ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 56(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.8k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 56(Rewrite)​
แบบอักษร

ใบหน้าหวานมีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน มือเล็กเลื่อนจอแท็บเล็ตในมือไปมาอย่างรวดเร็วก่อนจะเอ่ยถามเสียงเครียดกับร่างสูงที่เดินเข้ามาในห้องทำงาน

"คุณอาครับ นี่มันอะไรกันทำไมคณะกรรมการส่วนใหญ่ถึงได้แบ่งขายหุ้นให้กับมิสเตอร์โมเรโน่"

"เอ่อ..."แอลดีนชะงัก หากแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร  เดินไปเก็บเอกสารต่างๆบนโต๊ะสำหรับเตรียมเช้าประชุมเช้าวันนี้

"ตอนนี้หุ้นบริษัทที่มิสเตอร์โมเรโน่ถือ มีตั้ง45%เลยนะครับ ถ้าอย่างนั้น มันเหมือนกัน เขาเป็นเจ้าของบริษัทไปเลยนะครับ"ซีไนน์ถามต่อ ขณะที่สายตายังไม่ละจากจอที่กำลังแสดงจำนวนหุ้นของคณะกรรมการในบริษัท  ดวงตาบวมคล้ำ ดูก็รู้ว่าเหมือนเมื่อคืนร่างบางไม่ได้นอนหลับ

"ตอนนี้ได้เวลาเข้าประชุมแล้วนะครับ บางทีคณะกรรมการที่ขายหุ้นให้กับมิสเตอร์โมเรโน่ คงอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ อีกอย่างวันนี้มิสเตอร์จอห์นก็เข้ามาประชุมเรื่องปรับปรุงโรงพยาบาลด้วยครับ"แอลดีนกล่าวเสียงเรียบ

"ทำไมทุกคนทำเหมือนหุ้นมันขายไปขายมาได้ง่ายๆขนาดนี้ล่ะครับ"ซีไนน์ลุกขึ้น จัดสูทที่สวมให้เป็นระเบียบ  ขณะที่เสียงหวานก็ถามร่างสูงไม่หยุด

"ตอนนี้ทุกคนคงรออยู่ยังไงก็เข้าไปประชุมก่อนเถอะครับ"  แอลดีนยังคงยืนยันคำเดิม ซีไนน์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยอมเดินออกจากห้อง มีเลขาสาวรออยู่ข้างหน้าอยู่แล้ว จึงเดินนำหน้าทั้งสองไปห้องประชุม

หน้าหวานเผยสีหน้าเรียบนิ่ง อยู่ที่หัวโต๊ะ ในขณะที่ข้างๆ มีแอลดีนนั่งพูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมหลังจากที่เขาได้กล่าวกับทุกคนไปแล้ว

"เอาเป็นว่า เรื่องที่ต้องโครงการปรับปรุงโรงพยาบาลแกรณด์ในปีนี้ ยังมีส่วนไหนที่คณะกรรมการท่านอื่นขัดข้องใจไหมครับ"แอลดีนถาม  ถึงคณะกรรมการผู้อาวุโสรอบๆ  บ้างก็หันหน้าเข้าหากันเพื่อปรึกษาหารือ  บ้างก็พยักหน้าเห็นด้วย แต่บ้างก็ส่ายหน้าเล็กน้อย

"การที่รับสงเคราะห์คนป่วยโดยการให้เข้ารับรักษาทุกอย่างทุกอย่าง โดยที่ต้องออกค่าใช้จ่าย 10รายต่อปี มันไม่มากเกินไปหรอครับ คุณศศิน คุณแอลดีน อย่างที่รู้ๆโรงพยาบาลของเราไม่ใช่สถานสงเคราะห์ โรงพยาบาลเราเป็นของเอกชนการที่เราทำอย่างนี้ ไม่เป็นการเผาตัวเองหรอครับ"คณะกรรมการผู้อาวุโสรายหนึ่งกล่าวขึ้นมา ก่อนจะมีเสียงจ้อแจ้เห็นด้วยจากคนข้างๆ ซีไนน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจัดการเรื่องโครงการนี้ เพราะทุกคนเสนอกันมาไม่ใช่หรอ

"ไม่เห็นจะเป็นการเผาตัวเองตรงไหนเลยนี่ครับ อีกอย่างโรงพยาบาลก็ทำรายได้แต่ละปีสูงอยู่แล้ว การที่เรารับผู้ป่วยเข้ามารักษาฟรี มันไม่ได้ทำให้โรงพยาบาลเราขาดกำไรเลยนะครับ"ซีไนน์กล่าวถึงเหตุผลและรายละเอียดต่าง

"แต่ทุกปีทางบริษัทก็ออกค่าสถานสงเคราะห์ต่างๆ ไม่น้อยเลยนะครับ" คณะกรรมการในชุทสูทสีเทาเอ่ยขึ้น เป็นอีกครั้งที่ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

"ผมว่าทุกท่านใจเย็นๆก่อนนะครับ"แอลดีนเอ่ยขึ้นมา เมื่อกรรมการท่านอื่นยังคงมีสีหน้ากังวลใจ

"ทุกปี คุณย่าก็มีนโยบายคืนกำไรสู่สังคมนี่ครับ การที่เราเปิดรับคนไข้10รายต่อปีมันก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสเลยนะครับ จากเอกสารที่ทุกท่านได้รับก็จะเห็นได้ว่าเราไม่ได้เอารายได้หลักจากการหมุนเวียนงบประมาณในโรงพยาบาลเลยนะครับ แต่มันเป็นผลกำไรที่เราได้รับจากสังคม"เป็นอีกครั้งที่ซีไนน์กล่าวอธิบาย พลางยกรีโมทในมือกดไปที่โปรเจ็คเตอร์ใหญ่เพื่อเปิดถึงกราฟแสดงถึงหลักงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ

"ผมเข้าใจคุณนะครับ แต่ทุกวันนี้คุณย่าของคุณก็เปิดสถานสงเคราะห์ใหญ่ไปแล้ว5แห่ง แล้วเรายังต้องมาสงเคราะห์กันถึงในโรงพยาบาล มันก็เกินไปนะครับ อีกอย่างนโยบายของคุณหญิงปัทมา ก็ควรใช้ตอนที่คุณหญิงปัทมายังอยู่ แต่ตอนนี้ผู้ที่ถือหุ้นสูงสุดในบริษัทแกรณด์คือมิสเตอร์โมเรโน่ไม่ใช่ตระกูลรุ่งรัตนทิพากรอีกต่อไป" ซีไนน์ตกใจกับเสียงพูดของคณะกรรมการผู้อาวุโสคนดังกล่าว หากแต่ทำอะไรไม่ได้  ได้แต่ทำสีหน้านิ่งเรียบตามเดิม

"แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างที่บริษัทแกรนด์มี ก็เพราะทวดของตระกูลนี้"ซีไนน์ชี้แจง

"คุณยังไม่ได้อ่านกฎของบริษัทรึไง ว่าใครที่ถือหุ้นสูงสุด คนนั้นมีสิทธิที่จะขึ้นมาบริหารแทน ที่ผ่านมาตระกูลของคุณถือหุ้นสูงสุดมาตลอด แต่วันนี้มิสเตอร์โมเรโน่คือคนนั้น"คณะกรรมการที่อยู่ปลายแถวเอ่ยขึ้นก่อนจะมีอีกหลายเสียงดังแซ่ซ้องแทรกขึ้นมา

"ยิ่งคุณหญิงปัทมาเกิดล้มป่วยขึ้นมาอีก พวกเราคงไม่ไว้ใจให้เด็กอายุ18อย่างคุณมาเป็นผู้บริหาร"

"แต่ที่ผ่านมา ผมก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้แล้วว่า ผมทำให้กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่มันก็ปลอดภัย"ซีไนน์ลุกขึ้นบอกเสียงแข็ง อาจจะเป็นเพราะหลายๆอย่างรอบตัวถูกกดดัน ทำให้เขาลืมที่จะระงับอารมณ์ตัวเองไว้

แอลดีนนั่งนิ่ง ไม่คิดห้ามปรามร่างบาง  มองร่างกายที่สั่นเล็กน้อยของซีไนน์

"แต่ทุกวันนี้ เรามีคู่แข่งเยอะขึ้น การที่คุณบริหารทุกอย่างอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป มันทำให้คนอื่นแซงเราไปถึงไหนต่อไหนแล้ว มันอาจจะฟังดูใจร้าย แต่ผมไม่ไว้ใจให้เด็กอายุ18มาบริหารจริงๆ"

"กฏบริษัทก็ควรทำตามกฏของบริษัท"อีกเสียงดังขึ้นซีไนน์ได้แต่กำมือแน่น

ไม่ใช่เขาจะไม่รู้ว่ากฏมันคืออะไร

ผู้ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นผู้บริหารสูงสุดในบริษัทนี้   มันทำให้ซีไนน์ได้แต่ข่มความกลัวไว้ลึกๆ

ดูเหมือนสิ่งที่เขากำลังกลัวมันกำลังเกิดขึ้น

คนที่ทำลายสิ่งที่ครอบครัวเคยมี คือเขาเอง!

"วันนี้เลิกประชุมเพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณทุกท่านที่มาประชุม เราจะต้องมีการลงมติเรื่องต่างในเร็วๆนี้"แอลดีนเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ดูท่าแล้วคงจะหาข้อยุติไม่ได้ง่ายๆ

"คุณแอลดีน ผมหวังว่าคุณจะเป็นผู้ใหญ่พอที่จะตัดสินเรื่องนี้ได้ บริษัทไม่ใช่สนามเด็กเล่น ที่จะให้เด็กมาวิ่งเล่นแล้วทำทุกอย่างพัง"คณะกรรมการท่านหนึ่งเดินมาที่หัวโต๊ะ เอ่ยกับแอลดีนอย่างหนักแน่น หากแต่เหมือนกำลังตอกหน้าเด็กหนุ่มเข้าอย่างจัง!

 

ตอนนี้ทุกคนต่างทยอยออกจากห้องประชุมกว้าง เหลือเพียง ซีไนน์ แอลดีน  มิสเตอร์จอห์นกับเลขาที่กำลังจะก้าวออกไป หากแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงเล็กเรียกดังขึ้น

"มิสเตอร์จอห์น"

"ครับ"

"ผมต้องการพบเจ้านายของคุณ"ซีไนน์กล่าวออกมาเป็นภาษาอังกฤษ  สายตาก็ทำเป็นจดจ้องกับเอกสารตรงหน้า

ใช่เขารู้ว่ามันไร้มารยาท! แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกเจ็บใจผู้ชายตระกูลโมเรโน่คนนั้น ทำไมถึงต้องกวาดซื้อหุ้นของคนอื่นๆในบริษัท

"คือ..."มิสเตอร์จอห์นอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปจ้องแอลดีน

"วันนี้  ตอนนี้ และเดี่ยวนี้!!"ซีไนน์กล่าวอีกครั้ง ตอนนี้เขารู้สึกเดือดจนเหมือนจะเป็นหมาบ้าได้ทุกขณะ

"วันนี้มิสเตอร์โมเรโน่อยู่เมืองไทย ผมจะนัดเวลาเขากับคุณในช่วงบ่ายนะครับ  ยังไงผมจะติดต่อสถานที่นัดเจอ กับเลขาของคุณอีกทีนะครับ"มิสเตอร์จอห์นกล่าวออกมาเสียงเรียบ เมื่อแอลดีนพยักหน้าน้อยๆ

"ครับ"ซีไนน์พยักหน้ารับรู้

"คุณหนู"แอลดีนเรียกคนร่างเล็กที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆตัวเอง

"ซีนไม่เป็นไรครับ"ซีไนน์หันไประบายยิ้มเล็กน้อย วันนี้เขาเหนื่อยจนไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น

"ไปกินอะไรสักหน่อยไหมครับ"แอลดีนถาม แต่ซีไนน์กลับส่ายหน้าปฏิเสธ

"ไม่ล่ะครับ ซีนว่าจะแวะไปหาน้องสักหน่อย ก่อนจะไปพบมิสเตอร์โมเรโน่น่ะครับ ยังไงบ่ายนี้ก็ต้องพบเขาให้ได้"

"ครับ"

"แล้วเรื่องคดีน้องไปถึงไหนแล้วครับ"

"ตำรวจปิดคดีแล้วล่ะครับ"แอลดีนกล่าวเสียงเรียบ

"คุณอาหมายความว่ายังไงกัน!!"

"จากการสืบสวน ตำรวจไม่พบอะไรเลยที่เป็นเหตุจุดชนวนในการแก้แค้นหรือในการพยายามฆ่า จึงต้องดำเนินคดีในเรื่องพยายามชิงทรัพย์ครับ อีกอย่างคนร้ายตายหมดแล้ว ตำรวจจึงจำเป็นต้องปิดคดีครับ"

"ไม่จริงสักหน่อย ไม่ใช่การพยายามชิงทรัพย์เลย แล้วคนร้ายคนสุดท้าย ที่คุณอาบอกว่ามีลายนิ้วมือบนมีดล่ะครับ" ซีไนน์กัดปากแน่น  พยายามกลั้นน้ำตาตัวเองเอาไว้

"ตำรวจไปพบศพไม่ไกลมากครับ จากสภาพอีกฝ่ายก็ถูกยิง สันนิฐานว่าคงจะทะเลาะกันเอง แล้วลงไม้ลงมือกันครับ"

"ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย  พวกมันตายอย่างง่ายดาย แล้วทำไม  ทำไมน้องถึงยังต้องนอนทรมานอยู่บนเตียง"เสียงสั่นเครือของคนข้างทำให้แอลดีนอยากจอดรถแล้วกอดปลอบร่างบางไว้

แต่....

เขาคงทำอย่างนั้นไม่ได้อีกแล้ว

"คุณหนู"

"ยังไงซะ ซีนก็จะฟ้องจนกว่าน้องจะได้รับความยุติธรรม"

"ตำรวจปิดคดีไปแล้วนะครับ มันทำอะไรไม่ได้แล้ว"

"ฟ้องศาลไงครับ มีหลายดคีที่เขาไม่ยอมจนขึ้นศาลจนชนะ"

"แต่นั่นในกรณีที่ฝ่ายกระทำมีพยานมีข้อแก้ต่างนะครับ แล้วถ้าเราฟ้อง  เราจะไปเอาใครขึ้นศาลล่ะครับ ในเมื่อพวกมันตายหมดแล้ว  สู้คดีไป มันก็ไม่มีประโยชน์"

"....."เหมือนร่างบางจะเริ่มมีสติขึ้นมาแล้ว จึงได้แต่นิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร

"เดี่ยวอาจะไปซื้ออะไรเย็นๆมาให้นะครับ"แอลดีนพูดเบาๆ เมื่อเข้าลานจอดรถ ซีไนน์พยักหน้าแล้วก็เดินลงไป

 

 

 

"เป็นไงบ้างลูก ประชุมวันนี้เหนื่อยไหม"อริสาถามลูกชายเบาๆ

"นิดหน่อยครับ คุณแม่เหนื่อยไหมครับ"

"ไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ"

"แล้วอาการคุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ"

"คุณย่าก็ดีขึ้นมาแล้วครับ เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เอง"

"คุณแม่ก็กินข้าวบ้างนะครับ ตั้งแต่น้องป่วย คุณแม่ก็ดูซูบๆไป นม ช่วยจัดการเรื่องอาหารให้คุณแม่ด้วยนะครับ"ประโยคหลังซีไนน์หันพูดกับนมที่ยืนอยู่ข้างหลัง  พร้อมระบายยิ้มให้  เขาไม่อยากให้แม่รับรู้ความรู้สึกของเขาในเวลานี้

"ได้ค่ะคุณหนู"

"แม่ไม่เป็นไรหรอกลูก พี่ซีนเองก็พักผ่อนบ้างนะลูก ทั้งเรียนทั้งทำงาน  แม่ขอโทษที่ช่วยพี่ซีนได้น้อยเหลือเกิน"

"ไม่เลยครับ แค่คุณแม่คอยอยู่ให้กำลังใจซีนอยู่อย่างนี้ ซีนก็ไม่ต้องการอะไรจากคุณแม่แล้วล่ะครับ"

"แล้วนี่ คุณอาแอลดีนล่ะครับ"อริสายิ้มหวานให้ลูกชาย  ก่อนจะถามถึงเลขาส่วนตัวของลูก

"คุณอาลงไปซื้อเครื่องดื่มน่ะครับ พิธีศพเย็นนี้ คุณแม่ไม่ต้องไปก็ได้นะครับ"ซีไนน์บีบมือมารดาเบาๆ

"แม่อยากอยู่กับพ่อเขาจนวินาทีสุดท้าย คุณย่าเองก็คงจะคิดเหมือนกัน"

"ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจคุณแม่เถอะครับ"

"ตอนบ่ายนี้หนูต้องไปไหนรึเปล่าลูก"

"ซีนมีนัดพูดคุยกับมิสเตอร์โมเรโน่น่ะครับ"

"มิสเตอร์โมเรโน่?  คนที่ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทเราหรือลูก"อริสาขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ครับ"

"ไม่มีใครเคยเห็นเขาเลยเขายอมมาพบพี่ซีนหรอครับ"

"เลขาเขาบอกว่าจะนัดสถานที่อีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันนี้ครับ"

"อ่า ครับ"อริสาพยักหน้า ก่อนจะส่งยิ้มให้ลูกชาย

 

 

 

 

ในร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรู  พื้นที่ถูกแบ่งเป็นห้องๆ  ซีไนน์นั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้น  ยกข้อมือดูนาฬิการู้สึกขัดใจเล็กน้อย ช่วงนี้ เขาหงุดหงิดบ่อยเกินไปรึเปล่านะ

 

แอลดีนขอตัวไปห้องน้ำได้สักพักใหญ่แล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา

ส่วนคนที่นัดกันไว้นะหรอ  หึ! เลทไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว  ยังไม่เห็นหน้ามาแม้แต่เลขา  ซีไนน์ยกมือถือขึ้นมาก่อนจะเปิดดูตลาดหุ้นต่างๆที่ปรากฏบนหน้าจอ

เสียงประตูไม้เลื่อนออกเบาๆ  ทำให้ร่างเล็กใส่มือถือเข้าเสื้อตัวเองเหมือนเดิม หันกลับไปเห็นเป็นแอลดีนที่เดินเข้ามา  ข้างหลังมีมิสเตอร์จอห์นเดินตามหลัง

"คุณอา มิสเตอร์จอห์น" ซีไนน์ลุกขึ้นเป็นการต้อนรับมิสเตอร์จอห์น แต่พอมองไปข้างหลังกลับไม่มีใครอีกเลย จนกระทั่งประตูถูกปิดลงโดยพนักงานที่นั่งหน้าห้อง

"ผมรอเจ้านายของคุณมานานเกินไปแล้วนะครับ ทำไมถึงยังไม่เห็นสักที ผมหวังว่าเจ้านายของคุณจะไม่เบี้ยวนัดนะครับ" ซีไนน์กล่าวออกมาเสียงเรียบ รู้สึกโมโหเล็กน้อย

"เขาอยู่ตรงหน้าคุณแล้วครับ คุณศศิน" มิสเตอร์จอห์นกล่าว พลางพยักหน้า

"ไหน คนที่คุณหมายถึง อยู่ตรงไหน"ซีไนน์ถามอีกครั้ง หัวใจกระตุกวูบ เมื่อรู้สึกแปลกๆ

มองใบหน้าของคนร่างสูงที่มองเขาอยู่ก่อนหน้าแล้ว

"ซีน"เสียงเรียกของแอลดีนทำให้ซีไนน์ชะงัก

แอลดีนไม่เคยเรียกเขาว่าซีน

"คุณอา"

"ผมแนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ นี่คือ มิสเตอร์แอลดีน อะเล็ตต้า โมเรโน่ เจ้านายของผม คนที่คุณอยากพบครับ" มิสเตอร์จอห์นกล่าวพลางพายมือไปทางคนร่างสูง ซีไนน์ได้แต่ยืนนิ่ง

ดวงตากลมจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของคนร่างสูง ราวกับหาคำตอบ หาคำตอบว่าสิ่งที่เขาได้ยินคือเรื่องล้อเล่น

"นี่มัน เรื่องตลกอะไรกันครับ"ซีไนน์ยกยิ้ม หันไปถามแอลดีน  แต่ร่างสูงกลับส่ายหน้าช้าๆ

"มันคือเรื่องจริงครับมิสเตอร์โมเรโน่คืออา"ในน้ำเสียงไร้ซึ่งการเล่นตลก ในแววตาไม่มีการล้อเล่น

"นี่คือหลักฐานครับ ของจริงร้อยเปอร์เซ็นครับ"ซีไนน์ตวัดสายตามองมองหน้าของมิสเตอร์จอห์น ก่อนจะมองเอกสารที่ถูกยื่นมา

มือเล็กที่พยายามควบคุมการสั่นเทาของตัวเอง  แต่กลับไม่สามารถปกปิดให้พ้นจากสายตาของอีกสองคนได้

ซีไนน์เปิดเอกสารที่อยู่ในซองขึ้นมา  ทั้งบัตรแสดงตัว ทั้งเอกสารการเข้าประเทศ  หรืออะไรก็ตามที่บ่งบอกว่าชายร่างสูงที่เขานอนกอดเมื่อคืนนี้ คือมิสเตอร์โมเรโน่

 

ซีไนน์ ยื่นเอกสารทั้งหมดให้มิสเตอร์จอห์นอย่างเดิม  เม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้น บอกเสียงดังฟังชัดให้ทั้งสองได้ยิน

"วันนี้ซีนเหนื่อยแล้ว ซีนอยากพักผ่อน เอาเป็นว่าเราขอเลื่อนนัดกับเจ้านายของคุณ เป็นวันอื่นนะครับ มิสเตอร์จอร์น คุณอา ซีนอยากกลับแล้ว พาซีนกลับบ้านเถอะครับ"

 

ไม่จริงหรอก คุณอาไม่เคยโกหกเขา  ทุกอย่างที่เขารู้มันก็แค่เรื่องที่ล้อเล่นขึ้นมาเพียงเท่านั้น

 

แค่เรื่องล้อเล่น

ใช่ไหม?

พระเจ้า ได้โปรดเถอะ

 

"แต่เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันครับ"แอลดีนกล่าวเสียงเรียบ มองใบหน้าซีดเผือดกับร่างบางที่เหมือนกำลังสั่นไปทั้งตัวของซีไนน์

"เรื่องอะไรครับ"ซีไนน์ถามอย่างไขสือ

"เรื่องหุ้นที่บริษัท!"แอลดีนตอบอย่างชัดเจน  ไม่ว่าจะเป็นยังไง เขาจะต้องทำทุกอย่างให้เสร็จ

"ไม่!  ซีนอยากกลับบ้าน เดี่ยวนี้!!  พาซีนกลับบ้านเดี่ยวนี้ครับ!!!" ซีไนน์ตะโกนใส่แอลดีนราวกับคนเอาแต่ใจ   ดวงตากลมโต เริ่มมีน้ำตารื้นขึ้นมาเล็กน้อย 

แอลดีนหันไปพยักเพยิดให้กับมิสเตอร์จอห์น จอห์นค้อมหัวให้เล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไป

"ซีไนน์!!"เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลัง เมื่อแอลดีนเดินข้ามฝั่งมายืนข้างหลังร่างบาง

"เรียกซีนว่าคุณหนูเหมือนเดิมสิครับ"ซีไนน์หันกลับไปมองแอลดีนช้าๆ พลางส่งยิ้มกว้าง  ไม่อยากยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

"ซีน"แอลดีนเรียกอีกครั้ง

"ซีนรู้ว่าซีนอยากเจอเขามาก แต่มันไม่ตลกเลยนะครับ ที่คุณอาจะยอมมาแสดงแกล้งเป็นเขาน่ะ"ซีไนน์เขย่าแขนแกร่งเบาๆ  แต่กลับถูกแอลดีนแกะมือเขาออกเบาๆ น้ำตาหยดไหลอาบแก้มเนียนช้าๆอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่

"อาไม่ได้แสดง อาคือมิสเตอร์โมเรโน่จริงๆ" ซีไนน์ ก้มมองดูมือของตัวเอง  กัดปากตัวเองเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา  ปากเล็กสั่นเบาๆ  ก่อนที่ร่างกายจะทรุดนั่งลงบนพื้น

 

 

ความเงียบเข้ามาปกคลุมห้องอย่างเนิ่นนาน  ร่างบางไม่มีเสียงสะอื้นออกมาให้ได้ยิน มีเพียงน้ำตาที่ไหลลงช้าๆเป็นระยะๆ  กลั้นแค่ไหน  มันก็ยังไหลไม่หยุด

พยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็งกว่านี้ แต่หัวใจกลับเจ็บปวดราวกับถูกบีบด้วยมือแกร่งของคนรัก

ร่างหนาที่เขาหวังอ้อมกอดเวลาที่อ่อนแอเช่นนี้  กลับไม่สามารถที่จะโผกอดได้ในตอนนี้

ซีไนน์เบือนหน้าหนีจากแอลดีนที่นั่งลงขัดสมาธิตรงข้ามกับตัวเอง ยกมือปาดน้ำตาลวกๆ  กลืนก้อนสะอื้นที่เข้ามาจุกที่คอหอย

 

"ทำไมต้องทำอย่างนี้ครับ ทำไมต้องหลอกกันด้วย"  ซีไนน์กล่าวเสียงสั่นเล็กน้อย แม้จะพยายามความคุมน้ำเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นออกมาแล้วก็ตาม

"....."

"ต้องการอะไรจากพวกเราหรอครับ"

"...."

"ตอบมาสิครับ"

"ทุกอย่าง!"

 

เงียบ! ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจเข้าออกราวกับทั้งสองลืมหายใจไปเสียแล้ว  ซีไนน์แค่นยิ้มราวกับว่าสิ่งที่ได้ยินคือเรื่องตลก ทั้งๆที่หัวใจตัวเองเหมือนกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

ซีไนน์มองดวงตาสีน้ำตาลของแอลดีนที่นิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกอะไร คงไม่รู้สึกอะไรจริงๆสินะ

 

รู้ไหมว่าตอนนี้หัวใจเขาเจ็บเจียนตายอยู่แล้ว

ปลอบเขาหน่อย  บอกเขาหน่อยว่าทุกอย่างคือเรื่องล้อเล่น!

"รวมถึงบริษัทแกรนด์ด้วยอย่างนั้นใช่ไหมครับ"เสียงเล็กถามขึ้นมาอีกครั้ง  แอลดีนพยักหน้าช้าๆ

"วางแผนมานานแล้วสินะครับ"เป็นอีกครั้งที่คำตอบที่ได้คือการพยักหน้า ซีไนน์ยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสมเพช

 

สมเพชตัวเอง ที่ตกหลุมรักคนที่จ้องจะทำร้ายตัวเองมานานแสนนาน

สมเพชตัวเองที่รู้สึกอ่อนแอเหลือเกิน

สมเพชตัวเองที่ไม่มีทางสู้ได้เลย

"ถึงตอนนี้แล้ว คุณก็ได้ถือหุ้นในบริษัทได้สูงที่สุดแล้ว  ยินดีด้วยนะครับ" แอลดีนจ้องดวงตากลมโตนิ่งๆเมื่อได้ยินสรรพนามที่ซีไนน์เรียก

"อาต้องการซื้อหุ้นจากตระกูลรุ่งรัตนทิพากรทั้งหมด"แอลดีนกล่าวเสียงเรียบ แต่ซีไนน์ถึงกับกัดปากแน่น  มือทั้งสองกำขึ้นมา จนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือของตัวเอง

"......"

"......"

"ผมคงต้องแสดงความเสียใจด้วย ผมคงขายหุ้นให้คุณไม่ได้"ซีไนน์กล่าวอย่างหนักแน่น  ก่อนจะลุกขึ้น แต่ไม่ทันที่จะก้าวขาออกไป  เสียงร้องที่ได้ยินทำให้เขาต้องหันกลับมามองคนร่างสูงอีกครั้ง

"อ๊ะ อ๊ะ อื้ออออ อิ๊อ๊าาา.   ระ..แรงกว่านี้  อ๊าาาา อื้ออออ"

เสียงหวานกระเส่าที่ดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กของแอลดีน พร้อมกับภาพเคลื่อนไหวที่เป็นร่างกายของเขาชัดเจนกำลังสั่นคลอนเพราะแรงกระแทกบนโซฟา ซีไนน์เบือนหน้าหนีจากภาพดังกล่าว  ความรู้สึกต่างๆประดังประเดเข้ามา

 

ทั้งอาย ทั้งเจ็บ ทั้งเสียใจ ทั้งปวดใจ

ไม่คิดเลย  ว่านี่คือบทสนทนาของเขากับคนที่เขารักไปแล้ว เชื่อใจไปแล้วสุดหัวใจ

"งั้นซีนคงต้องเลือก ระหว่างเสียอนาคต ทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล หรือขายหุ้นให้อา แต่อาไม่แน่ใจว่า ถ้าซีนเลือกรักษาหุ้นไว้แล้วทำลายอนาคตตัวเองทำลายชื่อเสียงครอบครัว ภายหลังจะไม่เสียหุ้นที่มีอยู่ไปด้วยในที่สุด เพราะอาคงต้องใช้ทุกวิถีทางเอามันมาให้ได้!"เสียงทุ้มดังขึ้นไร้ซึ้งความรู้สึกในความคิดของซีไนน์

 

นี่ไม่ใช่คุณอาแอลดีนที่เขาเคยรู้จัก

"ทำไมถึงต้องการขนาดนั้นล่ะครับ"

"...."

"ตอบมาสิครับ"ไม่ว่าจะเค้นคำตอบจากคนร่างสูงแค่ไหน ความเงียบก็เป็นเพียงคำตอบที่ได้รับมา

ทั้งๆที่รวยล้นฟ้าขนาดนั้นยังต้องการอะไรอีก

 

"ตราบใดที่ไม่มีคำตอบให้ ผมคงให้ในสิ่งที่คุณต้องการไม่ได้"พูดจบร่างบางก็ก้าวเดินไปยังประตู แต่ก็ต้องชะงักอีกครั้ง  เมื่อเสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้น

ซีไนน์ยกมือถือตัวเองขึ้นมาดู กำมือถือแน่นจนมือปวดไปหมด แต่คงไม่ปวดเท่าหัวใจของเขาตอนนี้

วิดิโอของเขาที่กำลังถูกอีกคนกระแทกเข้ามาในร่างกายถูกส่งเข้ามาในช่องแชท

"ถ้าซีนปฏิเสธ คลิปจะแพร่ไปในโลกอินเทอร์เน็ตภายในหนึ่งนาที" ซีไนน์หันกลับไปมองร่างสูงอีกครั้ง

เขาไม่อยากเห็นใบหน้าเรียบเฉยของแอลดีนเวลานี้   มันทำให้เขาเจ็บ

 

ร่างบางรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มเข้ามาใส่ตัวเอง  ร่างกายเหมือนจะยืนไม่ไหวในเวลานี้ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ นอกจากกลั้นน้ำตาของตัวเองให้ถึงที่สุด  พูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

"ผมจะกลับมาให้คำตอบคุณภายหลัง ขอผมกลับไปตัดสินใจก่อน"

"อาไปส่ง"

"ผมไม่ต้องการ"

ไม่ !เขาไม่อยากเห็นหน้าแอลดีนในเวลานี้

เขาขอแค่ว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา มันเป็นเพียงฝันร้าย  ฝันร้ายที่พรุ่งนี้เขาตื่นขึ้นมาแล้ว พบว่าทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

 

 

ซีไนน์เดินออกมาจากร้านอาหารหรูอย่างหมดแรง ตอนนี้ตัวเองรู้สึกมืดแปดด้าน

ที่พักพิงที่คุ้นเคย กลับไม่ใช่ที่ๆเขาจะกลับไปหาได้ในเวลานี้

ซีไนน์ยกมือถือขึ้นก่อนจะกดหาใครบางคน อย่างน้อยๆ  เขาก็รู้สึกอุ่นใจที่เป็นเขาคนนั้น

ในเวลานี้จะให้เขาบอกกับคนที่บ้านยังไงได้ล่ะ เรื่องร้ายๆมันมากพอแล้ว

ซีไนน์เดินเลียบฟุตบาทไปเรื่อยๆ  น้ำตาที่ไหลออกมายังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หัวใจที่บอบช้ำ มันทำให้เขารู้สึกอยากหายไปจากโลกนี้ไปให้ได้ในเวลานี้ แต่เพราะเขายังมีคนที่ต้องดูแล แม้จะเจ็บปวดแค่ไหน  เขาก็จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้

 

 

เสียงบีบแตรรถไล่หลัง ทำให้ซีไนน์เหลียวกลับไปมอง เห็นรถคันหรูของลูคัสค่อยๆจอดช้าๆเมื่อเขาหยุดเดิน ซีไนน์ปาดน้ำตาลวกๆ  ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้กับลูคัสที่เปิดกระจกรถ เรียกให้เขาขึ้นไป

ใช่  เขาโทรหาลูคัสให้มารับเองแหละ

"รบกวนพี่ลุคส์รึเปล่าครับ"ซีไนน์ถามเบาๆ พลางส่งยิ้มไปให้คนข้างๆ

"ไม่เลย  ร้องไห้มาหรอ"ลูคัสส่ายหน้า มองใบหน้าบวมช้ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักของซีไนน์

"แค่เหนื่อยกับเรื่องบ้าๆนิดหน่อยน่ะครับ"

"แล้วนี่จะให้พี่ไปส่งที่โรงพยาบาลหรือที่ไหนดี"

"พาไปส่งที่โบสถ์เซ็นต์บอสโกหน่อยนะครับ อีกไม่นานจะเป็นพิธีฝังศพคุณพ่อแล้วครับ" ซีไนน์ตอบ  ไม่ยอมหันไปมองใบหน้าลูคัส แต่เลือกที่จะมองไปนอกกระจกรถแทน

"ฟังเพลงไหม"ลูคัสถาม เผื่อให้อีกคนผ่อนคลาย แต่คนหน้าหวานเลือกที่จะส่ายหน้าก่อนจะหลับตาลงช้าๆ

"ถึงแล้วฝากปลุกด้วยนะครับ" 

 

ไม่หรอก ไม่ได้หลับ  แค่ไม่อยากมองโลกใบนี้สักพัก  แค่นั้น

"อื้อ"ลูคัสพยักหน้า  มองเสี้ยวหน้าของซีไนน์ก่อนจะมองกระจกรถ  เห็นแอลดีนที่ยืนนิ่ง ไม่ไกลนัก

 

ลูคัสขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

หรือจะทะเลาะกันนะ

 

 

 

 

พิธีฝังศพตามศาสนาคริสต์ที่คนเสียชีวิตนับถือผ่านไปอย่างเงียบๆ  มีเพียงซีไนน์ ลูคัส ปัทมา แอลดีน กะทิ ถุง กอล์ฟ  หมอประจำตัวดนัยแล้วก็คนงานที่บ้าน ยกเว้นพี่มะลิที่ต้องอยู่เฝ้าควานลินที่โรงพยาบาล

เย็นมากแล้ว วันนี้ท้องฟ้าตั้งเค้าเหมือนจะมีฝนตกหนักในไม่ช้า ใบหน้าที่ไม่มีรอยยิ้มประดับของแต่ละคน

"พี่ซีน คืนนี้กลับไปนอนบ้านนะครับ แม่เห็นว่าหน้าเราซีดๆ"อริสากล่าวกับลูกชาย

"ซีนไม่เป็นไรครับ"

"ถือว่าย่าขอร้องนะลูก คงเหนื่อยแย่เลยใช่ไหม"ปัทมาเองก็เห็นใจหลานชายไม่น้อย  ใบหน้าที่ดูซูบซีด ขอบตาที่คล้ำจนน่าเป็นห่วงจนใจหาย

"แต่ว่า..."

"แอลดีน  ฝากพี่ซีนด้วยละกันนะ หาน้ำหายาให้กิน เดี่ยวไข้จะขึ้นซะก่อน"อริสาหันไปพูดกับคนร่างสูงที่เอาแต่ยืนเงียบตั้งแต่เข้ามางานแล้ว อริสาค่อนข้างที่จะแปลกใจที่เห็นท่าทีของซีไนน์ที่เมินเฉยต่อแอลดีนอย่างเห็นได้ชัดหรืออาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ลูกชายเขาเหนื่อยเกินไปล่ะมั้ง

"ครับคุณผู้หญิง เชิญครับคุณหนู"แอลดีนกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะผายมือไปทางซีไนน์ แต่คนตัวเล็กไม่แม้แต่จะปรายตามอง

"ซีนกลับเองได้ครับคุณแม่ อีกอย่างซีนจะไปเยี่ยมน้องด้วย เดี่ยวจะกลับไปที่โรงพยาบาลพร้อมพี่ลุคส์เลยครับ"ซีไนน์กล่าวพลางหันไปยิ้มให้ลูคัส

"ไม่เอาครับ วันนี้รบกวนพี่ลูคัสมาเยอะแล้ว  คืนนี้แม่จะนอนเฝ้าน้องเอง"อริสาส่ายหน้าบอกลูกชายเป็นเชิงปรามเบาๆ

"แล้วคุณย่าล่ะครับ"ซีไนน์พยายามหาข้ออ้างที่จะไม่กลับกับแอลดีน

"ย่าไม่เป็นไรหรอกลูก เดี่ยวคืนนี้พี่ซีนกลับไปนอนที่บ้านเถอะนะ"ปัทมาบอก

"ก็ได้ครับ แต่ไม่ต้องรบกวนคนอื่นไปส่งหรอกครับ ซีนกลับเองได้"

"ก็กลับกับคุณอาไงลูก  ไป เดี่ยวแม่ไปส่งขึ้นรถเอง"ไร้สิ้นหนทางปฏิเสธเมื่ออริสาจับมือตัวเองมาที่รถยนต์ของแอลดีน  ซีไนน์ยอมเข้าไปนั่งในรถตามคำขอผู้เป็นแม่

 

 

 

"คืนนี้ ผมขอเฝ้าน้องได้ไหมครับ"อริสาหันไปตามต้นเสียง เห็นลูคัสยืนอยู่

"แม่รบกวนหนูมาเยอะแล้วลูก"อริสากล่าวอย่างนึกเกรงใจ

"ไม่ได้รบกวนเลยครับ  ผมเต็มใจ"

"ถ้าหนูต้องการอย่างนั้น แม่ก็ไม่ขัดจ้ะ"อริสาพยักหน้า  ควานลินเองก็คงรู้สึกดีถ้ารู้ว่าลูคัสเป็นห่วงเขามากขนาดนี้

 

 

 

สองล้อที่วิ่งฉิ่วบนถนนอย่างระมัดระวังเพราะเริ่มมีฝนตกปรอยๆแล้ว

"ช่วยจอดรถด้วยครับ"เสียงเรียบนิ่งจากคนหน้าหวานดังขึ้น  แต่แอลดีนกลับไม่สนใจ

"...."

"ผมบอกให้คุณจอดรถไงล่ะครับ" ซีไนน์กล่าวอีกครั้งพร้อมกับยื่นมือจับพวงมาลัย จนแอลดีนตกใจ  เหยียบเบรกแทบจะทันที

เอี๊ยดดดดดดด!! หัวเล็กโขกเข้าไปที่หน้ารถอย่างจัง จนคนหน้าหวานต้องลูบหัวตัวเองป้อยๆ หันมาเหวใส่

"โอ้ยยย นี่กะจะให้ตายไปข้างหนึ่งเลยรึไง"

"จะไปไหนครับ"แอลดีนถามเมื่อเห็นซีไนน์ทำท่าจะปลดเข็มขัดนิรภัย

"ไม่เกี่ยวกับคุณ"

"แต่อาว่าเกี่ยว ตอนนี้สถานะของอากับซีนต่างกันแล้วนะครับ"แอลดีนตอบมองใบหน้าหวานที่หันมาแค่นยิ้มอย่างสมเพชให้เขา

"เหอะ  ครับ!  เพราะฉะนั้น ช่วยปล่อยคนสถานะต่ำกว่าอย่างผม ลงจ....อื้ออออออ"ไม่ทันที่จะพูดจบคำ  จูบหนักๆจากคนร่างสูงก็บดเบียดปากนุ่มทันที  หัวเล็กถูกล็อคท้ายทอยจนหันหน้าไปไหนไม่ได้  สองมือทุบอกแกร่งแรงๆ

"อ่อย อ้ะ อื้อออออ"ลิ้นหนาเข้าไปเก็บกวาดความหวานในปากจนพอใจ จึงผละจูบออกมา

แฮ่ก แฮ่ก!

เสียงหอบหายใจจากคนร่างเล็กที่ตวัดสายตามองเขาอย่างไม่พอใจ

"ทีนี้หยุดดื้อได้แล้วนะครับ"

"คุณไม่มีสิทธิมาห้..."

"ถ้ายังไม่หยุด อาจะไม่ทำแค่จูบแล้วนะ"แอลดีนกล่าวเสียงเรียบ  เวลานี้คนตัวเล็กควรพักผ่อนได้แล้ว  ยิ่งร่างกายที่อุณหภูมิดูเหมือนจะสูงปรี๊ดทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้

 

 

ทันทีที่รถจอดถึงบ้านซีไนน์ก็เดินลงจากรถแทบทันที  ปิดประรถดังปัง  จนชวนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไป

แอลดีนลงจากรถ กดรหัสบ้านอย่างคุ้นเคยแล้วก้าวตามไป

"ใครเชิญให้เข้ามาไม่ทราบครับ" เสียงเล็กดังขึ้น ก่อนไฟจะสว่างวาบขึ้นมาทั่วห้อง

".... .."

"เชิญออกไปจากบ้านผมด้วยครับ"

"ไม่ออก"แอลดีนตีมึนยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนซีไนน์พยักหน้าช้าๆสองสามครั้ง

"ไม่ออกใช่ไหม?  ก็ได้นะ"ซีไนน์เดินกลับเข้าไปในห้องครัวก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับน้ำผลไม้ในกล่องใส่  อีกทั้งนมสดในขวด  มือเล็กยกขึ้นมาก่อนจะราดใส่คนร่างสูง แค่แอลดีนก็เอาแต่ยืนนิ่งๆ  จนน้ำในขวดหมดลงไป ร่างเล็กหายเข้าไปในครัวอีกครั้ง  อะไรที่แช่อยู่ในตู้เย็น ถูกโถมใส่คนร่างใหญ่จนเปื้อนไปหมด

"ออกไปเดี่ยวนี้นะ"ไม่มีน้ำตา มีเพียงน้ำเสียงสั่นๆกับแรงปาของผลทับทิมที่ปะทะเข้าอกแกร่งอย่างแรงจนแอลดีนยอมแพ้ ไม่ใช่เจ็บเพราะถูกปาของใส่  แต่ถ้าเขายังยืนอยู่อย่างนี้  เมื่อไหร่ร่างบางจะได้พักผ่อน

"โอเคๆ  ออกแล้วครับ"

จากหกโมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน แอลดีนนั่งอยู่ในรถในสภาพที่มอมแมมไปทั้งร่างกาย  มองเข้าไปในบ้านที่ไฟถูกปิดลงแล้วตั้งแต่เขาเดินออกมา  

 

แอลดีนก้าวไปในบ้านอีกครั้ง พยายามไม่ให้มีเสียงดัง  ขายาวก้าวช้าๆไปที่ห้องนอนตัวเอง ก่อนจะถอดเสื้อผ้าลงตะกร้า แล้วเลือกใส่ชุดคลุมอาบน้ำแทน

แอลดีนตัดสินใจเดินไปทางระเบียง เพื่อไปเข้าห้องของซีไนน์  โชคดีที่ซีไนน์ไม่ได้ปิดประตูกระจกไว้   แอลดีนก้าวเบาๆไปใกล้เตียงใหญ่ที่มีคนร่างเล็กกำลังนอนหลับในชุดเดิมพร้อมคราบน้ำตาและเสียงสะอื้น

แอลดีนยกมือแตะหน้าผากเล็กเบาๆก่อนจะสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าร่างบางตัวร้อนจี๋

แอลดีนตัดสินใจเปิดไฟทั่วห้อง ไม่สนใจว่าซีไนน์จะตื่นขึ้นมาแล้วด่าเขาขนาดไหน แต่ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ ได้ช็อคเพราะไข้แน่ๆ อย่างน้อยๆแค่ให้ได้เช็ดตัวคงจะค่อยยังชั่วขึ้น

แต่ผิดคาด เมื่อคนร่างเล็ก กลับหลับสนิทอยู่บนเตียง เพราะวันนี้ เจอแต่เรื่องหนักหนาสาหัส คงทำให้เพลียขนาดนี้ 

แอลดีนจัดการ เช็ดตัวเบาๆแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จนเสร็จสรรพ  เหมือนร่างกายจะเย็นขึ้นเล็กน้อย

 

เป็นอย่างนี้ก็ดีแล้วล่ะ

หลับได้สนิทขนาดนี้ก็ดีแล้ว

เขาเองจะได้ไม่ต้องห่วงมาก

เก่งขึ้นมากจริงๆ คนเก่งของอา

 

 

ขอโทษ

ขอโทษนะ

 

 

 

 

แสงสว่างจากดสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องสะอาด     เสียงนกกระจิ๊บดังขึ้นเบาๆ ราวกับต้องการขับกล่อมให้เป็นเพลง

ร่างสูงนอนซบแขนตัวเองที่ริมเตียงคนไข้อย่างไม่รู้สึกตัว

ดวงตาที่ปิดสนิทมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์กระพริบขึ้นช้าๆ

นิ้วมือขยับเบาๆเป็นการตอบสนอง น้ำตาหยดเล็ก ไหลออกมาขอบตา เมื่อรู้สึกว่า แสงสว่างที่ค่อยๆแยงเข้ามาทำให้ปวดตาไปหมด

ดวงตากลมโต พยายามกระพริบตาถี่ๆ ปรับสายตาของตัวเองจนสามารถมองเห็นภาพลางๆในห้องได้ชัดเจนมากขึ้น

"น้ำ" เสียงแหบแห้งจากคนบนเตียงเอ่ยเบาๆ

_______________

พี่ซีนจ๋าาาา มากอดหน่อยยย

หลังจากนี้โปรดจะเขียนบทหวานๆให้กระชุ่มกระชวยให้นะ

ขอโทษนะ อ่านเรื่องนี้แล้วเหนื่อยไหม

โปรดสงสารคนอ่านจนรู้สึกว่า  ควรเขียนต่อดีไหม

55555555

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายดราม่านะ ใครไม่ชอบน้ำตา ไม่ต้องเข้ามานะ

ขอโทษที่เพิ่งมาบอก

ตอนหน้าน้องฟื้นแล้ว  จะไม่เศร้ากันแล้วใช่ไหมรีดเดอร์ของโปรด

ไหน!  มาให้เช็ดน้ำตาหน่อย

5555555555

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว