facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ตายแล้ว? ตายอีกแล้วหรือ?! นางช่างเปลี่ยนร่างไวยิ่งกว่าผลัดอาภรณ์เสียอีก มิิหนำซ้ำยังต้องเป็นร่างของคนที่อยู่ข้างกาย 'เขา' อยู่เสมอเสียด้วย สวรรค์บอกนางทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!

ตอนที่ 2 สถานการณ์ไม่อำนวย

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 สถานการณ์ไม่อำนวย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 สถานการณ์ไม่อำนวย
แบบอักษร


                เหล่านางสนมที่โรมรันพันตูหยุดมือลงอย่างพร้อมเพรียงกันคล้ายถูกอากาศสกัดจุดก็ไม่ปาน แล้วเบนสายตาไปยัง “จุดวางศพ”ของสนมจ้าวอย่างไม่อาจควบคุมตนเองได้

                หลังจากนั้น ทุกคนต่างเงียบกริบ

                เฉินหรูอี้สาบานว่าแม้นางตายมาแล้วสองครั้งสองคราก็ยังไม่เคยพบเจอสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนเช่นนี้มาก่อน

                ฟื้นคืนจากความตายภายใต้สายตาจับจ้องของผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ หากพูดให้ไพเราะคือดวงชะตาแข็ง หากพูดให้เข้าใจง่ายหน่อยก็คงเป็นเช่นสตรีเสียงแหลมสูงผู้นั้นกล่าว นั่นคือ ศพปลอม เรื่องที่ตายไปแล้วแต่กลับฟื้นคืน ถ้าอยู่ในหมู่ชาวบ้านทั่วไป คงโดนจับใส่กรงหมูแล้วเอาไปถ่วงน้ำแล้ว เรื่องแบบนี้เองก็ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

                “สนมจ้าวเล่นลูกไม้อันใดหรือ? ในเมื่อมิได้เป็นอะไร เหตุใดไม่ส่งเสียง? เจ้าสบายดีทุกประการกลับทำให้บรรดาพี่น้องต้องกังวลใจ  สนมจ้าวช่างมีความคิดล้ำลึกพาให้ผู้คนคาดเดามิได้โดยแท้” สนมลู่น้ำเสียงเย็นชาแฝงแววประชดประชัน พูดพลางเดินเข้าไปใกล้เฉินหรูอี้

                หากเป็นสนมนางอื่นคงมีบาดแผลเต็มตัวจนผู้คนไม่อาจทนมอง แต่ทว่าสนมลู่นางนี้กลับหลบอยู่หลังองครักษ์ไปตั้งแต่แรก  การวิวาททั้งในและนอกเก๋งจีนนางไม่แม้แต่ขยับกาย สงครามย่อมๆ นี้ไม่มีผลกระทบต่อนางแม้แต่น้อย ผิวพรรณยังผ่องใส ผมแม้สักเส้นก็ไม่ระคาย

                “สนมจ้าวไม่เพียงแต่ร้องเพลงได้ไพเราะเท่านั้น แม้แต่ความสามารถในการหลอกตบตาคนก็ไม่อาจดูแคลน” สนมลู่ผู้มีคิ้วเรียวยาว เวลาไม่ยิ้มสีหน้าดูอึมครึมแต่เวลานี้นางยกมุมปากขึ้นยิ้มเย็นชาคราหนึ่งกลับยิ่งแสดงให้เห็นท่าทางหยิ่งผยองทั้งวางอำนาจบาตรใหญ่ได้อย่างชัดเจน

                เฉินหรูอี้เพิ่งมาถึง ไม่แน่ชัดในสถานการณ์จึงมิกล้าเอ่ยปาก เกรงว่าหากพูดไปจะเผยพิรุธ พาลให้ผู้คนเข้าใจว่าตนเป็นปีศาจร้ายที่มาสิงสู่แล้วสังหารนางทิ้งเสียมากกว่า

                จนกระทั่งได้เห็นใบหน้าอันหยิ่งผยองของสนมลู่ เฉินหรูอี้จึงได้คลายใจ  นับว่าพบคนคุ้นเคยยังมิถึงขั้นมืดมนเสียจนคลำทางไม่ได้

ยังคงเป็นรัชสมัยในราชวงศ์จิ้นของจักรพรรดิจางเหอ

เฉินหรูอี้ไม่ทราบควรปิติหรือทอดถอนใจดีเพราะไม่ว่าตายไปกี่คราก็ไม่อาจหลีกหนีจากเมืองหลวงแห่งต้าจิ้นได้

หนึ่งเดียวที่พอปลอบประโลมจิตใจได้คืออย่างน้อยก็ยังเป็นสภาพแวดล้อมที่นางคุ้นเคย ผู้คนก็ไม่นับว่าแปลกหน้าเกินไปนัก

หากแต่เดิมทีนางเป็นถึงหวงโฮ่วผู้สูงศักดิ์ แต่สตรีสกุลลู่เป็นเพียงพระสนมชั้นสูงขั้นสี่ (เหม่ยเหริน*) บัดนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว สตรีสกุลลู่ได้ให้กำเนิดองค์หญิงหย่งเจียแก่องค์จักรพรรดิจึงถูกแต่งตั้งให้เป็นพระสนมเอกขั้นสอง(ซิวเยวี่ยน*) แต่นางกลับมาอยู่ในร่างของพระสนมชั้นสูงขั้นสาม(เจี๋ยอวี๋*) ดังที่กล่าวว่าบรรดาศักดิ์ใหญ่ใช้คนไปตายได้ วังหลังก็เป็นเช่นนั้น   

“สนมจ้าว พี่ลู่พูดกับท่านอยู่นะ เหตุใดไม่ตอบคำ”

หนึ่งคือสนมจ้าว อีกหนึ่งคือพี่ลู่ ความสนิทชิดเชื้อแบ่งแยกอย่างชัดเจน

เฉินหรูอี้ยิ้มเย็นในอก คำพูดช่างดูดี สนมลู่พูดคุยกับนางเสียเมื่อไหร่เห็นชัดว่ากำลังเย้ยหยันนางอยู่ ด้วยฐานะที่สูงกว่าวาจาใดไม่น่าฟังล้วนกล้าเอื้อนเอ่ย  หากรู้แต่แรกว่าสตรีสกุลลู่เป็นพวกเลือกที่รักมักที่ชัง ในอดีตนางไม่ควรปฏิบัติต่อสตรีสกุลลู่ด้วยความใจกว้างหากแต่ควรสั่งโบยสตรีสูงศักดิ์ที่รู้จักเพียงใช้อำนาจรังแกผู้คนด้วยความริษยาหึงหวงวันละแปดรอบเพื่อสั่งสอนให้รู้สำนึก

ได้แต่คิดเช่นนี้อยู่ในใจ ยามนี้สถานการณ์ไม่อำนวย  นางไม่กล้าบันดาลโทสะใดๆ ออกไป

ไม่ว่าอย่างไรสนมลู่ก็เป็นสตรีที่มีผู้ค้ำชู จักรพรรดิจางเหอไม่อาจมองข้าม แต่ร่างนี้ของนางอาศัยเพียงรูปโฉมที่งดงามเท่านั้น แม้ผู้คนจะกล่าวขวัญว่าเป็นสนมคนโปรดของจักรพรรดิแต่ชาติตระกูลของร่างนี้เป็นเพียงราษฎรทั่วไปไม่มีบารมีใดให้พึ่งพิง

“ไม่ใช่...” เฉินหรูอี้กล่าวแย้งออกไป ผู้ใดจะรู้นางเพียงเอ่ยปาก แม้แต่ตนเองยังตกตะลึง

                อาจกล่าวได้ว่าที่เวียนว่ายตายเกิดไม่ว่าชาติที่แล้วหรือชาตินี้รวมเพิ่มไปอีกยี่สิบปีที่นางเกิดมายังมิเคยได้สดับฟังเสียงผู้ใดไพเราะเช่นนี้มาก่อน

                เสียงของร่างนี้ ใช่เคลือบน้ำตาลมากเกินไปหรือไม่?

                ซ้ำยังเป็นหลังจากจมน้ำมาแล้ว เสียงย่อมต้องมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง...

ไม่ต้องเอ่ยถึงจักรพรรดิจางเหอที่ทั้งสง่างามและเปี่ยมด้วยพลังแห่งวัยเยาว์ แม้แต่นางซึ่งเป็นหญิงได้สดับฟังยังกระดูกอ่อนเปลี้ย ตัวชาโดยไม่รู้ตัว

ในความเป็นจริงเฉินหรูอี้ไม่เพียงแต่ทำให้ตนแตกตื่นตกใจถึงขีดสุดเท่านั้นหากยังทำให้บรรดาสนมซึ่งพร้อมใจมีศัตรูคนเดียวกันพุ่งเป้ามาที่นาง ก่อเป็นรังสีอำมหิตจนผู้คนแทบจะทานทนมิได้

“องค์จักรพรรดิไม่ได้อยู่ที่นี้  สนมจ้าวอย่าได้ดัดเสียงให้เปลืองแรงเลย”

“จักรพรรดิไม่ได้ทรงประทับอยู่ที่นี่ เก็บลูกไม้ทำเสียงออดอ้อนของสนมจ้าวไปเสียเถอะ”

ผู้ที่เอ่ยเป็นสนมที่มีใบหน้าเรียวยาวสวมใส่อาภรณ์สีมรกต บนศีรษะมีปิ่นทองสองเล่มประดับอยู่ แต่มีเล่มหนึ่งที่แทบจะร่วงหลุดลงมาอยู่รอมร่อ ดูจากการแต่งกายไม่ใช่สนมยศสูงอันใดแต่กลับกล้าพูดกับสนมที่มีบรรดาศักดิ์สูงกว่าเช่นนี้ ไม่ทราบแน่ว่าเหตุเพราะอาศัยร่มไม้ใหญ่เช่นสนมลู่หรือเพราะถูกความริษยาบังตาจนไม่อาจแยกแยะฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

เฉินหรูอี้เปียกชุ่มไปทั่วสรรพางค์ เมื่อถูกวางไว้บนพื้นโดนลมพัดอยู่ค่อนวันแต่กลับแห้งไปเพียงครึ่งหนึ่ง นางรู้สึกเหมือนถูกอาภรณ์ที่เปียกชื้นรัดแน่นไปทั้งร่าง ทรมานเหลือคณา นางลูบผมที่เหนียวติดตามใบหน้า กล่าวเสียงเบาว่า:

“เสียงนี้เป็นมารดามอบให้ มิใช่ข้าประดิษฐ์ขึ้นแต่อย่างใด”

เหล่าสนมถูกกล่าวย้อนคืน วาจานางสมเหตุสมผล แต่ไม่ว่าอย่างไรก็รู้สึกเกลียดอยู่นั่นเอง

                “เจ้า เจ้า เจ้าไม่ใช่ศพปลอมหรือ ? ”  สนมหนิวตะเกียกตะกายขึ้นนั่งคุกเข่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “เจ้ายังไม่ตาย? เหตุใดไม่รีบบอก? เจ้าเจตนาให้เราวิวาทกันรึ?” กล่าวจบจึงเริ่มมีสติกลับคืนมา “ที่แท้ก็เป็นเช่นสนมลู่ว่าไว้ไม่มีผิด เจ้าช่างมีความคิดซับซ้อน เหตุใดถึงได้ชั่วช้าเช่นนี้ ขู่ให้คนกลัวแทบสิ้นใจ องค์จักรพรรดิไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”

                เฉินหรูอี้ตกตะลึงจนมิอาจเอื้อนเอ่ย คนผู้นี้พูดจาวกวน แต่ความสามารถในการพลิกแพลงนั้นนับว่าล้ำเลิศ

                เมื่อครู่ยังแตกหักกับสนมลู่อยู่แต่พอเห็นสนมจ้าวฟื้นคืนมา ไม่มีผู้ใดต้องรับผิดชอบชีวิตที่เสียไปแล้วนั้นพลันเปลี่ยนทิศทางกระบอกปืนในทันใด จากคำพูดเพียงประโยคเดียวเมื่อครู่เห็นชัดว่ากำลังโยนความผิดทั้งหมดมาที่นาง

                สายตาดูแคลนของเฉินหรูอี้คงชัดแจ้งเกินไปทำให้สนมหนิวผู้มีใบหน้าแสนหนายังมิอาจทานไหวจึงค่อยๆ หลบสายตาไปในที่สุด

                เฉินหรูอี้นั่งอยู่บนพื้นมาครึ่งค่อนวันกลับไม่พบนางกำนัลที่ติดตามมาช่วยพยุงนางขึ้นสักคนจึงใช้มือค้ำพื้นยืนหยัดลุกขึ้นด้วยตนเอง ร่างกึ่งเปียกกึ่งแห้งของนางไม่หลงเหลือสภาพคล้ายภูตวารีเช่นตอนถูกคว้าขึ้นมาจากน้ำอีกแล้ว บัดนี้สภาพของนางไม่ได้อเนจอนาถปานนั้น

                ผู้ใดจะล่วงรู้นางเพิ่งยืนตัวตรงขึ้นก็ได้ยินเสียงดังแว่วมาจากด้านนอกเก๋งจีน

“กุ้ยเฟยเสด็จแล้ว”

                ฝูงชนย่อกายลงโดยพลัน  ทั้งหมดล้วนทำความเคารพต่อกุ้ยเฟย

                เฉินหรูอี้รู้จักคล้อยตามฝูงชนย่อกายลงทำความเคารพกุ้ยเฟยเช่นกัน สายตาชำเลืองมองใบหน้าเย็นชาของต่งกุ้ยเฟย*ผู้ซึ่งควบคุมดูแลกิจการภายในฝ่ายในทั้งหมดเสมือนดั่งจักรพรรดินีขาดก็แต่เพียงนามเรียกขานว่าหวงโฮ่ว*เท่านั้น  

ต่งกุ้ยเฟยค่อยๆเดินอย่างช้าๆไปสู่เก๋งจีน  ในที่สุดก็หยุดฝีเท้าในตำแหน่งที่ห่างจากเก๋งจีนเพียงไม่กี่ก้าว

                “ผู้ใดสามารถอธิบายแก่เปิ่นกง*ได้ว่าเกิดเรื่องราวใดขึ้นกันแน่?”

                ต่งกุ้ยเฟยสวมกระโปรงยาวสีทองอร่ามปักลายหงส์ชมมู่ตาน* ดูสูงศักดิ์หาใดเปรียบ บนมวยผมประดับไว้ด้วยปิ่นเก้าหงส์*  คิ้วเรียวยาว นัยน์ตาหงส์ เมื่ออยู่ภายใต้แสงสุริยาคล้ายหงส์ฟ้ามาเยือนวสุธาอยู่หลายส่วน สีหน้ามิบ่งบอกโทสะแต่คล้ายมีโทสะ          

                สายตาของกุ้ยเฟยกวาดมองใบหน้าบรรดานางสนมทุกผู้ทุกนาม หลังจากเสียงอึกทึกเมื่อครู่ผ่านพ้นไปกลับแทนที่ด้วยความวิเวกดั่งสิ้นชีพก็มิปาน

                เพียงได้ยินเสียงเย็นเยียบของต่งกุ้ยเฟยเอ่ยว่า: “ชุมนุมดื่มสุราก่อเหตุวิวาท หากไม่ใช่เปิ่นกงชัดแจ้งว่าที่นี่คืออุทยานหลวง อาจเข้าใจว่านี่เป็นโรงเตี๊ยมชานเมืองที่ป่าเถื่อนหยาบช้า เปิ่นกงคงเมตตาพวกเจ้าเกินไปจนคิดว่าวังหลังแห่งนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ จะทำเรื่องเลวร้ายอันใดก็ได้เช่นนั้นหรือไม่?”


*****เหม่ยเหริน เป็นชื่อเรียกตำแหน่งของพระสนมชั้นสูง ซึ่งตำแหน่งนี้มีทั้งหมด 9 คน ลำดับชั้นยศขั้นที่ 4

*****ซิวเยวี่ยน เป็นชื่อเรียกตำแหน่งของพระสนมเอก ซึ่งตำแหน่งพระสนมเอกมีได้ 9 คน คนละหนึ่งตำแหน่ง ลำดับชั้นยศขั้นที่ 2

* เจี๋ยอวี๋เป็นชื่อเรียกตำแหน่งของพระสนมชั้นสูง ซึ่งตำแหน่งนี้มีทั้งหมด 9 คน ลำดับชั้นยศขั้นที่ 3

*ต่งกุ้ยเฟยกุ้ยเฟยแซ่ต่งหรือพระอัครเทวีแซ่ต่ง*****หวงโฮ่ว หรือฮองเฮา จักรพรรดินีผู้มีบรรดาศักดิ์สูงสุดในวังหลัง

*****เปิ่นกง เป็นชื่อเรียกแทนตัวของนางในชั้นสูง เช่น พระชายาในองค์จักรพรรดิเป็นต้น

*****มู่ตาน  หรือดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งของจีน

*****ปิ่นเก้าหงส์  คือลายของปิ่นปักผมที่มีหงส์อยู่ทั้งหมดเก้าตัว

ความคิดเห็น