facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ ๕ จรุงจิต (๘๐%)

ชื่อตอน : ตอนที่ ๕ จรุงจิต (๘๐%)

คำค้น : ปานยิหวา,ยิหวา,คชาธาร,ลุงช้าง,มัสยา,หนูปลา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2561 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๕ จรุงจิต (๘๐%)
แบบอักษร

(ต่อ)

"ลุงเนียมจอดตรงนี้แหละค่ะ"

ปานยิหวาบอกคนขับรถที่หม่อมหลวงหนุ่มผู้นั้นได้มอบหมายหน้าที่ขับรถให้หล่อนและหลานสาวในวันนี้  หล่อนให้รถยนต์คันสีหม่นจอดตรงฝากหนึ่งของถนน โดยฝั่งตรงกันข้ามจะเป็นซอยหนึ่งที่หล่อนจะเดินเข้าไปทำธุระบางอย่าง

"ให้ผมขับเข้าไปจอดในซอยก็ได้นะครับ คุณและคุณหนูจะได้ไม่ต้องเดิน"

"ไม่เป็นไรเลยค่ะ ลุงเนียมจะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับรถไปมาอีก หวาเดินข้ามถนนแล้วเข้าไปในซอยนั้นก็ไม่ไกลหรอกค่ะ  แล้วเดี๋ยวหวาและหนูปลาจะรีบกลับมา"  หล่อนกล่าวอีกครั้งพลางหยิบซองสีน้ำตาลนั้นมาด้วย ก่อนจะจูงมือหลานสาวเตรียมเปิดประตูรถลงไป

"ครับ ตามสบายเลยครับ ผมรอได้" เนียมคนขับรถกล่าว

จากนั้นปานยิหวาจึงจูงมือหลานสาว แล้วเดินหายเข้าไปภายในซอยเล็ก ๆ ตรงหน้า

.

'สำนักพิมพ์อักษรสวรรค์'

ปานยิหวาเงยหน้ามองป้ายสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ชื่อดังแห่งหนึ่งที่ที่สลักด้วยไม้แผ่นใหญ่ และถูกติดให้อยู่เหนือศีรษะหล่อนขึ้นไป  ก่อนจะผลักประตูกระจกแล้วเดินเข้าไปภายในพร้อมหลานสาวตัวน้อย

ภายในสำนักพิมพ์มีหลายคนก็กำลังง่วนอยู่กับการทำงานตรงหน้า แต่ละโต๊ะมีแต่กองกระดาษตั้งเป็นปึก ๆ  จากนั้นใครคนหนึ่งที่อยู่โต๊ะด้านในสุดได้เงยหน้าขึ้นจากงานมา  ทันทีที่เห็นว่าเป็นหล่อน  เขาคนนั้นก็รีบทักปานยิหวาด้วยน้ำเสียงแห่งความดีใจทันที

"อ้าว...หวา!"

"สวัสดีค่ะพี่เสก" หล่อนรีบยกมือไหว้ชายคนดังกล่าวที่มีรูปร่างค่อนข้างท้วม

เสกสรรค์คือ คือกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์แห่งนี้ และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์นี้ด้วย เขาคือรุ่นพี่ในคณะของปานยิหวา สมัยที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย

"หวาเอางานมาส่งค่ะ" หล่อนกล่าวก่อนจะชูซองกระดาษสีน้ำตาลในมือด้วยรอยยิ้มกริ่ม ครั้นอีกฝ่ายเห็นเข้าจึงเห็นแสดงอาการตาลุกวาว แล้วสายตาจึงจรดเข้ากับร่างเล็ก ๆ  ที่หล่อนพาเข้ามาในสำนักพิมพ์แห่งนี้ด้วย

"นี่...คือ" 

"อ้อ หลานสาวค่ะพี่เสก ลูกสาวพี่ชาย หนูปลา" หล่อนแนะนำแล้วก็บอกให้หนูปลาสวัสดีอีกฝ่าย "หนูปลา สวัสดีลุงเสกสิคะ"

"สวัสดีค่า ลุงเสก" หลานสาวตัวน้อยทำตามอย่างว่าง่าย ไม่มีอาการงอแงออกมาให้เห็น

เสกสรรค์มองใบหน้าเล็ก ๆ นั้นแล้วก็หัวเราะอย่างชอบใจขึ้น "แหม เรียกลุงเชียว ฮ่า ๆ ๆ" ก่อนจะเชิญหญิงสาวให้มานั่งคุยกันเรื่องงานต่อไป  "มา ๆ มานั่งคุยกันตรงนั้นดีกว่า"

หลังจากนั่งลงกับเก้าอี้ ปานยิหวาก็นำของในมือวางลงบนโต๊ะ โดยที่มีมืออวบอูมของเสกสรรค์รับซองสีน้ำตาลนั้นไปเปิด พลางหยิบกระดาษปึกนั้นขึ้นมาเปิดดูคร่าว ๆ ด้วยสีหน้ายินดี สักครู่ จึงวางลงบนโต๊ะตามเดิม  แล้วเงยหน้าขึ้นมาบอกปานยิหวาต่อ

"เดี๋ยวพี่จะตรวจสอบความเรียบร้อยอีกที แต่...คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง ทำงานกับหวามาหลายเรื่องรู้ว่าหวาละเอียดรอบคอบมาก"

เป็นอันว่างานที่อยู่ในซองสีน้ำตาลนั้นก็คือ ต้นฉบับที่ปานยิหวานำมาส่งให้กับสำนักพิมพ์แห่งนี้ เพราะหล่อนเป็นนักเขียน ที่มีงานเขียนนวนิยายลงเป็นตอน ๆ ให้กับนิตยสารฉบับหนึ่งของสำนักพิมพ์นี้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก 

และครั้นนวนิยายของหล่อนที่ลงในนิตยสารจนจบแล้ว ทางสำนักพิมพ์ก็นำต้นฉบับไปตีพิมพ์รวมเล่มให้กับหล่อนอีกที

"ก่อนหน้ามีแต่คนโทร. เข้ามาที่สำนักพิมพ์จนโทรศัพท์สายแทบไหม้ ถามว่าสองตอนสุดท้ายของคุณ จรุงจิต เป็นยังไง  เรียบร้อยหรือยัง พระเอกนางเอก จะได้แต่งงานกันมั้ย หรือพระเอกจะต้องตาย"

เสกสรรค์เล่าถึงความนิยมอย่างมากมายที่ปานยิหวาได้รับจากบรรดาผู้อ่านที่ชื่นชอบนวนิยายของหล่อน ในนามปากกาที่ชื่อว่า จรุงจิต ที่เป็นนามปากกาที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนี้ 

หลายผลงานของนักเขียนคนนี้ ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์และละครดังมาแล้ว  แต่แม้จะมีคนรู้จักนักเขียนที่มีนามปากกาว่า จรุงจริต มากมาย  แต่ก็ยังมีอยู่น้อยคนเท่านั้นที่รู้ว่า 'จรุงจิต' คือปานยิหวา เนื่องจากหญิงสาวตรงหน้า ไม่ชอบเปิดเผยตัวตนให้กับใครรู้มาก  โดยมีหลายคนที่โทร. เข้ามาสอบถามยังสำนักพิมพ์ด้วยความชื่นชอบนักเขียนคนนี้ มักจะจินตนาการไปต่าง ๆ นานาว่า จรุงจิต คือ ผู้หญิงที่น่าจะมีอายุราว ๆ สี่สิบปีขึ้นไปจนถึงหกสิบปีเลยด้วยซ้ำ  

แต่ใครจะเชื่อว่านามปากกานี้ จะเป็นเพียงหญิงสาวที่มีอายุเพียงยี่สิบต้น ๆ เท่านั้นเอง

หญิงสาวหัวเราะเสียงใสขึ้นมาทันที หลังจากฟังเสกสรรค์เล่าถึงความนิยมในงานเขียนของหล่อนที่มีมากถึงขั้นว่าล้นหลามกันเลยทีเดียว  "ถึงขั้นนั้นเชียวหรือคะ"

"นี่ ยังไม่นับ จดหมายเป็นตั้ง ๆ อีกนะที่เขียนเข้ามาหา คุณป้าจรุงจิต..." เสกสรรค์กระเซ้า ก่อนจะชี้ไปยังกล่องกระดาษใบหนึ่งที่มีไว้ใส่จดหมาย ที่เขียนมาหานักเขียนที่พวกเขาชื่นชอบผ่านสำนักพิมพ์ "เดี๋ยวหวาก็เอาไปอ่านและตอบเองก็แล้วกัน  บางคนก็คงอยากได้ลายเซ็นต์คุณป้าจรุงจิตด้วย  ว่าแต่จะเขียนตอบไหวหรือนั่น"

"ไม่ไหวก็ต้องไหวแล้วค่ะ เขาอุตส่าห์ชื่นชอบ ชื่นชมผลงานเรา" ตอบไป ทั้ง ๆ ที่เห็นกล่องที่บรรจุจดหมายที่มีเข้ามาหาหล่อนแล้วก็นึกหวั่น ๆ ว่าจะตอบไม่ทัน ทว่า ปานยิหวาก็ต้องทำ  เพราะจดหมายทุกฉบับ ข้อความทุกข้อความที่ส่งผ่านมายังสำนักพิมพ์จะถึงมือหล่อนหมด หล่อนใส่ใจนักอ่านมากทีเดียว เพราะบางรายนอกจากจะมีจดหมายแล้ว บางทีก็ยังแวะเวียนมาที่นี่ หรือส่งขนม ผลไม้ผ่านสำนักพิมพ์มาให้หล่อนอยู่เสมอ ยิ่งช่วงใด ที่นวนิยายหล่อนใกล้จะจบก็จะมีของฝากเข้ามามาก  ซึ่งเป็นหน้าที่ของเสกสรรค์ที่หล่อนมอบหมายให้เขานำของเหล่านั้นแจกจ่ายให้คนที่สำนักพิมพ์ไปจนหมด 

"มีขนมด้วย รายนี้เอาเข้ามาให้เองที่สำนักพิมพ์ตอนเช้า มาแล้วก็ถามหาตอนใหม่จากคุณป้าจรุงจิตด้วย แต่พี่ไม่รู้ว่าหวาจะเข้ามาเลยแจกให้คนอื่น ๆ ไปทานกันจนหมด"

"ตามสบายเลยค่ะ  แจกจ่ายคนอื่นไปได้ พี่เสกก็ทำไปเลย  อ้อ!"  หล่อนนึกขึ้นมาได้อีกเรื่องที่จะต้องบอกกล่าวอีกฝ่าย "...ช่วงนี้หวาจะอยู่ที่กรุงเทพฯ  ไปสักระยะหนึ่ง คงทำให้มีความสะดวกในการส่งงานให้สำนักพิมพ์อีกมากเลย"

"ไม่มีโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกันเลยหรือ" เสกสรรค์ถามแทรก 

ปานยิหวาดูลังเล เพราะที่หล่อนอยู่ถ้าจะโทร. ก็ต้องโทร. เข้าที่วังเหมวัฒน์ ซึ่งหล่อนไม่อยากให้ใครที่นั่นรู้ว่าหล่อนเป็นนักเขียนที่มีนามปากกาว่า...จรุงจิต  "ไม่ดีกว่าค่ะ คือหวาว่าคงไม่สะดวก ที่จะใช้โทรศัพท์จากที่ที่หวาพัก  หวาเกรงใจเจ้าของบ้าน  เอาเป็นว่าหวาจะเข้ามาที่สำนักพิมพ์ให้บ่อยขึ้น  ถ้ามีงานหรืออะไรก็คงไม่ตกหล่น"

เสกสรรค์พยักหน้ารับทราบ ก่อนจะเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามถึงผลงานเรื่องใหม่ที่จะนำมาลงตีพิมพ์ต่อเรื่องที่ใกล้จะจบอีกสองตอนนี้ต่อ "ว่าแต่เรื่องใหม่ของหวามีหรือยัง เพราะพี่จะได้ตอบบรรดาแฟน ๆ หนังสือของหวา เวลาเขาโทร.มาถามถึงผลงานใหม่ของคุณป้าจรุงจิต"

หญิงสาวหัวเราะคิกอย่างอารมณ์ดีอีก ก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบ  "มีแล้วค่ะ  ตอนนี้หวาวางโครงเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว"

"ดีจริง" เสกสรรค์ทำหน้าโล่งใจที่ปานยิหวาจะมีผลงานเรื่องใหม่ต่อเลย เพราะความนิยมที่มีต่องานเขียนปานยิหวา ทำให้สำนักพิมพ์พลอยมีชื่อเสียงไปด้วย   

"งั้น หวาต้องขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวกล่องเก็บจดหมายนั้นรบกวนพี่เสกให้ใครก็ได้ช่วยยกตามหวาไปขึ้นรถที หวาไม่สะดวกยกเลย ต้องจูงมือหนูปลาข้ามถนนกลับด้วย" ปานยิหวาเอ่ยแล้วตัดบท เพราะหล่อนจะต้องไปหาอรจิราต่อที่ร้านเสื้อ 

"ได้สิได้"  เสกสรรค์รับคำ ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่สำคัญเรื่องนี้ขึ้นมา  "...อ่ะ เดี๋ยวนะ"  พอนึกขึ้นมาได้จึงเดินเข้าไปภายในห้องแห่งหนึ่งซึ่งกั้นเป็นส่วนตัวจาก โต๊ะทำงานจากคนอื่น ๆ สักครู่ก็เดินออกมาพร้อมกับซองจดหมายซองหนึ่งที่ภายใน มีอะไร ปานยิหวาก็ทราบดี

"นี่ค่าต้นฉบับรับไปด้วยเลย พี่เบิกจากฝ่ายบัญชีมาให้ล่วงหน้าเลยล่ะ" 

ปานยิหวายกมือไหว้  พลางรับซองที่มีเงินปึกหนึ่งขึ้นมาถือ หล่อนทำท่าจะลุกขึ้นก็ถูกเสกสรรค์ดุทันที

"หวานี่ยังไงนะ  ก็ช่วยเปิดนับเงินดูหน่อยเถอะ ดูสิว่าครบมั้ย"

หล่อนยิ้มแหยเล็กน้อยที่ถูกดุ  เพราะการจ่ายค่าตอบแทนที่ผ่านมา สำนักพิมพ์ก็จ่ายให้ครบทุกครั้ง อีกประการหล่อนไว้ใจรุ่นพี่คนนี้ดี แต่เพื่อความสะบายใจต่อทั้งสองฝ่าย หล่อนจึงเปิดเอาเงินจำนวนนั้นขึ้นมานับ ก่อนจะซุกกลับเข้าไปในซองตามเดิม พร้อมบอกว่า  "ครบค่ะ  ถ้าอย่างนั้นหวาและหนูปลาลานะคะ" จากนั้นก็บอกให้หลานสาวตัวน้อยไหว้ลาคนตรงหน้า แล้วทั้งสองก็เดินออกจากสำนักพิมพ์ไป เนื่องจากหล่อนต้องรีบไปหาอรจิราที่ร้านเสื้อต่อ 

เพราะหล่อนอยากจะทราบเรื่องภายในวังเหมวัฒน์จะแย่อยู่แล้ว...


....

ใช่แต่จะมีแค่ปานยิหวาที่อยากรู้เรื่องภายในวังเหมวัฒน์  ยังมีนักอ่านอีกด้วยใช่ม้ายยย ตอบชั้นมาหน่อยว่า ใช่ม้ายยย... ๆ 

แหม ... คุณป้าจรุงจิต  คิดได้ไงเนี่ย  แล้วพระเอกจะรู้มั้ยยยย ว่าว่าที่แฟนตัว...เป็นคุณป้าจรุงจิตอะ -*-

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว