facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 2 ประวัติศาสตร์ของเรา

ชื่อตอน : บทที่ 2 ประวัติศาสตร์ของเรา

คำค้น : เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2561 17:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ประวัติศาสตร์ของเรา
แบบอักษร

โจซิเฟียลากกระเป๋าไปวางตรงข้างตู้เสื้อผ้า แล้วล้มตัวลงนอนขวางเตียงทันที หญิงสาวหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ไม่ได้สนใจเชอร์ล็อกที่ปิดประตูเสร็จก็ยกมือขึ้นกุมอกด้านซ้ายของตัวเอง

“อ๊าย...กรี๊ดดดดดดด ฉันอยากกรี๊ดอ๊ะ ยัยโจ อั๊ย กรี๊ดดดด... คนอะไรโคตรหล่อ โคตรเท่เตะตาฉันดังป้าบสนั่นเลยแก งือๆ”

เสียงกระวี้ดกระว้ายกระตู้วู้ดังมาจากชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผมสีทองบลอนด์ที่นาทีก่อนหน้ายังเก็กมาดแมนเคร่งขรึมเต็มร้อย โจซิเฟียหรี่ตาขึ้นมองเพื่อนสนิทในวงการ เชอร์ล็อก หรือชื่อในวงการว่า เชอร์รี่ หรือในวงเพื่อนฝูงเรียกว่า นังเชอร์ ช่างแต่งหน้าส่วนตัวของแทมมิร่าและเมคอัปอาร์ติสแถวหน้าของวงการมายา ร่างสูงโปร่งกที่เดินตัวตรง บัดนี้กลับเดินบิดสะโพกนวยนาดมาหย่อนตัวนอนเคียงข้าง ลุ๊กซ์ภายนอกเหมือนนายแบบหนุ่มหล่อผมสีทองแต่ข้างในนั้นแต๋วสุดๆ

“ไหนหล่อนบอกว่าเขาดูไม่ได้เลยไงฮะนังโจ หน็อย หวงก้างเอาไว้ให้ตัวเองก็ว่ามาสิยะ นี่เสียดายฉันไม่น่ารับปากเล่นละครกับหล่อนเลยจริงๆ อ๊าย... ฉันรักเค้า นังโจ ฉันรักเค้า ฮือๆ” 

เสียงโอดครวญ พร่ำเพ้อยังคงดังออกมาจากนังเชอร์

“หุบปากได้มั้ยนังเชอร์ เดี๋ยวเขาก็ได้ยินหรอก แกอย่าแต๋วแตกให้เขารู้เชียวนะ ไม่อย่างนั้นทริปฟรีรอบนี้ แกจะต้องจ่ายคืนฉันทั้งหมด และจะไม่มีเงินพ็อกเก็ตมันนี่ตอนไปกาสิโนกัน เข้าใจมั้ย!”

โจซิเฟียทำเสียงเข้มทบทวนข้อตกลงกับเพื่อน เชอร์ล็อกหันมาค้อนให้หญิงสาว

“หล่อขนาดนี้ หล่อนจะเล่นตัวไปทำไมยะ อายุหล่อนจะขึ้นเลขสามแล้วแบบนี้ จะแกล้งเขาไปทำไมกันยัยโจ แทมมี่เล่าให้ฉันฟังว่า หล่อนกับเขามีซัมติงสเปเชียลกันมาหลายปีดีดักแล้วนี่” 

เชอร์ล็อกเอ่ยออกมาทำตาเคลิ้มฝันต่อไปเมื่อนึกถึงหน้าหล่ออลังการของบอดีการ์ดนามเบนจามิน

“นังบ้า ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้ ใครใช้ให้พูดถึงตัวเลขฮึ! หยาบคายที่สุด! แล้วแกเอาอะไรมาพูด เล่นตงเล่นตัวอะไรกัน แล้วใครไปแกล้งใคร ฉันกับเขาไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกัน เป็นศัตรูหมายเลขต้นๆ ของฉัน แกลืมไปแล้วรึไง!” 

โจซิเฟียใส่เพื่อนเสียยาวเหยียด เชอร์ล็อกหันมาสะบัดหน้าใส่เป็นการตอบกลับ

“เออๆ แล้วแต่หล่อนเถอะย่ะ แต่อย่ามาร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดก็แล้วกันถ้าตอนหลังฉันได้เขาเป็นผัวน่ะ” 

เชอร์ล็อกทำเสียงสูงพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืน

“แล้วไม่สนเขาทำไมต้องแต่งเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวว่าหล่อนกับฉันเป็นแฟนกันด้วยก็ไม่รู้ กะอีแค่จะมาเที่ยวลาสเวกัสแค่เนี้ย” 

เชอร์ล็อกบ่นเสียงสูงต่อแล้วเดินไปหยิบกระเป๋ามาเปิดและรื้อเสื้อผ้าที่จะใช้ออกมา

โจซิเฟียแกล้งทำหลับตาไม่ได้ยิน เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ได้พักเบรก ซีซั่นที่สองของซีรีส์ที่แทมมิร่าเป็นนางเอกเพิ่งปิดกล้องไป หล่อนรู้สึกเหนื่อยจากงานถ่ายทำที่ยาวหลายเดือนต่อเนื่อง อยากพักเบรกเสียหน่อย ชวนแทมมิร่า แต่แทมมิร่านัดกับทอม บาเรส พระเอกที่แสดงคู่กับหล่อนในซีรีส์สุดป็อบปูล่านี้ไปฮาวายด้วยกัน 

โจซิเฟียจึงถือโอกาสบินมาลาสเวกัสเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ อยากมาเยี่ยมเพื่อนๆ ที่เมืองนี้ นานหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้พบกัน ตั้งแต่งานแต่งของแซมกับโซเฟียโน่นล่ะ

โจซิเฟียต้องการมาพักที่ห้องชุดของเจมส์เพราะสะดวกและใกล้กับวีรตาและครอบครัว อีฟเวอรีน อมิยาและไอร่าก็อยู่ไม่ไกลกัน เรียกได้ว่าโรงแรมแกรนด์เอ็มซีเป็นเซนเตอร์พอยต์เลยก็ว่าได้

แต่โจซิเฟียไม่ลืมว่ามีใครคนหนึ่งเป็นเจ้าที่อยู่ที่นี่ เจ้าที่แรงเสียด้วย หล่อนจึงต้องป้องกันตัวเอาไว้ก่อนเพราะไม่เคยไว้ใจเขา คนเกลียดขี้หน้ากัน เวลาเจอกันเขาเป็นต้องแกล้งจูบหล่อนทุกทีที่มีโอกาส โจซิเฟียรู้ดีว่าเขาแกล้งจริงๆ แกล้งร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน หล่อนเกลียดขี้หน้าเขานัก ขนาดเขาคิดว่าหล่อนเป็นทอมเขาก็ยังไม่วายมายุ่งด้วย สารเลวจริงๆ

โจซิเฟียนึกย้อนไปถึงเมื่อหลายปีก่อน ฮาเปอร์เพื่อนสนิทสมัยไฮสกูลของหล่อนหลงเขาหัวปักหัวปำ เรียกว่าอาการคลั่งรัก พร่ำเพ้อละเมอหาแต่พี่เบนของเจ้าหล่อนจนไม่เป็นอันทำอะไร เขาเองก็คอยส่งอะไรต่ออะไรให้เจ้าหล่อนอย่างผู้ชายที่ชอบหว่านเสน่ห์ ฮาเปอร์เอาของที่เบนให้มาอวดเพื่อนๆ ในกลุ่มอยู่เสมอ

โจซิเฟียเกลียดนักที่เขาเป็นคนเจ้าชู้ไม่เลือกที่เช่นนี้ เด็กสาวอายุสิบหกเขายังหลอกได้ลงคอ โจซิเฟียเตือนฮาเปอร์แล้วแต่เพื่อนไม่เชื่อ โจซิเฟียจึงไม่สนใจเรื่องของเบนกับฮาเปอร์อีกเลยหลังจากนั้น

เมื่ออายุสิบแปด ถึงเวลาเข้ามหาวิทยาลัย โจซิเฟียกับฮาเปอร์สอบเข้าได้คนละที่แต่ก็พักอยู่อพาร์ตเม้นต์เดียวกัน หลังจากได้รับการ์ดวันเกิดได้ไม่นาน ฮาเปอร์ก็ร้องไห้ฟูมฟายกับโจซิเฟียเล่าว่าเบนบอกเลิกหลังจากกลับมาจากฉลองวันเกิดกันสองต่อสองที่ฮาเปอร์ก็ไม่ได้บอกโจซิเฟียว่าที่ไหน

ต่อมาวันงานเลี้ยงที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น โจซิเฟียได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนอีกคนว่า ฮาเปอร์อยู่โรงพยาบาล เพื่อนหล่อนได้พยายามทำแท้งเพราะตั้งท้องได้สามเดือน แต่หมอช่วยเอาไว้ได้ทันทั้งแม่และลูก ฮาเปอร์ลาออกจากมหาวิทยาลัยและไม่ติดต่อกับโจซิเฟียอีกเลย หายไปจากชีวิตของหล่อนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“เอ้า มัวแต่นอนถอนหายใจเฮือกๆ จะอาบน้ำหรือเปล่าล่ะยะ ฉันจะอาบก่อนละนะ ง่วงสุดขั้วแบบนี้ถ้าฉันสลบคาห้องน้ำหล่อนก็ช่วยลากออกมาด้วยก็แล้วกัน”

เชอร์ล็อกกล่าวเสร็จก็ถอดชุดสวมเสื้อคลุมสีชมพูจี๊ดจ๊าดเดินเข้าไปในห้องน้ำ

โจซเฟียขยับตัวลุกขึ้นอย่างเมื่อยล้า เพิ่งมีโอกาสได้มองสำรวจไปรอบห้องนอนของเขา โทนสีเทาน้ำเงินแซมทอง ชุดเครื่องนอนสีน้ำเงินริ้วขาว เฟอร์นิเจอร์โทนน้ำเงิน...สรุปว่าเขาชอบสีน้ำเงิน

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะอยากสอดรู้สอดเห็น โจซิเฟียเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าบิลท์อินตลอดผนังออกดู ภายในส่วนใหญ่เป็นชุดสูท เสื้อเชิ้ตเสื้อยืดหลากสี กางเกงสแล็คสีดำ กางเกงยีนส์มีหลายสิบตัวแขวนเรียงรายเป็นระเบียบ เสื้อสีขาวกับน้ำเงินมีมากที่สุด ตู้รองเท้าแยกต่างหาก หญิงสาวเดินไปดึงลิ้นชักทุกลิ้นชักในตู้ แอบสงสัยว่าตลอดเวลาหลายปีมานี้เห็นฮาเปอร์ส่งจดหมายมาให้เขาเยอะแยะไปหมด เขาจะยังเก็บมันเอาไว้อยู่หรือเปล่า

ชั้นบนสุดมีกล่องไม้วางตรงมุมด้านใน โจซิเฟียหาเก้าอี้มายืนแล้วหยิบมันลงมาดู ขอยอมเสียมารยาทอย่างอดใจไม่ไหวหน่อยเถอะ

ภายในนั้นมีเอกสารที่โจซิเฟียมองดูแล้วไม่ใช่จดหมายจึงเก็บมันเข้าที่ตามเดิม มีอัลบั้มภาพเก่ามากอยู่ในนั้น หญิงสาวเปิดออกดู เป็นรูปเด็กชายที่ทำให้โจซิเฟียชะงักนิ่งมอง เบนจามินตอนเด็กหรือนี่ ร่างผอมบาง อายุน่าจะประมาณสิบขวบไม่เกินนั้น ใบหน้าจ้องกล้องเขม็งไม่มีรอยยิ้ม ท่าทางดุและไม่มีความกลัวในดวงตาของเด็กชายในรูปภาพ โจซิเฟียได้ยินเจมส์เล่านิดหน่อยว่าเบนจามินโตมากับบ้านเด็กกำพร้าหรืออะไรประมาณนั้น หัวใจกระตุกกับสายตาทรงพลังคู่นั้น

พลันหญิงสาวก็เห็นสมุดปกสีน้ำเงิน...ไดอารี่เหรอ? เขาเขียนไดอารี่เป็นด้วยหรือ? โจซิเฟียนั่งไปบนเก้าอี้ไม่ได้รู้สึกผิดกับการละลาบละล้วงของส่วนตัวของเขาในครั้งนี้แม้แต่น้อย ถือว่าเทียบไม่ได้เลยกับการที่เขาละลาบละล้วงล่วงเกินเนื้อตัวของหล่อนถึงสามครั้งน่ะ หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเอง

ตรงกลางไดอารี่ถูกคั่นด้วยอะไรบางอย่าง โจซิเฟียเปิดมันกางออก มีรูปภาพซ้อนกันอยู่หลายใบ มันเป็นรูปภาพของ...

“ว้อท!” 

เสียงอุทานดังออกมากับตัวเอง สายตาจ้องมองรูปภาพในมือ ภาพแต่ละภาพเป็นภาพหล่อนทั้งนั้น เป็นต้นว่า ตอนงานเลี้ยงปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงที่เพนต์เฮาส์ของสเตฟาน หล่อนยืนคุยกับไทสัน ภาพหล่อนให้ดิเอโก้ขี่หลังตอนพาไปเดินเล่นหน้าโรงแรมแกรนด์เอ็มซี ซึ่งนานมาแล้ว ตอนที่หล่อนมาทำงานที่ลาสเวกัสช่วงบริษัทมาถ่ายทำภาพยนตร์ครั้งนั้น จำได้ว่าเขาเองก็เป็นคนพาเจฟิโอมาเดินเล่น ตอนนั้นคือตอนที่วีรตามีเรื่องสำคัญต้องชำระความกับสเตฟาน

พระเจ้า! รูปเขาจูบหล่อนตอนงานเลี้ยงปาร์ตี้ของแซมกับโซเฟีย! หน้าเขาเลอะไปด้วยลิปสติกโดยเฉพาะที่ปาก ใครเป็นคนถ่ายกันนี่!

โจซิเฟียรีบพลิกดูด้านหลัง เห็นมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า...

ฟ้องด้วยภาพ

*มึงจะจริงจังไปหน่อยไหมไอ้เบน...อื้อหือ ดีที่ไอ้เจมส์มันมัวแต่จูบเมียมันอยู่ เลยไม่ทันได้เห็นมึงจูบน้องมันเหมือนคนตายอดตายอยากแบบนี้...* กูรู้ว่าพระเจ้ากำลังจะลงโทษคนบางคนที่บังอาจท้าทายพระองค์ อาเมน เหอะๆ...

​โจซิเฟียอ่านเสร็จก็หน้าแดง ไม่แน่ใจว่าเป็นลายมือของใคร แต่จากภาษาเขียนคิดว่าน่าจะเป็นเมอร์ฟีหรือไม่ก็สเตฟาน​

ในภาพหล่อนยืนหลับตา เขาโอบตรงเอวและอีกมือจับตรงท้ายทอยของหล่อนไว้ ใบหน้าคมสันได้เส้นเงาสวย หากคนไม่รู้มาเห็นภาพนี้จะรู้สึกว่ามันเป็นภาพคู่รักกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มและโรแมนติกมาก โจซิเฟียหัวใจเต้นแรงรีบเก็บภาพสอดเข้าไปตามเดิม หากก่อนจะปิดสมุดไดอารี่สายตาก็เหลือบไปเห็นประโยคสั้นๆ เขียนตวัดเล่นหางสวย ลายมือคนกะล่อนเจ้าชู้นั่นล่ะ

เจอสามเด้งวันนี้... แต่ก็สะใจดีเหมือนกัน คุณทอมคงจะฝันร้ายไปอีกนานคราวนี้...

โจซิเฟียปิดสมุดไดอารี่เก็บใส่กล่อง หัวใจเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทำไมเบนจามินต้องเขียนบันทึกอะไรที่เกี่ยวกับหล่อนด้วย แล้วรูปเหล่านั้น!

“เลวมาก คลำไม่มีหางเป็นเอารึไง” เสียงก่นด่าดังออกมา

“อ้าว ด่าใครยะ ไปอาบน้ำนอนได้แล้ว พรุ่งนี้หล่อนสัญญาว่าจะพาฉันตะลุยเวกัส อย่าลืมเสียล่ะ” 

เสียงเชอร์ล็อกดังขึ้นพร้อมกับเดินเช็ดผมสีบลอนด์ทองขยุกขยิกไปมา

“หิวน้ำ” โจซิเฟียเอ่ยขึ้น

“ฉันด้วย แกไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปเอาเอง” 

เสียงสะดีดสะดิ้งของนังเชอร์ดังขึ้นพร้อมกับทำท่ายิ้มย่องแลบลิ้นเลียปากแผลบอย่างที่โจซิเฟียไม่ไว้ใจมันเอาเสียเลย กลัวมันจะทำแผนของหล่อนแตกก่อนวันฮอลิเดย์จะสิ้นสุด

“เฮ้ย ฉันออกไปเอาให้ แกแต่งตัวนอนรออยู่นี่แหละ” 

โจซเฟียรีบเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูห้องนอนออกไป

แสงไฟสลัวเปิดตรงมุมที่เป็นเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม ห้องของเขากับเจมส์นั้นคล้ายกับห้องสวีทของโรงแรม ไม่มีครัวเป็นสัดส่วนมีเพียงเคาน์เตอร์บาร์ พวกเขามักไปฝากท้องกับวีรตาบนเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด บางครั้งก็อาศัยห้องอาหารของโรงแรม สั่งรูมเซอร์วิสหรือไม่ก็เดลิเวอรี่ตามสไตล์การใช้ชีวิตของหนุ่มโสด

โจซิเฟียค่อยย่องผ่านห้องนั่งเล่น ตรงโซฟาตัวใหญ่ ร่างสูงนอนเหยียดยาวมีผ้าแพรคลุมตรงส่วนกลางกายถึงหน้าอก ท่าทางกำลังหลับสนิท หญิงสาวย่องไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำเย็นมาสองขวดแล้วค่อยๆ ปิด

“ทำไมต้องย่องขนาดนั้นด้วย” 

เสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้นข้างหลัง โจซิเฟียสะดุ้งโหยงตกใจด้วยไม่ได้ยินเสียงเขาสักนิดเดียวว่าลุกมาตอนไหน ก็มันแค่สองนาทีเองที่หล่อนเห็นเขานอนเหยียดยาวอยู่ตรงโซฟา

“อีตาบ้า ตกใจหมด!” 

หล่อนหันมาด่าทันที เบนจุดยิ้มที่เห็นหล่อนตกใจจริงๆ เขานอนหรี่ตามองตั้งแต่ได้ยินเสียงหล่อนเปิดประตูห้องนอนแล้วล่ะ เห็นท่าย่องเหมือนตีนแมวของหล่อนก็ต้องแอบยิ้มขำในความมืด เห็นหล่อนถือขวดน้ำอยู่สองขวดจึงเอื้อมมือไปแย่งมาเปิดขวดหนึ่งแล้วยกดื่ม หล่อนทำตาโตอ้าปากหวอ

“เสียมารยาท นั่นมันของเชอร์ล็อก ทำไมไม่เปิดหยิบเอาเองฮึ!” หล่อนแหวใส่

“ของผมทั้งตู้นั่นแหละ เปิดหยิบใหม่สิ คุณยืนขวางผมอยู่ผมเปิดตู้หยิบเองได้ไง คิดบ้าง ปากมีแต่พูดแหวๆ สูงปรี๊ดแบบนี้ไม่สงสารหลอดคอมั่งรึไง” 

เขาโต้ตอบพร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่มต่อ โจซิเฟียทำเสียงฮึดฮัดใส่ด้วยความไม่สบอารมณ์แต่ก็ยอมหันกลับไปเปิดตู้หยิบน้ำมาอีกขวดหนึ่ง

“หลีกไป โจจะเข้าห้อง” เขายืนขวางหล่อนอยู่ในคราวนี้

“รีบไปหาแฟนล่ะสิ อย่าทำเสียงดังนักล่ะ ห้องผมไม่กันเสียง ขี้เกียจจินตนาการและฝันร้าย” 

เขาเอ่ยพร้อมกับทำหน้ายียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างมากในสายตาของโจซิเฟีย หญิงสาวอยากเอาขวดน้ำยัดปากสุนัขของเขายิ่งนัก แต่สิ่งที่ทำก็คือการยิ้มเยาะ

“ต้องขอโทษล่วงหน้านะ ถ้าหากโจกับเชอร์ล็อกจะเผลอทำเสียงดังออกมาน่ะ เพราะเรามาฮอลิเดย์กัน อาจจะเต็มที่กันตามที่ตั้งตารอคอยมานาน ทนเอาหน่อยก็แล้วกันนะเบนจามิน แค่คืนเดียวเอง” 

หล่อนลอยหน้าลอยตาพูด เบนชะงักอึ้งไป นึกภาพหล่อนทำกิจกรรมบางอย่างที่ต้องส่งเสียงดังกับผู้ชายคนอื่นแล้วในใจรู้สึกวาบโหวงแปลกประหลาดนัก

“ผมละอยากรู้ว่าคุณเปลี่ยนรสนิยมทางเพศตั้งแต่เมื่อไหร่กันฮึโจ” 

เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับขยับเข้ามายืนประชิด โจซิเฟียต้องถอนร่นจนหลังไปชนกับตู้เย็น เขาจงใจก้าวตามมายืนแนบ ร่างบางถูกขังอยู่ระหว่างตู้เย็นกับร่างสูงล่ำสันที่โจซิเฟียรับรู้ได้ถึงไอร้อนระอุบางอย่างแผ่พลังออกมาจนหล่อนสัมผัสได้จากเสื้อผ้าที่แนบกันอยู่

“หรือว่า อืม... จะเปลี่ยนตั้งแต่ถูกผมจูบ? หึหึ” 

เขาก้มมากระซิบอีกครั้งวางขวดน้ำไว้หลังตู้แล้วใช้แขนข้างหนึ่งเท้าตู้เย็น นิ้วมือเรียวยาวยกมาแกล้งพันผมหล่อนเล่นอย่างตั้งใจกวนโทสะ โจซิเฟียกำขวดน้ำไว้ทั้งสองมือที่เวลานี้อยู่วางอยู่บนอกของเขา

“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะเบนจามิน เชอร์ล็อกจะเข้าใจผิด โจจริงจังกับเขานะ คุณเลิกยั่วประสาทโจเสียทีได้ไหม!”

หล่อนตะคอกเสียงเข้มแต่เบาเพราะคงกลัวเชอร์ล็อกจะได้ยิน เบนกระตุกยิ้มก้มไปใช้จมูกกดไปบนแก้มนวลที่เขาไม่เคยลืมกลิ่นหอมกรุ่นนั้น

“เลิกเป็นทอมทำไมไม่บอกผม” เขาทำตากริ่มอย่างที่โจซิเฟียรู้สึกขนตรงลำคอตั้งซู่

“คนเลว หยุดเลย อ๊าย ขยะแขยงนะจะบอกให้ ปล่อย!” 

หล่อนผลักอกเขาอย่างแรง แต่เบนโอบแขนไปรอบเอวบางดึงมาแนบร่างสูงของเขามากขึ้น รู้สึกสะใจที่เห็นความหวาดกลัวในดวงตาสีน้ำเงินคู่สวยของหล่อน คงกลัวแฟนจะออกมาเห็นล่ะสิ หึ! 

เบนไม่แน่ใจว่าเวลาอยู่ใกล้หล่อนทำไมเขาถึงอยากจะแกล้งหล่อนอยู่ร่ำไป ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดเมื่อนึกถึงหล่อนกับผู้ชายผมทองในห้องนอนของเขา ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากหล่อนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือ เขาไม่อยากปล่อยให้หล่อนกลับเข้าไปในห้องนอนนั้นอีกเลย

*****

เอาไปอีกตอนค่า ตามคำเรียกร้อง ไรท์เร่งมือปั่นเมื่อมีเวลา หวังว่าจะถูกใจนะคะ เอ๊ะ...เหมือนได้ยินเสียงตะโกนแว่วๆ ว่า.... ค้างงงง ไรท์ ค้างงง... เอิ่ม...ไรท์หูแว่วไปนั่นเอง...อิอิ

ความคิดเห็น