ขอบคุณที่ติดตามและเขามาอ่านนิยายของอริสนะคะ รักทุกคนค่ะ😘❤️

ดั่งใจบัญชา [EP10] ทางสะดวก

ชื่อตอน : ดั่งใจบัญชา [EP10] ทางสะดวก

คำค้น : มาเฟีย, รักดราม่า, แอ็คชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2561 02:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดั่งใจบัญชา [EP10] ทางสะดวก
แบบอักษร

​บทที่ ๑๐


-หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป-

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พริบตาเดียวก็เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ดาหลาอยู่กับธาวินที่คฤหาสน์ของเขา เธอได้รับอิสระตามที่เขาลั่นวาจาไว้ เขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามเฝ้าเธอแล้ว ดาหลาจะทำอะไรหรือไปที่ไหนก็ได้ในคฤหาสน์ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามออกไปไหนนอกคฤหาสน์โดยที่ไม่มีธาวินไปด้วยเด็ดขาด! เพราะเหตุนี้เธอจึงไม่ออกไปไหนเลยนับตั้งแต่วันนั้นที่กลับมาจากห้างสรรพสินค้า และเธอก็ไม่ได้ติดต่อหาใครอีกนอกจากภานุมาศวันนั้น

แต่ถึงจะได้รับอิสระตามสัญญา แต่เธอยังต้องนอนห้องเดียวกันกับธาวินอยู่ดี เขาดีกับหญิงสาวมากและไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอเลย ยกเว้นชอบขโมยหอมแก้มหรือนอนกอดและก็...

จูบปากก่อนนอนและหลังตื่นเช้า 

ฟอดดดดดดดด

“อ่ะนี่!” เพราะกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่จึงถูกคนที่พึ่งตื่นขโมยหอบแก้มไปฟอดใหญ่

“คิดอะไร คิดหาทางหนีเหรอ?” ดาหลาแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันให้กับคำถามของมาเฟียหนุ่ม ใช่...เธอกำลังคิดหาทางออกไปจากที่นี้ ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่เคยมีวันไหนเลยที่ไม่คิดจะหนี และเธอก็มีแผนหนึ่งอยู่ในใจ เพียงแต่ว่ายังไม่มีโอกาศก็เท่านั้น

“...” หญิงสาวเอี้ยวหน้าไปหาธาวินพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ ซึ่งธาวินเองก็สบสายตาตอบกลับ เขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เธอไม่มีวันหนีเขาพ้นหรอก

จุ๊บ

ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าเข้าไปกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากอวบอึมเบาๆแล้วผละออก ก่อนจะกระซิบถามประชิดลมหายใจ

“รักผมขึ้นมาบ้างหรือยัง” ดาหลาแค่นหัวเราะเบาๆอีกครั้งให้กับคำถามราวกับเด็กน้อยของ

ธาวิน ผู้ชายคนนี้ไม่เหมาะกับลุคมาเฟียเอาเสียเลย ตลอดเวลาเจ็ดวันที่อยู่ด้วยกัน เขาทำตัวราวกับเด็กสองสาบขวบก็ไม่ปาน 

“...” ความเงียบของหญิงสาวคือคำตอบที่ได้รับเกือบทุกครั้งที่พูดคุยด้วย 

“ไม่เป็นไร ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ จะได้ลงไปทานอาหารเช้า” จบประโยคก็ผละตัวออกห่างแล้วขยับลงจากเตียงเดินไปเข้าห้องน้ำ

ดาหลามองตามไปพลางคลียิ้มบางประดับมุมปาก อันที่จริงเธอก็เริ่มรู้สึกดีกับเขาแล้วแหละ หากแต่ว่าเธอยังไม่อยากจะยอมรับมันก็เท่านั้น...

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวทำธุระส่วนตัวเสร็จสรรพทั้งสองคนก็ลงมารับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารอย่างเช่นทุกวัน 

“ผมต้องบินไปดูงานที่จีน คงสองสามวันถึงจะกลับ แต่ผมจะให้กิตติอยู่ที่นี่ดูแลคุณ” ธาวินพูดขึ้นในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารเช้ากันอยู่ เขาเงยหน้าจากจานเบรคพาสท์มามองดาหลาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมามองตอบ 

“...” คิ้วบางได้รูปเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงถาม

“ผมบินวันนี้...ส่วนคุณอยู่ทางนี้ก็อย่าดื้ออย่าซนก็แล้วกัน อยากได้อะไรก็สั่งกิตติได้ แต่ห้ามออกไปไหนถ้าผมไม่อนุญาต เดี๋ยว...ผมจะโทรมารายงานตัวทุกๆสามชั่วโมง^^” ธาวินบอกพลางกลั้นขำกับประโยคจบท้ายของตัวเอง เขาเพียงจะบอกว่าเขาแคร์เธอมาก

“บอกฉันเพื่อ?” นั่นคือคำพูดแรกของดาหลานับตั้งแต่ตื่นเช้ามา มุมปากหยักระบายยิ้มด้วยความดีใจที่เธอยอมพูดคุยกับเขาสักที เพราะตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาเขาพยายามจะพูดคุยด้วย เธอก็เอาแต่ถามคำตอบคำ หรือบางครั้งก็เอาแต่เงียบเหมือนก่อนหน้านี้

“ถ้าคุณไม่สำคัญสำหรับผมๆก็ไม่บอกหรอก แต่เพราะคุณสำคัญผมเลยอยากให้คุณได้รับรู้” เอาแล้วไง หัวใจบ้า! จะเต้นแรงทำเนี่ย! แต่ก็ดีเหมือนกันนะจะได้หาทางหนีมันซะคือนี้เลย

ดาหลาลั่นในใจ

“งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะ^^” ธาวินถึงกับยิ้มกว้าง ทว่าประโยคถัดมาของหญิงสาวก็ทำให้เขาต้องหุบยิ้มลง

“แต่ถ้าเป็นไปได้เครื่องบินตกตายหน้าจะดีมาก ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ดวงผมแข็ง และอีกอย่าง...” เขาเว้นวรรคเอาไว้

“...”

“ยังไม่ได้คุณมาเป็นเมียสมใจเลย รีบตายทำไมว่าไหม?” กรามบางขบเข้าหากันแน่น แววตาคู่สาวแข็งกร้าวขึ้นทันควัน ต่างจากดวงหน้าที่แดงระเรื่อ

“เก็บปากไว้ทานข้าว ดีกว่ากินลูกกระสุนเถอะ!” 

“กินข้าวอย่างเดียวมันไม่พอ เก็บไว้จูบคุณด้วยได้ปะ?” 

ปึก!

เพล้ง!

ดาหลากระชากตัวลุกขึ้นอย่างแรง พลานทำให้ข้าวของบนโต๊ะกระจัดกระจายเปรอะเปื้อนโต๊ะอาหารไปด้วย เธอหอบหายใจหนักๆ ประสานสายตากับเจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มอย่างเอาเรื่อง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะทนกับอาการเขินอายไม่ไว้

“หึ” ธาวินแค่นหัวเราะเบาๆ หันไปพยักหน้าให้ลูกน้องที่ยืนอยู่บริเวณนั้นเป็นเชิงสั่งให้เก็บโต๊ะ ซึ่งพวกเขาก็เข้าใจและทำตามโดยเร็ว

๐๐๐๐๐

-คฤหาสน์ ยุติธรรม- 

เช้าวันนี้ถือว่าเป็นเช้าที่สดใสและเปี่ยมไปด้วยความสุขสำหรับคุณหญิงเภตรา ที่ได้อยู่ร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่และลูกๆ เพราะตั้งแต่แต่งงานกับไพศาลมาจนมีลูกด้วยกัน มีน้อยครั้งนักที่จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ 

“เรื่องที่ต้องเคลียร์ไปถึงไหนแล้ว นุ?” ไพศาลเอ่ยขึ้นในขณะที่ทุกคนกำลังตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

“ผมขอเวลาอีกไม่นานครับ” ภานุมาศเงยหน้าขึ้นจากอาหารเช้ามาตอบคำถามผู้เป็นพ่อ หากแต่ว่าไม่ได้สบตา

เพล้ง

“ฉันให้เวลาแกไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ แต่แกขอเวลาเพิ่ม...อีกหมายความว่ายังไง?” ไพศาลถามกลับพร้อมกับวางช้อนในมือลงอย่างแรง

คุณหญิงเภตราและภาคินีหยุดทานข้าวกระทันหันด้วยความตกใจ กลัวว่าสองพ่อลูกจะเปิดศึกทะเลาะกันเหมือนเช่นทุกครั้ง

“หมายความแบบที่พ่อเข้าใจนั้นแหละครับ” ชายหนุ่มตอบ 

“คือใจเย็นๆก่อนนะคะ มีเรื่องอะไรค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้” เป็นคุณหญิงเภตราที่ปรามขึ้น ทว่าคำห้ามปรามของเธอกลับไม่มีความหมาย

เช้าที่แสนสดใสและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขพังทลายลงอย่างไม่เป็นท้า

“แต่ถ้าพ่อให้ผมไม่ได้ ปลดผมออกจากตำแหน่งรองประธานเลยก็ได้ ตอนนี้เลยยิ่งดี ผมเองก็เบื่อแล้วเหมือนกันกับอำนาจบ้าๆของพ่อ” ภานุมาศโพลงขึ้นหลังจากคำปรามของผู้เป็นแม่จบลง

“ภานุมาศ! แกจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ! แกรู้ไหมว่ากว่าฉันจะมาถึงจุดนี้ ฉันต้องล้มแล้วลุกขึ้นยืนใหม่กี่ร้อยกี่พันครั้ง!?” ไพศาลถึงกับอารมณ์ฉุนเฉียว ทั้งคุณหญิงเภตราและภาคินีต่างพากันทำอะไรไม่ถูก

“แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไง!? พ่อเป็นคนบอกเองว่าถ้าหากผมทำพลาดอีกครั้ง พ่อจะปลดผมออกจากตำแหน่ง และในเมื่อผมทำไม่สำเร็จผมก็จะรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยการลาออกด้วยตัวเอง” ชายหนุ่มต่อล้อต่อเถียงอย่างยอมแพ้ คิดว่าเขาอย่างเป็นนักหรอกเหรอมาเฟียบ้าบอคอแตกอะไรเนี่ย มีอิทธิพลมีอำนาจล้นฟ้า แต่หาความสุขซะไม่มี! 

“ส่วนอีกเรื่อง...ผมจะจัดการเองต่อไป” ทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก็กระชากตัวลุกขึ้น เดินปึงปังออกมาจากห้องอาหาร โดยไม่สนใจเสียงเรียกจากบิดาเลยแม้แต่น้อย

“ภานุมาศ! กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง! ภานุมาศ!” 

“พอเถอะค่ะคุณ ปล่อยลูกไปก่อนเถอะ” คุณหญิงเภตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างปลอบประโลม

“...” ไพศาลไม่พูดอะไร หันไปมองหน้าภรรยาเพียงเสี้ยว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอาหารอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน 

ภาคินีมองตามหลังผู้เป็นพ่อไปตาปริบๆ แล้วหันมาหาผู้เป็นแม่ที่นั่งน้ำตาซึมอยู่ข้างๆ

“แม่ไม่เป็นไร ทานข้าวเถอะเดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน” คุณหญิงเภตราบอกกับลูกสาวพลางยกมือขึ้นปาดนำ้ตาหยดแรกที่ใหลลงมาจากหางตา

จนถึงกระทั่งตอนนี้หัวใจของเขาก็ยังมีแต่ผู้หญิงคนนั้นอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะยังไง เธอก็คงไม่มีวันได้รับความรักจากผู้ชายคนนี้สินะ...

๐๐๐๐๐

-คฤหาสน์ กาย- 

“ผมไปนะ เดี๋ยวถึงแล้วจะรับโทรหา” เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องจาก ธาวินจึงหันไปบอกกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ในระหว่างที่รอลูกน้องคนของขึ้นรถให้เสร็จ

“ขอให้เครื่องบินตกตายนะ เดี๋ยวทำบุญทำทานไปให้” แทนที่จะโกรธเคืองกับประโยคนั้นของหญิงสาว เจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มกลับหัวเราะร้าอย่างขบขัน จนดาหลาชักสีหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจ

“ผมไม่ตายง่ายๆหรอก บอกแล้วไงว่าตราบใดที่ยังไม่ได้คุณมาเป็นเมีย จะรีบตายทำไม” 

“หึ! แสดงว่าถ้าฉันยอมเป็นเมียคุณๆก็จะยอมตายง่ายๆว่างั้น?” เธอถาม

“เคยบอกไปแล้วนิว่ายอมได้ทุกอย่างเพื่อคนที่รัก” เขาตอบพลางขยับตัวเข้าใกล้ พร้อมกับตวัดสองแขนแกร่งโอบกอดเธอไว้หลวมๆ 

“ทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกัน พูดคำว่ารักได้เต็มปากเลย

เหรอ” เหอะ! หน้าขำสิ้นดี

“ก็แล้วไงว่าสำหรับผมความรู้สึกสำคัญกว่า คุณอาจจะเพิ่งรู้จักผม แต่ผมไม่” หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะ เป็นครั้งที่สองแล้วที่ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยออกมาแบบนั้น เธออาจจะเพิ่งรู้จักเขา แต่เขาไม่ หมายความว่ายังไง? 

“คุณหมายความว่ายังไง?” เมื่อสงสัยจึงเอ่ยถาม 

“เดี๋ยวสักวันคุณก็จำได้เอง” นั่นคือคำตอบของชายหนุ่ม ก่อนที่คมจมูกโด่งเป็นสันจะจรดลงบนแก้มนวลฟอดใหญ่ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เมือขวาและมือซ้ายคนสนิทของเขาเดินเข้ามา 

“พร้อมแล้วครับนาย” เรียวเอ่ยบอกโดยก้นหน้าก้มตา ไม่ต่างจากกิตติที่ยืนอยู่ข้างๆ

“อืม” ธาวินหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิททั้งสอง แล้วหันกลับมาสนใจคนในอ้อมกอดต่อ “ไปนะ อย่าดื้อหละ” ว่าจบก็กดจูบลงบนกลีบปากอวบอิ่มเบาๆ ก่อนจะผละตัวออกห่าง เดินนำหน้าเรียวและกิตติไปที่รถสปอร์ตหรูที่ใช้เดินทาง 

“ดูแลให้ดี” เจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มเอ่ยบอกกิตติในขณะที่ก้าวขาขึ้นไปนั่งบนรถ

“ครับนาย” กิตติรับคำพร้อมกับโค้งตัวทำความเคารผู้เป็นนาย แล้วปิดประตูรถให้ ส่วนเรียวก็เดินไปขึ้นรถทางข้างคนขับ โดยไม่ลืมบอกลาเพื่อนสนิทด้วยการตบบ่าๆ

ดาหลามองตามรถสปอร์ตของธาวินที่ค่อยๆ

แคลื่นออกจากคฤหาสน์ พลางเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างยากจะคาดเดา แล้วรีบหุบลงในเวลาต่อมา

“นายหญิงยิ้มทำไมหรือครับ” กิตติที่หมุนตัวกลับมาเห็นพอดีเอ่ยถาม มองหญิงสาวอย่างไม่หน้าไว้วางใจ

“เปล่า แล้วก็เลิกเรียกฉันนายยงนายหญิงสักทีเถอะ ฟังแล้วเสนียดหู” เธอตอบพร้อมกับบอกจุดประสงค์ของตน

“คงไม่ได้ครับ เพราะนายหญิงเป็นเมียของเจ้านาย ลูกน้องทุกคนจำต้องเรียกนายหญิงว่านายหญิง” ชายหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเจ้านายถึงเอาผู้หญิงคนนี้มาเป็นนายหญิงของพวกเขา ทั้งๆที่เธอต้องการกำจัดเขาให้หายไปจากโลกนี้

“ฉันไม่ใช่เมียเจ้านายพวกแก และไม่ใช่นายหญิงของพวกแกด้วย จงทำความเข้าใจใหม่ซะว่าฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน” ดาหลาถึงกับอารมณ์ฉุนเฉียว ตกลงจะยัดเยียดให้เธอเป็นนายหญิงของที่นี่ให้ได้เลยใช่มั้ย

“ครับ แต่ถึงยังไงลูกน้องทุกคนก็ต้องเรียกนายหญิงว่านายหญิงอยู่วันยังค่ำ” กรี๊ดดดดดดดดดด ดาหลาได้แต่กรี๊ดลั่นในใจ มองหนุ่มฝรั่งตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง 

“เข้าบ้านเถอะครับ ข้างนอกแดดมันร้อน” กิตติพูดขึ้นหลังจากเงียบมาสักพัก

“ไม่! มีปัญหาไหม?”

“ถ้างั้นก็ยื่นอยู่ตรงนี้แล้วกันนะครับ เหนื่อยเมื่อไรค่อยเข้าบ้าน”  ว่าจบก็โค้งตัวทำความเคารพแล้วเดินเลี่ยงออกไป ปล่อยให้ร่างบางยืนอยู่หน้าบ้านกับลูกน้องคนอื่นๆ เธอมองตามคนตัวโตที่เดิมห่างออกไปด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด

“ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง” หญิงสาวขยับปากบ่นงึมงำกับตัวเองเบาๆ กวาดตามองลูกน้องคนอื่นๆเพื่อพิจารณาอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วก็เดินตามกิตติเข้าบ้านไป

๐๐๐๐๐ 

ทางด้านเอ็มมา หลังจากที่ได้พูดคุยกับเรียวเรื่องเพื่อนรักและพี่ชายสุดที่รักในวันนั่น เธอก็ได้ขอแลกเบอร์กับเรียวเอาไว้เพื่อติดต่อถามไถ่เรื่อง

ระหว่างธาวินกับดาหลา ซึ่งตอนแรกเรียวเองก็ไม่ยอม เพราะเขาบอกไปแล้วว่าถ้าจะไปหาเพื่อนที่คฤหาสน์ก็ไปได้ แต่มีข้อแม้ว่าอย่าคิดจะพาเธอหนีก็เท่านั้น ทว่าสุดท้ายแล้วเรียวก็ยอม

“เฮ้ย~ ทำไมไม่ตอบกลับมาสักที่เนี่ย” เอ็มมาบ่นอุบออกมาด้วยความอดทนขาดสะพึง เพราะเธอนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือรอเรียวตอบกลับข้อความของเธอมาเป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้ว แต่อีกคนกลับไม่ยอมตอบกลับมาเสียที

“เป็นอะไรไปเอ็มมา พ่อเห็นนั่งจ้องหน้าจอมือถือมานานแล้วนะ” ทรงริทที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ เอ่ยถามลูกสาวสุดที่รักที่กำลังนั่งจ้องแต่สมาร์ตโฟนเครื่องหรูในมือไม่วางตา

“เปล่าค่ะไม่มีอะไร แค่คุยธุระ” ตอบพร้อมกับวางโทรศัพท์ในมือไว้บนโต๊ะเล็กตรงหน้า

“พี่ธามเขาบินไปดูงานที่จีนนะ เผื่อลูกไปหาพี่เขาแล้วไม่เจอจะได้ไม่ต้องสงสัย” ทรงริทบอกกับลูกสาว เพราะได้ยินเอ็มมาบ่นอยู่บ่อยๆว่าจะไปหาธาวินหรือไม่ไปดี

“อ้าว หรอคะ ไม่หน้าหล่ะถึงไม่ยอมกลับมาสักที” ที่แท้ก็ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยนี้เอง หญิงสาวคิดเช่นนั้นเพราะเรียวเป็นมือขวาของพี่ชายหนุ่ม จึงต้องตามเขาไปทุกที่ แต่เดี๋ยวนะ ถ้าพี่ธามไปดูงานที่จีน แล้วดาหลาหล่ะจะอยู่กับใคร หรือพี่ธามจะเอาเธอไปด้วย? 

“เป็นอะไรอีกหล่ะที่เนี่ย” ทรงริทถามอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าของเริ่มเคร่งเครียด

“เปล่าค่ะ” เธอตอบ

“ลูกดูเครียดๆนะ เครียดเรื่องดาหลาหรือเปล่า? แล้วนี้เจอตัวเธอหรือยัง มันอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ” เขาถามต่อ

“คือ..ดาหลาโทรมาบอกพี่นุว่าไปเที่ยวกับเพื่อนสมัยเรียน แต่ไม่ได้บอกว่าใคร” 

“เพื่อนสมัยเรียน?” ทรงริทถวนคำของลูกสาว “งั้นก็แสดงว่าดาหลาไม่ได้หายตัวไปไหน แล้วลูกยังจะเครียดอยู่ทำไม” 

“คือ..” เอาไงเอ็มมา บอกทานดีหรือเปล่า เอ็มมามองผู้เป็นพ่ออย่างพิจารณา

ติ่ง! 

“อ่ะ!” ความคิดทั้งหมดเป็นอันยุติลง เมื่อโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเล็ก ส่งเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้า 

“เอ็มมาขอตัวนะคะ” เธอยิบมือถือขึ้นมาอ่านข้อความ ก่อนจะเอ่ยขอตัวกับทรงริทแล้วลุงขึ้นเดินออกมาจากห้องโถง 

เรียว: ‘พึ่งลงเครื่อง ขอโทษด้วยที่ตอบช้า’

เอ็มมา: ‘นี่..นายไปดูงานกับพี่ธามที่จีน แล้วได้เอาดาหลาไปด้วยหรือเปล่า’ 

เรียว: ‘นายหญิงอยู่บ้าน นายให้ไอ้กิตติอยู่เฝ้า’ 

เอ็มมา: ‘เหรอ แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่’

เรียว: ‘คงอีกสองสามวัน ถามทำไม คิดจะพาเพื่อนหนี?’ 

เอ็มมา: ‘เปล่า..แค่ถามเฉยๆ บอกแล้วไงว่าฉันจะไม่ห้ามอะไร ขอแค่พี่ธามรักเพื่อนฉันจริงๆก็พอ’ เธอคิดเช่นนั้นจริงๆ เธอจะไม่ขัดขวางอะไรเลยกับเรื่องนี้ ขอเพียงแค่ธาวินรักและจริงจังกับดาหลาจริงๆ เพื่อนของเธอจะได้มีความสุขเสียที

เรียว: ‘ผมไม่รู้หรอกนะว่านายรักเพื่อนคุณหรือมีแผนอะไร’ 

เอ็มมา: ‘เรื่องนั้นก็ต้องพิสูจน์ต่อไป’ หากพี่ชายเธอคิดเล่นๆหรือมีแผนอะไรอย่างที่เรียวว่า เธอนี้แหละจะเป็นคนจัดการกับธาวินเอง แต่จะไม่เอาถึงตายนะ

เอ็มมา: ‘ขอถามไรหน่อยสิ’ 

เรียว: ‘ว่ามา’ 

“จะถามดีไหมหรือไม่ดี แต่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องของคนสองคน มันจะไม่ดูละลาบละล้วงไป

ไหมอะ?” เอ็มมามองจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างชั่งใจ 

ติ่ง! 

เรียว: ‘ว่าไง ผมไม่มีเวลาขนาดนั้นนะ ต้องรีบไปทำงาน จะถามอะไรก็ว่ามา’ เมื่อเห็นว่านานแล้วแต่หญิงสาวยังไม่ส่งข้อความคำถามไปหา เรียวจึงเขียนมาเร่งเร้า และทันทีที่ได้อ่านข้อความนั้น

เอ็มมาก็ถึงกับเดือด ทว่าสุดท้ายแล้วก็ยอมเขียนคำถามตอบกลับไป

เอ็มมา: ‘คือ..สอบคนนั้นมีอะไรกันหรือยัง?’ 

เรียว: ‘จะไปรู้เหรอคุณ ผมไม่ได้นอนห้องเดียวกันกับสองคนนั้นนะ อีกอย่างมันก็เรื่องของเจ้านาย ลูกน้องอย่างผมไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว แค่นี้นะ นายเรียกแล้ว’ 

“เอ๋ไอ้นี่ ก็คนอยากรู้นิ” เอ็มมาปิดแชทแล้วก็มือถือด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด คนแค่อยากรู้ก็เท่านั้น ตอบว่าไม่รู้สั้นๆก็ได้ ไม่เห็นต้องเทศ(?)กลับมาเลย 

........................................

หากมีคำผิดหรือคำคาดต้องขออภัยด้วยนะครัช ;)


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว