ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

008...ซากุระที่เบ่งบานท่ามกลางแสงหิ่งห้อย

ชื่อตอน : 008...ซากุระที่เบ่งบานท่ามกลางแสงหิ่งห้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2561 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
008...ซากุระที่เบ่งบานท่ามกลางแสงหิ่งห้อย
แบบอักษร

หลักจากเหตุการณ์ที่ถูกปีศาจหนูอย่างคิวโสะจับตัวไปในครั้งนั้นก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ..ตื่นนอน ไปเรียน เข้าประชุมต๊องๆของหน่วยกางเขนศักดิ์สิทธิ และกลับบ้าน เป็นชีวิตแสนสงบที่บางครั้งก็ออกจะดูน่าเบื่อไปหน่อย

สิ่งเดียวที่ดูจะพิเศษขึ้นมานิดหน่อยต่างจากวันอื่นๆคงมีเพียงแค่วันนี้เป็นวันเกิดของเธอเท่านั้น อ้อ..แล้วก็เรื่องที่ฝันร้ายติดต่อกันจนแทบไม่ได้นอนนี่ด้วย

“ฮ้าว~”คานะหาวออกมาพลางเอามือปิดปากขณะที่กำลังซ้อมวิธีรับมือกับปีศาจด้วยท่าทางแปลกๆที่ยูระคอยทำให้เธอ โทริอิ และมากิดูอยู่ จนยูระต้องหันมามองอย่างสงสัย

“ช่วงนี้นอนไม่พอเหรอคุณอิเอนากะ..กลับไปพักหน่อยมั้ย?”ยูระพูดพลางมองไปที่คานะอย่างเป็นห่วง เพราะตอนนี้หน้าตาเธอดูง่วงซึมซะจนเหมือนจะหลับกลางอากาศได้ตลอดเวลาซะจนน่ากลัว

“อ่า..งั้นฉันขอกลับเลยก็แล้วกันนะ”คานะพูดพึมพำพลางหยิบกระเป๋าสะพายเดินไปทางเข้าดาดฟ้าเพื่อออกจากตึกแล้วกลับบ้านแต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวออกไปคิโยซึงุ กับชิมะก็เดินสวนเข้ามาซะก่อน

“อิเอนากะจังจะกลับแล้วเหรอครับ?”ชิมะถามขึ้นทันทีที่เห็นคานะยกกระเป๋าสะพายขึ้นทั้งๆที่ตัวเองยังคงถือของที่คิโยซึงุจะเอามาสอนเรื่องปีศาจให้หน่วยกางเขนศักดิ์สิทธิอยู่เต็มมือ

“อืม..ฉันว่าจะกลับไปนอนซักหน่อยน่ะ”คานะตอบอย่างเพลียๆก่อนจะเดินต่อแต่ก็ถูกคิโยซึงุเรียกเอาไว้ก่อนจนต้องหันกลับไปมองอย่างสงสัย

“เดี๋ยวซี่ๆ วันนี้วันเกิดคุณอิเอนากะนี่นา จะไม่เอาของขวัญหน่อยเหรอ..อ่ะนี่!!”คิโยซึงุพูดเสียงเริงร่าพลางส่งกล่องของขวัญขนาดเล็กที่ผูกโบว์อันใหญ่เกือบเท่าตัวกล่องให้ ซึ่งเมื่อคานะเปิดมันออกมาดูก็ต้องผงะจนแทบจะโยนกล่องในมือทิ้งรวมถึงโทริอิ กับมากิที่ร้องลั่นพลางกระโดดกอดกันแล้วถอยไปข้างหลัง

ตุ๊กตาผ้าสีแสบตาที่มีรอยปะชัดเจนรอบปากและตาที่เป็นกระดุมรวมถึงเส้นผมฟูฟ่องน่ากลัวคือสิ่งที่อยู่ในกล่องของขวัญนี่

“นี่มันตัวอะไรเนี่ย!?”ทั้ง 3 ร้องออกมาแทบจะพร้อมกันในขณะที่คิโยซึงุยืดอกขึ้นอย่างภูมิใจพลางอธิบายถึงสรรพคุณของตุ๊กตาต้องสาปที่คานะไม่กล้าแม้แต่จะแตะมัน

“นี่ก็คือตุ๊กตาคุณอิเอนากะเวอร์ชั่นปีศาจยังไงล่ะ!! แถมที่พิเศษกว่านั้น..”คิโยซึงุพูดค้างเอาไว้เท่านั้นก่อนจะเอาตุ๊กตาต้องสาปออกมาเพิ่มอีก 5 ตัวแล้วชูให้ทุกคนดู

“ยังมีของทุกคนครบเลยด้วยน้า!!”

“ม่ายอ๊าว!!”ทั้งมากิและโทริอิตะโกนออกมาพร้อมกันดังลั่น

“เดี๋ยวซี่!! นี่เป็นโทรศัพท์ที่ฉันอุตส่าห์สั่งทำมาให้หน่วยกางเขนศักดิ์สิทธิของเราใช้โดยเฉพาะเลยนะ!!”คิโยซึงุพูดพลางทดลองใช้ให้ดูก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง

“ทีนี้พอมีใครเจอปีศาจแล้วก็จะได้เรียกพวกเราที่เหลือไปช่วยได้ยังไงล่ะ!!”

“เอ่อ..เข้าใจแล้วล่ะ ขอบคุณสำหรับของขวัญนะคิโยซึงุคุง งั้นฉันขอตัวก่อนนะ”คานะพูดพลางยิ้มแห้งไปให้คิโยซึงุที่ดูเหมือนจะหลุดเข้าไปท่องโลกปีศาจในจินตนาการของตัวเองแล้วเรียบร้อยแล้วพลางขอตัวออกมาเพื่อจะได้กลับบ้านซักที

“โอ้!! ไปดีมาดีล่ะคุณอิเอนากะ”คิโยซึงุและคนอื่นๆในหน่วยกางเขนศักดิ์สิทธิต่างก็พากันบอกลาคานะแล้วหันไปฟังคิโยซึงุพูดถึงปีศาจที่เพิ่งสืบค้นข้อมูลมาได้ครั้งล่าสุด

..ปีศาจกระจก อุงไกเคียว




ตอนนี้คานะกำลังรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองติดอยู่ในเขาวงกตที่มีเพียงเธอคนเดียวที่หลงวนเวียนอยู่ในนี้จนหาทางออกไปไม่ได้..ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ล้วนแต่ร้างผู้คนทั้งๆที่ปกติแล้วเวลาอย่างนี้คนสมควรจะมีเยอะเป็นพิเศษจากการเลิกงาน เลิกเรียน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ทุกคนต่างก็ต้องตรงไปในทิศทางเดียวกันคือ สถานีรถไฟ

..แต่ตอนนี้กลับไม่มี เหมือนเมืองทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้างไปซะเฉยๆ

น่ากลัว

คำๆนี้ดังก้องอยู่ในหัวของเธอขณะที่หันไปมองรอบด้านเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์บ้าๆนี่

กริ๊ง..กริ๊ง กริ๊ง

เสียงกระดิ่งดังก้องสะท้อนไปมารอบด้านไม่หยุดก่อนจะมีเสียงแหบพร่าดังขึ้น

“มารับแล้วน้า..คา-นะ-จัง”

ทันทีที่คานะหันไปตามเสียงเรียกร่างกายของเธอก็แข็งค้าง..เสียงแหบพร่าที่เรียกชื่อเธอดังมาจากกระจกสีม่วงเข้มขมุกขมัวบานใหญ่ที่กำลังขี่จักรยานคันเล็กที่มีกระดิ่งติดอยู่..และมันกำลังตรงมาทางเธอ!!

คานะรู้สึกเหมือนกับกำลังจะจมน้ำ เธอเริ่มหายใจไม่ออก..แต่เธอรู้ดีว่าจะมามัวยืนนิ่งอยู่อย่างนี้ไม่ได้

ต้องหนี*!!*

สัญชาติญาณร้องเตือนดังลั่นในขณะที่เธอแข็งใจหันหลังและพยายามวิ่งหนีออกไปให้ไกลจากเจ้าปีศาจกระจกนั่นอย่างสุดกำลัง แต่เมื่อเธอวิ่งหนีจนมาถึงทางแยกอยู่ๆเจ้าปีศาจที่ควรจะไล่ตามมาจากข้างหลังกลับค่อยๆเคลื่อนตัวออกมาจากกระจกส่องทางตรงหน้า!!

“กรี๊ดด!!?”

วูบ..ตึง!!

คานะกรีดร้องดังลั่นหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัวเมื่อปีศาจกระจกพุ่งเข้าใส่หากแต่ความรู้สึกที่ได้รับกลับไม่ใช่ความเจ็บปวด กลับกันเธอรู้สึกเย็นวาบเหมือนร่างกายถูกเยือกแข็งก่อนจะร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังตึง และเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป

“..ห้องน้ำ?”คานะพึมพำเสียงแผ่วเบาพลางมองไปรอบๆ ซึ่งก็มีแต่กระจกบานใหญ่และประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทก็เท่านั้น แต่ว่า..

ห้องน้ำ กระจก..หรือว่า*!?*

“ฮุ ฮุ..มาเล่นกันเถอะ คา-นะ-จัง”ปีศาจกระจกกล่าวเสียงแหบพร่าพลางคลืบคลานออกมาจากกระจกทีละน้อยเข้าใกล้ร่างของคานะที่ถอยห่างออกไปจนชนกับบานประตูที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับกระจกอย่างหวาดกลัว

“ม..ไม่นะ..ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ช่วยที!!”คานะร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังลั่นหากแต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมากลับมีเพียงความเงียบและเสียงหัวเราะเสียดแก้วหูของปีศาจกระจกที่ตอบกลับมา..มันคลืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนกระทั่งเริ่มดูดตัวของคานะเข้าไปในตัวที่เป็นกระจกสีม่วงเข้มขมุกขมัวของมัน

กริ๊ง..

ในขณะที่คานะกำลังพยายามกรีดร้องและดิ้นรนเธอก็เหมือนกับจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังก้องอยู่ในหัว และเมื่อหันไปมองทางต้นเสียงนั้นเธอก็เห็นกระพรวน..กระพรวนสีดำลายฮิกันบานะสีอำพัน

ถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้เรียกชื่อข้ากับกระพรวนนี่..ข้าสัญญาว่าจะรีบมา ตกลงมั้ย?’

..คำพูดนี้เหมือนกับกำลังดังก้องอยู่ในหัวของเธอ

“พี่คามิน..ช่วยคานะด้วย”เธอพึมพำออกมาในขณะที่สติกำลังเลือนรางจากการโดนกลืนกินไปเกือบทั้งตัวจนตอนนี้มีเพียงแขนข้างที่สวมกระพรวนฮิกันบานะเท่านั้นที่ยังไม่ถูกกลืนกิน หากแต่ก่อนที่สติของเธอจะดับลงไปจริงๆ คานะก็รู้สึกได้ถึงแรงมหาศาลที่ดึงร่างของเธอออกมาจากกระจกอย่างแรงจนร่างของเธอลอยเข้าสู้อ้อมกอดของชายหนุ่มที่มาช่วยอย่างแรง

ตุบ!!?

“อึก..พี่คามิน?”คานะลืมตาขึ้นมองคามินอย่างอ่อนเพลียจนเหมือนจะเป็นลมได้ทุกเมื่อก่อนจะพึมพำแผ่วเบาอย่างดีใจที่เขามาช่วยเธอทันก่อนที่จะถูกกินเข้าไปจริงๆ

“อา..ข้ามาแล้วคานะ หลับไปก่อนเถอะนะ..ภาพต่อจากนี้มันไม่น่าดูนักหรอก”คามินยิ้มบางให้ก่อนจะร่ายเวทย์สลีปให้คานะหลับไปแล้วหันไปหาปีศาจกระจกอุงไกเคียวที่ตัวสั่นกลัว ภาพใบหน้าหมอกควันบนกระจกสีม่วงเข้มขมุกขมัวบิดเบี้ยวไปมาอย่างหวาดกลัว

“ท..ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้กันท่านอามาโนะจาคุ!?”ปีศาจกระจกตะโกนถามเสียงสั่นอย่างหวาดกลัวพลางพยายามมองหาทางหนี

“อา..เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงได้กล้าตั้งคำถามกับข้า?”คามินถามเสียงเรียบพลางปลายตามองปีศาจกระจกอย่างเย็นชา

“แล้วเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้กล้ามายุ่งกับผู้หญิงของข้า?..โทษของการท้าทายข้าคืออะไรเจ้าคงรู้ดีใช่มั้ย?”คามินพูดเสียงเรียบพลางจ้องมองไปที่ปีศาจกระจกซึ่งร่างกำลังร้าวแตกเป็นเสี่ยงๆทีละน้อยจากความเกรงขามของเขาที่ถูกปลดปล่อยออกมา

ฝุ่บ..เพล้ง เพล้ง!! เพล้ง!!

เพียงพริบตาเดียวที่คามินสะบัดพัดฮิกันบานะในมือร่างของปีศาจกระจกก็ถูกคลื่นความเกรงขามของคามินซัดเข้าใส่จนร่างกายแหลกสลายกลายเป็นเพียงเศษกระจกและหายไปในที่สุด




ในป่ายามค่ำคืนที่หนาวเย็นท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องกันระงม ร่างของคามินในชุดกิโมโนฮิกันบานะกำลังเดินอุ้มคานะที่ยังไม่ฟื้นจากผลของเวทย์สลีปของเขาเข้าไปในป่าลึกหลังภูเขาตามที่คิดเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าจะใช้ที่นี่เป็นของขวัญให้คานะในวันเกิดปีนี้..และในที่สุดเขาก็เดินมาถึง

..ทุ่งหญ้าโล่งกว้างที่มีเพียงต้นซากุระต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วอยู่กึ่งกลาง

คามินเดินไปที่ต้นซากุระต้นนั้นโดยที่เว้นระยะห่างไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อให้คานะมองเห็นของขวัญที่เขาจะมอบให้ได้อย่างชัดเจน

“คานะตื่นเถอะ..ถึงแล้วนะ”คามินกระซิบแผ่วเบาข้างหูของเด็กสาวที่ถูกเขาอุ้มอยู่ในอ้อมแขนจนกระทั่งเธอตื่นขึ้นมาและเริ่มมองไปรอบๆอย่างประมวลผลก่อนจะหลุดสะดุ้งเมื่อรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกคามินอุ้มอยู่

“ตื่นแล้วสินะเด็กขี้เซา..หลับสบายดีมั้ยล่ะ?”คามินพูดเสียงกลั้วหัวเราะพลางส่งยิ้มบางให้คานะก่อนที่จะค่อยๆวางร่างของเธอลงอย่างแผ่วเบา และเอาพัดฮิกันบานะปิดริมฝีปากบางที่กำลังจะถามคำถามนั้นเอาไว้ก่อนจะเริ่มบอกเหตุผลที่เขาพาเธอมาที่นี่

“ชู่..อย่าเสียงดังไป เดี๋ยวของขวัญเธอก็หนีไปหมดหรอก”คามินพูดด้วยรอยยิ้มบาง ปล่อยให้คานะทำหน้าตาสงสัยไปซักพักก่อนที่เขาจะโบกพัดฮิกันบานะในมือส่งกระแสลมแผ่วเบาไปที่ต้นซากุระและทุ่งหญ้ารอบๆ

ทันใดนั้นแสงไฟดวงน้อยจากหิ่งห้อยนับร้อยนับพันก็เริ่มส่องแสงออกมาพร้อมกันจนกระทั่งเต็มต้นซากุระ และทุ่งหญ้ารอบด้านก่อนจะเริ่มขยายออกจนกลายเป็นภาพที่สวยงามดั่งภาพฝัน..นี่คือของขวัญที่เขาเตรียมเอาไว้ให้คานะ

“ชอบมันรึเปล่าคานะ?”คามินถามด้วยรอยยิ้มบางพลางหันไปมองคานะที่ยืนนิ่งค้างมองภาพตรงหน้าแล้วตอบกลับมาอย่างเหม่อลอย

“หนูชอบมากเลยค่ะพี่คามิน..เหมือนตอนนี้หนูกำลังฝันอยู่เลย”

“..แล้วอยากรู้มั้ยว่านี่เป็นความจริงหรือว่าความฝัน?”คามินถามออกไปโดยที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ..เขาเชยคางเด็กสาวตรงหน้าขึ้นก่อนจะกดจูบลงไปอย่างแผ่วเบาโดยไม่มีการลุกล้ำอะไร เป็นเพียงการแตะริมฝีปากกันอย่างแผ่วเบาท่ามกลางซากุระและแสงหิ่งห้อยเท่านั้น

“แล้วทีนี้รู้รึยังล่ะว่าฝันอยู่รึเปล่าน่ะคานะ?”คามินพูดกระซิบข้างหูพลางเลียริมฝีปากแล้วมองหน้าเด็กสาวที่หน้าแดงแข็งค้างไปแล้วอย่างขบขัน

อ่า..รีบๆโตซักทีสิคานะ แค่ดีพคิสเนี่ยมันไม่พอหรอกนะ



#แต่งตอนนี้แล้วอยากกรีดร้อง--ฮือ--ละมุนมากมาย--เค้ามีจุ๊บกันแล้ว!!

#ว่าด้วยการลงช้า

วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ--จะเปิดเทอมแล้วแต่ไม่มีใครไปส่ง--ต้องหัดขับรถเองค่ะ//ฮือ--วันนี้ป้ายข้างทางเกือบได้กระจกรถเราไปกินแล้วค่ะ//ร้องไห้

เราเป็นโรคกลัวหมา--เพราะเคยรถล้มแขนหักนี่ล่ะต่อจากนั้นเลยกลายเป็นกลัว--ไม่กล้าขับมอไซด์เลย--กลัวหมาไล่//แต่พอมาหัดขับรถยนต์วันนี้แล้วชักอยากจะกลับไปขี่มอไซด์เหลือเกินค่ะ555+

ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะที่ลงช้า//ร้องไห้อ้อนวอนแล้วเกาะขา--อย่าเพิ่งทิ้งเราไปน้า!!

ความคิดเห็น