มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 5 :: นักรบ

ชื่อตอน : บทที่ 5 :: นักรบ

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 :: นักรบ
แบบอักษร

“อั๊ก ..แฮ่!! ...กรรรรรรร”

นักรบแยกเขี้ยวใส่หญิงสาวห้าคนที่รุมกอดรุมหอมเขาไม่ยอมเลิก เท้าปุกปุยขนาดเล็กทั้งถีบทั้งดันอ้อมแขนมนุษย์ผู้หญิงน่ารำคาญเหล่านี้ออกไปไกลๆ แต่แรงลูกหมาตัวน้อยก็ไม่สามารถสู้แรงถึกของเหล่าช่างตัดเสื้อได้

ปากเล็กขบกัดปลายนิ้วที่พยายามลูบไล้ขนหนาแต่ก็ไม่เป็นผล ท่าทีนั้นกลับกลายเป็นการทำให้สาวๆ ทั้งหลายยิ่งเย้าแหย่สนุกกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก

“ว๊าย!! ตัวเล็กนิดเดียวแต่ขนนุ่มมากเลยค่ะ!!”

หญิงสาววัยยี่สิบปีอีกสองคนเอานิ้วเกาท้องอัลวิสเบาๆ แล้วจากนั้นก็ก้มลงหอมลูกหมาฟอดใหญ่ เจ้าลูกหมาตัวน้อยได้แต่ดิ้นไปมาในตะกร้าสีชมพูเพราะการเกาท้องทำให้อัลวิสรู้สึกดีจนไม่อยากผลักไส สุดท้ายก็นอนให้เกาท้องอย่างจนใจ

“หงิง...”

มองแล้วช่างเป็นภาพที่แสนน่ารักน่าชัง แต่นักรบไม่ได้สนุกด้วยสักนิด ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจว่าคนพวกนี้ไม่ทำงานทำการหรืออย่างไร มัวแต่มาเล่นหยอกลูกสุนัขแบบนี้สิ ร้านตัดเสื้อเล็กๆ นี่เลยพัฒนาไม่ถึงไหน!!

“แพทเทิร์นตามนี้เลยนะจ๊ะ” อลิสาส่งแบบเสื้อให้พนักงานอีกคนแล้วเดินมาอุ้มอัลวิสไปวางบนตัก เจ้าลูกหมาตัวน้อยรีบมุดเข้าไปในอ้อมแขนอลิสาทันที นักรบรู้ว่าอลิสาไม่รุมกอดเขาแบบผู้หญิงบ้าพวกนี้แน่ๆ กอดจนแทบหายใจไม่ออก กอดจนเขาจะจมเข้าไปในอกแม่พวกนี้อยู่แล้ว!

“บ็อก!!”

ชายหนุ่มในร่างหมาน้อยหงุดหงิดขึ้นมา อลิสาก็เหลือเกิน ลูกน้องเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวลั่นร้าน ไม่มีระเบียบวินัย เธอก็ไม่พยายามห้ามปราม มิหนำซ้ำยังเห็นดีเห็นงาม อยู่ด้วยกันราวกับเพื่อนเล่น

“ดุเชียวนะวันนี้” อลิสาหัวเราะท่าทีเกรี้ยวกราดของเจ้าหมาน้อย

“โฮ่ง!!!”

นักรบคิดว่าอลิสาใจดีเกินไปจนลืมว่านี่มันคือเวลางาน ดังนั้นเธอก็ควรแยกให้ชัดเจนว่าลูกน้องก้าวข้ามเส้นได้แค่ไหน ทำงานเอาสนุกอย่างเดียวแบบนี้จะควบคุมสั่งการกันได้อย่างไร ไม่รู้ว่าอลิสาเอาความกล้าบ้าบิ่นอะไรมาเปิดร้านเสื้อของตัวเอง นักรบประเมินรูปแบบการทำธุรกิจของเธอก็เห็นช่องโหว่เต็มไปหมด

และดูเหมือนเจ้าของร้านไม่คิดว่ามันเป็นข้อเสียด้วยซ้ำ!

“หึ!” ใบหน้าขนดกของสุนัขหันหนีจากใบหน้าหวานราวกับเอือมระอากับความใสซื่อของอลิสาเสียเต็มประดา

นักรบได้แต่ถอนหายใจ ถ้าเขาหนีกลับบ้านได้คงไม่ต้องหวังพึ่งพาเธอ คฤหาสน์ตระกูลราเมอเรสอยู่ไกลจากอพาร์ตเม้นท์และห้องเสื้อของอลิสามาก อีกทั้งการรักษาความปลอดภัยก็รัดกุมหนาแน่น มิหนำซ้ำทั้งนักรบและน้องชายไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นอย่าหวังว่าร่างหมาน้อยธรรมดาตัวนี้จะเข้าไปได้

....ไม่มีวัน

อลิสาเห็นท่าทีเหนื่อยหน่ายของอัลวิส เธออมยิ้มน้อยๆ แล้วลูบขนหนาของร่างเล็กบนตัก

“บ่ายนี้พี่จะไปเยี่ยมแม่สักหน่อยนะ พวกเธอดูแลร้านดีๆ ล่ะ” เสียงหวานประจำตัวบอกเนือย

“ค่ะพี่อลิส คุณแม่เป็นอย่างไรบ้างคะ” พนักงานคนหนึ่งถาม

อลิสายิ้มตอบ “ก็เหมือนเดิมนั่นแหละจ้ะ อาการค่อนข้างทรงตัว เดือนนี้พี่มัวยุ่งเรื่องหาอพาร์ตเม้นต์ใหม่ ยังไม่ได้ไปเยี่ยมแม่เลย”

‘สุนิสา’ ผู้เป็นมารดาของอลิสานอนป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีกที่บ้านพักคนชรา นางพยาบาลที่บ้านพักเอาใจใส่ดูแลดีจนอลิสาหมดห่วง ปกติแล้วเธอไปเยี่ยมแม่เกือบทุกวัน แต่ถ้าช่วงไหนมีงานเข้าร้านเยอะเธอก็จะพยายามไปให้ได้ทุกสัปดาห์

ยิ่งตอนนี้คุณหญิงมากาเร็ตจะไม่ยอมจ่ายเงินดูแลสุนิสาอีกต่อไป ผู้เป็นลูกก็ต้องรับการตัดสินใจข้อนี้ให้ได้ อลิสาทำงานหนักขึ้นอีกเท่าตัวเพื่อเตรียมเงินให้พอรับรายจ่ายมากมายที่จะถาโถมเข้ามา ซึ่งมันดีกว่าการเอาร่างกายและศักดิ์ศรีมาขายหาเงิน

….และยังขายให้ผู้ชายคนที่ไม่เคยเห็นค่าเธอสักนิด

มือน้อยของอลิสาเย็นเฉียบขึ้นกว่าเดิม อาการหายใจแผ่วเบาทำให้นักรบจับสัญญาณได้ การกลายร่างเป็นสุนัขทำให้เขาประสาทสัมผัสไวกว่าปกติ ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าอลิสาต้องมีเรื่องหนักใจ และเธอยังหาทางออกไม่ได้แน่ๆ



บ้านพักคนชรา

“อื้อ..อะ....ลิส...”

หญิงสูงวัยกายซูบผอมนอนนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าอิ่มเอมและแววตาดูมีประกายความสุขยามจ้องมองใบหน้าสวยหวานของลูกสาวผู้เป็นที่รักดังแก้วตาดวงใจ ผมสีขาวแซมดำเหยียดตรง ใบหน้าเหี่ยวย่นแต่ยังมีเค้าโครงความงามซึ่งเป็นที่บ่งบอกได้ว่าสมัยวัยสาวนั้นสุนิสาเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่งเลยทีเดียว

มือข้างที่ยังพอขยับได้ยกขึ้นลูบใบหน้าของลูกสาว ความโชคร้ายจากโรคอัมพาตครึ่งซีกทำให้หญิงชราพูดไม่ชัด และไม่สามารถเอ่ยถ้อยคำในใจออกมาได้ เธอทำได้เพียงส่งสายตาและทำมือสื่อสารความรู้สึกและหวังว่าผู้เป็นลูกจะอ่านความในใจนั้นออก

“แม่คะ...วันนี้อลิสพาสมาชิกคนใหม่ของครอบครัวเรามาเยี่ยม” อลิสาก้มลงหอมแก้มสุนิสาแล้วจับสุนัขตัวน้อยออกมาวางไว้มือที่มีรอยย่นของมารดา

หญิงสูงวัยตาเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย นักรบรู้ว่ายามนี้เขาควรทำตัวนิ่งเงียบเล่นละครตามน้ำไปและไม่ทำตามใจตัวเองจะดีที่สุด มือสั่นระริกของคนป่วยยกขึ้นสัมผัสขนหนาหนุ่มของลูกสุนัข ปากสีจางคลี่ยิ้มเล็กน้อยได้เพียงครึ่งหน้าเพราะอีกครึ่งนั้นเส้นประสาทไม่สามารถทำงานตามคำสั่งสมองได้

อลิสาลูบมือมารดาคล้ายปลอบโยน นักรบรู้ว่าหญิงสาวกำลังใช้สัมผัสจากแม่ปลอบโยนตัวเอง ตาของเธอหรี่ลงต่ำไม่มองมารดาคล้ายกำลังปกปิดความลับบางอย่าง

สายตาของคนทั้งคู่ทำให้นักรบคิดถึงแม่ขึ้นมา ลูกสุนัขเบือนสายตาออกจากหญิงชราคล้ายไม่อยากเห็นใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นอีกต่อไป

“อลิสซื้อน้ำผลไม้ของโปรดแม่มาด้วยนะคะ เอาไว้ให้พยาบาลช่วยเปิดแล้วกันนะคะ”

หญิงสาวเดินไปจัดแจงเอาของสดเข้าไว้ในตู้เย็น มือเล็กแอบปาดน้ำตาที่คลออยู่บนดวงตาสีเทาคู่สวยไม่ให้มารดาสังเกตได้....แต่นักรบเห็น

ท่าทีทั้งรักทั้งห่วงแต่หาทางออกไม่ได้ของอลิสาทำให้นักรบรู้สึกเจ็บแปลบในอก เขาคิดถึงเรื่องราวของพ่อกับแม่ เรื่องราวที่ทั้งเจ็บทั้งขมขื่นแต่หาทางออกไม่ได้



25 ปีก่อน

นักรบในวัยเด็กนอนไม่หลับ วันนี้เขาเห็นแม่แอบร้องไห้ในห้องนั่งเล่น ภาพมารดานั่งสะอื้นตัวโยนยังคงหลอกหลอนเขามาตั้งแต่ตอนหัวค่ำจนถึงตอนดึก ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องนอน พ่อบ้านรับใช้เดินมาขวางทางไว้ เด็กชายตวัดสายตามองทันที

“คุณอาเรซจะไปไหนครับ”

“แถวนี้แหละ ไม่ต้องตามมา”

นักรบเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง ร่างน้อยเดินไปอย่างไร้จุดหมายจนมาหยุดที่หน้าห้องนอนของมารดา นักรบได้ยินเสียงโวยวายฟังไม่ได้ศัพท์ดังออกมาจากห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์

เสียงฝีเท้าจากข้างในเดินเข้าใกล้ประตูทำให้นักรบรู้สึกตัว เด็กชายตัวน้อยรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังรูปปั้นสิงโตดุดันขนาดใหญ่กว่าตัวเขาหลายเท่าและมันสามารถบังเขาจนมิด

แกร็ก!

ผู้เป็นมารดาเปิดประตูออกมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

“ปล่อยนุชนะ!!” เสียงมารดาสั่นเครือ เธอกำลังร้องไห้อย่างหนัก ใบหน้าคมสวยของอรนุชอาบไปด้วยน้ำตา

“ที่รัก คุณใจเย็นๆ นะ ฟังผมพูดก่อน” อาร์มานโด้ผู้เป็นบิดาของนักรบคว้าข้อมือของภรรยาไว้แน่น

ร่างบางสะบัดสุดแรง “นุชยังต้องฟังอะไรอีก!! คุณพูดมามีแต่เรื่องโกหกทั้งนั้น!! บอกนุชมาสิว่าคุณซ่อนผู้หญิงไว้กี่คน แล้วผู้หญิงในรูปคนนั้นเป็นเมียคนที่เท่าไหร่!!”

หญิงสาวโยนรูปถ่ายนับสิบใบใส่หน้าสามี รูปผู้หญิงชาวตะวันออกกลางเดินเคียงข้างกับอาร์มานโด้แสดงออกถึงความสนิทชิดเชื้อเกินเพื่อนร่วมงาน เสียงสะอื้นพร้อมกับประโยคตัดพ้อดังก้องไปทั่วชั้นห้าของคฤหาสน์หลังใหญ่

อาร์มานโด้มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “นี่คุณจ้างนักสืบไปถ่ายรูปผมอย่างนั้นหรือ!!”

อรนุชพยักหน้าแต่สีหน้าของเธอยังคงแค้นเคือง ปากอิ่มขบกรามแน่นก่อนจะพูดเสียงสั่นระริก “เพราะแบบนี้ใช่ไหมคุณถึงชอบหายหน้าไปนานๆ!!! คุณแอบไปอยู่กินกับนังเมียคนนี้ใช่ไหม คุณมัวแต่ไปดูแลมันจนถึงลืมนุชกับลูก!!!”

อรนุชตัดพ้อด้วยความน้อยใจ อาร์มานโด้มักไปทำงานต่างประเทศเสมอ โดยเขาอ้างว่าเป็นงานของผู้ชายจึงไม่ให้เธอติดตามไปด้วย

แต่ที่ไหนได้ เขากลับซุกผู้หญิงไว้อีกคน!!

อรนุชย้ำเตือนกับตัวเองในใจไม่ให้ใจอ่อนกับคำพูดปากหวานของผู้เป็นสามี

“คุณเข้าใจผิด มันไม่ใช่แบบที่คุณคิดนะที่รัก” อาร์มานโด้พยายามอธิบาย

หญิงสาวไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เธอลากกระเป๋าพร้อมเดินไปทางห้องลูกชาย อาร์มานโด้รีบดึงแขนภรรยาไว้ทันที

“คุณจะทำอะไร!!!” เสียงแหบต่ำคำราม

“นุชจะพาลูกไปอยู่เมืองไทย!! ส่วนคุณก็เชิญเสพสมกับเมียคนใหม่ให้หนำใจแล้วกัน!!” หญิงสาวสะบัดแต่ไม่หลุด อาร์มานโด้สุดจะกลั้นอารมณ์โกรธ เขาดึงแขนภรรยากลับเข้าห้องนอนแล้วปิดประตูเสียงดัง

ปัง!!

เมื่อประตูปิดลงแล้วนักรบก็รีบวิ่งไปทางห้องนอนของน้องชายทันที เขาเปิดประตูเข้าไปแล้วลงกลอนจากข้างในแน่นหนา

“วิน ตื่นสิวิน!!!” นักรบปลุกน้องชาย ร่างเล็กของอัศวินงัวเงียตื่นขึ้น

“มีอะไรพี่รบ...” มือน้อยของน้องชายขยี้ตา

“ไปหลบในตู้ พี่ว่าบ้านเรามีผี ผีมันกำลังจะตามมาหลอกคนในบ้าน” นักรบแต่งเรื่องขึ้นมาหวังให้มารดาหาตัวเขากับน้องชายไม่พบ เขาไม่อยากไปเมืองไทย เขาอยากอยู่อเมริกา อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก

“ผี...ผีมาเหรอพี่รบ!!” อัศวินรีบวิ่งไปซุกตัวในตู้เสื้อผ้าตามคำสั่งพี่ชายทันที

นักรบดันตัวน้องชายเข้าไปแล้วก้มลงกระซิบ “ปิดหูไว้นะ เพราะวินจะได้ยินเสียงโหยหวนน่ากลัว พี่จะออกไปสู้กับผีเอง”

ใบหน้าจิ้มลิ้มของอัศวินรีบผงกหัวตอบแล้วเอามือป้อมปิดหูไว้อย่างแนบสนิท นักรบปิดตู้เสื้อผ้าพร้อมกับเอาไม้แขนผ้ามาคล้องฝาตู้อย่างแน่นหนา หวังว่าจะซ่อนน้องชายให้นานเท่านาน ให้มารดาหาน้องชายไม่เจอ นักรบไม่อยากให้อัศวินรับรู้เรื่องของพ่อกับแม่ เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเขาก็ได้ยินเสียงบิดาดังขึ้น

ก็อกๆ ๆ ๆ ๆ

“รบ...อยู่กับน้องหรือเปล่าลูก” เสียงบิดาสั่นเล็กน้อย

นักรบเดินไปใกล้ประตูแต่ยังไม่ยอมเปิด เด็กชายส่งเสียงตอบ “พ่อทำให้แม่ร้องไห้!! รบเกลียดพ่อ!!”

อาร์มานโด้เงียบไปชั่วครู่

ปัง!!!

กำปั้นแข็งแกร่งของบิดาชกประตูห้องนอนลูกน้อยเต็มแรง มือหนาอาบไปด้วยเลือด น้ำตาลูกผู้ชายกำลังจะไหลอยู่รอมร่อ อาร์มานโด้รีบกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความอ่อนแอนั้นออกไป

เสียงแหบต่ำกระซิบกับประตูห้องนอน “พ่อขอโทษ แต่พ่อมีเหตุผลของพ่อ มันเป็นความลับที่บอกแม่ไม่ได้ ต่อให้พ่อรักแม่แค่ไหน พ่อก็บอกแม่ไม่ได้”

นักรบเปิดประตูออกมาพร้อมกับน้ำตาอาบไปทั่วใบหน้าและแก้มยุ้ยๆ ของเขา “พ่อไม่รักแม่แล้วเหรอ”

อาร์มานโด้รั้งร่างลูกชายคนโตมากอดแนบอก “สักวันรบจะเข้าใจพ่อนะลูก ขอให้รบเชื่อใจพ่อ ว่าพ่อก็เสียใจเหมือนกัน”

เด็กชายไม่เข้าใจสักนิด “รบจะไปอยู่เมืองไทยกับแม่”

ประโยคนั้นทำให้อาร์มานโด้รู้ว่านักรบได้ยินสิ่งที่เขากับอรนุชทะเลาะกันก่อนหน้านี้ ร่างสูงของบิดาคลายอ้อมกอดแล้วลุกขึ้นยืนหันหลังให้ลูกชายตัวน้อย เงาดำทะมึนของบิดาพาดผ่านทับร่างเขาทำให้นักรบใจหาย

“แม่จะพาวินไปด้วย ส่วนรบต้องอยู่กับพ่อ อีกไม่กี่ปีค่อยสลับไปอยู่กับแม่ เข้าใจไหม!”

ประโยคนั้นแปลได้ความว่าพ่อแม่หย่าขาดและแยกกันอยู่ นักรบรู้ทันทีว่าเขากับน้องชายต้องอยู่คนละที่สลับไปจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ปากเล็กๆ กำลังจะคัดค้าน แต่แววตาแข็งกร้าวดุดันของบิดาทำให้เขาใจหายและเถียงไม่ออก

ปัง!!

มือป้อมปิดประตูใส่หน้าบิดาอย่างแรง นักรบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อให้น้องชายของเขาออกมา

อัศวินกำลังปิดหูพร้อมกับหลับตาปี๋ในตู้เสื้อผ้าตัวใหญ่ คนเป็นน้องหวาดกลัวจนอกสั่นขวัญแขวนในความมืดสนิท

เปรี้ยง!!!

เสียงฟ้าร้องอย่างหนักเคล้าคลอไปกับเสียงฝนตกยามค่ำคืนทำให้บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก นักรบส่งเสียงเรียก “ผีไปแล้ว”

น้องชายรีบวิ่งออกมากอดนักรบแน่น อัศวินร้องไห้ฟูมฟายกลัวสุดขีดเพราะเขาได้ยินเสียงดังปึงปังและเสียงคำรามของพ่อ

“วินกลัวผี...กลัวที่สุด...” นักรบไม่รู้เลยว่าความกลัวในวันนั้นฝังใจอัศวินจนกลัวผีขึ้นสมองมากพอกับที่พี่ชายจำภาพแม่ร้องไห้ได้ไม่เลือน

คนเป็นพี่กอดน้องชายแล้วร้องไห้ออกมา เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับแส้หลายร้อยเส้นกำลังหวดลงกลางหัวใจ ความเจ็บครั้งนี้เขาจะจดมันไว้จนวันตาย

“ไม่เป็นไร พี่อยู่นี่แล้ว...พี่อยู่นี่” นักรบดีใจที่อัศวินไม่ได้ยินและไม่เจ็บปวดเช่นเขา ดีเหลือเกินที่น้องชายตัวน้อยไม่รู้เรื่องพ่อกับแม่ในวันนี้

แต่นักรบต้องรู้ให้ได้ว่าเหตุผลของพ่อคืออะไร

ความลับของและหน้าที่การงานของพ่อมันสำคัญกว่าแม่เชียวหรือ!!

เรื่องราวผ่านมานานหลายปีจนเด็กชายนักรบกลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัว บิดามอบอำนาจในมือทั้งหมดนั้นใส่ในมือเขา

และแล้วนักรบก็ได้รู้ว่าเหตุผลนั่นคืออะไร

ความลับหน้าที่ที่มารดาไม่ควรเข้ามายุ่งคืออะไร...

การระแวดระวังหักหลัง เข่นฆ่ากันราวกับขาพาดแดนนรกตลอดเวลาคืออะไร...

ภารกิจแบกรับความเจ็บปวด ยอมอดทนทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวที่รักปลอดภัยคืออะไร...

เขาเข้าใจมันในที่สุด




// โถ่พี่รบ... โอ๋กันนะโอ๋ๆ TT

ความคิดเห็น