email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 หยกแทนใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 หยกแทนใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 09:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 หยกแทนใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 14

หยกแทนใจ

กงหยางเฟยอวี่ "โปรดนำหยกนี้มาคืนพี่หากเจ้าไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของพี่ได้"

@@@@@@



“ชุนชุน เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าหมายความตามที่พูด ระหว่างเจ้ากับบุรุษทั้งสองเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?” ดวงตาอินทรีย์จ้องมองใบหน้าของหลิงเป่าเป้ยเขม็ง เขาไม่มีทางเชื่อว่านางจะไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใด

“ข้า...”

“เจ้าลำบากใจที่ต้องเอ่ยกับคนนอกอย่างข้าเช่นนั้นรึ?”

“หยุดนะชุนชุน ข้าเคยบอกเมื่อใดว่าเจ้าเป็นคนนอกเพียงแต่บางเรื่อง...ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร”

“ช่างเถิด ข้าเองก็ไม่อยากทำให้เจ้าลำบากใจ แต่เท่าที่ข้าเห็นองค์ชายสามมิได้ปฏิบัติเช่นที่เคยปฏิบัติกับเจ้า ทรงห่วงใยและแสดงความเป็นเจ้าของ...หรือว่า” รองแม่ทัพหนุ่มหยุดสิ่งที่กำลังจะกล่าวไว้ตรงนั้น เหตุใดยังกล่าวไม่จบก็รู้สึกเจ็บปวดถึงเพียงนี้

“ชุนชุน ความสัมพันธ์ของข้ากับองค์ชายสามเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เหตุเพราะพระองค์พึ่งรู้พระทัยองค์เองเมื่อรู้ว่าข้ากำลังจะจากไป” อองตองตัดสินใจบอกสหายตามที่องค์ชายสามมีรับสั่งเอาไว้ เรื่องที่นางหลอกลวงเชื้อพระวงศ์จนเกิดเรื่องงามหน้านั้นไม่สามารถบอกกล่าวกับผู้ใดได้

“เป็น...ความจริงอย่างนั้นรึ?” มู่หรงไป๋ชุนรู้สึกลำคอแห้งผาก ในที่สุดบุรุษผู้นั้นก็ยอมรับความจริงเสียที เพียงแต่การยอมรับความจริงในครานี้ทำลายความหวังของเขาเสียสิ้น! เป้ยเป้ย ทั่วทั้งแคว้นเหลียงคงมีเพียงข้าใช่หรือไม่ที่ต้องเก็บความรู้สึกในใจโดยไม่มีโอกาสได้บอกกล่าว!

“พระองค์ตรัสเช่นนั้น แต่เจ้าก็รู้ข้าได้ตัดสินใจว่าจะตัดใจจากพระองค์แล้ว ข้าเองก็ไม่คาดว่าเรื่องราวจะดำเนินมาเป็นเช่นนี้”

“เจ้าปฏิเสธ?”

“ข้ามิได้ปฏิเสธ...แต่ก็มิได้ตอบรับ ข้าขอเวลาสักพักเพื่อให้มั่นใจว่าตัวข้าและองค์ชายสามมีความจริงใจให้แก่กัน ข้าต้องการให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์”

“แต่ข้าหาได้คิดเช่นนั้น”

อองตองจ้องมองบุรุษตรงหน้านิ่ง ไม่คิดเช่นนั้นหมายความว่ายังไง มีอะไรที่เธอยังไม่รู้อีกงั้นเหรอ!

“เจ้ารู้อะไรมาอย่างนั้นรึชุนชุน?”

มู่หรงไปชุนถอนหายใจออกมาช้าๆ นี่นางไม่รู้ตัวว่าเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแคว้นเหลียงใช่หรือไม่

“ข้าว่าเจ้ารอถามกับบุรุษสูงศักดิ์ทั้งสองพระองค์จะดีกว่า”

“ไม่! ชุนชุน ข้าต้องการรู้ตอนนี้ ได้โปรดอย่าทำให้ข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับก่อนวันเดินทางเลย” อองตองมองบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาอ้อนวอนขณะที่มือเล็กกระตุกอาภรณ์ของเขาไปด้วย

“เฮ้อ...เหตุใดข้าต้องยอมตามใจเจ้าอยู่ร่ำไป”

ได้ยินเช่นนั้นร่างบางจึงแย้มยิ้มกว้าง อองตองกระวีกระวาดรินน้ำชา ก่อนจะส่งให้ถึงปากอย่างเอาใจ


หนึ่งเค่อต่อมา(15นาที)


เพล้ง!

“ชุนชุน ที่เจ้าเล่ามาเป็นความจริงอย่างนั้นรึ! เจ้าไม่ได้หลอกให้ข้าตกใจเท่านั้นใช่หรือไม่?” อองตองเขย่าร่างสหายพร้อมเอ่ยถามเสียงสั่น บัดนี้เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทำแก้วน้ำที่กำลังดื่มหลุดมือ

“เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นจะนำมาล้อเล่นได้รึ?”

“ชุนชุน ข้าจะทำอย่างไรดี ข้า...ไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนี้”

มือหนาเอื้อมไปกุมมือเล็กที่สั่นเทา มู่หรงไป๋ชุนมองเข้าไปในดวงตาสหายก่อนจะเอ่ยปลอบประโลมช้าๆ

“เป้ยเป้ย เจ้าอย่าได้ร้อนใจไป นอกจากองค์หวงตี้ องค์ชายทั้งสองพระองค์และแม่ทัพระดับสูงแล้วไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความนัยของการเปลี่ยนแปลงนี้ อีกอย่าง เป็นองค์ไท่จื่อที่ตัดสินพระทัยด้วยพระองค์เอง อย่างไรก็ไม่ใช่ต้องต้อนรับวันนี้พรุ่งนี้ การเตรียมการต้องใช้เวลาร่วมครึ่งปี”

“อย่างไรคงต้องมีคนโกรธเคืองข้า” อองตองบอกกล่าวในสิ่งที่ตนคาด องค์หวงตี้ของแคว้นเหยาทรงต้องการสานสัมพันธ์กับแคว้นใหญ่อย่างแคว้นเหลียงโดยใช้ข้ออ้างในการส่งพระราชอาคันตุกะมาพร้อมคณะทูต เพื่อศึกษาศิลปวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของสตรีฝ่ายใน ผู้ใดจะไม่ทราบความนัยของการส่งกงจู่มาในครั้งนี้กันเล่า! อ้างเรื่องการศึกษาจริงๆมาเพื่อหาหลัว!

“หากบรรดาตาแก่ในราชสำนักเหล่านั้นล่วงรู้คงจะขอบใจเจ้าล่ะสิไม่ว่า เพราะเจ้าองค์ไท่จื่อจึงยอมสานสัมพันธ์กับแคว้นเหยาแทนองค์ชายสาม เจ้าก็รู้มิใช่รึว่าตาแก่พวกนั้นหวังให้พระองค์รับไท่จื่อเฟย เช่อเฟย(พระชายารอง)หรือสนมตำแหน่งอื่นมากแค่ไหน”

“จริงอย่างที่เจ้าว่า หากได้อภิเษกเข้าสู่ตำหนักไท่จื่อ ตำแหน่งหวงโฮ่วหรือพระสนมชั้นเฟยคงอยู่ใกล้แค่เอื้อม” อองตองพยักหน้าคล้อยตามความคิดเห็นของสหาย

“ทีนี้ก็คงเหลือเพียงเจ้ากระมัง ว่าจะยินดีกับตำแหน่งไท่จื่อเฟยหรือหวางเฟยมากกว่า” มู่หรงไป๋ชุนอดประชดประชันสตรีหน้าไม่ได้

“หากเจ้าต้องการตำแหน่งไท่จื่อเฟย กงจู่แคว้นเหยาก็คงรั้งเพียงตำแหน่งเช่อเฟยเท่านั้น”

“เอ๊ะ! ชุนชุน นี่พูดแล้วเดินหนีอย่างนี้ก็ได้รึ บุรุษสิสัยไม่ดี” พยาบาลสาวได้แต่ทำปากขมุบขมิบไล่หลัง ไม่รู้ไปนั่งของร้อนมารึยังไง อยู่ดีๆก็ปัดตูดออกไปไม่บอกไม่กล่าว ทำตัวเหมือนสตรีมีเมนส์เข้าไปทุกวัน


ยามเหม่า(05.00-06.59น.)

หน้าโรงหมอเป้ยกวาน


"เป้ยเออร์อย่างไรก็ดูแลตัวเองให้ดี ถ้าลำบากนักจนอยู่ไม่ไหวให้บ่าวไพร่เขียนจดหมายมาแจ้งให้เหนียงและเตียได้รู้ เหนียงกับเตียจะรีบไปรับเจ้าที่ชายแดนทันทีเข้าใจรึไม่?"

"เข้าใจเจ้าค่ะเหนียง เหนียงกล่าวย้ำคำนี้เป็นรอบที่ยี่สิบได้แล้วกระมังเจ้าคะ ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะเป้ยเออร์ย่อมรู้จักประมาณตน หากไม่ไหวเป้ยเออร์ย่อมไม่ฝืนอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ" อองตองยิ้มหวานพลางกอดตอบผู้ที่เธอยอมรับว่าเป็นมารดา

"ที่โรงหมอกองทัพใหญ่นั้นมีหมอใหญ่ ‘หมิงชุนจื่อ’ ดูแลอยู่เขาเป็นถึงบุตรชายคนรองของเสนาบดีฝ่ายขวาเก่งกาจรอบรู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เขาจะช่วยดูแลเจ้าเป็นอย่างดีเตียได้ให้บ่าวไร่ส่งจดหมายไปแจ้งกับเขาเรียบร้อยแล้ว ครานี้เจ้าจงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด เข้าใจรึไม่เป้ยเออร์?"

"เข้าใจเจ้าค่ะ เตียกับเหนียงอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะเจ้าคะ เป้ยเออร์อกตัญญูไม่สามารถอยู่ดูแลท่านทั้งสองได้ในตอนนี้แต่เป้ยเออร์ให้สัญญา เมื่อกลับจากแคว้นเกาแล้วจะไม่จากเตียกับเหนียงไปไหนอีกเลยเจ้าค่ะ เป้ยเออร์จะอยู่เป็นสาวเทื้อ(สาวแก่)ในจวนสกุลหลิงจนกว่าเตียและเหนียงจะไม่ต้องการ" ร่างบางกล่าวอ้อนพร้อมเปลี่ยนจากการโอบกอดมารดาเป็นสวมกอดผู้เป็นบิดาแทน แพทย์หลวงประจำองค์หวงตี้หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเย้าบุตรีอันเป็นที่รักอีกครั้ง

"เรื่องเป็นสาวเทื้อรึไม่ต้องถามบุรุษสูงศักดิ์ที่กำลังเสด็จมาทั้งสองพระองค์ก่อนดีรึไม่ลูกรักของเตีย ฮ่าๆๆๆ"

"เตีย! เตียกล่าวหนักเกินไปแล้วนะเจ้าคะ ล้อลูกเล่นทำไมกันเล่า ลูกไม่ได้คิดอะไรกับบุรุษพวกนั้นเสียหน่อย" แม้จะปฏิเสธแต่ใบหน้างดงามก็ขึ้นสีระเรื่อ

"องค์ไท่จื่อเสด็จ...องค์ชายสามเสด็จ..." เสียงขันทีที่ขานชื่อบุรุษสูงศักดิ์ทั้งสองพระองค์ทำให้ทุกคนต้องหันไปคุกเข่าทำความเคารพตามเชื้อพระวงศ์ตามธรรมเนียม

"ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ ถวายพระพรองค์ชายสาม กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนักที่ทั้งสองพระองค์สละเวลามาส่งบุตรีของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ"

"พวกท่านทุกคนลุกขึ้นเถิดเปิ่นไท่จื่อและองค์ชายสามเพียงต้องการร่ำลาคุณหนูห้า ไม่ต้องมีมากพิธีรีตรอง" ตรัสจบวรองค์สูงสง่าก็เสด็จมาอยู่ตรงหน้าสตรีที่อยู่ในพระทัย เมื่อทรงทำเช่นนั้นทุกคนในเป้ยกวานจึงรีบกล่าวทูลลาเพื่อให้บุรุษสูงศักดิ์ทั้งสองได้ร่ำลาเป็นการส่วนพระองค์กับเจ้าของโรงหมอแห่งนี้

“เชิญเสด็จพี่ก่อนเถิด” องค์ชายสามเอ่ยทูล ก่อนจะเดินห่างออกไปจากตรงนั้นแม้ไม่ค่อยจะเต็มพระทัย

"เป้ยเออร์เดินทางครานี้ขอเจ้าจงประสบแต่โชคดี เดินทางปลอดภัยไร้กังวล ที่สำคัญอย่าลืมดูแลตนเองและทำในสิ่งที่เจ้าปรารถนาให้สำเร็จลุล่วง" ตรัสจบพระหัตถ์หนาจึงล้วงหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากพระอุระ ร่างบางตกตะลึงก่อนจะกล่าวละล่ำละลัก

"พี่เฟยอวี่ เป้ยเออร์...คือหม่อมฉันมิบังอาจรับของสิ่งนี้ไว้เพคะ" อองตองกราบทูลพลางค้อมศีรษะลงต่ำไม่ยอมสบตาบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า

"รับหยกประจำตัวนี้ไว้เถิดเป้ยเออร์ หยกนี้ไว้แทนตัวพี่ ขอเจ้าจงเก็บไว้กับตัวแล้วไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมาระหว่างเรา พี่ให้หยกนี้แก่เจ้าเพื่อสื่อถึงความในใจแม้รับไว้ก็ไม่ได้ผูกมัดอันใดให้เจ้าต้องลำบาก เมื่อกลับมาจากเกาแล้วโปรดนำหยกนี้มาคืนพี่หากเจ้าไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของพี่ได้ แต่หากเจ้าพร้อมที่จะเป็นไท่จื่อเฟยโปรดเก็บหยกนี้ไว้กับตัวแล้วรอพี่ พี่จะมารับเจ้าไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อด้วยตนเอง" ไม่รอให้ร่างบางตอบรับหรือปฏิเสธ ร่างสูงคว้ามือเล็กของเธอขึ้นก่อนจะวางป้ายหยกสีขาวมันแพะซึ่งเป็นหยกประจำพระองค์ใส่ในมือเล็กนุ่มนิ่มของเธอ ก่อนจะหมุนพระวรกายจากไป

แม้จะรู้สึกหึงหวงที่พระเชษฐาใช้พระหัตถ์จับมือเล็กนุ่มนิ่มของหลิงเป่าเป้ยแต่องค์ชายสามก็ทรงอดกลั้น เหตุเพราะพระองค์และพระเชษฐาได้ตกลงทำความเข้าใจกันมาก่อนแล้ว

หลังจากพระราชบิดามีรับสั่งให้ทั้งสองพระองค์เข้าเฝ้าเมื่อราตรีที่ผ่านมาแม้จะงุนงงแต่พระเชษฐาก็ไม่ได้กล่าวตำหนิแม้พระองค์สารภาพว่าทรงปักพระทัยในตัวของหลิงเป่าเป้ยเช่นเดียวกัน จากนั้นพระบิดาจึงตรัสว่าพวกเขาทั้งคู่ไม่ควรบีบบังคับนางด้วยราชโองการปล่อยให้นางเป็นผู้เลือกเองว่านางต้องการเป็นไท่จื่อเฟยหรือหวางเฟยในองค์ชายสามกันแน่ พระบิดาตรัสว่าหากแม้นางไม่เลือกผู้ใดเลยในสองพระองค์ฮ่องเต้ผู้เป็นถึงโอรสสวรรค์ก็จะไม่บีบบังคับนางเช่นเดียวกันเพราะพระองค์มิได้อยากขัดแย้งกับตระกูลหลิง

ตระกูลหลิงเป็นอีกหนึ่งตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงรั้งตำแหน่งเสนาธิการทหารหรือกุนซือมาหลายชั่วอายุคนจวบจนถึงบิดาของนาง ‘หลิงเส่าเหวิน’ ที่ไม่ใคร่สนใจตำแหน่งเสนาธิการนักเพราะฝักใฝ่ทางด้านการแพทย์และด้วยฝีมือด้านการรักษาโดดเด่นจึงได้รับมอบหมายให้เป็นแพทย์หลวงประจำพระองค์ นอกจากเป็นแพทย์ประจำพระองค์แล้วหลิงเส่าเหวินผู้นี้ยังเปิดโรงหมอเป้ยกวาน ตระกูลหลิงมีหมอมากฝีมือในสังกัดมากมายให้การรักษาด้วยราคายุติธรรมจนเป็นที่เลื่องลือทั่วทั้งแคว้น หลิงเป่าเป้ยคือบุตรีคนที่ห้าซึ่งเกิดจากฮูหยินใหญ่อดีตกงจู่(เจ้าหญิง)ในหวงตี้พระองค์ก่อนหรือก็คือพระขนิษฐาต่างมารดาของพระองค์เอง นางมีรูปโฉมงดงามปานล่มเมืองไม่แพ้มารดาฝีมือด้านการแพทย์ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบิดารึก็โดดเด่นสามารถเป็นเจ้าของโรงหมอเป้ยกวานตั้งแต่พึ่งพ้นวัยปักปิ่น หากจะมีข้อเสียบ้างก็ตรงที่นางถูกตามใจจากบิดามารดาจึงไม่เรียบร้อยเหมือนคุณหนูในห้องหอคนอื่นๆ คิดอย่างไรทำอย่างนั้นและที่สำคัญสหายสนิทกลับเป็นบุรุษหาใช่สตรีไม่ แต่กระนั้นด้วยคุณสมบัติของนางไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไท่จื่อเฟยหรือหวางเฟยในองค์ชายสามก็ล้วนเหมาะสมทั้งสิ้น

แม้จะไม่ค่อยพอใจในการตัดสินพระทัยของพระบิดา เพราะอย่างไรนางก็เป็นสตรีของพระองค์แล้ว หากแต่จะให้ขัดพระทัยพระบิดาและบอกกล่าวความจริงก็ไม่สามารถทำได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายหลิงเป่าเป้ยเอง การหลอกลวงเชื้อพระวงศ์แล้วยังวางยามีโทษสถานเดียวคือการประหาร พระองค์ย่อมไม่สามารถทนให้นางรับโทษทัณฑ์นั้นได้!

"หุบปากของเจ้าลงบ้างเถิดเป้ยเออร์...จะบอกว่าที่ผ่านมาเจ้าไม่เคยรับรู้พระทัยของเสด็จพี่เลยอย่างนั้นรึ?"


-จบตอน-

ความคิดเห็น