ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

007...ปีศาจหนู คิวโสะ

ชื่อตอน : 007...ปีศาจหนู คิวโสะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2561 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
007...ปีศาจหนู คิวโสะ
แบบอักษร

สุดท้ายแล้วการไปเที่ยวบ้านนูระของหน่วยกางเขนศักดิ์สิทธิก็จบลงด้วยดีโดยที่ไม่มีใครเป็นอะไร..จะมีก็แต่ยูระที่ดูจะอารมณ์เสียเป็นพิเศษที่เจอปีศาจระดับสูงที่ดูแล้วน่าจะรู้จักจ้าวแห่งภูติพรายแล้วแต่ดันทำอะไรไม่ได้ เพราะฝ่ายนั้นแข็งแกร่งกว่า

..และดูจากท่าทางแล้วปีศาจตนนั้นคงรู้จักเพื่อนใหม่ของเธอเป็นอย่างดีเลยด้วย

“นี่คุณอิเอนากะ”ยูระเรียกเด็กสาวที่เดินนำเธออยู่ให้หันมามองก่อนจะถามสิ่งที่เธอสงสัยมากที่สุดจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ขึ้นมา

“..ที่บอกว่ารู้จักกับเจ้าปีศาจนั่นมา 4 ปีเนี่ยมันยังไงกันแน่เหรอ?”

“เอ๊ะ?..เอ่อ ก็ตอนที่ฉันยังเด็กเคยมีปีศาจกลุ่มนึงมาโจมตีรถบัสของโรงเรียนน่ะ ตอนนั้นพวกเรากลัวกันมาก แต่อยู่ดีๆเขาก็เข้ามาแล้วใช้พัดนั่นซัดเจ้าพวกนั้นจนปลิวไปหมดเลยล่ะ!!”คานะพูดเสียงใสเลียนแบบท่าทางการโบกพัดของคามินพลางนึกย้อนไปถึงการเจอกันครั้งแรกระหว่างเธอกับคามินที่ดูจะแปลกประหลาดไปซักหน่อยที่ดันมาเจอกันในเหตุการณ์แบบนั้น

“แล้วจากนั้นนะเขาก็พาพวกเราทุกคนเดินผ่านหน้าปีศาจพวกนั้นออกมาโดยที่ไม่มีปีศาจตนไหนกล้าเข้ามาขวางเลยล่ะ..เขาเท่สุดๆไปเลยนะว่ามั้ย!?”คานะพูดอวยคามินไม่หยุดตบท้ายด้วยรอยยิ้มหวานที่ทำเอายูระที่อยากจะตะโกนเถียงใจแทบขาดว่าปีศาจเป็นสิ่งชั่วร้ายต้องเปลี่ยนเป็นพยักหน้าแกนๆแล้วตอบเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจเท่าไหร่นักที่จะพูดคำนี้

“ก็คงงั้น..มั้งนะ”

ทำไมฉันถึงต้องมาทนฟังคุณอิเอนากะอวยเจ้าปีศาจนั่นด้วยล่ะเนี่ย*?*

“ใช่ม๊า!!..หลังจากนั้นก็เคยคิดว่าคงไม่ได้เจอเขาอีกแล้วนะ แต่คงเพราะตอนนั้นฉันยังเด็กมากล่ะมั้งเลยคิดว่าถ้าปีศาจมีจริง เทพเองก็ต้องมีจริงเหมือนกันเลยไปขอพรให้ได้เจอเขาที่ศาลเจ้า แล้วรู้มั้ยว่าจากนั้นเป็นยังไง?”

“..อยู่ดีๆเขาก็โผล่มาข้างหลังฉันเฉยเลย!! พอคุยกันไปได้ซักพักฉันก็บอกว่าอยากคุยกับเขาอีก จนสุดท้ายก็กลายเป็นว่าเรามาเจอกันแทบทุกวันตลอด 4 ปีมานี้เลยล่ะ!!”

“แล้ว..”

ปึก!?

ในขณะที่ยูระกำลังจะถามต่อคานะที่เดินนำอยู่ก็ไปชนกับผู้ชายคนนึงเข้าแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขอโทษชายคนนั้นกลับจับมือเธอเอาไว้แล้วดึงเธอเข้าหาตัวเองก่อนจะล็อกตัวเอาไว้แน่นแล้วพูดขึ้น

“ไม่คิดจะอยู่เล่นเป็นเพื่อนพวกเราหน่อยรึไงหืมลูกแมวน้อย?”ชายคนนั้นพูดขณะที่ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของหนูเช่นเดียวกับกับคน..ไม่สิ เช่นเดียวกับปีศาจอีกนับสิบที่ยืนล้อมกรอบพวกเขาอยู่

“แก..เจ้าปีศาจ ปล่อยคุณอิเอนากะเดี๋ยวนี้!!”ยูระตะโกนสั่งอย่างร้อนใจ

ถ้าคุณอิเอนากะถูกจับเป็นตัวประกันแบบนี้ล่ะก็..

“ไม่เอาน่า ถ้าแบบนั้นมันก็ไม่สนุกน่ะสิ เอาเป็น..ทิ้งชิคิงามิทั้งหมดซะ ไม่งั้นสาวน้อยคนนี้จะต้องตาย ว่าไง? จะเอายังไงดีล่ะคุณ อง-เมียว-จิ”ปีศาจหนูคิวโสะพูดขึ้นอีกครั้งพลางแสยะยิ้ม แต่เมื่อเห็นว่ายูระยังคงลังเลที่จะทิ้งชิคิงามิทั้งหมดลงเล็บแหลมคมก็เริ่มกรีดคอของคานะจนเลือดสีแดงสดย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เธอใส่อยู่ให้เริ่มกลายเป็นสีแดงสดเป็นจุดๆทันที

“กรี๊ดดด!!”คานะกรีดร้องออกมาทันทีที่เล็บแหลมคมนั่นกรีดลงบนคอของเธอ และนั่นก็เป็นตัวเร่งให้ยูระต้องตัดสินใจทิ้งชิคิงามิที่มีอยู่ทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

ฝุ่บ!!

“นี่เป็นชิคิงามิทั้งหมดของฉัน..ปล่อยเธอซะเจ้าปีศาจ!!”ยูระโยนชิคิงามิทั้งหมดลงบนพื้นก่อนตะโกนใส่หน้าคิวโสะที่ยังคงยืนแสยะยิ้มอยู่โดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยตัวคานะแต่อย่างใด

“เฮอะ!! ตระกลูองเมียวจิของแกไม่เคยสอนเลยรึไงว่าอย่าไว้ใจปีศาจ?”สิ้นคำถามนั้นยูระก็ถูกลูกน้องของคิวโสะที่ลอบเข้ามาข้างหลังเอาสันมือฟาดเข้าที่ท้ายทอยอย่างแรงจนสลบไป




บ้านใหญ่นูระตอนนี้กำลังวุ่นวายกันยกใหญ่เมื่ออยู่ๆนายน้อยริคุโอะของพวกเขาก็ประกาศว่าจะสละสิทธิการขึ้นเป็นรุ่นที่ 3 ตลอดชีวิตอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนท่านหัวหน้าใหญ่อย่างนูราริเฮียงต้องเรียกประชุมเพื่อให้ปีศาจทุกตนในบ้านใหญ่เข้ามาคุยกันว่าจะเอายังไงกับสถานการณ์นี้ดี..รวมถึงคามินที่ถูกขัดจังหวะการจิบสาเกจนอารมณ์เสียที่นั่งยิ้มบางกดดันริคุโอะอยู่ด้านขวามือของนูราริเฮียงด้วย

“เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ริคุโอะ..ทำไมอยู่ๆเจ้าถึงได้คิดจะส่งหนังสือเวียนสละสิทธิการขึ้นเป็นรุ่นที่ 3 ได้?”นูราริเฮียงเปิดปากถามขึ้นเป็นคนแรกท่ามกลางความกดดันของทุกคนที่นั่งกันตัวสั่นจากแรงกดดันที่คามินปล่อยออกมาด้วยความหงุดหงิด

“..เพื่อนของผมโดนจับไป เจ้าพวกนั้นบอกว่าจะฆ่าพวกเธอถ้าผมไม่ส่งหนังสือเวียนนั่น”ริคุโอะตอบออกมาในที่สุด แต่ก่อนที่นูราริเฮียงจะได้พูดอะไรต่อคามินก็พูดแทรกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มบางอย่างกดดัน

“แล้วเจ้าคิดว่าพวกนั้นจะปล่อยเพื่อนเจ้าไปจริงๆงั้นหรือ?..อย่าโง่ไปหน่อยเลยริคุโอะ เจ้าคิดว่าปีศาจที่รักษาสัจจะในโลกนี้จะมีซักกี่ตนกัน?”สิ้นคำถามนั้นริคุโอะก็เงียบไป

“..อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าสามารถใช้ร่างภูติได้แล้วริคุโอะ คิดจะปล่อยให้หนูท่อโสโครกพวกนั้นมาข่มขู่เจ้าไปถึงเมื่อไหร่กัน?”

ความเงียบงันที่เจือไปด้วยความกดดันเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อริคุโอะไม่ได้ตอบคำถามของคามิน หากแต่มันก็สลายไปทันทีที่ริคุโอะลุกขึ้นพร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปและร่างกายที่ค่อยๆเปลี่ยนจากมนุษย์กลายเป็นปีศาจอย่างช้าๆ

ริคุโอะมองไปที่คามินอย่างเงียบงันก่อนจะหันไปทางคาราสุ เท็นงุแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เรียกรวมร้อยอสูร..วันนี้เราจะไปล่าหนูกัน”




ทางด้านของกลุ่มคิวโสะที่จับคานะกับยูระเป็นตัวประกัน ตอนนี้พวกลูกน้องของคิวโสะต่างก็ยืนล้อมรอบกรงขนาดใหญ่ที่มีร่างของเด็กสาวทั้ง 2 นั่งอยู่ในนั้นโดยมีคิวโสะที่นั่งอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่มองดูอยู่จากอีกฟากหนึ่งพลางยิ้มแสยะส่งให้ยูระที่มองไปที่มันอยู่ก่อนจะพูด

“มองแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกันหืมแม่สาวองเมียวจิ?..ไม่ต้องห่วงๆ อีกเดี๋ยวถ้าข่าวการสละสิทธิของเจ้านั่นมาถึงเมื่อไหร่พวกเราจะดูแลพวกเธอทั้ง 2 คนอย่างดีเป็นการฉลองเชียวล่ะ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆๆๆ”พวกกลุ่มคิวโสะต่างก็หัวเราะลั่นพลางมองไปที่ยูระ และร่างที่สั่นกลัวของคานะอย่างหิวกระหายเหมือนกับพร้อมที่จะกระโจนเข้าไปขย้ำคอทั้ง 2 อยู่ตลอดเวลา

โครม!!?

เสียงเปิดประตูดังสนั่นจากทางเข้าเรียกความสนใจจากคิวโสะและลูกน้องออกจากยูระ และคานะที่กำลังสั่นกลัวให้หันไปมองก่อนที่คิวโสะจะลุกขึ้นอย่างตื่นตัว เพราะตามที่ตกลงกันไว้คือริคุโอะจะต้องเอาหลักฐานการสละสิทธิมาให้มันดูที่นี่ แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ขบวนร้อยอสูรกำลังยืนอยู่ต่อหน้ามัน!!

“พ..พวกแก อย่าเข้ามานะโว้ย!! ถ้าพวกแกเข้ามาฉันจะฆ่าผู้หญิง 2 คนนั้นซะ!!”คิวโสะตะโกนออกมาเสียงดังลั่นพลางทำท่าทางเหมือนกับว่าตัวเองเหนือกว่า หากแต่ว่า..

“คิดจะฆ่าใครกันนะ?”เสียงเรียบเรื่อยที่ดังขึ้นจากข้างหลังเรียกให้คิวโสะต้องหันไปมองอย่างตกใจ และก็ต้องนิ่งค้างที่ลูกน้องที่อยู่ข้างหลังมันในตอนแรกทั้งหมดต่างก็อยู่ในสภาพราวกับถูกอะไรบางอย่างกรีดแทงไปทั่วร่างจนตายโดยที่ไม่มีแม้แต่เสียงร้องจากชายหนุ่มในชุดกิโมโนฮิกันบานะที่กำลังโบกพัดในมือไปมาอย่างสบายอารมณ์ท่ามกลางทะเลเลือดโดยมีร่างของเด็กสาวคนนึงสลบไlลอยู่ในอ้อมแขน ในขณะที่อีกคนยืนอยู่ข้างหลัง

“ม..ไม่จริงน่า”คิวโสะพูดออกมาได้เพียงเท่านั้นในขณะที่มองรอยยิ้มบางของอีกฝ่าย

อันตราย*!!*

สัญชาติญาณกรีดร้องดังลั่นในหัวขณะที่มันมองไปที่ชายคนนั้น ตอนนี้สิ่งที่เหลืออยู่ในหัวไม่ใช่การต่อสู้ หากแต่เป็นการหนีจากปีศาจตนที่ยืนอยู่ต่อหน้ามันในตอนนี้ต่างหาก!!

คิดได้ดังนั้นคิวโสะก็เลือกที่จะหันหลังให้อีกฝ่ายแล้วเลือกหนีไปทางขบวนร้อยอสูรพร้อมกับลูกน้องอีกไม่กี่คนที่เหลืออยู่ทันที

“หลีกไปสิวะ!!”คิวโสะตะโกนลั่นในขณะที่มันและลูกน้องต่างก็เข้าปะทะกับขบวนร้อยอสูรของบ้านใหญ่เพื่อหนีไปทางประตูที่อยู่ข้างหลังหากแต่เมื่อมันออกมาเกือบจะถึงประตูอยู่แล้วกลับมีชายคนหนึ่งในชุดยูกาตะสีดำสนิทสวมทับด้วยฮะโอริสีน้ำเงินเข้มเข้ามาขวางทาง

“พวกเจ้าน่ะ..จงสำนึกเอาไว้เถอะว่าได้หันคมเขี้ยวใส่ผู้ที่ไม่สมควรเข้าแล้ว”

[เมย์เคียวชิซุย(สงบดุจน้ำนิ่ง) ซากุระ]

“อ๊ากกกกกก!!?”

เปลวเพลิงสีน้ำเงินที่โลมเลียไปทั่วร่างกายของคิวโสะมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ดังก้องคล้ายจะสลักลึกลงไปในจิตใจของผู้เฝ้ามอง..สุดท้ายแล้วปีศาจผู้โง่เขลาก็สูญสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน

“..เท่านี้คงพอใจท่านแล้วใช่มั้ยอามาโนะจาคุ? ที่ท่านพูดกระตุ้นข้าในห้องประชุมนั่นก็เพื่อผลลัพธ์นี้ใช่รึเปล่า?”ริคุโอะถามเสียงเรียบพลางมองตรงไปที่คามินที่ยิ้มบางตอบกลับมาท่ามกลางความเงียบ

“..ก็คงจะอย่างนั้นล่ะมั้ง แต่แค่นี้ก็ยังทำให้ข้ายอมรับเจ้าไม่ได้อยู่ดี”

"เอาล่ะ เด็กพวกนี้ข้าจะพาไปส่งให้เองก็แล้วกัน..มาสิยัยหนูองเมียวจิ"คามินอุ้มคานะที่ถูกเขาทำให้สลบไปก่อนหน้าเพราะไม่อยากให้ดูภาพการฆ่าล้างกลุ่มคิวโสะพูดขึ้นพลางหันกลับไปเรียกยูระให้เดินมาด้วยกันแล้วเดินผ่านหน้าริคุโอะ และปีศาจตนอื่นๆออกไป



บนถนนยามเช้าที่ร้างผู้คนมีร่างของคนทั้ง 2 เดินคู่กันไปตามทางอย่างเงียบงัน..หากแต่ความเงียบนั้นก็ต้องจบลงเมื่อเด็กสาวเปิดปากถามชายหนุ่มในชุดกิโมโนฮิกันบานะขึ้นมา

"ที่จ้าวแห่งภูติพรายนั่นพูดมันหมายความว่ายังไงกันแน่? แล้วทำไมนายถึงพูดว่าไม่ยอมรับเขา?"ยูระถามอย่างสงสัยพลางมองคามินที่ยิ้มบางส่งมาให้เขม็ง

"อืม..ก็หมายความว่าฉันรู้ว่าพวกเธอถูกจับไปตั้งแต่แรกแล้วแต่ก็เลือกที่จะไม่ช่วย แล้วคอยพูดกระตุ้นให้เขาออกมานำขบวนร้อยอสูรมาช่วยแทนน่ะสิ ส่วนเรื่องที่ไม่ยอมรับเขา ก็ตามนั้นล่ะนะ..ตอนนี้เขายังไม่ใช่จ้าวแห่งภูติพรายหรอก เพราะนอกจากปีศาจของบ้านใหญ่แล้วไม่มีปีศาจจากเขตอื่นยอมรับเขาซักตน"คามินตอบออกไปสบายๆในขณะที่ยูระถึงกับนิ่งค้างเมื่อได้ฟังคำตอบ

"น..นี่นายใช้พวกฉันเป็นเหยื่อล่อเรอะ!?"ยูระตะโกนว่าอย่างเดือดดานที่ถูกใช้เป็นเหยื่อล่อก่อนจะเบาเสียงลงเมื่อคามินเอาพัดฮิกันบานะมาปิดปากเธอเป็นเชิงว่าให้เงียบๆพลางมองไปที่คานะที่ส่งเสียงงึมงำในลำคอ

"ฮึ่ม!! แล้วทำไมพวกปีศาจอย่างนายถึงได้ไม่ยอมรับเขาล่ะ?"ยูระกระแทกเสียงถามอีกครั้งอย่างหัวเสียแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงดังอะไรมากนักเพราะกลัวว่าคานะจะตื่นขึ้นมา

"เขายังอ่อนแอเกินไปทั้งร่างกาย และจิตใจ..ที่สำคัญกว่านั้นคือเขายังไม่รู้จักวิธีใช้ความเกรงขามของตัวเองซะด้วยซ้ำ"คามินตอบเสียงเรียบพลางส่งยิ้มบางให้ยูระแล้วถามคำถามที่แทบจะทำให้ยูระสำลักกลับ

"ที่เจ้าถามเรื่องของเขามากขนาดนี้เพราะสนใจเขาเหรอ?..อา เรื่องนี้คงกลายเป็นตำนานเชียวล่ะ องเมียวจิรักกับปีศาจ"

"จะบ้ารึไง!! ฉันมาที่นี่เพื่อกำจัดปีศาจก็ต้องถามอยู่แล้วสิ!!..แล้วที่ว่าเขาอ่อนแอนี่มันหมายความว่ายังไงกัน? เขาถึงขั้นกำจัดปีศาจหนูนั่นได้ง่ายๆเลยนะ"ยูระเริ่มตั้งท่าจะโวยวายอีกครั้งก่อนจะเปลี่ยนเป็นถามเสียงเบาลงมาแทนเมื่อคานะส่งเสียงงึมงำในลำคอเหมือนจะตื่นอีกครั้ง

"อ่า..ถึงบ้านของเธอแล้วนะยัยหนูองเมียวจิ ฝากคานะไว้กับเธอด้วยเลยก็แล้วกัน"คามินไม่ตอบคำถามในทันทีแต่กลับใช้พลังปลดล็อคประตูห้องของยูระเข้าไปแล้ววางร่างของคานะลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาก่อนจะหันมาหายูระอีกครั้ง

"..ปีศาจหนูนั่นน่ะเป็นปีศาจที่อ่อนแอจนข้าสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย เจ้าก็เห็นใช่มั้ย?"คามินถามยูระซึ่งพยักหน้าไปมาทันทีที่คำถามนั้นจบลง..ปีศาจตรงหน้าเธอสามารถจัดการพวกนั้นได้ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวซะอีก

"นั่นคือสิ่งที่ปีศาจทั่วไปทุกตนทำได้หากสามารถใช้ความเกรงขามได้..แต่ตอนนี้เขายังไม่รู้แม้แต่ว่าความเกรงขามคืออะไรด้วยซ้ำ นั่นแหละเหตุผลที่ข้าไม่ยอมรับเขา ถ้านับตามความจริงแล้วเขาแทบจะอ่อนแอที่สุดในขบวนร้อยอสูรซะด้วยซ้ำ"

"เอาล่ะ จะเช้าแล้ว..ข้าไปก่อนดีกว่า และนี่เป็นคำเตือนของข้ายัยหนูองเมียวจิ อย่าเข้ามายุ่งกับสงครามของปีศาจ..ข้าไม่ได้ว่างมาคอยตามดูแลเจ้าไม่ให้ถูกปีศาจจากเขตอื่นฆ่าตายตลอดเวลาหรอกนะ"สิ้นคำนั้นร่างของคามินก็จางหายไปในอากาศท่ามกลางเสียงตะโกนลั่นของยูระ

"จะหาว่าฉันอ่อนแอรึไงกันหา!? ใครมันจะมาอยากให้ปีศาจมาคอยดูแลกัน!?"



#เรามาแก้คำว่า--สลบไสล--ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ

ความคิดเห็น