ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 44(Rewrite)​

คำค้น : Yaoi, ลูคัส ,ควานลิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2563 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 44(Rewrite)​
แบบอักษร

​สายลมอ่อนๆในยามเช้า รับกับแสงแดดอุ่นๆ  สองคนสี่มือที่กำลังตั้งใจพรวนดิน รดน้ำต้นไม้รอบๆรั้วเตี้ยของบ้าน ซีไนน์ยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผากเนียนเล็กน้อยหันไปยิ้มให้คนตัวใหญ่ข้างๆ

"คุณอาครับ"

"ครับ"

"เมื่อไหร่ดอกมันจะออกล่ะครับ"ซีไนน์ถามพลางบุ้ยใบ้ไปทางต้นกัลปพฤกษ์ที่ซื้อเอามาปลูกเมื่อเดือนก่อน

"อีกหลายปีเลยครับ"แอลดีนตอบพลางยกยิ้มให้บางๆ

"หรอครับ"ซีไนน์ทำหน้างอนิดหน่อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง

"งั้น โตไวๆน๊า"หันไปพูดกับต้นไม้สูง  แอลดีนยกยิ้มนึกเอ็นดูกับท่าทางของคนหน้าหวาน

"อ้อ จริงสิ คุณอาครับ"

"ครับ"

"เรื่องโรงพยาบาลแกรนด์น่ะครับ ซีนว่าเราคงต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่างเลยอย่างเครื่องมือในโรงพยาบาลเรา ซีนว่าจำเป็นที่จะต้องนำเข้ามาเพิ่ม เราอาจจะต้องมีอาคารเพิ่มอีกสักหลังหนึ่งด้วย  เพื่อที่จะได้รับจำนวนคนไข้ให้มากขึ้น  ส่วนเรื่องบุคลากรเราก็จำเป็นที่จะต้องเพิ่มจำนวน แล้วคิดว่าเราควรจะต้องมีการโปรโมทโรงพยาบาลของเราให้มากกว่านี้ด้วย ยังไงเดี่ยวฝากคุณอาหยิบแผนโครงงานในแฟ้มบนโต๊ะทำงานในห้องซีนด้วยละกันนะครับ  ซีนได้ใส่ข้อมูลคร่าวๆไว้ในนั้น ฝากคุณอาช่วยปรับเปลี่ยนในส่วนที่ต้องเปลี่ยนด้วยนะครับ"

"ได้ครับคุณหนู"

"แล้วส่วนของสวนสนุก  ซีนก็ว่าเราควรที่จะขยายพื้นที่และเพิ่มเครื่องเล่นใหม่ๆด้วย ส่วนเรื่องการโปรโมท ซีนว่าเราควรจะมีโปรโมชั่นใหม่ให้ในทุกๆเทศกาล น่าจะดึงให้คนมาสวนสนุกเรามากขึ้น ไตรมาสหลังมานี่ ซีนดูว่ามันนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน เกรงว่าถ้าปล่อยไว้อย่างเดิม มันจะตกลงไปเรื่อยๆ  เราอาจจะจ้างพรีเซ็นเตอร์โดยเชิญคนที่เป็นที่นิยมในแวดวงกว้าง ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ มาโปรโมทสวนสนุกเรา  ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินหลายพันล้าน ในการขยับขยาย แต่ซีนคิดว่ามันคุ้มนะครับ"

"ครับ"แอลดีนพยักหน้า  มองเสี้ยวหน้าของคนร่างบางที่ตั้งใจพูดพร้อมๆกับตั้งใจรดน้ำตรงหน้าไปด้วย

ซีไนน์มักจะตั้งใจกับงานที่ทำเสมอ  ตั้งแต่มาอยู่ตำแหน่งตัวแทนผู้บริหาร เจ้าตัวทำงานไม่หยุด  วางแผนโครงการนู้นนี่นั่นออกมาเพื่อพัฒนาและขยับขยายธุรกิจ  หลายอย่างที่คนตัวเล็กเสนอ และได้เอาไปปรับใช้ทำให้เกิดผลดีต่อบริษัท

ปกติบริษัทแกรนด์มักจะทำกำไรได้ในแต่ละปีเกิน60%อยู่แล้ว  แต่พอซีไนน์เข้ามาจัดการหลายๆอย่าง  ดูเหมือนสองสามสัปดาห์มานี้ รายได้ของบริษัทค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็น63% เขาคิดว่ามันไม่ง่ายเลย 3%ของธุรกิจเครือบริษัทแกรณด์มีมูลค่าเป็นร้อยๆล้าน แต่คนอายุ18ตรงหน้ากลับทำมันได้ดีเลยทีเดียว

ทำได้ดีจนเขาทึ่ง

"เดี่ยวผมจะจัดการทุกอย่างให้ครับ"แอลดีนพูดต่อ

"แล้วเรื่องบ้านเด็กกำพร้าทิวาเป็นยังบ้างครับ"ซีไนน์ถามต่อ  คิ้วขมวดเล็กน้อย

"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ จะมีการเปิดบ้านในอีก6วันข้างหน้า  คุณหนูจะเป็นคนไปเปิดบ้านเองหรือว่าจะให้คุณหนูลินดีครับ"

"ต้องน้องสิครับ  บ้านหลังนั้นคุณย่าตั้งใจสร้างในชื่อของน้อง"

"ครับ"

"แต่เอ๊ะ  อีกหกวัน วันเกิดพวกเราพอดีนี่ครับ"

"ครับ"

"อืม ก็ดีเหมือนกันครับ "ซีไนน์ระบายยิ้มกว้างหันไปทางแอลดีน ชะงักเมื่อเห็นอีกคนจ้องตัวเองไม่วางตา

"หน้าซีนมีอะไรรึเปล่าครับ"

"เปล่าครับ"

"...^^....

"คุณหนูครับ"

"ครับ"ซีนไนน์เลิกคิ้วเล็กน้อย  มองหน้าคนร่างสูงที่เดินเข้ามาหาตัวเองทีละก้าวทีละก้าว แอลดีนก้มหน้าจูบปากบางแผ่วๆ ก่อนจะผละออกมา

ซีไนน์เม้มปากตัวเองแรงๆ ด้วยความเขินอาย

"ซีนไปทำอาหารเช้า เอ่อ...  ให้คุณอากินดีกว่าครับ"ว่าแล้วก็ทิ้งสายยางในมือบนพื้นหญ้า ก่อนจะเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆผ่านทะลุห้องตัวเอง แล้วก็ตรงไปที่ห้องน้ำ ล้างมือตัวเองจนสะอาดแล้วกวักน้ำใส่หน้าตัวเองแรงๆ ก่อนจะยกมือมากุมหน้าไว้

 

 

สายของวันแอลดีนออกไปทำธุระเรื่องบริษัท ซีไนน์ยังคงก้มหน้าก้มตาจัดการเอกสารที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะ  สายตากวาดมองอักษรอย่างตั้งใจ ก่อนที่จะยกแขนบิดตัวแล้วลุกเดินเพื่อไปหยิบน้ำกับขนมในห้องครัว

ครืด~~~ ครืดดดด~~

เสียงสั่นดังทำให้ซีไนน์ชะงักเท้าที่กำลังเดิน เงี่ยหูฟังที่มาของเสียงก่อนจะเดินไปที่ห้องนั่งเล่นใกล้ๆ  ก็เห็นโทรศัพท์ที่กำลังสั่นน้อยๆเนื่องจากมีสายเข้า

"คุณอาลืมมือถือหรอ"ซีไนน์พึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยิบมือถือขึ้นมา

...

JOHN

..

"จอห์น?"  ซีไนน์ขมวดคิ้วมองหมายเลขกับชื่ที่ปรากฏบนจอ

"โทรมาจากต่างประเทศหรอ"  ไม่ทันที่จะกดรับสาย แต่สายก็ถูกวางเสียก่อน ก่อนที่จะดังอีกรอบ ซีไนน์จึงกดรับสาย  ไม่ทันที่จะอ้าปากทักไปยังปลายสายก็ชะงักเมื่อได้ยินสรรพนามที่ปลายสายเรียก

"sir Aldene! "

"sir  ? " ซีไนน์พึมพำเบาๆ แต่ก็ทำให้ปลายสายชะงัก  ก่อนจะกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ

"ขอสายมิสเตอร์แอลดีน อะเล็ตต้าครับ"

"อะ...เอ่อ"ซีไนน์ขมวดคิ้วอีกครั้ง

"เอ่อ มิสเตอร์แอลดีนไม่อยู่ครับ อีกสักพักคงจะกลับมา  มีอะไรจะฝากถึงเขารึเปล่าครับ"ซีไนน์ถามกลับไปเป็นภาษาอังกฤษ

"โอ้ว งั้นถ้าเขากลับมา ฝากให้ติดต่อกลับมาอีกทีนะครับ"

"ครับ"  ซีไนน์ตอบรับก่อนจะกดวางสาย  หน้าหวานขมวดคิ้วอีกครั้ง  วางมือถือลงที่เดิม

ก่อนจะสะบัดหน้าเล็กน้อย แล้วหยิบขนมกับน้ำเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองอีกครั้ง

 

 

 

 

 

บ่ายแล้ว  ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อยใต้ผ้าห่มหนา  ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมา พลิกตัวให้นอนตะแคงก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  มือกุมสะโพกตัวเองแน่น

"โอ๊ยยยยยย" ควานลินพยายามที่จะพลิกตัวนอนตะแคงแต่ก็รู้สึกว่าเจ็บจนเกินไปต้องทิ้งตัวเองให้นอนหงายเช่นเดิม 

ขาเล็กอ้ากว้างเล็กน้อยเมื่อไม่สามารถแนบขาทั้งสองตัวเองให้ชิดเข้ามาได้รู้สึกถึงความร้อนในร่างกายที่มีมากกว่าปกติ น้ำตาไหลออกมาที่หางตาเล็กน้อย เมื่อรู้สึกแสบที่ช่องแคบของตัวเอง

ควานลินกัดปากตัวเองแน่น  ก่อนจะใช้มือยันพื้นเตียง แล้วค่อยๆกระเถิบขึ้นมาทีละน้อยๆ ให้ตัวเองพิงหัวเตียง

ควานลินปาดน้ำตาลวกๆสะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวเอง มองดูร่างกายที่มีแค่เสื้อตัวใหญ่ตัวเดียวคลุมกาย  ตามขาอ่อนเต็มไปด้วยรอยช้ำม่วง   ร่างเล็กก้มหน้างุด รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า

อ่าห์ รอยพวกนี้มัน....

ไม่ได้เกิดจากการทับสินะ  มันเกิดจากการดูดต่างหาก

ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นภาพ  ใบหน้าขาวตอนนี้แดงจนถึงใบหู

ควานลินตบหน้าตัวเองเบาๆสองสามที  ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆห้องแต่ก็ไม่เห็นร่างของลูคัส

ขาเล็กค่อยๆก้าวลงจากเตียง  ควานลินกัดปากตัวเองแน่น  เหมือนสะโพกของเขาจะร้าวไปหมดแล้ว  ควานลินยันพื้นเตียงค่อยๆ  ลุกขึ้นยืน  ขาสองข้างสั่นน้อยๆก่อนที่จะรู้สึกไม่มีแรง

ตุบ!!

ร่างบางร่วงลงไปกองกับพื้น พร้อมๆกับเสียงประตูที่เปิดเข้ามา  ควานลินหันไปทางประตูพร้อมน้ำตาที่ปริ่มออกมา สีหน้าแสดงถึงความเจ็บปวด

"พี่ลุคส์"  ควานลินเรียกคนตัวสูงเบาๆกอดคอแกร่งไว้แน่นเมื่อลูคัสปรี่เข้ามาหาเขาอย่างเร็วแล้วช้อนตัวขึ้นแนบอกแล้วไปวางเขาเบาๆนั่งลงหลังพิงหัวเตียง

 

ควานลินอ้าขาเล็กน้อย เมื่อช่องแคบของตัวเองเสียดสีกันจนเจ็บไปหมด ลูคัสไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ สีหน้ากังวลระคนเป็นห่วง  ก่อนจะเดินออกไป แล้วกลับมาพร้อมชามข้าวต้มในมือ

"กินข้าวหน่อยนะ  ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงเมื่อวานแล้ว"ลูคัสกล่าวพร้อมกับยกช้อนตักข้าวต้มแล้วเป่าเบาๆ

ควานลินก้มหน้างุด  ไม่รู้จะเขินหรือว่าโกรธดี

เขินก็เขิน

โกรธก็โกรธ

ก็ดูสิ  ทำเอาเขาป่วย จะไม่ให้โกรธได้ยังไง

"อ้ะ"ควานลินมองช้อนที่จ่อมาทางปากสลับกับมองคนร่างสูงที่กำลังยิ้มกว้างให้

ดูสิ  ทำเขาป่วยแล้วยังมาทำเป็นยิ้มกว้าง

ควานลินอ้าปากกินข้าวที่ลูคัสป้อนแต่โดยดี เอาเถอะ ขอกินให้หายหิวก่อน  ไว้อิ่มเมื่อไหร่   น้องจะบ่นให้หูชาเลย คอยดูสิ

"อร่อยไหม"

"ครับ"

"เอาอีกไหม"

"ไม่ครับ"

"งอนอะไรพี่ ฮึ ไหนบอกซิ ทำไมทำหน้างอขนาดนั้น"

"ไม่รู้จริงๆหรอครับว่างอนเรื่องอะไร"

"หืมมมม อ่าาาา เรื่องเมื่อวานที่พี่ทำหนักเกินไปใช่ไหม..."

"พี่ลุคส์ หยุดพูดเลย พูดถึงทำไมเล่า"

"พี่ขอโทษ  ก็เราน่ากินไปทั้งตัวอะ"

"พี่ลุคส์!"

"อยู่กันสองคน ไม่เห็นต้องอายเลย เห็นมาหมดละ ไหนจะเสียงหวานๆเมื่อวาน พี่ก็ได้ยิ..."

"พี่ลุคส์ หยุดเลยนะ นี่แหนะ"

"ทุบพี่อีกละ"

"..งึ!.."

"พี่สัญญาว่าครั้งหน้าพี่จะทำเบาๆ"

"ไม่มีครั้งหน้าแล้วครับน้องเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย"  ควานลินว่าพลางเบ้ปากเล็กน้อย  ก่อนจะรับยาที่ลูคัสยื่นให้แล้วกินตามด้วยน้ำแก้วใหญ่

ลูคัสย้ายตัวเองไปนั่งระหว่างขาของควานลินที่อ้ากว้าง

"พะ...พี่ลุคส์จะทำอะไร"เสียงเล็กตามอย่างสั่นๆ ไม่นะ เขายังไม่หายดีเลย ลูคัสไม่ได้ตอบคำถามคนตัวเล็ก แต่ยื่นมือแกะแผ่นเจลบนหน้าผากออก  แตะมือวัดอุณหภูมิเบาๆ

"ไข้ลดลงแล้ว"ลูคัสพึมพำกับตัวเองเบาๆ  สีหน้าแสดงความเป็นห่วงปรากฏชัด  ควานลินได้แต่มองเงียบๆลูคัสยกขาควานลินตั้งชันไว้ก้มลงไปมอง ช่องสีหวานที่ยังบวมแดงไม่หาย

"พะ...พี่ลุคส์  น้องเจ็บ  ไม่เอา ไม่ทำ"เสียงร้องบอกเบาๆอย่างน่าสงสาร

"พี่จะทายา  ไม่ทำหรอก"ลูคัสยกมือขยี้หัวเบาๆเมื่อคืนควานลินไข้ขึ้นจนนอนร้องไห้กอดเขาเกือบทั้งคืน  มาเงียบเอาตอนใกล้รุ่งสาง

ขอโทษนะ  ทีหลังจะไม่ทำให้ป่วยอีกแล้วล่ะ

 

หลังจากที่ทายาเสร็จลูคัสก็เช็ดตัวให้คนตัวเล็กอีกรอบ  ก่อนจะอุ้มมานอนที่โซฟาตามที่เจ้าตัวขอ ส่วนตัวเองก็นั่งเคลียร์งานมหาลัยจากที่ป่วยเป็นสัปดาห์

"พี่ลุคส์"

"หืม  ว่าไง"ลูคัสรับขานในขณะที่สายตาก็จับจ้องอยู่กับจอโน๊ตบุ๊คตรงหน้า

"....."

เมื่อได้รับความเงียบแทนคำตอบลูคัสจึงเงยหน้ามองคนตัวเล็กที่นอนขดตัวในผ้าห่มหนา

"มีอะไรจะบอกหรอ"ลูคัสถามอีกครั้ง  มองดูปากซีดที่เม้มเข้าหากัน

"ถ้าไม่พูด.  พี่จะ...."

 

"เป็นแฟนกันนะครับ"

 

"......"

"......"ลูคัสมองหน้ากลมใสที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวล จึงลุกขึ้นแล้ววางโน๊ตบุ๊คไว้ที่โซฟา เดินมานั่งลงที่พื้น ให้ระดับใบหน้าตัวเอง  ตรงกับใบหน้าของควานลิน  ก่อนจะดึงมือเล็กที่กำลังกำผ้าห่มแน่นมาลูบหลังมือเบาๆ

ลูคัสยกมือนิ่มขึ้นมาจูบเบาๆ ส่งผลให้คนตัวเล็กอ้าปากค้าง ก่อนจะเม้มปากด้วยความเขินอาย ดึงมือตัวเองออก แล้วค้อนสายตาให้คนร่างใหญ่กลบความเขิน

"รู้ไหม คำว่าเด็กของพี่ หมายถึงอะไร"

"..งึ.."ใบหน้าใส ส่ายหน้าไปมาสองสามที

"แปลว่าแฟนของพี่"

"......."

"แล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า"เสียงเล็กบ่นอุบอิบใต้ผ้าห่มหนาหลังจากที่เจ้าตัวยกผ้าห่มคลุมทั้งตัวเมื่อจบคำพูดลูคัส ลูคัสยกยิ้มกว้างก่อนจะจิ้มไปที่ท้องนิ่มเบาๆ

"หลับนะ เดี่ยวพี่จะปลุกกินข้าวกินยา"

"อื้อออ"

"อยากได้อะไรบอกนะ พี่จะนั่งอยู่ตรงนี้แหละ"

"อื้อออ"

"ปวดหัวก็บอกนะ"

"อื้อ"

"หิวก็บอก"

"อื้อ"

"อยากกินพี่ก็บอกนะ"

"อื้ออ ...     เอ๊ะ!"

"^^"

"ใครเขาอยากกินกันเล่า ตั้งใจทำงานเลยไป"  ใบหน้าใส โผล่จากผ้าห่มมานิดหน่อยก่อนจะหน้ายู่ใส่คนตัวสูงที่นั่งยิ้มแฉ่ง

 

 

 

"แรม"แรมระวีที่กำลังนั่งกินกาแฟในร้านกาแฟเล็กเงยหน้าตามเสียงเรียก ก่อนจะอ้าปากค้างเล็กน้อย

"ค..คุณเฟื่อง"แรมระวีสบตาเฟื่องฟ้าที่มายื่นอยู่ตรงหน้าของตัวเองก่อนที่จะหลบดวงตาคู่สวย

"เฟื่องนั่งด้วยได้ไหม"เฟื่องฟ้าเอียงหัวถามคนที่นั่งอยู่

"ครับ"แรมระวีพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะสบตากับเฟื่องฟ้าอีกครั้งเมื่อหญิงสาวนั่งลงแล้วจ้องมาทางตัวเอง ทำให้เขาต้องหลบตาสวยอีกครั้ง

"แรมมาทำอะไรแถวนี้หรอ"

"เอ่อ...   พอดี..   มีธุระนิดหน่อยน่ะครับ"แรมระวีอ้ำอึ้งตอบ  ธุระที่ว่า  คือการมาเห็นหน้าเฟื่องฟ้าก็ไม่ผิดนัก หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเขารู้ว่าเฟื่องฟ้ามักจะมากินกาแฟที่ร้านนี้ เขาจึงมักจะมาเดินผ่านบ่อยๆ

แต่วันนี้เขาไม่เห็นเฟื่งฟ้านั่งในร้าน จึงเดินเข้ามานั่งสั่งกาแฟกินบ้าง แต่ไม่นึกว่าจะเห็นเฟื่องฟ้าในที่สุด

"คุณพ่อเป็นยังไงบ้าง"

"เอ๊ะ?"

"ก็เมื่อหลายเดือนก่อน บอกว่าพ่อแรมป่วยจะกลับไปเยี่ยมพ่อ  แล้วก็ไม่ไปมหาลัยหลายสัปดาห์เลย พอแรมกลับมา เราไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย"

"อ่า..   ก็ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้วครับ"แรมระวีตอบแบบอ้ำๆอึ้งๆ ไม่รู้จะตอบยังไงกับคำถามของเฟื่องฟ้า เมื่อสิ่งที่เฟื่องฟ้ารู้และกำลังเข้าใจนั้นไม่ใช่ความจริง คนที่ป่วยจริงๆคือเขาต่างหาก

"ว่างๆพาเฟื่องไปเยี่ยมคุณพ่อด้วยได้ไหม"

"เอ้ะ!"  แรมระวีเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่กำลังส่งยิ้มสวยให้ตัวเอง

"เอ่อ..ครับ"แรมระวีเอ่ยปากอย่างเสียไม่ได้ เฟื่องฟ้าส่งยิ้มให้บางๆแก่คนที่ไม่ยอมสบตาเขาตรงหน้า

"คุณเฟื่องจะกินอะไรไหมครับ ผมจะไปสั่งให้"  แรมระวีถาม เมื่อบนโต๊ะไร้บทสทนาจนชวนอึดอัด

"เฟื่องชอบกินชาเขียวปั่น"เฟื่องฟ้าตอบใบหน้ายังคงส่งยิ้มอยู่อย่างนั้น

"งั้น..  ผมไปสั่งให้นะครับ"จบคำแรมระวีก็ลุกพร้อมตรงไปที่เคาเตอร์

เฟื่องฟ้ามองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไป ตั้งแต่แรมระวีกลับมาคราวนี้ เขาแทบไม่มีโอกาสได้คุยกับชายหนุ่มเลย 

 เมื่อหลายสัปปดาห์ก่อนเขาต้องมาทำธุระแถวนี้บ่อยๆ แล้วบังเอิญเห็นชายหนุ่มอยู่หน้าร้านกาแฟ หลังจากนั้นเขาจึงมาที่นี่ทุกวัน  เพียงแค่เห็นหน้าแค่นั้นก็ยังดี

เฟื่องฟ้าก็ไม่เข้าใจตัวเองนัก  ว่าทำไมถึงได้ตกหลุมรักผู้ชายคนนี้  แม้จะมีใครหลายต่อหลายคนเข้ามาหาเขา แต่เขากลับสนใจแต่แรมระวี คนที่มักทำตัวห่างเหินกับเขา  เขาแค่อยากสนิทกับชายหนุ่มบ้าง

เฟื่องฟ้าเองก็ยอมรับว่าเคยที่จะตัดใจจากแรมระวี บอกตัวเองเสมอว่า เลิกชอบผู้ชายคนนี้ซะ  เพราะแรมระวีคงไม่หันกลับมามองตัวเอง แต่เขาก็ทำไม่ได้สักที

 

แรมระวีเดินตรงมาที่เคาเตอร์  สั่งชาเขียวปั่นกับพนักงานก่อนที่จะได้ยินบทสนทนาของผู้ชายหน้าฝรั่งแต่พูดไทยได้ชัดเจนข้างๆ

"คือผมลืมกระเป๋าตังค์ที่ออฟฟิศใกล้ๆนี้ ยังไง เดี่ยวกลับมาจ่ายได้ไหมครับ"

"เอ่อ..."แรมระวีมองกลับไปที่แก้วกาแฟหลายแก้วกับขนมเค้กอีกหลายชิ้นตรงหน้าสลับกับพนักงานที่ยืนทำหน้าลำบากใจ

"คุณโทรให้คนอื่นนำกระเป๋าตังค์มาให้ไม่ได้หรอคะ"เสียงพนักงานหญิงบอกด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ

"เอ่อ..." แรมระวีมองไปที่ชายร่างสูงที่คลำกางเกงเพื่อหาโทรศัพท์

"ผมลืมพกโทรศัพท์มาน่ะครับ"

"คือ.."

"เดี่ยวผมจ่ายให้เองครับ"  แรมระวีกล่าวออกไปกับพนักงานหญิงคนดังกล่าวก่อนจะหันไปยิ้มให้กับชายหน้าฝรั่งข้างๆ  ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าอีกคนชัดๆ

เคยเจอที่ไหนมาก่อนรึเปล่านะ

"โอ้ว"ชายร่างสูงอ้าปากค้างเล็กน้อย

"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ"

"ทั้งหมด490ค่ะ"แรมระวียื่นบัตรให้กับพนักงานก่อนจะบอกต่อ

"คิดบิลพร้อมชาเขียวปั่นเลยนะครับ"

"ได้ค่ะ สักครู่นะคะ  ทั้งหมด490บวกกับอีก65เป็น555บาทค่ะ"

แรมระวีส่งยิ้มรับบางๆ ก่อนจะหันไปทางคนร่างสูงที่ยืนมองเขานิ่ง

"ขอบคุณครับ ยังไงคุณรอที่นี่สักครู่นะครับ ผมจะไปเอากระเป๋าตังค์"ร่างสูงบอก พร้อมทำท่าจะหันหลังเดินออกไป

"ไม่เป็นไรครับ"แรมระวีบอก

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคุ้นกับใบหน้าของผู้ชายร่างสูงหน้าฝรั่งคนนี้มากขนาดนี้

"ไม่ได้หรอกครับ  ยังไงรอสักครู่นะครับ"

"ถ้าคุณจะจ่าย ค่อยจ่ายให้วันหลังก็ได้ครับ ผมมาที่นี่บ่อยๆ เดินไปเดินมาเสียเวลาเอาเปล่าๆน่ะครับ"

"อ่า เอาอย่างนั้นหรอครับ"

"ครับ"

จบคำของแรมระวี ร่างสูงก็กวาดมองบนเคาเตอร์ก่อนจะหยิบกระดาษเล็กๆที่เคาเตอร์กับปากกา มาจดพร้อมยื่นให้คนตรงหน้า

"เบอร์ของผมครับ คุณมาที่นี่อีกก็ โทรหาผมด้วยนะครับ" แรมระวีรับกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกยื่นมา ก่อนจะอ่านชื่อที่ถูกเขียน

แอลดีน?

ก่อนจะส่งยิ้มให้บางๆ

"ครับ  ผมแรมระวีนะครับ" แรมระวียื่นมือไปเช็คแฮนด์กับแอลดีนตามมารยาทก่อนที่แอลดีนจะหันหลังกลับ และหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงคำถามจากแรมระวี

"เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าครับ" แอลดีนหันหลังกลับมามองแรมระวีอีกครั้ง ใบหน้านิ่งยกยิ้มบางๆ

"คือ ผมแค่รู้สึกคุ้นกับหน้าของคุณครับ"แรมระวีเอ่ยต่อ

"เราอาจจะเคยเจอกันสักที่ โดยไม่ได้ตั้งใจมั้งครับ"แอลดีนตอบก่อนจะยกยิ้มบางๆให้อีกครั้ง  แล้วก็เดินจากไป

"ชาเขียวปั่นได้แล้วครับ"เสียงจากพนักงานร้องบอก แรมระวีหันกลับไปรับชาเขียวปั่นก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ  ยื่นแก้วชาเขียวปั่นให้เฟื่องฟ้า

"แรม"

"ครับ"

"ไปเที่ยวเป็นเพื่อนเฟื่องหน่อยได้ไหม เฟื่องเบื่อน่ะ"

"เอ่อ คือ...."

"แรมไม่ว่างหรอ?"

"....."

"ไม่ว่างก็ไม่เป็นไรเน๊อะ"  เฟื่องฟ้าส่งยิ้มให้บางๆ ก่อนจะยกชาเขียวขึ้นดื่ม  คิดอยู่แล้วว่าคำตอบคงจะเป็นแบบนี้ เขาแค่อยากมีความหวังบ้าง  สักนิดก็ยังดี

แต่นี่  กลับไม่มีเลย

"ได้สิครับ" เฟื่องฟ้าเงยหน้ามองคนตรงข้ามชัดๆ เขาไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำนี้จากแรมระวี  แรมระวีตอบรับคำขอจากเขาหรอ

"คุณเฟื่องอยากไปไหน"แรมระวีถาม แม้ว่าพยายามบอกตัวเองกี่ครั้งต่อกี่ครั้งว่าไม่ควรเข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้  ไม่ควรให้เฟื่องฟ้าเข้ามาในชีวิตตัวเอง เพราะนั่นจะทำให้เฟื่องฟ้ามีมลทินกับเขาไปด้วย แต่เหมือนปากของเขากลับทำตรงข้ามกันซะนี่

นี่ล่ะมั้งเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่เอ่ยปากไล่ควานลินอีก ใครๆก็คงอยากจะมองหน้าคนที่ตัวเองรักตัวเองชอบบ่อยๆ

เอาล่ะ  แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ขอแค่ใกล้ชิดเฟื่องฟ้าอีกนิดเดียว แล้วเขาก็จะตัดใจจากเฟื่องฟ้าให้ได้

ยังไงก็ต้องตัดใจให้ได้

"เฟื่องอยากไปสวนสนุก"

"ครับ แล้วจะไปเมื่อไหร่ดีครับ"

"วันนี้ก็ได้"

"ตกลงครับ"

แรมระวีมองใบหน้าสวยที่ยิ้มกว้างมาทางตัวเอง ก่อนจะส่งยิ้มตอบกลับไปบางๆ

เอาอีกแล้ว  ดูเหมือนสมองกับหัวใจของเขาเดินกันคนละทางอีกแล้ว

 

 

 

ร่างบางที่กลับหลับสนิทใต้ผ้าห่มสะดุ้งเบาๆเมื่อถูกสะกิดจากใครบางคน

"หืมมม  ว่าไงครับพี่ลุคส์"  ควานลินงัวเงียถาม ความง่วงจากฤทธิ์ยาแก้หวัดดูเหมือนจะยังมีอีก เมื่อมื้อเที่ยง ลูคัสปลุกให้เขาตื่นมากินข้าวกินยา ก็ปรากฏว่านอกจากไข้แล้วยังจะมีหวัดมาถามหาอีก

"มีคนโทรมาครับ"ลูคัสกระซิบบอกกับคนที่นอนสูดน้ำมูกบนโซฟา พลางยกหน้าจอมือถือให้ควานลิน

"คุณอาหรอครับ"ควานลินลืมตาอ่านชื่อที่ปรากฏบนจอก่อนจะยื่นมือไปรับ  แล้วกดเลื่อนหน้าจอรับสาย

"ครับคุณอา. ฮัดชิ้ว!"

"อ้อ เอ่อ....เปล่าครับ น้องไม่ได้เป็นอะไร"

"พอดีน้องอยู่ข้างนอกน่ะครับ ลมแรงก็เลยจามครับ"

"เสียงลม?  อ้อ เสียงลม  ก็ผ่านไปแล้วไงครับ"ลูคัสมองคนตัวเล็กที่กำลังสนทนากับคนปลายสาย  ขมวดคิ้วเล็กน้อย เดาว่าคนปลายสายกำลังสงสัยกับน้ำเสียงคัดจมูกของคนตัวเล็กแน่ๆ

ลูคัสส่ายหน้าเล็กน้อยกับท่าทางของคนตัวเล็กที่กำลังพูดโกหกกับคนในสาย เวลาโกหก ชอบมองเท้าตัวเองหรือเนี่ย

"ว่าไงนะครับ!! คุณอาจะมาห้องน้องหรอครับ โอ้ยยยยย"ลูคัสเงยหน้าด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องของควานลิน  เห็นร่างเล็กผุดนั่งบนโซฟา แล้วยกมือกุมสะโพกตัวเอง ใบหน้าบิดเบี้ยวแสดงถึงความเจ็บปวด

"ปะ..เปล่าครับ น้องไม่ได้เป็นอะไร พอดี เดินสะดุดก้อนหินน่ะครับ" ลูคัสขมวดคิ้วอีกครั้ง  คราวนี้ไม่ได้กลับไปสนใจงานบนตักแล้ว แต่กลับสนใจบทสนทนาของคนตัวเล็กกับคนในสายมากกว่า

"มะ...มาแล้ว?  อยู่ข้างล่าง?  ฮะ ฮะ ฮัดชิ้ว!!!  "

"คุณอาเอาเค้กกับนมมาให้หรอครับ"

"อ่าาาา  จะรอน้องกลับห้องด้วย?"

"คือ... "

"อ้อออ เรื่องเรียนภาษาฝรั่งเศส?"  ควานลินหันไปมองคนร่างสูงแว่บหนึ่ง ก่อนจะค้อนด้วยสายตา

"น้องเรียน...ก็เริ่มเรียนพื้นฐานไงครับ. ก็..  เขาเป็นนักศึกษาน่ะครับ เขารับสอนภาษาฝรั่งเศสน่ะครับ"  พูดไปก็ค้อนคนร่างใหญ่ที่นั่งอมยิ้มไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนโซฟา

"เขาก็...  สอนดีไหม?  ก็ดีครับ  เสียวด... เอ้ย  สนุกดีครับ. ฮัดชิ้ว!!!"  ลูคัสนั่งกลั้นขำก่อนจะย้ายตัวเองมานั่งข้างๆคนตัวเล็กยกมือโอบบ่าเล็กแล้วยกขานั่งไขว่ห้าง สบายใจ

ควานลินใช้มือตัวเองผลักคนตัวสูงเบาๆ แต่คนตัวใหญ่กลับไม่เขยื้อนเลย

"น้องจะกลับอีกนานเลยครับ คุณอาวางของในห้อง ไม่ต้องรอน้องหรอกครับ"

"เอ๊ะ ไปกับอะไร?  อ้อ  พอดีน้องขี้เกียจขับรถน่ะครับก็เลย นั่งแท็กซี่"

"ครับ  โอเคครับ จะระวังตัวเองครับ จะอยู่ให้ปลอดภัย ให้ห่างจากคนบ้าการ์มเลยครับ" พูดจบก็หันไปย่นจมูกใส่คนตัวสูงหนึ่งครั้งก่อนจะพองแก้มใส่เมื่อลูคัสยกมือจับจมูกแล้วโยกเบาๆ

"น้องหมายถึงอยู่ห่างจาก คนโรคจิตอะไรแบบนี้น่ะครับ" ว่าแล้วก็หันไปแลบลิ้นเล็กให้กับคนร่างใหญ่กำลังดันกระพุงแก้มของตัวเอง

"โอเค  คุณอามีกุญแจห้องน้องแล้วใช่ไหมครับ  ครับๆ"

"อ้ออ  ครับ กลับแล้วทำไมไม่ชวนพี่ซีนมาด้วยล่ะครับ"

"งานหนักฝากคุณอาปรามพี่ซีนบ้างนะครับ อย่าให้โหมงานหนัก แล้วคุณอาก็ไม่น่าลำบากขับรถกลับบ้านแล้วก็ยังอุตส่าห์ขับมาหาน้องอีก เอามาพรุ่งนี้ก็ได้นะครับ"

"อ้อ   วันเกิดน้อง?"ลูคัสหันมามองคนร่างเล็กอีกครั้ง  มือที่โอบบ่าก็ลูบบ่าเล็กเบาๆ

"ทำไมพี่ซีนไม่เป็นคนเปิดล่ะครับ"

"อ้ออ ครับ ไม่ต้องตัดชุดใหม่ให้นะครับ  เสื้อผ้าน้องล้นตู้แล้ว ชุดที่ใส่งานเปิดตัวพี่ซีนครั้งก่อน เพิ่งใส่ครั้งเดียวเอง ฮัดชิ้ววว!!!?"

"ครับ"

"ขอบคุณสำหรับขนมกับนมนะครับ วางไว้ในห้องเลย เดี่ยวน้องจะกินให้พุงกางเลยครับ"

"ครับจะรีบกลับ แล้วกินยาครับ คุณอาไม่ต้องเป็นห่วง"

"ครับ  สวัสดีครับ"

สิ้นบทสนทนากับคนปลายสายควายลินก็ถอนหายใจฟู่ออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะตวัดสายตามามองค้อนคนร่างใหญ่

"เพราะพี่ลุคส์เลยอะ!!"

"เพราะพี่?  อะไรครับ"ลูคัสทำไขสือ  ใบหน้าทะเล้นถามคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งหน้าบูด

"ก็เพราะพี่ลุคส์เลย น้องต้องโกหกคุณอาเนี่ย" ควานลินขมวดคิ้ว น้ำเสียงงอแงใส่คนตัวสูงก่อนจะบอกให้อีกคนลงไปเอาของที่แอลดีนนำมาให้

"พี่ลุคส์ต้องไปเอาขนมกับนมที่คุณอาเอามาให้น้องขึ้นมาเลย โทษฐานที่ทำให้น้องป่วย"ควานลินบอก

"จ้าาาาา  เดี่ยวไปเอาเดี่ยวนี้เลยคร๊าบบบ"  ลูคัสว่าพลางยกมือขยี้หัวคนตัวเล็กแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว

หึ้ย  น่ารักไปแล้ว

"แล้วกุญแจห้องอยู่ไหน"

"อยู่ในห้อง บนโต๊ะเครื่องแป้งครับ"ควานลินตะโกนบอกลูคัสที่เดินเข้าไปในห้องนอน

งึ  ต้องใช้งานให้หนัก โทษฐานที่ทำให้เขาป่วยจนเดินไม่ได้   ไหนจะรอยเหมือนรอยช้ำบนตัวอีก  นี่คือเหตุผลที่เขาไม่บอกแอลดีนว่าเขาอยู่ห้องลูคัสไงล่ะและเขาเองก็ยังไม่พร้อมที่จะให้ทุกคนรู้เรื่องของเขากับลูคัส

ไว้รอให้เขาพร้อมก่อน อีกอย่างเขาเองก็ต้องถามความพร้อมของลูคัสด้วย

 

 

 

ลูคัสรูดคีย์การ์ดห้องควานลิน ก่อนจะบิดลูกบิด  เดินเข้าไปหาสวิตส์ไฟในห้องก่อนที่ไฟทั้งห้องจะสว่างวาบขึ้นมา

"คุณเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง"

ลูคัสหันขวับเมื่อได้ยินคำถามจากใครสักค ก่อนจะเห็นผู้ชายหน้าฝรั่งยืนมองเขาเขม็ง  อยู่กลางห้อง

_________________________

เอาเลยลูกใช้งานอิพี่ให้หนักเลยนะลูกนะ

5555555555555555555555555555555

บางทีก็เขิน

ไอ้บ้าเอ้ย  เขินจนมือหงิก5555555555

ตลกตัวเอง

เห้อมมมม

ชอบจังเวลาได้ตัดบทแบบนี้555555555555

แบร่!!!

โปรดมาไม่เป็นเวลานะ. เช้าสายบ่ายเย็น

หรือบางวันก็ไม่มา แฮร่!555555

ต้องดูเวลาว่างๆเน๊อะ

ยังไงก็

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว