากครับ"

"อดทนอีกนิดนะ"ลูคัสเป่าผมเล็กที่ปรกหน้าผากใสเบาๆ

"ครับ"แค่มีลูคัสอยู่ข้างๆอย่างนี้ทุกวันก็ไม่เป็นไรหรอก ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ  บทสนทนาก็ต้องชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงเรียก

"น้อง"ซีไนน์ชะงักมองท่าทางของลูคัสที่กำลังนั่งกอดลูบผมน้องชายตัวเองอยู่บนเตียง  ในขณะที่ควานลินก็ไม่ได้คัดค้านอะไร  แถมยังเอาหัวซุกอกด้วย

ลูคัสลุกขึ้นอย่างอ้อยอิ่งมองซีไนน์ที่เดินเข้ามา  ผิดกับควานลินที่รีบผละออกจากอกกว้างแทบไม่ทัน

"พี่ซีน ไปไหนกัน  ทุกคนหมดครับ"ควานลิเฉไฉทำเป็นถามพี่ชาย  เรียงคำผิดๆถูกๆจนลูคัสต้องยกกลั้นยิ้มอย่างเอ็นดู

"ไปหาคุณย่าน่ะ"ซีไนน์ยกยิ้มให้แล้วเดินมาหาน้องชาย  แม้จะสงสัยกับท่าทางของทั้งสองเมื่อกี้  แต่ก็ไม่ได้คิดจะถามอะไรออกมา 

ตอนนี้ยังมีเรื่องที่น่ากังวลกว่านี้   เมื่อคุณหมอบอกว่าอาการป่วยของปัทมาทรุดลงไปเรื่อยๆจนน่าตกใจ

"เอ๋"ควานลินขมวดคิ้วเล็กน้อย    จะว่าไป  คุณย่าเขาไม่ได้มาหาเขาเลยนะนึกว่าจะกลับบ้านไปดูแลคุณพ่อซะแล้ว

"คุณย่าอยากเจอน้อง ไปหาท่านหน่อยนะ"ซีไนน์บีบมือน้องชายเบาๆแล้วบอก  พลางยิ้มบางๆ

"ครับ"ควานลินพยักหน้าแม้ออกจะงุนงงเล็กน้อย  แต่ก็ยอมให้ลูคัสยกตัวเองนั่งบนวีลแชร์แต่โดยดี

"พี่มีเรียนช่วงบ่าย ยังไงพี่ไปก่อนนะครับ"ลูคัสกล่าวในขณะที่พาควานลินมาถึงหน้าห้องของปัทมา

"ครับ"ควานลินพยักหน้าเล็กน้อย

"ขอบคุณครับพี่ลุคส์"ซีไนน์กล่าวก่อนจะพาน้องชายเข้าห้องพักฝื้นผู้ป่วยขนาดกว้างเมื่อพ้นหลังของลูคัสไปแล้ว

 

 

ซีไนน์พาควานลินเข้ามาในห้องเงียบๆ  ก่อนจะหยุดวีลแชร์เมื่อเข้าใกล้เตียงที่มีหญิงชรานั่งพิงหมอนใบใหญ่อยู่   ซีไนน์บีบบ่าเล็กน้องชายเบาๆ  ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก  ปล่อยให้ห้องกว้างกลายเป็นพื้นที่ของปัทมากับควานลิน   ร่างเล็กลุกขึ้นจากวีลแชร์ก่อนจะเดินเข้าไปช้าๆมือเล็กจับมือเหี่ยวย่นของผู้เป็นย่าเบาๆ

"คุณย่า มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไม..."ทำไมถึงมานอนอยู่บนเตียงแบบนี้

ทำไมถึงไม่มีใครบอกเขาสักคน   

ทำไมกัน มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

"ย่าคงแก่แล้ว"ปัทมาพูดพลางยกยิ้มให้กับหลาน  ยื่นมือลูบมือหลานชายเบาๆมองด้วยความเอ็นดู

"..."

"มาใกล้ๆย่าสิลูก ไหนดูซิ คนเก่งของย่า มาให้ย่ามองชัดๆหน่อย"

"คุณย่า เจ็บไหมครับ"ควานลินขยับก้าวเข้าไปอีกนิด  ยกมือผู้เป็นย่าแนบแก้มตัวเองเบาๆ  น้ำตาไหลออกมาน้อยๆอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่

" น้องลินลูก"

"ครับ"

"ตอนนี้ พี่ซีนเขากำลังยุ่งๆกับเรื่องในบริษัท  หนูสัญญากับย่าได้ไหม ว่าไม่ว่าจะทางไหน หนูก็จะคอยอยู่ข้างๆพี่เขาเสมอ"สายตาที่มองมาอย่างอ้อนวอนทำให้ควานลินได้แต่สงสัย 

ทำไมต้องขอร้อง  เพราะไม่ว่ายังไง  เขาก็ต้องคอยเป็นแรงสำคัญช่วยเหลือพี่ชายเขาอยู่แล้ว

"น้องสัญญาครับ  น้องสัญญา  ไม่ว่า  จะเกิด   อะไรขึ้นน้องจะอยู่ข้างพี่ซีนเสมอ"

"ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มันจะเกิดขึ้น  หนูจะไม่โกรธพี่ซีนใช่ไหม"

"มันจะเกิด   อะไรขึ้น   ครับ"ยิ่งได้ยินคำถาม  ความสงสัยก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ปัทมาทำเพียงส่ายหน้าช้าๆ  หากแต่ย้ำคำถามอีกครั้งกับหลานชายคนเล็ก

"สัญญากับย่ามาสิลูก ว่าหนูจะไม่มีวันโกรธ วันเกลียดพี่เขา"

"พี่ซีนคือ  พี่ชายคนเดียว   ของน้อง  น้องจะโกรธ  จะเกลียดพี่ซีน   ได้ยังไง  กันครับคุณย่า" คำที่ค่อยๆเรียงต่อกันเป็นประโยคอย่างยากลำบากออกจากปากของเด็กหนุ่มทำให้ปัทมายกยิ้มอย่างตื้นตันใจ

"แล้วถ้าย่าขอความช่วยเหลืออะไรจากหนูสักอย่าง จะได้ไหมลูก"

"..." ควานลินนิ่งเงียบ  มองภาพที่ผู้เป็นย่ายื่นให้คิ้วเล็กขมวดเล็กน้อย

"ใครกันครับ"ถามในขณะที่จ้องมองผู้หญิงผมยาวสลวยในภาพกับเด็กชายที่อายุน่าจะราวๆสองสามขวบได้

"เขาชื่อประกายทิพย์ กับเด็กชายตะวัน"

"...."

"ตามหาเขาให้ย่าหน่อย บอกพวกเขาว่าย่าขอโทษ ย่าเกรงว่าย่าจะไม่มีโอกาสได้พูดกับเขาด้วยตัวเอง" เสียงของผู้เป็นย่าสั่นเล็กน้อยทำให้ควานลินต้องละใบหน้าจากภาพที่กำลังดูอยู่  บีบมือผู้เป็นย่าเบาๆ

"...."

"ช่วยตามหาเขาได้ไหมลูก ช่วยย่าตามหาเขา"

"ทันที  ที่น้องหาย  ป่วย น้อง  จะทำทุกทาง   เพื่อตามหาเขา"คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นค่อยๆออกมาจากปากเล็ก

"แต่หนูอย่าเพิ่งบอกพี่ซีนได้ไหม  ตอนนี้พี่เขาก็มีเรื่องหนักใจมากพอแล้ว"

"ครับ น้องจะไม่เอา   เรื่องนี้   กวนใจพี่ซีน   แต่ตอนนี้ คุณย่าพักผ่อน   เถอะนะครับ คุณย่า   ดูเหนื่อยมากแล้ว"ควานลินเอ่ยเบาๆ  ขยับผ้าห่มเบาๆให้กับผู้เป็นย่า  แต่ปัทมากลับจับมือเขาแน่น

"ผู้หญิงคนนั้นคือแม่แท้ๆของพี่ซีน"

"...."

"ส่วนเด็กผู้ชายคนนั้น ก็คือพี่ชาย"คำบอกกล่าวของปัทมา  ทำให้ควานลินรู้สึกเหมือนตัวเขาเองชาไปทั้งร่างกาย  

แม่อย่างงั้นหรอ  แล้วอริสาล่ะ

แล้วพี่ชายที่ย่าเขาหมายถึงอีกล่ะ

"แม่แท้ๆ   ของพวกเรา  หรอครับ   มันหมายความ   ว่ายังไงกันครับ    คุณย่า  น้อง  ไม่  เข้าใจ"

"ย่าทำผิดกับเขาไว้มากเหลือเกินลูก ช่วยตามหาเขาให้ย่า"ปัทมาไม่ได้ตอบคำถามที่ควานลินถามมาอย่างร้อนรน

"คุณย่า"

"มีเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่จะต้องบอกหนู" ควานลินเงียบ   ตอนนี้สมองของเขามันเหมือนจะเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่เขาไม่รู้ว่าควรเรียงประโยคออกไปยังไงดี

"...."

"คุณพ่อ"

"...."

"คุณพ่อเขาจากเราไปแล้วนะลูก"

"....."ร่างกายที่เหมือนจะชาไปทั้งตัว  รู้สึกอื้ออึงเมื่อได้ยินประโยคถัดไปจากผู้เป็นย่า   ไหนว่าคุณพ่อนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านไงล่ะครับ

แล้วทำไม....

ไม่มีแววตาการล้อเล่นจากสายตาของผู้เป็นย่า   คำถามมากมายที่อยากจะถามออกไป  ได้แต่ถูกเก็บเอาไว้   น้ำตาที่ค่อยๆไหลออกจากดวงตาทั้งสอง  ร่างกายสั่นเบาๆ อย่างควบคุมไม่ได้

นี่มันเรื่องอะไรกัน คุณย่าป่วยหนัก ทุกคนก็ปิดเขาไม่ให้รู้ คุณพ่อจากไปเขากลับเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่รู้อย่างนั้นหรอ

ทุกคนคิดว่าเขาควรรู้สึกอย่างไร

"โถ่ว หลานย่า อย่าร้องไห้ไปเลยนะ"

"เมื่อไหร่กันครับ ที่คุณพ่อ  จากไป"เสียงเล็กเอ่ยออกมาอย่างสั่นๆ  ตอนนี้ควานลินเหมือนจะวูบได้ทุกเมื่อดีที่มีมือของปัทมาคอยกุมเขาอยู่

".....​"

"แล้วทำไม ทำไม   ทุกคนถึง  ปิดน้อง"

"คุณพ่อเสียก่อนที่น้องจะฟื้นเพียงแค่วันเดียว เราไม่อยากให้หนูตื่นแล้วเจอแต่เรื่องที่ปวดใจ ย่าก็เลยบอกให้ทุกคนปิดเรื่องนี้ไว้"

"......"

"น้องลิน หนูจะไม่โกรธทุกคนใช่ไหมครับ"

"ฮรึก ฮรึก"ไม่รู้....ตอนนี้เขาไม่รู้ควรจะรู้สึกอะไรอีกแล้ว

มือเล็กกำรูปภาพในมือแน่น  ก่อนจะค่อยๆถอยตัวเองไป  นั่งลงอย่างหมดแรงบนวีลแชร์  ปากเล็กกัดเม้มอย่างแรงจนน่ากลัวว่ามันจะแตกรึเปล่า

"คุณแม่"ควานลินโผกอดเอวอริสาอย่างแรงเมื่อผู้เป็นแม่เข้ามาในห้อง

"พาลูกไปพักผ่อนเถอะอริสา"ปัทมาพูดเบาๆ  มองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของหลานชายแล้วก็ต้องเบือนหน้าหนี  ดวงตาเหี่ยวย่นหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ

อริสามองผู้เป็นแม่สามีแล้วก็หันกลับมามองลูกชาย  ก่อนจะดันวีลแชร์ออกไปช้าๆ พูดเบาๆกับลูกชายที่นั่งเหม่อปล่อยน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด

"ไปลูก ไปพักผ่อนเถอะนะ"

 

 

อริสาพาคนตัวเล็กกลับเข้ามาในห้อง  ซีไนน์มองน้องชายนิ่ง  ก่อนจะเดินเข้ามาอุ้มน้องชายขึ้นเตียง   จะยกมือลูบหัวแต่ควานลินก็หันหลังหนี  ซีไนน์จึงได้แต่ยืนนิ่งอีกครั้ง

เขาเองก็ไม่รู้จะพูดอธิบายกับคนตัวเล็กยังไง    ไว้ให้น้องชายใจเย็นกว่านี้แล้วค่อยคุยกันคงจะดีกว่า

ซีไนน์ลูบท้ายทอยน้องชายเบาๆ  ก่อนจะก้มลงจูบ   ยกผ้าห่มห่มให้แล้วนั่งลงข้างๆนั่งมองน้องชายอยู่อย่างนั้น

อริสายืนมองลูกชายทั้งสองด้วยความเป็นห่วง  หัวอกของผู้เป็นแม่ได้แต่กลืนน้ำตาที่หลั่งอยู่ในอกเงียบๆ  เมื่อไหร่เรื่องร้ายๆจะพ้นไปจากบ้านเราสักทีนะ

 

 

ซีไนน์ก้าวออกมาจากลิฟต์  สายตาที่ก้มมองมือถือในมือละออกเมื่อเห็นชายร่างสูงเพิ่งออกมาจากห้องพักของผู้เป็นย่าของตัวเอง  ซีไนน์กำหมัดแน่น  หัวใจเต้นแรง  ตวัดมองคนร่างสูงที่หยุดยืนนิ่งเมื่อเจอหน้ากับเขา

"ซีน"ร่างสูงเอ่ยเรียกเสียงเบา มองคนตัวเล็กที่ขอบตาดำคล้ำจนน่าเป็นห่วง  แต่ซีไนน์ทำเพียงเหลือบสายตามองเพียงนิดเดียวก็เสมองไปทางอื่น

"...."

"เช้าเมื่อวาน หายไปไหน"

"...."

"อาถาม ทำไมไม่ตอบ"ซีไนน์หันมาจ้องคนร่างสูงเต็มๆตา  ก่อนจะตวัดเสียงใส่คนร่างใหญ่

"เลิกยุ่งกับครอบครัวผมซะ แล้วผมจะเก็บความลับของคุณ  ไปจากพวกเราซะ อย่ามายุ่งกับบ้านเราอีก รู้ไว้ด้วยว่าผมไม่มีทางขายหุ้นให้กับคุณ ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีวัน!!"แอลดีนขยับตัวเข้าหาร่างเล็กเล็กน้อย  แต่ซีไนน์กลับถอยหลังหนี  จนต้องก้าวยาวๆแล้วคว้าเอาไว้   แต่คนร่างบางก็สะบัดตัวจนหลุดจากมือแกร่ง

"คุณไม่มีสิทธิมาแตะต้องตัวผม!!"

"ทำไมจะไม่มีสิทธิ ในเมื่ออา..."

"ที่ผ่านมาถือซะว่า ผมทำบุญทำทาน"ไม่ทันที่แอลดีนจะพูดจบประโยคเสียงห้วนจากคนร่างเล็กก็ตอกใส่หน้าเขาอย่างจังจนต้องดึงร่างบางเข้าอกอย่างแรง  แต่ดูเหมือนร่างบางก็ไม่หวั่น  ตวัดสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขา

"ต่อให้คุณฆ่าผมให้ตาย ผมก็ไม่มีวันยกทุกอย่างที่ตระกูลผมสร้างมาให้คุณเด็ดขาด"ซีไนน์กล่าวก่อนจะแกะมือแกร่งที่จับแขนของตัวเองแน่นหลุดไป   แล้วเดินเข้าไปในห้องผู้เป็นย่า

 

 

 

ตื้ด  ตื้ด  ตื้ด!!! เสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดูเหมือนจะได้ยินช้าจนผิดปกติจนซีไนน์ต้องรีบวิ่งไปที่เตียงของผู้เป็นย่า   มองร่างกายที่กระตุกสั่นเกร็ง 

 

ร่างเล็กมองอย่างตกตะลึง  เขย่าร่างของผู้เป็นย่าอย่างแรงหวังให้ปัทมาได้สติ  สายตามองกราฟการเต้นของหัวใจที่เต้นช้าลงก่อนจะค่อยๆกลายเป็นเส้นตรง

"คุณย่าครับ"

"....."หัวใจดวงเล็กหล่นวูบ   ร่างกายเหมือนจะชาไปชั่วขณะก่อนจะนึกได้  กดเรียกหมอทันที

"คุณย่า!!  หมอครับหมอ หมอครับ"

 

 

 

 

อริสากอดลูกชายที่ร่างกายสั่นเทาอย่างน่าสงสาร   เรื่องร้ายๆดูเหมือนจะไม่หมดไปง่ายๆอย่างที่เขาภาวนาไว้   ภาพพยาบาลและคุณหมอวิ่งวุ่นในห้องนอนกว้างดูเหมือนจะกลายเป็นแค่ฝุ่นในสายตาของซีไนน์   ขาที่แทบจะยืนหยัดไม่ไหว   มีอริสากับมะลิที่ยืนกอด

 

 

พิธีศพผ่านไปอย่างเงียบๆไม่ต่างจากพิธีของผู้เป็นพ่อนัก  ไม่มีการป่าวประกาศในแวดล้อมของนักธุรกิจด้วยกัน   มีเพียงไม่มีกี่คนที่อริสาแจ้งกล่าวออกตามมารยาท  ดอกไม้ดอกสุดท้ายถูกวางลงไปช้าๆ  มือขาวลูบแผ่นป้ายที่สลักชื่อของผู้เป็นย่าเงียบๆ    หัวใจราวกับแตกสลายเมื่อเสียเสาหลักที่แท้จริงของบ้านไป

บุคคลที่คอยเป็นต้นไม้ใหญ่ให้ลูกหลานได้พักพิงในวันที่อ่อนล้า

ซีไนน์ลุกขึ้นยืนช้าๆ   ฝืนน้ำตาตัวเองที่เหมือนจะไหลออกมา  แขกเหรื่อที่มีไม่มากนักค่อยๆทยอยกันกลับไป เหลือเพียงไม่กี่คน แม้แต่เขาคนนั้น  ก็ไม่มา

ก็ดีแล้ว    ไม่มาก็ดีแล้ว  หายไปเลยก็ยิ่งดี

"คุณแม่ ไปอยู่กับน้องเถอะครับ ซีนไม่เป็นไร แต่น้องคงยังตกใจไม่หาย" ซีไนน์พูดกับมารดาเบาๆ  มองน้องชายที่นั่งเหม่อลอยบนวีลแชร์   ตั้งแต่เมื่อวานที่ควานลินออกมาจากห้องปัทมา  คนตัวเล็กก็ไม่ยอมพูดด้วย   เขาเข้าใจทั้งหมดแหละ

"ให้พี่มะลิอยู่กับหนูไหม"อริสาถามลูกชายออกมาด้วยความเป็นห่วง  แม้จะไม่เห็นน้ำตาของลูกชายในยามนี้  แต่เขารู้ดีว่าซีไนน์ต้องอดกลั้นไว้ขนาดไหน

"ซีนอยากอยู่คนเดียวไปสักพักครับ"ซีไนน์บีบมือมารดาเบาๆ  เขาแค่อยากจะตั้งหลักอีกสักหน่อย   อยากรู้ว่าควรจะจัดการอะไรต่อไปยังไงต่อ ตอนนี้เขาก็เป็นเหมือนเสาหลักของบ้าน   เป็นคนโตที่ต้องดูแลทุกคน ความอ่อนแอให้ทุกคนเห็นจึงไม่ใช่สิ่งที่เขาควรที่จะแสดงออกมาในเวลานี้

ซีไนน์ก้าวขาไปช้าๆ ก่อนจะนั่งยองๆตรงหน้าน้องชายที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง  ยื่นมือจับมือนิ่มของน้องชายเบาๆ  ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะร้อนขึ้นจนน่าเป็นห่วงว่าไข้จะขึ้นรึเปล่า

"ไม่ร้องไห้นะคนเก่งของพี่"ซีไนน์ยกยิ้ม  ยกมือเช็ดน้ำตาให้น้องชายเบาๆ

"......"

"ถ้าน้องเอาแต่ร้อง คุณย่าจะหมดห่วงได้ยังไง  ไม่ร้องนะ"แม้ว่าตอนนี้เขาเองก็แทบจะทนไม่ไหว  แต่หากเขาร้องไห้แล้วน้องชายเขาจะพึ่งใคร

ที่ผ่านมา  ควานลินเอาแต่ปกป้องพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องอย่างเขามาตลอด  ตอนนี้ในยามที่น้องชายอ่อนแอก็ควรเป็นหน้าที่ของพี่ชายอย่างเขาที่ควรจะเป็นที่พักพิงของน้องชาย

ร่างเล็กสั่นแรงขึ้นกับการกระทำของพี่ชาย   ควานลินเงยหน้ามองใบหน้าหวานของพี่ชายทั้งน้ำตา  แม้ในยามที่เจ็บปวดขนาดนี้  ซีไนน์ก็ยังคงเป็นที่พักพิงที่ดีให้เสมอ  ร่างเล็กสะอื้นกอดคอพี่ชายแน่น

 

พี่เองก็ไม่ควรเก็บความอ่อนแอไว้คนเดียวนะรู้ไหม แบ่งมาให้น้องบ้าง   ให้น้องได้แบ่งเบาความทุกข์ที่พี่แบกบ้าง

 

ซีไนน์ลูบหลังน้องชายเบาๆ เมื่อควานลินเริ่มสงบขึ้นแล้ว  ลุกขึ้นหันไปยกยิ้มให้กับลูคัสที่ยืนอยู่ข้างหลังน้องชาย 

พิธีศพทั้งหมดของย่าเขาก็ได้ลูคัสเป็นคนช่วยเป็นคนจัดการ   มีกาวิญญูกับโลแกนมาช่วยดูแลเรื่องแจ้งกับแขกและสถานที่  หากไม่มีรุ่นพี่อย่างลูคัส  เขาเองก็ไม่รู้จะไปหวังพึ่งใคร แม้ว่าตอนนี้  เขาเองก็ไม่กล้าที่จะไว้วางใจให้กับใครก็ตามที่เข้ามา

 

 

 

"น้อง  อยากออก  จากโรงพยาบาลแล้วครับ"ทันทีที่กลับมาที่โรงพยาบาลควานลินก็เอ่ยบอกสิ่งที่ประสงค์กับมารดา  หากเขาเอาแต่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วซีไนน์จะมีสมาธิกับการเรียนการทำงานได้อย่างไร  เมื่อต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลังอยู่กับอาการของเขา

"รออีกสักพักนะลูก  รอให้หนูแข็งแรงกว่านี้ก่อน"อริสาบอกลูกชายเบาๆ  ลูคัสมองตามหลังอริสาไปก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กบนเตียง  มือหนากุมมือเล็กแล้วบีบเบาๆ  นั่งลงข้างๆจนคนตัวเล็กหลับไปในที่สุด

 

 

 

 

ไฟในบ้านที่ปิดสนิทดูเหมือนเจ้าของบ้านต้องการที่จะให้มันเป็นเช่นนั้น  ร่างเล็กที่นั่งกอดเขาตัวเองอยู่บนเตียงกว้าง   นั่งเป็นเวลานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้  น้ำตาที่ปล่อยออกไป  ยังคงไหลอยู่เรื่อยๆ  ดวงตาที่บวมเบ่งจนน่าเป็นห่วง

เวลาเดินไปเรื่อยๆ  แต่เมื่อร่างเล็กยังคงไม่รู้สึกตัว   จนกระทั่งไฟในห้องสว่างวาบขึ้นมา  ซีไนน์หันไปที่ประตูห้องอย่างอัตโนมัติ ก้าวลงจากเตียงแทบจะทันทีเมื่อเห็นแขกผู้มาเยือน

"ถึงตอนนี้แล้ว คุณยังต้องการอะไรจากผมอีก!!"เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าแอลดีนต้องการอะไรจากเขา  แม้แต่ในวันที่เขาสูญเสียคนที่เขารักดูเหมือนแอลดีนยังคงไม่ลดละความพยายาม

"ขายหุ้นทั้งหมดให้อาซะ” เขาพูดผิดซะที่ไหนล่ะ   ซีไนน์เบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วตะคอกใส่แอลดีนเสียงดัง

"ไม่!!"  แต่แล้วร่างกายเหมือนจะถูกสตัฟฟ์ไว้จนแข็งเมื่อได้ยินคำบอกกล่าวของคนร่างสูง

"งั้นอาก็ไม่รับประกันว่าคนต่อไป คือใคร"

"ค... คุณหมายความว่ายังไง"ซีไนน์ถามเสียงสั่น

"ถ้าไม่ยอมขายหุ้นทั้งหมดให้อา อาคงต้องใช้ไม้แข็ง"

"ที่คุณย่าจากไป  ฝีมือคุณอย่างนั้นหรอ"แม้ไม่อยากจะถามออกมาอย่างนี้  แม้ไม่อยากจะคิดแบบนี้  แต่มันก็อดไม่ได้  เพราะคำพูดของแอลดีนเองทำให้เขาต้องคิดแบบนี้

อีกอย่างเมื่อวานคนสุดท้ายที่เขาเห็นออกมาจากห้องของคุณย่าก็เป็นแอลดีน   มันทำให้เขาคิดอย่างอื่นไม่ได้เลย

"...."ความเงียบที่เป็นเหมือนคำตอบของชายร่างสูงทำให้คนร่างบางถึงกับสั่นเทา   มือเล็กกำแน่น   ความเจ็บปวดแล่นปรี่เข้ามาจุกที่อก  ก่อนจะเอ่ยคำถามถัดไป

"แล้วที่พ่อผมจากไปล่ะ  ฝีมือคุณด้วยรึเปล่า"

"....."

"แล้วที่น้องต้องเป็นแบบนี้ ก็เพราะคุณด้วยใช่ไหม"

"......"แม้ว่าตอนนี้เขารับไม่ไหวแล้ว  แต่ทุกความสงสัยดูเหมือนจะกระจ่างขึ้นมา

"ที่คุณยอมให้ตำรวจปิดคดีง่ายๆ  เพราะคุณต้องการอย่างนั้นสินะ"

"....."

นี่นะหรือคนที่เขารัก? การรักใครสักคนสิ่งที่เขาจะได้รับตอบแทนกลับมาคือการโกหกหลอกลวง   การเห็นคนในครอบครัวจากทีละคนอย่างนี้หรอ

จิตใจทำด้วยอะไรกัน

ไม่มีแม้แต่คำพูดที่จะเอ่ยกับคนตรงหน้า  เขาก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว เข้าใจหมดแล้ว

 

ร่างเล็กเดินผ่านร่างสูงช้าๆ  ราวกับร่างกายที่ไร้วิญญาณ  แอลดีนไปแต่มองตามหลังซีไนน์ที่เดินเข้าไปในห้องครัว   ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนตัวเล็กยกมีดขึ้นมา  ขายาววิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

 

เพล้ง!! แล้วแย่งมีดจากมือเล็กเขวี้ยงลงไปบนพื้นไปอีกทาง  จับบ่าเล็กแล้วเขย่าแรงๆ   ถามออกมาด้วยเสียงดัง  ราวกับต้องการเรียกสติคนที่กำลังมีน้ำตานองหน้าในตอนนี้

"ทำอะไร!!"  ซีไนน์ช้อนตามองหน้าคนร่างสูงช้าๆ  ยกยิ้มอย่างนึกสมเพชกับเรื่องร้ายๆที่เข้ามา

"เอาชีวิตผมไปไง ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณต้องทำร้ายพวกเรามากขนาดนี้ คุณแค้นอะไรพวกเรา หรือคุณแค้นอะไรผม"

".... .."

"ถ้าผมไปทำอะไรให้เจ็บใจ ก็เอาคืนผมคนเดียวสิ ทำร้ายผมคนเดียว ฆ่าผม จะทำอะไรกับผมก็ทำ! แต่อย่าทำร้ายพวกเขา ฆ่าผมสิ ฆ่าผม!!"ร่างเล็กตะโกนออกไปอย่างเหลืออด

เออ!!  เขาเองก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเหมือนกัน    ทุกวันนี้เขาก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว

ฆ่าเขาเลยสิ!! ตายๆไปก็ดี  จะได้ไม่ต้องทรมานกันขนาดนี้

นึกว่าเขาเก่งมากนักรึไงที่ทำเหมือนเข้มแข็งรับกับทุกอย่างได้

รู้ไหมเขาเองก็เจ็บแทบตายอยู่แล้ว แต่พูดกับใครได้บ้างไหมล่ะ!!

คนที่เหมือนจะเป็นคนที่เขาอยากคอยแบ่งเบาทุกข์ แบ่งปันสุข  กลับกลายเป็นทำร้ายเขาอย่างหนักหน่วงอย่างนี้ ไม่ตายมันก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว!!!

"อาไม่ได้ต้องการชีวิต"

"......."

"เซ็นต์เอกสารแล้วอาจะไม่มายุ่งกับคนในบ้านรุ่งรัตนทิพากรอีก"

"..."

"แต่ถ้าไม่เซ็นต์ อาก็คงไม่รับประกันความปลอดภัยของทุกคน"

 

 

 

 

ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว  เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้วจริงๆ

มือเล็กยกปากกาขึ้นมาช้าๆ  จดลายเซ็นต์ลงบนกระดาษที่มีน้ำตาของเขาหยดลงไปซ้ำๆ ก่อนจะประทับตราลายนิ้วมือลงไป

คุณย่าครับ   คุณพ่อครับ   คุณแม่ครับ    น้อง

ซีนขอโทษที่เป็นคนไม่เอาไหน ขอโทษที่เชื่อใจคน  จนทำให้ทุกอย่างพัง

"ไปจากบ้านเราซะ  แล้วอย่ายุ่งกับพวกเขาอีก"เสียงเล็กเอ่ยเบาๆ   ดวงตากลมโตมองคนร่างสูงเต็มไปด้วยความเสียใจ  ความผิดหวัง หัวใจที่ป่นปี้  ยากที่จะให้กลับคืนมาในสภาพเดิม ความหวังอันริบหรี่ที่เคยมี ตอนนี้มอดไหม้จนไม่เหลือแล้ว

แอลดีนจับท้ายทอยของคนตัวเล็กเบาๆ   กดจูบเบาๆที่ริมฝีปากบาง  ไม่มีแม้แต่แรงต่อต้านจากซีไนน์

ร่างสูงผละจากใบหน้าหวานก่อนจะเดินออกจากห้อง  ร่างสูงชะงักเมื่อได้ยินเสียงปล่อยโฮจากคนร่างเล็ก

 

แอลดีนก้าวออกมาจนพ้นห้อง  พ้นสายตาคนร่างเล็ก  ก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงช้าๆ น้ำตาค่อยๆไหลอาบลงแก้ม ความเจ็บปวดที่เขาเองก็มีไม่ต่างกัน

 

ขอโทษที่ต้องทำร้ายกันมากขนาดนี้

ได้โปรด   เข้มแข็งไวๆได้ไหม

อย่ามาเสียใจกับคนไม่ได้เรื่องอย่างเขา

อย่ามาเสียใจกับคนที่ไม่มีคุณค่าอย่างเขา

ได้โปรด......

 

_____________________________________

เอาล่ะพี่ซีน  สุ้ๆ ลูก  อีกนิดจะหมดซีนความเจ็บปวดของหนูแล้วลูก

อีกนิดนะ

สงสารพี่ใจจะขาดอะ   ถ้าเป็นโปรดนะ  ป่านนี้คงกัดลิ้นตัวเองตายไปแล้วอะ

คนอะไรถึก  ทนได้ขนาดนี้

จงไว้ใจคำว่า

อีกนิด

ของโปรดดดดดดดดดดดด555555555

คือเหมือนช่วงนี้  เป็นช่วงตามล่าเก็บชีวิตเลยอะ

555555555555

เจ้ายมพูตเอ๋ยยย  เอ๋ยยยย 555555

ทุกคน  โปรดบอกแล้วนะว่าเรื่องนี้เป็นนิยายดราม่า  ทนไม่ได้ก็ออกไป

นะงับ?  โปรดก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจคนอ่าน  แต่นี่คือพล็อตที่เขียนไว้ไง

พล็อตที่มีแต่น้ำตาไง

เอาจริงๆนี่โปรดเดินเรื่องแบบเร็วๆ  เพื่อที่จะได้ไม่ต้องร้องไห้กันเยอะแล้วนะ  (ใจดีใช่ไหมละ  หุหุ)

ส่วนใครที่รอคุรปู่ตาย  ก็รอไปก่อนนะจ้ะ   พรุ่งนี้จะเอามาลงให้จนถึงตอนสุดท้าย

มีอะไรบอกกันได้   อย่าปารองเท้ามาก็พอ   รักคนอ่านนะจ้ะจุ้ปๆ

ไม่มีทิชชู่เช็ดน้ำตาให้  มีผ้าขี้ริ้วเอาไหม?  //  โดนตบ!!555555

ไปแล้วนะ   ยังเข้าทปอ.ไม่ได   เว็บล่ม    ฮอลลลลลล

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว