ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 49(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 10:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 49(Rewrite)​
แบบอักษร

ร่างเล็กนั่งกอดเข่าบนโซฟายาว  นานนับชั่วโมงแล้วที่ได้แต่นั่งรอ.....รอข่าวของน้องชาย 

แอลดีนเดินเข้ามาในห้องรับรองภายในชั้นบนสุดของห้างอีกครั้ง มองดูร่างบางที่นั่งกอดเข่าตัวสั่น  ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาที่ผ่านการร้องไห้นานนับชั่วโมง  แม้ตอนนี้จะไม่ได้ยินเสียงสะอื้นแล้ว  แต่น้ำตาก็ยังคงไหลอาบหน้าหวานไม่หยุด  แอลดีนเดินมานั่งข้างหน้า  ยื่นมือไปบีบมือเล็กเบาๆ  ก่อนจะเอ่ย 

"ตอนนี้คุณหญิงกับคุณอริสากำลังเดินทางมากรุงเทพนะครับ"แอลดีนมองคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งนิ่ง ยกมือเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา 

"ตำรวจว่ายังไงบ้างครับ"ซีไนน์เอ่ยเสียงสั่นๆ  เงยหน้ามองคนตัวสูงอย่างรอความหวัง ได้โปรดเถอะ..... 

"ตำรวจเจอรถที่ต้องสงสัยแล้วครับ"แอลดีนพูดแค่นั้นก็เงียบลง  มองดูมือเล็กที่จับมือของเขาแน่น แววตาที่รอฟังคำตอบที่เป็นข่าวดี ทำให้เขารู้สึกยากนักที่จะเอ่ยปากบอกความจริงไป 

"แล้วเจอน้องไหมครับ"ซีไนน์ถาม ก่อนจะทิ้งมือทั้งสองข้างอย่างหมดแรงเมื่อเห็นคนร่างสูงส่ายหน้าช้าๆ 

"ไม่เจอครับ  ตำรวจบอกว่า เจอรถที่ต้องสงสัยว่าเป็นรถที่พาคุณหนูลินไปจอดทิ้งอยู่ในโกดังร้างครับ  เพราะลักษณะรถเหมือนกันทุกอย่าง  แต่ที่นั่นไม่มีใครเลย แม้แต่คุณหนูลิน เขาบอกว่า..." 

"บอกว่าอะไรครับ ฮรึก" 

"เจอแต่เลือดกับมีดที่อยู่บนพื้น  แล้วก็ เสื้อคุณหนูลินที่ตกอยู่ในรถครับ"แอลดีนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจมากนัก หากแต่ก็ต้องบอกซีไนน์ แต่ทันทีที่จบประโยคของเขา คนตัวบางอึ้งอยู่สักพักก่อนจะสะอื้นตัวโยนอีกครั้งจนแอลดีนต้องรีบกอร่างบางไว้แน่น 

"ซีนจะทำยังไงดีครับคุณอา ซีนจะทำยังไงดี"ซีไนน์ยังคงสะอื้นไม่หยุด   เขาเป็นห่วงน้องชายจะแย่อยู่แล้ว 

ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง....อยู่ที่ไหน.....มีใครทำอะไรรึเปล่า 

แอลดีนกอดคนร่างบางไว้แนบอกก่อนจะผละออกมาเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของซีไนน์ดังขึ้น  เจ้าตัวหยิบขึ้นมาก่อนจะเบิกตากว้างแล้วรับสายเอ่ยถามปลายสายจนแอลดีนหันขวับ 

"น้อง  น้องอยู่ไหนเป็นยังไงบ้าง" 

".." 

"พี่กายหรอครับ  ฮรึก  ว่าไงนะครับ!!" 

"...." 

"ครับ ผมจะไปเดี่ยวนี้เลยครับ"ซีไนน์วางสายลงก่อนจะเม้มปากแรงๆปาดน้ำตาเพื่อให้ตัวเองคุยกับคนตรงหน้าให้รู้เรื่องที่สุด 

"คุณอาครับ ฮรึก  ตอนนี้น้องอยู่ห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลครับ ฮรึก เรารีบไปกันเถอะครับ"ซีไนน์ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งไปที่รถพลางบอกโรงพยาบาลที่ควานลินถูกส่งตัวไป ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลทั้งซีไนน์และแอลดีนก็ตรงไปที่ห้องฉุกเฉินก่อนจะได้รับแจ้งว่าควานลินกำลังอยู่ในห้องผ่าตัด  ไม่รอช้าทั้งสองคนก็รีบไปที่ห้องผ่าตัด ซีไนน์วิ่งไปที่ห้องผ่าตัดทั้งน้ำตา ในใจได้แต่ภาวนาขอให้น้องชายไม่เป็นอะไรมาก  ขอให้น้องชายของเขาปลอดภัย อย่าเป็นอะไรไปเลยนะคนเก่งของพี่ อดทนไว้นะ 

สองเท้าวิ่งไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเป็นทางจนกระทั้งถึงหน้าห้องผ่าตัด  ซีไนน์ชะงัก  มองบุคคลสามคนตรงหน้า 

ลูคัสที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น กาวิญญูที่กำลังก้มหน้าข้างๆลูคัสและโลแกนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เงียบๆซีไนน์ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ทั้งสามคนถึงนั่งอยู่ตรงนี้  และเขาเองไม่มีกะจิตกะใจจะซักถาม เว้นแต่เรื่องของควานลิน 

"น้องอยู่ไหนครับ เป็นยังไงบ้าง"ซีไนน์ปาดน้ำตาของตัวเอง พยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเอง ถึงแม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกว่ารอบตัวหมุนเคว้งจนแทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว 

"หมอบอกว่าน้องลินกระดูกซี่โครงหักทิ่มปอด ทำให้ปอดฉีก แล้วก็อาจจะมีเลือดคั่งในสมองเพราะแรงกระแทก"โลแกนเป็นคนบอกกับซีไนน์แอลดีนถึงอาการของคนในห้องฉุกเฉิน 

"น้อง"เสียงแผ่วพร้อมน้ำตาที่ไหลอีกครั้งของซีไนน์  ตอนนี้เขาแทบจะไม่มีแรงยืนแล้ว ซีไนน์ค่อยๆทิ้งตัวลงบนเก้าอี้  เสียงสะอื้นของคนตัวเล็กทำให้แอลดีนถึงกำหมัดแน่น เรื่องร้ายๆแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากชีวิตของควานลินไม่ต้องไปยุ่งกับคนที่มีมลทินอย่างลูคัส 

แอลดีนไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนทำร้ายควานลิน  แต่ถ้าให้เขาคิด  คนๆนั้นคงไม่พ้นจะเกี่ยวข้องกับคนอย่างลูคัส หรือเผลอๆ อาจจะเป็นลูคัสเองที่เป็นคนทำร้ายควานลิน แอลดีนตวัดสายตามองลูคัสที่ตอนนี้กำลังเหม่อเลย ก่อนจะกระชากตัวลูคัสให้ลุกขึ้น หมัดหนักๆจากคนร่างใหญ่ เข้าเต็มแรงบนใบหน้าหล่อ 

ปั้ก ปั้ก ปั้ก! แอลดีนรัวหมัดใส่ใบหน้าลูคัสไม่ยั้งในขณะที่ลูคัสได้แต่ยืนนิ่ง ราวกับหมัดหนักๆเหล่านั้นไม่ได้เจ็บเลยสักนิด หากเทียบกับความรู้สึกเจ็บปวดในใจของเขา ที่ต้องเห็นคนตัวเล็กมาเจ็บหนัก เพียงเพราะเขาเป็นสาเหตุ 

ใช่  ที่ควานลินต้องมาเจอแบบนี้ก็เพราะเขา  

ทั้งกาวิญญูโลแกนและซีไนน์ต่างตกใจที่จู่ๆแอลดีนก็เข้ามาใส่หมัดใส่ลูคัสไม่ยั้ง เสียงห้ามจากกาวิญญูและแรงล็อคตัวแอลดีนจากโลแกนไม่ได้ทำให้แอลดีนที่กำลังโกรธหยุดได้ 

"คุณอา หยุดเดี่ยวนี้นะครับ คุณอา"ซีไนน์ร้องห้าม  น้ำตาที่กำลังไหลหยุดไหลแทบจะทันทีที่เห็นแอลดีนใส่หมัดให้ลูคัสไม่ยั้ง แต่ดูเหมือนแอลดีนจะไม่ฟังเสียงห้ามของเขาเลย จนซีไนน์ต้องร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง 

"หยุด!!  ซีนบอกให้หยุดไงครับ  หยุดเดี่ยวนี้!!!"ซีไนน์ว่าพลางก่อนจะเข้าไปแทรกกลางระหว่างแอลดีนกับลูคัส  ทำให้แอลดีนที่กำลังง้างหมัดจะลงบนใบหน้าของลูคัสอีกครั้งหยุดชะงักลง มองใบหน้าคนตัวบางที่กำลังแดงก่ำจากการร้องไห้มาอย่างหนัก ปล่อยมือจากคอเสื้อของลูคัสจนลูคัสร่วงไปนั่งลงกับพื้น ซีไนน์มองไปที่แอลดีนด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจการกระทำของคนรัก ก่อนจะก้มลงไปประคองลูคัส 

"พี่ลูคัส เจ็บไหมครับ"ซีไนน์ทิ้งตัวนั่ง พลางมองใบหน้าที่มีเลือดกบปากและไหลออกจากจมูกของลูคัส  บนโหนกแก้มมีรอยแตกเล็กน้อย ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าที่โลแกนส่งมาให้เช็ดให้ลูคัสเบาๆ ซีไนน์หันไปมองแอลดีนที่ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ก้มหน้ากับพื้นอีกครั้งแล้วก็หันมาเช็ดเลือดที่กำลังไหลออกจากจมูกลูคัสอีกครั้ง 

"ซีนขอโทษแทนคุณอาด้วยนะครับ"ซีไนน์ว่าพลางน้ำตาก็หยดลงบนแก้มไปพลาง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมลูคัสไม่ตอบโต้แอลดีน และไม่เข้าใจว่าทำไมแอลดีนต้องทำร้ายลูคัส 

"เดี่ยวพี่จะพาไอ้ลุคส์ไปทำแผลเองครับ"กาวิญญูบอก  ซีไนน์พยักหน้าก่อนจะลุกเพื่อให้กาวิญญูเข้าประคองลูคัส แต่ลูคัสกลับสะบัดมือจากกาวิญญูอย่างแรง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วนั่งบนเก้าอี้เงียบๆ ซีไนน์มองท่าทางของลูคัสอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา  เดินไปนั่งลงเงียบๆข้างแอลดีน 

โลแกนเดินออกไปก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมพยาบาลกับอุปกรณ์ทำแผล  แล้วบอกให้พยาบาลช่วยทำแผลให้กับลูคัส โดยที่ลูคัสเองได้แต่นั่งนิ่งไม่สนใจว่าใครจะทำอะไรกับร่างกายตัวเอง ซีไนน์หันไปมองแอลดีนอีกครั้งก่อนจะเห็นว่าที่มือของอีกคนก็มีแผลไม่ต่างกัน 

"ซีนไม่เข้าใจ ทำไมคุณอาต้องไปทำร้ายพี่ลูคัส"ซีไนน์เอ่ยขณะที่กำลังทำแผลที่มือของแอลดีนไปพลางๆ 

"...." 

"พี่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมคุณอาต้องทำเหมือนพี่ลูคัสเป็นคนทำร้ายน้องด้วยล่ะครับ" 

"..." 

"ตอนนี้คนที่เราต้องเป็นห่วงที่สุดคือน้องไม่ใช่หรอครับ"พูดจบน้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง  แอลดีนมองคนตัวเล็กตรงหน้า ก่อนจะยกมือเช็ดน้ำตาให้เบาๆ มีอะไรมากมายที่เขาอยากจะพูดให้กับคนร่างบางรู้แต่แอลดีนก็เลือกที่นั่งเงียบเหมือนเดิม 

 

 

ผ่านไปราวๆ15นาที ห้องประตูฉุกเฉินเปิดออกมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงคุณหมอวัยกลางคนคนหนึ่ง 

"ไม่ทราบว่าญาติคนไข้คือคนไหนครับ" 

"ผมเองครับ"ซีไนน์รีบลุกขึ้น ปาดน้ำตาตัวเองลวกๆก่อนจะเดินไปหาคุณหมอ ทุกคนต่างจ้องตั้งใจฟังสิ่งที่คุณหมอกำลังจะพูด 

"เราพบว่า มีเลือดคั่งอยู่ในสมอง จำเป็นต้องผ่าตัดด่วน อยากให้ญาติเซ็นต์รับรองการผ่าตัดครั้งนี้ด้วยครับ"คุณหมอว่าพลางรับเอกสารในมือพยาบาลข้างๆก่อนจะยื่นให้ซีไนน์ 

"ผมเป็นคนดูแลพวกเขา ผมจะเป็นคนเซ็นต์เองครับ"แอลดีนร้องบอก   คุณหมอหันไปมองซีไนน์ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นเอกสารเอกสารให้แอลดีนเมื่อเห็นซีไนน์พยักหน้า ลูคัสกาวิญญูและโลแกนได้แต่นั่งมองเงียบๆ 

"แล้วตอนนี้อาการของน้องชายผมเป็นยังไงบ้างครับ"ซีไนน์ถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ คุณหมอมองใบหน้าหวานพลางบอกด้วยสีหน้าลำบากใจ 

"น้องชายของคุณมีเลือดคั่งในสมองเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอันตรายมาก จำเป็นต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แต่ในการผ่าตัดครั้งนี้..." 

"ทำไมครับหมอ" 

"อาจจะมีโอกาสรอดเพียงครึ่งเดียว เพราะนอกจากเลือดคั่งในสมองแล้ว  ยังมีอาการสมองบวมด้วยอีกครับ และหลังผ่าตัดอาจจะมีผลข้างเคียงต่อคนไข้ด้วยนะครับ "ทันทีจบคำจากคุณหมอ ซีไนน์แทบจะทรุดลงพื้น  โชคดีที่มีมือแกร่งของแอลดีนประคองไว้ แอลดีนพาซีไนน์มานั่งที่เก้าอี้อีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนร่างบางไม่สามารถรับรู้อะไรแล้ว 

โลแกนอาสาที่จะประคองร่างที่เหม่อลอยของซีไนน์ไว้เพื่อให้แอลดีนไปคุยกับหมออีกครั้ง ในขณะที่กาวิญญูนั่งอยู่ข้างๆลูคัส ที่นิ่งเงียบมาตั้งนาน 

แอลดีนคุยกับหมออยู่พักใหญ่ก่อนจะกลับมาที่หน้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง หลังจากนั้น โลแกนก็กลับไปดูแรมระวีที่คอนโด  ในขณะที่กาวิญญูนั่งอยู่เป็นเพื่อนลูคัสต่อเมื่ออีกคนไม่ยอมไปจากหน้าห้องผ่าตัด 

เวลาผ่านไปสี่ชั่วโมงแต่มันกลับเหมือนช่างยาวนานราวกับ4เดือน4ปีสำหรับคนที่นั่งรอคอยอย่างมีความหวัง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทุกอย่างรอบตัวเงียบเฉียบ ไม่มีการรายงานอาการของคนไข้จากคุณหมอหรือพยาบาล โลแกนกลับมาอีกครั้งพร้อมอาหารในมือ  หากแต่ก็ไม่มีใครกินลง 

"เจอน้องได้ยังไงกันครับ"เสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นมา  ซีไนน์เป็นคนทำลายความเงียบครั้งนี้  สายตาจดจ้องไปที่ลูคัสมองดูเสื้อของคนร่างสูงที่มีคราบเลือดติดอยู่ ลูคัสเงยหน้ามองซีไนน์หากแต่ก็ก้มลงมองมองตัวเองอีกครั้ง เขาไม่กล้าสู้หน้าซีไนน์ในเวลานี้ 

"ซีนไม่รู้ว่าทำไมพี่ลูคัสถึงช่วยน้องมาได้ แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยน้องนะครับ"ซีไนน์กล่าว น้ำตาที่หยุดไหลไปแล้วกลับมาไหลอีกรอบแอลดีนกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินคำพูดของคนร่างบาง แต่ก็ทำแค่นั่งเงียบเหมือนเดิม และทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ ทุกสายตามองไปยังคนมาใหม่ ทันทีที่เห็นบุคคลที่เดินเข้ามาซีไนน์ก็ลุกขึ้นวิ่งไปกอดพร้อมน้ำตา  สะอึกสะอื้นกับอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ 

"แม่ครับ น้อง...."พูดได้แค่นั้นก็ต้องกลืนก้อนสะอื้นลงคอ  น้ำตาไหลออกมาบนอกผู้เป็นมารดาจนเปียกชุ่ม 

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วนะ ไม่เป็นไรลูกไม่เป็นไร น้องต้องไม่เป็นอะไรนะ"อริสาน้ำตาไหลพลางกอดลูกชาย ผละออกจากลูกชายก่อนจะยกมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้าหวานเบาๆก่อนจะพยุงให้ลูกชายนั่งลง แอลดีนเดินเข้ามาหาปัทมาก่อนที่จะประคองหญิงชราให้นั่งลงข้างๆ 

"แอลดีน ตอนนี้อาการของเจ้าลินเป็นยังไงบ้าง"เสียงของผู้อาวุโสที่สุดกล่าว พลางเช็ดน้ำตาป้อยๆที่ไหลออกมาของตัวเอง 

"50-50ครับ คงต้องรอหมอบอกอีกที"แอลดีนบอก ปัทมาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะยกมือโอบหลานชายไว้ 

"น้องเป็นคนเก่ง  น้องต้องไม่เป็นอะไร พี่ซีนหยุดร้องเถอะนะ"หญิงชราพูดพลางยกมือเช็ดน้ำตาให้ลูกชายช้าๆ ซีไนน์พยักหน้าก่อนจะซุกเข้ากับอกอุ่นของผู้เป็นย่า 

"คุณย่าครับ คุณแม่ครับ" 

"ว่าไงลูก"ปัทมาขับขานหลานชาย 

"นี่ พี่ลูคัส พี่กายแล้วก็พี่โลแกนครับ "ซีไนน์เอ่ยพร้อมแนะนำอีกสามคนที่กำลังนั่งตรงกันข้ามกัน 

"พี่ๆเป็นพี่ๆในคณะที่ซีนเรียนครับ"ซีไนน์พูดต่อ  ปัทมาพยักหน้ารับ 

"เป็นรุ่นพี่เจ้าสองแสบนี้งั้นเรอะ" 

"พี่ๆเขา ช่วยน้องไว้ครับ" 

"ขอบใจลูก  ขอบใจมากๆนะ"ปัทมาเอ่ย. โลแกนรับคำขอบคุณตามมารยาทก่อนจะหันไปมองคุณหมอที่เดินออกมาจากห้องผ่าตัด ทุกคนต่างลุกขึ้นเพื่อฟังผล 

"ตอนนี้ คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ คงต้องรอดูอาการอีกครั้งหลังจากฟื้น เดี่ยวจะย้ายคนไข้ไปอยู่ห้องพักฟื้นนะครับ" 

"ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ" 

"ครับ งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ" หลังจากที่คุณหมอจากไปแล้ว  ทั้งซีไนน์ แอลดีน ปัทมาและอริสาก็ไปห้องพักฟื้นของคนไข้  ในขณะที่ลูคัสนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม 

"ไอ้ลุคส์ ลุกขึ้นเถอะ น้องลินไม่เป็นอะไรแล้วนะ"กาวิญญูเอ่ยกับเพื่อน มองดูสภาพเสื้อผ้าที่มีเลือดควานลินติดอยู่ 

"น้องไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม"เสียงแผ่วเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบมาหลายชั่วโมง 

"น้องไม่เป็นอะไรแล้ว มึงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงน้องลิน แต่มึงก็ควรเป็นห่วงตัวเองด้วย"ก่วิญญูพูด  ลูคัสพยักหน้าสองสามทีก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตามเพื่อนทั้งสองออกไป 

กาวิญญูเดินมาส่งลูคัสที่ห้อง เปิดไฟให้ห้องสว่าง มองคนร่างสูงที่เดินเหม่อเข้าห้องนอนตัวเอง จึงเดินตามไป  เห็นอีกคนนั่งก้มหน้าอยู่ริมเตียง ตนจึงเดินไปเปิดไฟให้ 

"มึงอย่าโทษตัวเองนะไอ้ลุคส์  มันไม่ใช่ความผิดมึง"กาวิญญูพูดกับเพื่อนก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง  แต่ก็ไม่วายหยิบคีย์การ์ดของลูคัสออกมาด้วย ถึงจะปล่อยไว้ให้อีกคนอยู่คนเดียว แต่เขาก็ไม่ไว้ใจหรอก ยิ่งไม่เคยเห็นลูคัสเป็นแบบนี้ เขาก็ยิ่งไม่ไว้ใจ เดาไม่ถูกเลยว่ลูคัสกำลังคิดอะไรอยู่ 

 

ทันทีที่เพื่อนออกไปจากห้อง ลูคัสก็นั่งอยู่ที่เดิมจนกระทั่งเวลาผ่านไปเข้าตีหนึ่งแล้ว ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้น ถอดเสื้อผ้าออกแล้วเดินเข้าไปห้องน้ำ 

เพล้ง!! เสียงกระจกแตกเป็นเสี่ยงๆจากแรงหมัดของคนร่างสูง ก่อนที่มือหนาจะชกเข้าไปอีกซ้ำๆจนมือแกร่งอาบไปด้วยเลือด ลูคัสทิ้งตัวพิงผนังอยู่ในห้องน้ำอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เลือดไหลออกมาอย่างไม่นึกใส่ใจ 

"ไอ้ลุคส์!!!!!"กาวิญญูเบิกตากว้างมองสภาพของเพื่อน ก่อนจะยกแขนเพื่อนพาดบ่าตัวเองแล้วลากมาก่อนจะปล่อยตัวลูคัสแรงๆลงบนเตียง ราวกับต้องการเตือนสติคนร่างใหญ่ที่เอาแต่นิ่งเงียบ 

"มึงทำบ้าอะไรของมึงวะ"กาวิญญูตะโกนใส่หน้าหลังจากที่เข้ามาในห้องนอนอีกครั้งพร้อมอุปกรณ์ทำแผลในมือ ลงมือทำแผลให้คนร่างสูงที่เอาแต่นั่งนิ่ง ว่าแล้วเชียว ไว้ใจให้อยู่คนเดียวไม่ได้ 

นี่ดีนะที่เขากลับมาดูอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นคงได้เลือดออกหมดตัวพอดี 

"กูบอกมึงแล้วไงว่าอย่าโทษตัวเอง  มันไม่ใช่ความผิดของมึงนะเว้ย" 

"..." 

"กูรู้ว่ามึงรู้สึกผิด  แต่มึงอย่าทำร้ายตัวเองได้ไหมวะ!!!" 

"..." 

"การที่มึงทำร้ายตัวเอง ถ้าน้องลินรู้  มึงคิดว่าเขาจะรู้สึกยังไง อย่าทำร้ายตัวเองดิวะ" 

"...." 

"ถ้ามึงทำเพื่อตัวเองไม่ได้ มึงก็ทำเพื่อน้องลิน น้องก็คงไม่อยากเห็นมึงเจ็บเหมือนกัน"กาวิญญูพูดพลาง ทำแผลให้ลูคัสพลาง จนกระทั่งพันมือของเพื่อนเสร็จ ลูคัสก็เอาแต่นั่งนิ่ง 

"วันนี้กูนอนห้องมึงละกัน กูไม่ไว้ใจให้มึงอยู่คนเดียวหรอก" 

"....." 

"....." 

"ไม่เป็นไร"เสียงลูคัสดังขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่มาถึงห้อง กาวิญญูชะงัก หันไปมองเพื่อนอีกรอบ  ลูคัสเงยหน้ามองกาวิญญูแล้วพูดต่อ 

"มึงกลับไปดูไอ้แรมเถอะ  ถ้ามันเป็นอะไรไป เดี่ยวอาการจะยิ่งแย่เอา" 

"แต่มึง...." 

"กูไม่เป็นไร"  ลูคัสตอบ กาวิญญูจ้องหน้าเพื่อนนิ่งไม่ไว้ใจในคำพูดจนลูคัสต้องเอ่ยยืนยันอีกครั้ง 

"กูจะไม่ทำร้ายตัวเอง  มึงไม่ต้องห่วงหรอก" และนั่นทำให้กาวิญญูยอมเดินออกมาจากห้องของลูคัสแต่โดยดี  โดยไม่ได้เอาคีย์การ์ดออกมาด้วย 

หลังจากที่เพื่อนออกจากห้องไปอีกครั้ง ลูคัสก็ลุกออกจากห้องนอน มองไปที่โต๊ะอาหาร ดูอาหารที่เย็นเตรียมไว้ให้คนตัวเล็กกลับมากิน ก่อนจะเงยหน้ามองเพดานเมื่อรู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง 

 

ร่างสูงนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาทั้งคืน  ดวงตาเรียวคมเหม่อมองไปข้างหน้าไม่มีท่าทางว่าจะหลับตานอนลง นั่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งแสงแรกของวันโผล่จากขอบฟ้า  ลูคัสลุกขึ้นอาบน้ำ  ก่อนจะนั่งทำแผลที่มือของตัวเองเงียบๆ จนกระทั่งเวลาสายกาวิญญูกับโลแกนเข้ามาพร้อมอาหารเช้า แล้วก็บอกว่าจะพาแรมระวีกลับคฤหาสน์ ก่อนจะบอกห้องที่ควานลินพักรักษาตัวอยู่ตอนนี้ 

 

1750 

นายทิวา รุ่งรัตนทิพากร 

ลูคัสยืนมองป้ายชื่อที่หน้าห้องพักพิเศษของป่วยอยู่พักใหญ่ก่อนจะบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไป    เห็นซีไนน์นอนขดตัวอยู่ที่โซฟาห้อง สองขาก้าวไปยังเตียงขาวที่มีคนร่างเล็กนอนไม่รู้สึกตัวในชุดคนป่วย  ต่อเครื่องช่วยหายใจ สายระโยงระยางต่อกับตัวบางและเครื่องมือทางการแพทย์ หัวเล็กที่มีผ้าพันแผลพันไว้ทั้งหัวจนไม่เห็นเส้นผม  ใบหน้าที่มีรอยช้ำม่วงกับผ้าปิดแผลเป็นแนวยาวที่แก้มซ้าย   ใบหน้าซีดเซียว ปากที่บวมช้ำมีรอยแตก 

มือหนาที่มีผ้าพันแผลพันไว้กุมมือเล็กที่เต็มไปด้วยรอยแผลเล็กๆแล้วลูบเบาๆ ราวกับกลัวว่าจะสร้างรอยแผลเพิ่มให้คนร่างเล็กน้ำตาเม็ดโตร่วงบนมือซีดลงทีละหยดๆจากดวงตาเรียว ลูคัสมองใบหน้าควานลินที่หลับไหลไม่ได้สติอีกครั้ง  มืออีกข้างลูบแก้มช้ำอย่างแผ่วเบา ราวกับอีกคนเป็นแก้วใสที่แตะแรงๆอาจจะทำให้แตกละเอียดได้ 

เจ็บมากไหม ....คำถามที่ได้แต่ดังอยู่ในใจ หัวใจของเขาตอนนี้เหมือนมีอะไรมาบีบอยู่  มันทำให้เขาเจ็บ 

หากเลือกได้ เขาอยากเป็นคนที่นอนบนเตียงนั้นแทนคนตัวเล็ก 

ลูคัสยืนจ้องใบหน้าซีดเซียวอยู่อย่างนั้นก่อนจะลูบหน้าตัวเองแรงก่อนจะหันไปข้างหลังเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา 

"ใช่ พี่ลุคส์รึเปล่าจ้ะ"เสียงพร้อมรอยยิ้มจากใบหน้าสวยบ่งบอกถึงคนใจดีดังขึ้น 

______________________ 

พี่อย่าโทษตัวเองเลยนะ. /   กอด 

ไม่มีคำพูดอะ เอาเป็นว่า อย่านอนดึกกันนะจุ้ปๆ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว