facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

🔶 ตอนพิเศษ : ลูกหมูสามตัว

ชื่อตอน : 🔶 ตอนพิเศษ : ลูกหมูสามตัว

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2561 23:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
🔶 ตอนพิเศษ : ลูกหมูสามตัว
แบบอักษร

                7 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก

สวัสดีครับ ผมชื่อวีนัส เป็นนักเขียนนิยายบอยเลิฟอีโรติกอยู่ที่สำนักพิมพ์ส้มจี๊ด สิบปีที่ผ่านมาผมไม่ได้เข้าไปที่สำนักพิมพ์เลยสักครั้ง เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะผมมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองเอิร์กหลังจากที่เดินทางมาที่นี่เพื่อตามหาแรงบันดาลใจในการแต่งนิยาย และเพราะวาสนาที่ดีเกินใครผมเลยมาพบรักกับเจ้าชายอันดับที่สองของเมืองนี้นามซีค ควอนอร์ ตอนนี้เรามีลูกด้วยกันแล้วถึงสามคน แถมแต่ละคน แสบ ๆ ซน ๆ ทั้งนั้น

“เซฟ เซีย อย่าวิ่งไปไกลนะ รู้มั้ย” ผมร้องบอกลูกชายฝาแฝดที่พากันวิ่งเล่นขณะที่วันนี้ซีคพาพวกเราลงมาในเมืองด้วย เขาทำงานเองเสมอไม่ว่าดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนไปจนถึงจัดตั้งโครงการเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้คน

“ลูกไปไม่ไกลหรอก” เจ้าลูกหมูสองตัวหันหน้ามาบอกพร้อมกัน ทั้งคู่แปดขวบพอดี เซฟเหน็บดาบไม้ไว้ข้างเอวก่อนจะชูมันขึ้นมา

“ลูกมีดาบไม้ ลูกไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”

“หึ ! ลูกก็มี ท่านแม่ไม่ต้องห่วง พวกเราดูแลตัวเองได้” สองแสบอวดดาบไม้ที่ซีคทำให้

“ก็ได้ แต่ยังไงก็อยู่แถว ๆ นี้พอ อย่าห่างท่านพ่อมากนัก” ผมบอก พวกเขาไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น สองแสบเหมือนซีคมากจริง ๆ พวกเขาพยายามเลียนแบบซีคตั้งแต่การแต่งตัวไปจนถึงอุปนิสัย ผิดกับเจนัสที่ไม่ชอบดูการประลองดาบไม่ชอบการใช้กำลัง จนบางทีผมคิดว่าผมมีลูกสาว

“ท่านแม่… ผ้าคลุมไหล่สวยจังเลย” เจนัสชี้นิ้วไปที่ผ้าคลุมไหล่ทรงสามเหลี่ยมสีแดงประดับหมุดทอง เจ้าของร้านสนิทกับผมดีเพราะซีคมักพาผมมาเลือกผ้าคลุมไหล่ที่นี่บ่อย ๆ

“หนูชอบมั้ยล่ะ” ผมก้มหน้ามาถามเจนัส

“ลูกชอบ แต่ลูกคิดว่าเหมาะกับท่านแม่มากกว่า”

“แม่มีเยอะแล้ว พ่อเขาไปต่างเมืองทีก็เอามาให้ที นี่ยังใช้ไม่ครบเลย”

“ของท่านแม่มีทองประดับทุกผืนเลยใช่มั้ย”

“ใช่” พูดจบผมก็จูงมือเจนัสผ่านร้านผ้าคลุมไหล่แล้วเดินตามซีคไปเรื่อย ๆ เขากำลังเยี่ยมเยียนประชาชนบ้างก็รับของที่ผู้คนเอามาฝากผมกับลูก

“วีนัส เขาเอาแอปเปิลมาฝากเจ้ากับลูก” ว่าแล้วซีคก็หันหน้ามาบอก

 “ท่านวีนัสเพคะ ป้าเพิ่งปลูกแอปเปิลสายพันธุ์ใหม่ ท่านอควาห์ให้เมล็ดพันธุ์มาไม่มากนักแต่ออกผลดีเหลือเกิน” ป้าคนหนึ่งเดินโน้มตัวมาหา ผมรีบรับแอปเปิลในมือเธอมา มันมากซะจนแม้แต่เธอเองยังถือแทบไม่ไหว

“ขอบคุณป้ามากนะจ๊ะ” ผมบอก

“คิคิ เจนัสมีแอปเปิลหวาน ๆ กรอบ ๆ กินอีกแล้ว” เจนัสบอกเสียงใส แววตาหวาดหวานบวกกับริมฝีปากกระจับทำให้ทุกคนต่างเอ็นดูในรูปลักษณ์ของลูกชายคนนี้ ซีคเองก็เช่นกัน เขาหวงเจนัสยิ่งกว่าใคร ๆ

“เอาไปให้ทหารถือ ส่วนเจ้า จับชายเสื้อพ่อไว้แล้วเดินตามมา อย่าให้ห่าง” ซีคสั่ง เจนัสพยักหน้ารับ

“ท่าน ลูกสิบขวบแล้วนะ ข้าคิดว่าลูกน่าจะดูแลตัวเองได้แล้ว”

“ไม่ได้” ซีคดึงมือเจนัสไปจับทันที ผมเลยจิ๊ปากใส่เขาหนึ่งครั้งเป็นการบอกว่าไม่พอใจ

“ท่านพ่อ ทำไมลูกไม่ได้ไปวิ่งเล่นแบบน้อง ๆ บ้างล่ะ” เจนัสถาม และซีคก็ตอบกลับมาในสิ่งที่ลูกสงสัย

“เจ้ายังดูแลตัวเองไม่ได้”

“แต่ลูกโตแล้วนะ ลูกนอนหลับได้เองโดยที่ป้าส้มจี๊ดไม่ต้องกล่อมแล้ว และลูกก็ไม่กลัวความมืดแล้วด้วย”

“ถึงอย่างนั้น เจ้าก็ยังต้องอยู่ในความควบคุมของพ่อ”

“ท่านพ่อ ทีเซฟกับเซียยังกินขวดนมอยู่เลย ทำไมถึงไปวิ่งเล่นไกล ๆ ได้ล่ะ”

“อะไรที่พ่อว่าสมควร บางครั้งเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องถามถึงเหตุผลให้มันมากความ เจนัส” หลังจากพูดจบเจนัสก็หน้าหงอทันที เด็กน้อยยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมซีคถึงทำแบบนี้กับเขา ผมเองก็เหมือนกัน

เราสามคนเดินไปเรื่อย ๆ พักนี้ประชาชนไม่มีปัญหาอะไรมากนัก อย่างมากก็แค่ลูกเด็กเล็กแดงไม่สบายแล้วอยากให้ซีคเข้าไปดูเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ทำไมเขาถึงทำแบบนี้น่ะหรอ เพราะเขาต้องการดูให้เห็นกับตาตัวเองว่าใครเป็นยังไง อยู่สบายกันรึเปล่า ก่อนหน้านี้ผมแนะนำไปแล้วว่าหากใครมีปัญหาให้ส่งจดหมายเข้ามาแทน กลายเป็นว่าซีคโมโหยกใหญ่หาว่าผมไม่ห่วงประชาชน จะว่าห่วงก็ห่วง แต่ผมห่วงเขามากกว่า ห่วงขาของเขาข้างที่ถูกยิงที่ใช้งานได้ไม่ดีนักจนต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน

“ท่าน เดินไหวมั้ย” ว่าแล้วผมก็ยื่นหน้าไปใกล้ ๆ แล้วกระซิบถาม

“ไหว” เขาตอบเสียงเรียบ

“ทำไมไม่ให้ทหารลงมาแทนล่ะ ใครมีปัญหาอะไรให้ทหารไปรายงานเอาก็ได้” ความจริงมันไม่ใช่เรื่องของผมเลยสักนิด แต่ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะห่วงล้วน ๆ

“ไม่มีใครทำงานถูกใจข้าสักคน ไว้เซฟกับเซียโตเมื่อไหร่ ข้าจะให้ลูกชายทั้งสองสำเร็จราชการแทนข้า”

“ไว้โตเมื่อไหร่ ข้าจะให้ลูกชายทั้งสองสำเร็จราชการแทนข้า อิโถ่ กว่าจะโต หัวเข่าตัวเองไม่เสื่อมก่อนรึ” ผมพูดอุบอิบ ดูเหมือนซีคจะได้ยินแต่เลือกที่จะไม่พูดอะไรเพราะไม่อยากทะเลาะกันต่อหน้าประชาชน

“แล้วลูกล่ะท่านพ่อ โตไปให้ลูกทำอะไร” เจนัสอยากรู้บ้างว่าโตไปตัวเองจะมีหน้าที่อะไรจึงถามออกมา

“ฝึกขี่ม้าให้แข็งก่อนแล้วค่อยไปทำอย่างอื่น” ซีคตัดบทสนทนา จริงอย่างที่พูด เจนัสยังขี่ม้าไม่แข็ง อย่าว่าแต่ขี่ม้าเลย วิ่ง ๆ อยู่บางทีสะดุดเนินทรายแล้วล้มก็มี

“ท่านแม่ ลูกไม่เคยได้ทำอะไรเลย… วัน ๆ อยู่แต่ในวังกับจัดดอกไม้ ลูกเบื่อ” เจนัสหันมาฟ้อง ลูกชายพูดเป็นภาษาไทยเพราะเจ๊ส้มสอนให้พูดได้สองภาษา

“งั้นหนีไปอยู่ไทยกับแม่มั้ยล่ะ”

“ฮ่า ๆ ป้าส้มจี๊ดบอกว่า ถ้าเราสองคนหนีไปเมืองไทยเมื่อไหร่ ท่านพ่อต้องอกแตกตายแน่ ๆ”

“ให้ตายไปเลย คนบ้าอะไรไม่รู้ เผด็จการบ้าอำนาจที่หนึ่ง”

“คิคิ ท่านพ่อฟังที่เราพูดไม่รู้เรื่อง” ตาหนูป้องปากกระซิบแล้วยิ้มตาหยี ซีคที่ไม่รู้ว่าเราพูดอะไรกันหันหน้ามาหา

“ถึงไม่รู้ว่าพวกเจ้าพูดอะไรกัน แต่ข้าก็รู้ว่าเจ้ากับลูกนินทาข้าอยู่ วีนัส” ผมไม่ได้สนใจคำพูดของซีคเลยสักนิดเพราะสายตาตอนนี้เห็นสองแสบวิ่งอุ้มลูกเสือโคร่งสีขาวกับสีปกติมาแต่ไกล เจ้าลูกหมูไปเอาสัตว์แบบนี้มาจากไหนกันนะ

“ก่อนจะสนใจว่าข้าพูดอะไรท่านสนใจลูกท่านก่อนดีกว่า นู่น อุ้มลูกเสือมาจากไหนไม่รู้ ดูท่าจะขอเอาไปเลี้ยงในวังด้วยสิ” พูดจบซีคก็หันหน้าไปมองตามต้นเสียงเรียกเล็ก ๆ ของลูกทั้งสอง

“ท่านพ่อ ลูกอยากเลี้ยงเสือขาว” เซฟบอกพร้อมชูลูกเสือโคร่งเผือกให้ดู

“ลูกก็อยากเลี้ยง คนขายบอกว่ามันไม่ดุ” เซียผู้เป็นน้องพูดเสียงใสแล้วชูลูกเสือโคร่งสีส้มเพศผู้ให้ซีคดู

“นี่เจ้าไปเอามันมาจากไหนกันห๊ะ !” ซีคไม่รับลูกสัตว์จากมือลูก ๆ เขามองซ้ายขวาเพื่อหาต้นตอว่าทั้งสองไปเอามันมาจากไหน

“มีพ่อค้าจากต่างเมืองมาเล่ขาย ลูกอยากได้ ลูกขอเลี้ยงไว้นะ” เซฟบอกพร้อมกอดลูกเสือโคร่งไว้แน่น

“ลูกก็อยากได้” เซียบอกพร้อมเอาแก้มถูไปบนขนนุ่ม ๆ ปุกปุยน่ารัก

“ได้ไม่ได้ไม่สำคัญ แต่เจ้าไปพูดอิท่าไหน พ่อค้าเล่ขายถึงได้ให้เจ้าอุ้มลูกสัตว์ของเขามาแบบนี้” ทันทีที่พูดจบ สองแฝดก็หันหน้ามองกันแล้วหัวเราะออกมา

“ลูกบอกว่า เอาลูกเสือมาให้ลูกเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นลูกจะไปฟ้องท่านพ่อ ให้ท่านพ่อตัดหัวพวกเขาข้อหาขัดใจลูก” เจ้าแฝดพูดออกมาพร้อมกัน ผู้คนต่างหัวเราะออกมาให้กับความร้ายที่ทำลงไปโดยไม่รู้ตัวว่ามันผิด แต่ซีคนี่สิไม่ตลกด้วย เขาถึงกับเอามือกุมหน้าผากแล้วพยักหน้าอนุญาตให้ทั้งสองเอาลูกเสือกับลูกสิงไปเลี้ยงในวังได้ด้วยความจำใจ

“ตกลง พ่ออนุญาต เอาลูกเสือไปฝากทหารแล้วพาพ่อค้าเล่ขายมาหาพ่อ” หมดไปหนึ่งวันที่แสนวุ่นวาย ลูกน้อยสองคนรีบวิ่งฝ่าผู้คนมากมายเพื่อไปหาพ่อค้าเล่ขายและพาพวกเขามาหาซีค ผมยืนยิ้มกับเจนัสแล้วแอบหัวเราะกันสองคน ชอบใจที่สองแสบหาเรื่องมาให้ซีคปวดหัวได้ทุกเมื่อ

10 ปีผ่านไป ไวมากจ้า

Janus Part.

“ท่านแม่ วันนี้ลูกขอลงไปในเมืองกับน้องนะ !” ผมวิ่งมากอดหลังแม่วีที่กำลังนั่งเขียนรายงานให้ท่านพ่ออ่าน แม่ทำเป็นประจำทุกวันรองจากงานเขียนนิยาย

“พ่อไม่อนุญาตใช่มั้ย ถึงได้มาขอแม่” แม่ถามเสียงเรียบ สายตายังคงมองไปบนกระดาษแผ่นสีขาว

“ใช่ อีกอย่างวันนี้ป้าส้มจี๊ดไม่ว่าง ลูกเลยมาขอท่านแม่ อยากให้ท่านแม่ไปด้วย ท่านพ่อได้อนุญาต”

“วันนี้คงไม่ได้ เพราะว่างานแม่ยังไม่เสร็จ”

“โถ่… ทำไมเวลาลูกจะไปไหนมาไหนต้องมีคนคอยติดตามตลอด ไม่ก็ต้องไปกับท่านแม่ บางทีก็ไปกับป้าส้มจี๊ด บางทีก็พี่สการ์ ทีเซฟกับเซียไปสำเร็จราชการแทนท่านพ่อตั้งไกล ไม่เห็นมีทหารติดตามไปสักคนนอกจากทหารคนสนิท”

“นั่นก็เพราะว่าน้องดูแลตัวเองได้”

“แล้วลูกดูแลตัวเองไม่ได้ตรงไหน ลูกยิงธนูได้แล้วนะ”

“ยิงออกนอกเป้าน่ะหรอ” แม่ย้อนถามแล้วส่งสายตามองลอดแว่น

“อย่างน้อยก็ยิงได้แล้วกันน่า…” ผมพูดเสียงเอื่อย บอกตามตรงว่ายิ่งพูดยิ่งน้อยใจ ยิ่งโตเท่าไหร่พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยตามใจเหมือนตอนเด็ก ๆ โดยเฉพาะท่านแม่ที่เด็ดขาดและเอาจริงเสมอ ถ้าไม่ก็คือไม่ ไม่มีการต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น

“หยุดทำเสียงแบบนั้นแล้วช่วยแม่ยกกองเอกสารไปให้ท่านพ่อ เจนัส”

“ทหารมีตั้งมากมาย ทำไมท่านแม่ไม่ใช่บ้างล่ะ” ผมบ่นไปงั้นแหละแต่ก็ยอมเข้าไปช่วยอย่างว่าง่าย

“อะไรที่พอจะทำเองได้ก็ควรทำเอง ตามแม่มา”

“นี่ท่านแม่ คืนนี้เราเล่นโป้งแปะกันมั้ย ลูกอยากเล่นโป้งแปะ เหมือนที่ท่านแม่สอนลูกเล่นตอนเด็ก ๆ ไง” ผมยื่นหน้าไปหาแม่วีที่กำลังเดินนำหน้า แม่ถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง

“โตแล้ว ไม่เล่น” พูดจบแม่ก็ขยับขาแว่น มันเป็นท่าที่ผมเห็นเป็นประจำ

“งั้นคืนนี้ลูกขอนอนกับท่านพ่อท่านแม่แทนได้มั้ย” เพราะไม่ได้เล่นผมเลยยื่นข้อเสนออื่น ๆ อย่างน้อยก็ได้ฟังท่านพ่อเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังในสมัยที่ท่านยังหนุ่ม

“ไปขอท่านพ่อเอาเองแล้วกัน เรื่องนี้แม่ยังไงก็ได้”

“เย้ เจนัสรักท่านแม่ที่สุดเลย” ผมตะโกนสุดเสียงแล้วรวบกอดแม่วีต่อหน้าพี่ทหารเฝ้ายามหน้าห้องก่อนหอมแก้มนุ่ม ๆ ที่ท่านพ่อหวงแหนที่สุดหนึ่งครั้ง

“ลูกรักท่านแม่ที่สุดเลย !”

“ฮ่า ๆ เอาล่ะ วางเอกสารไว้บนโต๊ะ แล้วเดี๋ยวเราสองคนลงไปในเมืองกับน้อง ท่านพ่อก็ไปด้วย”

“อ้าว ไหนตอนแรกบอกว่างานยังไม่เสร็จไง หรือว่าท่านแม่ใจอ่อนเลยพาลูกไป” ผมรีบเอาเอกสารไปวางไว้บนโต๊ะแล้ววิ่งกลับมากอดแขนแม่วีแน่น ๆ

“เปล่า แม่คิดขึ้นได้ว่าวันนี้พ่อต้องลงไปเมืองเขตเหนือ แม่จะลงไปเป็นเพื่อนเขา”

“แม่ห่วงกลัวท่านพ่อปวดขาใช่มั้ย”

“เปล่า” กี่ปีดีดักคู่นี้มักปากแข็งเสมอ ผมรู้ว่าแม่ห่วงท่านพ่ออย่างกับอะไรดีแต่ไม่พูดออกมาก็แค่นั้น ว่าแล้วท่านพ่อก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วพูดขึ้น

“ใช่ แม่เจ้าไม่เคยห่วงพ่อเลยสักนิด เจนัส” ส่วนรายนี้ก็ประชดประชันเก่งที่หนึ่ง ผมมองท่านพ่อที่สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีครีมมีผ้าผืนยาวพาดไหล่เอาไว้บังแดดพร้อมดาบดามากัสคู่ใจเล่มยาวที่เห็นทีไรเสียวสันหลังทุกที อ่อ ตอนนี้ท่านพ่อมีไม้เท้าด้วย เพราะท่านแม่บังคับให้ใช้เวลาเดินไปไหนมาไหน

“ต้องห่วงสิ ลูกรู้” พูดจบผมก็วิ่งไปหาท่านพ่อแล้วกอดก่อนเอาหน้าซบไหล่

“วันนี้ลูกขอนอนกับท่านพ่อนะ” ผมรีบขอทั้งที่รู้ว่าท่านพ่อต้องอนุญาต

“ได้” และคำตอบที่ได้รับก็เป็นไปตามที่ผมคิด

“โตแล้วพี่เจนัสยังจะนอนกับท่านพ่ออีกรึ” เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้น มันเป็นเสียงของเซฟ แฝดคนโตที่ชอบแซวผมอยู่เรื่อย

“ฮ่า ๆ พี่เจนัสอยากเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อถึงได้คอยอ้อนท่านพ่อตลอด ไม่รู้จักโตสักที” เซียแฝดคนน้องพูดเสริม ตอนเด็ก ๆ ทั้งสองก็น่ารักอยู่หรอกแต่พอโตมาเราคอยจะขัดคอกับผมอยู่เรื่อย

“หุบปากไปเลย ! ตัวเองอายุสิบแปดแล้วก็ยังร้องกินนมท่านแม่อยู่เลยนี่ !” มีรึที่เจนัสคนนี้จะยอม ก็ต้องโต้วาทีกันสักตั้งสองตั้งสิถึงจะถูก

“หยุด” และสงครามที่ยังไม่ทันได้เริ่มต้นก็สงบลงเพราะแม่วีกับท่านพ่อพูดขึ้นพร้อมกัน

“หัดเหน็บดาบดามากัสให้ถูกข้างก่อน เซฟ เซีย แล้วค่อยวตำหนิพี่เขา” ท่านพ่อพูดต่อ แหงล่ะ ก็ผมเป็นลูกรักของพ่อนี่

“ท่านก็สอนลูกสิ ลูกได้ทำถูกสักที” แม่วีช่วยแก้ต่างเพราะสองแฝดนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นลูกรักของแม่เช่นกัน เราแบ่งทีมกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เอาจริง ๆ แล้วพ่อแม่ก็รักลูกเท่ากันหมดแหละ ผมกอดแขนท่านพ่อแล้วมองน้องชายสองคนที่เหน็บดาบดามากัสไว้ข้างขวาทั้งที่ความจริงคนถนัดขวามันต้องเหน็บข้างซ้าย

“เหน็บดาบไว้ข้างขวาแล้วเจ้าจะชักมันออกจากฟักยังไง หากเกิดอะไรขึ้นเจ้าทั้งสองคงตายก่อนที่จะสู้” พูดจบท่านพ่อก็ก้าวขาเดินออกจากห้องทันที ทิ้งให้สองแฝดยืนเปลี่ยนข้างสายสะพายดาบอย่างเก้ ๆ กัง ๆ

“ฮ่า ๆ จ้างให้ตาย ก็ไม่เหมือนหรอก” ผมแลบลิ้นล้อหลอกให้น้องชายสองคนที่พยายามจะเป็นแบบท่านพ่อให้ได้ เซฟและเซียแต่งตัวเหมือนท่านพ่อเป๊ะ ๆ ไปจนถึงสีหน้าท่าทางที่ทำให้ผมคิดว่าสองคนนี้ไม่ต่างจากท่านพ่อตอนหนุ่ม ๆ แต่พูดไปยังไงก็ไม่เหมือนหรอก เพราะคนที่จะปกป้องทั้งผมและท่านแม่ได้ดีที่สุดก็มีแต่ท่านพ่อเท่านั้น

    มาแล้ววววววววววว อ่านเลยยยยย จบแล้วน้าาาา ต่อไปนี้ อ่านต่อได้ที #ฟิคเมียโจร น้าา

รอหน่อยยยย ช่วงนี้ยุ่งง ๆ ๆ และนี้คือ เมจสามหมูตอนโตจ้า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว