ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 24

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ตั๋วลู่,จงซิน,วิลเบอร์,ปราบบผี,แฟนตาซี,วาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2561 16:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
24
แบบอักษร

2018-07-05

หลิงหลงนั่งยุกยิกอยู่ที่ศาลาริมน้ำในเขตตำหนักขององค์ชายตั๋วลู่ แม้มีขนมน่ารับประทานมากมายตั้งเรียงรายยังไม่สามารถเรียกความสนใจจากเด็กน้อยได้ มีเพียงวิลเบอร์ที่เพลิดเพลินกับขนมเหล่านั้น อี้เทานั่งหมุนจอกชาด้วยความเบื่อหน่าย พวกเขาไม่ได้เดินทางเข้าวังเพื่อมานั่งเฉยๆแบบนี้นะ แต่องค์ชายทั้งสองนั่นน่ะสิ

"รอข้ากลับจากประชุมขุนนางก่อนแล้วจะพาไปสนามฝึกซ้อม จะไปกันสองคนได้อย่างไร" องค์ชายจงซินสั่ง

"ท่านก็ให้พี่จื่อยี่ไปกับข้าสิ" อี้เทาเถียง

"ไม่ได้ วันนี้จื่อยี่ต้องไปติดต่อเศรษฐีห้าวไห่ เจ้าจงเป็นเด็กดีรออยู่ที่ตำหนัก หรือจะไปหาหลิงหลงก็ได้แต่อย่าให้ข้ารู้ว่าเจ้าออกไปไหนคนเดียวเป็นอันขาด มิเช่นนั้นข้าจะเร่งวันเข้าหอกับเจ้า" องค์ชายจงซินขู่ไว้ก่อนเดินจากไป อี้เทารู้สึกได้ว่าคราวนี้องค์ชายจงซินเอาจริงเขาจึงมาหาหลิงหลงแต่เจอน้องที่เอาแต่นั่งชะเง้อคอยองค์ชายตั๋วลู่แล้วก็ยิ่งเบื่อหน่ายนัก อยากจะหอบน้องกลับบ้านเสียจริง

"พี่อี้เทา ข้าเบื่อ"

"พี่ก็เบื่อ หาอะไรทำกันดีไหม" อี้เทาสนับสนุน ถ้าอยู่บ้านเบื่อก็ออกไปเดินเล่นแต่ที่นี่คือวังหลวงพวกเขาจึงไม่อยากทำตามใจตนเองนัก ถึงฮ่องเต้และฮองเฮาจะใจดีแต่เขาก็ไม่อยากออกไปเดินมั่วซั่วเกรงว่าจะสะดุดเท้าใครเข้า ก่อนที่หลิ่วอินจะฟื้นพวกเขายังต้องอาศัยคนพวกนี้ การอยู่แต่ในตำหนักจึงน่าจะดีกว่า

"อืม..." หลิงหลงทำหน้าครุ่นคิดจนคิ้วชนกัน เจ้าสุกรวิลเบอร์ก็ทำท่าเลียนแบบหลิงหลงไปด้วยทั้งน่าขำและน่ารักไปในคราวเดียวกัน แม้อี้เทาค่อนข้างจะแน่ใจว่าวิลเบอร์ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าเรื่องกินก็ตาม

"ไปเดินเล่นในวังกันเถอะ ถ้าพี่ลู่ห้ามเราก็อย่าให้เขารู้ก็พอ" หลิงหลงยิ้มซุกซน มือควักถุงผ้าใบเล็กออกมาอวดอี้เทา

"นี่คือ..." อี้เทาตาวาว

"ผงล่องหนไงล่ะ แค่นี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว คึคึ"

สองพี่น้องตกลงกันได้ อี้เทาจึงเรียกขันทีมาสั่งว่าพวกเขาจะนอนกลางวันอย่าให้ใครเข้ามารบกวน จากนั้นหลิงหลงก็โปปรยผงล่องหนใส่ตัวเองและอี้เทารวมถึงวิลเบอร์ เวลาแห่งความสนุกมาถึงแล้ว

ทั้งคู่เดินทอดน่องกันตามสบายตามทางเดินปูด้วยกระเบื้องงดงามออกจากตำหนัก อี้เทาที่มาจากตำหนักองค์ชายจงซินจูงหลิงหลงเดินไปทางตรงกันข้าม มีขันทีนางกำนัลเดินสวนมาเป็นระยะแต่ไม่มีผู้ใดทราบถึงการมีตัวตนของสองพี่น้อง เพียงระวังไม่ให้ไปชนผู้ใดก็พอ

หลิงหลงเห็นหมู่ตึกงดงามกลุ่มหนึ่งจึงกระตุกมืออี้เทาเดินไป คนก็ตามใจน้องมิได้ห้ามปราม เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงด่าทอของสตรีดังแว่วมา หลิงหลงเห็นเป็นเรื่องสนุกรีบจูงมือพี่ชายก้าวเข้าไปดูทันที 

ทั้งสองยืนดูเหตุการณ์ค่อนข้างใกล้ เพียงระวังไม่ให้ใครถูกตัวเท่านั้นจึงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

"บังอาจวางยาพิษข้างอย่างนั้นหรือ" สตรีผู้แต่งกายงดงามกว่าผู้อื่นด่าทอนางกำนัลที่ถูกนางกำนัลอีกสองนางจับกดไว้กับพื้น

"บ่าวไม่ได้ทำเจ้าค่ะ บ่าวถูกใส่ความขอพระสนมได้โปรดเมตตาบ่าวด้วย" นางกำนัลร่ำไห้เสียงดัง น้ำมูกน้ำตาไหลด้วยความหวาดกลัว

"ถ้าเจ้าไม่ได้ทำแล้วน้ำชาของข้ามีพิษได้อย่างไร" พระสนมไม่ทราบชื่อแค่นเสียงใส่นางกำนัลผู้นั้น

"บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ ขอพระสนมทำการไต่สวนด้วยเถิดเจ้าค่ะ" นางกำนัลยิ่งกล่าวยิ่งดังจนอี้เทาและหลิงหลงแปลกใจนักที่ไม่มีผู้ใดเข้ามาดู

"น้ำเน่าชะมัด" หลินหลงกอดอกยืนดูบ่น นี่ไม่ต่างอะไรกับละครน้ำเน่าในชีวิตก่อนแม้แต่น้อย 

"อู๊ด" วิลเบอร์ร้องรับ ที่จริงมันสนับสนุนหลิงหลงทุกอย่างนั่นแหละ

"น้องคิดว่านางผิดจริงหรือไม่" อี้เทาถามขึ้น เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่เข้าไปวุ่นวายให้ตัวเองยุ่งยาก ที่ถามนี่ก็ตั้งตำถามให้หลิงหลงฝึกสมองเท่านั้น

"ตามโหงวเฮ้งแล้วข้าคิดว่าพระสนมผู้นี้ตั้งใจจะหาเรื่องใส่ความนางกำนัลเสียมากกว่า เพราะถ้านางทำผิดจริงๆป่านนี้นางเรียกทหารมานำตัวไปแล้วไม่มามัวเล่นสนุกกันอยู่แบบนี้หรอก" หลิงหลงตอบ ตายังมองนางกำนัลไม่วาง

"แล้วน้องอยากช่วยนางหรือไม่" อี้เทาถามต่อ

"ไม่ ข้าคิดว่านางกำนัลผู้นี้ก็ร้ายกาจไม่น้อย มิเช่นนั้นนางไม่แหกปากเรียกร้องความสนใจผู้อื่นเช่นนี้หรอก คงหวังให้มีคนมาพบเข้าแล้วช่วยนางสินะ นับว่าขวัญกล้าไม่น้อย" หลินหลงห่อไหล่ ข่าวว่าสตรีในวังหลังล้วนมีแต่งูพิษนับว่าไม่เกินเลย เขาได้เปิดหูเปิดตาแล้ว

นางกำนัลยังร่ำร้องไม่หยุดจนพระสนมเกิดความรำคาญ

"หนวกหูยิ่งนัก ปิดปากนางเสีย" เมื่อพระสนมสั่งบ่าวที่ดีต้องรีบสนอง นางกำนัลอีกผู้หนึ่งยัดผ้าผืนหนึ่งเข้าปากนางกำนัลผู้ถูกกล่าวหาทันที

"ถวายพระพรพระสนมกัว มิทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้น" บุรุษหนุ่มหน้าตาคมคายผู้หนึ่งตรงเข้ามาถาม

"เริ่มสนุกแล้วพี่" หลิงหลงสะกิดอี้เทา

"ราชครูเกา" พระสนมกัวทัก

"มิทราบว่านางกำนัลผู้นี้ทำผิดอันใดหรือ" ราชครูเกาถามซ้ำ

"มามา(คำเรียกนางกำนัลอาวุโส) พบว่าในน้ำชาของข้ามียาพิษ มีเพียงนางเท่านั้นที่แตะต้องากานั้น" พระสนมเสียงอ่อนลงหลายส่วน ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆดูสูงส่ง ผิดกับเมื่อครู่ที่หน้าตาประดุจแม่มด

"นับเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ข้าจะเรียกกองขันทีผู้ดูแลนางกำนัลมานำตัวนางไปสอบสวนมิต้องให้พระสนมระคายใจ" ราชครูเกาพูดอย่างสุภาพแต่ทำให้พระสนมกัวหน้าเปลี่ยนสีไปวูบหนึ่ง

"แต่นางเป็นคนของข้า สมควรให้ข้าจัดการเอง" พระสนมกัวท่าทางไม่ยินยอม

"คงมิได้ หากเรื่องนี้ทราบไปถึงฮองเฮาท่านจะถูกตำหนิเสียเปล่าๆ เปิดปากนาง" ราชครูเกาหันไปสั่งนางกำนัลที่กดคนไว้ที่พื้น พวกนางชำเลืองมองพระสนมกัวผู้เป็นนาย เมื่อเห็นคนพยักหน้าให้จึงดึงผ้าออกจากปากนางกำนัลผู้ถูกกล่าวหา แล้วถอยออกไปยืนข้างพระสนมกัว

"ข้าไม่ได้ทำ ท่านราชครูโปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าน้อยด้วยเถิดเจ้าค่ะ" นางกำนัลผู้ถูกกล่าวหาละล่ำละลักพูด ท่าทางอ่อนแอน่าเวทนาชวนให้ผู้คนสงสาร

"ไม้ต้องกลัว หากเจ้ามิได้ทำผิดย่อมได้รับความยุติธรรม แต่ถ้าผิดก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา" ราชครูเกาพูดเสียงเรียบ กลับเป็นพระสนมกัวที่หน้าเสีย

"รบกวนพระสนมส่งนางกำนัลไปแจ้งกองขันทีและเรียกคนในตำหนักออกมาให้หมด ข้าจะคอยช่วยดูแลความเรียบร้อยให้เอง" ราชครูเกากล่าวอย่างไม่ไว้หน้าเปลือกนอกแม้คล้ายหวังดีแต่จุดยืนแน่ชัดว่าไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนพระสนมกัวได้แต่ยืนขยี้เท้าอย่างขัดใจ

"ราชครูผู้นี้น่าสนใจนัก ท่าทางจะเป็นตัวประกอบที่มีสีสันไม่น้อย" หลิงหลงพึมพำ

"ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะท่านราชครูที่ช่วยข้าน้อย" นางกำนัลคลานไปเกาะขาราชครูแต่เพียงสัมผัสชายกางเกงราชครูเกาก็ชักขาหนี

"ข้ามิได้ช่วยผู้ใดทั้งนั้น ผิดถูกว่ากันไปตามหลักฐาน" ราชครูเกามีสีหน้าเรียบเฉยทำเอานางกำนัลหน้าเจื่อน ได้แต่นั่งคุกเข่าอยู่เช่นนั้น

ไม่ถึงสองเค่อ  ขันทีร่างตุ้นนุ้ยก็วิ่งนำกองกำลังขนาดย่อมมา 

"ถวายพระพรพระสนม คารวะราชครูเกา" ขันทีร่างตุ้ยนุ้ยแสดงความเคารพ

"เจ้าคงทราบเรื่องแล้ว จัดการต่อให้เรียบร้อยอย่าให้ผู้ใดตำหนิการทำงานได้ ข้าขอลา" ราชครูเกาดูจนขันทีเข้าไปตรวจสอบด้านในตำหนักเรียบร้อยแล้วจึงประสานมือจากไป

"ตำแหน่งราชครูไม่ได้มาเพราะหน้าตาสินะ หมดเรื่องสนุกแล้วเราไปกันเถอะ" หลิงหลงชวนอี้เทาเดินต่อ แต่อี้เทาหมดสนุกแล้วจึงชวนน้องกลับ ทั้งคู่เดินตามราชครูเกามาห่างๆ แต่ราชครูเหลือบมาทางพวกเขาบ่อยๆคล้ายกับรู้สึกตัวว่ามีคนเดินตามอยู่

"คงต้องอำพรางจิตด้วยแล้วล่ะ ราชครูผู้นี้ประสาทสัมผัสไวไม่ใช่เล่น" อี้เทาบอกน้อง

"ส่งวิลเบอร์ออกไปดีกว่า เขาจะได้ไม่สงสัย เดี๋ยวพวกเราอดเล่นสนุกกันพอดี วิลเบอร์ไปวิ่งเล่นสักรอบแล้วค่อยกลับตำหนักนะ" หลิงหลงสั่งก่อนจะโปรยผงยาสลายอำนาจยาล่องหน

อู๊ด อู๊ด วิลเบอร์วิ่งดุ๊กดิ๊ก มาตามทาง เมื่อราชครูเกาเห็นดังนั้นก็คลายความระมัดระวังลง

"สุกรนี่เอง แต่ในวังจะมีสุกรได้อย่างไร สงสัยจะหลุดมาจากห้องครัว" ราชครูเกากล่าวกับตัวเอง เขาเบือนสายตามาที่วิลเบอร์ที่สะดุ้งเมื่อสบตากับเขา แล้วก็ออกวิ่งทันที

"อย่าหนีนะ" ราชครูเกาวิ่งตามวิลเบอร์ไปอย่างรวดเร็ว เขาใช้วิชาตัวเบากระโดดไม่กี่ครั้งก็สามารถไปดักหน้าวิลเบอร์ได้ เจ้าลูกสุกรชะงักแล้ววิ่งหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว มันวิ่งผ่าสวน กระโดดข้ามแปลงดอกไม้ มุ่งหน้ากลับตำหนักขององค์ชายตั๋วลู่ แต่ราชครูเกาไม่ยอมลดละติดตามถึงเขตอุทยานส่วนพระองค์ขององค์ชายตั๋วลู่อย่างไม่รู้ตัว แต่ทหารยามกลับขวางไว้

"ท่านราชครูโปรดยั้งเท้าด้วย" ทหารยามร้องห้าม พวกเขายังจำได้ว่าเมื่อครั้งก่อนถูกโบยด้วยเหตุใด ครานี้จึงเข้มงวดยิ่งกว่าเดิม

"มีสุกรวิ่งเข้าในตำหนักองค์รัชทายาท พวกเจ้าเห็นหรือไม่" ราชครูเกาถาม ด้วยฝีเท้าของเขายังไม่อาจไล่ทันลูกสุกรตัวหนึ่งนี่ออกจะทำให้เขามีโทสะบ้างแล้ว

"มิทราบว่าราชครูเกามีปัญหาใดกับสุกรหรือ" เจิ้งจื่อยี่ที่ตั้งใจจะมาหาหลิงหลงเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงเดินเข้ามาถาม

"ข้าเห็นลูกสุกรตัวหนึ่งวิ่งอยู่ในสวน ตั้งใจจะจับไปส่งห้องเครื่อง" ราชครูเกาตอบ เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองออกจะเสียกริยาผิดไปจากที่เคย

"ท่านเข้าใจผิดแล้ว ลูกสุกรตัวนั้นมิได้หลุดมาจากห้องเครื่อง ถ้ามันวิ่งมาทางนี้น่าจะเป็นลูกสุกรของน้องข้าเอง" เจิ้งจื่อยี่ตอบ ขืนให้ราชครูเกาจับวิลเบอร์ไปส่งห้องเครื่อง หลิงหลงคงอาละวาดวังแตกเป็นแน่ถึงแม้ว่าราชครูเกาคงจับมันไม่ได้ก็ตาม

"ท่านเอาน้องเข้าวังแถมด้วยลูกสุกรอย่างนั้นหรือ" ราชครูเกาขมวดคิ้ว

"แล้วอย่างไร" เจิ้งจื่อยี่เลิกคิ้ว เขาหมั่นไส่ใบหน้าเรียบเฉยของราชครูเกามานานแล้ว เมื่อสบโอกาสจึงอยากจะทำให้คนหน้าตายแสดงสีหน้าอื่นออกมา

แต่จริงๆแล้วเจิ้งจื่อยี่ก็แค่อิจฉาที่บรรดานางกำนัลที่เขาแอบมอง พวกนางต่างพากันพร่ำเพ้อถึงราชครูรูปงามผู้นี้ เกาซ่งอายุ29แล้วยังไม่ตบแต่งฮูหยิน นับว่าเป็นบุรุษเนื้อหอมจนน่าชิงชังนัก

"องครักษ์เจิ้ง เจ้าอย่าได้ถือตัวว่าเป็นคนสนิทขององค์ชายจงซินแล้วจะแสดงท่าทางเช่นนี้กับข้าผู้เป็นขุนนางขั้นสองได้นะ" ราชครูเกาหน้าตึง 

"ท่าทางจะแซ่บนะพี่อี้เทา" หลิงหลงนึกสนุก เขาอยากให้เจิ้งจื่อยี่ท้าประลองกับราชครูเกาด้วยซ้ำเพราะอยากหยั่งเชิงฝีมือ คนอยู่ฝ่ายบุ๋นไม่น่ามีวิชาตัวเบาสูงเช่นนี้

"เห็นเป็นเรื่องสนุกไปได้นะเจ้าลูกสุกร วิลเบอร์จะถูกเขาจับไปลงหม้ออยู่แล้ว" อี้เทาบ่น

"ไม่หรอก ถ้าพี่จื่อยี่ไม่ไหวเราค่อยออกไปก็ได้" หลิงหลงยิ้มมุมปาก

ความคิดเห็น