facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 1 ระหว่างเรา

ชื่อตอน : บทที่ 1 ระหว่างเรา

คำค้น : เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2561 17:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ระหว่างเรา
แบบอักษร

อากาศเย็นสบายและแสงแดดสดใสของช่วงซัมเมอร์ ทำให้ลาสเวกัสเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมมหานครบาป หรือ Sin City ทั้งที่มาชมความสวยงามอลังการด้านสถาปัตยกรรมอันทันสมัยของเมือง ชมความศิวิไลซ์ทุกด้านและที่สำคัญเหนือเหตุผลข้ออื่นใดนั้นก็คือมาเพื่อเสี่ยงโชคในกาสิโนด้วยหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าจะหอบเงินกลับบ้าน

เบนจามิน สกินเบิร์ต หรือเบน ชายหนุ่มวัยสามสิบสี่ปีกำลังเดินสูดอากาศยามดึกที่ควรเงียบสงัดแต่กลับคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินสวนสนามกันตรงหน้าโรงแรมแกรนด์เอ็มซี ของตระกูลแม็คเคนซี่ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกหลากเชื้อชาติ

ร่างสูงสมาร์ตสวมกางเกงยีนส์สีซีดกับเสื้อยืดสีขาว รองเท้าหนังสีดำ ใบหน้าคมสันได้เหลี่ยมสวยดึงดูดสายตาของสาวๆ ที่เดินผ่านไปมาไม่ขาดระยะ ชายหนุ่มใช้หัวแม่มือเกี่ยวหูกางเกงทั้งสองข้าง คิ้วหนาสีน้ำตาลเข้มขมวดในบางครั้ง ดวงตาสีสนิมเหล็กประกายทองมองไปยังลานด้านหน้าโรงแรมราวกับกำลังรอใครบางคนอยู่

เบนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาอีกครั้ง ขณะนี้เวลาตีหนึ่งครึ่งเข้าไปแล้ว เมื่อตอนเย็นนี้เจมส์ ฮาร์ตสัน เพื่อนสนิทที่เป็นบอดีการ์ดของสเตฟาน แม็คเคนซี่คู่กันกับเขาได้โทรมาบอกว่า โจซิเฟีย น้องสาววัยยี่สิบเก้าปีของมันกำลังจะเดินทางมาค้างที่ห้องชุดที่สเตฟานยกให้เจมส์สมัยเมื่อยังโสด ห้องชุดที่อยู่ติดกันกับของเขานั่นแหละ เบนถอนหายใจอย่างหนักในอารมณ์เมื่อนึกถึงคนที่กำลังเดินทางมา

กี่ปีแล้วนะที่เขามีโอกาสได้รู้จักกับหล่อน ตั้งแต่หล่อนอายุสิบหกปีและเขาเองอายุยี่สิบเอ็ดปีโน่นล่ะ คริสต์มาสปีนั้นเขาตามเจมส์ไปบ้านนอกเมืองลาสเวกัสของบิดามารดาของเพื่อน

เด็กสาววัยสิบหกปีตัดผมซอยสั้นที่หล่อนทำท่าเสยลวกๆ เวลามันหล่นมาปรกหน้าผาก ใบหน้าใสดวงตาโตเป็นประกายเจิดจำรัสเหมือนแซฟไฟร์สีน้ำเงินชั้นดี เขาไม่แน่ใจว่าทำไมเห็นดวงตาคู่นั้นของหล่อนทีไรจึงนึกถึงแซฟไฟร์ขึ้นมาทุกครั้ง เขาชอบสะสมหินสีต่างๆ โดยเฉพาะสีน้ำเงิน แต่เวลาหล่อนมองเขาทีไรทำไมมันจึงกลายเป็นสีเขียวปัดไปเสียทุกครั้งก็ไม่รู้ เบนจุดยิ้มออกมาตรงมุมปาก

เวลานั้นมารดาของเจมส์และโจซิเฟียได้ทำอาหารมื้อพิเศษต้อนรับเพื่อนๆ ของลูกชายและลูกสาว เมื่อเบนและเจมส์ไปถึง โจซิเฟียโอบไหล่เพื่อนสาวออกมาจากห้องนอน

*“*อ้าว ยายโจ มานี่เลย มารู้จักเพื่อนพี่”

เจมส์กวักมือเรียกหล่อน โจซิเฟียตวัดสายตามามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว เบนยืนเอามือล้วงกระเป๋าอย่างผ่อนคลาย หล่อนดึงเพื่อนมายืนตรงหน้า

*“*เฮ้ย เบน นี่ยายโจ โจซิเฟีย น้องฉันแล้วนั่น ฮาเปอร์” เจมส์เอ่ยแนะนำ เบนมองดูหน้าใสที่จ้องมองเขาตรงๆ ไม่หลบสายตา

*“*อุ๊ย สวัสดีค่ะพี่เจมส์ พี่เบน ดีใจที่ได้รู้จักค่ะ”

เสียงฮาเปอร์เอ่ยออกมาพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าให้เบนจับเช็กแฮนด์ เบนก็ยื่นมือไปจับอย่างสุภาพตามมารยาท เด็กสาววัยสิบหกปีที่ส่งสายตาชื่นชมเปิดเผยมาให้ตั้งแต่แรกพบ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเพราะหล่อนยังเด็กอยู่มาก เขาไม่เคยคิดพรากผู้เยาว์อยู่แล้ว

*“*สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

เบนเอ่ยตอบกลับไป เด็กสาวยิ้มหวานปนอายให้เขา เห็นอีกคนทำท่าแอบเบ้หน้าและย่นจมูก เบนไม่ได้ใส่ใจอะไร เขามาเยี่ยมบิดามารดาของเจมส์ นั่นคือจุดประสงค์หลัก ไม่ได้มากระชับมิตรกับคนที่ไม่ยอมเป็นมิตรกับเขา

เมื่อทุกคนทานข้าวเสร็จ อยู่คุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่นจนกระทั่งได้เวลาพักผ่อน เบนพักห้องรับรองแขกที่อยู่ถัดจากห้องของโจซิเฟียได้ยินหล่อนหัวเราะคิกคักกับฮาเปอร์ ตกดึกเขาหิวน้ำจึงออกจากห้องเดินลงมายังห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่ม

*“*พี่เบนนอนไม่หลับเหรอคะ”

เสียงหวานของฮาเปอร์เอ่ยถามจากประตูครัว เบนหันไปมอง เด็กสาวสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีชมพูแขนพองน่ารัก เบนมองนาฬิกาที่แขวนบนผนังเห็นเป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว

*“*ผมอยากดื่มน้ำ ทำไมคุณยังไม่นอนละครับ”

เขาถามออกไป

*“*ฮาเปอร์ก็หิวน้ำเหมือนกันค่ะ”

หล่อนตอบพลางเดินเข้ามาใกล้ มาหยุดยืนตรงหน้าในระยะประชิดจนเบนต้องขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว

*“*พี่เบนหล่อจังเลยค่ะ ฮาเปอร์เห็นแล้วรู้ว่าพี่เบนเป็นคนที่ใช่ ที่ฮาเปอร์รอคอยมานาน พี่เบนมีแฟนหรือยังคะ”

เด็กสาวหน้าหวานแต่วาจาที่กล่าวออกมานั้นทำเอาเบนอ้าปากค้างกับความเปิดเผยตรงไปตรงมาของหล่อน

*“**เอ่อ ยังครับ”* 

เขาจำได้ว่าตอบออกไปแบบนั้น เด็กสาวเอื้อมมือมาวางบนอกของเขาแล้วเขย่งขึ้นจูบแก้ม เบนสะดุ้งและก่อนที่จะทันได้ขยับออก โจซิเฟียก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าโกรธจัด

*“*คุณทำอะไรเบนจามิน”

หล่อนเอ่ยถามเสียงเย็นชาพร้อมกับก้าวมาดึงแขนฮาเปอร์ไปยืนข้างหลังทำท่าปกป้องเพื่อนจากเขา เบนเลิกคิ้วก่อนจะยกแก้วน้ำให้หล่อนดูเป็นเชิงบอกว่าเขาลงมาดื่มน้ำ

*“*ขึ้นข้างบนกันเถอะฮาเปอร์”

เสียงกระด้างเอ่ยกับฮาเปอร์พร้อมกับดึงแขนหล่อนขึ้นไปชั้นบน เบนยักไหล่ เด็กมัธยมวัยฮอร์โมนกำลังเดือด คนหนึ่งอยากเป็นสาวอีกคนอยากเป็นหนุ่ม เขาคิดพร้อมกับยิ้มขบขันออกมา

รุ่งขึ้นเบนตื่นแต่เช้าแล้วออกวิ่งตามถนนเลียบหมู่บ้าน สายตาเห็นร่างเล็กวิ่งอยู่ด้านหน้าห่างจากเขาประมาณหนึ่งร้อยเมตร หล่อนตื่นเช้าออกมาวิ่งด้วยหรือ เขาฉงนใจที่เด็กสาววัยสิบหกบอบบางตื่นแต่มืดมาวิ่งโดยไม่กลัวถูกฉุดหรือกลัวอันตราย เบนวิ่งตามในระยะที่ยังเห็นหล่อนในสายตา

*“**กู๊ด มอร์นิ่งค่ะพี่เบน”* 

เสียงหวานร้องทักอย่างดีใจอยู่ข้างหลัง เบนหันไปมอง ฮาเปอร์กำลังวิ่งตามเขามา ชายหนุ่มจึงหยุดยืน หล่อนหอบแฮ่กวิ่งมาเกาะแขนของเขา

*“*โอย เหนื่อย พี่เบนวิ่งเร็วจัง ฮาเปอร์ตามแทบไม่ทัน”

หล่อนพูดไปหอบแฮ่กๆ ไปด้วย

*“*ผมเห็นโจซิเฟียตรงโน้น”

เบนชี้ไปข้างหน้าที่เห็นหลังของโจซิเฟียอยู่ห่างออกไป

*“*ยายโจเขาวิ่งประจำค่ะสายนี้ ฮาเปอร์ไม่ไหวหรอก แต่เห็นพี่เบนออกมา ฮาเปอร์เลยออกมาด้วย อยากคุยกับพี่เบนมากๆ พี่เบนจะอยู่อีกกี่วันคะ ฮาเปอร์ชอบพี่เบนจริงๆ นะ ขอโทษที่พูดตรงๆ”

*“*โจซิเฟียเขาวิ่งเส้นนี้ทุกวันหรือ”

เบนเอ่ยถามแทนที่จะสนใจฟังฮาเปอร์ เขาแปลกใจว่าเส้นทางนี้มันจะปลอดภัยสำหรับเด็กสาวหรือไม่ เพราะเขาเป็นบอดีการ์ด สัญชาตญาณเรื่องความปลอดภัยนั้นมีอยู่ในตัวสูง

*“**ใครจะทำอะไรเขาคะ เขาขาโจ๋แถวนี้ พี่เบนสนใจโจเหรอ เขาเป็นทอมนะ”* 

ฮาเปอร์เอ่ยถามพร้อมกับรีบบอกในสิ่งที่เขาไม่ได้ต้องการรู้สักนิด แต่เมื่อได้ยินก็เลิกคิ้วแปลกใจ

ตั้งแต่นั้นมาเบนก็ได้รับจดหมายและการ์ดต่างๆ จากฮาเปอร์ตลอด ไม่รู้ว่าหล่อนไปเอาที่อยู่เขามาจากไหน แต่เบนก็เดาเอาว่าคงได้มาจากโจซิเฟียนั่นเอง

เขาไม่เคยตอบกลับ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งเห็นว่าเป็นวันเกิด เขาจึงเขียนตอบหล่อนพร้อมกับการ์ดวันเกิด ต่อมาเขาก็ได้รับอีเมลจากโจซิเฟีย เจ้าหล่อนเขียนมาด่าเขายกใหญ่ หาว่าเขาหว่านเสน่ห์กับฮาเปอร์จนเพื่อนหล่อนเอาไปพร่ำเพ้อเหลวไหลไม่เป็นอันเรียน เบนจึงเขียนไปบอกฮาเปอร์ว่าเขาเห็นหล่อนเป็นเพียงน้องสาว อย่าได้ส่งอะไรมาให้เขาอีก เขาขอให้หล่อนตั้งใจเรียนและเป็นเด็กดี

เรื่องราวทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้เอง เบนไม่เคยได้พบกับโจซิเฟียอีกจนกระทั่งหล่อนอายุสิบแปดปีมาเรียนในตัวเมืองลาสเวกัส เขาได้พบหล่อนบ่อยขึ้น หล่อนมาเยี่ยมเจมส์บางครั้งที่ห้องชุด เขากับเจมส์มาทำงานกับสเตฟาน แม็คเคนซี่อย่างเต็มตัว หลังจากเจ้านายได้ส่งเสียให้เรียนจนจบมหาวิทยาลัย

เวลาพบกันหล่อนไม่เคยญาติดีกับเขา เบนเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะมองว่าหล่อนเป็นพวกวัยรุ่นอารมณ์เหวี่ยง ต่อมางานเลี้ยงที่มหาวิทยาลัยหล่อนจัดขึ้น หล่อนต้องการให้เจมส์เอาของขวัญที่ลืมไว้ที่ห้องชุดไปให้ที่งาน แต่เจมส์ไม่ว่างจึงขอให้เขาเอาไปให้แทน

เมื่อไปถึงตรงมุมตึก โจซิเฟียวิ่งมาน้ำตาไหลพราก หล่อนชะงักเมื่อเห็นเขา

*“*ผมเอานี่มาให้ ไอ้เจมส์ไม่ว่าง คงจะโทรมาบอกคุณแล้ว”

เบนจำได้ว่าพูดออกไปเช่นนั้น หล่อนผลักอกเขาทันทีจนเขาผงะถอยนิดหนึ่งเพราะไม่ทันตั้งตัว

*“*ไอ้คนหลอกลวง เบนจามิน คุณมันคนเลว”

หล่อนบริภาษพร้อมกับชกไปบนไหล่และอกของเขาอย่างโกรธจัด ใบหน้าเปื้อนน้ำตา เบนตกใจรีบรวบมือเล็กเอาไว้

*“*หยุด ชกผมทำไม แล้วเป็นอะไรถึงร้องไห้”

เขาเอ่ยสั่งพร้อมกับถามออกมา หล่อนสะบัดแขนหลุดก็ยกมือขึ้นตบหน้าเขาฉาดใหญ่จนเขารู้สึกชาไปเลยทีเดียว และกำลังจะยกขึ้นตบอีกครั้ง เขาจึงดึงร่างบางเข้ามากอดรวบไว้กับอกเพราะไม่อยากโดนตบเป็นครั้งที่สอง

*“*เป็นบ้าอะไรฮึโจ ตบผมทำไม”

*“*คนสารเลว”

หล่อนได้แต่พร่ำออกมาแบบนั้นแถมยกเท้ากระทืบไปบนเท้าของเขา มุมตึกสลัวที่เวลานั้นไม่มีคนเดินผ่าน เบนโมโหที่หล่อนไม่ยอมฟังและเอาแต่จะทำร้ายเขา ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมอง ดวงตาโตสีฟ้าจ้องมองมาอย่างเกลียดชังและโมโหฉุนเฉียว 

เบนไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เมื่อก้มหน้าไปประกบปากกับปากจิ้มลิ้มของหล่อน เขาจูบหล่อนหนักหน่วง รู้สึกถึงร่างบางที่เกร็งแข็งด้วยอาการช็อกเขาหยุดและถอนปากออก หล่อนอ้าปากค้างจ้องหน้าเขาอย่างตกใจคาดไม่ถึง

*“*ไอ้คนสารเลว”

ด่าคำเดิมพร้อมกับมือข้างเดิมก็ยกขึ้นมาตบฉาดไปบนใบหน้าของเขาก่อนที่หล่อนจะสะบัดตัวหลุดจากอ้อมแขนแล้วหันหลังวิ่งเข้าไปในตึก

นั่นคือการปะทะกันซึ่งหน้าครั้งแรก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขากับหล่อนก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็นคือ คนสองคนที่ไม่กินเส้นกัน คนหนึ่งมาทางประตูหน้าอีกคนจะต้องเดินออกทางประตูหลัง ต่อมาหล่อนไปอยู่แอลเอ เขาก็ไม่ค่อยได้พบหล่อน นานๆ หล่อนจึงจะบินกลับมาลาสเวกัสเพื่อเยี่ยมเจมส์เสียทีหนึ่ง

นึกถึงครั้งต่อมาที่เขาจูบหล่อนในรถ ก็ปากหล่อนมันเหลือเกินจริงๆ เจอกันทีไม่เคยจะพูดดีด้วย เขาเองไม่เคยรู้สาเหตุว่าทำไม เขาไม่รู้ว่าจะโต้ตอบอย่างไรกับคนปากจัด นอกเสียจากการโต้ตอบตามแบบฉบับของเขา รู้ว่าหล่อนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการที่เขาเอาปากกระแทกปากหล่อนหรอก เพราะหล่อนไม่ชอบผู้ชาย

คืนงานปาร์ตี้ก่อนงานสมรสของแซมกับโซเฟีย เกมส์ Kiss me พลีส ของเจ้านายนั่นอีก เขาเกิดอารมณ์อยากแกล้งคน เขาจูบหล่อนซะหล่อนคงจะเอาไปนอนฝันร้ายไปอีกนาน หล่อนตบเขาจนได้ แต่ทุกคนกำลังสนใจเกมจึงไม่มีใครสนใจว่าเขากำลังจูบหล่อนอย่างเอาจริงเอาจัง

หล่อนช็อกอีกตามเคย เขารู้สึกแปลกนิดหนึ่งเช่นทุกครั้งแต่ก็แค่รู้สึกแปลกน่ะ ตีความออกมาเป็นอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น แปลกที่จูบทอมบอยกระมัง ชายหนุ่มจุดยิ้มออกมาอีกครั้ง จำได้ถึงตอนเที่ยงคืนที่ทุกคนแยกย้ายกันเข้าห้องพัก หล่อนอยู่ห้องตรงกันข้ามกับเขาเสียด้วย

*“*ไอ้คนสารเลว”

หล่อนหันมาด่าก่อนจะเอื้อมมือไปรูดคีย์การ์ดห้อง เขาพิงประตูห้องตัวเองล้วงกระเป๋าแกล้งเลิกคิ้วขึ้นกวนประสาทหล่อนเล่น เพียงเท่านั้นหล่อนก็หันฉับมาหาแล้วเหวี่ยงแขนทันที แต่เขาจับเอาไว้ได้ทัน

*“*อะไรกัน จะตบผมจนกระทั่งเข้านอนเลยเหรอคุณ”

เขาแกล้งเอ่ยและหัวเราะหึในลำคอเยาะหล่อนให้โมโหเล่นต่อ

*“*เบนจามิน ปล่อยเดี๋ยวนี้ ยังก่อเรื่องไม่พออีกเหรอฮะ!”

หล่อนเค้นเสียงถาม พร้อมกับทำท่าหันซ้ายหันขวาเหมือนกลัวใครจะมาเห็น

*“*อืม...ใครกันแน่ที่ก่อเรื่อง ว่าแต่ในเมื่อคุณถามผมแบบนี้ ผมก็จะตอบว่า... ยังไม่พอ”

เขาตอบเสร็จก็ก้มหน้าลงไปบดขยี้ทันที หล่อนทั้งดิ้นทั้งทุบ แต่เขาไม่สนใจ เขาจูบและจูบจนกระทั่งหล่อนหยุดทุบและยืนพิงร่างเขาอย่างสงบ รู้สึกพอใจมากในการลงโทษหล่อนครั้งนั้น

เผียะ!

เสียงฝ่ามือสะบัดกระทบผิวแก้มข้างซ้ายซ้ำรอยเดิม

*“*จนได้นะ”

เขาพึมพำ หล่อนกระแทกเข่าไปบนหน้าขาของเขาอีกทีก่อนจะหมุนร่างออกจากอ้อมแขนกระชากประตูให้มันเปิดแล้วปิดใส่หน้าเขาปังใหญ่ เบนยกมือขึ้นลูบแก้มอย่างลืมตัว นั่นมันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ตอนนี้หล่อนอยู่บอสตันกับแทมมิร่าเป็นส่วนใหญ่กับหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัว

เสียงรถมาจอดตรงหน้าทำให้เบนตื่นจากภวังค์ความคิด รถแท็กซี่จอดลงพร้อมกับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมา เบนเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นยื่นมือไปรับมือบางของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังก้าวตามลงมา

“เบนจามิน” 

โจซิเฟียเอ่ยทักขึ้น ทราบจากเจมส์ว่าเบนจะเป็นผู้คอยเอาคีย์การ์ดให้ หล่อนได้คืนให้เจมส์ตั้งแต่ย้ายไปบอสตัน

“โจ” 

เสียงทักตอบจากร่างสูงสมาร์ต โจซิเฟียหัวใจกระตุกอย่างช่วยไม่ได้เช่นทุกครั้งเวลาเห็นเขา ใบหน้าหล่อเหลาสำอางอย่างบอดีการ์ดเพลย์บอยที่หล่อนตั้งฉายาให้นานมาแล้วเวลานี้ดูนิ่งเรียบ เขามองตรงไปยังผู้ชายอีกคนอย่างแปลกใจนิดหนึ่ง

“อ้อ นี่ เชอร์ล็อก แฟนของโจเอง เชอร์ล็อก นี่ เบนจามิน เพื่อนของเจมส์พี่ชายโจค่ะ” 

เสียงแนะนำดังขึ้นพร้อมกับชายหนุ่มนามเชอร์ล็อกยื่นมือมาข้างหน้า เบนอึ้งไปนิดหนึ่งแต่เมื่อรู้สึกตัวก็ยื่นมือมาจับทักทายตามมารยาท

“โจกับเชอร์ล็อกมาเที่ยวเวกัส พักเบรกจากงานน่ะ ไหนล่ะกุญแจ” 

หล่อนเอ่ยน้ำเสียงเล่ามากกว่าปกติ เบนยังคงล้วงกระเป๋ามองมานิ่งๆ

“ผมจะบอกว่า คีย์การ์ดห้องไอ้เจมส์ชิปมันเสีย มันเปิดประตูไม่ได้ ผมส่งเรื่องให้ทางโรงแรมเปลี่ยนให้แล้วแต่ตอนนี้ยังไม่ได้”

เขาเอ่ยบอกออกมา โจซิเฟียทำคิ้วขมวดชนกัน

“อ้าว เหรอ เจมส์ทำไมไม่บอก อืม...ทำไงดีคะเชอร์ล็อก เราไปพักโรงแรมกันเถอะถ้างั้น”

“โรงแรมช่วงนี้เต็มหมดแล้ว ไฮซีซั่นแบบนี้ ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนคุณน่าจะรู้ดี เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คุณไปนอนห้องผมดีกว่า” 

เบนเอ่ยบอกและเสนออย่างมีน้ำใจ โจซิเฟียมองหน้านิ่งเรียบของเขาอย่างพยายามอ่านความคิด

“บ้า นอนยังไง แล้วคุณล่ะ”

“ผมนอนที่ไหนก็ได้”

“ใช่สิ เดตคนล่าสุดคุณก็มีอพาร์ตเม้นต์แถวนี้ไม่ใช่เหรอ” 

หล่อนทำเสียงดักคอประชด ทำหน้าว่ารู้เรื่องของเขาดี เบนจึงยักไหล่

“คืนนี้เขาทำงาน” 

เบนเอ่ยรับสมอ้างออกไปอย่างนั้นเอง หล่อนชอบยัดเยียดภาพลักษณ์ให้เขามีผู้หญิงเยอะแยะเสมอ สนองความต้องการหล่อนเสียหน่อย เขาชอบเห็นหล่อนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเสียอารมณ์เล่นในบางครั้ง เพื่อความสะใจ 

แต่เวลานี้หล่อนมากับแฟนที่เป็นผู้ชาย หล่อนเปลี่ยนรสนิยมทางเพศตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เบนสงสัยอยู่ในใจพร้อมกับรู้สึกแปลกๆ อย่างที่อธิบายไม่ได้

“เอาเป็นว่าผมจะยกห้องนอนให้พวกคุณ มิสเตอร์เชอร์ล็อก คุณไม่ต้องเกรงใจหรอก ผมจะนอนที่โซฟาเอง” 

เบนกล่าวหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนมองคนโน้นทีคนนี้ที

โจซเฟียก้มมองนาฬิกา เวลาตีสองครึ่งแล้ว หล่อนเหนื่อยจากงานทั้งวัน แถมนั่งเครื่องตรงมาเลยยังไม่ได้พัก รู้สึกเหนื่อยล้าสุดๆ อยากอาบน้ำนอนอย่างเดียวตอนนี้ เชอร์ล็อกหันไปมองหน้าโจซิเฟีย

“ผมว่าคุณเหนื่อยมากแล้วโจ เราเห็นจะต้องรบกวนคุณเบนเสียแล้วล่ะคืนนี้ คุณว่ายังไง” 

เชอร์ล็อกเอ่ยปรึกษา โจซิเฟียทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

“ก็ได้ค่ะ เบนคุณแน่ใจนะ” 

หล่อนหันมาถามเขาอีกครั้ง เห็นเขายังคงจ้องมองหน้าหล่อนนิ่งอยู่ เขาพยักหน้า เชอร์ล็อกและโจซิเฟียจึงลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กเดินตามเบนไปยังลิฟต์ เมื่อไปถึงห้องชุด เบนรูดคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูออกกว้างให้แขกทั้งสองเข้าไปภายใน

“นั่นห้องนอน เชิญตามสบายมีห้องน้ำในตัว” 

เขาเอ่ยพร้อมกับชี้ไปยังห้องนอน โจซิเฟียคุ้นเคยดีเพราะห้องชุดนี้มีดีไซน์เหมือนห้องของเจมส์ที่อยู่ติดกัน

“ไปค่ะเชอร์ล็อก ขอบคุณมากนะเบน” โจซิเฟียหันมาขอบคุณเขาอีกครั้งก่อนจะเอื้อมมือมาดึงแขนเชอร์ล็อกเข้าไปยังห้องนอน เบนยืนล้วงกระเป๋ามองตามไปอย่างเงียบๆ

*****

เอาไปค่า เจิมตอนแรก มาเร็วเคลมเร็ว ความเผือกกำลังจะเริ่มแล้ว แต่การจะได้กินเผือกนั้น ตอนแรกๆ เราก็จะต้องมีการลงแรงขุด มีการลุ้นกันไปก่อนค่ะว่า จะได้เผือกหัวใหญ่หรือหัวเล็ก อิอิ...

ความคิดเห็น