facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 5 คนอกหัก...

ชื่อตอน : บทที่ 5 คนอกหัก...

คำค้น : เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2561 22:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 คนอกหัก...
แบบอักษร

​“พูดเรื่องอะไร” 

เขาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับตวัดร่างหล่อนขึ้นสู่วงแขนไปวางบนเตียง โจซิเฟียรู้สึกตกใจเป็นอันมากกับท่าทางที่แปลกไปของเขา พบกันครั้งนี้เขาไม่ทำท่าหยิ่งยโสไว้ระยะห่างเหมือนเช่นเคย แต่กลับรุกหล่อนอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว หรือมันจะเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่เขาจะใช้แกล้งหล่อนต่อไป ร่างสูงล้มมาทับทาบ ใบหน้าหล่อคมสันอยู่เหนือใบหน้าของหล่อนอย่าที่ทำให้โจซิเฟียแทบจะลืมหายใจ

“เบนจามิน สกินเบิร์ต!” 

หล่อนเรียกชื่อเต็มยศพร้อมกับพยายามผลักร่างเขาออก แต่ชายหนุ่มแกล้งกดลงไปหนักกว่าเดิม รู้สึกสะใจที่หล่อนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและตกใจ เขาชอบเวลาเห็นหล่อนหมดหนทางต่อกรกับเขาเช่นนี้

“ว่าไงโจซิเฟีย ฮาร์ตสัน คุณมีอะไรที่ติดค้างอยู่ในใจอยากจะเคลียร์กับผมก็ว่ามา ผมจะให้โอกาสคุณอย่างเต็มที่เลยตอนนี้ ผมเบื่อจะเป็นเหยื่อฝ่ามือของคุณเต็มทีแล้ว”

“ห๊ะ! อะไรนะ! เหยื่ออย่างนั้นเรอะ!” 

หล่อนตะคอกถามเสียงสูงราวกับไม่เชื่อหูของตัวเอง เขาว่าเขาเป็นเหยื่องั้นเหรอ! เขาคงลืมไปแล้วว่าทำไมหล่อนถึงตบเขาในแต่ละครั้ง ไอ้คนสารเลว!

“เบนจามินพูดไม่รู้เรื่องรึไงฮะ! โจจะบอกเจมส์นะถ้าคุณยังแกล้งกันอยู่แบบนี้ โจไม่ทนคุณอีกต่อไปแล้ว ทนมานานพอแล้ว พอกันที เกลียด เกลียด เกลียด ไอ้คนโกหกปลิ้นปล้อนหลอกเด็ก!” 

หล่อนตะคอกใส่หน้าเขาและทุกตุ๊บๆ เบนเพียงแต่มองนิ่งๆ ปล่อยให้หล่อนดิ้นจนเหนื่อยและหยุดไปเอง

“พูดเรื่องอะไรของคุณฮึโจ หลอกเด็กอะไร ผมไม่เข้าใจ” 

เขาเอ่ยถามเสียงจริงจังอยากรู้ โจซิเฟียหยุดทุบและเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตาโกรธจัดกว่าทุกครั้งที่เบนเคยเห็น

กริ๊ง-กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้นขัดจังหวะก่อนที่หล่อนจะทันได้พูดอะไรออกไป

“ปล่อย!”

 หล่อนส่งเสียงขุ่นขวางออกไปพร้อมกับผลัก เบนถอนหายใจก่อนจะยอมลุกขึ้นแล้วเดินไปยังตู้เสื้อผ้า วันนี้ตั้งใจว่าจะขึ้นไปหาเจ้านายตามปกติ ไปทักทายเด็กๆ และกินกาแฟ จากนั้นตารางก็คือการไปช่วยเชส ผู้รับผิดชอบโรงแรมแห่งนี้ดูแลเรื่องต่างๆ เพราะช่วงนี้เจ้านายไม่ได้ออกไปบู๊ที่ไหน เบนจึงอาสาช่วยงานที่นี่ ส่วนเจมส์นั้นรับงานเดินสารระหว่างบริษัทกับเพนต์เฮาส์ เป็นม้าเร็วให้เจ้านายหากจำเป็น

โจซิเฟียรีบลุกไปเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ

“โจกำลังจะลงไปแล้วค่ะเชอร์ล็อก” 

หล่อนกรอกเสียงลงไปพร้อมกับเร่งฝีเท้าออกจากห้องไม่แม้แต่จะชายตามองร่างสูงที่ยืนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกำลังผูกเน็กไทอยู่ เบนมองตามร่างบางจนได้ยินเสียงประตูข้างนอกปิดเสียงดังปังใหญ่ ชายหนุ่มถอนใจก่อนจะยักไหล่ทำท่าเสมือนไม่แคร์...

โจซิเฟียกดลิฟต์ลงมายังชั้นล่างตรงไปยังห้องอาหารของโรงแรม เชอร์ล็อกกวักมือเรียกจากโต๊ะริมผนังทำจากกระจกมองทะลุเห็นด้านหน้าของโรงแรม ช่วงนี้คนมาเที่ยวลาสเวกัสมากมายราวกับมดปลวกเลยทีเดียว หญิงสาวหย่อนตัวลงนั่ง

“เป็นอะไรยะ หน้าเหมือนตูด ปากบวมแดง ตาเขียวปัดแบบนั้นฮึยัยโจ” 

เชอร์ล็อกทักทันทีพร้อมกับยกกาแฟขึ้นจิบสังเกตใบหน้ามึนตึงของโจซิเฟีย หญิงสาวหญิงสาวยกการินกาแฟใส่ถ้วยเซรามิกให้ตัวเอง

“ไม่มีอะไรหรอก” ตอบออกมาเพียงเท่านั้นก็ยกกาแฟดำขึ้นดื่ม

“ไม่ต้องมาโกหกฉันยัยโจ แกกับเบนจามินมันผิดสังเกตขนาดนั้น อะไรกันนักหนาวะ แกจะสามสิบแล้วนะ เขาเองก็เท่าไหร่ฮึ หล่อเริดระเบิดระเบ้อชวนเก็บเอาไปฝันแบบนั้นจะอยู่เป็นโสดรอแกอีกสักกี่ปีกัน จะทำอะไรก็รีบทำซะ”

เชอร์ล็อกพูดยืดยาวด้วยความรู้สึกที่มองบางสิ่งบางอย่างออก ประกอบกับความชำนาญในเรื่องปะติดปะต่อเรื่องราวที่แอบได้ยินแทมมิร่าเล่ามาบ้าง

“หุบปากเลยนังเชอร์ พ็อกเก็ตมันนี่แกจะไม่เห็นแม้แต่แดงเดียวถ้าขืนยังพูดจาส่งเดชอีก ฉันเกลียดขี้หน้าเขา เขาไม่ใช่เทพบุตรเหมือนที่แกเห็นหรอก” โจซิเฟียเอ่ยเสียงขุ่น เชอร์ล็อกส่ายหน้าระอา

“เออๆ ฉันไม่รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางระหว่างแกกับเขาหรอก แต่แกแน่ใจเหรอ ว่าไอ้ที่แกเข้าใจมาทั้งหมดนั่นน่ะ มันถูกต้อง?”

เชอร์ล็อกอยู่ในวงการมายามานาน อ่านเกมและอ่านพล็อตหนังมาจนปรุ เรื่องราวของโจซิเฟียเขาเองก็ไม่รู้อะไรมาก เพราะไม่ใช่เพื่อนสมัยมัธยม แต่เพิ่งรู้จักกันเมื่อโจซิเฟียมาทำงานบันเทิงนี่เอง โจซิเฟียถอนใจ พยายามสงบอารมณ์ไม่อยากทำให้เชอร์ล็อกต้องเสียบรรยากาศกับช่วงพักผ่อนฮอลิเดย์

“แกอย่าใส่ใจเรื่องของฉันเลยเชอร์รี่ มันไร้สาระน่ะ เอาเป็นว่าเราลืมมันไปดีกว่า กินข้าวเสร็จฉันจะพาแกไปรู้จักกับวีรตาและคณะ วีรตาเป็นภรรยาของสเตฟาน แม็คเคนซี่ เจ้าของโรงแรมนี้เหมือนที่แกรู้”

“อ๊าย ฉันดีใจ ในที่สุดก็จะได้รู้จักสเตฟานตัวจริง ไหนจะเบอร์นาโด ฉันเป็นแฟนคลับพวกเขา” เชอร์ล็อกส่งเสียงระริกระรี้ทันที

“แกอย่าแต๋วแตกให้เขาเห็นก็แล้วกัน ที่ไหนมีสเตฟาน ที่นั่นมักมีเบนและเจมส์อยู่ด้วย แต่ช่วงนี้เจมส์ได้ลาพักยาวเพราะอี๊ฟไม่ค่อยสบาย เจมส์ต้องดูทั้งลูกทั้งเมีย เราต้องไปเยี่ยมที่บ้านสักวันก่อนกลับบอสตันนะ” 

โจซิเฟียเอ่ยบอกกับเพื่อน เชอร์ล็อกพยักหน้ารับทราบตารางเที่ยวด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น

“ทริปนี้มันคุ้มสุดคุ้มจริงๆ โว้ยนังเชอร์ จะได้พบกับทีมหนุ่มหล่อทั้งเซ็ต ฉันจะพยายามหุบปากไม่กรี๊ดเพื่อแกละกันนะยัยโจ” เชอร์ล็อกพูด จากนั้นบริกรก็เสิร์ฟอาหารที่เชอร์ล็อกสั่งเอาไว้

โจซิเฟียกำลังตักอาหารเข้าปากเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงในสูทเท่ของเบน นึกขึ้นได้ว่าเขาบอกว่าเขาช่วยงานเชสดูแลโรงแรมในช่วงนี้ คงเพราะเป็นไฮซีซั่นนั่นเอง ร่างสูงยืนอยู่ตรงประตูห้องอาหารกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดที่โต๊ะของหล่อน โจซิเฟียรีบส่งช้อนที่ตักอาหารไปจ่อปากเชอร์ล็อกแล้วแสร้งยิ้มหวาน

“อ้าปากเร็วนังเชอร์” แต่เสียงขู่รอดไรฟันออกมา เขาอยู่ระยะไกลไม่ได้ยินอยู่แล้ว

“เฮ้อ อะไรของแกอีกฮะ” เชอร์ล็อกทำเสียงบ่นนิดหนึ่งก่อนจะอ้าปากรับ

“ตักป้อนฉันด้วย” 

สั่งเพื่อนให้ทำท่าป้อนให้บ้างพร้อมกับยิ้มหวาน สายตาปรายมองทางประตู เห็นร่างสูงหันหลังก้าวยาวออกไปทันที โจซิเฟียจึงไม่ต้องอ้าปากรับอาหารจากเชอร์ล็อก

“ยัยโจเอ๊ย... แกเป็นเอามาก อาการแบบนี้มันคือพวกสับสนไม่เข้าใจตัวเองฉันจะบอกให้” 

เชอร์ล็อกเกริ่นจั่วหัวข้อซึ่งโจซิเฟียรู้โทนเสียงของมันดีว่ากำลังจะเริ่มปาฐกถาสั่งสอนราวกับหล่อนเป็นลูกมัน

“โอ โน่ๆ หยุดเลย อย่าเริ่มนังเชอร์รี่ เทศน์เก่งแบบนี้ต้องไปเจอกับวีรตา แกรีบๆ กินเถอะ ฉันจะพาขึ้นไปรู้จัก” 

หญิงสาวรีบตัดบทก่อนที่เชอร์ล็อกจะสั่งสอนเรื่องหล่อนกับเบนจามินอีก

เมื่อทานเสร็จก็โทรหาวีรตาซึ่งกำลังรออยู่ ส่วนสเตฟานนั้นลงมาออฟฟิศชั้นบริหารของโรงแรม เด็กๆ ปิดเทอมช่วงซัมเมอร์ พวกเพื่อนๆ ของโจซิเฟียที่มีลูกไม่ยอมส่งลูกไปเรียนพิเศษอะไรทั้งสิ้น เพราะมีความเชื่อว่าการเลี้ยงลูกนั้นควรให้เขาได้เจริญเติบโตตามวัยตามธรรมชาติ ได้เล่นได้สนุกสนาน เน้นพัฒนาทักษะด้านจินตนาการ การได้เล่นได้ลองจากประสบการณ์ตรง มากกว่าจะต้องการให้ลูกเก่งเรื่องทฤษฎีบ้าบอที่โรงเรียนยัดเยียดให้ โจซิเฟียเองก็เห็นด้วย

เห็นเจฟิโอกับดิเอโก้ในแต่ละปีนั้น เด็กน้อยฉลาดและร่าเริงสดใสมาก เป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดีสุดๆ และช่างพูดช่างคุยน่าตาก็น่ารักน่าชังเหลือเกิน โจซิเฟียเห็นแล้วก็อยากจะมีลูกบ้าง ก็เพียงแค่อยากเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดจริงจังเรื่องการแต่งงานมีครอบครัว คิดว่าอยู่แบบนี้ก็สบายดีอยู่แล้ว

เบนกดลิฟต์ไปยังออฟฟิศที่เจ้านายกำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่

“อ้าว มาพอดี วันนี้ฉันมีธุระกับไอ้เบอร์ดี้และไอ้รอยด์นิดหน่อย” 

เสียงเจ้านายเอ่ยขึ้น ร่างสูงสวมเสื้อยืดมีเสื้อแจ็คเก็ตหนังพาดตรงพนักเก้าอี้ประจำตำแหน่ง

“แล้วไม่ให้ผมไปด้วยเหรอครับ” 

เบนเอ่ยถาม ถ้าเจ้านายไปพบเพื่อนแบบนี้ น่าจะมีเรื่องน่าสนใจ หายเซ็งเสียที เช้านี้อารมณ์รู้สึกยังไม่เข้าที่เข้าทาง เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาและหงุดหงิดไปเสียหมด

“แกช่วยพาเจฟี่กับดีนไปหาโจซิเฟียที พอได้ข่าวว่าโจซิเฟียมา ดีนก็ร้องจะไปหาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว” 

ดิเอโก้นั้นติดโจซิเฟียมากเมื่อตอนเล็ก เพราะโจซิเฟียมาพักที่นี่อยู่นานพอสมควร เวลานี้ดิเอโก้ได้เกือบสามขวบแล้ว วีรตากำลังท้องลูกคนที่สามอยู่

“ผมทราบว่าเขากำลังจะพาแฟนไปเที่ยวชมเมือง ถ้าจะพบอาจจะต้องเป็นตอนเย็นมังครับ” 

เบนเอ่ยรายงานบอสใหญ่

“อะไรนะ แฟน? ใครมีแฟน? โจซิเฟียน่ะเหรอ?”

“ครับ” 

ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ เห็นเจ้านายทำหน้าเซอร์ไพรส์ สายตาจ้องหน้าเบนนิ่งๆ เหมือนกำลังจะค้นหาสิ่งผิดปกติบนตัวเขา เบนรู้สึกคันคะเยอกับสายตาเหมือนเรด้าของเจ้านายอย่างบอกไม่ถูก

“เฮ้ย ไม่จริงหรอกมั้ง มึงรู้มาจากไหน” 

เจ้านายซักทันทีด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง เบนถอนหายใจ

“เขามาถึงเมื่อตอนตีหนึ่งกับเชอร์ล็อก แฟนของเขา ห้องไอ้เจมส์คีย์การ์ดเสียเปิดประตูไม่ได้ ผมเลยให้เขาไปพักในห้องของผมเพราะโรงแรมมันเต็มหมด” 

เบนเอ่ยเล่าฉบับย่อ เห็นเจ้านายทำหน้าขมวดคิ้วชนกัน

“เขาบอกแกเหรอว่าเป็นแฟนกัน ทำไมไอ้เจมส์ไม่เคยรู้เรื่องน้องมันมีแฟน ไวน์เองก็ไม่เคยเห็นเล่าอะไรให้ฟัง โธ่เอ๊ย ไอ้เบน กูว่ามึงโดนหลอกแล้วล่ะ มึงมันไก่อ่อนต้องสอนขันจริงๆ เขาแกล้งอำมึงเล่นแน่ๆ แค่นี้มึงก็อ่านเกมเขาไม่ออกหรือไงวะ”

เสียงห้าวของเจ้านายสรุปฟันธงอย่างมั่นใจเช่นเคย

“ไม่อำหรอกครับ เขานอนด้วยกันในห้องของผม ส่งเสียงกัน เอ่อ จนผมนอนไม่ได้” 

เขาเอ่ยเล่าต่อเสียงเบาลงเพราะรู้สึกแสลงใจเมื่อนึกถึง

“ว้อท!” เสียงอุทานออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นเท้าสะเอวทำหน้าอ้าปากหวออยู่ครู่หนึ่ง

“ครับ ตามนั้น เสียงดังจริงๆ” 

เบนสรุป พยายามทำสีหน้าราบเรียบไม่แสดงอารมณ์อะไรให้เจ้านายรู้ว่าเขาหงุดหงิด

“อ้อ มิน่าล่ะ มึงถึงทำหน้าเหมือนแดกแห้วมาทั้งไร่แบบนี้ กูเข้าใจละ แต่ยังไงก็แล้วแต่ ผู้รู้ได้พูดเอาไว้ว่า อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ” เจ้านายทำเสียงสั่งสอนทันที เจ้านายเทศน์เก่งพอๆ กับเมียทุกวันนี้

“ได้ยินเสียงชัดขนาดภาพลอยมาแบบนี้ยังจะไม่ให้เชื่ออีกหรือครับบอส” 

เบนเอ่ยตอบ ลืมปฏิเสธที่สเตฟานพูดว่าเขารับประทานแห้วมาทั้งไร่

“ในโลกนี้ทุกอย่างเป็นมายา มึงไม่เคยได้ยินเหรอ เชื่อกู คนอย่างโจซิเฟีย ถ้าหากมีแฟนจริงๆ เขาจะทำอะไรในห้องมึงได้ยังไง เขาเป็นคนไม่ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อมึงก็น่าจะรู้ดี”

“แล้วเขาจะแกล้งทำแบบนั้นทำไมละครับ”

“อ้าว มึงก็ใช้สมองลองคิดดูมั่งสิวะไอ้เบน มึงชอบตอแยเขา ขนาดมึงคิดว่าเขาเป็นทอมก็ยังไม่วายไปแหย่ไปวุ่นวายกับเขา เขาคงจะเบื่อที่โดนมึงฉวยโอกาสเอาบ่อยๆ เลยแกล้งมีแฟนซะ เพื่อที่มึงจะได้ไม่ไปยุ่งกับเขาไงล่ะ”

สเตฟานเอ่ยวิเคราะห์อย่างคนมีประสบการณ์และวิจารณญาณแก่กล้า เบนไม่เข้าใจว่าเจ้านายไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่าเขาชอบตอแยหล่อน ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลยสักนิดเดียว

“ผมไม่ได้ยุ่งอะไรกับเขาอยู่แล้วนี่ครับ”

ตอบเสียงอ้อมแอ้มนิดหนึ่ง แต่เขาเชื่อเช่นนั้นจริงๆ ว่าไม่ได้ยุ่งอะไรกับหล่อน ต่างคนต่างอยู่มาถึงสิบกว่าปีอย่างที่เห็น สเตฟานยกมือโบกว่อน

“พอๆ มึงไม่ต้องปฏิเสธให้เสียเวลาทำมาหากินกู เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูจะจัดปาร์ตี้รวมพลเพื่อต้อนรับเขาที่เพนต์เฮาส์ เชิญแฟนเขามาด้วย เดี๋ยวก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร”

สเตฟานกล่าวสรุป เรื่องการวางแผนต้องยกให้เจ้านายของเขา ภายในห้านาที เจ้านายคิดแผนได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

“เขาคงไม่อยากปาร์ตี้มั้งครับ คงอยากจะใช้เวลากับแฟนมากกว่า” เบนเอ่ยโต้แย้งนิดหนึ่ง สเตฟานโบกมือต่อ

“มึงไม่ต้องค้านกู เอาเป็นว่ากูจะให้เมียกูจัดการเอง ว่าแต่มึงเถอะ แน่ใจนะว่าโอเค? หน้ามึงมันเหมือนหมาหงอยขนาดนี้ เฮ้อ เวรกรรมมันมีจริง กูเชื่อแล้ว”

เจ้านายเอ่ยเหมือนเป็นห่วงแต่ฟังอีกทีก็เหมือนกระหน่ำซ้ำเติมชอบกล เบนยกมือขึ้นลูบหน้า คงเพราะไม่ได้นอนอย่างเต็มอิ่มนั่นเอง เขาถึงรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ในเช้านี้

“ผมแค่เบลอๆ นิดหน่อยครับเพราะแทบไม่ได้นอนเมื่อคืนนี้” 

เขาเอ่ยบอกเหตุผล เห็นสเตฟานกระตุกมุมปากยิ้มเยาะ

“แล้วแต่มึงจะหาข้ออ้างแล้วกัน เชิญตามสบายเถอะไอ้เบน”

“ตกลงเจ้านายจะไปตอนไหนครับ” 

เบนเปลี่ยนเรื่องให้ไกลจากตัวเอง ไม่อยากคิดอะไรเกี่ยวกับคนที่กำลังจู๋จี๋ป้อนข้าวป้อนน้ำสวีทหวานกับแฟนหนุ่มของเจ้าหล่อนอยู่ เสียงครางกระเส่าเมื่อคืนยังคงตามหลอนประสาทเขาอยู่ไม่รู้หาย

“เดี๋ยวนี้แหละ ขอโทรหาเมียกูแป๊บหนึ่ง” 

เจ้านายกล่าวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาเมียรัก

“ไวน์จ๋า พี่จะออกไปข้างนอก เอ่อ พอดีมีนัดกับลูกค้าครับ ไอ้เบนจะพาเจฟี่กับดีนไปหาโจซิเฟีย พี่เสร็จธุระก็กลับ ไปไม่นานหรอกจ้ะ” กล่าวรายงานเชิงขออนุญาต

“ไปหาลูกค้าแน่นะคะฟาน” 

เสียงเมียที่กำลังท้องเจ็ดเดือนเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ เบนยืนมองเจ้านายด้วยความขำ ยังไม่เคยเข็ดเรื่องออกไปซ่าลับหลังเมียนะเจ้านาย แต่ทำไมรอบนี้ไม่ให้เขาไปด้วยก็ไม่ทราบ

“เอ่อ ก็ลูกค้าสิครับ และก็พอดีไอ้เบอร์ดี้กับไอ้รอยด์มันก็นัดจิบกาแฟกันแถวใกล้บริษัทน่ะจ้ะ” 

เสียงเกรงใจเอ่ยบอกเมียรัก

“ถ้านัดรอยด์กับเบอร์นาโดก็ไม่เป็นไรนี่คะ เชิญฟานตามสบาย เดี๋ยวโจกับเพื่อนเขากำลังขึ้นมาหาไวน์พอดี”

“โจกับเพื่อนเหรอ? เพื่อนหรือแฟน? เพื่อนชื่ออะไร” สเตฟานรีบถามและทำท่ากางหูผึ่งรอฟังคำตอบทันควัน

“อ๋อ เพื่อนเขาค่ะ ชื่อเชอร์ล็อก เพื่อนในวงการน่ะค่ะ เป็นช่างแต่งหน้าให้แทมมี่ไงคะ เห็นว่าไม่เคยมาเวกัส โจเลยจะพาเที่ยว”

สเตฟานดีดนิ้วดังเปาะ! อย่างพอใจ ไหมละ! เขาเคยเดาอะไรผิดเสียที่ไหน!

“รับทราบครับที่รัก เลิฟ ยูนะครับ” 

พูดเสียงหวานกับเมียเสร็จก็วางสาย เบนยืนมองอย่างรอคอยเพราะเห็นหน้าเจ้านายก็รู้ว่ามีข่าว

“กูบอกมึงแล้วไอ้เบน...มึงโดนหลอกเต็มๆ งั่งเอ๊ย” 

เจ้านายอวยพรให้ก่อนจะหัวเราะถูกใจที่ตัวเองเดาเรื่องได้ทะลุปรุโปร่ง

“ยังไงครับ”

“กูไม่บอกมึงดีกว่า เอาเป็นว่ากูให้เวลามึงพิสูจน์ความฉลาดฐานะเป็นบอดีการ์ดมือหนึ่งของกู วันนี้ถ้ามึงยังไม่รู้คำตอบและรู้ความจริง กูจะตัดเงินเดือนมึง” 

สเตฟานกล่าวพร้อมกับดึงเสื้อหนังขึ้นมาสวมแล้วเดินไปยังประตู 

"ผมก็ไม่ได้อยากรู้อะไรนี่ครับ ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว วันนี้ได้คีย์การ์ดห้องไอ้เจมส์ผมก็จะให้เขา แค่นี้ก็จบ" เบนเอ่ยน้ำเสียงเรียบเช่นเคย แต่สเตฟานทำเสียงรำคาญในลำคอ

 “พอเลยมึง กูเห็นคำว่า คนอกหัก ติดเต็มหน้าผากมึงเลยตอนนี้ มึงหุบปากแล้วก็ใช้เวลาที่เขามาอยู่ที่นี่ให้มันมีความคืบหน้า หยุดหลอกตัวเองเสียที มึงสามสิบสี่แล้ว กูขอร้องล่ะไอ้เบน" 

สเตฟานพูดน้ำเสียงไม่ได้ล้อเล่น เบนจึงยืนเงียบสงบปาก เขาไม่อยากโต้ตอบเจ้านายเพราะไม่ชนะอยู่ดี พูดไปสองไพรเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง วีรตา เมียเจ้านายเคยบอกเอาไว้ 

ถ้าบอสเชื่อว่าตัวเองคิดถูกแล้วละก็ ไม่ต้องไปเสียเวลาเถียง ไม่ชนะหรอก เรื่องระหว่างเขากับโจซิเฟีย ใครจะมารู้ดีเท่าตัวเขาเอง เบนเชื่อเช่นนั้น คำว่า คนอกหัก นั้นอาจจะเกิดกับใครต่อใครบนโลกนี้ แต่ไม่ใช่กับเบนจามิน สกินเบิร์ตแน่

"มึงขึ้นไปข้างบน ดูเด็กๆ หน่อย เจฟิโอถามหามึงแต่เช้า ไปสัญญาอะไรกับเด็กมันเอาไว้” 

เจ้านายเอ่ยเสร็จก็ไม่รอฟังคำตอบ เปิดประตูก้าวออกไปทันที เบนเดินตามไปถึงลิฟต์ ชายหนุ่มเห็นเจ้านายยกมือโบกให้ก่อนประตูลิฟต์จะปิด 

เบนจึงกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบนสุด เวลานี้หัวใจมันรู้สึกเหี่ยวเฉาแปลกๆ ไม่กระตือรือร้นเอาเสียเลย คงเพราะไม่ได้หลับได้นอนอย่างที่เขาบอกเจ้านายไปนั่นแหละ ดีเหมือนกันไปเล่นกับเจฟิโอและดิเอโก้ หวังว่าความสดใสแห่งวัยเยาว์ของเด็กๆ จะช่วยทำให้วันนี้ของเขาดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

****

สายแข็งใจเย็นๆ นะคะ เอ็นซีมาแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เมื่อเวลาผ่านไปและอะไรๆ กระจ่างชัดมากขึ้นอีกไม่นานเกินรอแน่นอนค่ะ จุ๊บๆ


ความคิดเห็น