ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 58(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.8k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 23:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 58(Rewrite)​
แบบอักษร

​หนึ่ง  !  สอง  !  สาม  !

ขาเล็กๆที่ค่อยๆก้าวไปข้างหน้า  มือเล็กจับราวอย่างมั่นคง  ดวงตาที่มุ่งมั่นของคนตัวเล็กทำให้ลูคัสยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย   มันบอกไม่ถูกที่คนตัวเล็กตื่นมาแล้วจำทุกอย่างได้ แต่เขาก็ดีใจ  จำได้ทุกอย่างก็ดีแล้ว

ใบหน้าใสมองมาทางลูคัสก่อนจะยกยิ้มกว้าง  แล้วหันไปทางนักกายภาพบำบัดเพื่อทำตามที่บอก  ลูคัสส่งยิ้มกลับไปก่อนจะหุบยิ้มตามเดิม

แม้ว่าทุกวันนี้หัวใจเขาเหมือนมีชนักติดหลัง  แต่แค่ได้อยู่ข้างๆควานลิน  แม้จะต้องแบกความผิดไปอีกมาแค่ไหน  เขาก็อยากเสี่ยงมันไป  แต่เขาขอแค่จะไม่เสียคนตัวเล็กไปแค่นั้นก็พอแล้ว

 

"เหนื่อยไหมครับ"ลูคัสเดินเข้ามาถาม  ก่อนจะอุ้มควานลินให้นั่งบนวีลแชร์  สี่วันแล้วที่ควานลินต้องทำกายภาพบำบัด  อาการก็หายวันหายคืนเรื่อยๆ  มีบ้างที่ปวดหัว กับเจ็บริเวณทรวงอก    ส่วนเวลาพูดก็ไม่ต้องพูดช้าๆแล้ว  หากแต่ก็ต้องใจเย็นรอคำตอบจากคนตัวเล็กสักหน่อย และบางครั้งก็พูดไม่เป็นประโยคบ้างหากต้องพูดประโยคยาวเกินไป

"ไม่  ครับ"ร่างบางตอบ  พลางหันไปยกยิ้มก่อนจะกล่าวต่อเมื่อถึงห้อง

"อาบน้ำ ได้ไหมครับ"

"พี่กลัวเราไข้ขึ้น"ลูคัสหยิบผ้าขึ้นมาเพื่อซับตัว ให้คนตัวเล็ก

"ขอแล้ว  นะครับ?" คนตัวเล็กหมายถึงตนขอกับพยาบาลแล้ว

"งั้นพี่พาไปอาบน้ำนะ" ลูคัสไม่ค้าน  ควานลินคงรู้สึกไม่สบายตัวจริงๆนั่นแหละ  เมื่อที่ผ่านมาเอาแต่เช็ดตัว  

ลูคัสอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาแนบอก ก่อนจะให้ควานลินนั่งอยู่ริมอ่างอาบน้ำในห้องน้ำกว้าง  แล้วเดินออกไปนอกห้องเพื่อหยิบผ้าขนหนูกับผ้าคลุมอาบน้ำให้   กลับมาอีกที ก็ปรากฏว่าประตูห้องน้ำปิด  ครั้นบิดลูกบิดก็ปรากฏว่าล็อคจากข้างใน   หัวใจคนร่างสูงกระวนกระวายเมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยจากข้างใน

"น้อง เปิดประตูให้พี่หน่อย"มือหนายกมือทุบประตูเบาๆให้ควานลินเปิด  แต่ก็มีเพียงแค่ความเงียบเป็นคำตอบ

"น้องลินครับ!"คนข้างในจะเป็นอะไรรึเปล่า  ทำไมไม่ตอบ ได้ยินเสียงที่เขาเรียกไหม

"น้องลิน!!"อย่าเป็นอะไรนะ  อย่าเป็นอะไร

 

ปังๆๆๆ!!!  น้ำหนักมือลงไปที่ประตูแรงขึ้นเรื่อยๆ   ใบหน้าที่เป็นกังวลอย่างปิดไม่มิด

"น้องครับ เปิดประตูให้พี่หน่อย ได้ยินพี่ไหม น้องลินครับ"เสียงร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งพร้อมความกลัวที่เริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจ

"ไม่!!!  ออกไป๊      ฮรึก  ออกไป!!"เสียงตอบจากข้างในทำให้ลูคัสชะงัก

"น้อง เป็นอะไร ไหนบอกพี่หน่อย เป็นอะไรไปครับ ร้องไห้ทำไม"เจ็บตรงไหนรึเปล่า   ทำไมไม่เปิดประตู

"ฮรืออออ  ออกไป พี่ลุคส์    ออกไป!!"เสียงคนตัวเล็กร้องบอกสั่นๆ

"เป็นอะไรไป ทำไมไม่ให้พี่เข้าไป โกรธอะไรพี่ ..." ลูคัสเหมือนนึกอะไรออก  เดินไปที่ตู้ใหญ่ในห้องก่อนจะควานหากุญแจ  แล้วจัดการไขประตูห้อง ห้องนี้ที่โรงพยาบาลนี้ไม่ได้ทำแบบล็อคข้างนอกแต่ยังโชคดีที่มีกุญแจไว้ไขเมื่อล็อคจากข้างใน

 

หัวใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม  เมื่อเห็นคนตัวเล็กนั่งกอดเข่าก้มหน้าอยู่ใกล้อ่าง

"น้อง"ลูคัสเดินเข้าไปช้าๆก่อนจะทิ้งตัวไปนั่งลงกับพื้นข้างๆคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้สะอื้นตัวโยนโดยที่เขาไม่ทราบสาเหตุ  แขนแกร่งโอบบ่าเล็กเอาไว้ อย่างเป็นห่วง

"พี่ลุคส์  ฮรืออ"

"เป็นอะไร ก้มหน้าทำไมครับ หืม"แม้จะพยายามให้คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมามองตัวเองขนาดไหนแต่ก็เหมือนจะไม่เป็นผล

"ออกไป  รู้สึกแย่!! "

อย่าให้น้องรู้สึกว่าแย่ไปกว่านี้เลย  แม้อยากจะพูดทั้งหมดออกไป แต่ดูเหมือนสมองของเขากลับเรียบเรียงเป็นคำไม่ได้เลย

"ทำไมถึงรู้สึกแย่  รู้สึกแย่เรื่องอะไร บอกพี่ได้ไหม เงยหน้ามองพี่สักนิดได้ไหมครับ"

"ไม่!  ฮรึก"คนตัวเล็กยกมือปัดมือแกร่งที่พยายามจะจับใบหน้าตัวเองออก

"ถ้าไม่เงย พี่ก็นั่งตรงนี้ จะไม่ไปไหนเหมือนกัน" ลูคัสบอก

"ไม่ ฮรึก ออกไป"ยิ่งพูดแบบนั้นคนตัวเล็กก็ยิ่งสะอื้น

"ไล่พี่ทำไม ไม่รักพี่หรอ"

"ฮรืออออ"หัวเล็กที่สะบัดไปมาอย่างเร็วจนลูคัสต้องจับไว้เบาๆ

"หยุดร้องไห้ก่อนได้ไหม"จนในที่สุดคนตัวเล็กก็ยอมเงยหน้าขึ้นมาพร้อมน้ำตา  น้ำตาที่อาบนองหน้าทำให้หัวใจคนร่างใหญ่กระตุก

"ไหนดูซิ ร้องไห้ทำไม"

"ฮรืออ"อีกครั้งที่คนตัวเล็กยกมือปิดหน้าตัวเอง  จนลูคัสได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

"ปิดหน้าทำไมครับ"

" ดูแลน้อง   เพราะ   รู้สึกผิด   ใช่ไหม"เสียงอู้อี้ที่มาพร้อมเสียงสะอื้นทำให้ลูคัสได้แต่นิ่งเงียบ   ควานลินถามเขาอย่างนี้มันหมายความว่ายังไงกัน

"...."

"ไม่ได้ผิด  ไม่ใช่ความผิด  พี่ลุคส์"ถ้าวันนั้น เขามีสติสักนิด  เขาควรไปขอความช่วยเหลือจากคนที่นั่น  ทำไมนะ  ทำไมเขากลับพูดอะไรออกไปไม่ได้  มันทรมาน

"...."

" อย่ารู้สึกผิด    อย่ามาดูแลน้อง "

"คิดว่าที่พี่มาดูแล เพราะพี่รู้สึกผิดหรอ"

"..."คราวนี้เป็นคนเล็กบ้างที่เงียบเสียงลง  ใบหน้าเล็กค่อยๆเงยหน้ามองคนที่กำลังกอดตัวเองอยู่

"ใช่!  พี่รู้สึกผิดที่ดูแลน้องได้ไม่ดีพอ  แต่ที่พี่ทำไปทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพราะรู้สึกผิด แต่พี่รักน้องพี่จึงมาดูแล"

"แต่ตอนนี้  หน้าน้อง   จะรักได้ยังไงกันครับ  ฮรึก" เหมือนตอนนี้ลูคัสจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคนตัวเล็กถึงได้ร้องฟูมฟายขนาดนี้

"หืมมม  ที่ร้องไห้ ที่ปิดประตูจนพี่จะบ้าตายเพราะเรื่องนี้หรอ"ลูคัสยกมือลูบหัวเบาๆ

"ก็น้อง..."

"ตรงนี้หรอ ที่ทำให้กลัวว่าพี่จะไม่รัก"มือหนายกขึ้นมาลูบแผลยาวที่อยู่บนแก้มซ้ายคนตัวเล็กเบาๆ

"...."

"อย่าทำอย่างนี้อีกนะครับ อย่าปิดประตูขังตัวเองแบบเมื่อกี้อีกนะ  รู้ไหมพี่ตกใจแทบจะบ้าตาย กลัวว่าจะเป็นอะไรไปอีก แผลเนี่ยไม่ได้ทำให้พี่รักน้องน้อยลงเลยนะ"

"..."

"กลับกัน พี่รักน้องมากขึ้นทุกวัน  ทุกวันจนคิดไม่ออกเลยว่า ถ้าวันหนึ่งถ้าพี่ต้องเสียน้องไป พี่จะอยู่ได้ยังไง"

"...."

"อย่าคิดอย่างนี้อีกนะครับ  จะมีแผลอีกสักกี่ที่ หรือจะไม่มีเลยน้องก็คือคนที่พี่รักอยู่ดีอีกอย่าง...."

"แผลเนี่ย ไม่ได้ทำให้คนที่พี่รัก ดูดีน้อยลงเลยนะ"ลูคัสพูดพร้อมระบายยิ้มกว้างให้

ไม่เลย  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เขาก็ไม่เคยคิดเปลี่ยนใจตัวเอง

"เดี่ยวแผลมันก็หาย"

" ถ้า......แผลเป็น"เสียงเล็กเอ่ยถามสั่นๆ  แม้จะหยุดร้องไห้ไปแล้ว

"ก็ไม่เป็นไร  พี่ก็จะรักน้องอย่างที่น้องมี อย่างที่น้องเป็น "

"...."

"เอาล่ะ ลุกขึ้นอาบน้ำนะครับ เดี่ยวพี่อาบให้" ลูคัสช้อนตัวคนตัวเล็กที่เอาแต่นิ่งเงียบเมื่อเขาพูดจบ

"ครับ"ควานลินยกแขนโอบคอแกร่งไว้  หัวเล็กซุกเข้าไปกับอกแกร่ง

"เชื่อใจพี่นะ"

"อื้ออออ"พยักหน้าหงึกๆ  จะไม่ให้เขาเชื่อใจได้ยังไง  ที่ผ่านมาลูคัสไม่เคยทอดทิ้งเขา

 

ขอบคุณนะครับ ขอโทษที่งี่เง่า ที่เผลอกลัว  กลัวว่าพี่ลุคส์จะเลิกรักน้องไปแล้ว

 

 

"เมื่อเช้าพี่กลับไปทำอาหารให้" ลูคัสบอกในขณะที่กำลังจัดแจงวางกับข้าวบนโต๊ะให้คนตัวเล็ก

"คิดถึง"

"งั้น ต่อไปพี่ทำให้กินบ่อยๆนะ เดี่ยวจะให้พยาบาลลิสต์เมนูในแต่ละวันให้ "ลูคัสยกมือขยี้หัวเบาๆ   ความจริงเขามักจะสลับๆกันมาดูแลกับซีไนน์บ้าง  อริสาบ้าง   หากมีเรียน   ส่วนกลางคืนเขากับซีไนน์จะเป็นคนมานอนเฝ้าคนตัวเล็ก    ส่วนคนอื่นๆก็เฝ้าปัทมาที่ตอนนี้อาการป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆ   แต่ไม่มีใครบอกคนตัวเล็กสักคน

"เหนื่อยไหมครับ"เสียงเล็กถาม

"ทำให้กินตลอดชีวิต ก็ไม่เหนื่อยหรอก"

"เลี่ยน"หน้าใสยู่ปากเบาๆ  เมื่อนิ่งเงียบไปสักพัก

"ฮ่ะๆๆ ก็พูดอย่างนี้แค่กับน้องคนเดียวอะ”ลูคัสกลั้วเสียงหัวเราะตอบไป

"กินไปครับ"ควานลินยกช้อนตักข้าวคำใหญ่ใส่ปากคนข้างๆที่กำลังหัวเราะอย่างสนุกจนสำลักเบาๆ

"แก้วน้อง!!"ควานลินท้วงเมื่อลูคัสยกแก้วน้ำที่ตัวเองเพิ่งดื่มไป

"ก็ แฟนดื่มแก้วนี้ อยากดื่มต่อจากแฟน" ลูคัสยักคิ้วตอบก่อนจจะนิ่งไปเมื่อคนตัวเล็กเอาแต่จ้องตัวเองนิ่ง

"......"

คนตัวโตเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อจู่ๆคนตัวเล็กก็หันใบหน้ามาจูบปากตัวเองเบาๆ  แล้วผละออก

"เดี่ยวนี้หัดอ่อยหรอครับ"อึ้งไปสักพักก็ถาม  เขาก็เขินเป็น

"จะอ่อยใคร? ไม่อ่อยแฟน“คนตัวเล็กพยายามเรียงประโยคตอบกลับไปจนลูคัสถึงกับเม้มปากแรง

"ลองไปอ่อยคนอื่นสิ พี่จะลงโทษให้หนักเลย"คนตัวโตโน้มหน้าไปกระซิบเบาๆที่ริมหูคนตัวเล็ก

"ยังไง"ดูเหมือนคนตัวเล็กจะไม่เกรงกลัวบทลงโทษที่คาดไว้  แต่กลับถามอย่างหยั่งเชิง

"ก็...  จับกด ให้จมเตียงอะครับ"

"บ้า!!"

อั๊ก   ลูคัสลูบบ่าตัวเองเบาๆเมื่อคนตัวเล็กก้มหน้างุดแล้วทุบเข้าอย่างแรง เขินหน้าแดงแล้ว

"อีกไม่นานก็จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วนะ เบื่อโรงพยาบาลแล้วยัง"ลูคัสถามขณะที่ป้อนข้าวให้คนตัวเล็กสลับกับตัวเอง

"ครับ"

"อดทนอีกนิดนะครับ รอให้หายดีกว่านี้"

"กลับแล้ว  จะไปหาได้ไหม"ควานลินหันไปถามคนข้างๆ  แม้จะไม่พูดเป็นประโยคเต็มๆก็ดูไม่เป็นอุปสรรคในกรสื่อสารระหว่างทั้งสอง

"เราเป็นแฟนกันนะ ทำไมจะไปหาไม่ได้ล่ะ ไว้พี่ไปหาน้องเองก็ยังได้"ลูคัสส่งยิ้มกว้าง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาใส  ก่อนจะก้มลงมองข้าวในจานอีกครั้ง

"ทุกคน  สงสัย"

"ก็สงสัยไปสิ สงสัยจนให้รู้กันไปเลยก็ดี พี่จะได้หวงน้องให้เต็มที่"ลูคัสตอบในขณะที่สายตาก็มองข้าวในจาน  แว่บหนึ่งเขาไม่กล้ามองกวงตากลมโตของตัวเล็ก

"น้องต้องพูด  ต่างหาก"ควานลินค้าน

"นี่หึงพี่ เรื่องที่คุณย่าพูดวันนั้นหรอครับ"ลูคัสเงยหน้ามองพลางยิ้มกว้าง  ขยี้หัวคนตัวเล็กเบาๆ

"ก็...."เขาไม่ได้หึงหรอก  ไม่ได้หึงเลยสักนิด

เพราะซีไนน์ก็คือพี่ชายเขาแต่...  มันยังไงดีล่ะ...

ก็ลูคัสเป็นแฟนเขานี่

"ต่อให้แฝดของน้องจะหน้าเหมือนน้องเปี๊ยบบ พี่ก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก"

"เห้อมมม  เลี่ยนเลย"คนตัวเล็กยู่ปากเล็กน้อย  อ้าปากกินข้าวที่ลูคัสป้อน

"เลี่ยนแล้ว รักไหม"หงึก!   คนตัวเล็กพยักหน้าแรงๆ

รักสิ    รักมากด้วย   หวงมากด้วย

 

 

"จะนอนหรอ"ลูคัสถามเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กพยายามหลับตาลงหลังจากที่นั่งเล่นสักพัก

"เบื่อ"ควานลินตอบ  วันๆเอาแต่นั่งๆนอนๆ  มีทำกายภาพบ้าง  แต่ก็ไม่ได้นานอะไร

"งั้นพี่อ่านหนังสือให้ไหม หรือ อยากทำอะไร"ลูคัสถาม  เขารู้แหละว่าคนตัวเล็กเบื่อ  แต่เขาเองก็ไม่อยากให้ควานลินเหนื่อยจนเกินไปในแต่ละวัน

"อืมมม ภาษาฝรั่งเศส"ควานลินตอบ  ไหนๆเทอมนี้ก็หยุดเรียนไปแล้ว  เอาเป็นว่าเรียนเก็บพื้นฐานไปพลางๆก่อนละกัน

“อยากให้พี่สอนหรอ”ลูคัสตอบ  ก่อนจะรับคำเมื่อตัวเล็กพยักหน้า

"ได้สิ"

ช่วงเช้าของในวันนั้นจึงเป็นการสอนพื้นฐานภาษาฝรั่งเศสให้คนตัวเล็กไปเลย  มีมะลิกับอริสามานั่งฟังด้วยเป็นครั้งคราว   แม้มันจะกลายเป็นเรื่องยากไปแล้วสำหรับควานลินในตอนนี้ที่จะต้องมาเรียนรู้อะไรใหม่ๆ  แต่คนตัวเล็กก็พยายาม   แม้ว่าการเรียนรู้จะเป็นอย่างเชื่องช้า  ซึ่งช้ากว่าจากที่เขาเคยเป็นทั้งการจำและการแปลผล  หากแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคนเรียนและคนสอนย่อท้อ

ช่วงบ่ายซีไนน์ไม่มีเรียนจึงสลับกับลูคัสเมื่อลูคัสมีงานต้องไปส่งให้อาจารย์  ช่วงบ่ายค่อนข้างที่จะครึกครืนอยู่บ้างเมื่อเพื่อนๆชวนกันมาเยี่ยมเขา  ซึ่งนั่นก็เป็นการดีแล้ว

 

แต่ว่า  ทำไมเขาไม่เห็นแอลดีนเลยนะ   คุณแม่บอกว่าลาไปแค่สองสามวันแต่นี่มันก็ผ่านไปตั้งสี่วันแล้ว  ถ้ามีแอลดีนอยู่ด้วยซีไนน์คงจะร่าเริงขึ้น 

ไม่ใช่ว่าควานลินจะไม่สังเกต  เขาเห็นว่าพี่ชายของตัวเองมีเรื่องไม่สบายใจ  เขารู้ดีว่ารอยยิ้มแบบไหนของซีไนน์ที่มีความสุขมากๆ  แบบไหนที่ยิ้มเพื่อปิดความทุกข์ในใจ  แม้ว่าพี่ชายของเขาจะพยายามส่งยิ้มให้เขาทุกครั้ง  แต่เขารู้ดีว่าลึกๆแล้ว พี่ชายของเขามีเรื่องให้ทุกข์ใจ

ว่าแต่เรื่องไหนล่ะ   เขาพอจะช่วยได้บ้างไหม  ทำไมต้องทำเหมือนพยายามเก็บไว้คนเดียว เก็บไว้คนเดียวเกือบทุกเรื่องตลอดเลย

 

 

 

อากาศที่ตั้งเค้าว่าฝนจะตกหนักในไม่ช้านี้  เมฆหนาอึมครึมปกคลุมหนาบนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์หลังใหญ่ตระหง่านกลางป่าเขา  แต่คงจะอึมครึมโศกเศร้าไม่ต่างจากข้างในนัก    

ร่างสูงที่กำลังนอนหน้าซีด  เล็บมือเล็บเท้าที่ม่วงคล้ำจนน่ากลัว  มีเลือดสีแดงออกคล้ำไหลออกมาแต่ละนิ้ว  ราวกับเป็นท่อน้ำ   เลือดที่ไหลออกทางจมูก  ทางหู  ทางช่องทางข้างหลัง  เตียงขาวที่แดงฉานเต็มไปด้วยเลือด   ดาริกาได้แต่นั่งกุมมือคนเจ็บหากแต่ก็ไร้หนทางที่จะช่วยเหลือ

"อาครับ"แรมระวีเอ่ยเรียกเบาๆอย่างอ่อนแรง ดวงตาวิงวอนมองผู้หญิงที่เป็นเสมือนแม่และพี่สาวของตัวเอง

ช่วยฆ่าเขาที ความเจ็บมันมากเหลือเกิน   มากจนเขาแทบทนไม่ไหวแล้ว

"อดทนไว้นะ อากำลังช่วยเราอยู่"แม้พูดไปอย่างนั้น  ดาริกาก็รู้ดีว่า  หนทางสุดท้ายที่จะช่วยได้  ก็คือการที่เขาต้องลงมือฆ่าคนเจ็บให้ตายลงไป  หรือปล่อยให้คนเจ็บตายลงไปเอง

หัวใจเขารับไม่ได้หรอกที่จะต้องฆ่า เขาทำไม่ได้

"ผมเจ็บเหลือเกินครับ ผมไม่ไหวแล้ว" แรมระวีส่ายหน้าเบาๆ  น้ำตาที่ไหลพรากเมื่อร่างกายเจ็บปวดขึ้นทุกขณะ

 

หากมียมฑูตมาเยือนเขาในเวลานี้  เขายินดีที่จะให้ยมทูตพรากวิญญาณเขาไปหรือที่เขาต้องทรมานมากขนาดนี้  เพราะบทลงโทษจากสวรรค์ที่เขาคร่าชีวิตคนมามากมาย

"อดทนอีกนิดนึงนะแรม อีกนิดเดียว"ดาริกาก้มลงไปกอดตัวของแรมระวีจนตัวเองที่เปื้อนเลือดอยู่แล้ว  ยิ่งเปื้อนไปอีก

รออีกนิดนะ

"ฆ่าผมเถอะครับ ผมเจ็บ ไม่ไหวอีกแล้ว"ยิ่งอยู่สารพิษในร่างกายก็ยิ่งกัดกินตัวเองจนเจ็บปวด  จนต้องร้องขอให้ดาริกาปลิดชีพ

ฆ่าเขาเถอะ  มันทรมานเหลือเกิน

"แรมจะเป็นอะไรตอนนี้ไปไม่ได้ ต้องรอเจอเขาก่อน เขากำลังมาหาแรม"ดาริกาเอ่ยเสียงละล่ำละลั่ก

"เขา..   ใคร"

"พี่ชายของแรม"

"พี่ชาย. ผมมี..พี่ชาย..."ปากม่วงคล้ำเอ่ยอย่างเลื่อนลอย  ดวงตาที่มองไปที่เพดานอย่างไร้จุดหมาย  ความเจ็บปวดดูเหมือนจะทำให้สติของเขาจะขาดไปทุกขณะ

"เขาชื่อแอลดีนค่ะ เขาพยายามมาตลอดห้าหกปี เพื่อพาคุณแรมไปจากที่นี่  แต่...  เขาต้องทำตามที่นายท่านขอให้สำเร็จก่อน ตอนนี้เขาใกล้จะทำสำเร็จแล้วนะคะอดทนอีกนิดเขาจะพาแรมไปจากที่นี่ไม่ต้องทรมานอีกแล้วนะ"น้ำตาไหลออกจากดวงตาสวยไม่หยุด 

ดาริกายกมือลูบแก้มของแรมระวีเบาๆ  ความเจ็บปวดที่เข้ามากัดกินหัวใจของเขาทำให้เขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน

"เขา.."

"เขาคอยดูคุณเติบโตอยู่ห่างๆ เขารักคุณมากนะคะ  แต่เขาทำอะไรมากไม่ได้  พอเขาทำได้เขาพยายามมาตลอด”ได้โปรดอย่าเป็นอะไรไป

อย่าเพิ่งหลับตาได้โปรดเถอะ

"ทำไม"

"ทำไม?"

"เขาไม่ มา หาผม"แรมระวีเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง

"ทีแรก เขาไม่กล้าสู้หน้าคุณเขาก็เลยตั้งใจทำทุกอย่างให้นายท่าน เพื่อที่จะได้พาคุณไปอยู่ด้วยเพื่อที่เขาจะได้ดูแลคุณ เขารักคุณนะคะ"ดาริกาพยายามอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจ  เช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาที่ห่างตาของคนเจ็บเบาๆ

 

"แรม!!"เสียงเรียกพร้อมกับร่างสูงที่ปรากฏที่ประตูใหญ่ทำให้ดาริกาหันขวับ  ก่อนจะยกยิ้มพร้อมทั้งน้ำตา

"คุณหนู"

"ทำไม ดาริ ทำไมแรมถึงอยู่ในสภาพนี้ ทำสักอย่างสิ ดาริ ทำอะไรสักอย่าง"ขาสูงก้าวมาอย่างรวดเร็วก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสภาพที่ของคนที่อยู่บนเตียง

สภาพที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด  แอลดีนก้าวเข้าไปช้าๆ  ยกมือของน้องชายมาลูบเบาๆ

 

เจ็บมากเลยใช่ไหม  ขอโทษที่มาช้าไป

"คุณหนู มันไม่มีทางอีกแล้วค่ะ  ขอโทษ ดาริขอโทษ"ดาริกาเอ่ยออกอย่างเจ็บปวด

"....."

"คุณหนู  คุณแรมไม่ไหวแล้ว  กล่าวลาเขาเถอะนะคะ"ดาริกาเอ่ยต่อ  เมื่อเห็นสายตาที่เลื่อนลอยของแรมระวี

"พี่ขอโทษ"

"...."

"ขอโทษที่ดูแลนายไม่ได้"น้ำตาที่ไม่ไหลให้ใครเห็นง่ายๆ  ไหลหยดลงบนมือนิ่มของน้องชาย

แรมระวีค่อยๆลืมตาที่เหมือนจะหลับไปของตัวเอง  ใช้แรงที่มีพูดกับคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุด

"อย่างน้อย  ตอนนี้  ผมก็ได้ รู้จัก คนในครอบครัว ของผม อีกคน"

"พี่ขอโทษ  ขอโทษ พี่รักนายนะแรม  นายคือน้องชายของพี่"

"พี่... "

"พี่ชื่อแอลดีน"แอลดีนยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้น้องชายเบาๆพลางยกยิ้มให้บางๆพร้อมน้ำตา

"อ...แอลดีน”ร่างสูงเอ่ยชื่อตามที่คนสูงบอก  ยิ้มยกช้าๆตอบกลับไปก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะค่อยๆปิดลงช้าๆอย่างน้อยๆ  ก่อนจะจากไป  เขาก็รู้ว่าจะมีคนคิดถึงเขาเพิ่มขึ้น

มันเพียงพอแล้วสำหรับคนบาปอย่างเขา แค่นี้ถือว่าสวรรค์ปราณีเขามากแล้ว

พอกันทีกับความเจ็บปวดทั้งหมด

พอกันทีกับความว่างเปล่าในจิตใจ

พอกันทีกับความเดียวดายที่เขาต้องสัมผัสมันมาตลอดชีวิต

เพียงพอแล้ว.....

 

 

 

 

"คุณหนูคะ  ปล่อยคุณแรมเขาไปเถอะค่ะ  เขาไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะคะ"ดาริกาแตะบ่าแอลดีนเบาๆเมื่อคนร่างสูงเอาแต่กอดร่างไร้ลมหายใจของแรมระวีไม่ปล่อย

"ฉันจะพาแรมกลับอิตาลี่"น้ำตาที่ยังคงไหลหยดอยู่เรื่อยๆไหลสองแก้ม   ในที่สุดสิ่งที่เขากลัวก็มาถึงเขาไม่สามารถรักษาคนที่เขารักได้อีกคน

เหตุการณ์มันไม่ต่างจาก18ปีก่อน  วันที่เขาต้องเสียพี่สาวไป  วันนี้เขาต้องเสียน้องชายไปอีกคน

"แต่คุณแรมเขา  .."ดาริกาเหมือนจะเอ่ยท้วง

"ผมจะพาแรมไปฝังที่นั่น"แอลดีนเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น  หากแต่ก็ต้องหันไปทางต้นเสียงที่กล่าวตะคอกอย่างไม่ใยดี

"ไม่ได้!!!!" เสียงจากคนใจร้าย

"....."

"แกจะพาแรมไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"เอลรอยเอ่ยออกมามองบุคคลที่เรียกตนว่าพ่ออย่างแข็งกร้าว

"ขนาดแรมตายไปแล้ว คุณพ่อยังจะขังแรมไว้ที่นี่อีกอย่างนั้นหรอ"แอลดีนกล่าวออกไปอย่างไม่เกรงกลัว

"ยังไงซะ แรมเขาก็คือลูกของฉัน"

"ลูก?  ลูกที่เขาไม่เคยรู้เลยว่า พ่อแท้ๆของเขา อยู่ใกล้เขาทุกวัน พ่อไม่เคยยอมรับว่าแรมเป็นลูก แล้วจะมาเอ่ยปากเรียกว่าลูกตอนนี้ทำไมกันครับ  ทำไมกันครับ"แอลดีนถาม 

เขาแค่อยากรู้เหตุผลดีๆสักข้อของเอลรอยว่าทำไม  ทำไมที่ผ่านมาถึงไม่เคยยอมรับว่าแรมระวีคือลูกชาย  

แม้จะเกิดจากความไม่ได้ตั้งใจจากผู้หญิงรับใช้ในบ้านตัวเอง   แล้วทำไมไม่ปล่อยแรมระวีไปตามทาง  ทำไมถึงเลือกที่จะเลี้ยงดูแต่ไม่ให้รู้ว่าตัวตนจริงๆเป็นใคร

"หยุดทำตัวเป็นหมาบ้าได้แล้วแอลดีน ที่ฉันทำไปทุกอย่างก็เพื่อแรม"อีกครั้งที่เอลรอยกล่าวเสียงดังใส่ลูกชาย

พ่อของเขาก็เก่งแต่ใช้อำนาจบังคับคน   ข่มขู่คนอื่นๆ

"อะไรที่มันหมายถึงว่าพ่อทำเพื่อแรมล่ะครับ ปล่อยให้เขาต้องนอนทรมานจนตายเพราะทำงานถวายหัวให้พ่อแบบนี้หรอครับ พ่อไม่รักเขา ไม่อยากเลี้ยงดูเขา ทำไมไม่ส่งให้เขามาอยู่กับผม พ่อทรมานเขาทำไมกัน"

"ที่ฉันไม่ยอมรับว่าเขาเป็นลูก เพราะถ้าคนในแวดวงนี้รู้ว่าเขาเป็นลูก เขาก็จะกลายเป็นจุดอ่อนของฉัน คนอื่นที่จ้องจะทำลายฉัน ก็จะหันมาเล็งเป้าหมายใส่เขา!! ฉันจึงจำเป็นต้องไม่ให้เขารู้ จนกว่าจะถึงเวลาสานต่อจากฉัน แต่ฉันไม่คิด ว่าสุดท้ายเขาจะต้องมาตาย" ประโยคหลังชายผมสีดอกเลากล่าวออกมาเบาๆ   หันไปมองลูกชายที่นอนนิ่งสงบอยู่บนเตียง

"แล้วพ่อ ก็เอาเด็กนั่น มาเป็นเป้าให้คนอื่นเล่นงานอย่างนั้นหรอครับ มันก็แค่ข้ออ้างจากคนที่เห็นแก่ตัวจากพ่อ"

"แต่ถึงอย่างนั้น แกก็เอาแรมไปฝังที่อื่นไม่ได้"

"แต่ผมจะทำ!!"

"เคทอยู่ที่นี่"คำตอบสั้นๆของเอลรอยทำให้แอลดีนถึงกับนิ่งเงียบ

"...."

"ฉันจะให้แรมอยู่ที่นี่ และแกก็ขัดฉันไม่ได้ด้วย กลับไปทำหน้าที่ของแกซะ อย่าลืมว่าแกยังทำไม่เสร็จ ฉันไม่ได้ต้องการแค่ตำแหน่ง แต่ฉันต้องการทุกอย่างที่มันมี!!!!"

"...."แม้ในวันที่ต้องสูญเสียคนในสายเลือด  พ่อของเขาก็ไม่เคยคิดที่จะหยุดความโลภของตัวเอง พ่อเขาไม่เคยห่วงใครนอกจากตัวเองจริงๆ

"ถ้าแกไม่ทำ แกก็จะต้องคอยดูเด็กนั่นเสียใจเพราะคนที่มันรักจากไปทีละคน  สุดท้ายถ้าแกยังไม่รีบจัดการให้ฉัน ฉันก็คงไม่ปล่อยเด็กนั่น และหลานแกก็ต้องมาอยู่กับฉัน"

"...." แอลดีนได้แต่ยืนกำหมัดแน่นมองแผ่นหลังของแอลดีนที่เดินออกไป  

ไม่ยอม  ยังไงซะเขาก็จะไม่ยอมให้หลานของเขาต้องมีสภาพเหมือนคนที่เขารักทั้งสองคนเด็ดขาด    เขาจะไม่ยอมให้ชีวิตของหลานเขามาทิ้งที่โสมมแบบนี้เด็ดขาด

 

 

 

 

พื้นดินที่เปียกแฉะ  ต้นหญ้าที่เปียกไปเพราะน้ำฝนที่เพิ่งหยุดไปไม่นานมานี้  ปล่อยกลิ่นดินโชยเข้ามา   ร่างสูงของบุรุษสามคนยืนนิ่งหน้าหลุมฝังศพ

แรมระวี  ศุภวรรษ

"ไม่ต้องเจ็บกับมันแล้วนะมึง"กาวิญญูเอ่ยเสียงเบา  น้ำตาที่ไหลพรากสองแก้มทำให้ไหล่หนาสั่นเบาๆ 

กาวิญญูรู้ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องมาถึง  แม้จะเตรียมใจมามากเท่าไหร่  แต่เอาเข้าจริงๆคนที่เป็นเหมือนเพื่อน  เหมือนน้องมาตลอดชีวิตต้องจากไปแบบนี้

เขาเองก็อยากให้มันเป็นความฝัน  แม้จะไม่ต้องตื่น  แต่หากในความฝันเขาไม่ต้องเสียเพื่อนไปเขาอยากที่จะฝันอยู่อย่างนั้น

 

“แรม   กูขอโทษ"ดวงตาแดงก่ำราวกับความเจ็บปวดทั้งหมดพร้อมจะทะลักเป็นน้ำตาในเร็วๆนี้  

ทั้งๆที่งานในวันนั้นเป็นหน้าที่ของเขาแค่คนเดียว  แต่เขากลับเลือกให้แรมระวีช่วยไปกับเขาด้วยเป็นเพราะเขา  เพื่อนของเขาถึงต้องตายไป

ไม่ว่าจะหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาอ้างยังไง  ชนักแผ่นใหญ่ที่ติดหลังเขานี้   มันจะไม่มีวันลบออก

ขอโทษ   ขอโทษจริงๆ

"..."ดอกไม้ดอกสุดท้ายถูกวางลงช้าๆจากคนที่เอาแต่ยืนเงียบมาตั้งนาน  โลแกนยืนมองสุสานตรงหน้านิ่งๆ  สองมือกำแน่นขึ้นมา

หลับให้สบายนะ..

 

 

แรมระวี  เดอลอน

นายจะเป็นความทรงจำของพวกเราตลอดไป

________________________________

..........

คือ.....

เขียนจบถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

เราจะต้องตามไปงานศพอีกกี่คนหรอ  คือบับ.....

ใจร้ายไปปะ?

ไอ้โปรดดดดดดด55555555

แง้งงง  ร้องไห้อะ  จัมบ้าตั่ย!!

เดี่ยวจะลงให้เรื่อยๆนะงับ  เขียนจบแล้ว   55555555

แต่วันนี้โปรดมีลงมหาลัยรอบที่สามมมมมมมมมมมม

คือกำลังรอระบบไม่ล่มไง  เลยอัพให้ก่อมหนึ่งตอนน  5555555555

 

ขอบคุณ​ที่เข้ามาอ่านนะงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว