facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

🔶 ตอนพิเศษ 5 : ของขวัญวันกลับบ้าน

ชื่อตอน : 🔶 ตอนพิเศษ 5 : ของขวัญวันกลับบ้าน

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.1k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2561 23:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
🔶 ตอนพิเศษ 5 : ของขวัญวันกลับบ้าน
แบบอักษร

​ภาพประกอบ : เจนัส

ติดตามเรื่องราวของเจนัสเพิ่มเติมได้ที่เพจ : นิ้วกลาง

ในเพจมีฟิคสั้นให้อ่านทุกวันน้าาาาา

   4 เดือนผ่านไปผมเดินออกมาจากห้องพร้อมกับอาการมึนหัวนิด ๆ แถมพักนี้หงุดหงิดง่ายผิดปกตินอกจากนี้ยังติดของหวานอีกต่างหาก เพราะอะไรน่ะหรอ… ยังไม่บอกดีกว่า ปล่อยให้ทุกคนรู้พร้อมซีคผมคิดว่าน่าจะตื่นเต้นกว่า ผมยิ้มออกมาพลางค่อย ๆ ก้าวขาลงบันไดหวังจะไปรอรับซีคที่สวนพฤกษา วันนี้เข้าเดือนที่สี่พอดีที่เขาเดินทางไปยังต่างเมืองเพื่อเจรจาเกี่ยวกับโครงการขุดคลองชลประทานผ่านทะเลทราย ในเอิร์กจะมีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ชาวบ้านมีน้ำใช้ในการเกษตรมากขึ้นด้วยเพราะความปรีชาสามารถของท่านอควาห์ที่เป็นคนคิดค้นโครงการนี้และให้ซีคสานต่อ

ผมมองไปยังสวนพฤกษาก็อดคิดถึงเขาไม่ได้ เขาที่เคยหอมแก้มเจนัสก่อนนอนและคอยดูแลผมไม่ห่าง ถึงจะเจ้าอารมณ์ไปบ้างแต่ซีคก็เป็นพ่อที่ดีเสมอ และวันนี้ก็เป็นวันที่ผมจะได้เจอเขาสักทีหลังจากที่ทหารประกาศกับประชาชนในเมืองว่าวันนี้เป็นวันที่ซีคเดินทางกลับมายังเมืองเอิร์กหลังจากทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปนาน ทิ้งประชาชนไปรวมถึงทิ้งลูกเมียเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพวกเราให้ดีขึ้น

“ท่านวีนัสขอรับ ให้กระหม่อมเรียกทหารมากางร่มให้มั้ยขอรับ” เสียงทหารนายหนึ่งพูดขึ้น เขายืนอยู่ด้านข้างขณะนั้นก็พูดไปก้มหัวไป

                “ไม่เป็นไร แดดอ่อน ๆ สดชื่นดี” ผมบอกยิ้มก่อนหันหน้ากลับมานั่งยิ้มคนเดียว หัวใจผมเปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่อรู้ว่าซีคจะกลับมาและผมก็มีของขวัญมอบให้เพื่อต้อนรับการกลับมาในครั้งนี้

                “ถ้างั้นเดี๋ยวกระหม่อมไปเอาน้ำส้มมาให้นะขอรับ”

                “ไม่เอา เราอยากกินอะไรเปรี้ยว ๆ ไปบอกพี่เลย์น่าให้ปั่นน้ำแอปเปิลเขียวใส่มะนาวเยอะ ๆ ให้เราทีสิ” ครับ พักหลังมานี้ผมกินของเปรี้ยวเป็นว่าเล่น

                เวลาไม่นานพี่เลย์น่าก็เดินมาหาพร้อมกับน้ำแอปเปิลปั่นใส่มะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติ ผมมองแก้วสีใสทรงยาวมีน้ำแข็งปั่นละเอียดถูกบรรจุอยู่ในนั้น ผมเลียริมฝีปากตัวเองอย่างเปรี้ยวปาก มันรอไม่ไหวจนต้องยื่นมือไปรับก่อนที่พี่เลย์น่าจะเสิร์ฟให้ผมซะอีก

                “รับอะไรเพิ่มอีกมั้ยเพคะ”

                “ขอแอปเปิลเขียวหั่นพอดีคำ เอาเปลือกออกด้วยนะ อ่อ ฝากบอกเจ๊ส้มด้วยว่าเลี้ยงเจนัสไปก่อน หนูอยากอยู่คนเดียว”

                “ตอนนี้ท่านเจนัสหลับแล้วเพคะ เห็นว่าไปเกเรไล่กัดมือทหารทุกคน เจ๊ส้มเลยเอามือฟาดก้นไปสองที ร้องไห้เสียใจมาก ๆ น้ำตาอาบแก้มจนหลับไปเลยเพคะ”

                “ตีบ้างก็ดี ถ้าซีคอยู่ล่ะก็ใครแตะไม่ได้เชียว มีแต่เจ๊ส้มคนเดียวเท่านั้นที่ตีลูกแล้วซีคไม่ว่า”

                “เพคะ” ผมมืองมือพี่เลย์น่าที่มีแต่รอยกัด ใคร ๆ ก็ตามใจเจนัสกันทั้งนั้น

                “พี่เลย์น่าก็ตีเจนัสได้นะ อะไรผิดอะไรถูกหนูอยากให้ลูกรู้ ไม่ใช่ว่าเห็นเป็นลูกซีคแล้วไม่ทำอะไรกันเลย”

                “ไม่เพคะ ท่านเจนัสก็แค่ซนตามประสาเด็กกำลังโตกำลังอยากรู้”

                “ไม่รู้ล่ะ ถ้าเจนัสผิดแล้วพี่ไม่ตีแล้วหนูรู้ขึ้นมาพี่นี่ล่ะจะโดนด้วย ไปได้แล้ว หนูอยากอยู่คนเดียว” ผมปัดมือไล่พี่เลย์น่า ผมหงุดหงิดคิ้วขมวดอย่างไม่เคยเป็นกับเธอมาก่อนแต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยิ้มรับ สีหน้าเธอมีความสุขอย่างหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ทั้งที่ผมเพิ่งออกปากไล่แท้ ๆ

                “หากมีอะไรให้รับใช้ เรียกหม่อมฉันได้ตลอดเลยนะเพคะ ท่านวีนัส” เธอโค้งศีรษะหนึ่งครั้งพร้อมก้าวขาเดินถอยหลังสามก้าว นัยน์ตาคู่นั้นรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา หยาดน้ำตาที่ฟ้องว่ามันคือน้ำตาแห่งความสุข

            ‘ช่างเถอะ’ ผมบอกตัวเองในใจแล้วดูดน้ำแอปเปิลรสเปรี้ยวเข้าปาก มันฝาดลิ้นไม่มีแม้แต่รสหวานแต่เป็นรสชาติที่ผมต้องกินทุกวันแก้อาการคลื่นเหียน

                “ท่านซีคเสด็จแล้ว” เสียงทหารหน้าประตูวังประกาศ ผมรีบวางแก้วแอปเปิลแล้วลุกขึ้นยืนทันที

                “ทหารหน้าประตูเตรียมเปิดประตูวังต้อนรับขบวนม้า ! ส่วนที่เหลือยืนเรียงแถวหน้ากระดานในท่าแสดงความเคารพ ! ขอให้ทุกคนพักกิจกรรมทุกอย่างแล้วออกจากอาคารเพื่อมารวมตัวกัน ณ หน้าสวนพฤกษา !” ทหารอีกนายหนึ่งพูดขึ้น เสียงประกาศดังก้องไปตามเสียงตามสาย ผมไม่รีรอรีบวางแก้วไว้บนม้านั่งแล้วเดินออกจากสวนพฤกษาพลางก้าวขาไว ๆ ไปหาทหารที่กล่าวคำประกาศเมื่อครู่

                “พี่ทหาร ซีคมาถึงไหนแล้วครับ”

                “ขบวนม้ามาถึงหัวเมืองส่วนหน้าแล้วขอรับ ท่านวีนัส”

                “หัวเมืองส่วนหน้า แล้วมันส่วนไหน ไกลมั้ย”

                “ห่างจากประตูสามหมื่นก้าวเดินขอรับ”

                “สามหมื่นก้าวเดิน !” ผมอุทาน คนที่นี่วัดระยะทางกันด้วยจำนวนก้าว แล้วไอ้สามหมื่นก้าวนี่มันเท่าไหน ไกลมั้ย นานรึเปล่ากว่าจะถึง หัวใจในอกเต้นดังตึกตัก ตั้งแต่เกิดมาร่างกายไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน รู้อีกทีอาการดังกล่าวมันเกิดขึ้นหลังจากผมต้องการพบคนคนหนึ่งมาก ๆ คนคนนั้นก็คือคนที่ผมเคยเกลียดเขาที่สุด

                “นี่พี่ทหาร แล้ว แล้วสามหมื่นก้าวเดินนี่มันเท่าไหนอะ”

                “ก็เท่ากับสามหมื่นก้าวยังไงล่ะขอรับ”

                “ไม่ ๆ หนูหมายถึงมันเท่ากับกี่กิโลเมตร”

                “กระหม่อมไม่ทราบขอรับ เว้นแต่หากท่านซีคเคลื่อนขบวนไว ท่านอาจถึงที่นี่ก่อนเวลาที่กำหนด” หลังจากไม่ทราบคำตอบอะไรเลยผมก็หน้ามุ่ยขึ้นมาทันที พี่ทหารเลยให้ผมไปนั่งรอเขาก่อนเพราะพักนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่าสุขภาพผมไม่ดีนัก

                “ท่านวีนัสไปนั่งก่อนเถอะขอรับ เดี๋ยวเป็นลมขึ้นมาท่านซีคจะตัดหัวกระหม่อมเอา โทษฐานดูแลท่านไม่ดีเท่าที่ควร”

                “ไม่เอา เราจะรอซีคตรงนี้” ผมเดินเตะเม็ดทรายไปมา แสงแดดจ้าส่องลงมากลางหัวแต่มันไม่สามารถทำให้ผมเปลี่ยนความคิดว่าไม่อยากเจอเขาเลยสักนิด

                “หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว สี่ก้าว ห้าก้าว หกก้าว เจ็ดก้าว แปดก้าว เก้าก้าว สิบก้าว” ผมเดินวนเป็นวงกลมแล้วนับก้าวไปเรื่อย ๆ จะได้รู้ว่าตอนนี้ซีคใกล้เข้ามาเท่าไหร่แล้ว

                “สิบเอ็ดก้าว สิบสองก้าว สิบสามก้าว สิบสี่ก้าว… เฮ้อ… กว่าจะครบสามหมื่นก้าว มันไม่เย็นก่อนหรอพี่ทหาร” และผมก็ต้องล้มเลิกความพยายามนั้น ผมยืนยู่ปากทำคิ้วขมวดก่อนถอนหายใจออกมา

                “ท่านวีนัสหยุดนับเถอะขอรับ ก้าวเดินคนกับก้าววิ่งม้าไม่เท่ากัน ยิ่งท่านซีคมีคีอาร์เป็นม้าทรงด้วยแล้ว ไม่นานนักเดี๋ยวเดียวก็ถึงขอรับ”

                “ไม่นานของพี่แต่มันนานของผมนี่” ผมพึมพำเบา ๆ ขณะเดียวกันพี่เฟย์น่าก็เดินเอาร่มมากางให้ผมพร้อมกับถือพัดมาด้วย

                “เจ๊ส้มสั่งให้หม่อมฉันมาดูแลท่านวีนัสเพคะ” เพราะว่ากลัวโดนผมไล่ พี่เฟย์น่าเลยรีบบอกว่าเจ๊ส้มสั่งมาอีกที ผมถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่สองทอดสายตามองออกไปนอกประตูวังที่เปิดค้างไว้ มองยังไงก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเลยสักนิด

                “สามหมื่นก้าวเดินมันนานมั้ยอะพี่เฟย์น่า”

                “ไม่นานหรอกเพคะ กาลเวลาผ่านไปเนิ่นนานนับสี่เดือน ท่านซีคต้องคิดถึงท่านวีนัสมากแน่ ๆ เพราะงั้นท่านคงเร่งขบวนม้าให้ไวที่สุด เท่าที่ท่านจะทำได้”

                “ผมก็คิดถึงเค้า… ห่วงเค้าด้วย กลัวเขาไปอยู่ที่อื่นแล้วจะลำบาก” หลังจากพูดจบ อยู่ ๆ พี่เฟย์น่ากับทหารที่ได้ยินสิ่งที่ผมพูดก็หัวเราะออกมา

                “หัวเราะอะไรกัน มันใช่เรื่องตลกรึไง” ผมถามเสียงเอื่อย ๆ

                “ขอประทานอภัยเพคะท่านวีนัส แต่ที่นั่นต้อนรับท่านซีคเป็นอย่างดี ท่านไม่ลำบากหรอกเพคะ”

                “ใครจะไปรู้ ซีคน่ะกินยากจะตาย เขาไม่ชอบกินผักสีม่วง ไม่ชอบกินขนมปังแข็ง ๆ ไม่ชอบซอสเผ็ด แล้วก็ไม่ชอบกินเนื้อชิ้นใหญ่ ๆ ถ้ามีใครเอาของพวกนี้มาให้ซีคกิน ซีคจะอยู่ยังไง !” ผมตะคอกเสียงใส่น้อย ๆ เพราะอารมณ์น้อยใจ น้อยใจที่มีแต่คนหัวเราะทั้งที่ผมห่วงซีคแท้ ๆ

                “ท่านซีคอยู่ได้เพคะ”

                “แล้วซีคก็ขี้ร้อนด้วยนะ ที่นั่นอากาศเหมือนที่นี่มั้ย พี่เฟย์น่า”

                “เอาไว้ถามท่านเองดีกว่าเพคะ ขบวนม้ามานู่นแล้ว” เจ้าของคำพูดผายมือไปนอกประตูวัง

                ทันทีที่หันหน้ามองตามผมก็เห็นขบวนม้ากำลังเคลื่อนตัวมาจริง ๆ แม้จะมีทหารนับพันนายกับม้านับพันตัวผมดันเห็นคนของผมเด่นชัดเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาคือซีค พ่อของเด็กสองคนที่อยู่ในท้องผมตอนนี้ ผมเอามือลูบท้องนูนน้อย ๆ ก่อนยกมืออีกข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้ ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวยามที่เห็นเขากำลังควบม้าสีดำสนิทนามคีอาร์นำหน้าทหารทุกคน

                ยิ่งสะอื้นยิ่งจุกในอกยิ่งรอไม่ไหวอยากให้ซีคมาถึงตอนนี้เลย พี่เฟย์น่าประคองร่างผมไว้ ทหารทุกนายชำเลืองสายตามองมาทางผมเป็นตาเดียวกัน รวมถึงท่านอควาห์และท่านไลลาที่มองอยู่ห่าง ๆ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมแต่ไม่มีใครรับรู้ได้ว่าก้นบึ้งของจิตใจและตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาผมคิดถึงเขามากขนาดไหน

                เจ๊ส้มเองอุ้มเจนัสพาดบ่า ตาหนูหลับสนิทยังไม่ตื่น ดีแล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องเห็นผมในเวลาที่อ่อนแอขนาดนี้

                “อย่าร้องเพคะ ท่านซีคไม่ชอบน้ำตาท่านวีนัสเท่าไหร่นัก” พี่เฟย์น่ากล่าวเตือน

                “ไม่ชอบผมก็จะร้อง” สองมือปาดน้ำตาตัวเองซ้ำ ๆ ขบวนม้าเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ เสียงฝีเท้าที่กระทบกับผืนทรายดังพอ ๆ กับหัวใจในอกที่กำลังเต้นดังฟังไม่เป็นจังหวะ

                ทหารทุกนายยกมือขึ้นทาบอกซ้าย ผู้ชายตรงหน้าในชุดเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีไข่ไก่รองเท้าเชือกหนังธรรมดามีผ้าขาวปกคลุมใบหน้าทำให้สองขาผมยืนแทบไม่ติดที่ ผมอยากวิ่งไปหาเขาตอนนี้แล้วบอกไปเลยว่าผมให้ลูกแฝดกับเขาได้แล้ว

                ประตูวังถูกเปิดให้กว้างขึ้น ซีคทิ้งห่างสการ์และทหารคนอื่น ๆ มามาก เขาไม่แม้แต่หันไปมองว่าคนอื่นกำลังตามไม่ทัน คีอาร์ทำหน้าที่ม้าหลวงได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง มันมองมาข้างหน้าสองขาควบไวส่งผลให้เม็ดทรายฟุ้งกระจายเต็มอากาศ

                คีอาร์วิ่งผ่านประตูเข้ามา มันชะลอความเร็วลงและวิ่งมาเรื่อย ๆ แม้อยู่ในรั้วเดียวกันแล้วแต่ความรู้สึกของผมมันช่างห่างไกลเหลือเกิน ผมมองซีคกระตุกสายบังเหียนซ้ำ ๆ ก่อนที่เขาจะกระชากสายบังเหียนอีกครั้งส่งผลให้คีอาร์หยุดวิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นเดินแทน มันหอบตัวโยนพลางย่องข้าช้า ๆ ผมรอไม่ไหวและไม่รออีกต่อไป ผมรีบวิ่งไปหาซีคเพื่อเร่งเวลาให้เราเข้าใกล้กันได้ไวมากขึ้น

ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเอง ขณะเดียวกันซีคได้ก้าวขาลงจากหลังม้า ผมหลุดยิ้มออกมาทั้งที่ยังร้องไห้ หน้ามันเลยเบะ ๆ จนท่านอควาห์หลุดขำ

สองเท้าก้าวไปหาซีคแล้วรีบดึงตัวเขามากอดไว้ เขาเองก็เช่นกัน อ้อมแขนแกร่งซึ่งเคยปกป้องทั้งผมและลูกชิงตัวผมไปกอด ฝ่ามือหนาลูบหัวผมซ้ำ ๆ ทั้งกลิ่นกายและสัมผัสจากเขาทำให้น้ำตาที่ไหลรินเหือดแห้ง

ร่างกายเราสองคนแนบชิดติดกัน มันใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบของอีกฝ่าย สองมือที่มีไม่สามารถกอบโกยโอบกอดเอาคนตรงหน้ามากอดไว้ให้หายคิดถึงได้เท่าน้ำเสียงเรียบนิ่งและคุ้นเคยที่ผมเฝ้ารอได้ยินมาตลอด

“เจ้าร้องไห้ทำไม” ผมยังไม่ตอบอะไรเพราะหวังจะฟังเสียงหัวใจของเขาให้ชัด ๆ หลังจากไม่ได้ยินมานานนับสี่เดือน

“ข้าถามว่าเจ้าร้องไห้ทำไม”

“ฮึก !”

“เมียโง่ แล้วนี่ลูกอยู่ไหน”

“ลูกอยู่กับเจ๊ส้ม…”

“แล้วทีนี้ตอบข้าได้รึยัง ว่าเจ้าร้องไห้ทำไม”

“ข้าคิดถึงท่าน”

“เจ้านี่มัน แปลกคนดีแท้” ซีคผละผมออกเบา ๆ เขายังไม่เอาผ้าผืนยาวพะรุงพะรังที่ปกปิดใบหน้านั้นออก ผมเลยเอื้อมมือไปแก้ผ้าที่เขาพันเอาไว้ ไม่สนใจหรอก กลับมาทั้งทีจะให้มองแต่ลูกกะตารึไง ผมคิด

“เจ้าทำอะไรของเจ้า” เขาพูดเสียงเรียบ

“ก็แก้ผ้าโพกหัวให้น่ะสิ ถามได้” ผมขมวดคิ้วน้อย ๆ ค้อนตามองกลับไป

“หยุด หัวข้าเป็นของสูงไม่ใช่หัวหมูหัวหมาที่เจ้าจะเอามือมาจับมาคลำแบบนี้ วีนัส”

“ทำเป็นพูด ทีลูกเอาเท้าขยี้กลางหัวยังไม่บ่นสักคำ”

“วีนัส ข้าเพิ่งกลับมา ข้ายังไม่ได้กล่าวอะไรกับเหล่าทหารเจ้าก็ตรงดิ่งเข้ามา รู้ตัวรึเปล่าว่าที่ทำอยู่นั้นมันผิด”

“งั้นข้าไปรอท่านบนห้องก็ได้” เพราะความน้อยใจผมเลยกลับหลังหันแล้ววิ่งหนีเข้าไปในตัวพระราชวังฝั่งเหนือทันที ผมไม่อยากให้คนที่นี่รู้ว่าผมกำลังร้องไห้เพราะคำพูดของซีคทั้งที่ปกติทั้งด่าทั้งหาคำมาเปรียบเปรยยังไม่มีเลยสักครั้งที่น้ำตาสีใสจะไหลออกมาต่อหน้าใครต่อใคร

30 นาทีผ่านไป

ผมนอนอยู่บนเตียงท่ามกลางเสียงเหล่าทหารที่ดังมาจากลานกว้างหน้าสวนพฤกษา พวกเขาพูดอะไรกันก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเป็นธรรมเนียมที่ต้องทำเวลาซีคกลับมาจากไปไหนไกล ๆ หรือไม่ก็กลับจากงานสำคัญ ๆ ผมฟังพลางคิดว่าเมื่อไหร่พิธีจะเสร็จแล้วซีคจะขึ้นมาสักที ผมได้บอกเขาว่าตอนนี้เรากำลังจะมีลูกด้วยกันอีกสองคน

แกร่ก

เสียงประตูถูกเปิดเข้ามา ผมมองเงาสะท้อนผ่านบานหน้าต่างซึ่งทำจากกระจกใสก็รู้ทันทีว่าคนที่เข้ามาคือซีค ผมรีบหลับตาลงทันทีเพราะยังรู้สึกน้อยใจที่เขาดุว่าสิ่งที่ผมทำนั้นมันผิด ทั้งที่ผมก็แค่คิดถึงเขา

“เมียอัปลักษณ์ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้หลับ” เจ้าตัวบอกหลังจากนั่งลงบนเตียง

“…” ผมทำเป็นเงียบใส่ เผื่อซีคจะเชื่อจริง ๆ ว่าผมหลับ

“ลืมตาขึ้นมามองข้า วีนัส”

“…”

“ดี ถ้าไม่ลืมตาข้าได้ไปอาบน้ำแล้วลงไปในเมือง สี่เดือนที่ข้าไม่อยู่เห็นทหารพูดกันหนาหูว่าขโมยขโจรเริ่มกลับมารุกรานชาวบ้านอีกแล้ว มีคนนึงโทษหนักนัก ทั้งปล้นทั้งทำร้ายร่างกาย เห็นทีข้าจะได้ตัดหัวคนอีกครั้งหลังจากวางมือมานาน”

“อย่าไป !” ซีคไม่ทันลุกขึ้นจากที่นอนผมก็โพล่งพูดออกมาแล้วลุกขึ้นนั่งพร้อมจับมือของเขาไว้

“ไหนว่าเจ้าหลับ”

“ข้าไม่ได้หลับ”

“แล้วเหตุใดทำไมถึงได้มัวแต่นอนหันหลังให้ข้า วีนัส” สิ้นสุดคำพูดของซีคผมก็ทิ้งตัวนอนตะแคงข้างหันหลังใส่เขาอีกครั้ง ผมรู้ตัวเองดีว่านิสัยแบบนี้มักเป็นตอนผมกำลังท้อง ผมรู้ทุกอย่างแต่ห้ามตัวเองไม่ได้

“วีนัส” ซีคเรียก เขาเท้ามือลงมาบนเตียง

“…”

“สี่เดือนที่ผ่านมาข้าคิดถึงเจ้าแทบขาดใจ เจ้าไม่คิดจะพูดกับข้าบ้างเลยรึ”

“…”

“เจ้าดูอวบขึ้นนะ”

“อวบขึ้นสิ ก็ข้า…”

“เจ้าทำไม”

“ข้า…”

“อะไร”

“ข้าท้อง…” ผมบอกเสียงเอื่อยพร้อมหันหน้าไปมองเขา ซีคเบิกตากว้างไม่ราช้ารีบเปิดเสื้อผมขึ้นเผยเห็นท้องนูนน้อย ๆ ดูน่ารักน่าทะนุถนอม ฝ่ามือหนาสัมผัสกับหน้าท้องอย่างเบา ๆ ซีคลูบมือไปมาก่อนถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทิ้มเพราะความตื่นเต้น

“กี่เดือนแล้ว”

“สี่เดือน”

“สี่เดือนงั้นรึ” ซีคถามพลางนับนิ้ว เขาประคองผมให้ลุกขึ้นนั่งเอาหลังพิงหัวเตียงแล้วยิ้มไม่หุบ

“งั้นเจ้าก็ท้องตั้งแต่คืนนั้นแล้วสิ”

“ตั้งแต่คืนนั้น แล้วเช้ามาท่านก็เดินทางไปต่างเมืองเพื่อสานต่อโครงการของท่านอควาห์ยังไงล่ะ” มันดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ทำให้ซีคได้รู้ว่าผมกำลังมีลูกให้เขา แถมยังเป็นแฝดตามที่หวังไว้อีกต่างหาก

“แล้วนี่มีใครรู้บ้างว่าเจ้าท้อง” สองมือประคองผมไว้ ซีคนั่งแทบไม่ติดที่ เขาคงอยากประกาศให้ทุกคนรู้เต็มทีว่ากลับมาคราวนี้ผมมีของขวัญให้เขา

“ส้มจี๊ดรู้รึยัง เลย์น่ากับเฟย์น่าล่ะ รู้มั้ย”

“นอกจากหมอหลวงก็ไม่มีใครรู้เลย ท่านรู้เป็นคนแรก”

“คนแรก ฮ่า ๆ ข้ารู้เป็นคนแรก เอาล่ะ ถ้างั้นข้าจะไปบอกทุกคน บอกเลย์น่าให้หายาบำรุงมาให้เจ้า บอกเฟย์น่าว่าให้เรียกช่างตัดเสื้อมาตัดให้เจ้า เพราะอีกไม่นาน ท้องเจ้าก็ต้องใหญ่” ซีคทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียง ผมฉุดมือเขาไว้แล้วพยักหน้าก่อนเปิดชายเสื้อขึ้น

“กลับมาทั้งที ไม่คิดจะคุยกับลูกหน่อยหรอ”

“…” คนเป็นพ่ออึ้งเพียงพัก ผมเลยเลือกที่จะบอกอีกหนึ่งสิ่งที่อาจทำให้ซีคเป็นลมไปเลยก็ได้

“ลูกแฝดด้วยนะ”

“ห๊ะ ! แฝด !” เป็นไปตามที่คิด ซีคตะโกนเสียงดังลั่นห้อง

“ใช่ แฝด ไว้ใกล้คลอดเมื่อไหร่ ตั้งชื่อให้ลูกด้วยล่ะ”

-------------------

แถมตอนพิเศษ เจนัสกับเด็กชายปริศนา

​เจนัส : #รอจังหวะซีคกับวีนัสเผลอแล้วคลานออกจากห้อง ยียียี้ #แอบทหาร คิคิ

สการ์ : #เดินผ่านมาพอดี

เจนัส : #แอบหลังแจกันใบใหญ่ คิคิ #คลานลงบันได #เอาก้นถัดลงมาเรื่อยๆ

ซีค : เอ้า เจนัสไปไหนแล้ว #เสียงดังมาจากห้อง

เจนัส : อุ๊ ๆ ๆ #รีบคลานหนีซีคไปที่รั้วข้างกำแพงวัง #พยายามยืนเอามือเกาะขอบรั้ว ยียียี้ !!! #เรียก

เด็กชาย : ข้าอยู่นี่ #ลุกขึ้นยืนเอาผ้าโพกหัวออก ข้ารอตั้งนาน กว่าเจ้าจะลงมา 

เจนัส : คิคิ หนี หนีมา #ยิ้มตาปิด #หน้าแดงมาก #เห็นเขาหล่อแล้วเขิน 

เด็กชาย : วันนี้ข้าขโมยกำไลทองมาให้ ยื่นมือมาสิ 

เจนัส : #ยื่นมือ กำไยทอง.... #ยิ้มตาปิดเห็นฟันกระต่าย คิคิ หย่อ..... หย่อจัง #มองหน้าเขาไปเขินไป 

เด็กชาย : #สวมกำไลทองให้เสร็จก็เอาผ้ามาโพกหัวอีกครั้ง ข้าไปล่ะ ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ #วิ่งหายไป

เจนัส : บ้ายบาย คิคิ หย่อจัง #ยิ้มตาปิด #ยืนบิดตัวไปมาเพราะเขิน #หน้าแดงจัดเอามือป้อมๆปิดหน้าตัวเอง หย่อ..... บูกเจอคนหย่อ..... #บิดซ้ายบิดขวา 

-------------------

อุ๊ย ๆ ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมของเจนัสกับพี่โจรได้ที่เพจ : นิ้วกลาง

ส่วนท่านซีคจะได้แฝดแบบไหน ไปลุ้นกัน จะชายxชาย ชายxหญิง หรือ หญิงxหญิง ๆ อิอิ

​-----------------------

21.04.18

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว