ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 54(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 54(Rewrite)​
แบบอักษร

ก็อก ก็อก ก็อก! หลังจากที่ปล่อยให้ในห้องมีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นเบาๆ ก็ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีแขกมาที่นี่

"พี่เปิดให้ครับ"ลูคัสลุกขึ้นก่อนที่จะก้าวขายาวไปเปิดประตู  เห็นเด็กนักศึกษาที่อยู่ในชุดนักศึกษา ดูจากเน็คไทและกระดุมแล้ว ก็คือนักศึกษามหาลัยเดียวกัน ลูคัสขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคุ้นหน้าของทั้งสาม ก่อนจะรับไหว้เมื่อทั้งสามยกมือไหว้ตัวเอง แล้วหลีกตัวให้ทั้งสามเข้ามา

อ่าา รุ่นน้องที่คณะนี่เอง ลูคัสเหมือนเพิ่งจะนึกออก มองทั้งสามที่เดินไปที่เตียงคนไข้ เสียงพูดคุยดังเล็กน้อย ชายหนุ่มเลือกที่จะเลี่ยงไปนั่งที่ระเบียงเพียงคนเดียว ปล่อยให้ที่เหลือนั่งพูดคุยกัน

"ซีน"

"ทิ กอล์ฟ ถุง"

"ไอ้ลินมันยังไม่ฟื้นหรอ"เสียงกอล์ฟถามขึ้นพร้อมใบหน้าที่มองเพื่อนด้วยความคิดถึง  ซีไนน์ยกยิ้มบางๆแล้วส่ายหน้า

"แล้วหมอว่ายังไงบ้าง"คราวนี้ถุงถามบ้าง

"คงต้องให้เวลาหน่อย น้องเจอเรื่องร้ายๆมา อาการน้องก็สาหัสมากด้วย"

"แล้วทางตำรวจว่ายังไงบ้าง"ถุงถามต่อ  สายตาก็กวาดมองร่างคนป่วย

"คุณอาบอกว่าจะเป็นคนจัดการน่ะ แต่ถึงยังไงก็ต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด"

"ตื่นมาไวๆนะมึง พวกกูคิดถึง"เสียงกะทิเอ่ยออกมาสั่นๆ  ยื่นมือไปบีบมือเพื่อนเบาๆ

"มึงได้นอนบ้างไหมเนี่ยซีน"ถุงถามในขณะที่หันไปมองเพื่อน  ดูเหมือนเพื่อนเขาจะผอมลงไปเยอะนะ  ขอบตาก็ดูคล้ำๆ

"ก็นอน หลับบ้างไม่หลับบ้าง กูกลัวว่าน้องจะหายไปตลอดเลย"ซีไนน์กล่าว บางครั้งเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก  ระแวงไปหมดว่าน้องชายจะหายไป บางคืนก็ตื่นขึ้นมาพร้อมน้ำตา ยังดีที่มีแอลดีนคอยนอนกอด ปลอบเขาว่าไม่มีอะไร

"ไม่เป็นไรแล้วนะมึง แล้วนี่พ่อแม่มึง คุณอาอะไรไม่อยู่หรอ"กอล์ฟถามพลางกวาดสายตามองห้องคนป่วยที่ดูเหมือนจะกว้างเป็นพิเศษ

"ไม่อยู่อะ  กูเฝ้าไข้คนเดียว"ซีไนน์ส่ายหน้า

"แต่กูว่ามึงควรหาใครอีกคนมาเฝ้าด้วยนะ  มึงไม่เคยเห็นข่าวในทีวีรึไง ที่คนร้ายมันตามกลับมาปิดปากอะ"กอล์ฟเอ่ยออกมาน้ำเสียงหวั่นๆ  จนกะทิทนไม่ไหวทุบเข้าไปที่ต้นแขนเพื่อนแรงๆหนึ่งที

"อีกอล์ฟ!! มึงพูดทำซากอะไรเนี่ย หุบปากไปมึง"

"ก็..กูเป็นห่วงเพื่อนนี่"กอล์ฟทำหน้าสลด  สังคมเดี่ยวนี้มันไว้ใจได้ที่ไหนกัน

"พูดดีๆไม่ได้ก็เงียบไปมึง มึงอย่าคิดมากเลยซีน โรงพยาบาลนี่ก็ของที่บ้านมึง เขาต้องรักษาความปลอดภัยให้มึงได้อยู่แล้ว"กะทิหันมาปลอบเพื่อน เมื่อเห็นซีไนน์เริ่มมีสีหน้ากังวลใจ ซีไนน์ยอมรับว่าเขาเองก็กังวลใจอยู่บ้าง  คืนนี้เป็นคืนแรกที่เขาจะต้องนอนเฝ้าไข้ควานลินคนเดียว เพราะแอลดีนเองก็ขึ้นไปเชียงใหม่ด้วย มันทำให้เขาหวั่นเล็กน้อย

"อื้อ"ซีไนน์พยักหน้าให้เพื่อนหายห่วง แม้ตัวเองจะกลัวก็ตาม

"แต่ถ้ามึงกลัว พวกกูมาอยู่เป็นเพื่อนมึงก็ได้นะ"ถุงกล่าวต่อ ส่งผลให้ทุกคนพยักหน้าเออออเห็นด้วย แต่ซีไนน์ปฏิเสธ

"กูไม่เป็นไรหรอก ขอบใจพวกมึงมาก กูก็อยากให้พวกมึงอยู่ แต่พรุ่งนี้ ก็เริ่มเรียนตามตารางสักที มีเรียนเช้าเลยไม่ใช่รึไง"ไม่ใช่เขาไม่อยากให้เพื่อนอยู่ ถ้าทุกคนอยู่ด้วยเขาก็อุ่นใจ แต่ว่าช่วงนี้ ตารางเรียนของแต่ละคนก็เริ่มเข้าที่เข้าทางกันแล้ว หลังจากที่มหาลัยเริ่มเปิดมาได้สักพัก อีกอย่างพรุ่งนี้ตารางเรียนเพื่อนเขาก็มีเรียนเช้าตรู่กันทุกคน เขาเหนื่อยคนเดียวยังพอไหว แต่ถ้าให้เพื่อนมาเหนื่อยด้วย คงจะรู้สึกแย่ไม่น้อย

"มันก็จริง"กะทิพยักหน้า อีกอย่างก็รู้ด้วยว่านิสัยของซีไนน์มักจะห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ  เป็นเพื่อนกันมาหลายเดือนทำไมจะไม่รู้

"เพราะงั้น ไม่เป็นไรหรอก กูอยู่ได้"ซีไนน์ยิ้มกว้างแสดงความมั่นใจให้เพื่อนดู

"มึงแน่ใจนะ"ถุงถามย้ำอีกครั้ง

"แน่ใจดิ"

"ถ้ามึงคิดอย่างนั้นกูก็แล้วแต่มึง แต่ถ้ามีอะไรก็รีบบอกพวกกูนะเว้ย  อย่าบอกช้าเหมือนเรื่องไอ้ลินมัน ผ่านมาตั้งนานแต่เพิ่งบอกเมื่อวาน"กะทิเอ่ยด้วยความน้อยใจ  ที่ผ่านมาสงสัยมาตลอดว่าทำไมสองแฝดถึงไม่อ่านไลน์กลุ่ม ไม่ยอมตอบแชท แม้ว่าควานลินจะไม่ค่อยตอบแชทเป็นเรื่องปกติ แต่ผ่านไปสัปดาห์กว่า ไลน์ไม่อ่านโทรไม่รับ มันก็น่าสงสัย  ไปมหาลัย เจอกันแป้บๆ ไม่ทันถามอะไร อีกคนก็กลับซะแล้ว จนเมื่อวานต้องมานั่งบีบมานั่งถามว่าเกิดอะไรขึ้น  จึงรู้ว่าเพื่อนกำลังนอนไม่ได้สติ คิดๆแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้

"อื้อ"ซีไนน์พยักหน้าแรงๆ  จริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดเพื่อน แต่แต่ละวันของเขาก็ยุ่งๆ ไหนจะเฝ้าไข้น้องชาย ไหนจะงานบริษัท บางวันออกจากมหาลัยก็ตรงไปที่บริษัทเลย แทบไม่ได้เจอคนอื่น

"มึง ว่าแต่ทำไมพี่ลูคัส..."กอล์ฟถามก่อนจะบุ้ยใบ้ไปทางระเบียงห้อง

"อ้อ พี่ลูคัสมาเยี่ยมน้องน่ะ มาเยี่ยมเกือบทุกวันเลย"ซีไนน์ตอบราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร  แต่มันกลับแปลกใาความรู้สึกของทั้งสาม  ลูคัสสนิทสนมกับทั้งสองด้วยหรอ

"มาเยี่ยมทุกวัน?"กะทิพึมพำ

"อื้อ"

"พี่ลูคัสกับไอ้ลินเป็นอะไรกันหรอ"กอล์ฟถาม  ก่อนจะเม้มปากตัวเองแรงๆ ถามอะไรวะเนี่ย แต่ก็นั่นแหละ ถ้าลูคัสไม่ได้สนิทกับใครคนใดคนหนึ่งในนี้ แล้วจะมาทำไมเกือบทุกวันอย่างที่ซีไนน์บอก

"ก็เป็น...  "ซีไนน์ชะงัก คิ้วขมวดเล็กน้อย สิ่งที่เขารู้ก่อนหน้านี้เกี่ยวลูคัสและน้องชายของเขาคือ ควานลินไปติดหนี้อีกคน  แต่นี่ก็นานแล้ว หนี้อาจจะหมดแล้วก็ได้ อีกอย่างกาวิญญูเคยบอกไว้ว่าน้องชายของเขาเคยดูแลลูคัสช่วงที่อีกคนป่วย

เอิ่ม.....

"เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเหมือนพวกเรานี่แหละ พี่ลูคัสเขาช่วยน้องไว้น่ะ"ซีไนน์ตอบ แม้จะไม่ได้พูดถึงรายละเอียดอะไรมากมายนัก

"อย่างนี้นี่เอง มิน่าถึงมาเยี่ยมทุกวัน"ถุงพยักหน้าพึมพำ

"เอาอย่างนี้ดีไหมซีน"กะทิเอ่ยออกมาเมื่อปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่าง

"เอาอะไร..?"

"แป้บนะ"ไม่ได้ตอบอะไรเพื่อนแต่กลับเดินไปที่ระเบียง ซีไนน์มองกะทิไปอย่างงงๆ เห็นเพื่อนพูดอะไรสักอย่างกับลูคัส อีกคนก็พยักหน้าหงึกหงักสองสามที  ก่อนที่กะทิจะยกมือไหว้แล้วเดินเข้ามาในห้องอีกครั้ง

"มึงไปพูดอะไรกับพี่ลูคัส"เป็นถุงที่เอ่ยถาม

"คืนนี้ให้พี่เขาอยู่เฝ้าไข้ให้ไอ้ลินเป็นเพื่อนมึงละกัน กูไม่ไว้ใจให้มึงอยู่คนเดียว"กะทิตอบ

"มึงไปรบกวนพี่เค้าทำไม แค่นี้กูก็เกรงใจพี่เขาจะแย่แล้ว"ซีไนน์ถาม เอาจริงๆ เขาเองก็เกรงใจลูคัสจะแย่อยู่แล้ว แม้จะรู้สึกดีก็ตามที่มีลูคัสอยู่ด้วย

"พี่เขาเต็มใจ เมื่อกี้กูก็ถามพี่เขานะว่ารบกวนรึเปล่า พี่เขาก็บอกว่าไม่ กูว่าพี่เขาเต็มใจที่จะอยู่เป็นเพื่อนมึงเฝ้าไข้ให้ลินมันแหละ"กะทิเอ่ย  ความรู้สึกบางอย่างมันบอกกับเขาว่า บางทีลูคัสอาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ได้ยินมา เผลอๆ บางที เขาคิดว่า ลูคัสอาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดที่จะคอยปกป้องเพื่อนทั้งสองของเขาไว้

"แต่ว่า..."ซีไนน์ทำท่าจะท้วง หากแต่ถูกเพื่อนห้ามไว้ซะก่อน จึงทำอะไรไม่ได้

"มึงเชื่อกูเถอะ"

ทั้งสามนั่งพูดคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งดูเหมือนเวลาจะเดินไปเรื่อยๆจนเกือบบ่ายทั้งหมดจึงขอตัวกลับ ในห้องจึงเหลือเพียงลูคัสกับซีไนน์เพียงเท่านั้น

 

 

 

 

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่  หน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิท ผ้าม่านผืนใหญ่ปิดปกคลุมกระจก ทำให้มองไม่เห็น ฝนที่กำลังตกกระหน่ำอยู่ข้างนอก

"ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว"เสียงทรงอำนาจของเอลรอยดังขึ้น ส่งผลให้อีกคนที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกต้องเอ่ยถามเสียงเครียด

"พ่อหมายความว่ายังไงกันครับ"

"ก็หมายความว่า แกกลับอิตาลี่ไปซะ แล้วเลิกยุ่งกับที่นี่อีก"เอลรอยเอ่ย ไม่คิดจะเงยหน้ามองลูกชาย

"ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมจะกลับอิตาลี่ พร้อมแรมและควานลินหลานของผมเท่านั้น"แอลดีนบอกเสียงกร้าว ดูเหมือนอารมณ์ของเขาจะเดือดเล็กน้อยกับท่าทีนิ่งๆของบิดา

"แกไม่มีสิทธิแตะต้องพวกเขา ฉันให้เวลาแกทำงานตั้งนานแล้ว 6ปีแล้ว แต่แกยื้ดเยื้อกับฉันเอง ช่วยไม่ได้ ตอนนี้แกไม่มีประโยชน์กับฉันแล้ว ฉันได้พินัยกรรมที่นังคุณหญิงนั่นซ่อนไว้แล้ว ตอนนี้แกไม่มีสิทธิเอาใครไปจากที่นี่ไปเด็ดขาด"

"คุณพ่อหมายความว่า... "แอลดีนพึมพำ  ก่อนจะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตบฉาดใหญ่เข้าไปที่ใบหน้า

แก้ว... !

"ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าควรที่จะกำจัดใครเป็นหัวหมายเลขหนึ่ง ชื่ออะไร ซีไนน์ใช่ไหม  เด็กคนนั้นน่ะ คนที่ปัทมาแบ่งพินัยกรรมให้ถึง80%"เอลรอยเงยหน้ามองพลางยกยิ้มมุมปาก 

ในพินัยกรรมที่คนของเขาใช้เวลาเป็นปีกว่าจะแอบเปิดตู้เซฟนั่นมาดูได้ บอกไว้ว่าคนโตจะได้80%ของทรัพย์สินทั้งหมด ในขณะที่คนเล็กจะได้เพียง20%

"พ่อไม่มีสิทธิแตะต้องเขา!!!"แอลดีนกล่าวขึ้นมาอย่างเหลืออด ในใจเริ่มหวั่นกับท่าทีของผู้เป็นบิดา

ใช่ !  หากเอลรอยต้องการอะไร แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตคน  เอลรอยก็ทำมานับไม่ถ้วน

"ทำไมไม่มีสิทธิ หรือเป็นเพราะแบบนี้!!"  เอลรอยลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะแล้วโยนไปตรงหน้าลูกชาย

แอลดีนตกตะลึงกับภาพที่กระเด็นออกจากซองสีน้ำตาล  ภาพที่เขากับซีไนน์กำลังจูบกันที่สวนสนุกในวันนั้น

 

แอลดีนหยิบภาพที่เกลื่อนโต๊ะขึ้นมาก่อนจะกำแน่น

บ้าชิบ!!  เขาน่าจะระวังตัวเองสักนิด

"ฉันน่าจะเอะใจตั้งนานแล้วนะว่าทำไมแกถึงไม่ยอมทำอะไรสักที ที่แท้ก็หลงเด็กนั่นจนหัวปักหัวปำ"เอลรอยเอ่ยออกมาพลางแค่นหัวเราะ มองลูกชายอย่างดูแคลน

"พ่ออย่าทำอะไรเขานะ" แอลดีนกล่าวเบาๆด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ภายในใจกลับกระวนกระวายเสียไปหมด

"ฉันไม่จำเป็นจะต้องฟังเสียงแก แกกลับอิตาลี่ได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะทนไม่ได้ พังธุรกิจของแกทั้งหมด!!  ฉันคงไม่พังธุรกิจของแกอย่างเดียวแน่ๆ คนที่แกรัก ฉันก็ไม่เว้น"น้ำเสียงบ่งบอกถึงอำนาจประกาศกร้าว

"พ่อคิดจะทำอะไร"แอลดีนลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับบิดา ในมือกำรูปแน่นจนบู้บี้

"ฉันจะทำอะไร คงตอบไม่ได้หรอกนะ เพราะหน้าที่พวกนี้ฉันไม่ได้เป็นคนลงมือ"เอลรอยกล่าวเสียงเรียบหากแต่กลับรู้สึกเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ จนแอลดีนรู้สึกเกร็ง

พ่อของเขาไว้ใจไม่ได้

"หมายความว่ายังไงกัน...  หรือว่าพ่อใช้มือของเด็กนั่น..... งั้นผมจะไปบอกความจริงทุกอย่างกับทุกคน"แอลดีนเอ่ย 

ไหนๆเขาเองก็มีทางเลือกไม่มากนัก  ถึงจะไม่บอกความจริงกับทุกคนในตอนนี้สักวันทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดี บอกไปเสีย เรื่องทุกอย่างมันจะได้จบ

"แกคิดว่าจะมีคนเชื่อแกอย่างนั้นหรอ แกจะไปบอกกับใคร แรม ลูคัส  เด็กที่ชื่อซีไนน์นั่น หรือคนบ้านหลังนั้น ทุกคนคงจะเชื่อแกอยู่หรอกนะ  แต่ถึงแกจะทำจริงๆ  ก็อย่าลืมว่า หลานที่แกหวงนักหวงหนา น้องชายที่แกจะพาไปด้วย  อย่าลืมว่าพวกเขาอยู่ในกำมือฉัน ที่นี่คนของฉันเยอะกว่าคนของแก ถ้าคิดจะซ่อนพวกเขาไปจากฉันได้ก็ลองทำดู แต่ถ้ารู้ว่าทำไม่ได้ ก็อยู่นิ่งๆ อย่าคิดขัดขวางฉัน" เสียงเรียบหากแต่ทำให้คนฟังรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว

แอลดีนรู้ว่าเขาไม่มีทางขัดขวางเอลรอยไว้ได้  หากเอลรอยไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ  เขากลัวว่าจะไม่ใช่แค่แรมระวีกับควานลินที่ต้องเป็นอะไรไป

ซีไนน์เอง เอลรอยคงไม่ปล่อย

"..."

"อีกอย่าง ฉันให้แกอยู่เงียบๆ มันไม่ดีรึไง ยังไงซะเด็กนั่น มันก็แค่หมากของฉัน  หมดประโยชน์ฉันก็แค่กำจัดทิ้ง" เอลรอยกล่าวต่อ คำถามเหมือนต้องการความคิดเห็นแต่เปล่าเลย  มันคือคำสั่ง

"พ่ออย่าทำอะไรเขาได้ไหม"แอลดีนทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้ง บอกกับเอลรอยเสียงเรียบ

"ผมจะทำทุกอย่าง ผมจะเอาสิ่งที่พ่อต้องการทุกอย่างมาให้ แต่พ่ออย่าทำอะไรพวกเขาได้ไหม" แม้ว่าสุดท้าย ซีไนน์จะเกลียดเขาก็ตาม หากทำให้ซีนน์ไม่ตกอยู่ในอันตราย เขาก็ยอม จะอะไรเขาก็ยอม

"ฉันให้เวลาแกมาหกปีแล้ว แต่แกกลับ..."

"พ่ออยากให้พวกเขาหมดตัวใช่ไหมครับ  ได้! ผมจะเอาทุกอย่างที่เป็นของเขา ผมจะให้เขาไม่เหลือสมบัติอะไรสักอย่าง แต่อย่าทำอะไรเขา อย่าทำอะไรเขาได้โปรด" หมดสิ้นเสียงที่เคยโต้เถียง

ในเวลานี้แอลดีนได้แต่คิด  จะให้เขาต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แค่อย่าให้เอลรอยแตะต้องคนรักก็พอแม้ว่าเขาจะต้องร้องขออ้อนวอนยังไง  เขาก็จะยอมลดตัวลงเพื่อแค่ให้ซีนน์ไม่ต้องเป็นอะไรไป

"แกมาขอร้องฉันตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ฉันกำลังจะได้ทุกอย่างที่ฉันต้องการ"เอลรอยกล่าวออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจ  แม้จะยอมรับว่าประหลาดใจกับท่าทีที่อ่อนลงของลูกชาย หากแต่เขาก็ไม่คิดแยแส

"พ่อคิดว่าเด็กลูคัสนั่นจะยอมทำร้ายครอบครัวนั้นได้ลงคออย่างนั้นหรอครับ ถ้าพ่อคิดแบบนั้น พ่อคงคิดผิด"แอลดีนเงยหน้าสบตาผู้เป็นพ่อเต็มๆตา

"แกหมายความว่ายังไง"

"ลูคัสไม่มีวันทำร้ายคนในบ้านนั้น"แม้ว่าสิ่งที่พูดแอลดีนจะไม่รู้สึกไม่มั่นใจเลย 

แต่เวลานี้ เขารู้แค่ว่า เรื่องทุกอย่างเขาต้องเป็นคนจัดการเอง  เพราะเขาไม่รู้เลยว่า ถ้าเอลรอยหรือลูคัสเป็นคนลงมือ  ทุกอย่างมันจะแย่ลงขนาดไหน

เมื่ออีกคนอ่านเกมได้ทุกทาง แต่อีกคนเป็นแค่หมากในที่โล่ง

"แกกำลังจะบอกอะไรฉัน"

"ผมคงบอกพ่อได้แค่นี้ แต่ถ้าพ่อรอให้เด็กที่ชื่อลูคัสกำจัดคนในบ้านหลังนี้ ผมว่าพ่อคิดผิด"เขาหวังว่าสิ่งที่เขาพูดมันจะกลายเป็นจริง  เขาหวังว่าเด็กหนุ่มที่ทำสงครามประสาทกับเมื่อไม่นานมานี้จะไม่หลงกลแผนที่พ่อของเขาวางไว้ แม้ว่าเขาจะรู้ว่าคงเป็นไปได้ยาก

"ให้เวลา อีกแค่1สัปดาห์ พ่อจะเห็นข่าวว่าธุรกิจของบ้านหลังนี้ จะกลายเป็นของผมทั้งหมด"แอลดีนเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น

"หมายความว่ายังไงจะทำเป็นของแกทั้งหมด"

"พ่ออย่าลืมสิครับว่าผมเป็นหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทแห่งนี้พอๆกับเจ้าของบริษัทการที่กรรมสิทธิ์ทุกอย่างมันตกไปเป็นของพ่อโดยทันทีก็จะกลายเป็นที่น่าสงสัยเอานะครับ  บริษัทแกรนด์ไม่ใช่เล็กๆนะครับพ่อ เป็นที่จับตามองของคนมากมาย แต่ถ้ามันเป็นของผม อย่างน้อยมันก็น่าสงสัยน้อยกว่าไม่ใช่หรอครับ"แอลดีนกล่าวหว่านล้อม  เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นเอลรอยเริ่มมีสีหน้าคล้อยตาม

พ่อของเขาเป็นคนฉลาด ไม่ยอมเอาตัวเองไปเสี่ยงสุ่มสี่สุ่มห้าโดยพละการเด็ดขาด

"ฉันจะไว้ใจแกได้ยังไง"

"ก็ไหนพ่อบอกว่า สนใจแค่ให้พวกเขาหมดตัวไงครับ  สมบัติพวกนั้นจะเป็นของใครมันสำคัญด้วยหรอครับ แต่ถ้าคุณพ่อไม่ไว้ใจ  ทั้งหลานผม  ทั้งแรม ก็อยู่นี่ครับ ผมคงไม่เสี่ยงให้พ่อทำอะไรพวกเขาหรอกครับ"เขาจำเป็นต้องยื่นหมูยื่นแมว ไม่อย่างนั้น ทุกอย่างคงแย่ลงไปกว่าเดิม

"ก็ดี แต่อย่าลืม อีกแค่สามวัน  ต้องไม่มากกว่านี้  ฉันต้องเห็นว่าพวกมันล้มละลาย!!"เอลรอยพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ  แอลดีนทำได้เพียงตกลงรับปากก่อนจะเดินออกจากห้องกว้าง  ที่เขารู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังถูกผนังห้องบีบรัดตัวจนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

"ตกลงครับ"

 

 

 

เย็นมากแล้วลูคัสนั่งทำงานกับโน๊ตบุ้คบนโต๊ะอย่างตั้งใจ เขาโทรบอกให้กาวิญญูเอามาเองนั่นแหละ ไหนๆก็ได้มาอยู่เฝ้าคนตัวเล็กแล้ว ปั่นงานไปด้วยก็ดี

"นมครับ"ลูคัสเงยหน้ามองคนหน้าหวานที่ยืนขวดนมมาให้ตัวเอง ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"?"

"พอดีเมื่อกี้ซีนลงไปข้างล่างเลยแวะซื้อนมมาให้พี่ลูคัสด้วย น้องไม่ชอบกลิ่นกาแฟ ก็เลยไม่อยากเอากาแฟเข้ามาในห้องครับ พี่ลูคัสดื่มนมได้รึเปล่าครับ"ซีไนน์กล่าวออกมายืดยาวเมื่อเห็นว่าลูคัสยืนจ้องเขานิ่ง

"ดื่มได้ ขอบใจนะ" ลูคัสรับขวดนมจากมือซีไนน์พลางส่งยิ้มให้ ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อซีไนน์หันหลังไปนั่งทำงานอยู่มุมห้อง 

ลูคัสเหลือบไปมองซีไนน์บ้างเป็นระยะๆ  เขาเพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าซีไนน์ขึ้นมาเป็นตัวแทนผู้บริหารแทนผู้เป็นย่า แสดงว่าคงเก่งไม่น้อยเลยสินะ  

มันทำให้เขาสนใจ ถึงกับนั่งค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลรุ่งรัตนทิพากร จึงทำให้รู้ว่าร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศเลยทีเดียว

แถมคุณหญิงปัทมา ยังได้ชื่อว่าเป็นนักสังคมสงเคราะห์อีกด้วย เพราะเปิดสถานสงเคราะห์ใหญ่ๆถึง5แห่ง ไหนจะสถานสงเคราะห์เล็กๆตามชนบท เงินบริจาคให้กับโครงการผู้ยากไร้ ผู้พิการ อีกมากมายจนได้รับฉายาว่านักบุญธุรกิจ

หึ!

นึกถึงตอนนี้แล้ว ลูคัสกำหมัดแน่นขึ้นมา  นักบุญอย่างนั้นสินะ  แต่คงไม่รู้เลยว่าการกระทำของลูกชายตัวเองเมื่อ20กว่าปีก่อน มันทำให้แม่ของเขาต้องตาย

"เรื่องที่กะทิพูดกับพี่ลูคัสเมื่อตอนบ่าย ถ้ายังไง ซีนไม่รบกวนพี่ลูคัสแล้วกันนะครับ"ลูคัสหลุดจากความคิดตัวเองหันไปมองซีไนน์ที่ยืนส่งยิ้มให้เขาอย่างเกรงใจ

"พี่เต็มใจ"ลูคัสกล่าวเสียงเรียบ เขาเต็มใจจริงๆที่จะทำเพื่อคนที่กำลังนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ตอนนี้

"....."

"ตอนที่พี่ไม่สบาย น้องลินช่วยดูแลพี่มาเยอะแล้ว พี่แค่อยากตอบแทนบ้างน่ะ"

"ขอบคุณนะครับที่ใจดีกับน้องขนาดนี้" ซีไนน์กล่าว น้ำใจของรุ่นพี่คนนี้ เขาจะไม่มีวันลืมเลยล่ะ

"เย็นนี้อยากกินอะไรครับ พอดีเดี่ยวซีนจะกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้าน จะแวะซื้ออาหารเย็นมาด้วย กินข้าวด้วยกันนะครับ"ซีไนน์เห็นว่ารุ่นพี่คงจะไม่ออกไปไหนแล้วเพราะเห็นกำลังตั้งใจกับงานตั้งนานสองนานจึงตั้งใจจะซื้ออาหารเย็นเข้ามา

"ครับ"ลูคัสเองก็ไม่คิดปฏิเสธ

"พี่ลูคัส..."

"เรียกว่าพี่ลุคส์เหมือนเพื่อนพี่เรียกก็ได้"ลูคัสท้วงเมื่อเห็นซีไนน์เรียกชื่อตัวเอง

 

วัตถุประสงค์อะไรนะหรอ

อยากป้อนอาหารเสือ ก็ต้องให้เสือวางใจก่อนใช่ไหมล่ะ

"ครับ พี่ลุคส์จะกินข้าวกับอะไรดีครับ"

"แล้วแต่เลยครับ ซื้ออะไรมาพี่กินได้หมด"

"งั้น สักทุ่มกว่าๆซีนจะกลับมานะครับ"เด็กหนุ่มกล่าวพลางหยิบกระเป๋าและของส่วนตัวบนโต๊ะ พร้อมกับหันหลังเมื่อเห็นคนร่างสูงพยักหน้าตอบรับ

"ครับ"

พ้นหลังของซีไนน์ลูคัสหันกลับมามองควานลินที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง  มือหนายกขึ้นลูบแก้มนิ่มเบาๆ   

เป็นครั้งแรกที่เขาอยากให้คนตัวเล็กนอนหลับไปอย่างนี้อีกสักพัก  จะว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ได้

แต่เรื่องหัวใจ กับเรื่องความตายของแม่ของเขายังไงซะ เขาก็ต้องทำทุกอย่าง ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

แม้ว่าเขาจะต้องทำร้ายคนในครอบครอบของคนตัวเล็ก  แต่ความตายของพ่อกับแม่ของเขา เขาก็ต้องเรียกร้องความยุติธรรมนั้นคืน

ชีวิตมันก็ต้องแลกด้วยชีวิต!

 

แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจของคนตัวเล็ก ร่างกายของคนตัวเล็ก ก็ต้องเป็นของเขา

นั่นจึงทำให้เขาอยากให้คนตัวเล็กนอนอย่างนี้ไปอีกสักพัก

"ฝันดีอยู่ใช่ไหมล่ะ ฝันถึงพี่ด้วยนะ"ลูคัสก้มลงจูบหน้าผากเล็กเบาๆ

เขามันก็แค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ลูคัสยอมรับ

ใครๆก็ต่างเห็นแก่ตัวเพื่อความรักของตัวเองทั้งนั้นไม่ใช่หรอ?

________________________

อิพี่!!!!!!  คิดจะทำอะไรง่ะ

คุณอาอีก โอ้ยยยยยย.

สำหรับใครที่รอน้องฟื้น อีกประมาณสองตอนนะ  น้องก็จะฟื้นแล้ว ถ้าเบื่อตอนที่ไม่มีน้อง ก็รอก่อนนะ ค่อยอ่านข้ามไป.555555555555

จะบอกว่าปั่นครึ่งวันได้แค่สองตอน

ฮัลโหลววววววววววว

ตายแป้บ5555

อึดอัดไหม. คือ นิยายของโปรด โปรดชอบที่จะเน้นพล็อตแบบนี้อะ

แง้งงงงงง

มันอาจจะอึดอัดหน่อยนะ  ทนๆอ่านไปก่อนนะ5555

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว