ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 12 Number One (100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 12 Number One (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.4k

ความคิดเห็น : 154

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2558 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 12 Number One (100%)
แบบอักษร

 

 

 

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 12 Number one

 

 

 

            แล้ว.......

 

            หลังจากนั้น.....

 

            พจน์ก็เหยียบคันเร่งพาร่างบางกลับคฤหาสน์ ในระหว่างทางก็ไม่เหลือบแลหางตาไปหาคนนั่งข้างอีกแม้แต่แวบเดียว เพราะกลัวจะอดใจตัวเองไว้ไม่ไหว กลัวว่าถ้าแลไปเห็นหน้าหวานปากอิ่มๆตัวขาวๆ ไอ้เจ้าเท้าบ้าก็ทำท่าจะแตะเบลกพาคนตัวบางแวะเข้าข้างทางอยู่เรื่อย จึงได้แต่นั่งหน้าตรงๆพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ บังคับพวงมาลัยแถมยังต้องสงบจิตสงบใจบังคับไอ้น้องชายข้างล่างที่มันทำท่าดีดดิ้นดีใจที่ได้เห็นคนตัวบางตลอดทาง

 

            จวบจนสปอร์ตสี่ประตูคันเล็กสงบนิ่งในโรงเก็บรถ.......

 

            ร่างสูงไม่รอช้าที่จะวาดแขนแกร่งไปเกี่ยวเอวบางของคนนั่งข้าง ออกแรงยกทีเดียวคนตัวเล็กที่โหยหามาตลอดทั้งวันก็ขึ้นมานั่งคล่อมตักกว้างได้ไม่ยาก แขนรียวทั้งสองข้างยกขึ้นคล้องต้นคอหนา ตามองตา จมูกห่างกันแค่ลมหายใจกั้น  และมันไม่ยากเลยซักนิดที่ปากของทั้งสองจะเคลื่อนที่เข้าหากันช้าๆ ก่อนจะแนบแน่นและหนักหน่วงในเวลาต่อมา

 

            ต่างก็นัวเนียตอบรับจุมพิตของกันและกันอย่างเร่าร้อนหิวกระหาย ไม่ยอมถ่ายถอนง่ายๆ และทุกครั้งที่ปากของทั้งสองผละออกห่างเพื่อกอบโกยลมหายใจ ใยเหนียวขาวๆก็ยืดยาวติดลิ้นออกมาราวกับเส้นด้าย คล้ายจะดึงรั้งให้สองลิ้นผวาเข้าหากันอีกครั้ง... อีกครั้งอย่างไม่รู้อิ่ม

 

             "อืม..." เสียงหวานครางในลำคอเมื่อมืออุ่นหนาทั้งสองข้างเริ่มแซะขอบกางเกงยีนส์

 

            ใบหน้าหวานเบี่ยงหลบพร้อมกับออดเสียงอ่อย " อย่าพึ่ง...อื๊อ...." แต่ริมฝีปากร้อนผ่าวก็เปลี่ยนเข้าซบซุกซอกคอหอมไม่ยอมห่าง จนมือบางต้องดันคางเหลี่ยมไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ยื้อฝ่ามือหนาที่แวะเวียนบีบขยำแก้มก้นนุ่มมือ 

 

            "อีกนิดนึง อ่า ใจมันหล่นหายไปตั้งแต่ไม่เห็นนายตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย" 

 

            "ขวัญเอ้ยขวัญมา" ริมปากนุ่มกดจูบปลอบขวัญเบาๆ

 

            "..อีกนิดซิ..."

 

            "ไม่เอาแล้ว ขี้โกง พออีกนิดก็ไม่นิดทุกที" 

 

            "นะคนดี " ฝ่ามือหนาไล้ตามโครงหน้าเรียวแผ่วเบาแล้วเชยคางมนขึ้นมองสบตากลมหวาน "อีกนิดเดียว" แล้วโน้มจูบคลอเคลียเบาๆเล็มไปทั่วริมปากบางนุ่มหยุ่นทั้งบนทั้งล่าง ก่อนจะส่งปลายลิ้นแซะขอบปากบางเบาๆราวกับจะขอผ่านทาง และเมื่อเจ้าของปากบางเต็มใจค่อยๆเผยออ้าอนุญาต  อีกฝ่ายก็ไม่รอช้าประกบปากลงหาอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง 

 

            จุมพิตดูดดื่มครั้งแล้ว...ครั้งเล่าจนเกือบใจอ่อน.....กว่าจะตะล่อมให้คนตัวโตยอมลงจากรถได้ก็เล่นเอาเหนื่อย

 

             เวลานี้ดึกสงัดและคนใช้ต่างก็นอนหลับไหลตามคำสั่งเจ้านายว่าไม่ต้องเป็นห่วงไม่ต้องรอ ให้ไปพักกันได้  เลยไม่มีใครเห็นหรือออกมาสนใจ ร่างสองร่างที่พากันนัวเนียคลอเคลียกันตลอดทางขึ้นบ้าน

 

             ฝ่ามือหนาเกี่ยวรั้งปลายก้อยคนตัวเล็กให้เดินตามจนถึงหน้าห้องนอนแล้วร่างหนาทำท่าจะขอเข้าไปด้วย จนมือบางต้องยกขึ้นดันแผงอกหนาไว้ พร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตปลายคางเหลี่ยมเบาๆขอติดไว้ก่อน และก็วางมัดจำจนแทบช้ำทั้งตัวนั่นแหละร่างสูงจึงจำใจผละกลับห้องตัวเอง

 

             ตะวันถอนใจโล่งอก และพออาบน้ำเสร็จก็พุ่งตัวเข้าที่นอน หัวถึงหมอนได้ก็หลับเป็นตายหลายชั่วโมงโดยไม่มีแมลงตัวใหญ่มารบกวน 

 

 

             จวบจนรุ่งสาง.......

 

             นาฬิกาชีวิตค่อยๆปลุกให้รู้สึกตัวลืมตาตื่น งัวเงียกระพริบตาปริบๆอยู่นาน....พอสมองเริ่มทำงานแล้วจำได้ว่าตัวเองกำลัง ทำอะไร... อยู่ที่ไหน?... หันขวับไปมองข้างตัว !!

 

             อืม....คิดไว้ไม่ผิด...

 

            มีหนุ่มหล่อร่างสูงแอบเข้ามานอนหลับสนิทเหยียดยาวอยู่ข้างๆ เข้ามาได้ยังไง? มาตอนไหน? ไม่ต้องไปถามให้เสียเวลา

 

            ผมหนาระลงมาไล้หน้าผากกว้าง เปลือกตายังคงหลับพริ้ม ลมหายใจทอดยาวสม่ำเสมอจนกล้ามแผงอกแน่นๆสะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะ ตาหวานมองเรื่อยลงจนถึงหน้าท้องที่แน่นไปด้วยซิกแพคสวย ...

 

             เอ่อ... แต่ขอถามอะไรในใจในระยะเผาขนสักหน่อยเถอะ!

 

             ทำไมถึงชอบแก้ผ้านอนนักนะ! ห๊า?

 

             ไม่รู้หรือไงว่ามัน!

         

             เซ็กซี่...

 

             ฮึ้ย!!..เห็นแล้วอิจฉา

 

             ร่างบางค่อยๆพลิกตัวนอนตะแคงคู้เข่าหันหน้าเข้าหาคนตัวหนาที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่อง มือบางสองข้างประกบแนบแก้มซุกลงกับหมอน กระพริบตาปริบๆ พิจารณาใบหน้าคมของอีกฝ่ายที่หลับใหลอยู่ข้างๆ

 

             คิ้วหนารับกับเปลือกตาที่ยังคงหลับพริ้ม จมูกโด่งได้รูปสวย รอยหยักขอบปากสีส้มซีดๆน่าหลงไหล คางเหลี่ยมที่เริ่มมีเคลาจางๆ และคงสากมือนิดๆ เครื่องหน้าทั้งหมดรับกันจนมันเสกสรรค์ให้คนๆนึงทั้งหล่อเหลา คมคาย และมีเสน่ห์เหลือร้าย

 

             ปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นจะขรึม นิ่งๆ แต่พอเวลาอยู่ด้วยกันสองคนทีไรก็มักจะ.....เอิ่ม...ไม่อยากจะพูด...

 

             ยกเว้นคราวก่อนตอนที่เป็นแบบให้อาวิถ่ายรูป...นอกจากภีมที่รู้เรื่องแล้ว นั่นก็เป็นครั้งแรกที่พจน์ทำอะไรประเจิดประเจ้อต่อหน้าคนอื่น 

 

             เมื่อก่อนพจน์เป็นแบบไหนกันนะ?...นิสัยยังไง? เคยมีแฟนมั้ย?...แต่หน้าแบบนี้ไม่เคยมีแฟนสิเหม่งๆ!.. อยากรู้จัง..แล้ว...ถ้าถามออกไปจะดีมั้ยน้า?..

 

             เรื่องในอดีตของคนอื่นจะอยากรู้ไปทำไม?

 

             แต่....อีกใจนึงก็แค่อยากรู้จักให้มากกว่านี้...

 

             แล้วตอนนี้รู้จักพจน์ดีแล้วเหรอ? 

 

             ตอบเลยว่าไม่ ที่รู้ก็แค่ชื่อ นามสกุล เป็นเจ้านาย มีน้องชายคนเดียว มีคฤหาสน์หลังใหญ่ มีบริษัทใหญ่โต แล้วก็บังเอิญจับพลัดจับผลูโช๊ะเด๊ะกันตั้งแต่ไปอยู่ไร่ได้ไม่กี่วัน นอกจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องส่วนตัวอื่นๆของพจน์เลย

 

             อ๊ะ!...

 

             จู่ๆร่างสูงตรงหน้าก็ขยับตัว ทำเอาคนแอบมองกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อผ้าห่มที่ปิดสะโพกไว้หมิ่นเหม่เมื่อกี้มันค่อยๆ เลื่อนลง... เลื่อนลงช้าๆมาเกาะขอบสะโพกจนเห็นเนินสวรรค์รำไร 

 

             เฮื๊อก!!!??..........

 

            ทำไงดี? ดึงผ้าขึ้นดีมั้ย? หรือจะทำเป็นไม่สนใจลุกไปเข้าห้องน้ำดี?

 

            แล้วสมองน้อยๆก็สั่งให้มือบางยื่นไปหมายจะเอื้อมดึงผ้าขึ้นคลุมสะโพกให้ แต่แล้วก็ต้องชะงักหดมือกลับ เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยทักขึ้นก่อน

 

            "อรุณสวัสดิ์ " พร้อมกับพจน์ขยับตัวนอนตะแคงหันหน้ามา" หลับสบายมั้ย?" 

 

            ตะวันยิ้มบางๆพยักหน้า "ครับ

 

            "หายเหนื่อยหรือยัง?" ท้องนิ้วโป้งไล้ปากนุ่มเบาๆ ทำเอาหน้าหวานร้อนวาบ นอนนิ่งเหมือนโดนแช่แข็งจนลืมตอบคำถาม "ว่าไง ยังไม่หายตกใจอีกเหรอ?" 

 

            "หายแล้ว..." เสียงหวานกระซิบตอบ มองใบหน้าของคนที่เพิ่งตื่น แถมยังมานอนโชว์หุ่นเปลือยล่ำๆ เซ็กซี่ชะมัด ปกติแยกกันนอนและไม่บ่อยนักที่จะได้ตื่นขึ้นมาจ๊ะเอ๋กันแบบนี้ซักที ทำไงดีล่ะ? ต้องทำตัวยังไง?

 

             ตรงอกด้านซ้ายเต้นถี่ ยิ่งได้เห็นอีกฝ่ายเคลื่อนกายใหญ่โตเข้ามาใกล้ด้วยแล้วแบบนี้...หางตาเจ้ากรรมก็ดันเห็นบางอย่างที่มันอยู่เยื้องต่ำ กำลังขยับตัวผงกหัวทักทาย ....โอยยยย!

 

             "ตาแบบนั้นหมายความว่าไง?"

 

            "เอ่อ....คือ...." แก้มเนียนร้อนวาบ ลำขาเรียวคู้เข้าหากันเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างกำลังทำปฏิกิริยากับภาพตรงหน้า "เปล่า..." พลางกระเถิบถอยออกห่างเพราะถ้านอนมองตากันอยู่แบบนี้อาจมีสิทธิ์ได้ลุกจากเตียงสายโด่งโน่นแน่ๆ

 

            แต่ร่างบางก็ได้แต่คิดมือใหญ่เอื้อมมากระตุกชายเสื้อยืดตัวเล็กแล้วรั้งไว้จนเต็มฝ่ามือซะก่อน "จะรีบไปไหน?.." เสียงทุ้มเอ่ยถามแล้วดึงเบาๆทำเอาตะวันเริ่มหายใจไม่ออก "จ..จะไปอาบน้ำ..." พร้อมกับลดมือลงไปแกะฝ่ามือหนาของอีกฝ่าย "แล้วที่สัญญาไว้ล่ะ?..." พจน์ทวงถามทันทีเล่นเอาตะวันอ้าปากค้าง " ก...ก็..บอกว่าเอาไว้วันหลัง แต่ไม่ได้บอกว่าต้องเป็นเช้านี้นี่นา.." 

 

             "อย่า...ขี้โกง!.." เสียงทุ้มเน้นช้าๆ

 

             "ปล่าวซะหน่อย..."

 

             "แล้วไอ้เนี่ยจะว่ายังไง..?" แล้วพจน์ก็หลุบตาลงต่ำพลางลูบคลำบอกตำแหน่งของไอ้เนี่ย ทำเอาตะวันมองตาม แล้วต้องอ้าปากค้าง รีบเงยหน้าตาโตมองอีกฝ่ายที่ยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงหน้า

 

             " น..นั่นมันของเจ้านายนะ แล้วทำไมผมต้องรับผิดชอบด้วยล่ะ?.."

 

             "เราใช้ร่วมกันไม่ใช่เหรอไง? ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะนายนะ.."

 

            " หา??!...." ตะวันกลืนน้ำลายเอื๊อก ตากลมหวานไม่กล้าหลุบลงต่ำไปกว่าตำแหน่งแผงอกสีแทนของคนตรงหน้า เพราะจากหางตาไอ้เจ้านี่ที่ว่ามันก็กำลังขยายตัวผงกหัวหงึกๆจนหัวใจเล็กๆกระตุกตาม แล้วที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือภาพเซ็กซี่ตรงหน้ามันส่งผลให้ร้อนวาบไปถึงหว่างขาจนตะวันอยากจะมุดเตียงหนีคนตรงหน้าซะเดี๋ยวนี้

 

             พจน์กำลังทำอะไร?!.....

 

             ตาหวานๆไม่กล้าหลุบลงมอง เพราะเพียงแค่กิริยาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังใช้มือใหญ่ลูบคลำขยำสาวลำเนื้อใหญ่ตรงหว่างขาตัวเอง พลางมองหน้าหวานตรงหน้าประกอบ มือหนาอีกข้างก็ยังไม่ละจากชายเสื้อทำให้คนตัวบางไม่อาจขยับหนีไปไหน ได้แต่นอนนิ่ง ขบปากบางไว้แน่นอย่างขัดเขิน ลำตัวขาวเริ่มบิดน้อยๆเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเริ่มมีอาการไม่ต่างจากร่างสูงเท่าไหร่นัก 

 

             ย..แย่แล้ว?...

 

             ลำขาเรียวแกล้งขยับบิดปิดบังความผิดปกติตรงกลางร่าง ก่อนจะลดมือบางเข้ากุมไว้แน่นเมื่อลำเนื้ออ่อนบางมันทำท่าจะชูชันดันกางเกงเนื้อบางออกมาโชว์บ้าง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคมที่มองมาตาไม่กระพริบ ก่อนที่หน้าหวานจะร้อนวาบเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่าย

 

            "หึๆ.." 

 

            ประกอบกับเสียงทุ้มที่ตั้งใจส่งเสียงครางหอบกระเส่า แกล้งให้คนตัวบางที่นอนหลับตาปี๋ตรงหน้าจินตนาการตาม

 

            " ฮืมมมม!..."

 

             "อ่าาาา!....."

 

            "ซี๊ดดดดดดด!...ตะวัน....." 

 

            โอยย......ไม่ไหวแล้ว! ตะวันขยับตัวออกแรงกระชากชายเสื้อยืดของตัวเองออกจากมือใหญ่เต็มแรง พร้อมกับกลิ้งร่างถอยห่างจากร่างสูงแล้วพยายามลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดูเหมือนกับว่าจะช้ากว่าอีกฝ่ายที่ขยับตัวพุ่งพลวดทีเดียวก็รวบเอวบางไว้ได้ พลางใช้น้ำหนักตัวบังคับให้ล้มลงกลางเตียงด้วยกันอีกครั้ง

 

             "อ๊ะ!.."

 

             ดูเหมือนว่าครั้งนี้ยิ่งร้ายหนักกว่าเก่า เมื่อข้อมือบางถูกฝ่ามือหนายึดไว้แล้วกดแนบที่นอนแน่นจนกระดิกไม่ได้ ร่างสูงแทรกเข้ากลางระหว่างขาเรียวจนกลางลำตัวหนาเปล่าเปลือยบดเบียดลงหาคนตัวบางใต้ร่างเต็มๆ 

 

            "อื๊อ!....." เสียงหวานครางอย่างลืมตัวก่อนจะกัดปากบางไว้แน่น เมื่อลำเนื้อแข็งขึงร้อนผ่าวของร่างหนาเสียดสีทิ่มแทงลงมาผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจ ตะวันถลึงตาดุคนบ้ากามตรงหน้าที่ทำท่าทะลึ่งใส่ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มยียวน พลางก้มลงช้าๆจนใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ

 

            " เสียวมั้ย?.." พจน์กระซิบถามพร้อมกับยิ้มร้ายพลางขยับบดบี้สะโพกลงจึ๊กๆ

 

            ใจนึงก็อยากขยับหนี แต่ลำขาเรียวยาวขาวเนียนกลับขยับถูไถเสียดสีต้นขาแกร่งอย่างช่วยตัวเองไม่ได้ เมื่อลำเนื้ออ่อนบางถูกบดเบียดจนเสียดเสียว ตาหวานฉ่ำปรือมองสบตาอีกฝ่ายที่ใจร้าย จงใจยั่วยุอารมณ์กระสันยามเช้ากันแบบนี้

 

            พจน์ปล่อยข้อมือบางช้าๆ หันไปคว้าชายเสื้อยืดตัวโครงของตะวันแล้วถลกขึ้นอย่างรวดเร็ว และในพริบตาเดียวกับกางเกงเนื้อบางก็ถูกนิ้วแข็งๆเกี่ยวเอวยางเลื่อนให้หลุดสะโพกอย่างง่ายดายจนเจ้าของคว้าไว้ไม่ทัน 

 

            ตะวันหน้าตาตื่น มือบางรีบตะปบปิดบังกลางลำตัวไว้แน่นพลางแหงนหน้ามองสบตาคมของคนที่คล่อมอยู่เหนือร่างตน แล้วกลืนน้ำลายเอี๊อก ตาหวานๆมองตามมือครามที่กำลังลูบไล้แผงอกหนา จากนั้นพจน์ก็เลื่อนมือตัวเองลงช้าๆหาซิกแพคเรื่อยลงมาจนสัมผัสกับลำเนื้อแข็งขึงที่กำลังขยายตัว แล้วใช้มือใหญ่บีบขยำขยับรูดดึงรั้งโชว์หัวป้านใหญ่แดงก่ำที่รอบลำแข็งๆเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนต่อหน้าต่อตาคนตัวบางที่นอนหงายอ้าปากค้าง

 

            "ซี๊ดดดดด!!..." พจน์มองร่างบางที่นอนหงายระทวยตาปรอย " ตะวัน ......"  เสียงครางต่ำเรียกชื่อ ใบหน้าหล่อแหงนเริด ก่อนที่ร่างสูงจะก้มหน้าลงใกล้ใช้มือข้างที่ว่างเท้าที่นอนนุ่ม มือหนาอีกข้างยังไม่ละจากลำเนื้อแข็งขึงกลางหว่างขา ใช้ทั้งเสียงเย้ายวนทั้งภาพให้คนใต้ร่างเห็นชัดๆ

 

            ตะวันคอแห้งผากขึ้นมาทันใด เมื่อได้เห็นใบหน้าอีกฝ่ายที่กำลังเหยเก เห็นเหงื่อค่อยๆซึมไปทั่วหน้าผาก เหงื่อบางส่วนไหลย้อยลงตามลำคอหนาที่เกร็งแดงจนเห็นเส้นเลือดขึ้นชัดเจน เห็นมือครามกำลังปรนเปรอส่วนหน้าของตัวเองพร้อมกับซาวด์เสียงทุ้มดังซี๊ดซ๊าดรวมทั้งภาพเซ็กซี่เรทเอ็กซ์ใกล้ๆ ในความคมชัดที่ยิ่งกว่าระดับ HD 

     

            "หืมม...."

 

            "ซี๊ดดดด..." 

 

 

            มือใหญ่ขยับลูบไล้ลำเนื้อแข็งขึงของตัวเองอย่างคะนองมือ ปลายลิ้นหนาวาดเลียขอบปากตัวเองอย่างกระหาย ปรือตาลงมองร่างขาวบางนอนระทวยแหงนหงาย มองตาโตที่เบิกกว้างมองมา ใบหน้าหวานแดงก่ำ ราวกับผลไม้สุกหวานฉ่ำรอให้ฝ่ายได้กัดกิน

 

             พจน์ยิ้มร้ายเมื่อเหลือบเห็นมือบางทั้งสองข้างที่ปิดบังกลางตัวไว้แต่แรกค่อยๆขยับ เพราะลำเนื้ออ่อนบางดูเหมือนจะเริ่มทรยศ มันคงเริ่มขยับ เริ่มร้อนวูบวาบ จนตอนนี้กำลังตั้งชันขึ้นเป็นลำจนมือบางกดปิดปลายแดงไว้ไม่มิด

 

            "รู้สึกเป็นไง?..ให้ช่วยมั้ย?.."

 

            "ม..ไม่...อ๊ะ!..." จู่ๆพจน์ก็หยุดสาวมือ แล้วเท้าแขนคุกเข่าชะโงกเหนือร่างบาง ใบหน้าหล่อดูคล้ำเข้มกว่าที่เป็น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ส่วนกล้ามเนื้อคอก็เกร็งแดงเพราะต้องห้ามแรงอารมณ์ ปลายจมูกโด่งคมที่เหมือนกับจะก้มลงแตะแก้มใสของคนตัวบาง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมกดลงดมดอมซักที ทำเหมือนกับแกล้งให้คนนอนรอทรมาน ทำท่าเหมือนกับกำลังจะก้มลงเชยชมให้สมอยาก ทำเหมือนกำลังจะอดใจไว้ไม่ไหว แต่ลมหายใจร้อนผ่าวก็เป่าผ่านแก้มเนียนไปเฉย ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนจะซบลงคลุกเคล้าลำคอขาว แต่แล้วก็ผ่านดาย ทิ้งไว้เพียงลมหายใจร้อนๆ แกล้งให้หัวใจดวงน้อยตื่นเต้นจนรัวกระหน่ำปานกลองเพล

 

            แม้ตากับใบหน้าหวานพยายามเพียรหลบไม่มองสบตรงๆแต่ก็ไม่วายที่หางตาก็รับรู้ว่าความยาวใหญ่ที่ห้อยลงหน้าขา อยู่ต่อหน้าทำเอาเกือบหัวใจวาย

 

            " อย่าทำแบบนี้.." เสียงหวานตัดพ้อ หอบหายใจเมื่ออีกฝ่ายตั้งใจให้รู้รสสวาท ทั้งภาพเซ็กซี่และทั้งน้ำเสียงทุ้มของร่างหนาที่จงใจเล้าโลมให้รู้สึกร่วม ขาดก็แต่รสสัมผัสที่ยังไม่ได้แตะต้องคนตัวบางแม้แต่ปลายก้อย แต่ทำไมถึงรู้สึกกระสันอยากจะให้อีกฝ่ายโน้มร่างสูงใหญ่ลงมาคลุกเคล้าเหมือนอย่างทุกคราวที่มีอะไรกัน 

 

            "ทำแบบไหน? ฉันยังไม่ได้ทำอะไรนายเลยนะ" ลมหายใจร้อนๆเป่ารดยอดอกสีสดจนมันตื่นตัวแข็งเป็นไต แต่ทำไมอีกฝ่ายไม่ยอมคลอบปากลงดูดเม้มเคล้าคลึงเหมือนทุกที แถมยังมาตีหน้าตายบอกว่าไม่ทำอะไรอีก

 

            "ก...ก็ ทำแบบนี้ไง แกล้งกันชัดๆ" เสียงหวานแว๊ดเข้าให้พร้อมถลึงตาใส่ แต่อีกฝ่ายกลับไม่เดือดร้อน พจน์กลับรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ เพราะไม่เพียงแต่ริ้วแก้มเนียนเท่านั้นที่กำลังเห่อแดง ร่างขาวๆก็กำลังขึ้นสีระเรือแดงด้วยแรงขัดเขิน เพราะอารมณ์กระสันที่อยากปลดปล่อย

 

            โดยเฉพาะมือบางที่กำลังขยับถูไถหว่างขาตน ปลายลำเนื้ออ่อนแดงก่ำ มันชูชันน่ารักจนอยากคลอบปากลงไปชิมหนักๆ  แต่อีกสักเดี๋ยว รออีกนิดเดี๋ยว รอให้ลูกไม้สุกหวานฉ่ำลูกนี้หล่นจากขั่วเข้าสู่อ้อมกอดหนาอย่างเต็มใจ ตื่นเต้นกว่าเป็นไหนๆที่ไม่ต้องเริ่มคนเดียว

 

            "ขอสิ อยากให้ทำยังไงบอกมาเลย" ใบหน้าหล่อเหลาลอยอยู่เหนือใบหน้าหวานใกล้ๆ จมูกโด่งทำท่าจะกดลงแก้มนุ่มหลายครั้ง ทำให้ร่างบางหลับตาเกร็งตัวรับแต่แล้วก็ต้องกระพริบตาปริบๆเพราะเก้อทุกที 

 

            น่าเจ็บใจจริงๆเลย!  ตะวันเริ่มฉุน พลางจิกตามองคนตัวหนาที่ยิ้มร้ายคล่อมอยู่เหนือร่างตน แล้วกระเถิบตัวหนี ติดที่ว่ากระเถิบไปข้างๆก็ติดมือหนาที่คล่อมไว้ เลยตัดสินใจกระเถิบตัวขึ้นด้านบนหวังจะให้หลุดจากสถานการณ์กวนโมโหจากเจ้านายตัวร้ายได้เป็นพอ

 

             แต่ดูเหมือนว่าจะคำนวนผิดไปนิดเดียว......เพราะพริบตาเดียวที่ร่างบางเกือบจะหลุดรอดลุกออกจากเตียงกว้างได้ แต่ร่างเปลือยของอีกฝ่ายกลับคลานตามมาอย่างรวดเร็ว

 

            'ตึ๊งง!!...'

 

            "อ๊ะ!?.."

 

             ทั้งสองฝ่ามือหนากักจนคนตัวบางที่หมายจะลงจากเตียงกว้างจนหลังชนพนักบุผ้าหนานุ่มสมราคาเตียงขนาดคิงส์ไซด์ หลังไม่ได้เจ็บมากมาย...แต่ตะวันเจ็บใจที่โดนแกล้ง!

 

            ดูหน้าหล่อๆตอนนี้สิ หนอย! สะใจมากมั้ย?

 

            อยากให้ของั้นเหรอ? ไม่มีทาง...

 

            ใครกันแน่ที่ต้องเป็นฝ่ายขอ เพราะดูแล้วเลเวลความหื่นของอีกฝ่ายดูเหมือนจะเกินห้ามใจ ทำท่าจะเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ คล้ายจะเข้ามาขย่ำกันทุกวินาทีแบบนี้ 

 

             ความจริงแค่ร่างสูงเข้ามาคลอเคลียอีกหน่อยก็เต็มใจยอมง่ายๆอยู่แล้ว ยังจะให้เอ่ยปากขอทำไม?....

 

             แกล้งคนใจร้ายพันธ์หื่นเล่นหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ? จะเอาคืนให้สาสม ให้เสียงทุ้มครางวอนขอเลยเชียว ...คอยดู

 

             ตะวันหลับตาลง มือบางยังคงปกปิดหว่างขาตัวเองไว้มั่น รู้สึกถึงเสียงลมหายใจของร่างสูงตรงหน้าดังหืดหาด ฟืดฟาด บอกให้รู้ว่ากำลังจะตะบะแตกอยู่รอมร่อ 

 

             ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ ขยับนั่งให้หลังอิงหัวเตียงกว้างสบายๆ ลำขาเรียวยาวขาวเนียนค่อยๆถ่างแบะออกกว้าง มือบางที่กุมหว่างขาไว้แต่แรกเริ่มขยับน้อยๆ พลางลูบไล้ลำเนื้อขาวอ่อนบางเบาๆ ตาหวานหรี่ปรือมองสบตาคมที่จ้องมาตาไม่กระพริบ พร้อมกับกระหยิ่มในใจ

 

             นี่ยังน้อยไป...

 

            "อูยยย!.....ซี๊ดดดดด....." 

 

            ร่างบางทำเหมือนที่พจน์ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด ค่อยๆใช้มือบางสาวลำเนื้ออ่อนตัวเองช้าๆ ต่อหน้าต่อตาอีกฝ่าย พร้อมกับแหงนหงายใบหน้าอิงหัวเตียงครางกระเส่า

 

            "อื๊ออ!!...." 

 

            ร่างขาวบางเนียนตาไม่มีแม้แต่ไฝฝ้าให้ระเคืองตาสักนิด แต่งแต้มลำตัวสวยด้วยสองจุกสีชมพูที่กำลังชูชัน เอวบางบิดน้อยๆ เมื่อตัวเองเริ่มมันมือ ขยับไล้มือขึ้นลงช้าๆตามความยาวของลำเนื้ออ่อน พลางสูดปากแลบปลายลิ้นแดงๆเลียขอบปากบางส่งเสียงซี๊ดซาดตามจังหวะมือ... ทั้งลูบไล้... ทั้งรวบกำไว้แล้วสาวหนักๆจนปลายป้านแดงเริ่มปริ่มน้ำ 

 

            ใบหน้าหวานแหงนหงายหายใจหอบอิงหัวเตียง ขยับมือตัวเองเร็วขึ้น... เร็วขึ้นอีก....เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังใกล้ถึงจุดหมายปลายฝั่งสวรรค์ ปลายเท้าขาวเนียนอมชมพูขยับถูไถจิกเบียดที่นอนนุ่มเมื่อความเสียวเสียดไล่ตีขึ้นตั้งแต่สันหลังจนมารวมกันอยู่ส่วนหน้า ตาหลับพริ้มอ้าปากบางหอบหายใจกระเส่า สลับกับกัดไว้แน่นรับรู้แค่สัมผัสจากมือนุ่มนิ่มของตน

 

            "อู๊ยยย!!!.........."

 

            "อืมมมม!!!......"

 

            "ซี๊ดดดดดดด!!..."

 

             ทำเองเสียวเองจนลืมไปว่ากำลังครางอยู่ต่อหน้าภูเขาไฟลูกใหญ่ที่ใกล้เวลาระเบิด ร่างสูงเห็นอีกฝ่ายขยับมือบางรัวเร็วอย่างไวเหมือนใกล้ถึงฝั่ง จึงเคลื่อนที่เข้าหาคนตัวบาง ขยับขาแกร่งแทรกตัวเข้าหว่างขาเรียวที่ถ่างกว้าง มือหนาทั้งสองข้างจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางที่กำลังขมักเขม้นสาวลำเนื้ออ่อนบางปลายแดงเรือที่เริ่มปริ่มน้ำของอีกฝ่ายไว้แน่น

 

            "อ๊ะ!!..." ตาหวานที่กำลังหรี่ปรือเบิกกว้าง แก้มเนียนริ้วแดงก่ำ ปากบางที่ประดับด้วยสีเชอรี่อ้าค้างก่อนจะหุบฉับมองหน้าอีกฝ่าย ที่เข้ามาขัดขวางทางไปสวรรค์

 

            "ยังไม่ให้เสร็จหรอก" เสียงทุ้มกระซิบบอกพร้อมกับเม้มริมหูบางเบาๆ 

 

             เฮื๊อก!...

 

            "ตอนนี้เราก็เสมอกันแล้ว หลังจากนี้ให้เดาว่าเราสองคนกำลังจะช่วยกันทำ...อา..ไร? " ริมฝีปากร้อนผ่าวละเลียดแก้มใสที่อีกฝ่ายที่พยายามเบือนหนี

 

            "ไม่....ปล่อย!..." 

 

            "น่า สองหัวดีกว่าหัวเดียวนะ" เสียงทุ้มกระซิบพร่า มองสบตาหวานอย่างมีความหมาย พลางขยับร่างสูงเข้าจนชิด

 

             ???!!...

 

            "ไม่เอา ......อ๊ะ!.....อย่า... ไม่เอาแบบนี้นะ!......" คนตัวเล็กกว่าส่ายหน้าเดี๊ยะ ก้มลงมองมือหนาก่อนจะรีบคว้าไว้มั่น

 

            "หึ ...ร่างกายนายมันซื่อตรงกว่าคำพูดนายอีกนะ" 

 

            "เดี๋ยว เดี๋ยว...อย่าพึ่ง.."

 

            "ไม่ทันแล้ว.." คนตัวใหญ่กว่ากระซิบพร่า มือหนายึดเอวบางไว้แน่นไม่ให้ขยับ

 

            "อื๊ออ!!!?....."

 

            "อ๊ะ!!!....."// "ซี๊ดดดดด!!..."

 

 

 

 

 

 

             เสียงกดชัตเตอร์ที่ได้ยินรัวแข่งกันปานเสียงข้าวตอกแตก......บวกกับแสงไฟแฟลชวูบวาบสาดเข้าใส่เจ้าของงานปานห่าฝน  

 

            วิชิตายืนยิ้มสง่าสวยเด่นในชุดจัมพ์สูทแขนกุดขาวดำเก๋ๆ หันมองกล้องทางซ้ายบ้างขวาบ้างตามคำขอของเหล่าช่างภาพจากหลายสำนัก พลางตอบคำถามที่ยิงสัมภาษณ์เธอเกี่ยวกับความรู้สึกของภาพถ่ายที่นำมาแสดง

 

            ห้องสำหรับจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่สองห้อง กินบริเวณพื้นที่ชั้นเก้าและชั้นสิบของโรงแรมสุดหรูระดับห้าดาวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รองรับผู้คนที่สนใจในผลงานได้มากกว่าร้อย  ซึ่งห้องนี้นานๆทีจะเอาไว้สำหรับเปิดประชุมใหญ่ๆ หรือไม่ก็เอาไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง แต่ในครั้งนี้ห้องกว้างๆถูกปรับแต่งให้แตกต่าง เพราะบนผนังที่เต็มไปด้วยเฟรมรูปภาพมากมาย เรียงรายโชว์ให้คนที่สนใจได้ยล

 

            ภาพที่เอามาแสดงได้รับทั้งเสียงกระซิบวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งเสียงชื่นชมในความสามารถที่หาตัวจับยาก ความแปลกใหม่ ความเหนือชั้นเกินคำบรรยายของภาพถ่ายแต่ละภาพที่ได้ถ่ายทอดความรัก ความสวยงามของธรรมชาติ วัฒนธรรม ของกลุ่มชนหลายศาสนาหลาย ประเทศเกือบทั่วโลก

 

            เธอทำได้ยังไง? และไม่ใช่ แต่เฉพาะกับกลุ่มคนเท่านั้นที่วิชิตาสนใจ ภาพถ่ายของสัตว์หลายชนิดที่กำลัง คลอเคลีย แสดงความรักต่อกันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่บางคนตั้งแต่เกิดมาอาจจะยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ วินาทีที่หยุดภาพไว้ มุมของกล้องที่ยากต่อการถ่าย ออกมาให้สวยได้ ทำให้หลายๆภาพ ของวิชิตาเป็นที่โจษจันของคนในวงการเลยทีเดียว

 

             ตะวันอยู่ในชุดสูทสีเทาอ่อนกำลังยืนมองความวุ่นวายตรงหน้า นอกจากวิชิตาแล้วยังมีเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ดารา นักร้อง ศิลปินคุ้นหน้าคุ้นตาหลายคน และสิ่งที่ตะวันไม่เคยรู้มาก่อนและเพิ่งรู้วันนี้เดี๋ยวนี้เอง.. คือชื่อเสียงโด่งดังของวิชิตาไม่ต่างกับดาราดังเลยทีเดียว 

 

            ร่างบางถอยหลังผละห่างออกมาปล่อยให้วิชิตารบกับฝูงนักข่าวอยู่ด้านนอก แล้วเดินเข้าสู่ส่วนที่เป็นพื้นที่ที่ใช้จัดแสดงภาพ ซึ่งอยู่คนละส่วน และมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้านในทั้งเงียบและสงบกว่า ไม่จอแจวุ่นวายเหมือนด้านนอก 

 

            เอามือไคว้หลังเดินเรื่อยๆ มองไปทีละภาพช้าๆ พิจารณาสิ่งที่นำเสนอโชว์บนเฟรม ทั้งบนผนังสีขาวยาวเหยียด เพราะมีหลายโซน พื้นที่จัดก็แสนจะกว้างขวาง เดินดูทั้งหมดจนครบคงขาลากกันไปข้าง และตั้งแต่เริ่มงานแสดงก็มีคนสนใจเข้ามาดูเรื่อยๆ ที่เห็นอยู่ตอนนี้ส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บางส่วนยังคงออขอถ่ายรูปรอขอลายเซ็นต์กันอยู่ส่วนหน้า คงอีกซักพัก ละมั้งเพราะนี่พึ่งแค่ .... สิบโมงกว่า 

 

             ภาพเด็กน้อยที่กำลังยิ้มแป้นแล้นโชว์ฟันหน้าหลอจนแก้มตุ่ยมอมๆเกือบเต็มเฟรมภาพ ที่ใครเห็นแล้วต้องยิ้มตาม อีกภาพข้างๆกันกลับเป็นภาพหนูน้อยร้องให้จ้าน้ำตาเต็มแก้มถูกอุ้มพาดบ่ามองมาที่กล้อง ใกล้ๆกันนั้นก็เป็นเด็กน้อยน่ารักกำลังเล่นกับลูกสุนัขอย่างมีความสุข

 

            ภาพถ่ายที่วิชิตานำมาจัดแสดงชั้นล่าง ล้วนแล้วแต่ไม่ได้ปรุงแต่ง และดูงามและเป็นธรรมชาติจริงๆ

 

             เดินไปเรื่อยๆ ก็ถึงทางขึ้นบันไดไปส่วนที่สอง รายละเอียดของภาพก็เรื่มเปลี่ยนไป จากความน่ารักใสๆของเด็กน้อยเมื่อกี้ กลายเป็นความน่ารักของสาวน้อยวัยแรกรุ่น จนไปถึงสาวสวยหุ่นสะคราญ

 

             อืม.......เดินขึ้นมาตั้งนานก็เพิ่งสังเกตุ แล้วเหลียวมองรอบๆตัว....

 

            ชั้นล่างเมื่อกี้ก็มีแต่ภาพเด็กน้อย ภาพสัตว์น่ารัก ภาพวิวทิวทัศน์ กับธรรมชาติสวยๆ 

 

            แต่ภาพที่อยู่บนผนังรอบๆตั้งแต่ขึ้นมาสังเกตุได้ว่าจะมีแต่ภาพหญิงสาวซะเป็นส่วนใหญ่....เดินผ่านไปก็แทบจะไม่มีรูปไหนที่โฟกัสผู้ชาย หรือถ้าจะมีก็แค่ผ่านๆ เบลอๆไม่เจาะจงให้เห็นชัด....

 

            หรือนี่จะเป็นคอนเซ็ปงานภาพของวิชิตา?

 

            เออ.....ใช่  จำได้ละ......เพราะคราวก่อนที่เป็นแบบให้อาวิถ่ายรูปก็............

 

           !!?

 

            ร่างบางชะงักกึก...

 

            ตาโตเบิกกว้าง...ก่อนจะกระพริบปริบๆเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านในสุดของห้องจัดแสดง ที่สองฟากผนังสีขาว เปล่า....โล่ง ....แล้วค่อยๆขยับเท้าก้าวเข้าไปหาช้าๆคล้ายละเมอ..... 

     

             ตรงนั้นผิดกับส่วนที่แสดงอื่นๆนิดเดียว ที่ผนังตรงกลางมีกรอบรูปไม้สีดำมันวาวแกะสลักลวดลายแปลกตาขนาดใหญ่ประดับอยู่ ไม่ใช่เพราะลายแกะแปลกตาของกรอบไม้.......และไม่ใช่เพราะขนาดที่ใหญ่ยักษ์ของมันที่ทำให้ร่างบางเดินเข้ามาใกล้คล้ายโดนมนต์สะกด.....

 

           ตะวันกระพริบตาปริบๆ มองร่างแน่งน้อยผิวขาวผมยาวๆของคนในภาพกำลังถูกร่างสูงใหญ่โอบไว้คล้ายปกป้องด้วยลำแขนแกร่งแข็งแรงที่ขึ้นรูปกล้ามเนื้อสีแทนชัดเจน

 

            มือขาวๆประดับด้วยปลายนิ้วเรียวยาวของร่างบางแตะกล้ามอกหนา ใบหน้าหวานแหงนหงายคล้ายกำลังรอรับจุมพิตของอีกฝ่าย หัวไหล่เล็กๆขาวยวนตาโผล่พ้นแขนเสื้อที่มันตกลงมาข้างนึงให้ผ่ามือหนาได้โอบไว้กลายๆ  กิริยาของคนในภาพบ่งบอกถึงอารมณ์ที่เต็มใจเสนอและพร้อมที่จะสนองกันอย่างเห็นได้ชัด!!

 

            โรแมนติก.....มองแล้วรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ......

 

            แต่ไม่คิดว่าอาวิจะใส่กรอบโชว์ซะมหึมาขนาดนี้....

 

            เขินแทนคนในภาพ! จนรู้สึกว่าแก้มตัวเองเริ่มเห่อแดงจนต้องก้มหน้าลงยกมือขึ้นลูบเบาๆ เหลือบตามองซ้ายที มองขวาที? 

 

            ค่อยยังชั่ว! ไม่มีใครมอง....

  

            " Romamtic...." จู่ๆก็มีเสียงเอ่ยขึ้นใกล้ๆทำให้ร่างบางที่กำลังตกอยู่ในพวังสะดุ้งสุดตัว หันกลับหลัง!!

 

           แล้วตะวันต้องเลิกคิ้วขึ้นมองอย่างทึ่งๆ  

 

            ฝรั่งผมสีน้ำตาลตาสีฟ้าเจ้าของเสียงยืนอยู่ไม่ห่าง ร่างสูงเพรียวในสูทสีน้ำตาลจางๆมือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง พลางยืนกางขาสบายๆ กำลังมองนิ่งไปที่รูปภาพขนาดใหญ่ ก่อนจะเบือนสายตาหันมาหาตะวัน ใบหน้าหล่อเหลาอย่างชาวตะวันตกแท้ส่งยิ้มให้      " Hi...." 

 

            เป็นเพราะคำทักทายของอีกฝ่ายเลยทำให้ตะวันเซ   " Hello...."     กลับไปบ้าง เพราะจะสะบัดหน้าเดินหนีก็ใช่ที่ 

 

            "good picture,right?..." ร่างสูงเกินหกฟุตขยับเข้ามายืนข้างๆ พลางชวนคุย

 

            แล้วจู่ๆหนุ่มแปลกหน้าก็ก้มลง 

 

            " You too.." ตาสีฟ้ามองนิ่งมาแล้วต่อด้วย  "beautifil boy!" เล่นเอาใบหน้าหวานที่กำลังจะยิ้มให้อย่างมีไมตรีหุบฉับ

 

            เอาแล้วไง! จะให้ทำหน้ายังไง จู่ๆใครที่ไหนก็ไม่รู้มาชม แถมเป็นผู้ชายเหมือนกันแบบนี้ ท่าทางหมอนี่ดูอันตรายน้อยซะเมื่อไหร่.... ยังไงเผ่นก่อนดีมั้ย? แกล้งทำเนียนไม่เข้าใจแล้วเดินหนีดีกว่า

 

            คิดได้ดังนั้นก็กำลังจะเบี่ยงตัวเลี่ยงไปทางซ้าย แต่ต้นแขนกลับถูกอีกฝ่ายที่ตาสีฟ้าคว้าไว้หมับ   " wait" 

 

            นั่นไง! ออกลายมือไวอีกตั่งหาก 

 

            ตะวันสะบัดแขน และอีกฝ่ายเองก็ปล่อยทันทีเมื่อเห็นตาหวานเริ่มมีแววเขียวเรืองๆ

 

            "sorry..."  

 

            ปากบอกซอรี่แต่ตานี่พราวเลยนะ ร่างบางไม่อยากสนใจ ก้าวเท้าหมายจะเดินหนีแต่ร่างสูงในสูทสีน้ำตาลก็ก้าวมาขวางหน้าไว้อีก ทำเอาเท้าชะงักกึก ตะวันเงยหน้าขึ้น ปากที่กำลังจะเอ่ยวาจาในภาษาของอีกฝ่าย จะบอกว่าให้ถอยไปหุบฉับ เมื่อได้ยินเสียง แว๊ดคุ้นหูดังขึ้นซะก่อน

 

            "แก! ทำอะไร?..." 

 

             ตะวันหันไปมองวิชิตาที่เดินเข้ามาพร้อมกับหอบดอกไม้ช่อโต

 

            "เอาอีกแล้วนะแก เจ้าชู้ไม่เลือกเวลาจริงๆ..." ร่างโปร่งบางเดินมาหยุดข้างๆ จนตะวันขมวดคิ้วสงสัย ยังไม่ทันได้ถามอะไร ตาโตก็เบิกกว้างเมื่อหูได้ยินเสียงฝรั่งข้างๆดังขึ้น

 

            "เฮ้วิกกี้! ไอชื่อแกริคนะ ยูช่วยเรียกให้มันเต็มๆหน่อยดีมั้ย เรียกแต่แก แกฟังแล้วทะแม่งๆยังไงชอบกล..." 

 

            "จงภูมิใจซะเพราะชื่อยูไม่เหมือนชาวบ้าน.." วิชิตาเห็นหน้าปูเลี่ยนของฝรั่งแล้วหัวเราะกิก

 

            "ตะวันอย่าไปหลงกลรูปร่างภายนอกของนายคนนี้นะ" วิชิตาบอก "หน้าตาฝรั่งจ๋า แต่ว่าเป็นลูกเสี้ยว ภาษาไทยนี่ชัดเปรี๊ยะ ศัพท์แสลงไม่ต้องพูดถึง เข้าใจหมดทุกคำเผลอๆจะเก่งกว่าเจ้าของภาษาจริงๆอย่างเราด้วยซ้ำ"

 

            ตะวันมองวิชิตาแล้วหันไปมองหน้าฝรั่ง    "ครับอาวิ"

 

            "แล้วนี่รู้จักกันแล้วเหรอ?.." ใบหน้าที่แต่งไว้สวยเฉี่ยวมองตะวันทีแล้วก็หันไปทางฝรั่งทีประกอบคำถาม และก็ได้คำตอบคือกิริยาส่ายหน้าของทั้งสองหนุ่มทันที

 

            "โอเค....แกริคนี่ตะวัน ภาสกร ....ตะวันนี่แกริค หรือ กฤษณ์ แกริค บราวน์ เป็นเพื่อนรุ่นน้องอาเอง"

 

            "สวัสดีครับ..// ...สวัสดีครับ.." 

 

            ทั้งตะวันและแกริคเอ่ยทักทายแต่กิริยาของทั้งสองฝ่ายผิดกันลิบลับจนวิชิตาหัวเราะกิก เมื่อมือหนาที่เอื้อมออกมาจะ เชคแฮนด์ของแกริคเก้อเพราะเจอไหว้งามๆอย่างไทยแท้ของตะวันเข้า

 

            มือหนาหดกลับแล้วยกขึ้นรับไหว้    "ยินดีที่ได้รู้จักคุณตะวัน"

 

            "เช่นกันครับ...ขอโทษด้วยที่เมื่อกี้ผม..เอ่อ.." 

 

            "ผมตั่งหากละครับที่ต้องขอโทษ..." ตาสีฟ้ามองหน้าหวานของตะวันไม่กระพริบ "พอเจอคนน่ารักถูกใจ ...ผมควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้" 

 

            แน๊ะ! ซึ่งๆหน้าเลยเหรอ เจอแบบนี้เล่นเอาตะวันทำหน้าไม่ถูก 

 

            "อะแฮ่ม! ขอขัดจังหวะสักครู่นะแก...ทำไมมาได้ล่ะ? ไหนบอกธุระยุ่ง.." ตะวันนึกขำเพราะดูเหมือนวิชิตา จะชอบเรียกแต่ชื่อหน้าของอีกฝ่าย ฟังแล้วทะแม่งจริงๆ

 

            "เคลียร์แล้วถึงได้รีบมานี่ไง กลัวโดนเจ้าแม่โวย"

 

            "แหม! ปากดี.. งั้นเพื่อเป็นการไถ่โทษที่มาช้า เลี้ยงข้าวเลยนะ"

 

            "ยินดีเสมอคร๊าบ.....เจ้าหญิง" ร่างสูงๆโค้งลงคล้ายอัศวินกำลังรับบัญชา " เลือกมาได้เลยว่าที่ไหน "

 

           "ตะวันไปด้วยกันนะ " วิชิตาคล้องแขนตะวันหมับ " คือ เจ้านายบอกว่า" "โอ๊ย! ไม่ต้องไปสนใจ ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ หมั่นใส้พ่อเนื้อหอม นี่ถ้าอยู่นานอีกนาทีเดียวนะ เราคงได้เห็นฉากเด็ดกลางโต๊ะอาหาร"

 

            ตะวันอึ้งทันที พาลนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่วิชิตาพูดถึง

 

 

 

 

            เมื่อเช้า..... 

 

            หลังจากที่เอ่อ.....นัวเนียโน่น นี่...นั่นกันจนเหนื่อยหอบ...ก็อาบน้ำอาบท่า แต่งตัวแล้วลงมาทานอาหารเช้าก่อนไปทำงานเหมือนกับที่ทำอยู่ทุกๆวัน

 

            สักพักลุงหวินก็เดินเข้ามาแล้วก้มลงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างหูพจน์

 

             ตะวันไม่ได้สนใจเพราะคงไม่เกี่ยวกับตน...แต่แล้วส้อมที่จิ้มใส้กรอกไว้หมายจะยกใส่ปากต้องชะงักค้างเมื่อหูได้ยิน เสียงบางอย่าง

 

            "พจน์ขาาา!!!!..." เสียงนั้นลากยาวมาแต่ไกล

 

             แล้วไม่ถึงอึดใจร่างสูงโปร่งสมส่วนของสาวผิวขาวหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งไว้อย่างดี ลิปสติกสีส้มเด่นลอยมาแต่ไกล ผมสีน้ำตาลแดงยาวเลื้อยถึงกลางหลัง ปลายดัดแต่งเป็นลอนโต ชุดแสครัดรูปสั้นๆสีน้ำเงินเข้มเกาะอกที่มีสายสปาเกตตี้โยงอุ้มปทุมถันนั้นไว้แค่ครึ่ง 

 

            โอแม่เจ้า!!!! หน้าอกนั่นมันคัพอะไร?.....เหตุไฉนถึงได้บึ้ม บะละหึ้มขนาดนั้น?.....

 

            แล้วนั่น!....ชุดมันจะสั้นไปไหน? ถึงคืบมั้ย?

 

             เออ! มองไปมองมาน่าจะถึง เพราะความยาวของตัวกระโปรงฟิตๆปิดสะโพกอวบไว้พอดิบพอดี แล้วรองเท้านางก็ช่าง.... สูงปี๊ดแหลมเปี๊ยบไม่พอขอสีน้ำเงินวาวเข้ากับชุด

 

            ทั้งหมดทั้งมวลที่บรรยายมายังไม่เท่ากับร่างบางที่ก้าวฉับๆเข้ามาอย่างมั่นใจ  และดูเหมือนเธอคนนั้นจะไม่สนใจใครหน้าไหน นั่งลงบนตักกว้างของร่างสูงได้ แขนขาวเรียวยาวก็คล้องต้นคอหนาหมับ

 

            จ๊วบบ!!! แก้มซ้าย   จ๊วบบ!!! แก้มขวา ต่อหน้าต่อตาของทุกคนที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นรอบโต๊ะอาหาร โดยเฉพาะคนตัวบางที่นั่งทานอาหารเช้าอยู่ข้างๆ ที่วางส้อมในมือเพราะรู้สึกอิ่มตื้อขึ้นมาทันที

 

            "คิดถึงพจน์จังเลยค่ะ" น่าชมเชยลิปสติกของนาง ประสิทธิภาพของมันขั้นเทพเพราะนัวเนียขนาดนี้ไม่มีเลอะแก้มให้เห็น

 

            "คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่อิง ขยับลุกออกไปก่อน"  มือหนาดันหุ่นสวยๆออกแต่อีกฝ่ายกลับดึงดันกอดคอหนาไว้แน่นจนปลิงอาย

 

            "แหม น้อยใจจังค่ะ ทำไมพจน์ไม่โทรหาอิงบ้างละคะ? หือ?.." ออดอ้อนฉอเลาะกันในระยะเผาขน จนทุกคนที่ยืนนิ่งอยู่เมื่อครู่ขยับตัว

 

            และยังไม่ทันที่ใครจะได้แก้ไขสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เสียงวิชิตาก็ดังขึ้นซะก่อน

 

            " ก็เพราะหล่อนแต่งงานประกาศว่ามีสามีไปแล้วไม่ใช่เหรอไง? เขาถึงได้เลิกโทรหาน่ะ"

 

            "อุ๊ย อาวิ สวัสดีค่ะ" นางในชุดสีน้ำเงินเด้งออกจากตักพจน์ราวกับติดสปริง แล้วย่อตัวลงไหว้อย่างสวยงาม

 

           "กองไว้ตรงนั้นแหละย่ะ" ร่างเพรียวบางในชุดจัมพ์สูทเดินเข้ามาหยุดข้างๆตะวัน

 

            "แล้วนี่กลืนน้ำลายตัวเองไปแล้วหรือไง ถึงได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก" ดูเหมือนวิชิตาจะไม่ญาติดีกับสาวสวยหน้าใหม่ทุกกรณี จนตะวันเริ่มงงๆ

 

            "คือ.." ผู้มาใหม่บิดมือตัวเอง " ตอนนั้นอิงคงทำกิริยาไม่ดีออกไปจริงๆ อิงต้องขอโทษอาวิด้วยนะคะ" 

 

            " คำเรียกที่สนิทสนมแบบนั้นฉันเอาไว้ให้คนในครอบครัวเรียก คนนอกไม่มีสิทธิ์" แล้ววิชิตาก็สะบัดหน้าหนีเลิกสนใจนางผู้มาใหม่

 

            "ป๊ะ ตะวัน วันนี้นั่งรถไปกับอาดีกว่า" 

 

            "ครับ.."

 

            "หนูวิไม่รับของเช้าก่อนเหรอคะ?" ป้าพรที่ยืนนิ่งมองเจ้านายอยู่นานเพิ่งจะมีบทบาท

 

 

            "ไม่ดีกว่าค่ะคุณป้าพร วิคงกลืนอะไรไม่ลงแล้วล่ะค่ะ" วิชิตาหันไปค้อนอีกทางขวับใหญ่ แล้วดึงให้ตะวันเดินตาม เหมือนเป็นการตัดบททั้งหมด ปล่อยให้หลานชายจัดการที่เหลือต่อเองคนเดียว ถ้าเจ็บแล้วไม่รู้จักจำ แล้วทำให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยอีกครั้ง คราวนี้ต่อให้มีสิบวิชิตาก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วละนะ

 

 

 

 

 

            ใบหน้าหวานแหงนมองภาพขนาดใหญ่ยักษ์ที่ย่อมกว่าผนังตรงหน้าตาปรอย...

 

            "ตะวัน...." 

 

            "....."

            "ตะวัน!.."     วิชิตามองคนที่เพิ่งถูกเรียก แล้วถอนหายใจยาว แล้วนึกขึ้นได้ พลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นหน้าเข้าไปจนใกล้

 

            "ตะวัน..จ๋าาา....." คราวนี้เป็นเสียงเรียกบวกกับลมหายใจร้อนๆที่เป่ารดใบหูขาวๆทำให้เจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้ง พอหันมามอง ก็เห็นยิ้มล้อเลียนของวิชิตาเข้า 

 

            "ค..ครับอาวิ"

 

            "แหม...มองภาพแล้วเหม่อไปถึงไหนจ๊ะคนสวย?..." 

 

            "เหม่อเหรอครับ"

 

            "อืม?....ไม่เหม่อหรอกมั้ง แต่เรียกตั้งนานก็ไม่หันซักที " วิชิตาเอียงคอมอง  " คิดถึงใครอยู่เอ่ย ใช่คนในรูปป๊ะ?"

 

            "เปล่าครับ..." 

 

            " เปล่าเหรอ?"  สายตารู้ทันนั้นทำเอาตะวันเสหลบตา" อาถามอะไรตะวันอย่างสิ?" 

 

            "ครับ?..."

 

            "ตะวันชอบพจน์มากมั้ย?..."

 

            "อ อะไรกัน ทำไม ทำไมอาวิถามแบบนั้นละครับ?" ท่าทางอึกอักบวกกับริ้วสีเรือที่แก้มเนียนทำให้วิชิตายิ้มอย่างเอ็นดู

 

            "เอ๊า เลยเขินเลย   นี่ตะวัน" หน้าสวยยื่นเข้าใกล้           "ครับ?....."

 

            "มีอะไรกับพจน์หรือยัง? "      คำถามของผู้ใหญ่ทำเอาผู้น้อยอ้าปากค้าง !!! 

 

            "อะ! ... เอ่อ! .... คือ...  มัน!..." กระพริบตาปริบๆหันมองซ้ายมองขวากลัวว่าใครจะได้ยินเข้า ไม่คิดว่าจะโดนถามอะไรแบบนี้ มือทั้งสองข้างหรือก็เกะกะจนไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน

 

            "หึๆ...." เสียงหัวเราะที่ตามมายิ่งทำให้ตะวันทำหน้าไม่ถูก " เด็กน้อยเอ้ย...นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว คิดจะตบตาวิชิตาคน นี้ยังเร็วไปร้อยปี " 

 

            "แล้วอีกอย่างนะ....ถ้าไม่มีความรู้สึกพิศวาสต่อกันถึงขนาดควบคุมตัวเองไม่ได้ ผู้ชายที่ไหนเขาจะจูบผู้ชายด้วยกันเองละ จ๊ะหนูน้อย " 

 

            วิชิตาแลตามอง ชักพอจะเข้าใจพจน์ขึ้นมานิดๆแล้วละ เพราะตะวันช่างน่าแกล้งเหลือเกิน ใบหน้าหวานซึ่งขนาดเธอเอง ยังตะลึงมองตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นนั้นงามเกินชาย แก้มเนียนใสขึ้นสีจางๆ จมูกโด่งกำลังพอดีรับกับใบหน้าสวยด้านข้าง แล้วปากบางๆ ที่เดี๋ยวก็กัดเดี๋ยวก็เม้มจนมันแดงขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ร่างบางถึงจะอยู่ในชุดสูททำงาน แต่ไม่ได้ดูเท่ห์เหมือนอย่างพจน์หรืออย่างภีม แต่กลับดูดีไปคนละอย่าง

 

            มิน่าล่ะ! ก็น่ารักแบบนี้นี่เล่า!  พ่อหลานชายถึงกับทำการใหญ่ ตะครุบเอาไว้เป็นของตัว โดยไม่สนใจเรื่องเพศ

 

            แล้วนี่ก็คงจะกำลังหงุดหงิดอยู่สินะที่จู่ๆเธอก็ดึงเอาหวานใจมาแบบนี้ เมื่อกี้โทรมาบอกจะมารับตะวันกลับ หึๆ น้ำเสียงเอาเรื่องเลยละ

 

            แต่แหม เรื่องเมื่อเช้าฉันยังหงุดหงิดไม่หายเลยนะยะ คืนให้ง่ายๆก็ไม่สนุกสิ อยากรู้ว่าระหว่างเลขาหนุ่มหน้าใส กับคู่ควงสาวใน อดีต CEO หนุ่มหล่อจะทำอย่างไร?

 

            มันน่าลุ้นน้อยเมื่อไหร่ ไหนๆก็เทใจอยู่ข้างตะวันแล้ว ลองแกล้งคนเล่นซะหน่อยเป็นไง? งานแสดงภาพวันนี้ก็ประสบ ความสำเร็จลงด้วยดี และตอนนี้ก็ฟรีไทม์

 

           "ป๊ะ ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า วันนี้เราได้เจ้ามือแล้ว" 

 

            "แล้วคุณแกริคละครับ?...."

 

            "โทรศัพท์... ทางโน้นแน่ะ " ตะวันหันมองตามปลายนิ้วที่ชี้ไปก็เห็นร่างสูงๆของหนุ่มลูกเสี้ยวที่เพิ่งทำความรู้จักกันเมื่อ กี้ กำลังยืนคุยโทรศัพท์พร้อมกับมองภาพถ่ายที่จัดโชว์   หือ!?..

 

            หา?? 

 

             ตาโตเบิกกว้าง  เมื่อประจักษ์ชัดกับตาว่าอีกมุมหนึ่งของห้องที่ยังไม่ได้เดินเฉียดเข้าไปเพราะมัวแต่ตะลึงอยู่กับภาพใหญ่ ได้จัดแสดงภาพอีกส่วนหนึ่งไว้ และพอมองปราดเดียวก็รู้ได้เลยว่าเป็นภาพอะไร เพราะเสื้อผ้าแบบนั้น แล้วท่าทางแบบนั้น....มัน

 

            แล้วทำไมมันถึงได้มากมายขนาดนี้ล่ะ?

 

            เต็มไปหมด...

 

            แทบทุกอริยาบทถูกบันทึกไว้บนฟีล์มแล้วถ่ายทอดลงบนแผ่นภาพขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างต่างๆกันเต็มผนังห้อง  

 

            "เป็นไง สวยใช่มั้ย? อาบอกแล้วว่าต้องตะลึง" ร่างเพรียวบางของวิชิตาเดินตามมาสมทบกับตะวันที่ยังยืนตาค้างเพราะ ทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าห้องสี่เหลี่ยมกว้างๆทั้งห้องจะจัดแสดงแค่ภาพของตัวเองที่ได้เป็นแบบไปเมื่อคราวก่อน ได้แต่ยืนตาโตมองภาพที่ทำซ้อนๆกัน ภาพนั้นบ้างภาพนี้บ้าง ทั้งเล่นแสง ทั้งแปลงสีให้ดูแปลกราวกับกำลังดูฟีล์มภาพยนตร์ 

 

            "สวยมากครับ อย่างกับเป็นอีกคนเลย"

 

            "ใช่มั้ยล่ะ เพราะแสงไง แล้วก็มุมที่ใช้ถ่าย ทำให้ภาพที่ได้แตกต่างจากความเป็นจริง"

 

            "อาวิอัจฉริยะจริงๆ"

 

            "ไม่ขนาดนั้นหรอก เพราะชอบน่ะ เพราะว่าอาชอบมากๆเลยทำออกมาได้ดี" วิชิตามองภาพที่ตัวเองสร้างสรรค์ออกมากับมือ แล้วยิ้มภาคภูมิใจ

 

            "อื้อ เกือบลืมแน่ะครับ ว่าจะถามอาวิว่าทำไมถึงมีแต่รูปผู้หญิงล่ะครับ?" สีหน้าสงสัย ของตะวันทำให้วิชิตาอดขำไม่ได้

 

            "แน่ใจเหรอว่ามีแต่ผู้หญิง?"

 

            "เอ๋! ทำไมล่ะครับ ก็เห็นแต่ผู้หญิงจริงๆ"

 

            "ไม่บอกดีกว่า ในโลกนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ดูเอาเอง บอกไปเดี๋ยวไม่ตื่นเต้น ....ป๊ะ...หิวแล้ว " แล้ววิชิตาก็หันไปทางแกริคที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ห่าง

 

            "จะจ้องให้ภาพทะลุหรือไงไม่ทราบยะ" เสียงแว๊ดไม่ดังนักแต่ก็ทำให้แกริคหันมาอย่างรวดเร็ว

 

            "วิกกี้...ใครเป็นแบบในรูป" หนุ่มลูกเสี้ยวถามอย่างสนใจแล้วมองไปรอบๆตัว เพราะทุกภาพที่วิชิตาทำออกมาล้วนแล้วแต่สวย หวาน ละลานตาซึ่งแม้แต่คนที่เป็นแบบเองยังยืนมองตะลึง

 

            "ทำไมเหรอ?"

 

            "ไออยากรู้จัก บอกหน่อยได้มั้ย เขาเป็นใครอยู่ที่ไหน? คนนี้ไอว่าต้องเป็นคนพิเศษแน่ๆไม่งั้นยูไม่จัดภาพจนเต็มห้อง ใหญ่ขนาดนี้" คำถามของแกริคทำเอาคนที่ยืนฟังอยู่ด้วยลุ้นใจสั่น

 

            " ตั้งแต่รู้จักกันมายูก็รู้ว่าไอไม่เคยเปิดเผยที่มาของคนที่เป็นแบบ ทำไมจู่ๆมาถาม?" ทั้งสีหน้าและท่าทางของวิชิตา ทำให้แกริค ย้ำ

 

            "ไอก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาดูสวยแปลก....มีเสน่ห์...จริงๆนะวิกกี้"

 

            "ขอถามเจ้าตัวเขาก่อนนะ ว่าเขาอยากจะรู้จักยูหรือเปล่า ถ้าเขาบอกว่าไม่ก็เสียใจด้วย...."

 

            "งั้นก็โทรถามเลยสิ เขาอยู่ไม่ใกลใช่มั้ย?" เสียงหนุ่มตาสีฟ้าเร่งเร้า

 

            "บ้า! ได้ยังไง ไม่ใช่วันนี้ย่ะ เสียใจด้วย" ความจริงถ้าจะโทรก็โทรได้ แต่ถ้าขืนโทรไปเสียงมันก็คงจะดังขึ้นใกล้ๆนี่ละ 

 

            "ถ้าอย่างนั้นภาพที่แสดงในห้องนี้ไอขอซื้อทั้งหมด ราคาเท่าไหร่ไม่อั้น รวมทั้งภาพใหญ่ตรงนั้นด้วย!" มือหนาชี้ไปที่กรอบรูปขนาดใหญ่ยักษ์ที่อยู่อีกฟากของผนัง ทำเอาทั้งวิชิตาและตะวันมองตาม และเกือบพร้อมกันที่ทั้งคู่หันกลับมามองสี หน้าและท่าทางจริงจังของแกริค 

 

            "ล้อไอเล่นแน่ๆใช่มั้ย?.." วิชิตายังไม่อยากเชื่อ

 

            "ย้ำอีกทีก็ได้ว่ารูปที่ใช้แสดงในห้องนี้ทั้งหมดรวมทั้งภาพใหญ่ ไอซื้อทั้งหมด" 

 

            "บ้าไปแล้วแกริคจะเอาไปทำไมเยอะแยะ ทั้งหมดนี่เกือบร้อยภาพเลยนะ" ตอนนี้ช่อดอกไม้ของวิชิตากลายเป็นว่าตะวัน ต้องหอบไว้แทน เพราะร่างเพรียวในชุดจัมพ์สูทเท้าสะเอวยืนมองหน้าหนุ่มลูกเสี้ยวคอตั้งบ่า เพราะความสูงที่แตกต่างกัน

 

            "ไม่บ้าหรอก ไออยากได้จริงๆ และยืนยันเจตนาเดิม" แกริคยิ้มแล้วมองไปรอบๆห้องกว้าง "ภาพที่อยู่ในห้องนี้ทั้งหมดขายเท่าไหร่?" 

 

            "ไม่ขาย"

 

            วิชิตายังไม่ทันจะอ้าปากก็มีเสียงทุ้มตอบขึ้นมาซะก่อน...ทั้งสามสามัคคีกันหันหน้าไปทางต้นเสียง ก็เห็นสองหนุ่ม พี่น้องและ คุณธิดาเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา 

 

            เลขาสาวตรงดิ่งเข้าหาวิชิตา "ยินดีด้วยนะคะคุณวิ ดาเดินดูตอนเข้ามาเมื่อกี้ภาพสวยจริงๆค่ะ" "ขอบคุณค่ะคุณธิดา งั้นวิให้คุณธิดารูปนึง"   "อุ๊ย!? จริงหรือเปล่าคะ?"   " ชอบชิ้นไหนบอกวิได้เลยนะคะ" " ขอบคุณค่ะคุณวิ" มือที่กำลังจะรับดอกไม้ยกรับไหว้คุณธิดาแทบไม่ทัน ก่อนจะหันไปทักหลานชาย

 

            "ไงจ๊ะหนุ่มๆ มากันครบเลย..." ภีมยิ้มให้วิชิตาก่อนจะแลตาไปข้างๆคล้ายส่งซิกแนลบางอย่าง

 

            วิชิตามองตามแล้วหน้าเจียนเมื่อเห็นเหมือนสายฟ้าฟาดลั่นเปรี๊ยะๆไปทั่วห้อง 

 

            ตะวันยืนกอดดอกไม้ตัวลีบเมื่อร่างสูงของพจน์เดินเข้ามาหยุดยืนจนใกล้....ใบหน้าหวานค่อยๆแหงนขึ้นมองช้าๆ "เจ้านาย" และหวังว่ายิ้มที่ส่งไปจะช่วยให้ใบหน้าของพจน์ลดความบึ้งลงซักนิดก็ยังดี เพราะรังษีบางอย่างที่แผ่มาพาให้เสียวสันหลังแปลกๆ

 

            "ไงพวก " แกริคยกกำปั้นขึ้นชนกำปั้นของภีมเบาๆ ก่อนจะหันไปเชคแฮนด์กับพจน์พร้อมกับยึดมือไว้ " เมื่อกี้ยูหมายความว่ายังไง..ไม่ขาย? " 

 

            "ไม่ขายก็คือภาพที่ยูจะซื้อในห้องนี้มีคนซื้อไปก่อนแล้วไง" 

 

            "ใคร?..ขายไปตั้งแต่เมื่อใหร่วิกกี้?...ไอไม่เห็นรู้ ทำไมยูไม่บอก" แกริคขมวดคิ้วงง 

 

            "เอ่อ "วิชิตาก็อยากจะบอกว่า เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เหมือนกัน แต่ตาคมๆของใครบางคนที่เหลือบมา..... "ลืมไปว่าเจ้าของเขาขายให้คนรู้จักไปแล้ว ที่จัดโชว์ตรงนี้ก็ขอไว้จนกว่าจะเสร็จงาน ไอไม่คิดว่ายูจะสนใจไง เลยไม่ได้บอก"

 

            "อาทำไมไม่บอกเขาไปเล่า.. ว่าแฟนเขาหวง พอถ่ายแล้วทำใจไม่ได้ ต้องเก็บไว้ดูเอง" เสียงภีมเปรยขึ้นทำให้แกริคหันมามอง

 

            "แฟน?  ภีม...ยูรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอ?.." 

 

            "รู้จัก" 

 

            "ยอดเลย! เขาเป็นไง? ตัวจริงสวยเหมือนในรูปมั้ย?" หน้าตาฝรั่งจ๋าช่างขัดกับภาษาไทยชัดเปรี๊ยะที่เปร่งออกมาซะจริงๆ

 

            "สวย แต่สวยคนละแบบ" ภีมยืนล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วตอบยิ้มๆ "แต่ขอบอกว่าแฟนนางขี้หวงมาก" 

 

            " โอ! อย่างงั้นเหรอ? แล้วว่าไงวิกกี้ ได้ใช่มั้ย? ไอแค่อยากเห็นตัวจริงแค่แป๊บเดียว"

 

            "ยังไงก็คงต้องไปถามเขาก่อนนะ แต่ถ้าไม่ก็คือไม่นะแก" 

 

            "โอเค " แกริคยกข้อมือดูเวลาก่อนจะหันไปมองตะวัน  "นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว วันนี้ผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวทุกคน จะสะดวกมั้ยครับ?" และยังไม่ทันที่ใครจะอ้าปากพูดอะไรเสียงวิชิตาก็ดังขึ้นซะก่อน

 

            "ไปกันทั้งหมดนี่แหละ ไหนๆก็มากันแล้วถือซะว่าไปเลี้ยงฉลองให้อาวันนี้ไง ประชุมบ่ายสองทันแน่ๆ ใช่มั้ยคะคุณธิดา?" วิชิตาหันไปทางเลขาของภีม

            "ท..ทันค่ะ" 

 

            "ใครไม่ไป..โกรธ!" ทุกคนเลยพูดไม่ออก เมื่อวิชิตาใช้ไฟท์บังคับกันเอาซึ่งๆหน้า 

 

            หลังจากที่ปรึกษากันจะกินอะไรที่ไหนดี.....

 

            สุดท้ายก็ลงมติว่าไม่น่าจะลำบากฝ่าฝูงการจราจรอันวุ่นวาย ติดขัดของยามใกล้เที่ยงแบบนี้ออกไปกินข้าวที่ไหนไกล เพราะไหนๆก็ยืนอยู่ในโรงแรมห้าดาว ภัตตาคารอาหารสุดหรูเต็มใจเปิดห้องให้บริการลูกค้ากระเป๋าหนักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว

 

            แกริครับเป็นเจ้ามืออย่างที่บอก จัดเต็มตั้งแต่เดินเข้าไปพนักงานนับสิบโค้งคำนับหัวแทบจรดพื้น พลางเดินตามมาเลื่อนเก้าอี้ให้แขกอย่างรู้หน้าที่ และยังไม่ทันที่ลูกค้าวีไอพีจะนั่งเก้าอี้เรียบร้อยดี ออเดิฟถาดใหญ่ก็วางเสิร์ฟเรียกน้ำย่อยในทันที

 

            หลังจากนั้นอาหารที่โทรสั่งไว้ล่วงหน้าก็ลำเลียงขึ้นโต๊ะภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที

 

            ตะวันนั่งตัวเกร็ง ภัตตาคารหรูขนาดนี้ก็เพิ่งเคยเข้านี่แหละ... 

 

            เหลือบมองฝั่งตรงข้ามก็เห็นอาวิกำลังคุยหนุงหนิงกับคุณธิดาตามประสาผู้หญิง  ทางขวาก็เจ้านายถัดไปก็เป็นภีม พอแลทางซ้ายก็แกริคที่คอยเทคแคหยิบโน่นจับนี่ใส่จาน พลางชวนคุย ถามอยากทานอะไร เป็นพิเศษมั้ย จานนี้อร่อยนะ แสดงความสนใจตะวันออกหน้าออกตา ทำเอาแทบกลืนอะไรไม่ลง ได้แต่รับว่า "ครับ.." แล้วตักเข้าปากเคี้ยวเงียบๆ เหตุผลเพราะคนตัวโตข้างๆทางขวาที่ไม่พูดไม่จา เอาแต่ทำหน้านิ่ง

 

            ร่างสูงหันไปคุยภีมเป็นพักๆ แล้วหันกลับมาเมื่อได้ยินแกริคถาม 

 

            "ไอพึ่งรู้ว่าตะวันทำงานเป็นเลขายูนี่เอง"

 

            "ใช่ ไอก็พึ่งรู้ว่ายูมากรุงเทพ" 

 

            "แค่มาเที่ยวน่ะ เดี๋ยวก็กลับ " แกริคลดเสียงลงแล้วป้องปากกระซิบ " แค่มาตามคำเชิญของเจ้าแม่" 

 

            "นี่! ได้ยินนะยะ" วิชิตาหันมาทันทีเมื่อมีเสียงพาดพิงถึง ทำให้ตะวันยิ้มนิดๆเล่นเอารอบโต๊ะมองมาที่หน้าหวานเป็นตาเดียว โดยเฉพาะแกริค

 

            "ตะวันเคยไปเที่ยวซานฟรานซิสโกมั้ยครับ?" ไม่ถามเปล่าหนุ่มตาสีฟ้ายังกระเถิบเข้าอี้เข้ามาใกล้

 

            "ยัง ยังไม่เคยไปเลยครับ เคยคิดที่จะไปเที่ยวสักครั้งอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่มีโอกาส " ตอบไปแล้วก็แลตามอง ข้างๆพลางกลืนน้ำลายเอื๊อก เมื่อเสียงกระแอมกระไอดังมาเบาๆ

 

            "ผมอยู่ซานฟรานครับ ถ้าตะวันไปผมขออาสาเป็นไกด์ให้นะครับ ไปพักที่โรงแรมของผมเลย จะพาชมให้ทั่วซานฟราน" 

 

            "จริงเหรอครับ ดีเลย ถ้าผมมีโอกาสได้ไปรบกวน...." ยังไม่ทันจะพูดจบดีเสียงพจน์ก็ดังขึ้นซะก่อน

 

            "คงไม่ต้องลำบากเขาหรอกมั้ง ถ้าจะไปเที่ยวจริงๆเดี๋ยวฉันเป็นไกด์ให้ก็ได้ไม่มีปัญหา" เสียงพจน์ที่แทรกขึ้นมาทำให้ภีมที่นั่งฟังเงียบๆยกยิ้ม 

 

            เอาแล้วไง...ไม่บ่อยนักหรอกที่พจน์จะขัดคอคนแบบนี้... พลางเหลือบมองเวลาที่ข้อมือและปรายตามองสถานการณ์ข้างตัว 

 

            ความที่เป็นพี่น้องกันมา ภีมรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้พจน์คงอยากจะลากข้อมือเลขาออกจากห้องอาหารแห่งนี้มากแค่ไหน 

 

            ก่อนที่จะมีเหตุการณ์อ้าปากค้างแบบนั้น....งั้นก็....

 

            สัญญาณบางอย่างที่ส่งไปทำให้คุณธิดาที่เป็นเลขาให้ภีมมาหลายปีเข้าใจได้ไม่ยาก เธอรีบยกมือขึ้นดูเวลาทันที

 

            "ท่านคะ อีกสี่สิบห้านาทีประชุมจะเริ่มค่ะ" ทักษะที่คุณธิดามีไม่เพียงเท่านั้น "ขอบคุณมากค่ะคุณแกริค อาหารอร่อยมากเลย ยังไงวันนี้วิต้องขอตัวไปเตรียมการประชุมก่อนนะคะ" บอกแกริคก่อนที่เธอจะหันไปถามตะวัน "ตะวันไปด้วยกันมั้ยจ๊ะ?"

 

            พอได้ยินแบบนั้น "ครับผมไปด้วย" ตอบรับเลขารุ่นพี่แล้วลุกขึ้นทันที ทำให้แกริคที่นั่งอยู่ต้องลุกตาม 

 

            " งั้นผมต้องขอตัวนะครับคุณแกริค ขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อย...."

 

            "ยินดีครับ จะยินดีมากกว่านี้ถ้าคุณตะวันรับนัดดินเนอร์กับ..." ยังไม่ทันที่แกริคจะพูดจบดี

 

            " ไอก็ต้องขอตัวด้วยเหมือนกัน" มือที่ยื่นออกมารอเชคแฮนด์ทำให้แกริคยื่นมือไปสัมผัส "  ยินดีที่ได้เจอกันอีกนะแกริค" ปล่อยมือพจน์แล้วยื่นมือไปสัมผัสกับภีม หมายจะหันไปจับมือตะวันหนุ่มตาสีฟ้าก็ต้องมองตามหลังไปอย่างเสียดาย  

 

            ถ้ามองไม่ผิดและถ้าตาตัวเองไม่หลอก แกริคเห็นข้อมือขาวๆของตะวันถูกพจน์กุมไว้แล้วลากออกไปอย่างรวดเร็ว

 

           ไม่เพียงแต่แกริคเท่านั้น วิชิตา คุณธิดา ภีมมองตามไปแล้วหันกลับมายักไหล่กับแกริค "ไปก่อนนะพวก แล้วเจอกัน..." ภีมตบบ่าแกริคปุ๊ๆแล้วเดินตามหลังพี่ชายไปอีกคน คุณธิดายกมือไหว้ลาแล้วเดินตามหลังภีมไปติดๆ

 

            " ไอตาฝาดหรือเปล่าวิกกี้ "

 

            "ไม่ฝาดหร๊อก ถ้ายูตาฝาด ไอก็คงตาฝาดด้วยเหมือนกัน" วิชิตาหอบดอกไม้ไว้เต็มแขน 

 

            "วันนี้แยกกันตรงนี้ดีกว่า นึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องทำนิดหน่อย ไว้เจอกันแก.."

 

            "โอเค ขับรถดีๆนะคนสวย" 

 

            "ยูเองก็เหมือนกัน บาย...." วิชิตาบอกลาแล้วเดินออกจากห้องอาหารแห่งนั้น ก่อนที่ซอยเท้าไปที่รถของตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะรู้สึกเป็นห่วงตะวันขึ้นมาติดหมัด

 

            จากคำบอกเล่าของคุณธิดา ที่สนทนากระซิบกระซาบกันเมื่อสักครู่นี้ 

 

            บรรดาแฟนเก่าของหลานชาย ได้ย้ายก้นเข้าไปนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ่อรออยู่ที่ห้องทำงานของหนุ่มหล่อแล้ว เพราะที่มาช้ากันนั้นหนา เหตุผลเพียงเพราะว่าสองสาวสองดีกรีของความเซ็กซี่ที่ไม่ต่างกันมาก ต่างก็ไม่ยอมที่จะให้อีกฝ่ายออกมากับพจน์  จะต้องเป็นตนคนเดียวเท่านั้น นั่นได้สร้างความยุ่งยากใจให้พจน์จนต้องตวาด

 

           "ไม่ต้องไปเลยทั้งคู่ ถ้าผมรู้ว่าคุณสองคนแอบตามผมไปที่งาน  แล้วไปทำความยุ่งยากวุ่นวายให้ใครเขาละก็ ไม่ต้องมาคุยกันอีก" 

            "โธ่ พจน์ขา    //  พจน์ขา ...." 

 

            กว่าจะช่วยพจน์แงะมือปลิงออกจากแขนได้ ก็กินเวลาหลายนาที สุดท้ายก็เลทอย่างที่เห็น

 

            วิชิตาเคาะปลายนิ้วเรียวกับพวงมาลัยรถเบาๆพร้อมกับใช้ความคิด พลางเหยียบคันเร่งอีกนิดเมื่อเห็นถนนเริ่มว่าง

 

            ต้องตามไปดูซะหน่อย ไม่ได้เป็นห่วงพจน์....เพราะถ้ายังโสดเหมือนเมื่อครั้งที่ทั้งสองนางบอกลาไปแต่งงานใหม่ๆก็ไม่เท่าไหร่

 

            แต่ครั้งนี้มันแตกต่างกับคราวที่แล้วอย่างสิ้นเชิง.....

 

            วิชิตาเป็นห่วงตะวันมากกว่า ลำพังตัวพจน์คงเอาตัวรอดได้ไม่ยากเพราะสองสาวนั้นก็แฟนเก่าและรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี

 

            แต่หนุ่มหน้าสวยร่างบอบบางที่เพิ่งมาใหม่ที่ไม่เคยเจอกับฤทธิ์ของผู้หญิงที่สวยแต่รูป จูบก็ไม่หอม บวกกับมารยา ไร้ยางอายกว่าพันเล่มเกวียนของสองนางเข้าไป วิชิตาก็ไม่รู้ว่าตะวันจะทนทานได้แค่ไหน ยังไงก็ขอไปดูให้เห็นกับตา...

 

            ถ้าตะวันสามารถรับมือกับผู้หญิงในอดีตของพจน์ได้ ค่อยถอยออกมายืนมองอยู่ห่างๆก็แล้วกัน

 

 

 

 

            ระหว่างทางขับรถกลับพจน์ปิดปากเงียบกริบ ตะวันก็ได้แต่ปรายตามองแล้วเม้มปากแน่น พลางนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังคิด อะไรอยู่ อยากรู้แต่จะให้เอ่ยปากถามก่อนน่ะไม่มีทางแน่ๆ 

 

            เงียบมา ก็เงียบไป ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องหาคำพูดให้ยุ่งยาก.....

 

            คิดว่าจะง้อเหรอ?....เช๊อะ!.......

 

            เรื่องเมื่อเช้ายังไม่เคลียร์เลยนะ ยังจะมาทำหน้าหงิกหน้างอใส่กันแบบนี้อีก 

 

            ช่างเถอะ!...หงุดหงิดไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น

 

             คนตัวบางเริ่มคิดได้ พลางสูดหายใจเข้าปอด อัดเข้าไปเต็มที่ก่อนจะค่อยๆผ่อนลมออกช้าๆ ตาหวานมองออกไปนอกรถ พลางกอดอกแล้วหลับตาลง.... ถึงเมื่อไหร่ค่อยคุยกันแล้วกัน 

 

            พจน์เห็นกิริยาของคนข้างๆก็ไม่ได้พูดอะไร หมุนพวงมาลัยไปยังทิศทางที่ตั้งของตึกอำนวยการเงียบๆ ไม่ถึงยี่สิบนาทีดีสปอร์ต หรูคันเล็กก็จอดนิ่งสนิทในช่องจอดวีไอพี 

 

            ใบหน้าครามคมหันมองเสี้ยวหน้าหวานของคนที่นั่งกอดอกหลับตา

 

             นานพอสมควรกับความเงียบ บวกกับความเคลื่อนไหวต่างๆรอบตัวที่นิ่งไปทำให้คนที่เกือบจะหลับแต่ยังไม่หลับค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นว่าตรงหน้านี้คือประตูลิฟท์จุดที่จอดรถประจำใต้ตึกอำนวยการสูงสามสิบเก้าชั้น ตะวันจึงได้รู้สึกตัว คลายแขนที่กอดอกไว้ พลาง ยืดหลังนั่งตัวตรง หันมามองคนข้างๆ 

 

              พจน์นั่งมองมานิ่งๆไม่พูดไม่จา อารมณ์ประหลาดฉายออกมาทางตาคมจนตะวันต้องเสหลบ ปากบางเม้มแล้วเม้มอีกเพราะ ไม่รู้จะเอ่ยคำไดออกมาดี

 

               ตาคมมองไล่ตั้งแต่ลูกผมที่ล้อมกรอบใบหน้าหวานไว้ แก้มเนียนใส มองนิ่งที่ปากบางอิ่มที่เผยอทำท่าเหมือนกำลังจะเอื้อนเอ่ยหลายครั้ง แต่ก็หุบกลับครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะเม้มไว้แน่น ทำเอาพจน์มองกิริยา ตรงหน้านั้นเพลิน 

 

               อึกอักอยู่นาน รอให้คนตัวหนาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่จนแล้วจนรอดทั้งสองก็ทำแค่มองตากันไปสบตากันมา

 

              เอางั้นก็ได้...

 

             ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด....ร่างบางเอี้ยวตัวเพื่อปลดเบลท์ แล้วเปิดประตู

 

              "เดี๋ยวสิ!..."มือหนายึดข้อมือเล็กไว้แน่น ก่อนที่จะยื่นแขนยาวๆมาดึงประตูปิดดังปั้ง! ร่างบางหันกลับมามองพจน์อีกครั้ง

 

              "วันนี้เรายังไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะ....ว่าไหม?" ริมฝีปากร้อนผ่าวสีล้มจางจูบซับเบาๆไปทั่วกำปั้นเล็กที่เจ้า ของกำไว้แน่น 

 

              "อยากถามอะไรไหม?" คำถามนั้นทำเอาตะวันเม้มปากแน่นอีกครั้ง "ถ้าผมไม่ถาม  แล้ว....เจ้านายจะบอกเองมั้ย?" ถามไปมองมือ ตัวเองไป เพราะอีกฝ่ายได้คลี่กำปั้นออกด้วยปากอุ่นพร้อมกับจูบซับไปทั่วปลายนิ้วเรียวเล็กเบาๆ

 

              "อยากบอก แต่ไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไง เพราะยังไม่ได้ยินคำถาม นายอยากรู้อะไรก็ถามสิ จะได้หายข้องใจ" 

 

             "ก็ไม่รู้จะเริ่มถามยังไงเหมือนกันนี่นา อยากเล่าก็เล่ามาเลยสิ!..." ดูเหมือนพจน์จะยังเพลินอยู่กับสิ่งที่ตนทำอยู่ จนตะวันแก้มร้อนวาบ เมื่อฝ่ามือเล็กนุ่มเนียนถูกอีกฝ่ายใช้มือหนาคลี่ออกแล้วตะโบมจูบ จุ๊บ จุ๊บ จนเจ้าของมือทำตัวไม่ถูก จะดึงหนีก็ดึงไม่ได้เพราะฝ่ายที่แรงเยอะกว่าไม่ยอมปล่อย

 

             "พอแล้ว! .....อ๊ะ! " ตะวันเริ่มจั๊กจี้เมื่อจูบเบาๆเมื่อกี้กลายเป็นแทะไปทั่วนิ้วเรียว " พอแล้ว อย่าเล่นแบบนี้สิ" 

 

            "ใครว่าเล่น! ถ้าเป็นไปได้จะกินเข้าไปทั้งตัว จะได้ไม่มีใครเห็น" มือเล็กๆถูกดึงให้ซุกเข้าที่อกข้างซ้าย บนตำแหน่งหัวใจ ของพจน์จนตะวันรู้สึกถึงแรงเต้นตุ๊บๆใต้ฝ่ามือ

 

            "ได้ยินอะ..!.." เสียงของพจน์ชะงักแล้วหน้าหงิกเมื่อมือถือที่ใส่ไว้ในอกเสื้อสั่น "ครื๊ดด  ครื๊ดด  ครื๊ดด...."

 

            "ได้ยิน " ขำพจน์จนตะวันหลุดขำกิกออกมา " รับสิครับ.." มือหนาจำต้องปล่อยปลายนิ้วเรียวแล้วล้วงโทรศัพท์ออก มาแนบหู

 

            "ว่า?..."

 

            ( อีกห้านาทีนะเฮีย ทันไหม?) 

 

            "ทัน กำลังจะขึ้นไป" ตอบออกไปแบบนั้น แต่ก็มองคนตัวบางที่ขยับลงจากรถออกไปก่อนอย่างเสียดาย ไม่เป็นไร ไว้เย็นๆก็ได้ ไว้ประชุมเสร็จค่อยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว เอาให้เคลียร์ไปเลย

 

            ร่างสูงหมายมาดในใจ 

 

            แต่พจน์ลืมไปว่า อะไรบางอย่าง หรือใครบางคน ไม่ได้ควบคุมง่ายๆ อย่างในโจทย์เลขคณิตศาสตร์บนกระดาษเอสี่

 

            ยกตัวอย่างเช่น เลขาหน้าหวานที่กำลังถลึงตาใส่เขาอยู่ตอนนี้

 

           "ถอยไปเลยครับ เจ้านายจะทำอะไร? " มือบางดันแผงอกหนาตรงหนา 

 

           "ขอจูบเป็นกำลังใจนิดเดียว" พูดออกมาได้หน้าตาเฉยจนตะวันอ้าปากค้าง เพราะทันทีที่เดินเข้ามาในลิฟท์ ร่างสูงก็เข้าประชิดแล้วเท้าแขนคล่อมร่างบางไว้ทันที 

 

          "ต แต่นี่จะถึงห้องประชุมแล้วนะครับ ถ้าใครเห็นเข้าจะทำยังไง?" ตะวันมองตัวเลขดิจิตอลค่อยๆไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ร่างสูงตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าจะถอยห่างอย่างที่บอก จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการซะก่อน

 

           "เร็วเข้า! ถ้าไม่ให้จูบก็ไม่ถอย ว่าไง?" พจน์ยิ้มร้าย เพราะรู้ว่าลิฟท์ตัวนี้จะไม่มีใครกดเรียกใช้เด็ดขาด ยกเว้นภีมและผู้บริหารเพียงไม่กี่คน  

 

           25 26 27 28 29 ตะวันเหลือบมองตัวเลขแล้วมองใบหน้าคมของคนตรงหน้า  ก่อนจะตัดสินใจเขย่งปลายเท้าขึ้นจนปากอิ่มสัมผัสกับปากอุ่นๆของอีกฝ่ายเบาๆแล้วถอยออก

 

            แต่จูบผ่านๆแผ่วเบาแค่นั้นร่างสูงกลับไม่พอใจ ตวัดแขนแกร่งรัดเอวเล็กแล้วแทรกตัวเข้าประชิดจนหลังบางๆแนบผนังลิฟท์ แล้วแนบจูบบดเคล้าเข้าหาอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วงทันที

 

            ตะวันหลับตาปี๋เมื่อปลายลิ้นหนาแทรกเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเกี่ยวพันรัดรึง ก่อนที่พจน์จะดูดปลายลิ้นอีกฝ่ายแรงๆ จนร่างบางถึงกับสะดุ้ง

 

            "ติ๊ง!!..." ร่างหนาผละห่างทันทีที่ถึงที่หมาย คือชั้น35 ที่ใช้เป็นห้องประชุมใหญ่ 

 

            เหนือขึ้นไปจะเป็นห้องทำงานของสองหนุ่ม สองชั้นบนสุดเป็นห้องส่วนตัวของทั้งพจน์และภีมที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ เต็มไปด้วย เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องนอน ห้องครัว ฟิตเนสส่วนตัว ห้องซาวน่า สระว่ายน้ำ เรียกได้ว่าไม่ต้องออกไปไหนก็อยู่ได้ตลอดชีวิต

 

            ตะวันแก้มร้อนผ่าวเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นสายตาคมที่มองสบมาอย่างพอใจ 

 

            "หวาน.." สั้นๆ แต่ก็ทำให้ถึงกับทำหน้าไม่ถูก 

 

            ลิฟท์ขึ้นมาถึงที่หมายแล้วก็จริง แต่ประตูยังไม่เปิดเพราะพจน์ใช้มือล็อคปุ่มปิดประตูเอาไว้ 

 

            ตามองคนตัวเล็กที่ทำหน้าไม่ถูก ร่างบางค่อยๆกระเถิบห่างออกไปยืนนิ่งสำรวมกิริยาอยู่ด้านหลัง ไม่ใส่ใจคนตัวหนาที่เพิ่งผละจูบตนเมื่อกี้สักนิด

 

            "คนบ้า!.." ร่างสูงไม่ได้ยิน แต่แอบเห็นปากแดงๆขมุบขมิบบ่น พาให้ตนอยากจะกดลิฟท์ขึ้นไปชั้นบนสุดจริงๆให้ตาย

 

            พจน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วละมือออกจากปุ่มที่ล็อคประตูมายัดใส่กระเป๋ากางเกงรอให้ประตูลิฟท์เปิดออกอัตโนมัติ

 

            คราวนี้หน้าลิฟท์เต็มไปด้วยพนักงาน และเจ้าหน้าที่บริหารที่มาออเพื่อต้อนรับผู้อำนวยการใหญ่....

 

           ตะวันแก้มร้อนวาบ รู้สึกเหมือนว่ามันจะแดงจนต้องยกมือขึ้นลูบเบาๆ เมื่อนึกถึงการกระทำของพจน์เมื่อครู่ 

 

           ถ้าหากคนเหล่านี้เห็นเข้าโดยบังเอิญ?...

 

          โอยย!!.....ไม่อยากจะคิด....

 

          จะทำหน้ายังไง?

 

          ที่ทำได้เพียงในความคิดตอนนี้ ตะวันก็อยากจะแทรกผนังหนาๆของลิฟท์หนี หรือไม่ก็อยากจะมีมนต์เสกให้ตัวเองหายวับไปจากตรงนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าหล่อของภีมและตาคมที่พราวระยับมองสบมาอย่างรู้ทัน

 

 

 

 

 

            สตรีที่กำลังเดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตรงดิ่งเข้าไปยังลิฟท์วีไอพีอย่างมั่นใจไม่หยุดทักทายใครนั้น เรียกสายตาใคร ต่อใครได้มากพอดู เพราะเสียงรองเท้าคัทชูกระทบพื้นกระเบื้องหินอ่อนของเจ้าหล่อน ดังเป็นจังหวะกระฉับกระเฉงดีแท้

 

           หางตาแลมอง ทั้งเห็นทั้งได้ยินเหมือนเสียงซุบซิบถามกันเองดังเข้าหู แต่มีหรือที่คนอย่างวิชิตาจะสน เพราะมีเรื่องอื่นที่สำคัญ กว่าต้องจัดการรออยู่ด้านบน

 

           ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคราวนี้ ผลของมันจะออกมาในรูปแบบไหน.....

 

          หวังว่าเวลาและประสบการณ์ชีวิตที่ผันผ่านจะขัดเกลาคนให้ไปในทางที่ดีขึ้น

 

          แต่.....

 

         แต่ก็ได้แต่หวังละนะ เพราะบางคนบางประเภทต่อให้ขัดให้เกลายังไงก็คงไม่สะท้าน แข็งทื่อดื่อด้าน ไม่ว่าจะผ่านร้อนผ่าน หนาว หรือประสบการณ์ชีวิตอะไรมาก็ตาม

 

         ร่างเพรียวเดินออกจากลิฟท์ หมายจะเลี้ยวไปยังจุดที่เป็นห้องทำงานของหลานชายชะงัก

 

         "เธอนั่นแหละกลับไป"

 

         "เช๊อะ เรื่องอะไรฉันจะต้องกลับ ฉันจะรอพจน์ย่ะ

 

         เฮ้อ!.....

 

         ก็ยัง....เหมือนเดิม......ไม่เปลี่ยน  และดูเหมือนกำลังเขม่นกันโดยไม่มองว่ามีใครเดินเข้ามาเพราะพื้นพรมสีน้ำดาลแดงหนาทั้งชั้นนั้นเก็บเสียงรองเท้าของวิชิตาได้อย่างดี

 

         ยามเก่าแก่ที่คุณธิดาจัดการเรียกให้มานั่งเฝ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองนางเดินยุ้มย่ามเปิดนั่นเปิดนี่บนโต๊ะทำงานของเจ้านาย ในระหว่างที่อยู่ในห้องประชุม ลุกขึ้นทำความเคารพทันทีที่วิชิตาเดินเข้าไป

 

         "สวัสดีครับคุณ" ร่างแข็งแรงกระฉับกระเฉงของชายวัยกลางคนที่วิชิตารู้จักมานานเกือบจะเท่าๆอายุของหลานชายทัก

 

         "สวัสดีค่ะลุงชัย สบายดีไหมคะ? " วิชิตายิ้มหวาน " ไม่ได้เจอกันนานเลย" 

 

        "สบายดีครับ ผมนึกว่าคุณจะลืมกันซะแล้ว" 

 

        "ลืมได้ยังไงกัน! คนเก่าที่จงรักภักดีแบบลุงชัยหาได้ง่ายๆที่ไหน" 

 

        "ชมเกินไปครับ ผมแค่ทำตามคำสั่งของคุณท่านเท่านั้น"

 

        "ค่ะ...นั่นก็ใช่ แต่คำของคุณพี่ก็ไม่เท่ากับใจของลุงชัยที่อยากจะทำมันเอง ไม่ใช่เหรอคะ?" 

 

        "ครับ ใช่ครับผม" คนแก่พยักหน้ายิ้มจนยาหยี 

 

         "แล้วนี่ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้กินข้าวกินปลาหรือยังคะ? น้ำล่ะ?...ไม่เห็นมี!..." วิชิตามองสำรวจไปรอบๆที่เห็นก็มีแค่เก้าอี้ที่แกนั่งและหนังสือพิมพ์อีกสองสามฉบับ

 

        "เรียบร้อยหมดแล้วครับ เดี๋ยวพอคุณๆเขาประชุมเสร็จผมก็จะลงไปประจำข้างล่างเหมือนเดิม ไม่เป็นไรครับ" 

 

       "งั้นเหรอคะ?  แล้ว..." ถามพร้อมกับเหลือบมองเข้าไปยังแขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งสองที่นั่งบนโซฟากำมะหยี่หนานุ่ม

 

       "ครับ ก็อย่างที่คุณเห็นละครับ " ลุงชัยลดเสียงลง "นี่ก็เพิ่งจะเงียบไป เมื่อกี้ยิ่งกว่านี้อีกครับ... ผมนึกว่าเขาจะลงไม้ลงมือกันซะด้วยซ้ำ"

 

       "ขนาดนั้นเลยหรือคะ? มาทำไมกันอีกนะ คราวนี้ทั้งสองคนเลย?"

 

       "ก็นั่นนะสิครับ...ผมก็แปลกใจเพราะหายไปนานมาก" ลุงชัยเห็นด้วย เพราะแกรู้และเห็นทุกอย่างพอสมควร "กระผมก็คิดว่าจะสงบสุขไปแล้วแท้ๆ เอ่อ..." แกอ้ำอึงไปก่อนที่จะถาม "คุณชายจะกลับไปคบกับผู้หญิงสวยสองคนนี้เหรอครับ"

 

        "ว่าไปนั่น! ใครบอกลุงชัยแบบนั้นคะ?" 

 

        "ก็เขาสองคนแหละครับ" 

 

        "ต๊าย! ช่างกล้า ชีไปความมั่นใจนั้นมาจากไหน?"

 

        ลุงแกไม่ได้ตอบคำถามของวิชิตา ....เพราะอะไรนะหรือ?

 

        !!!

 

        "แล้วเธอล่ะมาทำไม? หล่อนจะบอกว่าไม่อยากจับผู้ชายรวยๆงั้นเหรอ?"

        "ใช่! เพราะฉันน่ะรวยอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องหาผู้ชายรวยๆหรอกย่ะ ว่าแต่เธอเถอะ หนีผัวมาหาผู้ชายแบบนี้เขาเรียกว่าร่าน"

        "ว๊ายยัยบ้า! ฉันมาหาพจน์เพราะฉันรักเขาตังหาก"

        "รักแต่หนีไปแต่งงานเนี่ยนะ? เช๊อะ อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ"

        "นั่นมันเรื่องของเธอ จะเชื่อหรือไม่เชื่อฉันไม่สน แต่ถ้าใครมาขวางฉันไม่เอาไว้แน่"

 

 

         วิชิตาอยากจะมีนิ้ววิเศษเสกให้ผู้หญิงร้ายๆสองคนนี้หายไปจากโลกจริงๆให้ดิ้นตาย เพราะภาพตรงหน้า เป็นอะไรที่ไร้คำบรรยาย 'มันเหมือนฉากของนางร้ายที่ทะเลาะกันเพื่อแย่งผู้ชายในละครไม่มีผิด'

 

          น้ำเน่าไปไหมเนี่ย?

 

          ไม่รู้ว่าพจน์ไปหลวมตัวคบกับแม่สองคนนี้ได้ยังไง? วิชิตาปวดขมับตุ๊บๆจนต้องยกนิ้วขึ้นคลึงเบาๆ 

 

          "คุณชายน่าจะหาแฟนแล้วแต่งงานแต่งการไปซะ ผมว่าน่าจะทำให้คุณสองคนนี้เลิกคิด"

 

          มือที่กำลังคลึงขมับชะงักกึก!..... แต่งงาน ?

 

          ปิ๊งง!

 

          ภาพของตะวันใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวฟูฟ่องแว๊บเข้ามาในหัว 

 

         กรี๊ดดดดดด!!!

 

        ว๊ายยย! ...ว๊ายยย!  ว๊ายยย! ตายแล้วเนื้อเต้นไปหมด อยากถ่ายรูป อยากถ่ายรูป อยากถ่ายรูป

 

        "หรือไม่ก็หนีไปไหนไกลๆซักพัก เอาแบบให้ตามหาไม่เจอ จะได้ลืมๆไปซะ" 

 

        ปิ๊งง!     หนีไปไกลๆเหรอ? ภาพทุ่งหญ้ากว้างใหญ่แว๊บเข้ามาในหัว.... ต๊ายยย! ทำไมคิดไม่ออกนะ มัวแต่กลุ้มแทน ไม่รู้จะจัดการยังไงจนปวดหัว 

 

        แล้วมันเรื่องอะไรของฉันไหมล่ะเนี่ย? ทำไมฉันจะต้องมากลุ้มแทนนายด้วยยะนายพจน์?  นี่ถ้าเป็นนายภีมฉันจะไม่ห่วงซักนิด เพราะขานั้นน่ะปากจัด ถ้าไม่ชอบพ่อไล่ตะเพิดหมด แต่อีตาพจน์ต่างกันอยู่หน่อยตรงที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์จนกว่าจะถึงขีดสุด

 

         แหม! แต่ก็อยากจะเห็นอารมณ์เดือดๆของนายพจน์จริงๆ จะออกมาแนวไหน?....ซาดิสน์ไหม อุ๊ย! ไม่ได้ ไม่ได้ ตะวันน้อยของฉันก็แย่นะสิ นี่เพราะเป็นห่วงตะวันหรอกนะ ไม่งั้นฉันจะไม่เข้ามายุ่งเด็ดขาด 

 

        แค่คิดก็ตื่นเต้น มีเรื่องสนุกให้ทำแล้วสิ...

 

       ไม่รู้ว่าวิชิตาทำหน้าแบบไหนออกไป ลุงชัยถึงกับสะกิดอย่างเป็นห่วง

 

       "คุณ! คุณครับ! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ท่าท่างแปลกๆ ถามผมกินข้าวหรือยัง? คุณละครับกินหรือยัง?"

 

      "ค่ะ ก่อนมาที่นี่ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ เอ่อลุงชัยคะ..." วิชิตาเริ่มแผนการทันที "ลุงลงไปพักเถอะค่ะ นี่ก็คงน่าจะออกมากันแล้วล่ะ เดี๋ยววิดูแลตรงนี้ให้ ไม่ต้องห่วง ถ้าเกิดอะไรขึ้นวิรับผิดชอบเอง" 

 

       "เอาอย่างงั้นเหรอครับ?"

 

       "ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ.." พอลับหลังลุงยามที่รู้จักกันมาเกือบครึ่งชีวิต วิชิตาก็ล้วงโทรศัพท์ออกมาพิมพ์ข้อความตามที่คิดทันที พลางยิ้มอย่างพอใจในผลงานของตน

 

 

 

 

          เสียงสั่นครื๊ดในกระเป๋ากางเกงทำให้ร่างที่กำลังจะลุกขึ้นยืนชะงักกึกจนคุณธิดาที่นั่งติดกันถามอย่างเป็นห่วง

 

         "มีอะไรจ๊ะ? เป็นอะไรหรือเปล่า?"

 

         "ไม่ครับ" บอกออกไป รอจนไม่มีใครสนใจจึงได้ล้วงกางเกงหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกมาดู เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องไปเมื่อคราวก่อน ตะวันก็พกโทรศัพท์ติดตัวตลอด 

 

        ข้อความที่ปรากฏขึ้นบนไลน์ทำให้ถึงกับอึ้ง....

 

        KaeRich : อยากชวนตะวันดินเนอร์เย็นนี้ครับ

 

       ร่างบางยืนรอให้คนที่เข้าร่วมประชุมทะยอยออกไปจนเกือบหมด คุณธิดาก็เดินออกไปพร้อมกับภีม จะเหลือก็แต่ใครบางคนที่ยืนจ้องมาตาไม่กระพริบอยู่เนี่ย! 

 

      "เป็นอะไร?" เสียงทุ้มถามอย่างสงสัย มองมือบางที่ซุกโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว

 

       "ไม่มีอะไรครับ..." ตาคมที่มองมาฉายแววไม่เชื่อเลยซักนิด ร่างบางหมายจะเดินหนีออกจากห้อง แต่ก็ถูกอีกฝ่ายสะกัดไว้จนต้องชะงัก

 

       "แน่ใจนะว่าไม่มีอะไร?" ไม่ถามเปล่า แต่ร่างสูงขยับก้าวเข้าหาช้าๆ จนตะวันมารู้ตัวอีกทีก็เมื่อหลังชนผนังห้อง ตาโตเบิกกว้างเมื่อพจน์เท้าฝ่ามือกักร่างบางไว้

 

       "น...แน่ใจครับ ไม่มีอะไร ขยับหน่อยครับ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะทำยังไง?" เสียงหวานกระซิบ ถลึงตาใส่แต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้าน

 

       "เห็นก็เห็นไปสิ ...ถ้าไม่บอกก็ไม่ต้องไปไหนกันละ"

 

      " อีกแล้วนะ ทำไมเจ้านายชอบบังคับกันแบบนี้ ก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไร ผมจะกลับไปทำงาน ป่านนี้คุณธิดาอาจจะรอเพราะ  อื๊ออ!" ตาพร่าทันทีเมื่ออีกฝ่ายวูบหน้าลงมากดจูบหนักๆก่อนจะปล่อยอย่างรวดเร็ว

 

       "ว่าไง? จะบอกมาดีๆว่าในโทรศัพท์นั่นมีอะไร? หรือจะให้ธิดาลงมาตามเพราะนายขึ้นไปช้า จนเห็นฉากเด็ดแบบนี้"

 

      "อื๊อ! " อีกครั้งที่ไม่ทันตั้งตัวเพราะริมฝีปากร้อนผ่าวกดจูบลงหนักๆแล้วก็ปล่อย ทำเอาคนโดนกระทำหน้าร้อนผ่าว ปากแดงๆเม้มแน่น หายใจหอบอย่างตื่นเต้นเพราะไม่รู้ว่าจะมีใครโผล่เข้าประตูห้องประชุมเข้ามาอีกไหม?

 

        แล้วถ้าเกิดมีใครลืมของไว้แล้วกลับเข้ามาเอาล่ะ?

 

       ยังไม่ทันจะคิดอะไรออก ใบหน้าหล่อเหลาเจ้าเล่ห์ก็ซบเข้ามาอีกครั้ง ใบหน้าหวานเบี่ยงหนี แล้วคราวนี้แก้มนุ่มก็โดนเต็มๆ

 

       ตะวันหลับตาปี๋ อยากร้องไห้ขึ้นมาทันทีเพราะคราวนี้อีกฝ่ายซบนิ่งไว้ไม่ยอมถอยออกง่ายๆเหมือนอย่างสองคราแรก

 

      "บอกแล้ว บอกแล้ว ขยับออกไปก่อน" มือบางดันแผงอกหนาแต่ก็ได้แค่นั้นแหละ เพราะพจน์ไม่ยอมขยับซักนิดจนมือบางเปลี่ยนเป็นทุบตุ๊บๆลงไปแทน

 

      "ว่า? " ปากร้อนถอนออกจากแก้มเนียนแล้วก็จริง แต่ก็จ่อไว้ห่างแค่ลมหายใจกั้น

 

      "คุณ คุณแกริคเขา..." 

 

      "เขาทำไม?" ฟังจากน้ำเสียงของพจน์แล้วตะวันกลืนน้ำลายเอื๊อก อยากวิ่งไปโดดตึกตายให้รู้แล้วรู้รอด "ข เขาแค่ชวนไปดินเนอร์" อย่าคิดว่าตอบออกไปแล้วจะโล่งใจ กลายเป็นว่าสถานการณ์ตอนนี้แย่กว่าเดิม

 

        "แค่เหรอ?  ปฏิเสธไปซะ ห้ามไปไหนมาไหนกับหมอนั่น ได้ยินมั้ย?"

 

        "ทำไมผมต้องทำอย่างนั้น ทีเจ้านายยัง..."

   

        "พจน์ขา  //  พจน์คะ " 

 

        ตะวันชะงักเมื่อได้ยินเสียงดังเข้าหู จึงออกแรงดันแผงอกหนา และดูเหมือนว่าคราวนี้อีกฝ่ายก็ยอมถอยง่ายๆเช่นกัน เป็นจังหวะเดียวกับที่ทั้งสองแฟนเก่าเดินเข้าประตูมาพอดี

 

        "ประชุมเสร็จแล้วทำไมยังไม่ขึ้นไปละคะ? //  เหนื่อยไหมคะดาร์ลิ้ง " เสียงรุมถามพร้อมกับร่างอวบอัดเข้ามานัวเนีย พร้อมทั้งคว้าแขนของร่างสูงคนละข้าง แต่ตะวันไม่สนใจมองพร้อมกับเดินหนีภาพตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

 

        มือบางกดปิดประตูลิฟท์โดยไม่สนใจร่างสูงของอีกฝ่ายที่รีบตามมาพร้อมทั้งหิ้วตะกร้าใส่นมเนยมาเต็มทั้งสองข้าง "ตะวัน!" พอประตูลิฟท์ปิดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่  ฮึ! น่าโมโหจริงๆ 

 

         กำลังสงสัยว่าเมื่อกี้ตัวเองกำลังจะพูดอะไร? 

 

        ทีเจ้านายยัง?....ยังอะไร?

 

        อารมณ์ไหนวะเนี่ย? ฮึ้ย! น่าอายชะมัด!

 

        ทำยังกับว่า.....กำลัง....

 

        "ตะวัน..." คุณธิดานั่งรออยู่ที่โต๊ะของเธอหน้าห้องทำงานของภีม ส่วนโต๊ะของตะวันอยู่หน้าห้องทำงานพจน์ แต่อยู่คนละฝากห้องแยกครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว พอเดินออกจากลิฟท์ทางซ้ายจะเป็นส่วนของภีม เดินไปทางขวาก็จะเป็นส่วนห้องทำงานของพจน์ เพราะตลอดทั้งชั้น 36 มีแค่สองหนุ่มเท่านั้นที่ยึดครองพื้นที่

 

        "ครับ..." เดินเร็วๆไปหาเลขารุ่นพี่  "รายงานการประชุมจ่ะ เสร็จแล้ว... แล้วนี่ไปไหนมา?"  "คือเมื่อกี้ผม..." 

 

        "ตะวัน"     เสียงทุ้มเรียกขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ตะวันหันกลับไปมองช้าๆ "ครับเจ้านาย" มองไปก็ยังเห็นหิ้วตะกร้านมไว้ไม่ปล่อย 

 

        แต่ถ้าจะมองแบบไม่มีอคติและไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดละก็ ดูเหมือนพจน์จะโดนฝ่ายหญิงหิ้วไว้ซะมากกว่า แต่มันน่าโมโหน้อยซะเมื่อไหร่ ทีตัวเองยังมีไว้ตั้งสองคน พอคนอื่นจะทำบ้างกลับโดนห้าม ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?...

 

        "ขอรายงานการประชุม ...แล้วเข้าไปพบฉันที่ห้องเดี๋ยวนี้!"

 

         "ครับ....เจ้านาย.." รับคำ แต่ตะวันก็ทิ้งช่วงเวลาให้ใครบางคนกระวนกระวายใจเล่นไปซะอย่างนั้น...จนผ่านไปเกือบสามสิบนาทีทีเดียว จึงได้เดินไปเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปช้าๆ

 

         อื้อหือ!? ดูลูกกะตาซะก่อน มองมายังกับจะใช้ฆ่ากัน..ไม่รวมถึงหน้าหล่อๆที่ตอนนี้บึ้งจนสองสาวสวยต้องย้ายก้นตัวเองไปนั่งอยู่ห่างๆ เพราะดูเหมือนพจน์จะเริ่มไม่ใจดีด้วย 

 

         ตะวันทำหน้าเฉย แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินเข้าไปใกล้ๆโต๊ะแล้ววางแฟ้มรายงานการประชุมครั้งล่าสุดลงตรงหน้า แล้วหมายจะออกจากห้อง "เดี๋ยวก่อน"  

 

        "ครับ...เจ้านาย" ร่างบางหันกลับไป เห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นเต็มเต็มความสูง ก้าวช้าๆมาหยุดลงตรงหน้าจนตะวันต้องแหงนหน้าขึ้นมอง

 

        "ที่บอกไปเมื่อกี้ทำหรือยัง?"

 

       "ทำอะไรครับ? ก็นั่นไงครับรายงานการประชุม.."

 

       "ไม่ใช่รายงาน แต่บอกให้ปฏิเสธนัดแกริค บอกไปแล้วใช่ไหม?"         "ยังครับ!"

 

       "ทำไมถึงยัง?"

 

      "เมื่อกี้มัวแต่อ่านรายงานจนลืม แต่จะว่าไปนัดตอนเย็นก็น่าสนใจนะครับ เปลี่ยนบรรยากาศ" ไม่รู้ว่าทำไมถึงตอบไปแบบนั้น แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายตาลุกทันที

 

       "อย่ามาลองดี บอกให้ปฏิเสธไปก็ทำเดี๋ยวนี้ อย่าให้รู้นะว่านายไปกับหมอนั่น"

 

        "ทำไมครับ? ทำไมผมจะไปไม่ได้ ทีเจ้านายยัง!..." 

 

        "ทีฉันทำไม?" พจน์ขมวดคิ้วสงสัย จนสักพักก็ค่อยๆคลี่ยิ้ม พลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างยั่วๆ แล้วร่างสูงก็โน้มลงมาใกล้    " หึง?"    คำสั้นๆที่เสียงทุ้มเปล่งออกมาเหมือนกับว่าจะจี้ใจดำอีกฝ่ายอย่างจัง

 

        ตะวันรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในห้องนี้ไม่ได้แล้ว แก้มชักจะเริ่มผ่าวๆ และไม่รู้ว่าได้ทำสีหน้าแบบไหนออกไป คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจจะเดินออกมาซะก่อนที่จะ...

 

        "หึงละสิ?..." เสียงที่ไล่หลังมาเบาๆให้ได้ยินเพียงแค่สองคน ทำเอาร่างบางชะงัก หันขวับไปมองคนตัวหนาอีกครั้ง ก็เท่ากับว่าตอนนี้ตะวันกำลังหันหลังให้กับบรรดาแฟนเก่าของอีกฝ่าย

 

       แล้วดูหน้าหล่อๆตอนนี้สิ   หนอย! สะใจมากมั้ย?   ทั้งเจ้าเล่ห์ ทั้งร้ายกาจ!

 

       ตัวเองก็มีผู้หญิงมานั่งเฝ้าตั้งสองคน คนนึงก็ผมยาว อีกนางก็ผมสั้น ทั้งขาว สวย แล้วไอ้ที่ไม่ต้องมีคำบรรยายก็ไอ้หน้าอกหน้าใจที่ต่างก็ตั้งใจโชว์จนล้นทะลักตั้งครึ่งค่อนเต้า ขนาดตะวันที่ไม่ค่อยชอบมองยังต้องแอบมอง เพราะมันทั้งขาวทั้งอวบดีแท้  

 

        นี่ก็แอบเห็นทางหางตา ดูเหมือนว่าทั้งสองนางจะชะเง้อชะแง้ เงี่ยหูฟังเหมือนอยากรู้ว่าเจ้านายกับลูกน้องกำลังคุยอะไรกัน 

 

         เอาอย่างงี้ก็ได้

 

         "จะให้บอกว่ายังไงดีละครับ...เจ้านาย..." เสียงนั้นลากยาว พร้อมกับช้อนตาหวานขึ้นมองอีกฝ่ายที่ตะวันเห็นแต่แรกว่านัยตาดำคมกริบไหววับขึ้นมาทันทีที่เห็นปลายนิ้วชี้ขาวๆเรียวยาวถูกเจ้าของยกขึ้นใส่ปากกัดไว้

 

         "บอกตอนนี้ไม่ได้หรอกครับว่าหึงหรือเปล่า...." ลิ้นแดงๆเลียปลายนิ้วเล่นแล้วกัดแทะเบาๆ "งั้นเอาเป็นว่าผมลองรับนัดดินเนอร์กับคุณแกริคดูดีมั้ยครับ? เพราะไหนๆก็ยังไม่ได้ปฏิเสธไป"     ฟันขาวซี่เล็กกัดขอบปากอิ่ม แลบเลียไล้มุมปากตัวเองเบาๆทำเอาคนที่กำลังจ้องถึงกลับต้องกลืนน้ำลาย 

 

       "ส่วนเจ้านายก็ไปดินเนอร์กับสาวๆในสต็อกของเจ้านายซะ ไว้พรุ่งนี้เช้าเราค่อยมาเจอกัน ...แล้วหลังจากนั้นผมจะบอกว่า ผมหึงเจ้านายหรือเปล่า!" ร่างบางชะงักเหมือนนึกขึ้นได้ 

 

        "อ้อ แล้วอีกอย่างนะครับ" ตะวันยิ้มหวาน เดินเข้าไปใกล้  ใกล้จนได้ยินเสียงหายใจของพจน์ชัด พลางนึกสะใจเมื่อเสียงหายใจนั้นสะดุดเหมือนเครื่องยนต์กำลังติดขัดเมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ย

 

        "ถ้าคืนนี้ผมไม่กลับคฤหาสน์ ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ"  พูดแค่นั้นก็เดินเลยออกมา เหลือบมองเวลาก็ถึงเวลาเลิกงานพอดี จึงเก็บของลงกระเป๋าแล้ววิ่งเข้าลิฟท์ตามคุณธิดาไปติดๆ

 

        "เป็นอะไรจ๊ะ หน้าตื่นๆ"  สมกับที่เป็นเลขาของภีม ตาไวชะมัด

 

        "เปล่าครับ" ตอบออกไปก็คิดถึงร่างสูง แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ พจน์จะคิดยังไงก็ช่าง  เชิญสนุกสนานกับแฟนเก่าให้เต็มที่เถอะ

 

       เช๊อะ! เจ้านายบ้า

 

       ตะวันคิดอย่างหงุดหงิด...

 

      พอเดินออกจากลิฟท์ก็เดินเลยออกไปหน้าตึกสูง จนไปหยุดยืนมองถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ที่วิ่งไปมาอย่างคับคั่งของยามเย็น

 

       เย็นนี้คงไม่ไปไหน....เพราะตอนนี้เหนื่อยใจเหลือเกิน.....ยังไงก็ขอตัวกลับไปพักในที่ที่ตัวเองเรียกว่าบ้านก่อนดีกว่า.....

 

       คิดได้ดังนั้นก็ยกมือเรียกแท็กซี่.... 

 

       โดยที่ตะวันไม่ทันเอะใจสักนิดว่า...ตัวเองได้ทำการวางไฟไว้กับไดนาไมต์ลูกใหญ่ที่ใกล้เวลาระเบิด

 

 

  

           

           

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น