มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 6 :: ชนสิทธิ์ 100%

ชื่อตอน : บทที่ 6 :: ชนสิทธิ์ 100%

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 :: ชนสิทธิ์ 100%
แบบอักษร

(ร่างที่อัลวิสเป็น VS ร่างที่อัลวิสเคยเป็น)

 เมื่อเจ้าสุนัขกินนมเสร็จแล้วอลิสาก็จับอัลวิสมาใส่ปลอกคอ ร่างขนดกนั่งนิ่งให้เธอจัดแจงใส่ปลอกคอโดยดีเพราะสุนัขตัวน้อยเอือมระอาตะกร้าสีชมพูที่อลิสาใช้หิ้วเขาไปมาเต็มที สีชมพูเป็นสีที่นักรบเกลียด มันดูสดใสเกินไป ดูสดใสจนไม่น่าจะเข้ากันกับโลกมืดมนใบนี้

“เสร็จแล้วจ้า” อลิสาบอกพร้อมกับอุ้มอัลวิสวางบนพื้น

หญิงสาวจูงลูกสุนัขตัวน้อยออกมาจากห้อง ร่างบางโดดเด่นในชุดเดรสตัวสวยเตรียมไปทำงาน

“มอนิ่งครับคุณอลิส”

“อ้าวคุณนนท์ มอนิ่งค่ะ”

อลิสารีบล็อกประตูห้องก่อนหันมาทักทายชนสิทธิ์พร้อมกับรอยยิ้มสวยสดใส ชายหนุ่มยืนอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นอลิสาในมาดอื่นนอกจากสาวผมยาวมัดหางม้าสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีน

วันนี้อลิสาถักผมเป็นเปียหลวมไว้ข้างหลังเปิดเผยใบหน้ารูปไข่หวานล้ำ ดวงตาสีเทากลมโตน่าค้นหาและมีเสน่ห์ในคราวเดียวกันทำให้ชายหนุ่มแทบหยุดหายใจเมื่อเผลอจ้องมอง

เปลือกตาคู่สวยแต่งแต้มสีส้มอ่อนมีประกายเพชรวิบวับขับให้ดวงตาคู่นั้นงามปานเทพธิดา ปากอิ่มสีชมพูยามนี้ฉาบด้วยลิปกลอสสีส้มอ่อนโทนเดียวกับเปลือกตาช่วยให้ปากเธอดูเย้ายวนน่าสัมผัส

“บ็อก!!” เสียงเห่าของอัลวิสเรียกสติชนสิทธิ์ให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ชายหนุ่มเกาศีรษะแก้เก้อเมื่อเผลอคิดลึกถึงขั้นได้สัมผัสริมฝีปากสีสวย

ชนสิทธิ์พูดไปตามที่ใจนึก “วันนี้คุณอลิสแต่งตัวสวยนะครับ จะไปเดตหรือเปล่า”

อลิสาหัวเราะเสียงใส เธอโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “วันนี้เป็นวันเกิดฉันค่ะ คิดว่าพออายุเยอะขึ้นก็ต้องทำให้ชีวิตแฮปปี้ขึ้นบ้าง ก็เลยเอาชุดที่เคยตัดไว้เล่นๆ มาใส่ค่ะ ช่วงนี้ผอมลงใส่ได้พอดีเป๊ะ”

นักรบเงยหน้ามองเธอทันที...หน้าอกคัพดีตอนนี้ของเธอคือช่วงผอมแล้วใช่ไหม!!

ชนสิทธิ์อดยิ้มตามเธอไม่ได้ “ครับ สวยทั้งชุดสวยทั้งคนใส่ แฮปปี้เบิร์ทเดย์นะครับ”

หญิงสาวยิ้มเขิน “ขอบคุณค่ะ”

ชนสิทธิ์ได้แต่ยืนยิ้มเขินอายไม่แพ้กัน เขารู้ว่าอลิสาเป็นคนสวย ถึงแม้เธอจะแต่งตัวปอนๆ ปล่อยผมเผ้ายุ่งเหยิงก็ยังสวย แต่ไม่คิดว่าพอได้จับอลิสาแต่งตัวนิดหน่อยแล้วจะกลายร่างเป็นเทพธิดาได้งดงามขนาดนี้

“ฉันขอตัวไปทำงานนะคะ” เสียงหวานเอ่ยอึกอักเมื่อเห็นดวงตาของชายหนุ่มมองเธอปานจะกลืนกิน

“แล้ววันนี้มีปาร์ตี้วันเกิดไหมครับ” ชนสิทธิ์รีบเดินมาขวางทางเธอไว้

ดวงตาคู่สวยช้อนมอง “มีค่ะ..กับเพื่อนๆ น้องๆ ที่ร้าน”

ชนสิทธิ์อยากใช้เวลาอยู่กับเธอมากกว่าทักทายหน้าห้องเช่า เมื่อมีโอกาสแล้วเขาก็รู้ว่าควรเริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย ชายหนุ่มเอ่ยบอกตะกุกตะกัก “เอ่อถ้าเป็นปาร์ตี้ที่ทำงาน....ผมคงไปไม่ได้...”

อลิสายิ้มตอบ เธอเองก็คิดว่าให้เขาไปด้วยคงไม่เหมาะ

ชนสิทธิ์สูดลมหายใจเข้าลึกรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไป “งั้นผมขอเลี้ยงหนังคุณอลิสเป็นของขวัญวันเกิดได้ไหมครับ”

อลิสาจ้องชนสิทธิ์ตาโต...นี่เขากำลังพยายามขอเธอเดตใช่ไหม!

“คือ..ผมมีนัดกับกลุ่มเพื่อนคนไทยอีกหลายคน ถ้าคุณอลิสไปด้วยก็คงสนุกกว่าเดิมครับ” ชายหนุ่มมองท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอแล้วรีบแก้ไขคำพูด

“ดีเลยค่ะ..ฉันอยากรู้จักเพื่อนคนไทยบ้าง ต้องรบกวนคุณนนท์แล้วล่ะคะ” ได้ยินว่าเพื่อนหลายคนอลิสาก็ค่อยเบาใจ เธอยิ้มสดใสก่อนบอกคำตอบ

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหัวใจเขากำลังขึ้นรถไฟเหาะด้วยความลุ้นระทึกกับคำตอบรับจากอลิสาและสุดท้ายหัวใจก็วิ่งลงมาอย่างสวัสดิภาพปลอดภัยเมื่อเธอไม่ปฏิเสธ

ครับ..วันเสาร์เรามีนัดกันนะครับ”

“ค่ะ เอ่อ..งั้น...งั้นฉันไปทำงานแล้วนะคะ” อลิสาบอกแก้เก้อ

“เดินทางปลอดภัยครับ ผมจะนั่งนับวันรอให้ถึงวันเสาร์เร็วๆ”

ร่างบางรีบก้าวเดินด้วยความเขินอาย อลิสารู้ว่าท่าทีของชายหนุ่มคือการเกี้ยวโปรยเสน่ห์และยั่วเย้าโยนหินถามทาง เธอเคยถูกจีบมาหลายรูปแบบ แต่กลับแพ้ทางให้หนุ่มขี้อายและสุภาพแบบนี้เสมอ

ชนสิทธิ์มีบุคลิกขี้อายและสุภาพแบบที่เธอชอบ มิหนำซ้ำเขายังเป็นคนไทยเสียด้วย อลิสาไม่ได้ใจเต้นแรงแบบนี้มานานแล้ว เธอจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่มันเต้นรัวแบบนี้คือตอนเจอนักรบ ...ผู้ชายเย็นชาคนนั้น

ผู้ชายที่นัดเจอเธอบนดาดฟ้าโรงแรมหรู เพราะเขาสามารถจอดเฮลิคอปเตอร์ได้สะดวก โดยไม่ได้คำนึงถึงเสื้อผ้าหน้าผมของเธอจะถูกลมพัดทำลายเลยสักนิด

ผู้ชายที่ทำให้เธอนั่งรอเขานานสองชั่วโมงเพื่อดินเนอร์กันเพียงครึ่งชั่วโมงเพราะเขาติดประชุมก่อนมา และยังต้องรีบไปต่างประเทศต่อ

ไม่เคยมีคำขอโทษจากเขาแม้เพียงครึ่งคำ แต่มีเครื่องเพชรชุดใหญ่ส่งถึงบ้านโดยที่อลิสาไม่ได้กล่าวตัดพ้อหรือกล่าวโทษสักแอะในความเฉยชาของเขา

......................

แก้มใสเจือไปด้วยสีแดงระเรื่อ ปากอิ่มเผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตระหว่างเธอกับนักรบ เขาเป็นคนยังไงกันแน่นะ....

“บ็อก!” นักรบเงยมองท่าทีนั้นด้วยความหมั่นไส้เพราะไม่รู้ว่าอลิสากำลังคิดอะไร

เจ้าสุนัขตัวน้อยเผลอกัดฟันกรอด ยามเจอเขาแล้วทำบึ้งตึงราวกับโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน แต่พอเจอไอ้นนท์กลับเขินแล้วเขินอีก ยืนยิ้มเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที มองไม่ออกว่าหมอนั่นมีเสน่ห์ตรงไหน!!

“แม่ฮะ!! ทัพอยากได้เครื่องบินบังคับ!”

!!!

เสียงเล็กคุ้นเคยทำให้นักรบหูผึ่ง ขาปุกปุยหยุดเดินแล้วหันไปตามต้นเสียงทันที

“อัลวิส!” อลิสาส่งเสียงดุเมื่อลูกหมาตัวน้อยของเธอไม่ก้าวตามแรงจูง นอกจากอัลวิสจะไม่ก้าวตามเธอแล้วเขายังวิ่งออกไปอีกทาง

นักรบวิ่งผ่านช่วงตึกอีกสองคูหามายืนหน้าร้านขายดอกไม้ขนาดใหญ่ ดวงตาสีน้ำตาลของเขาจ้องมองเด็กชายที่กำลังดึงแขนเสื้อของมารดา ภาพนั้นทำให้หัวใจของนักรบเต้นรัวเร็วราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก ความยินดีไหลปริ่มออกมาจนเขาอยากร้องไห้

หลังจากหมดความหวังในร่างหมาน้อยไร้ประโยชน์มานานร่วมเดือน นี่เป็นครั้งแรกที่นักรบรู้สึกมีความสุขจนอยากร้องไห้!

“ไปรอแม่ที่ร้านของเล่นกับลุงไมค์ก่อนนะครับ ทัพเลือกไว้ก่อน แม่จะซื้อของเล่นให้แค่สองชิ้นเท่านั้น ดังนั้นไปเลือกดีดีนะ ตกลงไหมครับ” หญิงสาวร่างบางย่อตัวลงคุยกับลูกชายของเธอ

“เย้!!” เด็กชายผมสีน้ำตาลชูมือขึ้นสูง ปากหยักสีแดงสดคล้ายคนเป็นพ่อยกยิ้มพอใจ จอมทัพช่างเหมือนอัศวินตอนเด็กเหลือเกิน

ตั้งแต่มารดาหย่าขาดจากบิดา นักรบแทบจะลืมไปแล้วว่าครอบครัวหมายถึงอะไร แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกได้ เขารู้สึกถึงสายใยแห่งครอบครัวถูกเชื่อมอีกครั้งผ่านหลานชายตัวน้อย

“อัลวิส!!” อลิสาส่งเสียงพร้อมออกแรงดึงสายจูงแต่ก็ไม่กล้าดึงแรงนัก

ตากลมโตแจ๋วแหว๋วสีน้ำตาลของเด็กชายมองเห็นเจ้าลูกหมาตัวน้อยยืนจ้องเขานิ่ง จอมทัพหันไปยิ้มให้หมาตัวเล็กก็ดูเหมือนมันจะยิ้มตอบเช่นกัน

“หมาน้อย!!” จอมทัพเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น เด็กน้อยลืมเครื่องบินบังคับในทันทีทันใด ร่างป้อมเดินเข้ามาหมายจะอุ้มลูกหมา

บอดี้การ์ดร่างใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลักเดินเข้ามาขวางไว้ก่อนที่มือเจ้านายตัวน้อยจะเอื้อมถึงสุนัข “อย่าครับ”

“บ็อก!” นักรบตวัดสายตามองไมค์หรือบอดี้การ์ดส่วนตัวของน้องสะใภ้ด้วยความไม่พอใจ

ด้านเด็กชายก็งอแงทันทีเพราะน้อยนักที่เขาจะโดนขัด “จอมทัพจะเอาลูกหมา!! จะเอาลูกหมา!!”

“แต่ลูกหมาไม่ใช่ของเล่นนะครับ คุณแม่บอกให้เลือกของเล่นเท่านั้น” ไมค์บอกอย่างใจเย็นพร้อมกับกุมมือเล็กไว้ในมือใหญ่ของเขา

คำพูดนั้นไม่ได้กระเด็นเข้าหูเด็กชายสักนิด ร่างน้อยมองผู้หญิงที่กำลังจูงลูกหมา “คุณผู้หญิงขายเท่าไหร่ฮะ”

อลิสาจ้องมองร่างป้อมนั้นด้วยความตกใจ*...ต้องเติบโตมาแบบไหนถึงได้ใช้เงินแก้ปัญหาตั้งแต่เด็กแบบนี้!*

“ไม่ใช่ของขายนะคะ”

“หนึ่งล้านได้ไหมฮะ...” เด็กชายกะพริบตาปริบๆ

ความคิดเห็น