facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ ๒ พินัยกรรมฉบับนี้... (๖๐%)

ชื่อตอน : ตอนที่ ๒ พินัยกรรมฉบับนี้... (๖๐%)

คำค้น : ปานยิหวา,ยิหวา,คชาธาร,ลุงช้าง,มัสยา,หนูปลา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2561 11:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๒ พินัยกรรมฉบับนี้... (๖๐%)
แบบอักษร

(ต่อ)

"ว่าอย่างไรหวา นกยูงเขาทำพินัยกรรมอะไร"

หล่อนค่อย ๆ อ่านช้า ๆ ช้ำ ๆ ซึ่งในใจความพินัยกรรมฉบับนี้ระบุว่า

"ข้าพเจ้า นางมยุรี หินจักร (เหมวัฒน์) ได้ยกบุตรสาวเพียงคนเดียวให้กับ หม่อมหลวง..." หล่อนเหลือบสายตาขึ้นจากกระดาษช้า ๆ สบตาคมที่จ้องหล่อนนิ่งอยู่ก่อนแล้ว " ...คชาธาร เหมวัฒน์ผู้เป็นพี่ชาย หากว่าวันหนึ่งวันใดตัวข้าพเจ้าประสบเหตุมีอันเป็นไปก่อนที่บุตรสาวเพียงคนเดียวของข้าพเจ้าจะบรรลุนิติภาวะ โดยหม่อมหลวงคชาธาร เหมวัฒน์ จะเป็นผู้อภิบาลดูแลบุตรสาวเพียงคนเดียวของข้าพเจ้าต่อไป และให้ผลของพินัยกรรมฉบับนี้ มีผลนับตั้งแต่วันที่ข้าพเจ้าได้เสียชีวิตไป"

ลงชื่อ นางมยุรี หินจักร

หล่อนอ่านไปถึงรายชื่อของพยานอีกสองคน ที่ได้เซ็นต์รับทราบด้วยเสร็จสรรพ

 มือทั้งสองที่ถือกระดาษพินัยกรรมลู่ลงบนตกทันทีที่อ่านข้อความนั้นจบ พร้อมกับนึกเองในใจว่า พี่นกยูงรอบคอบถึงขนาดนี้เชียวหรือ ถึงได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ โดยวันที่ที่ระบุลงในพินัยกรรมก็เกิดขึ้นล่วงหน้าก่อนที่พี่นกยูงจะเสียชีวิต นี่ แน่เสียยิ่งกว่าแน่ว่าพี่นกยูงไม่ไว้ใจ ว่าหล่อนจะสามารถดูแลหลานสาวเพียงคนเดียวได้  หรือเปล่านะ

หล่อนยื่นพินัยกรรมฉบับนี้คืนให้เขาด้วยมืออันสั่นเทา และนิ่งอึ้งไม่รู้จะว่าอะไรได้ เพราะผลทางกฎหมายหล่อนเสียเปรียบเขาอยู่เต็มประตู

ราวกับจะรู้ถึงบรรยากาศอันหนักอึ้งของหญิงสาวและมารดาของหล่อนตรงหน้า เสียงทุ้มจึงถามแทรกขึ้นไปเรื่องอื่นเสีย

"ผมยังไม่เห็นหน้าแกเลย หนูปลา"

มารดานั้นที่ยังนั่งเงียบคล้ายใจสลายลงไปในหนที่สองหลังจากเรื่องเสียบุตรชายและสะใภ้ไปในครั้งก่อน ในขณะที่ปานยิหวาพอมีสติพอรับรู้ จึงสูดเอาอากาศเข้าทางจมูกเล็กน้อย แล้วบอกว่า "แกออกไปเที่ยวกับปู่ของแกค่ะ คงอีก..." ดูหล่อนลังเลขึ้นมานิด ก่อนจะรีบบอก "...นานกว่าจะกลับ"

"นานแค่ไหน ผมก็รอได้" บอกและยิ้มอย่างนุ่ม ๆ ให้

เห็นชัดว่าลำคอของหล่อนแข็งขึ้นมา พลางหันใบหน้ามามองหน้าเขาในเสี้ยววินาที แต่เพียงแค่เสี้ยววินาที หล่อนก็ยังได้เห็นว่า มีแวววูบไหวในดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ที่บอกให้หล่อนรู้ทันทีว่า

เขาน่ะ กวนประสาทเสียจริง!

.

หลังจากอ่านพินัยกรรมเจ้าปัญหาฉบับนี้แล้ว ปานยิหวาก็ลงมาดูแลขนมกับมารดาต่อ โดยให้แขกได้นั่งรอหนูปลาที่เฉลียงบ้านต่อไป ทั้งนี้ทั้งนั้น หล่อนต้องการหลบเลี่ยงลงไปตั้งหลักกับมารดาว่าจะจัดการอย่างไรต่อไปอีก หากเรื่องราวได้ดำเนินมาเช่นนี้เสียแล้ว แน่นอนพินัยกรรมย่อมมีสิทธิ์ชี้ขาดได้ดีกว่าสิ่งใด ๆ ว่าหลานสาวคนเดียวของหล่อน ควรจะได้อยู่ที่ไหน

ขณะช่วยท่านทำขนม หญิงสาวเหลือบมองใบหน้ามารดาเป็นบางครั้ง เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของท่านดูอมทุกข์ขึ้น ปานยิหวาสงสารมารดาจับใจ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไรได้  ก่อนจะแลสายตาขึ้นไปบนบ้าน เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นได้ทอดสายมองที่หล่อนนั่งอยู่พอดี

ตาสบตาขึ้นมาอย่างบังเอิญ ปานยิหวาจึงรีบก้มหน้าหนี แต่เขาก็สามารถจับพิรุธในความเก้อกระดากของหล่อนได้ทัน จึงเกิดรอยยิ้มตรงมุมปากบนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาอย่างจาง ๆ

จากนั้นหม่อมหลวงคชาธารจึงหันร่างสูงกลับเข้ามาพิจารณาบ้านหลังดังกล่าวที่ค่อนข้างดูใหญ่โตราวกับเป็นบ้านคหบดี หรือเจ้าหน้าที่ทางราชการระดับใหญ่ที่พอจะมีบ้านหลังใหญ่โตเช่นนี้ในต่างจังหวัดได้ บ้านหลังนี้กว้างขวาง แลดูตามห้องหับของบ้านก็ดูสะอาดสะอ้าน มีหน้าต่างโดยรอบเปิดโล่งที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี และตรงเฉลียงกว้างใหญ่ของบ้านนี้ไม่ต้องพูดถึง มีสายลมเย็นระรื่นพัดสอบเข้ามาทุกขณะ

ตลอดเส้นทางที่ขับรถตามแผนที่ที่อภินันท์มอบให้ เขารู้สึกดูแปลกตาไม่น้อย กับชีวิตความเป็นอยู่ บ้านเรือนของคนนอกกรุง เพราะเขาไม่เคยย่างกลายมาทางนี้  เนื่องจากเขาถูกบิดาส่งไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่เด็ก ราว ๆ แปดขวดเห็นจะได้ ตามคำบัญชาของท่านหญิงป้านั่นเอง

'หลานฉันคนนี้ ลักษณะดี ส่งไปร่ำเรียนเมืองนอกเสียเถอะ ฉันจะเป็นธุระจัดการหาค่าที่อยู่ที่กินให้' ดวงเนตรทั้งสอง ทอดมองเด็กชายน้อยด้วยความเมตตา

สรุเสียงของท่านยังคงดังอยู่ในความทรงจำของเขา

'ช้าง' เสียงบิดาเอ่ยเรียก 'เข้ามากราบท่านหญิงป้าเสียสิ'

เด็กชายตัวน้อยจึงค่อย ๆ ขยับเข้ามากราบลงแทบบาทของท่าน

หลังจากที่ถูกส่งไปเรียนไกลบ้านไกลเมือง...

เรื่องราวที่เกิดขึ้นทางนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องไกลหูไกลตาไปด้วย เขาจึงไม่ค่อยทราบข่าวคราวอะไรมาก  และมีเพียงข่าวเดียวเท่านั้นที่เขาได้ทราบและเป็นเหตุให้เขากลับบ้านทันที นั่นก็คือการสิ้นชีพบิดาของเขา และหลังจากมีการเปิดพินัยกรรมของบิดาแล้ว เขาจึงรีบกลับไปเรียนต่อเช่นเดิม จากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับจดหมายจากน้องสาวเพียงคนเดียวที่เขียนไปแจ้งว่า

'น้องได้ออกจากบ้านแล้วนะคะ เพราะน้องได้แต่งงานแล้วกับผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง หาใช่ผู้ชายที่ท่านหญิงป้าทรงหมายหมั่นไว้ให้ น้องเสียใจที่ด่วนตัดสินใจเช่นนี้ แต่น้องอยากให้พี่ชายรู้ว่าผู้ชายที่น้องเลือกเขาเป็นคนดี และเป็นผู้ชายอีกคนนอกจากพี่ชาย ที่น้องสามารถฝากฝังชีวิตไว้ให้ได้

ตอนนี้น้องรู้สึกอิสระมากที่ได้ออกมาใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองใฝ่ฝัน เหมือนได้โบยบินอยู่บนท้องฟ้าอย่างไรอย่างนั้น น้องจึงไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจเช่นนี้ และขออย่าให้พี่ชายเป็นกังวลกับน้อง ตั้งใจเรียนให้สมกับที่ท่านหญิงป้าทรงมีเมตตากับพี่ชายเถิดค่ะ

รักพี่ชายเสมอ  น้องนกยูง'

หลังจากอ่านจดหมายฉบับนั้นเสร็จ เขาจึงโทร. กลับมาสอบถามเรื่องราวที่บ้าน และระตีภรรยาคนแรกของบิดานั่นเองเป็นผู้รับสายและบอกแก่เขาว่า

'นกยูงเขาตัดสินใจเอาเอง ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องสักนิด'

แม้จะว้าวุ่นเท่าไหร สุดท้ายถ้อยคำที่น้องสาวย้ำหนักหนามากับจดหมาย ว่าเป็นความสมัครใจของเจ้าตัวเอง จึงทำให้หม่อมหลวงคชาธารทำได้เพียงแค่เคารพในการตัดสินใจอันอาจหาญของผู้เป็นน้องสาวคนเดียวเสีย

"อายิหวาขา  ๆ วันนี้ปู่จับตั๊กแตนตัวใหญ่ให้หนูปลาได้ตั้งหลายตัวแน่ะค่ะ"

เสียงเล็กใสที่ดังขึ้นเบื้องหลัง ทำให้ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้น   เขาหมุนตัวกลับไปตามน้ำเสียงนั้นอย่างตื่นเต้นยินดีทีทันที...

.

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว