facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ ๖ พระเอกคนใหม่ (๖๐%)

ชื่อตอน : ตอนที่ ๖ พระเอกคนใหม่ (๖๐%)

คำค้น : ปานยิหวา,ยิหวา,คชาธาร,ลุงช้าง,มัสยา,หนูปลา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2561 15:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๖ พระเอกคนใหม่ (๖๐%)
แบบอักษร

ตอนที่ ๖

อรจิราออกมาต้อนรับแขกประจำร้านตามมารยาท เจ้าของร้านตัดเสื้อแสนสวยรู้จักสุภาพสตรีทั้งสองตรงหน้านี้ดี หนึ่งคือเพียงเดือนอย่างที่เจ้าตัวและปานยิหวาได้เอ่ยถึงไปก่อนหน้า และอีกคนก็คือหม่อมราชวงศ์หญิงโชติกา  สตรีผู้เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตาและชาติตระกูล

จึงไม่แปลก ที่หม่อมราชวงศ์หญิงผู้นี้ จะเป็นสตรีผู้เหย่อหยิ่ง การพูดจา การวางท่าทางก็ดู ถือเนื้อ ถือตัวอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว​

และที่พากันมาที่นี่วันนี้  ทั้งสองคงจะมาให้อรจิราตัดชุดสวยงามให้อีกเช่นเคย

หลังจากพูดคุยกันถึงความต้องการและได้เสนอแบบชุดที่อยากได้กันแล้ว อรจิราจึงเดินไปหยิบปากกาและสายวัดตัว ขณะนั้น หล่อนก็ได้ยินคนทั้งสองพูดกันขึ้นมาว่า

"แม่ผู้หญิงคนนั้น ที่มาอาศัยอยู่ด้วยที่วังเหมวัฒน์ ชื่ออะไรนะ เมื่อกี้อยู่ในรถ ฉันได้ยินชื่อไม่ถนัดเลย"

"ปานยิหวา"

อรจิราเงยหน้าขึ้น พยายามที่จะไม่หันขวับกลับไปมอง ตอนนี้คนทั้งสองกำลังเปิดหนังสือพิมพ์ประจำร้านดูข่าวสารต่าง ๆ อยู่ขณะเดียวกันก็เอ่ยไปถึงบุคคลที่สามไปด้วย  คนทั้งคู่จึงไม่ทันสังเกตท่าทางอรจิรา ตอนนี้เจ้าของร้านตัดเสื้อได้มองไปทางหลังร้านที่มีเพียงกระจกสีทึบบาง ๆ กั้นอยู่ และด้วยน้ำเสียงอันดังของสุภาพสตรีทั้งสอง คงเล็ดรอดไปถึงหูปานยิหวาแล้วล่ะ!

"ส่วนที่ว่าเป็นอย่างไร ก็จะอย่างไรล่ะ คนมาจากบ้านนอก ก็ต้องดูบ้านนอก จืด ๆ ดูไร้การศึกษาน่ะสิ "  เพียงเดือนเอ่ย แล้วเล่าไปอีกว่า "ความจริงคุณแม่อยากจะให้ไปอยู่เสียที่อื่น แต่ก็เกรงใจพี่ช้างอยู่  ยังไม่อยากทำให้พี่ช้างไม่พอใจ เพราะเรื่องนกยูงที่ออกจากวัง ทุกวันนี้พี่ช้างก็ยังเข้าใจคุณแม่ผิด ๆ อยู่เลย"

"แม่นั่น นอกจากจะไร้การศึกษาแล้ว หน้าตาและรูปร่างล่ะ" หม่อมราชวงศ์หญิงโชติกาโพล่งถามขึ้น พลางจ้องเพียงเดือนอย่างไม่วางตา  

คนถูกถามก็เงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ที่กำลังถูกกางอ่านขึ้นมา ทำท่านึกสักเล็กน้อย แล้วตอบว่า

"อย่างไรนะเหรอ ก็...จืด ๆ แต่..."

"แต่อะไร  เดือนพูดมาเดี๋ยวนี้!"

"แต่ก็...ถือว่าสะสวยอยู่มาก"

"เห็นมั้ย!"

เพียงเดือนพับหนังสือพิมพ์ลง พร้อมกับยื่นหน้าพูดกับหม่อมราชวงค์หญิงอย่างเอาอก เอาใจ ตามที่ถูกมารดาสั่งสอนมาว่า

'ถึงอย่างไรลูกก็ต้องยอมลงให้หญิงก้อยเธอบ้าง เพราะแม่กำลังกล่อมคุณแม่ของหญิงก้อยมาทำธุรกิจร่วมกันอยู่'

"หญิงก้อยก็อย่าได้สนใจแม่คนนั้นเลย ถ้าเทียบกันแล้ว แม่นั่นสู้อะไรหญิงก้อยไม่ได้เลยสักนิด พี่ช้างไม่มีวันชายตาแลมันหรอก"

เพียงเดือนนึกแล้วก็เหนื่อยหน่ายใจ ความจริงตัวเองก็ไม่ค่อยชอบราชนิกูลสาวผู้ที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งคนนี้หรอก อีกฝ่ายชอบเห็นหล่อนเป็นเบี้ยล่างของตัวเองตลอดเวลา แต่เพราะความต้องการของผู้เป็นแม่จึงต้องทำตามด้วยความอึดอัด

ขณะที่เพียงเดือนเอ่ยอย่างเอาใจหม่อมราชวงศ์หญิงผู้นี้ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่อรจิราเพียรพยายามจะไม่ทำให้ปากกาในมือสั่น ข่มใจหมุนกายกลับไปหาคนทั้งสอง พร้อมเค้นรอยยิ้มออกมาแม้มันจะแสนยาก เพราะหัวข้อสนทนานั้นเกี่ยวกับปานยิหวาเพื่อนรักของหล่อนนั่นเอง!

.....

"ได้ยินหมดแล้วใช่มั้ย"

อรจิราถาม ขณะที่เปิดประตูกลับเข้ามาในห้องพักด้านหลังร้าน เห็นปานยิหวานั่งกอดอกอยู่บนโซฟา ใกล้ ๆ ก็มีหนูปลากำลังนั่งทานขนมอยู่เงียบ ๆ 

ครั้นถาม ปานยิหวาจึงพยักหน้าเป็นการตอบรับ

อรจิราบ่น ขณะเข้ามานั่งลงใกล้ ๆ "เราน่ะพยายามอย่างมากที่จะไม่หันกลับไปมองคนทั้งสองด้วยความไม่พอใจ และนี่ก็อ้างว่ามาเข้าห้องน้ำหรอก ไม่อย่างนั้นก็ปลีกตัวมาหาหวาไม่ได้"   

ปานยิหวานั่งนิ่งขรึม ก่อนจะถามกลับ "แล้วเสียงของอีกคนที่มาด้วยกันน่ะใคร"

"อ้อ  คุณหญิงก้อย เป็นเพื่อนสนิทกับคุณเดือน"

"คุณหญิง...เป็นหม่อมราชวงศ์หรอกหรือ"

"ใช่  หม่อมราชวงค์โชติกา  ท่าทางจะหึงหวงคุณช้างอยู่ไม่น้อย ถึงได้คอยถามถึงแต่ปานยิหวา"

"คนรักของเขาหรือ หมายถึงคนรักของคุณช้าง"

อรจิราส่ายหนา ไม่แน่ใจ "เรื่องนี้เราก็ไม่ทราบหรอก อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ แต่ที่แน่ ๆ คุณหญิงก้อยคงมีใจให้คุณช้างอย่างแน่นอน"

"ดีนะที่ตอนลงรถ เราได้เอาเงินให้ลุงเนียมขับรถไปซื้ออะไรทานก่อน ไม่อย่างนั้นคุณเดือนคงเจอรถและลุงเนียนอยู่หน้าร้าน และคงรู้ว่าเราอยู่ที่นี่ เผลอ ๆ ก็รู้ด้วยว่าเราเป็นเพื่อนรักกับเจ้าของร้านเสื้อชื่อดัง"

"รู้ก็ดีน่ะสิ จะได้ออกจากร้านเราไปเลย ดีเสียอีก เราไม่ชอบคบค้าสมาคมคนที่ดูถูกคนอื่นเลย ..."

"ใจเย็น ๆ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของเราเอง อรอย่าทำให้เสียงานดีกว่า เขามาในฐานะลูกค้า ไม่ได้มาในฐานะศัตรู อรก็ทำตามหน้าที่ไปเถอะ" ปานยิหวาแนะนำ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าอรจิราจะต้องฝืนใจต้อนรับลูกค้าทั้งสองแค่ไหนก็ตาม

อรจิราพยายามข่มอารมณ์ "เดี๋ยวเราต้องกลับไปทำงานต่อ   ปล่อยให้เด็กที่ร้านต้อนรับก็ไม่ได้หรอก ชุดที่พวกคุณ ๆ อยากได้ เป็นแบบระดับดาราฝรั่งใส่กันทั้งนั้นเลย" อรจิราบ่น แล้วผุดลุกด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก ก่อนจะกลั้นใจเปิดประตูออกไปหาแขกประจำร้านนี้อีกรอบ 

.....

กว่าปานยิหวาจะพาหนูปลากลับมาถึงวังก็เย็นมาก เพราะหลังจาก 'แขกพิเศษ' ของร้านตัดเสื้ออรจิรากลับ หล่อนก็อยู่พูดคุยกับอรจิราต่อเพราะทั้งสองไม่ได้เจอหน้ากันเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว  กว่าปานยิหวาจะรู้ตัวก็เย็นมาก

หญิงสาวกำลังจูงมือหนูปลาขึ้นบันไปยังชั้นสองของตึก เพื่อพาหลานสาวขึ้นไปอาบน้ำและจะได้ลงมาทานข้าวเย็น ขณะนั้นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เพียงเดือนกำลังเดินลงจากบันไดมาด้วยท่าทางสง่างาม ในชุดราตรีกระโปรงฟูฟ่องสีโอลด์โรส  เพียงเห็นปานยิหวาและหนูปลา อีกฝ่ายก็มองหล่อนอย่างหยัน  ๆ ขึ้นมาทันที

ปานยิหวาจึงดึงแขนหนูปลาไว้ ไม่ให้ก้าวขึ้นบันไดต่อ เพราะเห็นมาดราวนางพญาของเพียงเดือนแล้วก็ทำให้นึกถึงคำพูดของอรจิราขึ้นมาว่า  

'คุณระตีและลูกสาวคนเล็กจะชอบไปปรากฏตัวตามสมาคมหรืองานเลี้ยงหรูหราต่าง ๆ  เพราะคุณระตีต้องการให้คุณเดือนได้แต่งงานกับผู้ชายที่หากไม่สมกันด้วยชาติตระกูลก็ขอให้ฐานะจัดอยู่ในระดับเศรษฐีก็พอ'

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องจากว่า เพียงเดือน ไม่ได้ทำงานอะไร เนื่องจากตัวเพียงเดือนไม่สู้จะรักเรียนเท่าไหร่จึงทำให้เรียนในระดับมหาวิทยาลัยไม่จบ  ผู้เป็นแม่มองอนาคตลูกสาวคนนี้แล้วว่า ภายภาคหน้าคงเอาตัวไม่รอดในแน่ ๆ  จึงแก้ปัญหาโดยการจับให้บุตรสาวคนเล็กแต่งตัวสวยงาม และคอยตระเวนไปตามงานเลี้ยงของคนชั้นสูงต่าง ๆ เพื่อดูตัวผู้ชาย และให้ผู้ชายดูตัวไปในตัวนั่นเอง

"มองอะไรมิทราบ!"

เสียงถามห้วน ๆ ขณะที่เพียงเดือนก้าวมายืนตรงหน้าปานยิหวา ทำให้คนที่กำลังนึกถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันอย่างเพลิดเพลินได้รู้สึกตัวขึ้น

ปานยิหวาจึงกลั้นรอยยิ้มขันเอาไว้เสีย  หญิงสาวตรงหน้า มักจะชอบแต่งตัวและกรีดกรายไปตามงานเลี้ยงหรูหราต่าง ๆ ด้วยสาเหตุใด  และนี่ก็คงกำลังเตรียมตัวจะไปงานเลี้ยงหนึ่งในค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน

"ฉันถามหล่อนว่า หล่อนมองอะไร" เพียงเดือนถามย้ำอีกครั้ง จ้องปานยิหวาด้วยสายตาหมิ่น ๆ 

จนปานยิหวาต้องรีบอธิบายด้วยอาการยิ้มในหน้าไปด้วย

"มองคุณค่ะ คุณสวยมาก ชุดก็สวยด้วย"  หล่อนเอ่ยอย่างไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรที่ีดีไปกว่านี้ได้  แม้อีกฝ่ายจะดูตลกในสายตาหล่อนมากกว่าจะมองว่าสวยงามอย่างที่ปากพูดออกไปก็ตาม 

และดูเหมือนคำพูดนี้จะให้ผลที่ดีกลับมาด้วย  เพียงเดือนจึงเผลอยิ้มกว้างออกมา พร้อมยืดตัวขึ้น และหมุนตัวไปมาให้ปานยิหวาได้ดูชุดกระโปรงฟูฟ่องของตนตามอีก

"ก็แน่ล่ะ ชุดนี้ได้รับการตัดเย็บมาอย่างดีจากร้านที่หรูที่สุดของย่านราชวัตร  บอกไปหล่อนก็ไม่รู้จักร้านนี้หรอก"

ปานยิหวาแทบจะหลุดหัวเราะคิกขึ้น กับร้านตัดเสื้อผ้าชื่อดังแถวราชวัตรที่อีกฝ่ายเอ่ยอ้างถึง  หล่อนใช้มือข้างหนึ่งมาแตะริมฝีปากที่พยายามกลั้นรอยยิ้มเอาไว้อย่างที่สุด ทว่า ...

"นั่นหล่อนกำลังหัวเราะเยาะใครอยู่!"

ขณะที่กำลังอยู่ในภวังค์แห่งความขบขัน เสียงตวาดที่ดังมาจากด้านบน ทำให้ปานยิหวาตกใจและเงยหน้าขึ้น เห็นระตีในชุดราตรีคล้ายลูกสาวคนเล็ก แต่ได้มีถุงมือสีขาวยาวยาวถึงข้อฉอกด้วยทั้งสองข้าง ตอนนี้ระตีกำลังลงจากบันไดมาอย่างเร็วพร้อมด้วยดวงตาที่วาวโรจน์  คล้ายมองปานยิหวาอย่างต้องการกับจะกินเลือดและเนื้อขึ้นมา

"คุณแม่ขา..." เพียงเดือนหันไปมองมารดาที่ทำท่าทางมองปานยิหวาอย่างไม่พอใจที่สุด พร้อมกับตวัดมือทาบอกไปด้วย ก่อนจะถามมารดาที่ลงบันไดมาอย่างเร็วว่า "จะพูดเสียงดังทำไมคะ"

ระตีสะบัดใบหน้ากลับมามองลูกสาวคนเล็ก ด้วยความไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะออกคำสั่งว่า "ไปรอแม่ที่รถ!" 

"ทำไมล่ะคะ เดือนกำลังให้ยิหวาดูชุดสวย  ๆ อยู่" พลางทำท่าจะหมุนเนื้อตัวอีก 

ระตีจึงรีบถลึงตาใส่พร้อมเอ็ดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม  "แม่บอกให้ไปรอแม่ที่รถ!"  ยังอยากเป็นตัวตลกในสายตาของมันอีก!

"ค่ะ คุณแม่"  เพียงรับคำอย่างเซ็ง ๆ แล้วรีบเดินตรงไปรอมารดาที่รถทันที 

ดังนั้น ตอนนี้ที่นี่เหลือปานยิหวาและหนูปลา แต่หลานสาวตัวน้อยคงไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องขึ้นกับคุณอาสาว  ตอนนี้ปานยิหวายืนตัวแข็งทื่อ เมื่อสายตาระตีเต็มไปด้วยโกรธเคืองในตัวหล่อนอย่างชัดเจนทีเดียว

"ฉันถามว่าหล่อนว่า เมื่อกี้กำลังหัวเราะเยาะใครอยู่" ระตีเค้นถามแทบจะกลายเป็นกัดฟันทวนคำถามอีกรอบทีเดียว

ปานยิหวาเลิกลั่ก เริ่มหวาดหวั่นต่อสตรีตรงหน้า "เอ่อ  มองว่าคุณเดือนเธอแต่งตัวสวยดีค่ะ ถึงยิ้ม ไม่ได้หัวเราะเยาะ" 

ระตีหรี่ดวงตาลงเล็กน้อย ขยับมาใกล้หญิงสาวคนนี้ ลดสายตามองแม่หลานสาวตัวน้อยนั้นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะลากสายตาขึ้นมองใบหน้าหวานของอีกฝ่าย จนปานยิหวาหวาดกลัวขึ้นมาอีก 

"ฉันว่า สายตาหล่อนตอนมองยัยเดือนไม่ใช่แบบนั้น และรอยยิ้มขำบนใบหน้านั่นอีก อย่าคิดว่าฉันไม่เห็น! ฉันถามหล่อนอีกครั้ง   หล่อนยิ้มเยาะยัยเดือนทำไม!!"

ปานยิหวาลอบกลืนน้ำลายลงคอ  อีกฝ่ายไม่ยอมเลิกราแน่ ๆ หากไม่ได้ยินคำพูดที่ดีกว่าเมื่อครู่  โธ่! หล่อนก็แค่เผลอนึกถึงคำพูดของอรจิราแล้วก็อดขันไม่ได้ แต่ไม่คิดจะมีสายตาที่เฉียบขาดของคุณระตีคอยสังเกตการณ์อยู่ด้านบนตึกไปด้วยนี่นา

ในเมื่อตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก และดูน่ากลัวมากเช่นนี้  ปานยิหวาคิดว่า การกล่าวขอโทษอย่างจริงจังต่อสตรีตรงหน้า น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด  ที่หล่อนได้เผลอไผลแสดงกิริยาเช่นนั้นออกมา

"ฉันขอโทษค่ะ  ถ้าหากทำให้คุณไม่สบายใจ" หล่อนยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยความจริงใจ

แต่ก็ทำให้ระตีพอใจได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น อีกฝ่ายยังยื่นหน้ามาย้ำคำพูดข้างหูหล่อนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดูเด็ดขาดตามมาอีกว่า

"จงจำใส่ ..."  'สมอง' เกือบจะใช้คำนี้ ระตีจึงลดถ้อยคำลงแค่ "...ใส่ใจของหล่อนให้ดี  ยัยเดือนลูกสาวของฉันไม่ใช่ตัวตลกในสายตาใคร อย่าให้ฉันเห็นหล่อนทำกิริยาต่ำ ๆ เช่นนี้กับลูกสาวของฉันอีกเป็นครั้งที่สอง ... เพราะถ้ามีครั้งต่อไป ฉันสามารถทำให้หล่อนเจ็บร้าวไปถึงกระดูกได้เลยทีเดียว  จำเอาไว้!!"

เอ่ยจบแล้ว จากนั้นก็เดินผ่านปานยิหวาไปในแบบที่จงใจเบียดให้ร่างบอบบางของหญิงสาวแทบตกบันไดไป ดีที่มือข้างที่ไม่ได้จับจูงหนูปลาสามารถยึดกับราวบันไดได้ทัน 

ครั้นกลับมาตั้งตัวได้ ปานยิหวาก็เหลียวมองตามแผ่นหลังของระตีที่เดินลับสายตาออกไปแล้ว หล่อนจึงตวัดมือทาบอกอย่างปลอบประโลมตัวเองที่ตั้งแต่เกิดมา หล่อนยังไม่เคยถูกใครขู่ด้วยความอาฆาตมาก่อนเลย เพิ่งจะมาโดนกับตัวเป็นหนแรก!

"อาหวาขา ๆ หนูปลาหิวแล้ว"

หลานสาวตัวน้อยได้กระตุกมือข้างหนึ่ง ปานยิหวาจึงลดสายตาลงมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่เริ่มแสดงความจะงอแงขึ้น หล่อนจึงพยายามควบคุมจิตใจที่เต้นกระหน่ำเอาไว้ แล้มยิ้มให้หลานรักเล็กน้อย ก่อนจะบอกว่า

"งั้น ก็ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวอาหวาจะหาของว่างมาให้นะ"  

จากนั้นปานยิหวาจึงจูงมือหลานรักแล้วเดินขึ้นบันไดต่อไป   ท่ามกลางสายตาคู่หนึ่งที่ได้ทอดมองหล่อนและหลานสาวด้วยความระแวง ไม่ไว้วางใจด้วย...

......

สายตาคู่นี้คิดว่าเป็นของใครอะ  ให้เดา ๆ 

หูยยย ตอนนี้ดุเดือดนิดนึง แถมเปิดตัวจี๊ดของเรื่องขึ้นมาอีกตัว  เขียนไปเขียนมาชักมึนแหะ หึ หึ หึ 

ป.ล. นี่เขียนสด ๆ ไม่ได้เกลาสำนวนอะไรนักนะคะ  เขียนเสร็จรีบอัพเลย  กลัวจะมีคนลงแดงอะ  อ่านแล้วสะดุด หรือไม่ระรื่นตรงไหน ก็ขออภัยไว้ก่อนนะจ๊ะ ๆ (เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยกลับมาเกลาและแก้ไข จะนอนแล้วง่วงมากกก )

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว