email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 มอบโอกาส

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 มอบโอกาส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 09:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 มอบโอกาส
แบบอักษร

ตอนที่ 13

มอบโอกาส

หลิงเป่าเป้ย "หวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง"

@@@@@@



โรงหมอเป้ยกวาน


"เรื่องเมื่อสักครู่พี่ต้องขออภัยเจ้าด้วย”

“หามิได้เพคะ”

“เห็นท่าทางบึ้งตึงคล้ายไม่เต็มใจของเจ้าพลันคิดไปถึงสาเหตุมากมายที่เจ้าไม่ต้องการหมั้นหมาย พี่ผิดเองที่ลืมถามไถ่ความคิดเห็นของเจ้าเสียอย่างนั้น ทุกเรื่องของเจ้าทำให้พี่ควบคุมตนเองไม่ได้ช่างน่าละอายนัก"

“หม่อมฉัน...” ถ้อยคำมากมายกลับถูกประโยคเพียงประโยคเดียวหยุดเอาไว้ ‘ทุกเรื่องของเจ้าทำให้พี่ควบคุมตนเองไม่ได้’ ทำไมคำพูดทื่อๆเพียงไม่กี่คำก็ทำให้หน้าร้อนได้ขนาดนี้!

"เอาล่ะ...บอกเหตุผลของเจ้ามาเถิด"

"หากหม่อมฉันกราบทูลสัญญาว่าจะไม่กริ้วได้หรือไม่เพคะ?"

"ต้องสัญญาด้วยรึ?"

“เอ๊ะ!”

“อืม...พี่สัญญา” ร่างสูงอมยิ้มกับท่าทีราวกับเด็กเล็กของนางเสียเอง มิใช่ว่าเมื่อครู่นางกล่าวว่าท่าทางเช่นนั้นเหมือนเด็กถูกขัดใจหรอกรึ

"หม่อมฉันเกรงว่าเรื่องหมั้นหมายคงไม่อาจจะกระทำได้ในตอนนี้ เอ่อ...ยามเหม่า(05.00-06.59น.)พรุ่งนี้หม่อมฉันต้องออกเดินทางไปโรงหมอที่เขตชายแดน” ใบหน้างดงามเหลือบมองท่าทีของผู้รับฟังก่อนจะตัดสินใจกล่าวต่อ

“หม่อมฉันกำลังหาโอกาสกราบทูลให้ทรงทราบอยู่พอดีเพียงแต่..." ยังไม่ทันจะกล่าวจนจบองค์ชายสามพลันตรัสสวนขึ้นมาเสียก่อน

"มิใช่ว่าเจ้าตั้งใจปิดบังพี่ตั้งแต่แรกหรอกรึเป้ยเออร์?" ร่างสูงใช้สุรเสียงกดต่ำพระเนตรสีเทาหรี่ลงจ้องมองร่างบางที่ก้มหน้างุด ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาเสียอย่างนั้น”

“พี่คาดเดาได้ถูกต้องอย่างนั้นสินะ?”

"หม่อมฉันปะ เปล่าคิดเช่นนั้นนะเพคะ แม้ไม่ได้กราบทูลในวันนี้หม่อมฉันก็จะส่งบ่าวไพร่ไปกราบทูลหวางเยี่ยอยู่ดี"

“คงหลังจากที่เดินทางไปแล้ว?”

“เพคะ...เอ๊ะ ไม่ใช่นะเพคะ อย่างไรก็ต้องกราบทูลภายในวันนี้”

“เคยมีผู้ใดบอกเจ้าหรือไม่ว่า เจ้าโกหกไม่แนบเนียน”

“หม่อมฉัน...”

“เอาเถิด แล้วก็แล้วไป อย่างไรวันนี้พี่ก็รู้แล้ว คงทำได้เพียงเร่งให้จัดเตรียมการหมั้นหมาย อีกหลายชั่วยามเหล่ากูกู(นางกำนัลชั้นผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโส)คงเตรียมการทัน!"

"หวางเยี่ย...เรื่องหมั้นหมายมิใช่เรื่องเล็กนะเพคะ พระองค์เป็นถึงเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ไม่สามารถกระทำเรื่องการหมั้นหมายอย่างรีบเร่งไม่มีความรัดกุมได้" อองตองจงใจใช้เสียงออดอ้อนอ่อนหวาน ยังไงผู้ชายก็แพ้ลูกอ้อนของผู้หญิงวันยันค่ำเอาตัวรอดไปก่อนเรื่องวันหน้าค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน! ร่างบางคิดก่อนจะกราบทูลต่อไป

"หม่อมฉันขอเวลาอีกสักเล็กน้อยได้หรือไม่เพคะให้เวลาหม่อมฉันได้ทบทวนตัวเองบ้าง หม่อมฉันยอมรับว่ายังกลัว...สิ่งที่พระองค์แสดงให้หม่อมฉันเห็นตอนนี้คือสิ่งที่หม่อมฉันต้องการมาโดยตลอดเพียงแต่...หม่อมฉันยังหวั่นใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เพราะหวางเยี่ยตั้งพระทัยหรือเกิดเพราะความหลงใหลเพียงชั่วข้ามคืนกันแน่"

“เป้ยเออร์”

"ทรงอนุญาตเถิดนะเพคะ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราอย่างไรก็เกิดขึ้นไปแล้วจะมีการหมั้นหมายหรือไม่ก็หาได้มีความแตกต่าง ดีเสียอีกหวางเยี่ยเองจะได้มีเวลาทบทวนพระองค์เองว่าภายในพระทัยรู้สึกอย่างไรกับหม่อมฉัน..."

"ความรู้สึกที่พี่มีต่อเจ้าอย่างไรก็ไม่เคยเปลี่ยน...” พระองค์อยากตะโกนบอกนางเหลือเกินว่าพระองค์รู้ใจตนเองมาตั้งนานแล้ว แม้การขอพระราชทานสมรสกับสตรีโง่งมเอาแต่ใจผู้นี้เกิดจากการได้ครอบครองนางแต่ทุกอย่างมิใช่เพราะความหลงใหลแต่เพียงเรือนร่างของนางชั่วครั้งชั่วคราวแต่เป็นเพราะพระองค์ตัดสินใจว่าจะไม่ปิดบังความรู้สึกของตนที่มีต่อนางอีกแล้วต่างหาก

“ช่างเถิด ในเมื่อมันเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ยากเสียแล้วเรื่องหมั้นหมายค่อยหารือกันทีหลังเถิด ใช่ว่าเจ้าจากไปแคว้นเกาแล้วพี่จะไปเยี่ยมเยือนเจ้ามิได้เสียหน่อย...ใช่รึไม่เป้ยเออร์?" กงหยางเฟยเทียนแสร้งเปลี่ยนไปเรื่องอื่น หากบอกความจริงไปในตอนนี้ว่าหลงรักนางมานานแต่ทำเป็นเย็นชาและใช้วาจาร้ายกาจเพื่อเสด็จพี่แล้วนางคงเสียใจน้อยใจและโกรธเคืองพระองค์อีกเป็นแน่ บัดนี้นางเริ่มเปิดใจและให้โอกาสพระองค์อีกครั้งการเลือกที่จะไม่ปริปากบอกเรื่องราวแต่หนหลังเป็นหนทางที่ดีที่สุด จากนี้พระองค์จะทำให้นางเห็นว่าพระองค์รักและจริงใจกับนางเพียงใด

“พี่จะไปเยี่ยมเยือนเจ้าถี่สักหน่อยจะอนุญาตหรือไม่?” องค์ชายสามตรัสถามพร้อมส่งรอยยิ้มอบอุ่น

"เพคะ" โอย...จะยิ้มทำไมกันเล่า รอยยิ้มนี้อีกแล้วรอยยิ้มล่อลวง! ตั้งสตินะอองตองตั้งสติ! แกจะเห็นแก่ความสัมพันธ์เพียงไม่กี่ครั้งแม้ว่ามันช่างเร้า...เอ้ยช่างน่าจดจำไม่ได้! จำไว้ แกต้องไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง!

"เช่นนั้นพี่คงต้องกลับตำหนักไปก่อนเพราะมีอีกหลายเรื่องที่ต้องสะสาง พรุ่งนี้ยามเหม่าพี่จะมารอส่งเจ้าที่หน้าโรงหมอเป้ยกวาน"

ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบกับใบหน้าหล่อเหลา ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มงดงามตอบรอยยิ้มอบอุ่น

"ทูลลาเพคะ" ร่างบางย่อตัวถวายความเคารพ

คนเราทุกคนย่อมเคยทำเรื่องผิดพลาดและประสบกับความเจ็บปวดเพราะความรัก บทเรียนที่ผ่านมาจะสอนตัวของเราเอง ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจมอบโอกาสให้องค์ชายสามและตัวเองอีกครั้ง แม้การตัดสินใจในครานี้จะต้องพบกับความผิดหวัง

"หวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง...แต่ถ้าผิดหวังอีกครั้งก็แค่อยู่คนเดียว" ร่างบางใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปยังที่พักด้านใน

“ตระเตรียมสิ่งของเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?”

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องเสียงหวานละมุนทุ้มหูของสตรีผู้หนึ่งก็ดังเข้ามาในโสตประสาท อองตองหันไปมองยังต้นเสียงก็พบสตรีวัยกลางคนสวมใส่อาภรณ์สีฟ้างดงามยืนส่งยิ้มอยู่ใกล้ๆ

สวยมาก...นี่หากย้อนไปสักยี่สิบปีไม่รู้ว่าหลิงเป่าเป้ยหรือมารดาของนางกันแน่ที่จะถูกขนานนามว่า งามล่มเมือง อองตองส่งยิ้มให้กับเจ้าของใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกับเธอหลายส่วนก่อนจะตรงเข้าไปสวมกอดเบาๆ

“เหนียง...เหตุใดไม่พักผ่อนที่จวนเล่าเจ้าคะ ที่นี่เป้ยเออร์จัดการเองได้”

“เพราะคิดว่าเจ้าจัดการเองน่ะสิ เหนียงจึงไม่วางใจ”

“โธ่...เหนียง” อองตองออดอ้อนดังเช่นที่หลิงเป่าเป้ยกระทำ ความอบอุ่นของการกอดมารดาทำให้เธอนึกอิจฉาไม่น้อย ในโลกที่จากมาเธอไม่มีโอกาสแม้กระทั่งเรียกใครสักคนว่าแม่...

“อะไรกัน! ทำอย่างกับจะจากกันทั้งภพทั้งชาติ” กงหยางซู่ซิน อดีตกงจู่แห่งแคว้นเหลียงเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นน้ำตารื้นดวงตาบุตรสาว

“เป้ยเออร์ เป็นเจ้าที่ตัดสินใจเดินทางไปเอง มาร้องไห้ตอนนี้ไม่สายเกินไปอย่างนั้นรึ?”

“เป้ยเออร์เพียงคิดถึงอ้อมกอดของเหนียง ฮึก! เจ้าค่ะ” อองตองบอกไปร้องไห้ไป ในใจให้รู้สึกเวทนาทั้งตัวเองและหลิงเป่าเป้ยนัก เธอเป็นเด็กกำพร้าปรารถนาอ้อมกอดที่อบอุ่น แต่กว่าจะได้รับความรู้สึกนั้นก็ตอนที่ตายจากโลกใบนั้นเสียแล้ว ส่วนหลิงเป่าเป้ยเพียบพร้อมทั้งความรักจากบิดามารดา แต่กลับต้องพลัดพรากจากอ้อมกอดอบอุ่นคู่นี้เพราะอารมณ์เพียงชั่ววูบของตัวเอง

“โธ่เอ๊ยเจ้า...ทำตัวเช่นเด็กเล็กเสียได้” แม้จะกล่าวกึ่งตำหนิแต่อดีตกงจู่กลับตวัดอ้อมแขนรัดร่างบุตรีแน่น นางรู้สึกเพียงว่าบุตรสาวโหยหาอ้อมกอดที่อบอุ่น

“ให้บุรุษผู้นี้ร่วมวงกอดโฉมสคราญทั้งสองบ้างจะได้หรือไม่?” แพทย์หลวงหลิงเส่าเหวินเอ่ยเย้าฮูหยินเอกและบุตรสาว จากนั้นร่างสูงจึงตรงเข้าไปสวมกอดสองสตรีอันเป็นที่รักเอาไว้ในอ้อมแขนพร้อมๆกัน

“เตีย” อองตองเงยหน้าขึ้นมองบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ที่ตระกองกอดตัวเองอยู่ ไม่แปลกใจเลยที่หลิงเป่าเป้ยจะงดงามออกปานนี้ นางมีบิดามารดาที่หล่อเหลางดงามราวกับภาพวาดแบบนี้จะกลายเป็นลูกเป็ดที่ขี้เหร่ไปได้อย่างไร!

“เป้ยเออร์ เจ้าเติบโตขึ้นมากอย่างไรสักวันก็ต้องแยกจาก ดังนั้น อย่าเอาความคิดถึงมาทำให้ตนเองทดท้อหากแต่เอาความรู้สึกคิดถึงมาเป็นแรงผลักดัน เตียขอให้เจ้าใฝ่ศึกษาหาความรู้เพื่อจะได้กลับมาสู่อ้อมกอดเตียและเหนียงอีกครั้ง เข้าใจหรือไม่?”

“เข้าใจเจ้าค่ะเตีย”

“เช่นนั้นเช็ดน้ำตาเสียเถิด ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องปรึกษากัน”

ร่างบางพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดที่เธอโหยหา อย่างน้อยในชาตินี้เธอก็ยังมีคนที่รักเธอ ห่วงเธอ คนที่เธอเรียกได้เต็มปากว่าครอบครัว ‘หลิงเป่าเป้ย ขอบใจนะขอบใจที่เธอมอบครอบครัวอบอุ่นครอบครัวนี้ให้ ฉันสัญญาว่าจะดูและพ่อและแม่ของเธอไม่ต่างจากท่านเป็นพ่อและแม่ของฉันเอง’

@@@@@@


ต้นยามซวี(19.00น.)

ศาลาชมจันทร์

“องค์หวงตี้มีราชโองการให้องค์ไท่จื่อรับผิดชอบดูแลราชทูตที่มาจากแคว้นเหยาแทนองค์ชายสาม เจ้าว่าเรื่องนี้แปลกมากหรือไม่?” มู่หรงไป๋ชุนเอ่ยถามสหายสนิทที่กำลังม้วนขนมเข้าปากราวกับอดอยากนักหนา

“แปลก แปลกอย่างไรรึ?”

“นี่เป้ยเป้ย เจ้าเลิกกินแล้วมาคุยกันดีๆก่อนจะได้หรือไม่”

“ก็ข้าหิว! กินไปคุยไปจะ แคกๆๆ จะแปลกที่ใดกัน”

“แปลกที่จะสำลักตายนี่อย่างไรเล่า!” มู่หรงไป๋ชุนกล่าวพร้อมยื่นน้ำชาถ้วยเล็กไปให้ อองตองยื่นมือไปรับน้ำชานั้นก่อนจะหันไปมองสาวใช้

“เสี่ยวหง ข้าขอน้ำเปล่ากับแก้วทรงสูง แคกๆ ด่วน!”

“น้ำเปล่า คือสิ่งใดเจ้าคะ?” สาวใช้ร่างอวบทำหน้านิ่วคิ้วขมวดก่อนจะเอ่ยถาม

“น้ำฝน น้ำค้าง น้ำใสๆอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่น้ำชา”

“คุณหนูไม่หนาวรึเจ้าคะ?”

“เสี่ยวหง...จะรอให้ข้าสำลักขนมตายก่อนใช่หรือไม่!”

“นูปี้ไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” เมื่อมองเห็นท่าทางเอาเรื่องของคุณหนู สาวใช้ตัวกลมก็รีบหมุนตัวเดินออกไป

“เป้ยเป้ย เจ้าชอบดื่มน้ำฝนเย็นๆตั้งแต่เมื่อใด?” มู่หรงไป๋ชุนเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย ไม่ใช่ว่านางชอบดื่มชาอุ่นรสเลิศเป็นชีวิตจิตใจหรอกรึ เหตุใดอยู่ๆเกิดเปลี่ยนใจเสียได้

“จะให้ข้าตอบคำถามใดของเจ้าก่อน เรื่องต้อนรับคณะทูตหรือเรื่องชอบดื่มน้ำฝนเย็นๆกัน” อองตองเอ่ยตอบด้วยท่าทียียวน ก่อนที่ใบหน้าถมึงทึงของสหายจะทำให้เธอหุบยิ้ม

“ก็ได้ๆ เรื่องแรกที่ข้าเห็นว่าการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบคณะทูตไม่ใช่เรื่องแปลก เหตุเพราะองค์ไท่จื่อเหมาะสมที่สุดตามตำแหน่งอยู่แล้วและสองข้าค้นพบว่าการดื่มน้ำฝนเย็นๆช่วยดับกระหายได้ดีกว่าน้ำชายิ่งนัก” ใครจะไปดื่มน้ำชาจอกเล็กๆได้ทั้งเช้าสายบ่ายเย็นได้เล่า! กินน้ำฝนแก้วใหญ่ๆแก้วเดียวเย็นสบายแถมไม่ต้องเป่าให้เมื่อยปาก

“ชุนชุน เจ้ารู้หรือไม่ดื่มชาร้อนมากๆก็มีผลเสียกับร่างกายเช่นกัน แร่ธาตุต่างๆจากผักใบเขียวหรือผลไม้ก็จะถูกสารสำคัญจากชาจับเอาไว้ไม่ให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น เด็กจึงไม่ควรดื่มน้ำชา ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวเย็นหรือชาร้อนเพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ อีกอย่างหากดื่มน้ำชามากๆจะเกิดการสะสม มีผลให้ไตวาย เกิดมะเร็งลำไส้ โรคกระดูกพรุน โรคข้อและโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับกระดูก แต่ผู้ที่ดื่มไม่มาก ก็คงไม่ต้องกังวล”

“อย่างนั้นรึ?”

“เชื่อข้าเถิด ข้าเรียนมา”

“ข้าหมายถึงเจ้ากำลังเฉไฉเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจ้า องค์ไท่จื่อและองค์ชายสามต่างหาก?”


-จบตอน-


ความคิดเห็น