facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 4 อาการนี้คือ...

ชื่อตอน : บทที่ 4 อาการนี้คือ...

คำค้น : เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2561 11:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 อาการนี้คือ...
แบบอักษร

เบนกดลิฟต์ลงไปยังชั้นล็อบบี้แล้วเดินออกไปยังหน้าโรงแรม พนักงานทักทายเขาอย่างคุ้นเคย บอดีการ์ดหน้าหล่อเหมือนนายแบบของสเตฟาน แม็คเคนซี่ บอสใหญ่แห่งแกรนด์เอ็มซีมักชอบออกมาเดินเล่นยามดึกแถวหน้าโรงแรม หรือไม่ก็สวนหลังโรงแรม

ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์ออกมาเขี่ยดูไปเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย ร่างสูงเดินไปนั่งตรงม้านั่งที่มุมหนึ่งของหน้าตึกซึ่งมีไว้สำหรับให้นั่งพักผ่อน

เวลาตีสี่แล้ว ใครมันจะยังตื่นอยู่เหมือนเขาบ้างนะ ไอ้พวกเผือกทั้งหลาย ตัดเจมส์ออกไปคนหนึ่งเพราะตั้งแต่แต่งงานมีลูกหนึ่งคน มันก็เป็นพ่อบ้านเต็มตัวเข้าสมาคมตามเจ้านายใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว

“ไอ้ไท มึงทำอะไรอยู่” 

ตัดสินใจลองกดโทรไปหาไทสัน มันเสือกรับสายด้วย เบนจึงยิ้มดีใจออกมา

“ตีสี่ มึงว่ากูควรทำอะไร” 

เสียงงัวเงียของไทสันเอ่ยถามกวนๆ มาตามสาย

“กูนอนไม่หลับ”

“นั่นมันปัญหาของมึง ไม่ใช่ปัญหาของกู” 

เสียงตอบกลับมาเร็วทันใจ เบนส่ายหน้า

“ขอบใจที่มึงเป็นห่วงกู” 

ชายหนุ่มประชดเพื่อนกลับ

“มึงมีธุระอะไร นายสั่งไปลุยหรือว่ายังไง นี่มันตีสี่นะไอ้เบน ถ้าไม่มีอะไรกูจะนอน” 

ไทสันเอ่ยถามเสียงห้วนตัดบท

“โจมา”

“โอเค” 

ไทสันตอบรับรู้เพียงสั้นๆ เบนเลิกคิ้วแปลกใจ

“แค่เนี้ย?” ชายหนุ่มถาม

“แล้วมึงจะเอาแค่ไหน” 

ไทสันถามเสียงฉงนมาตามสาย

“เขามากับแฟน” 

เบนเอ่ยเล่าอีกหน่อย คิดว่าไทสันจะต้องอึ้งเพราะมันสนใจโจซิเฟียอยู่

“โอเค”

“แค่เนี้ย?” 

เบนเอ่ยถามออกไปอีกครั้งอย่างเซอร์ไพรส์กับความเฉยเมยกับข่าวของไทสัน ได้ยินเสียงถอนหายใจระอาดังมาเข้าหู

“ขอประทานโทษเถอะไอ้เบน มึงมีธุระแค่นี้ใช่ไหม ตอนเช้ากูว่าง กูจะไปหาถ้ามึงต้องการจะปรึกษาปัญหาหัวใจ แต่ตอนนี้กูขอนอนก่อน แค่นี้นะ” 

ไทสันกล่าวเสร็จก็ทำท่าจะวางสาย

“เฮ้ย เดี๋ยวสิ มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ที่เขามีแฟนน่ะไอ้ไท ท่าทางเขาจริงจังด้วยนะ” 

เบนรีบเอ่ยเล่าต่อ ความจริงชายหนุ่มไม่รู้ตัวว่ามันคือสิ่งกวนใจเขาและเป็นอาการอัดอั้นตันใจของเขาเองที่อยากระบายให้ใครสักคนได้ฟัง

ทางปลายสายนิ่งไปครู่หนึ่ง เบนไม่แน่ใจว่าเพราะมันเพิ่งตระหนักว่าเขากำลังบอกข่าวร้ายแก่มันหรือว่ามันสับปะหงกหลับต่อกันแน่

“รู้สึก? มึงจะให้กูรู้สึกอะไร” 

เสียงรำคาญเอ่ยถามมาอย่างที่ทำให้เบนรู้สึกขัดใจและไม่ได้ดั่งใจในความช้าของไทสัน

“แม่งเอ๊ย...ไอ้ไท จะรู้สึกยังไง ก็รู้สึกหงุดหงิด รู้สึกอารมณ์เสีย รู้สึกเหมือนผิดหวัง รู้สึกกระวนกระวายใจ รู้สึกอยากเตะอะไรสักอย่างให้มันสะใจเล่น และรู้สึกเห็นไอ้หน้าขาวผมทองแล้วอยากตะบันหน้า อะไรประมาณนี้ไงวะ” 

เบนเอ่ยตอบเพื่อน ไทสันนิ่งไป

“รู้สึกเหมือนมึงกำลังรู้สึกอยู่ ว่างั้นเถอะ?”

“ฮื่อ...ใช่” เสียงรับในลำคอ

“พระเจ้าได้โปรดอวยพรไอ้เบนด้วย อาเมน” 

ไทสันกล่าวเสร็จก็กดปิดโทรศัพท์ทันที ทำเอาเบนอ้าปากหวอถือโทรศัพท์ค้าง

“ไอ้ฟี่” 

กดไปหาเมอร์ฟีบ้าง ได้ข่าวว่ามันกำลังจะบินไปฮอลิเดย์ที่เมืองไทยในอีกไม่ช้านี้

“ใครเป็นอะไรไอ้เบน” 

เสียงถามมาทันที ก็ตีสี่ถ้าใครไม่ตายหรือสาหัสหรือมีอะไรเร่งด่วน คนเขาจะโทรหากันไหม

“ไม่มี” 

เสียงตอบกลับสั้นๆ อย่างไม่เสียเวลาคิดสักนิดเดียว

“อ้าว แล้วเสือกโทรมาทำไมวะ กูโคตรเหนื่อยโคตรง่วงเลยตอนนี้” 

เสียงด่ามาตามสเต็ป

“โจมา”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”

“ไม่เกี่ยว แต่กูนอนไม่หลับ”

“ยิ่งไม่เกี่ยวกับกู” 

เมอร์ฟีเอ่ยต่อ น้ำเสียงเริ่มจะหมดความอดทนเพราะความเหนื่อยทั้งวันกับเจ้านายที่พาเขาขุดรื้อแปลงดอกไอริสเก่าและเอาของใหม่ลง

“กูนอนไม่หลับ เขานอนห้องกู”

“เออดีแล้วนี่ มึงก็จัดการเสียทีสิ”

“จัดการบ้าอะไรของมึง เขามากับแฟน กำลังสวีทกันอยู่ในห้องนอนกูนั่นล่ะ” 

น้ำเสียงเอ่ยเล่าที่เหมือนคนอกหักทำให้เมอร์ฟีต้องตั้งใจฟังมากขึ้น

“ฉิบหาย ทำไมอยู่ในห้องมึง”

“ห้องไอ้เจมส์คีย์การ์ดเสียกำลังรออันใหม่อยู่”

“อะไรของมึงวะไอ้เบน มึงกลับไปนอนก่อนเถอะกูว่า เปิดห้องใหม่นอนซะ อกหักยังไงก็ต้องนอนเอาแรงก่อนไม่ใช่มานั่งตากน้ำค้างเป็นพระเอกมิวสิควิดีโออยู่คนเดียวตอนตีสี่แบบนี้”

“พูดบ้าอะไรของมึง ใครอกหักไอ้เวรฟี่ โอเคกูไม่กวนละ มึงนอนเถอะ” 

เบนกล่าวเสร็จก็กดปิดโทรศัพท์ ชายหนุ่มนั่งหลับตาถอนหายใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง

ผู้คนยังมีเดินขวักไขว่ไปมาในเวลานี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของลาสเวกัส นักเที่ยวนักดื่มกอดคอกันเดินกลับที่พัก หนุ่มสาวบางคู่ก็อาศัยบรรยากาศของเมืองฮอลิเดย์และแสงไฟสลัวยามค่อนรุ่งดึงกันหายเข้าไปตามซอกตึก

ชีวิตคนเรานี้ต้องการอะไรกันแน่นะ แน่นอนว่าคำตอบก็คือความสุข มันเป็นคำจำกัดความที่มนุษย์ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา ทำทุกวิถีทางตั้งแต่เกิดจนตายให้ไอ้เจ้าความสุขนี้มันเกิดขึ้นในชีวิตของตัวเองให้มากที่สุด

แล้วเขาล่ะ เขาต้องการอะไร เบนจามิน สกินเบิร์ต เขามีความสุขหรือยังกับชีวิต คำตอบที่เข้ามาในหัวทันทีก็คือ โคตรสุขเลย ชีวิตที่เป็นอิสระเสรี มีเจ้านายที่เป็นเสมือนครอบครัวของเขา ครอบครัวที่เขาไม่เคยมีเป็นของตนเอง แต่สเตฟาน แม็คเคนซี่ให้เขาทุกอย่าง เรียกว่าให้ชีวิตใหม่แก่เด็กกำพร้าไร้อนาคตคนหนึ่งจนกระทั่งมาเป็นเขาคนนี้ คนที่มีครบพร้อมบริบูรณ์ทุกอย่างในความรู้สึกของเขา

อายุสามสิบสี่ปีเข้ามานี้ เขารู้สึกว่าตนเองจะคิดอะไรที่ไม่เคยคิดมาก่อนมากขึ้น ชีวิตที่ผ่านมามีครบทุกรสชาติ ทั้งสนุกสุดเหวี่ยงกับผู้หญิงจากทุกวงการ ลุ้นระทึกเสี่ยงตายกับงานบอดี้การ์ด ตะลุยดงเท้าฝ่ากระสุนกับเจ้านายและผองเพื่อน เติบโตอยู่ในครอบครัวที่เห็นเขาเป็นเสมือนสมาชิกคนหนึ่ง จะมีอะไรสุขไปกว่านี้อีกล่ะ เรื่องงานและเงินไม่ต้องพูดถึง มีมากมายเหลือเฟือและบริจาคให้มูลนิธิเด็กกำพร้าทุกปี

แล้วทำไมเขาถึงนอนไม่หลับ มานั่งตากน้ำค้างถอนหายใจเฮือกๆ อยู่แบบนี้

“หยุดไร้สาระได้แล้วไอ้เบน” 

เสียงพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นเดินเข้าโรงแรมขึ้นลิฟต์กลับไปยังห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไปเสียงทุกอย่างเงียบลงแล้ว เบนล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวเดิมแล้วพยายามข่มตาให้หลับ ไม่คิดถึงว่าใครกำลังทำอะไรกับใครในห้องนอนของเขา

รุ่งขึ้นเวลาเก้าโมง โจซิเฟียตื่นขึ้นมาก็พบว่าเชอร์ล็อกตื่นเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์พร้อมตะลุยเมือง

เมื่อเปิดประตูออกมาพบเชอร์ล็อกกำลังยืนคุยกับเบนอยู่ตรงห้องนั่งเล่น ร่างสูงสมาร์ตของเบนยังคงอยู่ในชุดเมื่อคืน ผมของเขายุ่งนิดหนึ่ง

“อุ้ย โจขอโทษ” 

โจซิเฟียรีบเอ่ยออกมาอย่างนึกขึ้นได้ว่าเขารอใช้ห้องนอนและห้องน้ำอยู่ หล่อนเล่นยึดห้องเขาจนกระทั่งสายแบบนี้ หญิงสาวลืมเรื่องเมื่อคืนไปเกือบหมดแล้วตอนนี้ ตื่นเต้นที่จะได้พบกับวีรตาและเด็กๆ รวมถึงจะนัดแนะพบกับคนอื่นๆ ด้วยในอาทิตย์นี้ จะนัดพบปะสังสรรค์ทำอะไรทานกันสักวันหนึ่งก่อนที่หล่อนจะกลับไปบอสตัน

“ไม่เป็นไร” เสียงทุ้มเอ่ยบอกราบเรียบไม่มองหน้า

“เที่ยวให้สนุกนะ” เขาเอ่ยพร้อมกับเดินก้าวเข้าไปในห้องนอนแล้วปิดประตูทันที

“อั๊ย นังโจ ยิ่งดูใกล้ยิ่งหล่ออ่ะแก ฉันงี้ใจสั่นระรัว เสียงทุ้มน่าฟังสุดๆ แต่เขาเหมือนจะงอนๆ แกทำท่าหมางเมินชอบกล” 

เชอร์ล็อกตั้งข้อสังเกต ทั้งสองพากันเดินออกไปจากห้อง วางแผนกันว่าจะไปทานข้าวข้างล่างแล้วโจซิเฟียจะโทรหาวีรตา

“งอนบ้าอะไรของแก หน้าแบบนี้คือโกรธที่ฉันยึดห้องเขาซะนานไงล่ะ เบนจามินไม่สนใจเก็บอารมณ์เพื่อรักษามารยาทมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อ้อ แล้วแกช่วยเก็บกิริยาอาการให้มากกว่านี้หน่อยนะเชอร์รี่ ฉันขอร้องล่ะ ขออาทิตย์เดียว นะแกนะ” 

"ฉันไม่สัญญาหรอกย่ะ แต่จะพยายาม เห็นหน้าแบบนั้นแล้วใครมันจะเก็บอาการเอาไว้ได้ยะ นังพวกนั้นถ้ามาเห็นมันคงจะยิ่งกว่าฉันอีก" 

นังพวกนั้น หมายถึงเพื่อนๆ ในแก๊งค์สาวเสียงห้าวของคุณเชอร์รี่นั่นล่ะ

โจซิเฟียส่ายหน้าไม่อยากโต้ตอบ เรื่องความหล่อเหลาของคนที่เพิ่งปิดประตูห้องนอนใส่นั้น หล่อนเห็นใครต่อใครกรี๊ดให้เขาจนชาชินเสียแล้ว หล่อแต่นิสัยแย่นิสัยเลว ไม่เคยอยู่ในสายตาของโจซิเฟียอยู่แล้ว 

ในส่วนลึกยังคงครุ่นคิดเสมอว่าฮาเปอร์กับลูกของหล่อนป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างและอยู่ไหนกัน ลูกที่ไม่ต้องถามก็รู้ว่าใครเป็นพ่อ หญิงสาวเดินไปยังลิฟต์ แต่ก็ต้องชะงักเท้าหยุดกึก

“เฮ้ย ฉันลืมกระเป๋าตังค์” 

โจซิเฟียนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เอากระเป๋ามา เพราะทีแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะออกมาเลย แต่เพราะเห็นหน้าคนบางคนก็เลยลืมอะไรต่ออะไรแบบนี้

“อะไรของแกยะ ตื่นก็สาย นี่ก็ลืมของอีก ฉันไปรอแกที่ห้องอาหารก็แล้วกัน รีบๆ ล่ะ” 

เชอร์ล็อกเอ่ยเสียงรำคาญเพื่อน

“ขอโทษ แกไปสั่งอาหารรอนะ ฉันไปไม่นานหรอก” 

โจซิเฟียเอ่ยพร้อมกับหันหลังวิ่งไปยังห้อง เชอร์ล็อกจึงกดลิฟต์ลงไปรอชั้นล่างของโรงแรม

โจซิเฟียเคาะห้องของเขาสองที รออยู่ครู่หนึ่งประตูก็เปิดออก ร่างสูงมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่าง หยดน้ำเกาะพราวบริเวณแผงอกกับลำตัวช่วงบน โจซิเฟียพยายามโฟกัสไปที่ใบหน้านิ่งของเขาแทนตรงกล้ามเนื้อท้องเป็นเป็นลอนซิกแพ็คสวย

“โจลืมกระเป๋า ขอเข้าไปเอาแป๊บนะ” หล่อนรีบเอ่ยบอกพร้อมกับวิ่งเข้าไปในห้องนอน เบนเดินตามเข้าไป

“มีแพลนไปไหนกัน” เขาเอ่ยถามพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเช็ดผมหยักศกสั้นยืนขวางประตูอยู่

“ไปทานข้าว แล้วก็พาเชอร์ล็อกชมเมือง” 

หล่อนเอ่ยตอบตามความจริงด้วยน้ำเสียงไม่ถึงกับกระด้าง ในใจรู้สึกผิดนิดหนึ่งที่ยึดห้องเขาเหมือนห้องตัวเอง วันนี้ไม่แน่ใจว่าเขาทำงานหรือเปล่า ถ้าทำก็หมายความว่าโจซิเฟียทำให้เขาไปทำงานสาย

“คุณทำงานหรือเปล่าวันนี้” 

เอ่ยถามออกไปอย่างพยายามลืมความบาดหมางระหว่างกัน อย่างน้อยเขาก็อุตส่าห์มีน้ำใจเสียสละห้องให้

“ผมช่วยเชสดูแลโรงแรมช่วงนี้” 

เบนเอ่ยตอบพร้อมกับจ้องมองหน้าของหล่อนนิ่งๆ ด้วยสายตาที่โจซิเฟียอ่านไม่ออก

“โจไปละ” 

หล่อนหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่แล้วเดินมายังประตู เขายืนอยู่ตรงนั้นและไม่มีทีท่าว่าจะหลีกทางให้ โจซิเฟียไปหยุดยืนตรงหน้าเขาแล้วเงยหน้าขึ้นมอง

“เบนจามิน”

“หือ”

“ขอผ่านหน่อย เชอร์ล็อกรออยู่ เขายิ่งเป็นคนโมโหหิวง่ายด้วย เขารอโจทานข้าวอยู่”

หล่อนเอ่ยบอก เพียงเท่านั้นใบหน้าหล่อเหลาก็ดูเหมือนจะถมึงทึงลงไปอย่างที่โจซิเฟียต้องกระพริบตากับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนั้น

“เหรอ คิดว่ากินกันจนอิ่มแปล้แล้วซะอีกเมื่อคืนนี้” 

น้ำเสียงประชดประชันพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ แขนกำยำดึงเอวบางมากอดแนบ โจซิเฟียทำตาโตตกใจ

“เบนจามิน จะทำอะไรฮึ!” 

หล่อนเอ่ยถามน้ำเสียงขุ่น เบนกระตุกยิ้ม ดวงตาคมจ้องมองไม่ละจากใบหน้านวลของคนในอ้อมแขน

“คุณคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะโจ” 

เขาก้มมากระซิบถามก่อนจะประจบปากไปบนเรียวปากอิ่มทันที

“อื้อ...” 

หล่อนดิ้นตามเคย เบนบดปากไปบนปากนุ่มอย่างหนักหน่วง ไม่แน่ใจว่าเป็นอารมณ์ต้องการลงโทษหรืออารมณ์อยากระบาย หรืออารมณ์ไหนกันแน่ เขาจูบหล่อนอย่างไม่ยอมให้หายใจหายคออยู่ครู่หนึ่ง

“จูบของผมพอสู้กับของไอ้หนุ่มนั่นได้ไหม” 

เขากระซิบอยู่เหนือริมฝีปาก โจซิเฟียอ้าปากจะโต้ตอบ เบนฉวยจังหวะนั้นสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากสวยทันที ลิ้นนุ่มกระหวัดพันกระตุ้นเร้าและโหยหา

โจซิเฟียตัวแข็ง หัวใจโลดเต้นแทบจะทะลุออกมาข้างนอก มือใหญ่ที่โอบตรงเอวดึงสะโพกหล่อนให้เข้าไปแนบกับร่างของเขา หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความกำยำล่ำสันของร่างกายแกร่งราวกับกำลังใช้มือลูบสัมผัส

เบนจูบหล่อนจนรู้ถึงร่างบางที่อ่อนระทวยพิงอกของเขาอยู่ ชายหนุ่มรู้สึกตัวจึงถอนริมฝีปากออก

“โจ” 

เสียงพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง โจซิเฟียหายใจหอบถี่พยายามจับออกซิเจนเข้าปอดเมื่อเขายอมถอนปากขึ้น

“ไอ้คนสารเลว” 

คำด่ายอดฮิตที่หล่อนใช้กับเขาประจำดังออกมาพร้อมกับฝ่ามือเรียวสะบัดไปบนแก้มซ้ายของเขา เบนหน้าหันนิดหนึ่ง เขายังคงโอบแขนรอบเอวบางไม่ยอมปล่อย จ้องสบตาโตสีฟ้าของหล่อนอย่างไม่แยแส

“ปล่อย!”

หล่อนตะโกนใส่หน้า ใบหน้างามแดงก่ำอย่างโกรธจัด อาการที่เบนคุ้นเคยเป็นอย่างดี  โจซิเฟียยกมือขึ้นทุบอกเขาเมื่อเขายังไม่ยอมปล่อย หล่อนไม่รู้ว่าจะสรรหาคำอะไรมาด่าเขาดีแล้ว เขายอมให้หล่อนทุบเอาทุบเอา เพียงยืนจ้องมองหล่อนเงียบๆ อยู่อย่างนั้น เหมือนจะดูว่าหล่อนจะมีฤทธิ์ถึงขนาดไหน

“เบนจามิน! คุณต้องการอะไรกันแน่ ทำไมต้องแกล้งกันแบบนี้ โจเกลียดคุณ รู้เอาไว้ด้วย! เกลียดที่สุดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด! ปล่อยเดี๋ยวนี้ พวกกินไม่เลือก หว่านเสน่ห์ คลำไม่มีหางเป็นเอา ไม่เว้นแม้แต่เด็ก!” 

หล่อนด่าพรั่งพรูออกมา เบนขมวดคิ้วเข้าหากันกับข้อกล่าวหาที่หล่อนด่าออกมาเป็นชุด 

 “พูดเรื่องอะไร” 

เขาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับตวัดร่างหล่อนขึ้นสู่วงแขนไปวางบนเตียง โจซิเฟียรู้สึกตกใจเป็นอันมากกับท่าทางที่แปลกไปของเขา พบกันครั้งนี้เขาไม่ทำท่าหยิ่งยโสไว้ระยะห่างเหมือนเช่นเคย แต่กลับรุกหล่อนอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว หรือมันจะเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่เขาจะใช้แกล้งหล่อนต่อไป ร่างสูงล้มมาทับทาบ ใบหน้าหล่อคมสันอยู่เหนือใบหน้าของหล่อนอย่าที่ทำให้โจซิเฟียแทบจะลืมหายใจ

****

เอาไปอีกตอนค่า ไรท์กำลังงานล้นมือค่ะ กำลังพล็อตคู่อื่นด้วย

เอร๊ยยย...ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตค่ะตอนนี้

ความคิดเห็น