email-icon

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน ทุกคนทำให้เรามีกำลังใจขึ้นเยอะเลย : jk

ชื่อตอน : M : T 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 593

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2561 12:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
M : T 100%
แบบอักษร

.

.

M : T

By : jk

.

.

"กูถามว่าใครสั่งมึงมา!!"เสียงดังกร้าวและกึกก้องไปทั่วห้องแถมยังสะท้อนกลับมาให้คนที่โดนกระชากได้ขวัญผวากับน้ำเสียงนั่นอีก แววตาน่ากลัว เส้นเลือดปูดที่มือทั้งสองข้างบ่งบอกถึงความโกรธแค้นได้เป็นอย่งดี


ผัวะ!

แรงหมัดทำให้อีกฝ่ายหันไปตามได้โดยง่ายแต่ไม่นอนกลิ้งเพราะเขายังคงจับปกเสื้อมันไว้มั่น ล้มไปเขาขี้เกียจกระชากมันขึ้นมาใหม่


"กูถาม!!"


"..."อีกฝ่ายยังคงปิดปากเงียบ รอยยิ้มเหยียดเผยออกมาให้เขาเห็น


"หึ จงรักภักดีกับมันเข้าไป"วัตถุดีดำด้านถูกจ่อไปที่ขมับแทนการพูดที่เขาจะเอ่ยออกมาทั้งหมด

"อย่าคิดว่ามึงตายแล้วเรื่องราวทั้งหมดมันจะยุติที่มึง กูจะลากทุกคนที่เกี่ยวข้องกับมึงมายุ่งกับเรื่องนี้ด้วย หลับให้สบายเถอะนะ"


ปัง!

กลิ่นคาวคละคลุ้ง เลือดไหลกระเซ็นออกมาตามรอยแนวกระสุนเปื้อนกำแพงห้อง เพราะเหตุนี้ห้องทั้งห้องเลยถูกทาด้วยสีแดงมันง่ายต่อการทำความสะอาดและถึงไม่ทำความสะอาดมันก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดเกินกว่าที่เป็น


"เอาไปให้วิวมันกิน"

วิวคือสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเขา จระเข้เผือกที่มีดวงตาสีแดงฉานเลยทำให้มันเป็นสัตว์ที่น่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก ความเชื่องของมันเหมือนลูกแมวถึงมันจะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ดุร้ายไม่ต่างกับเจ้าป่าทั้งหลาย


"ครับนาย"ลูกน้องรับคำสั่งก่อนจะนำศพที่มีอุณหภูมิยังไม่ได้เย็นชืดออกจากห้องไป


"ทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วย"ขายาวรีบก้าวขึ้นไปบนห้อง เขาต้องไปชำระล้างร่างกายตัวเอง กลิ่นคาวเลือดแม้แต่นิดเดียวเขาก็ไม่ได้อยากให้แม่เขาได้กลิ่น

สายน้ำอุ่นไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ไอน้ำอุ่นเกาะไปรอบๆกระจกแต่ไม่อาจซ่อนรูปกายกำยำนั้นได้หมด


"ออกไปไหนตั้งแต่เช้า"เมื่อย่างเท้าเข้ามาในตัวบ้านผู้เป็นแม่ก็เข้าถามทันที


"ออกกำลังกายมารับ"เพราะเสื้อผ้าไม่ใช่ชุดตอนที่ออกไปบอกเหตุผลอื่นแม่อาจจะสงสัย


"ชุดที่ใส่ออกไปไม่เหมาะกับการออกกำลังกาย"


"อยู่ในรถครับ"เขาเข้ากอดผู้เป็นแม่เพื่อกลบเกลื่อน พ่ออาจจะรู้ว่าบ้านอีกหลังของเขาอยู่ที่ไหนแต่แม่ไม่มีทางรู้

"ผมหิวแล้ว มีอะไรให้ทานบ้างครับ"


"อาหารแบบไทยๆ ข้าวต้มหมู"


"ร่างกายผมไม่อิ่มขออาหารที่มันหนักและอิ่มท้องกว่านี้ได้หรือเปล่าครับแม่"


"ว่าแล้วต้องพูดแบบนี้ แม่ทำข้าวผัดแยกไว้ให้ ของโปรดเรา"


"พ่อล่ะครับ?"ปรกติกอดแม่แบบนี้ทีไรอีกฝ่ายต้องโผล่มาให้เขาเหนทุกทีแต่นี่แม้แต่เงาก็ไม่เห็น


"ไปท่าเรือก่อนเราจะออกจากบ้านอีก สักพักคงจะกลับมาเราหิวเราก็ไปทานก่อนแม่จะรอพ่อไม่งั้นได้งอนแม่อีกแน่"


"ครับ งั้นผมไปทานก่อนนะ"เพิ่งจะยิงคนตายไม่นานเขายังนั่งทานข้าวลงอีกเหรอ? คำตอบคือก็แค่ยัดเข้าปากเคี้ยวแล้วก็กลืนลงคอมันก็แค่นั้น เขาชินกับภาพที่เคยเห็นไปเสียแล้ว สีแดงของเลือดที่กระจายๆไปทั่วไม่ต่างจากเขาในตอนที่เป็นเด็ก เรื่องแค่นี้มันเลยกลายเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากสำหรับเขา

ชีวิตทุกคนย่อมมีจุดที่ผันเปลี่ยนแตกต่างกัน ถ้าทุกคนเหมือนกันอะไรคือความแตกต่างล่ะ? ความคิด ทัศนคติทุกคนย่อมแตกต่างแต่ทางไหนคือทางที่ดีที่สุด บางคนอยู่นิ่งๆใช้ความคิดก็หาเงินมาได้แต่บางคนลงมือทำถึงจะถนัด ต่างคนมีแนวทางที่ต่างกันนั่นคือความสำเร็จของแต่ละคนที่ควรเกิดขึ้น

ส่วนเขาต้องลงทั้งแรงสมองและแรงกายทุกอย่างถึงจะสำเร็จ


"คุณวอคครับนายท่านให้มาตาม"


"คนไหนล่ะ?"เขายังคงตักข้าวเข้าปากด้วยท่าทีเรียบเฉย


"คุณวอคน่าจะรู้ว่าใคร"


"ถ้าเป็นลุงแคสเซียสเหตุจำเป็นที่ฉันต้องไปมันไม่มี"ข้าวถูกตักเข้าปากเป็นคำสุดท้าย ผ้าถูกยกขึ้นมาเช็ดมุมปาก แม่บ้านถูกเรียกให้มาเก็บจานเขายังคงนิ่งไม่ตอบรับว่าจะไปหาผู้เป็นลุงหรือไม่

จะมีอะไรต้องพูด เรื่องของพ่อคงถึงหูของลุงแล้วจะเค้นเอาความกับเขาผู้ซึ่งไม่รู้เรื่อง หึ ไม่ไปถามพ่อตรงๆ


"คุณวอค!"อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่เขาทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ควรทำ


"ขึ้นเสียงกับฉันได้งั้นเหรอ?"น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยคำถามและสายตาที่ดุดันส่งไป


"ขอโทษครับ"อีกฝ่ายก้มศีรษะลงเพื่อขอโทษ เขารู้ในใจอีกฝ่ายก็ไม่ได้อยากก้มหัวให้เขา นายมันมีคนเดียวก็คนที่ออกคำสั่งมาให้พาเขาไปนั่นแหละ


"อยากรู้เรื่องพ่อก็ไปถามพ่อ"เขาเดินออกไปไร้เสียงห้ามเพราะคนที่เขากล่าวถึงกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขา


"เล่นตัว"


"ธุระที่ว่าเหตุจำเป็นมันมีเหรอครับถึงมาที่บ้านได้ขนาดนี้"บ้านของครอบครัวเขากับลุงแคสเซียสก็ห่างกันใช่ย่อยแต่กลับมาที่นี่ได้เกือบประจำ


"ธุระของวอล..."


"มีอะไรก็ถามผม วอคมันไม่รู้เรื่องหรอกพี่แคสเซียส"เสียงของผู้เป็นพ่อดังขึ้นก่อนที่ตัวจะปรากฎ

ร่างหนากำยำไม่ต่างจากเขาถึงอายุจะเข้าเลขห้าแล้วก็ตามที เส้นผมที่แซมด้วยสีขาวเล็กน้อยกลับทำให้วอลเลอร์ดูน่าภูมิฐานเพิ่มมากขึ้นแทนที่จะดูแก่ไปตามกาลเวลา

"ถามมาสิตามที่อยากรู้ ผมจะตอบให้"


"ได้ข่าวว่าไปคุยกับแอล"


"ใช่ ทำไม? กลัวผมแย่งลูกค้าคนสำคัญของพี่หรือไง"วอลเลอร์ถามได้ถูกจุด


"ใครจะไปกลัวแย่ง"เสียงหัวเราะดังในลำคอเบาๆ

"ยังไงเงินใต้ดินมันก็ได้เยอะกว่าบนดินอยู่วันยังค่ำ"แคสเซียสเดินเข้าไปใกล้วอลเลอร์ ริมฝีปากยกยิ้มและเอ่ยคำพูดออกมา


"ถ้ามั่นใจก็ไม่ต้องกังวลตั้งแต่ทีแรก"วอลเลอร์ตอกกลับพี่ชายของตน

"ผมไม่ไปเอี่ยวอยู่แล้ว ผมไม่ชอบ"


"ก็ดี สตีฟกลับ!!"


"แคสเซียสมานานหรือยัง?"วอลเลอร์ถามลูกชายที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน


"สักพัก ยังไม่ทันพูดอะไรพ่อก็มา"


"ไปทำเรื่องอะไรไว้"คำถามที่ดูเรียบง่ายกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาตอบได้ยาก

"ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลาไม่นานเรื่องอาจจะสาวถึงตัว ไม่กลัวแม่เขาเสียใจหรือไง"


"ผมแค่ป้องกันตัว"


"มันฟังไม่ขึ้น"


"ผมโตแล้วยิ่งพ่อปกป้องผมมาก มันยิ่งอยากกำจัดผมให้พ้นทางยิ่งกว่าเก่า"


"แกเป็นลูกคนเดียววอคจะให้พ่อกับแม่ไม่ห่วงแกเลยก็เป็นไปไม่ได้"


"แค่น้อยลงกว่าที่เป็น ยี่สิบแปดแต่เหมือนเด็กที่เพิ่งจะขวบกว่าที่ต้องได้รับการประคบประหงมจากผู้เป็นพ่อเป็นแม่"เพราะความรักที่มีมากเกินไปทำให้หลายคนคิดกำจัด

ฆ่าทิ้งได้ก็จัดเสี้ยนหนามอันใหญ่ได้ ไร้ผู้สืบทอด หึ มันเป็นการดีสำหรับใครหลายคนถ้าเขาตาย


"พ่อไม่กันมันจะมามากกว่านี้"


"ผมขอตัว"เขาเดินออกมา มันเหมือนไข่ที่อยู่ในหินทำอะไรไม่เป็น เขาทำได้แต่พ่อกลับไม่ให้ทำ

มันน่ารำคาญ

น่ารำคาญไปหมด

"ปกป้องอ้าปากครับ"


"หนูอ่านหนังสืออยู่พ่อกวาง เห็นหรือเปล่าครับ?"มือป้อมชี้ไปที่หนังสือการ์ตูนบนตักที่ตนเปิดอ่าน


"ถ้าหนูไม่อ้าปากให้พ่อ พ่อจะเก็บหนังสือนะครับปกป้อง"


"อ่า...."ปกป้องยอมอ้าปากเพื่อรับข้าวที่พ่อตัวเล็กของเขาตักขึ้นมาป้อน ปากเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ มือพลางเปิดหนังสือดูรูปภาพไปเรื่อยๆ


"ปกป้องครับ"ข้าวอีกช้อนจ่ออยู่ที่ปาก


"หนูยังกินไม่หมดเลย"


"ถ้าไม่ยอมนั่งทานข้าวดีๆพ่อจะบอกพ่อเปานะว่าหนูไม่ยอมทานข้าว"เขาใช้ไม้เด็ดในการบังคับลูกชายสุดท้ายหนังสือถูกปิดลง ริมฝีปากเบะคว่ำลงแสดงถึงอาการงอแง


"หนูอยากอ่านหนังสือด้วย"


"ทานข้าวให้หมดก่อนครับ ใครนะใคร สัญญากันไว้ว่าจะไปสวนสนุก"


"หนู หนู!"ร่างป้อมยกมือขึ้นสุดแขน


"งั้นป้องต้องทานข้าวให้หมดก่อนนะครับ จะได้เก็บแรงไปเที่ยวได้เยอะๆ"


"ครับ!"


"ฟอด ฟอด"อชิรญาที่เดินย่งเข้ามาชิงหอมแก้มนุ่มทั้งสองข้างของหลานรัก


"อาปิ่น ปกป้องทานข้าวเยอะเลยครับ"


"ปกป้องเก่งจังเลยครับ"อชิรญาเอ่ยชมอย่างจงใจ หลานเขาพูดมาขนาดนี้จะไม่ชมหน่อยเดี๋ยวจะงอนเอาอีก


"ครับ ป้องเก่ง"เขายื่นมือไปลูบเส้นผมนุ่มของหลานรักก่อนจะนั่งลงข้างๆเพื่อนรักที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะมาเป็นพี่สะใภ้เขาเรียบร้อย มือยื่นไปหยิกแก้มเพื่อนรักอย่างเอ็นดู


"อื้อ...ปิ่น"


"หนูเอาด้วย"ปกป้องยื่นมือมาจะหยิกแก้มอาของเขาบ้างแต่เพราะแขนสั้นเลยเอื้อมไม่ถึง

"อื้อ....หนูจับไม่ถึง"


"..."เขาเปลี่ยนเป้าจากแก้มเพื่อนสนิทมาเป็นแก้มหลานรักแทน


"หนูจับบ้าง"อชิรญายอมยื่นหน้าเข้าไปใกล้มือป้อมบีบแก้ใเขาเบาๆก่อนจะหัวเราะออกมา

"ฮ่า ฮา ฮา นุ่ม"


"ของปกป้องนุ่มกว่าครับ"ทั้งสองคนผละออกจากกัน กวางที่ตักข้าวไว้ก็รีบป้อนปกป้องต่อทันที


"มีอะไรหรือเปล่าปิ่น"เขาถามเพื่อนรัก


"ดูออกด้วยเหรอ?"


"คบกันมากี่ปีแล้วล่ะ?"กวางยกมือขึ้นลูบเส้นผมยาวของอชิรญาอย่างเบามือ

"มีอะไรอยากจะพูดก็พูดได้นะปิ่น"


"อยากเจอเพื่อนจัง ไม่เจอพวกนั้นมานานแล้วนะว่ามั้ย?"


"อืม...ก็ทุกคนต่างแยกย้ายไปเดินทางของตัวเองนี่นะ จะนัดมาเจอกันก็อยากซะด้วยสิ"


"อื้อ...วันนี้มันเหนื่อยๆคิดอะไรไม่ค่อยออก"อชิรญาชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อบิดขี้เกียจ

"เหนื่อยแปลกๆ ไม่ค่อยสดชื่นเลย"


"ไม่สบายกรือเปล่า"มือวางช้อนลง ยกขึ้นมาอังหน้าผากของเพื่อนรัก

"ตัวรุมนะปิ่น"


"ไม่เป็นอะไรหรอก เราป่วยยากจะตาย"


"ไปหาหมอดีมั้ย?"


"กวางแค่ตัวรุมๆไม่ได้ไข้เลือดออกไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้น"เขาหยิกแก้มกวางอีกครั้งอย่างมันเขี้ยว

"ถึงว่าพี่เปาไม่อยากไปไหน"


"-///-"กวางหน้าแดง เขาก็ยิ้มรับอย่างดีใจเพราะแกล้งเพื่อนของตนได้สำเร็จ


"หน้าแดงนะกวาง"


"ร้อนเหรอครับ?"ปกป้องที่เห็นอชิรญาพูดออกมาว่าร้อน หันไปมองหน้าพ่อตัวเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่เห็น

"ปกป้องไม่ร้อนเลย แดดไม่ค่อยมีทำไมพ่อกวางร้อนล่ะครับ?"


"แบบนี้เขาเรียกว่าเขินครับป้อง"อชิรญาอธิบายให้หลานฟัง


"เขินคืออะไรครับ? กินได้หรือเปล่า? แล้วอร่อยเหมือนทับทิมกรอบมั้ยครับ?"


"ไม่อร่อย กินไม่ได้ครับแต่รับรู้ได้"


"งงจัง? พ่อกวางงงหรือเปล่าครับ?"


"งงครับ ทานข้าวกันต่อเถอะ"เขาตอบเพื่อให้ปกป้องเลิกถาม


"หนูอิ่มแล้วครับ"


"โอเคครับ งั้นพ่อเอาจานไปเก็บก่อนนะครับ"


"ครับ! ป้องอยู่กับอาปิ่นเอง"

มือหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอีกครั้ง ถึงจะอ่านไม่ออกแต่ดูรูปก็เล่าเรื่องในสิ่งที่ตัวเองตีความในหัว

"อาปิ่นครับ"


"ครับปกป้อง"


"ไม่เหงาเหรอครับ?"


"เหงา? เหงาอะไรครับ"


"ก็ ก็อยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอครับ?"ช่วยไม่ได้ที่หลานเขาถามแบบนี้ ก็ตอนนี้เหลือเขาคนเดียวนี่นะที่ไม่มีคนข้างกาย


"ไม่เหงาครับ ก็อามีปกป้องอยู่ด้วยแล้วอาจะเหงาได้ยังไงล่ะครับ?"


"..."ร่างป้อมยิ้มออกมาจนเห็นฟันเรียงสวยก่อนจะค่อยๆลงจากเก้าอี้เดินมาหาเขาทั้งหนังสือที่อยู่ในมือ

"อาปิ่นอ่านให้หนูฟังหน่อยครับ"


"ต้องเป็นหนูไม่ใช่เหรอที่ต้องอ่านให้อาฟัง?"


"หนูอ่านไม่ออก"


"ครับๆ"

มือสอดใต้รักแร้ช้อนขึ้นมาให้หลานร่างป้อมนั่งที่ตักเขา หนังสือที่ละหน้าถูกเปิดพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเอื้อนเอ่ยเนื้อหาในหนังสือให้หลานรักฟัง

"ปกป้องครับ?"


"อื้อ"


"หลับแล้วเหรอ? เฮ้อ! กินอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอ?"


"อ้าว!ป้องหลับเหรอปิ่น"


"อืม"


"ปกป้องครับ ปกป้อง"


"อื้อ"ร่างป้อมปรือตาเมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเป็นคุณพ่อตัวเล็กของเขาสองมือป้อมยื่นไปหากวางเพื่อให้กวางอุ้ม

สองมือเข้ารับปกป้อง ศีรษะเล็กหาที่เหมาะบนบ่าและหลับลงอีกครั้ง


"งั้นปิ่นไปที่ร้านก่อนนะ สายๆมีลูกค้านัดไว้"


"อื้อ เดินทางปลอดภัยนะ"


"ครับ พี่สะใภ้"อชิรญาตอบกลับอย่างติดตลก


"ปิ่น!!"


"เรื่องจริงไม่เห็นต้องตกใจ ไปละ"


การเดินทางก็น่าเบื่อเพิ่มมากขึ้นทุกวันถ้าเขาไม่ติดว่าคนที่นัดมาเป็นลูกค้ารายใหญ่เขาก็คงไม่ต้องเผื่อเวลาขนาดนี้


"คุณหนูครับ"


"หืม ว่าไง"


"อันที่จริงไม่ต้องไปก็ได้นะครับ นัดวันนี้น่ะ"ริชาร์ทเอ่ยออกมาเขาได้แค่ยกยิ้ม เสหน้ามองไปนอกหน้าต่าง


"ผู้ใหญ่เขาจะว่าเอาได้ริชาร์ทว่าบ้านนี้มีเด็กไม่มีมารยาทอยู่ งานกับเรื่องส่วนตัวต้องแยกออกจากกันนายเป็นคนบอกฉันเองนะริชาร์ท"


"เรื่องนี้ยกเว้นได้ครับคุณหนู"


"เขาทำอะไรฉันไม่ได้หรอก อีกอย่างนายก็อยู่ด้วยจะกลัวอะไรอีก"




●♡●♡●♡●


ครบแล้วนะ ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน

ความคิดเห็น