ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 45(Rewrite)​

คำค้น : Yaoi, ลูคัส ,ควานลิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2563 21:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 45(Rewrite)​
แบบอักษร

สวนสนุกที่เต็มไปด้วยเด็กและผู้ใหญ่ และวัยรุ่น  ให้เห็นเยอะแยะ รอบๆเต็มไปด้วยเครื่องเล่นสนุกๆ มุมถ่ายรูปสวยๆ  ร้านรวงต่างๆละลานตา

"แรม"เฟื่องฟ้าที่เดินมาข้างกันกับแรมระวีเรียกชายหนุ่มเบาๆ

"ครับ?"แรมระวีหันไปมองหญิงสาว  ที่ตอนนี้มีเหงื่อไหลซิกๆ

"ร้อนไหม"เฟื่องฟ้าเอ่ยถาม  เมื่อเห็นว่าหน้าชายหนุ่มที่เดินมาด้วยกันซีดเล็กน้อย

"เปล่าครับ  คุณเฟื่องร้อนรึเปล่าครับ"

"นิดหน่อย"หญิงสาวตอบพลางยกทิชชู่ซับเหงื่อบนใบหน้าตัวเอง

"งั้นคุณเฟื่องนั่งรอที่เก้าอี้ตรงนี้ก่อนนะครับ  ผมจะไปซื้ออะไรเย็นๆมาให้"แรมระวีว่าพลางยกยิ้มบางๆให้กับเฟื่องฟ้าก่อนจะเดินหันหลังเมื่อเฟื่องฟ้าพยักหน้า

แรมระวีเดินกลับมาที่เดิมอีกครั้งพร้อมขนมเครื่องดื่มและไอศครีมในมือ  สายตากวาดหาหญิงสาวที่ตนบอกให้นั่งรอ แต่ก็ไม่เห็น ก่อนจะหันหลังไปเมื่อได้ยินเสียงเรียก

"แรม ทางนี้"  แรมระวีหันไปมองเฟื่องฟ้าที่โบกมือเรียกตัวเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่หน้าร้านยิงปืน แรมระวีสาวเท้าเข้าไปหา ก่อนจะยื่นไอศครีมถ้วยในมือ

"ไอติมครับ"

"ขอบคุณนะ"เฟื่องฟ้ายิ้มให้ก่อนจะหันไปวางปืนยาวบนโต๊ะแล้วยื่นมือรับถ้วยไอศครีมจากมือของชายหนุ่ม

แรมระวีหันไปแผงตุ๊กตาเล็กๆข้างหลังที่เป็นเป้าไว้สำหรับคนที่มาเล่นเกม ก่อนจะหันไปมองใบหน้าหวานคมของอีกคนที่พูดกับเขา

"เฟื่องมายิง หมดไปตั้งหลายบาทแล้ว ไม่ได้สักที"

"ยิงตุ๊กตาหรอครับ"

"ช่าย แรมเคยเล่นไหม"

"ไม่เคยครับ"แรมระวีส่ายหน้าช้า  จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขามาสวนสนุก  ตลอดทั้งชีวิตของเขา ไม่เคยทำอย่างที่คนอื่นๆทั่วไปทำกันเลย   ทั้งแต่10ขวบเขาต้องเรียนการต่อสู้  ฝึกการต่อสู้ทุกรูปแบบ  ไปเรียนที่ฝรั่งเศสกับลูคัสและกาวิญญูตั้งแต่จำความได้ อยู่ที่นั่นไม่มีเพื่อนเล่นคนอื่นๆนอกจากลูคัสกับกาวิญญู  เพราะนั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ

การละเล่นของพวกเขาก็คือการฝึกยิงปืนกับหุ่นนิ่ง การต่อสู้ในหลากหลายรูปแบบ   การเข้าไปอยู่ในบ่อนพนันตั้งแต่อายุ15 การฆ่าคนครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ  สถานที่เที่ยวก็ไม่พ้น  สถานที่แหล่งอโคจร ผับ บาร์ บ่อนพนัน  หรือที่ไหนก็ได้ที่เขาและลูคัสต้องกลายเป็นยมฑูตเอาชีวิตใครสักคน

นี่จึงเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา  ที่เรียกว่าการมาเที่ยวจริงๆ

"จริงหรอมันสนุกนะ"เสียงเฟื่องฟ้าดังขึ้น หลังจากที่เห็นแรมระวีนิ่งๆไป ก่อนจะหันวางถ้วยไอศครีมแล้วหยิบปืนในมือขึ้นมา

"ลองไหม ทำอย่างนี้นะ"เฟื่องฟ้าถามก่อนจะ  สาธิตวิธีการใส่ลูกปืนให้กับอีกคนดู

"แล้วก็เล็ง..." แรมระวียืนนิ่งมองท่าทางจริงจังของหญิงสาวข้างๆ ที่ปิดตาข้างหนึ่งแล้วยกปืนยาวเล็กไปที่ตุ๊กตาตัวเตี้ยๆที่ถูกวางเรียงไว้

"แล้วก็ปัง!!   "

"...."

"แหะๆ ไม่โดน" แรมระวียกยิ้มกับท่าทางน่ารักของคนข้างๆที่ทำหน้าเสียหน้าเล็กน้อยเมื่อการสาธิตไม่ผ่านไปด้วยดี

"นี่นะ เฟื่องต้องเอาตุ๊กตาตัวนั้นมาให้ได้แต่ต้องยิงให้ได้15ตัวก่อน เฟื่องเพิ่งยิงได้แค่3ตัวเองอะ "เฟื่องฟ้าพูดขึ้นพลางยกปืนเล็กอีกครั้งแล้วก็ยิง  แต่ก็ไม่โดนสักครั้ง

"มาครับ ผมขอลองบ้าง"แรมระวีเอ่ย เฟื่องฟ้าเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วส่งปืนในมือพร้อม ลูกปืนพลาสติกในตระกร้าเล็กไปให้

แรมระวีจัดการใส่ลูกปืน แล้วยิงไปทีละตัว

ปัง!

ปัง!

ปัง!  ปัง!

เฟื่องฟ้าอ้าปากค้างมองตุ๊กตาที่ร่วงลงพื้นไปทีละตัว ทีละตัว เมื่อโดนลูกกระสุนอัดเข้าไปเต็มตัวโดยฝีมือของแรมระวี  ส่งผลให้คนที่กำลังสนุกกับการยิงปืนด้วยรอบๆ หันมามองอ้าปากค้าง

ปัง!

ปัง!

"อ้ะ  ครบ15ตัวแล้วครับ"แรมระวีหันมาส่งปืนให้เฟื้องฟ้า ในขณะที่เฟื่องฟ้ายังคงอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง

"น้อง  จะเอารางวัลใหญ่อันไหนเลือกเลยครับ โหยยย เก่งนะเนี่ย ยิงไม่พลาดสักนัดเดียว"ชายเจ้าของร้านบอกกับแรมระวี

"เอาตัวนั้นครับ"แรมระวีชี้ไปที่ตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ยักษ์ ก่อนจะยื่นให้กับเฟื่องฟ้าที่มองหน้าเขาแบบอึ้งๆ

"ผมให้คุณเฟื่อง"แรมระวีส่งยิ้มให้บางๆ

"แต่ว่า  แรมเป็นคนทำได้นะ"เฟื่องฟ้าบอกเสียงเบา

"ผมยิงเพื่อเอาตุ๊กตาให้คุณเฟื่องครับ" เฟื่องฟ้ามองแรมระวีนิ่ง ก่อนจะกอดตุ๊กตาตัวใหญ่เมื่ออีกคนเอามือของเขาให้โอบตุ๊กตาไว้

"ไหนว่าไม่เคยเล่น ทำไมยิงแม่นจัง"แรมระวีชะงักเท้ากับคำถามที่ได้ยิน

ไม่เคยยิงตุ๊กตาเล่น เขาเคยแต่ยิงคนเป็นให้กลายเป็นศพ

"เอ่อ...   ผมเคยฝึกยิงปืนมาบ้างน่ะครับ"

"อ้อ..  ระดับแรมนี่แรมยิงแม่นยังกะมือปืนในละครเลย เฟื่องยังอึ้งอะ สุดยอด"เฟื่องฟ้าหันมายกสองนิ้วให้กับแรมระวีก่อนจะยิ้มกว้าง โดยที่ไม่รู้เลยว่าประโยคนั้นกลับแทงใจดำของชายหนุ่มอย่างจัง

"คุณเฟื่องจะไปเล่นอะไรไหมครับ"

"อืม  อยากเล่นไวกิ้ง แรมจะขึ้นเป็นเพื่อนด้วยรึเปล่า"

"ได้ครับ"

"แรม"

"...  ครับ?"

"เฟื่องขอถ่ายรูปกับแรมเก็บไว้ได้ไหม"

"....."

"....."

"เอ่อ....   ได้ครับ"

เฟื่องฟ้ายิ้มกว้างเมื่อได้รับคำตอบ ก่อนจะขอให้คนที่เดินผ่านมา ให้ช่วยถ่ายรูปทั้งสองคน

เฟื่องฟ้าเดินไปยืนข้างๆแรมระวีก่อนจะขยับตัวเองเข้าใกล้อีกนิด

"จะถ่ายแล้วนะคะ. 1..   2.  3"

แช

เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมๆกับมือเรียวสวยของเฟื่องฟ้าที่ยืนไปจับมือของอีกคนแน่น  ก่อนจะปล่อยแล้วรับกล้องจากคนที่ช่วยมาถ่ายรูปให้

"น่ารักจังเลยนะคะ  ขอให้รักกันนานๆนะคะ"หญิงสาวคนนั้นกล่าวยิ้มๆพร้อมกับอวยพรก่อนเดินจากไป ปล่อยสองคนยืนอึ้งกันสักพัก เพราะไม่ทันที่จะท้วง หญิงสาวผู้นั้นก็เดินจากไปแล้ว แรมระวีก้มสองหญิงสาวที่เตี้ยกว่าตัวเองนิดหน่อย ก่อนจะกล่าว

"ผมช่วยถือตุ๊กตาให้นะครับ คุณเฟื่องถือนานๆเดี่ยวจะหนัก" เฟื่องฟ้าส่งยิ้มก่อนที่จะยื่นตุ๊กตาตัวใหญ่ให้แรมระวี แล้วก็เดินไปพร้อมๆกัน

อย่างน้อย  ได้มีความทรงจำที่ใกล้ชิดกันสักวันหนึ่งก็ยังดี

 

 

 

 

"กุญแจอยู่ไหน"

"อยู่ในห้องบนโต๊ะเครื่องแป้งครับ"เสียงใสตะโกนบอกลูคัส เมื่อเขาเดินเข้าห้อง พร้อมกับเดินมาที่โซฟาพร้อมคีย์การ์ดของห้องควานลิน

"จะให้ไปเอาเลยไหม"

"คุณอาน่าจะกลับแล้วล่ะครับ  ถ้าคุณอายังไม่กลับ อย่าเพิ่งเข้าห้องนะครับ"

"ทำไมล่ะ หืม"ลูคัสก้มหน้าจูบหน้าผากของคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะขยับผ้าห่มหนาห่มให้อีกคนดีๆ

"ก็  เดี่ยวคุณอาสงสัยไงครับ ว่าพี่ลุคส์เข้าห้องได้ยังไง"ควานลินบอกอธิบาย

"ก็บอกเขาไปสิ  ห้องเมียทำไมจะเข้าไม่ได้"ลูคัสตอบพร้อมกับยิ้มกว้างให้

"พี่ลุคส์!!"ในขณะที่คนตัวเล็กได้แต่หน้าแดงก่ำด้วยความเขิน ยกมือทุบคนตัวใหญ่เบาๆ

"ใครเขาอยากเป็นเมียตัวเองกันเล่า"  ควานลินบ่นอุบ

หยุดยิ้มแบบนั้นเลยนะ

ให้ตายเถอะ

"ก็ใครไม่รู้อะ  ร้องไห้บอกรักเขา แถมยังร้อง อ๊ะ อ๊ะ  ซี๊ดดดด ทั้งวันเลย"ลูคัสพูดพลางพร้อมทำหน้าทะเล้นให้คนป่วย ส่งผลให้หมอนใบเล็กลอยละลิ่วโดนหน้าเต็มๆ

"ไอ้พี่ลุคส์  หยุดเดี่ยวนี้เลยนะ"ควานลินเหว ก่อนจะเอาหน้ามุดผ้าห่มหนา

"เขินหรอออออ"ลูคัสจิ้มหน้าท้องนิ่มเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา

"ไปเลย รอให้หายดีก่อนเถอะ......."

"พี่จะกินอีกรอบหนึ่งเลยฮ่ะๆๆ"ขาก็เดินตรงไปที่ประตู  ปากก็ร้องตอบเสียงบ่นของคนป่วย

"ไม่ให้กินแล้วววว  คนโรคจิต"ควานลินตะโกนตอบ ก่อนจะโผล่หน้าออกจากผ้าห่มอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงประตู ปากขมุบขมิบบ่นถึงคนร่างใหญ่

"คิดถูกไหมเนี่ยเรา งึ ไปเป็นคนหน้านิ่งๆหยิ่งๆเหมือนเดิมไหมพี่ลุคส์"  ถึงปากจะบ่นถึงคนร่างใหญ่ไม่เลิก แต่ใบหน้ากลมกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

 

ลูคัสเดินออกมาจากลิฟต์ชั้น32ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆเมื่อไม่เห็นผู้คนก็ตรงที่ไปห้องของควานลิน ลองบิดลูกบิดประตูก็ปรากฏว่าล็อค

ถึงแม้จะตอบร่างเล็กไปแบบนั้น แต่ถ้าหากควานลินยังไม่พร้อมบอกความสัมพันธ์ของเขากับใคร   เขาก็ไม่อยากขัดใจ  รอให้คนตัวเล็กสบายใจอย่างนั้นมันจะทำให้เขาสบายใจกว่า

เว้นเสียว่า..

มันเลี่ยงไม่ได้อะนะ

ลูคัสรูดคีย์การ์ดห้องควานลิน ก่อนจะบิดลูกบิด  เดินเข้าไปหาสวิตส์ไฟในห้อง ก่อนที่ไฟทั้งห้องจะสว่างวาบขึ้นมา

"คุณเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง"

ลูคัสหันควับเมื่อได้ยินคำถามจากใครสักคน  ก่อนจะเห็นผู้ชายหน้าฝรั่งยืนมองเขาเขม็ง  อยู่กลางห้อง อ่าาาาทั้งๆที่คิดไว้ว่าจะไม่ต้องเจอ  แต่เจอกันแบบนี้ เขาเองก็เลี่ยงไม่ได้

"ผมถามว่าคุณเข้าห้องคุณหนูได้ยังไง"แอลดีนถามชายหนุ่มตรงหน้าเสียงเข้ม

ก่อนหน้านี้เขากำลังจะออกไปแล้ว แต่ได้ยินเสียงเปิดประตู จึงเลือกที่จะยืนเงียบๆในห้อง  คิดว่าคงเป็นควานลิน แต่กลับไม่ใช่

ลูคัสไม่คิดตอบแต่กลับยกยิ้มมุมปากให้แอลดีน

"ผมถามคุณอีกครั้งคุณเข้าห้องคุณหนูได้ยังไง ผมมั่นใจว่าประตูล็อคอยู่"

"ผมก็ใช้คีย์การ์ดสิคุณ"ลูคัสตอบพร้อมเลิกคิ้ว ยกยิ้มมุมปาก  มองมือที่กำแน่นของแอลดีน

ก็เข้าใจว่าเป็นคนดูแลควานลิน แต่ทำไมดูหวงคนตัวเล็กขนาดนั้น

"คุณได้คีย์การ์ดห้องคุณหนูได้ยังไงกัน ในเมื่อคีย์การ์ด อยู่ที่ผมอันหนึ่ง และอีกอันอยู่กับคุณหนู"แอลดีนถามเสียงเข้ม

นึกสงสัยชายตรงหน้า ถึงแม้จะเคยเห็นลูคัสที่หน้าห้องนี้ และเจออีกครั้งเมื่อส่งควานลินที่บ้านซีไนน์แล้วครั้งก่อน  แต่ก็สงสัยว่าได้คีย์การ์ดห้องควานลินจากไหน หรือควานลินให้มา

"ผมจะเข้าห้องเมียตัวเองมันผิดตรงไหน" ก็ไม่คิดจะพูดอยู่แล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้  เขาเองก็อยากรู้ว่าคนที่ควานลินบอกว่าเป็นคนดูแล  ทำไมต้องทำท่าหวงนักหนา

"คุณว่าอะไรนะ"แอลดีนปรี่เข้ามาก่อนจะยกคอเสื้อของลูคัส  จนลูคัสเซเล็กน้อย เมื่อแอลดีนตัวใหญ่กว่าและดูแข็งแรงกว่า  ลูคัสดึงมือแกร่งที่จับคอเสื้อตัวเองแน่น ก่อนจะสะบัดแรงๆ  ยกยิ้มอย่างเป็นต่อ

"ผมคิดว่าผมพูดชัดเจนแล้วนะ"ลูคัสพูดต่อ มองแอลดีนเขม็งไม่แพ้กัน

"อย่า มา ยุ่ง กับ คุณหนู ลิน!"แอลดีนกำหมัดแน่น ก่อนจะพูดเบาๆ หากแต่หนักแน่น ให้ลูคัสต้องขมวดคิ้ว

แอลดีนเพียงแค่ไม่อยากทำร้ายลูคัส แต่ถ้าเส้นความอดทนมันขาด เขาคงได้ชกใบหน้าหล่อตรงหน้าสักเปรี้ยง ลูคัสมองสีหน้าเรียบๆ แต่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อของเขาแทบทุกเมื่อถ้ามีโอกาส

"เมียผมให้มาเอาของที่คุณเอามาให้  เดี่ยวเขากลับมา จะได้กลับไปที่ห้องผมเลย"  ลูคัสยังพูดแถมยกยิ้มยียวนกวนใจแอลดีนอย่างเป็นต่อ เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมแอลดีนถึงได้ทำท่าหวงควานลินนักหนา

แต่ถ้าคิดจะยุ่งกับควานลินของเขา ต่อให้ควานลินรู้จักกับคนตรงหน้าเขานี้มาก่อนเป็นสิบปี เขาก็ไม่ยอม

ลูคัสเดินไปหยิบถึงขนมเค้กกับนมที่วางไว้บนโต๊ะตัวเล็กกลางห้องก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินคำพูดจากชายหน้าฝรั่ง

"ผมขอเตือนคุณ คุณลูคัส!!  อย่าเอามือสกปรกของคุณมาแตะต้องควานลิน!!" เสียงกดต่ำบอกทำให้ลูคัสต้องชะงัก มือค้างติ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆยืดตัวมาประจันหน้ากับแอลดีนช้าๆ

"หึ !"ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดกีบอีกคนด้วยความเสียงที่เป็นเหนือกว่าเช่นเดียวกัน

"คงต้องแสดงความเสียใจด้วยผมคงปล่อยให้น้องลินหลุดมือผมไปไม่ได้หรอก  ผมหวังว่า ...."

"..."

" คนที่ลินคิดว่าเป็น 'คุณอา'  คงไม่ได้กำลังคิดไม่ซื่อกับเขาหรอกนะครับ" พูดจบก็ยกยิ้มให้แอลดีนราวกับผู้ชนะ เมื่อเห็นแอลดีนยืนนิ่ง

ลูคัสหันไปหยิบของบนโต๊ะแล้วก็หันหลังกลับไปที่ประตู แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงตามหลัง

"คนที่มือเปื้อนเลือดอย่างคุณ ....."

"......."

"คงจะยังไม่บอกประวัติตัวเองกับควานลินสินะ"

"คุณหมายความยังไง"

"หึ!!  มันจะเป็นยังไงถ้าควานลินรู้ว่าผู้ชายอย่างคุณ ฆ่าคนมานักต่อนัก"

"คุณ....!!"

"ผมเตือนคุณเลยนะคุณลูคัส  ปล่อยควานลินซะ เลิกยุ่งกับเขา   อย่าทำร้ายเขาโดยการดึงเขาไปอยู่ในชีวิตคุณ  แล้วเขาจะไม่รู้ประวัติดำมืดของคุณ แต่ถ้า..."

"ที่บอกให้ผมปล่อยลิน  ไม่ใช่เพราะว่า คุณอยากได้ลินไปเองรึไง"

"คุณ...!!  ผมไม่คิดว่าคุณจะคิดได้ต่ำขนาดนี้"

"ก็ใครจะไปรู้   ผมเห็นคุณกอดลิน ดูสายตามันมากกว่าคนที่เป็นเจ้านายกับลูกน้อง  ขนาดผมบอกชัดเจนแล้วว่าลินเป็นเมียผม คุณยังให้ผมปล่อย  หรือคุณอยากได้หลักฐาน ก็ได้อยู่นะ"ลูคัสบอก ในขณะที่สองมือกำถุงขนมในมือแน่น

ผู้ชายตรงหน้านี้เป็นใครกัน ?

รู้ประวัติของเขาได้ยังไง?

"ไม่ว่าคุณจะมีหลักฐานเป็นร้อยพันที่จะบอกถึงความสัมพันธ์ของคุณกับควานลิน ผมก็ได้แต่หวังว่าหลักฐานเหล่านั้นจะทำให้ลินยอมรับคุณได้ในวันที่ผมเอาหลักฐานที่คุณเป็นนักฆ่าให้เขาดู  คุณคงไม่อยากให้เขารู้หรอกว่าคุณเป็นใคร. ใช่ไหมครับ?!!"

"......"

"เพราะฉะนั้น เลิกยุ่งกับลิน  เพราะถึงวันนั้น  เขาอาจจะเกลียดคุณ จนไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับคุณก็ได้"

"อย่า  มา   ขู่   ผม"

"ผมไม่ได้ขู่!!"

"..."

"คุณจะลองเสี่ยงดูก็ได้นะ  แต่ผมไม่รับประกันว่าควานลินจะยอมรับคุณได้" พูดจบแอลดีนก็ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินตัดหน้าลูคัสที่ยืนกัดฟันกรอด  กำมือแน่น  ราวกับอีกคนเป็นอากาศธาตุ

"แกเป็นใครกัน!!"ลูคัสกัดฟันพูดกับตัวเอง  ก่อนจะรีบเดินออกไปจากประตูเพื่อคุยกับแอลดีนให้รู้เรื่อง แต่ก็ไม่เห็นร่างของแอลดีนแล้ว

ร่างสูงกำหมัดแน่น ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ เหมือนต้องการข่มความโกรธเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าลิฟต์กลับไปห้องตัวเอง

 

 

 

ควานลินที่กำลังนอนซุกตัวใต้ผ้าห่ม ค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ถามคนร่างใหญ่

"ทำไมไปนานจังครับ ไม่ได้ไปเจอคุณอาใช่ไหม"ควานลินถามสีหน้าแสดงถึงความกังวล ลูคัสชะงัก ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วเดินมาโซฟา ส่ายหน้าให้กับใบหน้าหวานช้าๆ

"ไม่ได้เจอ"

"แล้วทำไมถึงไปนานจังเลยล่ะครับ"

"ทำไม คิดถึงหรอ  หืมมม"ลูคัสไม่ได้ตอบคำถามของคนตัวเล็ก แต่เฉไฉทำเป็นบีบแก้มควานลินเบาๆ ควานลินเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร ตอบไม่ตรงคำถามก็เป็นสิ่งที่เขาชินไปแล้วล่ะ

"คุณอาเอาเค้กอะไรมาให้ครับ"ว่าแล้วก็ค่อยๆพยุงตัวเองนั่งลง ใบหน้านิ่วด้วยความเจ็บ  ก่อนจะยื่นมือไปหยิบถุงที่มีทั้งถุงกระดาษถุงพลาสติก

"โหววว เยอะจัง"ควานลินพึมพำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มมองของชอบที่ตรงหน้า โดยไม่รู้เลยว่า คนตัวสูงกำลังมองมาที่ตัวเองไม่วางตา

ลูคัสยืนจ้องไปที่ควานลินนิ่ง มองดูรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า  แม้ใบหน้าคนตัวเล็กจะซีดเซียวเพราะพิษไข้ แต่รอยยิ้มนั้นก็ยังดูดีเสมอสำหรับเขา

"พี่ขอกอดหน่อยได้ไหม"จู่ๆลูคัสก็เอ่ยขึ้นมา  ควานลินกำลังตักเค้กเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยก็เงยหน้ามองคนร่างสูงที่กำลังจ้องหน้าตัวเองนิ่งๆ

"เอ๊ะ?"

"พี่ขอกอดหน่อยสิ"พูดจบก็ไปนั่งข้างๆคนตัวเล็ก แล้วก็ยกมือโอบควานลิน ดันหัวเล็กให้จมอกตัวเอง

ควานลินรู้สึกแปลกใจกับท่าทางของลูคัสเล็กน้อย แม้จะเห็นรอยยิ้มจากคนตัวสูง  แต่รอยยิ้มแบบนั้น มันไม่เหมือนรอยยิ้มของคนสบายใจเลยนะ

"เป็นอะไรรึเปล่าครับ"ควานลินยกแขนกอดรอบเอวคนตัวใหญ่แล้วลูบหลังเบาๆ ถามออกมาด้วยความเป็นห่วง รู้สึกถึงใบหน้าของลูคัสที่กำลังส่ายหน้าช้าๆกับไหล่ของตัวเอง

"ไม่ได้เป็นอะไร"ลูคัสตอบ ก่อนจะผละแล้วส่งยิ้มกว้าง

"กอดเมียตัวเองไม่ได้รึไง" จบคำพูดก็ต้องร้องโอยออกมาแทบจะทันที

"โอ้ยยยยยย  หยิกพี่ทำไม"ลูคัสถามยกมือลูบตรงที่โดนควานลินหยิกเข้าไปเต็มแรง

"ใครเป็นเมียพี่กันเล่า"ควานลินก้มหน้างุด ก่อนจะตักเค้กคำโต แล้วยัดใส่ปากให้คนข้างๆที่กำลังจะพูด

"ก็..อ้...."

"กินไปเลย ไม่ต้องพูด"

"เหอิน อ๋อ"

"ไม่ได้เขินสักหน่อย"

"อย่างนี้แหละ ที่เขาเรียกว่าเขิน"ว่าแล้วก็จิ้มไปที่จมูกเล็กหนึ่งครั้ง

"พอเลยจะกินเค้ก พี่ลุคส์จะกินไหม"

"กิน"

"อ้าปากสิครับ เดี่ยวป้อน"

"แต่อยากกินเมียตัวเองมากกว่า"

เพี๊ยะ เสียงมือเล็กตีเข้าไปที่แขนแกร่ง

"นี่แหนะ ปล่อยเลย ไม่ต้องมากอด คนอะไรไม่รู้จักอิ่ม"

"ไม่อิ่มหรอกเมียน่ารักขนาดนี้"

"เห้อ  เหนื่อยใจ"

"ถ้าอยากเหนื่อยกาย ต้องให้พี่กระแทกนะ"

"ย่าห์. พี่ลุคส์!!  นี่แหนะะๆๆๆ"

"โอ้ยๆๆพอแล้วๆๆ อย่าทุบพี่"ลูคัสร้องโอดโอยเมื่อควานลินยกมือทุบเขากระหน่ำ แม้จริงๆจะไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยก็ตาม  ก่อนจะยกมือรวบอีกมือของคนตัวเล็กมากุมไว้ แล้วลูบหลังมือนิ่มเบาๆ ส่งยิ้มบางๆให้ จนควานลินต้องก้มหน้า เมื่อเห็นสายตาหวานเชื่อมของลูคัส

"อยู่อย่างนี้กันไปนานๆนะน้องลิน"ลูคัสยกมือลูบหัวควานลินเบาๆ จนควานลินเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มกลับไป

"ครับ"  ร่างเล็กพยักหน้าให้ลูคัส

พี่ลุคส์ก็อยู่กับน้องอย่างนี้ไปนานๆนะ

"เค้กอร่อยไหม"

"อร่อยครับ พี่ลุคส์กินไหม"

"ไม่เป็นไร กินเถอะ พี่จะทำอาหารเย็นให้ เบื่อข้าวต้มแล้วยัง"  ว่าพลางก็ลุกขึ้นไปที่ครัว

"ไม่เบื่อหรอกครับ"ควานลินหันไปตอบ มองคนร่างใหญ่ที่หยิบกันเปื้อนมาสวมใส่

ดูดีจัง

"ไม่เบื่อแต่ลองเปลี่ยนเมนูดูบ้างดีไหม เย็นนี้พี่ทำแกงเขียวหวาน กินไหม"

"แต่ต้องไม่เผ็ดมากนะครับ"

"เข้าใจแล้วคร๊าบบบ"

 

เสียงบทสนทนาในห้องยังคงดังอยู่เรื่อยๆ มีกันอยู่สองคนแต่ไม่ได้กลับทำให้เหงา และไม่ได้ทำให้เบื่อเลย แม้จะต้องเห็นหน้ากันทุกวัน เหมือนเป็นความเคยชินที่กลายเป็นความรักในที่สุด

ความเคยชินที่แม้จะมีแค่บทสทนาเดิมๆให้พูดคุย  มีใบหน้าเดิมๆให้มอง แต่กลับเป็นการก่อให้เกิดความรักแก่กันและกันมากขึ้น

แค่อยู่ด้วยกันอย่างนี้ไปนานๆก็เพียงพอแล้ว

 

 

 

สี่ล้อวิ่งฉิวผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข็มชี้ไปที่ระดับความเร็วที่ชวนให้ใจเต้นระทึก แอลดีนกำสองพวกมาลัยแน่น หูฟังที่ต่อสายไปถึงใครอีกคน

"ว่าไง"เสียงปลายสายทักเข้ามา

"คุณพ่อกำลังทำอะไรกันแน่"เสียงกระด้างเอ่ยขึ้นมา  ใบหน้าเคร่งเครียดจนขึ้นสี

"แกถามถึงอะไร"

"ผมถามว่า คุณพ่อกำลังทำอะไรกันแน่  ในเมื่อผมรับปากกับพ่อแล้วว่าจะเป็นคนจัดการทุกอย่างด้วยตัวผมเอง แต่พ่อกำลังผิดสัญญากับผม!!"

"ฉันไม่รู้ว่าแกพูดถึงเรื่องอะไร ฉันไม่เคยผิดสัญญากับแก  แต่ตราบใดที่แกยังทำงานที่ฉันสั่งไม่สำเร็จ แกก็เอาแรมระวีไปไม่ได้!!!"  เสียงที่บ่งบอกถึงอำนาจบอกเสียงกร้าวไม่แพ้กัน

เอี๊ยดดดดดดด

เสียงล้อรถไถกับถนนด้วยความหวาดเสียว เมื่อแอลดีนเหยียบเบรกจนมิด

"ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องแรมแต่ผมหมายถึงเรื่องเด็กที่ชื่อลูคัส!!"

"...."  ปลายสายไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแอลดีนจึงพูดต่อ

"เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้ว ว่าจะไม่ให้เด็กคนนั้นมายุ่งเรื่องนี้ แต่พ่อผิดสัญญา  พ่อจะให้เขากลับมาเกี่ยวข้องกับคนในตระกูลนี้อีกทำไมกันครับ!!!"

"แกรู้ได้ยังไง"  อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจนัก

"หึ!!  ยอมรับแล้วใช่ไหมครับ ว่าผิดสัญญากับผม ทีนี้ก็บอกผมมา ว่าพ่อสั่งให้เด็กนั้นทำอะไร พ่อสั่งให้เด็กคนนั้นทำอะไรครับ!!!"  แอลดีนตะโกนอย่างเหลืออด มือแกร่งกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมา

"ฉันจะสั่งให้มันเก็บนังปัทมา แต่มันปฏิเสธ"ปลายสายบอกเสียงเรียบ

"พ่อว่าอะไรนะ ?  พ่อสั่งให้เด็กนั่น... ฆ่าใครนะ"แอลดีนถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

"นังปัทมา  !  หึ!  มันคือสิ่งที่ฉันรอมานาน"เสียงปลายสายดังขึ้นมาราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดและความคิดของตัวเอง

"พ่อจะให้เขาไปยุ่งกับบ้านนี้ทำไมกัน ในเมื่อพ่อเป็นคนดูแลเขามาเกือบยี่สิบปี พ่อทำแบบนี้กับคนที่เขาเห็นว่าพ่อเป็นปู่ได้ยังไงกัน"

"ทำไมฉันจะทำไม่ได้!!   ในเมื่อมันก็แค่หมากในกระดานของฉันอีกตัว  ฉันเป็นคนเลี้ยงดูหมากตัวนี้มานาน ฉันจะต้องเป็นคนจบเกมนี้ด้วยตัวเอง และฉันต้องชนะ!!!" เสียงกร้าวดังมาทำให้แอลดีนถึงกับทุบพวงมาลัยแรงๆหนึ่งที

"พ่อรู้ตัวรึเปล่า.."

"...."

"ว่าพ่อไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออีกแล้ว  พ่อไม่ได้ทำเพื่อพี่เคทอย่างที่พ่อพูด  แต่พ่อทำเพื่อตัวเอง พ่อสั่งฆ่าคนเพื่ออำนาจของตัวเอง  พ่อฆ่าคนทั้งเป็นเพื่อสนองความต้องการของพ่อ  พ่อทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง!"แอลดีนบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน

"หึ!!  แกไม่ต้องมาสอนฉัน  ถ้าภายในสัปดาห์นี้ แกยังเอาสิ่งที่ฉันต้องการมาไม่ได้  ฉันคงต้องใช้วิธีของฉัน"  จบคำสายก็ถูกตัด  แอลดีนทำได้เพียงกำหมัดตัวเองแน่น  ทุบเข้าที่พวงมาลัยรถเต็มแรง

"โถ่เว้ย!!!!!"ก่อนเงยหน้าพิงพนักเบาะรถ หลับตาลงช้าๆ  ราวกับต้องการใช้ความคิดให้มากที่สุด

__________________

เหม็นฟามรัก  5555555

 

คุณอากับคุณปู่นี่ก็นะ...

ทะเลาะกันไม่หยุดหย่อน

5555555555555555555

นี่พิมพ์ไปกลัวคนอ่านเครียดจัง

เครียดไหม ไม่เครียดเน๊อะ  ^^

ใครมีอะไรแนะนำบอกโปรด ก็บอกได้นะ

ว่าเออ นี่นะ  ตรงนี้มันไม่ดี ภาษาลองเปลี่ยนนิดนึงงหรือว่าคำนี้ใช้แบบนี้นะ อะไรทำนองนี้

บอกมาได้  โปรดรับฟังและอ่านทุกคอมเม้นต์

และใส่ใจด้วย

โปรดขอแค่อย่างเดียว. ขอแค่สุภาพกับโปรด ไม่ขึ้นมึงกู เอาจริง  โปรดไม่ชินนะ 555555

เห็นพิมพ์ไปงั้นนะ แต่โปรดก็ไม่ชินอะ55

แง้งงง อะไรของเราเนี่ย

อาจจะมีคำสถบว่าอีบ้าไอ้บ้า ต้องขออภัยด้วย แง้งงง

แต่โปรดเชื่อว่านักอ่านของโปรดน่ารักทุกคน เพราะยังไม่เจอคนหยาบใส่. อิอิ

น่ารักเหมือนคนเขียนนี่แหละ '/โดนถีบบบ55555

ไปละ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว