facebook-icon

ความรักวายๆ ในรูปเเบบของเทพนิยายเหนือธรรมชาติ มาดูบทสรุปความรักของเรื่องนี้ได้ที่ The Moon รักนี้จมเขี้ยว

รักจมเขี้ยว...บทที่ 22 (THE END)

ชื่อตอน : รักจมเขี้ยว...บทที่ 22 (THE END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.2k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2564 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักจมเขี้ยว...บทที่ 22 (THE END)
แบบอักษร

รักจมเขี้ยว...บทที่ 22 

 

“มานั่งนี่ไผ่” 

“เตี่ย...คือไผ่”ผมได้เเต่อ่ำๆอึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะต้องพูดหรือทำตัวยังไง 

“เตี่ยบอกให้มานั่ง”  

“ไม่เอาอะเตี่ย...เตี่ยฟังไผ่นะ!!  ไผ่ขอโทษ เรื่องนี้ไผ่ผิดเอง  เตี่ยอย่าทำอะไรไอ้ออลตินเลยนะ ไผ่ผิดเอง...ฮึก...เตี่ยอย่าให้ไผ่เลิกกับมันเลยนะ...ไผ่ไม่เลิกอะเตี่ย...ไม่เอาไผ่ไม่เลิก!!!!”  

 

 ผมส่ายหน้าเป็นพัลวัน ปากก็พูดออกไปถึงความรู้สึกของตัวเอง พยายามพูดสิ่งที่คิดเพื่อให้เตี่ยเห็นใจ มือก็จับมือไอ้ออลตินไว้เเน่น ผมไม่รู้ว่าต่อจากนี้เเม่งจะเกิดอะไรขึ้น  ระหว่างผมกับมัน...เเต่ผมคงยอมอยู่ห่างจากมันไม่ได้เเน่ๆ...  

 

 “อะไรของเเกไผ่ โวยวายอยู่นั้น เราทนมันได้ยังไงกันเนี่ยลูกออลติน”  

 

???  

 

เเม่ผมหันมาพูดกับผม ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเเล้วหันไปพูดกับไอ้ออลตินมันอีกเที่ยว  น้ำเสียงที่ใช้พูดนี่ก็โคตรจะเเตกต่างกันเลยอะ 

 

“ไปนั่งข้างพ่อเเม่เราก่อนเถอะไผ่”เเม่ของไอ้ออลตินหันมาบอกกับผมยิ้มๆ ผมมึนงงไปหมดเเล้ว...นี้มันเกิดไรขึ้นอะ??  

 

 นี่ผมตกข่าวไรไปหรือเปล่าวะ?? 

 

ผมมองหน้าไอ้ออลตินอย่างขอความคิดเห็น...มันพยักหน้าให้ผมทำตาม....ผมจึงค่อยๆเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆพ่อกับเเม่ผม....  

 

 “เรามาคุยกันต่อเถอะ”ผมนั่งฟังเรื่องราวตรงหน้าอย่างมึนงง...นี้มันอะไรวะ??  ทำไมเหมือนเตี่ยกะม๊าจะรู้ว่าผมเปลี่ยนไป หรือว่าพวกท่านจะรู้ว่าผมไม่ใช่มนุษย์เเบบพวกท่านเเล้ว  เเล้วทำไมเหมือนท่านจะไม่ว่าอะไรที่ผมคบกับไอ้ออลติน เเละที่สำคัญ! คุยกันเรื่องสินสอดนี่มันอะไร!!!  

 

 “ถ้ายังไงก็ติดต่อมาอีกทีเเล้วกันนะคะ”  

“ได้ค่ะ....เอ่อ...ส่วนนี้เป็นของที่พวกคุณควรจะพกติดตัวเอาไว้”เเม่ของไอ้ออลตินส่งสร้อยที่มีจี้เป็นเหมือนผลึกอะไรสักอย่างไปให้เตี่ยกับม๊าของผม...  

“ใส่ติดตัวไว้...”พ่อของมันพูดเสริมขึ้นมาอีก  ท่านหันมามองผมเหมือนจะสื่ออะไรกับพ่อเเม่ผมเนี่ยเเหละ... เตี่ยกับม๊ารับสร้อยมาใส่ทันที 

 

หลังจากนั้นพวกเราคุยกันต่อเรื่องโน่นนี้ไปเรื่อย  ส่วนมากจะเป็นเรื่องทั่วๆ ไป เช่น วันหนึ่งเราทำอะไรบ้าง กิจกรรมในครอบครัวอะไรพวกนั้น  เเละดูเหมือนพ่อเเม่ของไอ้คุณชายจะชอบเป็นพิเศษ ท่านทั้งสองตั้งใจฟังเรื่องที่เเม่ผมเล่าอย่างใจจดใจจ่อ  ทั้งๆ ที่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่มนุษย์ทำกัน  

 

พอตกเย็นพ่อกับเเม่ของไอ้ออลตินก็ขอตัวกลับ  ตอนเเรกเตี่ยกับม๊าผมเหมือนจะขอให้ผมอยู่ก่อน เเต่ก็เหมือนท่านจะนึกอะไรได้ เลยเปลี่ยนใจไล่ผมกลับซ่ะงั้นเเหละ  

 

"ไปไผ่ กลับได้เเล้ว เดี๋ยวจะดึกกันเสียเปล่าๆ" 

"งั้นผมลานะครับ สวัสดีครับเตี่ย สวัสดีครับม๊า"มันยกมือไหว้เตี่ยกับม๊าของผม เเล้วเดินตามเเม่กับพ่อของมันออกไป 

"เอ่อ..งั้น..ไผ่ไปเเล้วนะเตี่ย ม๊า" 

"กลับมาบ่อยๆ นะไอ้หมาเอ๋ย!"เตี่ยพูดเเล้วดึงผมเข้าไปกอดเอาไว้  ผมก็ไม่รอช้ากอดตอบท่านไปทันที ปกตินี่ท่านไม่ทำนะเนี่ย-*- 

. 

. 

. 

“เเม่มึงให้สร้อยเตี่ยกับม๊ากูทำไมวะ”พอเดินออกมาจากบ้านเเล้ว ผมก็ถามออกไป  จะว่าเสือกก็เสือกเเหละ...เเต่ใครสนละนี่เรื่องในครอบครัว!  

“ผลึกโลหิต” โลหิต?...โลหิตก็เลือดอะดิ!!  

“อือเลือด...เลือดของมึง”  

“เลือดกู!!”  

“ใช่..ถ้าพวกท่านใส่ติดตัวไว้...เวลามึงอยู่ที่บ้านกับกู พวกท่านก็ยังจำมึงได้”  

“เอาเลือดกูไปตอนไหน..เเล้ว....เเล้วมันจะไม่เเปลกๆ เหรอวะ...พวกท่านจะรู้ไหมว่ากู...”  

“เขารู้อยู่เเล้ว”ผมเงยหน้ามองมันอย่างไม่เชื่อหู เตี่ยกะม๊ารู้ว่าผมเป็น… “จะมีพ่อเเม่ที่ไหนดูความเปลี่ยนเเปลงของลูกไม่ออก”  

“...เเล้วมันจะไม่เป็นไรเหรอวะ...”  

“ไม่เป็นไรหรอก...พวกเขารู้เท่าที่รู้ได้ เเล้วเขาก็สัญญากับพ่อเเม่กูเเล้วว่าจะไม่อยากรู้ไปกว่าที่พ่อเเม่กูเล่า”  

“เล่าว่าอะไร”  

“ไม่ต้องรู้หรอก...”ก็ได้วะ อย่างน้อยก็คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกะเตี่ยกะม๊าเเน่  

 “เเล้ว....เรื่องที่พวกท่านคุยกันมันหมายถึงอะไร!!”  

 “เรื่องไหน??”  

 “มึงอย่างมาไขสือไอ้คุณชาย!! ก็เรื่องสินสอดไง!!” 

“หึหึ”มันหัวเราะในลำคอ เขยิบเข้ามาใกล้ผมจนหน้าเราเเทบจะชนกันอยู่เเล้วด้วยซ้ำ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์...นับวันเเม่งยิ่งร้ายไอ้เวรเอ่ย 

“ก็สินสอดขอมึงให้กูไง” 

“....” ฉ่าาา   เสียหน้าผมเองครับ.. 

“ออลติน พาน้องไปได้เเล้วมัวเเหย่น้องอยู่นั้น เจ้าของงานไม่มากันสักที ป่านนี้งานกร่อยหมด”เเม่ของมันที่เดินออกมาก่อนหันกลับมาพูดบอก….เดี๋ยวๆ! นี้ผมลืมพวกท่านไปได้ยังไง...เเล้วเมื่อกี้พวกท่านได้ยินไหมวะเนี่ย!! 

 

พวกเรากลับมาที่นครจันทรา...ผมยอมรับเลยว่า พระจันทร์ของที่นี่สวยกว่าที่โลกเยอะเลย เเบบเยอะมากๆ จนหาที่เปรียบกันไม่เจอเลยเเหละ ที่นี่มันดูสะอาด บริสุทธิ์ ต่างจากที่โลกเยอะ 

“เดี๋ยวๆ! นี่เราจะไปไหนกัน??” ผมถามมันออกไปอย่างงงๆ ก็ทางที่มันพาผมเดินมานี่มันคนละทางกลับที่จะกลับไปบ้านของมันไง 

เอ๊ะ? หรือผมเข้าใจผิดวะ ทำไมนะเหรอ ก็พ่อเเม่ไอ้คุณชาย ท่านก็เดินมาทางเดียวกับพวกผมไง 

 

ผมหยุดมองสถานที่ตรงหน้าอย่างตื่นเต้น  เคยมาที่นี่เเล้วก็จริง ตอนเช้าว่าสวยเเล้วตอนกลางคืนมันกลับสวยมาก  ที่นีคือวิหารจันทรา  ซึ่งพอได้เห็นในเวลากลางคืนเเล้วถึงได้เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกเเบบนั้น...วิหารนี้ตั้งอยู่ใต้ดวงจันทร์เเบบพอดี  ไม่ว่าจะมองจากตรงไหนใต้ดวงจันทร์ขนาดใหญ่นี้ก็คือวิหารเเห่งนี้  เเล้วยิ่งเเสงจันทร์ที่ตกกระทบลงมาที่ตัววิหารเเล้วด้วยยิ่งสวยเข้าไปใหญ่ นี่ถ้าเเม่ผมมีโอกาสได้เห็นนะ เป็นลมตายอะรายนั้น...ยิ่งชอบอะไรเเบบนี้อยู่ 

 

“ท่านกอไผ่เชิญทางนี้เพคะ” 

“ไปสิ”ไอ้ออลตินมันบอกให้ผมเดินตามเธอคนนั้นไป...พอเห็นว่าผมไม่ยอมไปมันเลยใช้เเขนดันหลังผมนิดๆ เหมือนจะเร่งให้ผมตามเธอคนนั้นไปเร็วๆ 

 

เธอคนนั้นพาผมเข้ามาในห้องๆ หนึ่ง ก่อนจะบอกให้ผมนั่งลงที่โซฟาที่ตั้งอยู่กลางห้อง  ผมกวาดสายตาไปรอบๆอย่างหวาดๆ เอาจริงๆถึงตอนนี้จะไม่ต้องกลัวพวกเขามาดูดเลือดผมเเล้ว  เเต่พลังของผมกับพวกเขามันคนละโยดกันเลย ถ้าสู้กันผมเนี่ยเเหละตายสถานเดียว 

 

“สวมชุดนี้นะเพคะ  หม่อมฉันจะออกไปรอด้านนอก เปลี่ยนเสร็จเเล้วตามหม่อมฉันออกไปนะเพคะ”เธอพูดบอกออกมายิ้มๆเเล้วเดินออกไป 

 

อะไรวะ?? ทำไมต้องเปลี่ยนละเนี่ย...เเต่ก็เอาเถอะเปลี่ยนก็เปลี่ยน 

 

พอเปลี่ยนเสร็จก็ก้มมองสภาพของตัวเอง...ชุดสีขาวสะอาดตาที่ดูเหมือนชุดเจ้าชายในเทพนิยายอะไรพวกนั้นเลย..เเต่กูใส่ออกมาเเล้วเหมือนลิเกหรือเปล่าวะ 

 

“มาเเล้วเหรอเพคะ”เธอหันมามองผมก่อนจะนิ่งไป...กูเหมือนลิเกใช่ไหม-*- 

“ปะ...ไปกันเถอะเพคะ..ข้างในคงรออยู่เเล้ว” 

 

เธอพาผมเดินเข้ามาด้านในของวิหาร ตามทางมีกลีบกุหลายโรยเต็มพื้นไปหมด  เเสงสว่างจากเทียนดวงเล็กๆที่อยู่รายทาง...เล่นอะไรกันวะเนี่ย--? 

 

เเอ๊ดด 

 

เสียงประตูบานใหญ่เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่หลังบานประตูนั้น...ออลตินในชุดเเบบเดียวกับผม ต่างกันเเค่ชุดของอีกฝ่ายมีผ้าคุมที่เข้ากับชุดอยู่   องค์ราชินีเดินมาหยุดตรงหน้าผมเธอมองผมก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู 

 

“เเม่คิดเเล้วว่าต้องเหมาะกับเรา”เธอพูดออกมาอย่างอ่อนโยน เเล้ววางมือลงที่เเขนของผม ก่อนจะพาผมเดินมาตรงเเท่นเวทีที่มีไอ้ออลตินยืนรออยู่ก่อนเเล้ว ตลอดทางเดินเมื่อผมเดินผ่านทุกคนก็จะยืนขึ้นเเล้วโค้งหัวให้  องค์ราชินีพาผมมาหยุดอยู่ตรงเเท่นพิธี ก่อนจะจับมือผมเเละมือของลูกชายท่านมาผสานกัน 

“ขึ้นไปยืนข้างๆ พี่เขาสิลูก” 

 

ผมก็ทำตามเเต่โดยดี….ไอ้เรามันก็ไม่ได้ใสจนไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรไง….โอ๊ย! ตื่นเต้นไปหมดเเล้ว..นี่มันเเต่งงานหรือเปล่าวะ...ใช่เเน่ๆ เเล้วไหนบาทหลวงละ หรือว่าใช้พระ หรือนายทะเบียนสมรสวะ...โอ๊ยยย!!! 

“ทำหน้าอะไรของมึงเนี่ย”ออลตืนมันกระซิบถามเบาๆ ทำไมวะผมทำหน้าอะไรออกไปเนี่ยย 

“เริ่มพิธีได้เเล้วออลติน เดี๋ยวจะเสียฤกธิ์หมด” 

“ครับท่านพ่อ” 

 

ออลตินพาผมเดินไปจนถึงระเบียบมันก็ไม่เชิงเป็นระเบียบหรอก...มันเเค่สามารถมองออกไปด้านนอกก็เห็นพระจันทร์ดวงโตได้อย่างชัดเจน….มันหันมายิ้มให้ผมก่อนจะจับผมให้หันไปเผชิญหน้ากับมันตรงๆ 

 

“ข้า...ออลติน  องค์รัชทายาทเเห่งนครจันทรา บุตรชายเพียงคนเดียวขององค์ราชาองค์ปัจจุบัน"มันยิ้มให้ผม "ขอสัญญาต่อหน้าองค์จันทราผู้เป็นใหญ่เเละเป็นดั่งเเสงสว่างเเห่งนครจันทรา  ข้าผู้นี้จะขอรักชายผู้นี้ ผู้ที่อยู่ตรงหน้าของข้าเพียงคนเดียว เเละจะคอยดูเเลเขาตลอดไป  ขอองค์จันทราเป็นพยาน หากข้าผิดคำพูดเมื่อใด...ชีวิตนี้ขอมอบให้ชายผู้นี้เป็นผู้จัดการจบชีวิตข้าด้วยมือของเขาเอง” 

 

มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง มือก็กำมือผมเเน่นเหมือนพยายามจะสื่อให้ผมรู้ว่าที่มันพูดออกมานั้นคือความจริง 

 

“ตามึงเเล้ว”มันพูดออกมาเบาๆ พร้อมๆกับทำหน้าตั้งอกตั้งใจฟังสิ่งที่ผมจะพูดมากๆ 

 

เเล้วกูต้องพูดอะไรละ….เนี่ยไง! เพราะมึงไม่เตรียมกูไง...บอกกูก่อนก็ไม่ได้จะได้คิดคำพูดสวยๆ  เอาวะเอาไงเอากัน...พูดในสิ่งที่กูคิดเนี่ยเเหละ!! 

 

“กูรักมึง ทิ้งกูเมื่อไรกูฆ่ามึงเเน่….” 

 

พูดจบผมก็กระชากคอมันลงมาประกบจูบทันที  ริมฝีปากของพวกเราสัมผัสกันเเบบเเนบสนิท เสียงปรบมือของเเขกในงานดังลั่นไปหมด  เเต่ผมไม่สนใจไอ้คุณชายเองก็คงเหมือนกัน  มันบดเบียดริมฝีปากเข้ามาเน้นๆ ขบเม้มเบาๆ สลับหนักตามสไตล์ของมัน…ผมไม่รู้ว่าเราจูบกันนานเท่าไร เเต่ที่ผมรู้คือมันไม่นานเท่าความรู้สึกของผมที่มีต่อมันหรอก...ถึงมันจะรักผมก่อน เเต่ผมมั่นใจว่าตอนนี้ผมเองก็รักมันไม่น้อยกว่าที่มันรักผมเลย..ผมมั่นใจ 

 

องค์จันทราครับ...ฟังผมนะ...ผมรักมัน รักมากๆ เลยครับ...ผมไม่รู้ว่าที่ผมได้เจอมัน มันเพราะอะไร เเต่ถ้าเป็นเพราะท่านผมขอบคุณครับ….ขอบคุณที่มอบมันมาให้ผม...ขอบคุณที่ทำให้ผมกับมันได้เจอกัน 

 

“กูรักมึงไอ้คุณชาย” 

“รู้เเล้ว…” 

 

อื๊ออออ 

 

มันเปิดโอกาสให้ผมได้เป็นอิสระเเค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้นก่อนจะกดจูบลงมาอีก ซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไรจูบต่อมันกลับไปนั้นเเหละ  จูบกันจนได้กลิ่นเลือดลอยมาเลยเเหละ….เเต่หวานวะ เลือดมันโคตรหวานเลย  เราผละออกจากกันก่อนจะส่งยิ้มให้มันไป  เเสงจันทร์ที่สาดเข้ามากระทบใบหน้าของมันบอกได้เลยว่าทำให้มันหล่อมากกก….เเต่คนนี้ของผมครับ หล่อเเค่ไหนพวกคุณก็ยุ่งไม่ได้นะ^^ 

 

THE  END 

 

 

แต่งมาจนจบเรื่องไรท์ถึงรู้ว่าไรท์ลืมอะไร  ลืมหมอกนี่เอง ตัวละครที่ถูกลืมของเรื่องนี้คือหมอกเลย 5555  ตอนแรกๆกะจะให้มีบทบาทสักหน่อย กลายเป็นว่าหาที่ใส่น้องไม่ได้เลย พอใส่ไม่ได้ก็คิดว่าเอาไว้ตอนหน้าๆ แล้วก็เหมือนเดิมหาที่ใส่ไม่ได้ 55555 

แต่ช่างหมอกมันไป  เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเธอหมอก 555 นั้นแหละๆ เข้าเรื่องเลยดีกว่า  ไรท์ต้องขอบคุณทุกๆคนนะ ที่เข้ามาอ่านเข้ามาให้กำลังใจ  เอาจริงๆก็คิดนะว่า ที่เราแต่งไปคนไม่ชอบหรือเปล่า  มาอ่านน้อยจังน้อยกว่าเรื่องแรกอีก ยอมรับว่าเคยถอดใจหลายเที่ยวมาก แต่มันก็จะมีแว๊บหนึ่งอะ ที่ไรท์คิดว่า เฮ้ยมึง! อย่าเห็นแก่ตัวดิ คนเขาก็เข้ามาอ่าน คนเขาก็เข้ามารอก็มีไง จะมาทำทิ้งๆขวางๆก็ไม่ถูกไหม  พอคิดแบบนั้นก็จะแบบ เอาวะอีกสักตั้งนึง...ยังไงก็ติชม  หรือให้กำลังใจกันหน่อยน่า....ขอบคุณเด้อออออออออ 

 

ความคิดเห็น