มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 3 :: อัลวิส

ชื่อตอน : บทที่ 3 :: อัลวิส

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 :: อัลวิส
แบบอักษร

นักรบนอนอยู่โรงพยาบาลสัตว์สองวัน จากนั้นอลิสาก็พาเขากลับมาที่ร้านตัดเสื้อของเธอ ร่างใหม่อันแสนปุกปุยนี้พอจะเดินไปมาเองได้ แต่ก็ยังเจ็บแผลนิดหน่อย ลูกสุนัขขนสีน้ำตาลย่องสำรวจรอบร้านเสื้อผ้าของหญิงสาวเพราะเบื่อหน่ายจากการนอนซมเต็มที

“มากินนมเร็วอัลวิส!” เสียงหวานร้องเรียก นักรบรู้ว่าอัลวิสคือชื่อใหม่ของเขาเพราะอลิสาเอาแต่เรียกเขาว่า ‘อัลวิส’ แม้ว่าเขาจะทำท่าทีเฉยเมยบึ้งตึงใส่เธอเพื่อแสดงออกว่าไม่ชอบชื่อนี้แค่ไหนก็ตาม

แต่อลิสากลับมองว่าลักษณะเย่อหยิ่งเกินตัวของเขาช่างน่ารักเสียจริง หญิงสาวจึงเอาแต่กอดหอมหมาตัวใหม่ไม่เลิก กรงเล็บเล็กของชายหนุ่มในคราบสุนัขอยากยกขึ้นตะกุยหน้าหวานของเธอเหลือเกินที่ชอบมายุ่งกับร่างกายของเขา! นักรบเห็นแก่บุญคุณที่เธอเคยช่วยชีวิตจึงยอมให้อลิสากอดหอมและพยายามอดทนข่มใจไม่ข่วนหน้าเธอเข้าสักวัน

ฟึบ!!

มือสวยอุ้มร่างปุกปุยขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าลูกสุนัขตัวน้อยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเธอ สุนัขจมูกไวและประสาทหูดีกว่ามนุษย์หลายพันเท่า แต่อัลวิสผู้เย่อหยิ่งกลับชอบทำหูทวนลมและทำเหมือนอลิสาเป็นทาสเขาเสียเต็มประดา

น่าตีจริงๆ!!

หญิงสาววางอัลวิสไว้หน้าชามใบเล็ก อัลวิสใช้ตาสีน้ำตาลโปนโตจ้องเธอราวกับโกรธขึ้งที่เธอพยายามบังคับเขากินนม อลิสานั่งลงอธิบายแม้อัลวิสจะไม่เข้าใจ หญิงสาวหวังว่าอัลวิสคงสามารถรับรู้ได้จากน้ำเสียงว่าเธอหวังดีต่อเขา

“อัลวิสจ๋า หมอเลิกให้น้ำเกลือแล้วนะ ต่อจากนี้อัลวิสกินนมได้แล้วนะ ถ้าอัลวิสไม่กิน อลิสจะพากลับไปเข้าน้ำเกลือที่โรงพยาบาลอีกนะ”

นักรบเริ่มคิดได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เขาเกิดใหม่ในร่างนี้ เสียงอ่อนโยนของอลิสาทำให้ชายหนุ่มต้องยอมรับสภาพลูกสุนัขอย่างจนใจ การดื้อรั้นต่อไปก็ไม่มีประโยชน์และทำให้ร่างกายเขาทรมานเสียเปล่า

อลิสาเลื่อนชามนมมาใกล้ใบหน้าของอัลวิสมากขึ้น “นี่นมวัวนะจ๊ะ ถ้าอัลวิสไม่ชอบ อลิสจะเปลี่ยนเป็นนมแพะให้นะ แต่ตอนนี้ลองกินก่อน”

นิ้วสวยเลื่อนมาคลึงใต้คางของเขาอย่างเอาใจ นักรบรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นหอมของนมลอยมาแตะจมูก น้ำลายไหลท่วมปากโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ สัญชาตญาณสัตว์ทำงานได้ดีกว่าสมอง ใบหน้าปุกปุยก้มลงไปเลียน้ำนมช้าๆ

แผล็บ!

อลิสายิ้มดีใจเมื่ออัลวิสยอมกินนม ไม่อยากเชื่อเลยว่าพอนั่งพูดอธิบายแล้วอัลวิสจะยอมเธอง่ายๆ บางทีเจ้าสุนัขตัวนี้ก็ทำเหมือนเข้าใจภาษาพูดของเธอได้ดีจนอลิสาแปลกใจ

“นี่เหรออัลวิสของเธอ” เสียงจูเลียเพื่อนสนิทของอลิสถามขึ้น หญิงอเมริกันผิวสีแทนปรายตามองลูกสุนัขตัวน้อยก่อนจะนั่งเปิดนิตยสารในมืออ่านต่อ

อลิสาลูบหัวอัลวิสเบาๆ แล้วลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟาข้างเพื่อนสาว

“ใช่..ต่อจากนี้คงต้องหาที่อยู่ใหม่”

“อพาร์ทเม้นต์ราคาถูกก็หายาก แล้วนี่เธอต้องหาอพาร์ทเม้นต์ที่ยอมให้เลี้ยงสัตว์อีก เธอกำลังเพิ่มภาระให้ตัวเองนะอลิส” จูเลียพูดเพื่อย้ำเตือนเพื่อนสนิท

อลิสาย้ายออกมาจากบ้านของท่านรัฐมนตรีย่างเข้าวันที่สี่ ยังโชคดีที่เงินเก็บออมของเธอพอใช้ประทังชีวิตได้หลายเดือนโดยไม่ลำบาก และตอนนี้ก็อาศัยกินนอนอยู่ที่ร้านตัดชุดแบบชั่วคราวไปพลางๆ การหาที่อยู่ใหม่นั้นไม่ง่ายนัก อลิสาอยากเลือกให้ดีที่สุดและเป็นส่วนที่ครอบครัวท่านรัฐมนตรีไม่สามารถมาระรานเธอได้อีก

ดวงตาสีเทาคู่สวยเหลียวมองลูกสุนัขที่กำลังกินนมเงียบกริบมารยาทเรียบร้อยเกินหมาทั่วไป “อัลวิสไม่ใช่ภาระหรอกจูเลีย อัลวิสเป็นครอบครัวใหม่ของฉัน”

คุณหญิงมากาเร็ตไล่อลิสาออกจากบ้าน มิหนำซ้ำท่านรัฐมนตรีเองก็ไม่มีเยื่อใยอะไรต่อลูกสาวสักนิด หญิงชายใจร้ายสองคนนั้นช่างเหมาะสมกันดีแท้

จูเลียจับมืออลิสามากุมให้กำลังใจ “อลิส เธอแน่ใจนะว่าท่านรัฐมนตรีจะไม่มาเรียกร้องอะไรกับเธออีก”

อลิสายิ้มเจื่อน “ถึงฉันจะยั่วยวนนายอาเรซนั่นไม่สำเร็จแต่ฉันก็ทำไปแล้วตามข้อตกลง ฉันไม่มีอะไรติดค้างท่านรัฐมนตรีแล้วล่ะ”

ลูกสุนัขยืนฟังที่เธอพูดทุกคำ ชายหนุ่มรู้ว่าอลิสาต้องหมายถึงเขาแน่นอน มันเป็นเรื่องปกติมากที่นักรบไม่สนใจสานสัมพันธ์กับผู้หญิงที่หมดผลประโยชน์แล้วอย่างเช่นอลิสา

และถึงอลิสายั่วยวนเขามากกว่านี้ ผลมันก็คงไม่ต่างกันกับปัจจุบัน เพราะนักรบไม่ใช่ผู้ชายตัณหาจัด ไม่ใช่ตัวผู้ชนิดที่เห็นขาอ่อนนิดหน่อยก็แพ้หรือแค่เห็นเธอสวยก็ยอมคล้อยตาม ซึ่งนั่นไม่ใช่เขาแน่นอน ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ความสวยของเธอเปล่าประโยชน์

แต่!!

นักรบอยากถามอลิสาเหลือเกินว่า ท่าทีบึ้งตึงหน้าหงิกหน้างอทานข้าวร่วมกับเขาในอดีตนั่นเรียกยั่วยวนแล้วหรือไร!!!

“แล้วถ้ามันไม่เป็นแบบที่เธอคิดล่ะอลิส” จูเลียถาม

อลิสาชะงักเล็กน้อย “ฉัน...ฉันก็คงขู่ท่านว่าจะบอกความจริงกับนายอาเรซ จะแฉว่าท่านรัฐมนตรีหลอกใช้ฉันปอกลอกผู้ชายรวยๆ อย่างเขา จากนั้นนายอาเรซต้องขอเครื่องเพชรกลับคืน และคุณมากาเร็ตคงไม่กล้ายุ่งกับฉันอีก เพราะหล่อนตีค่าสมบัตินั่นมากกว่าราคาฉันแน่นอน”

อลิสารู้ว่าเธอไม่มีค่าสำหรับนักรบ เขาไม่สนใจและไม่เคยชายตามองเธอสักนิด ซึ่งจะบอกว่าเครื่องเพชรหลายชุดจากเขามีค่ามากกว่าตัวเธอก็คงไม่แปลก

“หึ!” นักรบไม่คิดจะขอคืนเครื่องเพชรราคาไม่กี่ล้านนั่นหรอก เขาได้กฎหมายค้าอาวุธมาแล้ว ซึ่งมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มหลายเท่านัก! ลูกสุนัขตัวน้อยหลุดยิ้ม

“เดี๋ยวนะอลิส” จูเลียขมวดคิ้ว

“หืม?”

จูเลียเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยพลางจับไหล่บางของเพื่อนสนิท “อลิส!! นี่เธอรู้เรื่องนายอาเรซหรือยัง”

อลิสามองเพื่อสนิทด้วยความแปลกใจ “นายนั่นเป็นอะไรเหรอ?”

จูเลียกลอกตามองบน เพื่อนของเธอมัวแต่หลงลูกหมาตัวใหม่จนไม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองเลยหรืออย่างไรกัน

“เครื่องบินของหมอนั่นเกิดอุบัติเหตุ! เขารอดหวุดหวิดราวกับปาฏิหาริย์ แต่อาการก็หนักมาก นายนั่นคนเดียวทำให้ตลาดหุ้นปั่นป่วนไปหมด! ฉันไม่อยากคิดภาพเลยว่าถ้านายนั่นตายไปสักคน อเมริกาจะปั่นป่วนแค่ไหน!” จูเลียบอกพร้อมกับใส่อารมณ์ตื่นเต้น

นักรบกับอลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจพร้อมกัน

ลูกสุนัขตัวน้อยหันมามองจูเลีย...เขายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ!!!!

อลิสารีบถามเพื่อนด้วยความสนใจ อย่างน้อยเธอก็ถือว่านักรบเป็นคนรู้จัก “แล้วตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง”

“ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลในรัสเซีย แต่ก็ไม่ให้นักข่าวไปทำข่าว มีสายจากวงในบอกว่าอีกไม่กี่วัน ครอบครัวของเขาก็คงไปรับกลับอเมริกา”

อลิสาเบิกตากว้างกว่าเดิมแต่นักรบยังคงยืนนิ่ง




วันต่อมา

อลิสาเร่งขนสัมภาระเพื่อย้ายเข้าอพาร์ทเม้นต์ใหม่ หญิงสาวก้มลงอุ้มอัลวิสไว้ในอ้อมแขน มือเล็กอีกข้างก็ถือกระดานวาดรูปอันใหญ่เพื่อใช้ทำงานร่างแบบเสื้อผ้า

“อุ๊ย!”

กระดานวาดรูปน้ำหนักไม่เบานักชนเข้ากับร่างสูงที่กำลังเดินลงบันไดโดยที่อลิสาเองก็มองไม่เห็น ประกอบกับชายหนุ่มที่เดินลงมาก็มัวแต่กดโทรศัพท์ในมือจึงไม่ทันสังเกตทางข้างหน้าเช่นกัน

“ขอโทษครับ!” เสียงนุ่มทุ้มกล่าวพร้อมกับใบหน้าหล่อตี๋ปรากฏขึ้น

อลิสามองหน้าเขาแล้วรีบขอโทษ “ขอโทษนะคะ คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

หญิงสาวคิดว่ากระดานอันใหญ่ของเธอต้องโดนตัวเขาแน่ ชายหนุ่มส่งยิ้มให้อย่างจริงใจ “ผมไม่เป็นไรครับ แต่คุณถือของหนักแบบนี้เดินระวังนะครับ”

อลิสายิ้มตอบพร้อมกับมองของชิ้นใหญ่ในมือเธอและถุงผักอีกสองถุง เอ่อ แล้วก็ลูกหมาตัวน้อยอีกตัว..

“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดก็ถึงห้องแล้ว” หญิงสาวบอกพร้อมกับมองบันไดสูงชัน

“ให้ผมช่วยนะครับ ก่อนที่จะมีใครโดนกระดานวาดรูปตีหัวอีก” ชายหนุ่มแสดงน้ำใจแล้วบอกขบขัน ชนสิทธิ์คิดว่าเธอคงเป็นผู้เช่าคนใหม่ร่วมอพาร์ทเม้นต์

อลิสายิ้มเจื่อน “ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ”

ร่างสูงยังไม่ยอมแพ้ “ถ้าคุณเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมก็อยากแสดงตัวเป็นเพื่อนบ้านที่ดีครับ”

นักรบเห็นสายตาหวานเชื่อมของชายหนุ่มเอเชียคนนี้ เขามองออกว่าหมอนี่ต้องหลงเสน่ห์อลิสาไปแล้วอย่างแน่นอน เจ้าสุนัขไม่พอใจนิดหน่อยที่อลิสาส่งยิ้มสดใสให้กับชายหนุ่มแปลกหน้าเช่นกัน

แขนสวยที่กำลังอุ้มสุนัขนั้นสั่นเล็กน้อย อลิสาอ่อนล้าไปทั้งแขน ร่างปุกปุยรับรู้ว่าเธอเมื่อยแต่ก็ช่วยถือของอะไรไม่ได้อยู่ดี นักรบสะบัดตัวให้หลุดออกจากอ้อมกอด อย่างน้อยเขาก็ควรเดินขึ้นบันไดเองจะได้ลดภาระของเธอบ้าง

ฟึบ!!

มือใหญ่ของชนสิทธิ์เลื่อนมาอุ้มลูกสุนัขตัวน้อยพร้อมกับช่วยหญิงสาวถือกระดานวาดรูป อลิสาปล่อยให้ชนสิทธิ์ได้แสดงน้ำใจเพราะเธอก็เริ่มอุ้มอัลวิสไม่ไหวแล้ว “ขอบคุณมากนะคะ คุณพักที่นี่เหรอคะ”

ร่างทั้งสองเดินเคียงข้างกันขึ้นบันได ลูกสุนัขดิ้นในอ้อมกอดชายหนุ่มแต่ก็ไม่หลุด นักรบรู้สึกหงุดหงิดเหลือเกิน

หนุ่มเอเชียหันมายิ้มละมุน “ผมอยู่ชั้นสาม ชื่อชนสิทธิ์ครับ หรือเรียกนนท์ ก็ได้”

อลิสาจ้องเขาด้วยความแปลกใจ ในโลกนี้คงไม่มีชาติอื่นชื่อชนสิทธิ์แน่ๆ “คุณเป็นคนไทยเหรอคะ?”

“ครับ คุณรู้ได้ยังไง” ชายหนุ่มมองเธอด้วยความแปลกใจเช่นกัน เพราะคนที่นี่ชอบมองเขาเป็นคนจีนหรือไม่ก็เกาหลีในครั้งแรกที่เห็น

อลิสายิ้มตอบ “ฉันอลิสา เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันค่ะ เรียกอลิสก็ได้”

ชนสิทธิ์มองเธอด้วยตาเป็นประกาย “โชคดีมากเลยครับที่เจอคนไทยด้วยกัน”

“ถึงแล้วค่ะ ฉันพักห้องนี้” หญิงสาวยิ้มเอียงอายกับดวงตาเจิดจ้าของเขา

ทั้งสองหยุดเดิน จู่ๆ ปากเล็กๆ ของลูกสุนัขก็งับมือคนอุ้ม

“อ๊ะ” ชนสิทธิ์รีบปล่อยร่างปุกปุยทันที เท้าเล็กของสุนัขกระโดดลงแล้วเดินหนี รอยฟันเล็กๆ สีจางปรากฏขึ้นบนมือของชนสิทธิ์

“บ็อก!” นักรบเพิ่งรู้ว่าความจริงว่าอลิสาไม่ได้ไปเรียนภาษาไทยมาเพื่อเอาใจเขา อลิสาเป็นลูครึ่งก็ต้องพูดไทยได้ตั้งแต่เกิด ซึ่งนั่นแปลว่าเธอเองไม่ได้สนใจอะไรในตัวเขาสักนิด

ไม่เลย!!

“อัลวิส!” อลิสารีบคว้าร่างสีน้ำตาลทองนั้นมากอดก่อนที่อัลวิสจะหนีหาย ร่างเล็กดิ้นขัดขืนแต่อลิสาก็ไม่ยอมปล่อย

“บ็อก!!”

“ตายแล้ว อัลวิสกัดคุณนนท์เหรอคะ ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ” หญิงสาวมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นมือของชายหนุ่ม ฟันของลูกสุนัขยังไม่เติบโตเต็มที่ รอยขบกัดไม่ทำให้เสียเลือดและไม่ได้ฝังเข้าไปในเนื้อของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บมาก” ชายหนุ่มยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า

อลิสารีบเปิดประตูห้องแล้วจูงแขนชนสิทธิ์เข้าไป หญิงสาววางลูกสุนัขไว้บนพื้นก่อนหันกลับมามองชายผู้เป็นแขก

“ฉันจะเช็ดแอลกอฮอล์ทำแผลให้ คุณนนท์นั่งรอตรงนี้แปบนึงนะคะ”

ร่างอรชรรีบค้นกล่องกระดาษที่เธอยกขึ้นมาก่อนหน้านี้ ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความกระวนกระวายรู้สึกผิด

ชนสิทธิ์นั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดียวในห้องโล่ง เขามองกล่องสองถึงสามใบของหญิงสาว อลิสาไม่ได้นำสิ่งของติดตัวเธอมามากนัก สิ่งของที่เธอนำมามีแต่เครื่องใช้ที่จำเป็น และดูเหมือนเธอจะมาพักคนเดียวเสียด้วย ถ้าอลิสามีแฟนเธอคงให้หนุ่มคนนั้นมาช่วยขนของแล้วล่ะ ชนสิทธิ์คิดเดา

“บ๊อก!!!” เสียงเล็กๆ เห่าไม่หยุด อัลวิสยืนจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง ชนสิทธิ์ยิ้มให้ แต่เจ้าสุนัขตัวน้อยกลับเห่าเขาหนักกว่าเดิม อัลวิสแสดงความไม่พอใจและกำลังเห่าไล่เขากลายๆ

นักรบไม่พอใจที่อลิสายอมให้ชายแปลกหน้าเข้าห้องเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน! ผู้หญิงคนนี้ช่างไม่ฉลาดเอาเสียเลย! ไว้ใจคนแปลกหน้าแบบนี้ได้อย่างไร!

“อัลวิส!” อลิสาส่งเสียงดุพร้อมกับถืออุปกรณ์ปฐมพยาบาลออกมา

อัลวิสหันหน้ามาแยกเขี้ยวใส่เธอแล้วส่ายหางดุ๊กดิ๊กออกไปเดินสำรวจรอบห้อง หมาน้อยผู้เย่อหยิ่งทำราวกับว่าอลิสาผิดทั้งๆ ที่อัลวิสเป็นคนกัดชนสิทธิ์ จนเธอต้องมารับผิดชอบทำแผลให้ชายแปลกหน้าคนนี้!

“ฉันทำแผลให้นะคะ” อลิสาเปิดฝาแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อแล้วราดลงบนสำลีเพื่อเช็ดรอบรอยกัดสีจาง

“อัลวิสท่าจะหวงคุณนะครับ” ชนสิทธิ์บอกแก้เก้อ เขาปล่อยให้เธอเช็ดแผลได้ตามใจ

อลิสายิ้ม “ไม่หรอกค่ะ อัลวิสแค่ไม่คุ้นกับคนแปลกหน้าเฉยๆ พออยู่ด้วยกันแล้วอัลวิสแทบไม่สนใจฉันด้วยซ้ำ แต่คุณนนท์ไม่ต้องกลัวนะคะ อัลวิสฉีดยาแล้วค่ะ ไม่มีโรคติดต่ออะไรแน่นอน มีใบยืนยันจากสัตวแพทย์”

ชายหนุ่มยิ้มขำ “แบบนั้นก็ดีครับ”

ความคิดเห็น