facebook-icon

ความรักวายๆ ในรูปเเบบของเทพนิยายเหนือธรรมชาติ มาดูบทสรุปความรักของเรื่องนี้ได้ที่ The Moon รักนี้จมเขี้ยว

รักจมเขี้ยว...บทที่ 20

ชื่อตอน : รักจมเขี้ยว...บทที่ 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2564 11:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักจมเขี้ยว...บทที่ 20
แบบอักษร

รักจมเขี้ยว...บทที่ 20 

 

 

อื้อออ...อร่อย! ทำไมมันอร่อยแบบนี้นะ?? 

 

“อร่อยไหม?”ผมเหลือบตาขึ้นไปมองหน้ามัน  ทั้งๆ ที่ปากก็ยังคงดื่มเลือดจากแขนของมันอยู่อย่างนั้นแหละ 

“อร่อยใช่ไหมล่ะ...แต่มันมีตรงที่อร่อยกว่าตรงนี้อีกนะ” 

 

มีอร่อยกว่าตรงนี้อีกเหรอวะ??  และนี้ผมเป็นอะไรเนี่ย...ทำไมต้องมาตื่นเต้นกับรสชาติของเลือดแบบนี้ด้วย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนผมเกลียดเลือดจะตาย...แต่ตอนนี้ผมกับรู้สึกชอบมาก...มากเกินกว่าที่คิดเสียด้วยสิ...แย่แล้วๆ 

 

ผลึบ! แหมะๆ! 

 

ผมมองเลือดที่ไหลลงมาจากแขนมันลงสู่พื้นอย่างเสียดาย...ก่อนจะเงยหน้าไปมองมันอย่างไม่เข้าใจ..อะไรของมันก็ไม่รู้ครับ ตอนแรกก็บังคับให้ผมกินเลือดมัน แล้วพอผมกินกำลังอร่อยเลย แม่งก็ดึงผมออกจากแขนมัน จนเลือดมันไหลลงพื้นไปตั้งเยอะ 

 

“ทำอะไรของมึงเนี่ยเสียดายของหมด!!” 

“หึหึ..”มันไม่ตอบ แต่หัวเราะกลับมาแทน  ก่อนที่แผลตรงแขนมันจะค่อยๆสมานกันจนปิดสนิท  สนิทแบบไม่รู้มาก่อนเลยว่าเคยเป็นแผลอะ 

“ลุกมาสิ”มันจับแขนผมให้ลุกขึ้น ก่อนจะดึงเข้าไปประชิดตัวของมัน... 

“อะไร...จะทำอะไรของมึงเนี่ย!” 

“….ตรงนี้ไง”มันเปิดคอเสื้อของตัวเองออก เผยลำคอขาวสะอาดตา...ผมยกมือขึ้นไปลูบเบาๆ...กลิ่นหอมๆ จากตัวมันยิ่งทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่อยู่... 

 

กึก! และไม่ต้องรอให้มันบอกหรืออนุญาตอะไร ผมกัดลงที่คอขาวๆ ของมันเต็มแรง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปคล้องคอของมันเอาไว้เพื่อพยุงตัว...ส่วนมันเองก็ยกมือขึ้นมาวางเเหมะอยู่ที่เอวของผมแล้วลูบไล้ไปเรื่อยๆตามแบบที่แม่งชอบทำ...ซึ่งผมก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะแม่งก็ชอบทำแบบนี้อยู่แล้ว 

 

อื้ออออ...อออ..อ.. 

 

ตุบ! ทั้งผมและมันล้วงลงมานอนบนเตียงอีกครั้ง ซึ่งผมมั่นใจว่ามันไม่ได้บังเอิญแน่...ไอ้คุณชายแม่งตั้งใจครับ...พอผมล่วงลงมาบนเตียงแล้ว แม่งก็ไม่รอช้าบีบคลึงไปทั่ว...มือปลาหมึกฉิบหาย..แต่ก็ช่างเถอะ...ผมไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้กำลังตักตวงรสชาติที่ได้รับอยู่....บอกเลยว่ามันอร่อยกว่าที่แขนอีกนะครับ...หวาน..หอม..นุ่มลิ้น...ปกติเลือดคนมันเป็นแบบนี้ไหมนะ?? 

 

 

ก๊อกๆ!! 

 

“องค์ชาย..องค์ราชินีให้มาตามท่านทั้งสองลงไปรับอาหารเช้าเพคะ” 

“โว๊ย มาอะไรตอนนี้วะ!” 

 

คิกๆ ไอ้คุณชายมันสบถออกมาอย่างหัวเสีย ยกมือขึ้นไปขยี้ผมจนยุ่งไปหมด...ฮาๆ ผมอย่างให้คุณเห็นหน้ามันจัง..สมน้ำหน้า จะเอาเปรียบผมดีนัก...เมื่อกี้นะ ถ้าไม่มีคนมาเคาะแม่งก็คงจะเอา...เอ่อ...คำมันแรงไปไหมนะ....มีเด็กอ่านอยู่หรือเปล่าเนี่ย...เอาเป็นว่า มันตั้งใจจะเอาเปรียบผมอีกนั้นแหละ-*- 

 

“ฮาๆ...ลุกไปเลย...แม่มึงให้คนขึ้นมาตามแล้ว”ผมพูดออกมาอย่างขำๆ  

“แม่งเอ้ย! กำลังจะเริ่มอยู่แล้วเชียว” 

“ควย!” 

. 

. 

. 

ผมต้องเข้าไปอาบน้ำก่อน...ไอ้คุณชายมันเลยลงข้างล่างไปหาแม่มันก่อน...ส่วนผมพออาบน้ำเสร็จก็ตามลงมาข้างล่างทันที...พอมาถึงข้างล่างก็เห็นแม่ของมันนั่งคุยกับมันอยู่ที่โต๊ะอาหาร... 

 

“มาแล้วเหรอ...ตาสีสวยดีนะ”แม่ของมันพูดทักออกมา 

 

เอ่อ! ผมลืมบอกพวกคุณไป...เมื่อกี้ตอนเข้าห้องน้ำ ผมก็พึ่งจะเห็นตัวเองในกระจกเนี่ยแหละ...แม่งอย่างเท่อะ...ตัวนี้ขาวจนซีดเลย ปากก็ชมพูๆ มีเลือดไอ้คุณชายติดอยู่นิดๆ...และที่สำคัญเลยน่ะ...ตาเว้ย!!...ตาของผมมันกลายเป็นสีทอง....ทองแบบแวววาวเลยอะ... 

 

“เอ่อ...ครับ” 

“...แบบนี้อาหารเช้าวันนี้ก็คงเป็นหม้ายแล้วละสิ”ท่านพูดยิ้มๆ  

 

...อาหารมากมายบนโต๊ะอาหารนั้น ถ้าเป็นผมเมื่อก่อนผมคงจะน้ำลายสอไปแล้ว แต่ทำไมตอนนี้กับไม่รู้สึกอะไรเลยว่ะ?? 

“กินเข้าไปสักหน่อยก็ดี ร่างกายมันปรับสภาพหรือยังก็ไม่รู้…กินเสร็จก็ตามไปที่วิหารล่ะ”พ่อมันพูดแล้วลุกขึ้นเดินนำออกไป แม่มันหันมายิ้มให้ผมนิดๆ แล้วเดินตามพ่อมันออกไป 

 

ผมพยักหน้ารับแล้วเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่ผมนั่งประจำ ไอ้คุณชายมันก็ขยับมานั่งตัวข้างๆ ผม แล้วเลื่อนอาหารจานที่อยู่ไกลๆ มาให้ ...ผมตักจานที่อยู่ใกล้ๆ มาใส่จาน แล้วตักเข้าปากอีกที... 

 

จืด!! 

 

“เป็นอะไร”ไอ้คุณชายคนเห็นความผิดปกติจากผมนั้นแหละ มันถึงได้หันมาถาม 

“...มันจืดวะ...ไม่มีรสชาติเลย”ผมมองซ้ายมองขวา ดูก่อนว่ามีใครไหม ก่อนจะพูดความจริงออกไป...วันนี้แม่ครัวเขาฝีมือตกเหรอวะ ปกติมันอร่อยกว่านี้นิ 

“หึหึ...เขาฝีมือไม่ได้ตกหรอก” 

“มึงแอบอ่านความคิดกูอีกแล้วนะ!!” 

“ก็มึงพูดให้กูได้ยินทำไมล่ะ...แล้วที่มันเป็นแบบนี่ก็เป็นเรื่องปกติ เมื่อก่อนเวลากูกินข้าวกับมึงมันก็จืดแบบนี้แหละ” 

“ทำไมมันเป็นแบบนั้นวะ” 

“เพราะมันไม่ใช่อาหารที่เราต้องกินไง” 

“แต่เมื่อก่อนมึงก็กินตลอด...ทั้งๆ ที่จืดแบบนี่เนี่ยน่ะ เพื่อกูจะได้ไม่สงสัยเหรอ?” 

“เปล่า...เพราะมึงสั่งมาให้กูกินต่างหาก” มันพูดแล้วส่งยิ้มมาให้ผม 

 

ยิ้มทำไมเล่าไอ้บ้า!!! 

 

“ยิ้มเพราะมึงไง” 

“เอาอีกแล้วนะ!!!” 

“หึหึ” 

“....ทำไมกูไม่เห็นได้ยินอะไรที่มึงคิดเลยวะ...” 

“มึงพึ่งจะเป็นแบบกูได้วันเดียวเองนะไผ่  กว่ากูจะทำได้ถึงขนาดนี้ใช้เวลาเป็นพันๆปีเลยนะ” 

“พันปี!!!...นี้มึงอายุเท่าไรเนี่ย!” 

“4000 กว่าปีมั้ง” 

“….”ไอ้เหี้ย! กูต้องเรียกมึงว่าไงเนี่ย...ลุง...ทวด! 

 

...ฮื้ออ ไอ้คำพวกนี้ยังดูหนุ่มไปเลยสำหรับเรียกมันเนี่ย-*- 

. 

. 

. 

ผมมาอยู่ที่นี่ได้หลายเดือนแล้ว  พวกเราไม่ได้กลับไปที่โลกมนุษย์เลยตั้งแต่ตอนนั้นเพราะผมยังควบคุมตัวเองเวลาเจอเลือดไม่ได้ ถ้าไปทั้งแบบนั้นก็จะเป็นอันตราย ทั้งต่อตัวผมเองและต่อคนรอบข้างที่รู้จักกับผม....แต่ตอนนี้ผมดีขึ้นแล้วนะ เวลาเจอเลือดก็ควบคุมตัวเองได้มั้งแล้ว...แต่มีเลือดของคนๆ หนึ่งแหละที่ผมยังควบคุมตัวเองเวลาเจอเลือดเขาไม่ได้... 

 

....เลือดไอ้คุณชายไงล่ะ...เจอที่ไรอยากจะพุ่งใส่ตลอด.. 

 

“ไผ่” 

 

พูดถึงเลือดมันก็อยากจะกินเลือดมันอีกจังเลย...ฮื้ออ 

 

“ไผ่!!” 

“อ๊ะ! อะไรตกใจหมด!” 

“ก็เรียกตั้งนานไม่หันสักที” 

“...อ้าวเหรอ...แล้วมีไรอ่ะ” 

“พรุ่งนี้เราจะไปทดสอบมึงกัน” 

“อือ...ก็เป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่แล้วนิ”  

 

ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่นี่ ทุกๆ วันผมจะต้องฝึกตัวเองเกี่ยวกับการควบคุมตัวเองเวลาเจอเลือด ไอ้คุณชายมันบอกว่านี้คือขั้นแรกที่ผมควรจะมี 

 

ผมทิ้งตัวลงนอนข้างๆ มัน ยกหัวขึ้นไปวางบนอกแกร่งของมันด้วย..นี่ก็ยังแปลกใจตัวเองว่า ทำไมถึงคิดว่าอกมันเนี่ยนอนสบายกว่าหมอนนุ่มๆ ก็ไม่รู้เหมือนกัน....เจ้าตัวเองก็ไม่ได้บ่นเวลาผมนอนหนุนอกมันด้วยแถมดูจะชอบใจที่ผมทำอีกต่างหาก 

 

“เราจะไปทดสอบมึงที่โลกมนุษย์กัน”มันพูดพร้อมๆ กับใช้มือลูบไปตามไร้ผมของผมเบาๆ 

“ทำไมต้องไปทดสอบที่นั้นวะ!!”ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากไปนะ แต่ว่าผมไม่ไว้ใจตัวเองเลย 

“เพราะเลือดมนุษย์หอมกว่าเลือดของพวกเราเป็นร้อยๆ เท่าไง ถึงเลือดจะอยู่ในร่างกาย พวกเราก็ได้กลิ่นมันอยู่ดี” 

“...แต่กู...กูกลัว”ถ้าผมห้ามตัวเองไม่อยู่ละ  ถ้าผมเผลอทำร้ายใครขึ้นมา 

“กูไม่มีทางยอมให้เป็นแบบนั้น...เชื่อกูสิ” 

“แล้วถ้ากูเผลอดูดเลือดใครเขาจนหมดตัวละ!...ถ้ากูดูดเลือดจนเขาตาย..กู..” 

“ไผ่..ใจเย็นๆ..ฟังกู...มึงต้องเชื่อตัวมึงเองว่ามึงทำได้” 

“….” 

“ไม่คิดถึงเตี่ยกับม๊ามึงหรือไง” 

“คิด..คิดถึงสิ...ทำไมกูจะไม่คิดถึงเขาละ...กูแค่กลัวจะไปทำร้ายเขา” 

“เชื่อในตัวมึงบางไผ่...ถ้ามึงยังไม่เชื่อตัวมึงเอง มึงก็ไม่สามารถทำอะไรได้สำเร็จหรอก” 

“…..กู...” 

“ไผ่”มันเรียกชื่อผมก่อนจะจับหน้าของผมให้เงยขึ้นไปสบตามัน 

“เชื่อกูสิ...มึงทำได้แน่นอน” 

“อือ...กูเชื่อมึงก็ได้” ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ผมก็ยังหวั่นใจอยู่ดีอะ 

 

"อย่ากังวลเลย..."จุ๊บ! มันจูบลงมาที่หน้าผากของผม ก่อนจะยิ้มมาให้อย่างจริงใจ  ผมก็พยักหน้ารับเเล้วซุกหน้าลงกับอกของมันไป  

 

กูจะพยายามนะ...เป็นกำลังใจให้กูด้วยล่ะ....พวกคุณก็ด้วยนะครับ เป็นกำลังใจให้ไผ่คนนี้ด้วยนะ^^ 

 

 

“พร้อมหรือยัง” 

“...”ผมส่ายหน้าระรัวๆ ไม่พร้อม ไม่พร้อมสักนิด… 

 

ตอนนี้ผมกับไอ้ออลตินกำลังยืนกันอยู่ที่หน้าบ้านของผมเอง  ก็อย่างที่มันบอกเมื่อคืนนั้นเเหละว่ามันจะพาผมมาที่บ้านวันนี้...เเละเเม่งก็พามาจริงๆ พามาเเต่เช้าเลยด้วย… 

 

“เเล้วจะยืนอยู่เเบบนี้หรือไง..อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดนะไผ่”มันพูดบอกออกมา  น้ำเสียงนี้โคตรจริงจัง ตาก็มองผมเเบบตำหนินิดหน่อย..ก็กลัวนี้หว่า  ถ้าเผลอตัวควบคุมตัวเองไม่อยู่ขึ้นมาทำไง...นั้นเเม่นั้นพ่อกูน่ะเว้ย 

 

ตอนมาถึงตอนเเรกนะผมก็เเทบสติเเตก...ก็พอมาถึงก็เจอเด็กมันเล่นกันอยู่เเถวๆ หน้าบ้านผม...กลิ่นเเม่งหอมมาเตะจมูกเเต่ก็ยังพอควบคุมสติตัวเองได้ ถึงมันจะอยากพุ่งเข้าไปหาเด็กพวกนั้นมากเเค่ไหนเเต่มันก็ยังทนได้...เเต่พอเด็กพวกนั้นเล่นกันไปสักพักความซวยก็มาเยี่ยมผมครับ...เพราะมันมีสักคนในเด็กพวกนั้น ล้มจนได้เเผล เเล้วเลือดเเม่งก็ไหลไง ผมนี่กระโจนเข้าไปหาเเล้ว เเต่ไอ้ออลตินมันไวกว่าไง เลยพาผมออกไปจากตรวนั้นก่อน...ไม่งั้นเป็นเรื่องเเน่ 

 

“มึงก็เห็นว่ากูยังควบคุมตัวเองไม่ได้” 

“...เเล้วจะกลับหรือไง”ผมไม่ตอบ  เเต่มองเข้าไปในเขตบ้านของตัวเอง   เห็นเตี่ยกับม๊ากำลังนั่งดูทีวีกันอยู่...ในใจนี่อยากจะกระโดดเข้าไปกอดไปหอมให้หายคิดถึง เพราะไม่ได้เจอท่านมาหลายเดือนเเล้ว..เเต่สมองมันก็ห้ามเอาไว้ เพราะยังไม่มั่นใจในตัวเองเท่าไร 

“ทำตามหัวใจมึงเถอะไผ่...ถ้าเกิดอะไรขึ้นกูจะพามึงออกมาเอง...มันจะไม่มีเรื่องร้ายๆ อะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น”ผมก้มมองมือของตัวเองที่ถูกไอ้คุณชายมันดึงไปจับ….ความกังวลมากมายเหมือนจะหายไปบ้าง...ผมสบตามันอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ 

“มึงต้องพากูออกมาทันทีนะ” 

“อือ..กูจะพามึงออกมาทันที” 

 

เราทั้งสองพากันเข้ามาในบ้าน   ผมหยุดยืนที่หน้าบ้านของตัวเองอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ไอ้คุณชายบีบมือผมเพื่อเรียกสติให้ผมรู้ว่ามีมันอยู่ข้างๆ...เอาว่ะ...เป็นไงเป็นกัน!! 

 

 

“มะ...ม๊า..เตี่ย...ไผ่กลับมาเเล้วครับ” 

“ไผ่!!!”เเม่หันมามองผม  ก่อนที่ท่านจะรีบลุกเดินมากอดผมเต็มเเรง จนตัวผมถอยหลังไปนิดๆ 

 

เเต่น่าเเปลกครับ ผมกับไม่ได้กลิ่นหอมหวานจากตัวเเม่สักนิด...ผมเหลือบไปมองไอ้คุณชายอย่างตั้งคำถาม มันก็ทำเเค่พยักหน้าให้ผม ก่อนจะยกมือไหว้พ่อเเละเเม่ของผม… 

“นี่เเกกลับมาครั้งล่าสุดเมื่อไรนะไผ่...ทำไมเเม่คิดถึงขนาดนี่เนี่ย” 

“เเหะๆ”ผมได้เเต่หัวเราะเเห้งๆ กลับไป จะให้บอกได้ไงว่าไม่ได้กลับมาหลายเดือนเเล้ว...เเละดูเหมือนจะนานพอที่จะทำให้ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมของมหาลัยไปเลยด้วย ทั้งๆ ที่ครั้งล่าสุดผมยังต้องหอบตัวเองไปนั่งเรียนอยู่เลย 

“เเล้วนี้กินอะไรกันมาหรือยัง...วันนี้เเม่ทำสุกี้นะ..เอาไหมเดี๋ยวตักให้...ฟีบีกินไหมลูกเดี๋ยวเเม่ตักให้”เเม่หันมาถามผม ก่อนจะถามเลยไปถึงไอ้คุณชายที่นั่งอยู่ถัดจากผมไปด้วย 

“กินกันมาเเล้วครับ” 

 

พวกเราใช้เวลาทั้งวันไปกับการดูหนังด้วยกัน ทำโน่นทำนี้ด้วยกัน...จนตอนนี้ 3 โมงเย็นเเล้ว...ผมมีอาการเวียนหัวนิดหน่อยเพราะเมื่อกลางวันไม่ได้กินเลือดเลย กินเเต่อาหารที่เเม่ทำ ถึงมันจะอยู่ท้องอยู่บ้าง เเต่สำหรับผมในตอนนี้เลือดคืออาหารหลักของผมไปเสียเเล้ว 

 

“กูเวียนหัววะ”ผมหันไปกระซิบไอ้ออลตินเบาๆ เพราะไม่อย่างให้เตี่ยกับม๊าได้ยิน 

“คงเพราะเมื่อกลางวันไม่ได้กินเลือด” 

“เเล้วทำไมมึงไม่เห็นเป็นไร” 

“ก็ถ้าเทียบกับความเป็นจริงระหว่างโลกมนุษย์กับกูที่เป็นชาวจันทรา...อายุ 20 เเบบมึง ก็เท่ากับเด็กทารกในโลกของกูนั้นเเหละ” 

“....งั้นเรากลับกันเลยดีไหมวะ...ถึงกูจะไม่ได้กลิ่นจากเตี่ยกับม๊า เเต่กูก็กลัวกูเผลอวะ” 

“จะไม่ค้างสักวันสองวันเหรอ” 

“กูกลัวกูไม่ไหววะ” 

“เอางั้น?” 

“เออ”ผมตอบมันออกไป ก่อนจะหันไปหาเเม่ที่นั่งอยู่ไม่ห่างเท่าไร 

“เเม่” 

“ว่าไง  จะเอาอะไรไหม เดี๋ยวเเม่ไปหยิบให้” 

“เปล่า...ไผ่จะบอกว่าไผ่จะกลับเเล้วนะ” 

“กลับ? กลับไปไหน ก็ปิดเทอมเเล้วไม่ใช่เหรอ จะต้องไปไหนอีก” 

“คือ...ไผ่...ไผ่จำเป็นนะเเม่” 

“จำเป็นยังไง”เเม่ยังคงถามต่ออีก ผมได้เเต่ก้มหน้าหลบสายตาของท่าน...จะให้ผมบอกไปได้ไงล่ะ 

“เอาน่าม๊า...ไผ่มันคงมีเหตุผลของมัน..อย่างไปเซ้าซี้ลูกมันเลย”พ่อของผมช่วยพูดให้อีกเเรง ท่านเองก็คงไม่เข้าใจผมเหมือนกันนั้นเเหละ เเต่ก็คงไม่อยากทำให้ผมลำบากใจ 

 

“.....งั้นอยู่กินข้าวเย็นกับเเม่อีกมื้อได้ไหม...ไผ่...ฟีบี”เเม่เงียบไปพักหนึ่ง  ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ 

 

ผมโคตรรู้สึกผิดอะ...สีหน้าของเเม่ของผมดูเศร้าๆ อย่างเห็นได้ชัด เป็นสีหน้าที่ผมไม่ค่อยได้เห็นเท่าไร...ครั้งล่าสุดที่เห็นสีหน้าเเเบบนี้ก็ตอนที่ท่านรู้ว่าผมจะย้ายออกไปอยู่หอคนเดียวนั้นเเหละ 

 

ตลอดเวลาที่ผ่านๆ มา เเม่กับผมเรามักจะเถียงกันบ้าง เเต่นั้นคือการเเสดงความรักระหว่างพวกเรา ถึงท่านจะไม่ค่อยโอ้ผมเเบบเเม่คนอื่น เเต่ผมก็รับรู้ได้ถึงความรักของทั้งม๊าเเละเตี่ย 

 

“ได้ครับ”ไอ้ออลตินเป็นคนพูดตอบออกไป  

“งั้นพวกลูกขึ้นไปพักกันก่อนไป  เดี๋ยวข้าวเสร็จเเม่จะขึ้นไปตาม”ผมพยักหน้ารับ เเล้วเดินนำไอ้ออลตินออกมาจากตรงนั้น ขึ้นมาบนห้องของตัวเอง 

“ไหวไหม”พอมาถึงห้องมันก็พูดอย่างเป็นห่วงเเล้วพยุงผมเดินมานั่งลงบนเตียง 

“อือ…” 

“กินเลือดกูก่อนไหม” 

“ไม่อะ...ไม่เป็นไร” 

“กินเถอะน่า หน้ามึงซีดเเล้วนะ เดี๋ยวเเม่ก็เป็นห่วงหรอก” 

“...อือ  ก็ได้” 

 

ผมกัดลงที่เเขนของมันดูดกินเลือดของมันจนรู้สึกว่าอาการดีขึ้นเเล้วก็หยุด...ไอ้ออลตินมันจะให้ผมกินเข้าไปอีก เเต่ผมว่าพอเเล้วละ.. 

 

“นอนพักไปก่อน อีกตั้งนานกว่าเเม่จะขึ้นมาตาม” 

“อือ  ก็ดีเหมือนกัน” 

 

ผมล้มตัวลงนอนราบไปกับเตียง เเล้วดึงให้ออลตินมันนอนลงมาข้างๆ ก่อนจะหันไปซุกหน้าลงกับอกเเกร่งของคนรัก เเล้วหลับตาลง…. 

“กู...รักมึงนะ”ผมพูดออกมาเบาๆ เเต่ก็พอจะให้อีกฝ่ายได้ยินอยู่บ้างนั้นเเหละ 

“หึหึ...นึกยังไงบอกเนี่ย”มันหัวเราะออกมาเบาๆ ยกมือลูบเบาๆ ที่หัวของผมอย่างเอ็นดู...ผมเองก็ชอบให้มันทำเหมือนกัน รู้สึกอุ่นใจดี 

“ก็...กูไม่เคยพูด...เเล้วก็...อยากให้มึงรู้” 

“มึงไม่พูดกูก็รู้...อ่อยกูตลอดขนาดนี้” 

“กูไม่ได้อ่อยสักหน่อย!” ปึก! ผมทุบลงไปที่อกมัน มันก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่ผมดิ้นไปตามเกมของมัน 

“นอนเถอะ” 

“อือ” 

 

 

 

# ออลติน 

 

 

ผมนอนลูบหัวร่างเล็กที่กำลังนอนหลับอยู่ในอ้อมเเขนของผมเบาๆ หอมลงบนหัวของอีกฝ่ายบ้าง....เท่าที่ดูวันนี้กอไผ่มันก็เครียด ก็กังวลอยู่ตลอดนั้นเเหละ  ดีหน่อยที่มันไม่ได้กลิ่นจากพ่อจากเเม่มัน ไม่อย่างนั้นผมเองก็คงลำบากอยู่พอตัวนั้นเเหละนะ...เเต่ก็ถือว่าไผ่มันเก่งพอตัวนะครับที่สามารถทนกลิ่นเลือดเด็กเมื่อตอนเช้าได้ ถึงผมจะเป็นคนพามันออกจากตรงนั้นเเต่ถ้ามันไม่ยอมมาก็คงจะไม่สำเร็จหรอก...ที่เมื่อเช้ามันผ่านไปได้เพราะมันเองก็มีสติพอที่จะพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นเเหละ 

 

ก๊อกๆ! เเอ๊ด! 

 

ผมหันไปมองที่ประตูห้องก็เห็นเป็นพ่อของกอไผ่ที่เปิดประตูเข้ามา  ท่านมองหน้าผมก่อนจะมองไปที่ลูกชายของท่าน… 

 

“ออกมาคุยกันหน่อย...อย่าให้ไผ่ตื่นล่ะ”ท่านพูดเเล้วเดินออกจากห้องไป 

 

ผมค่อยๆ ขยับตัวเเล้วค่อยๆ วางหัวของกอไผ่ลงบนหมอน ดึงผ้าขึ้นมาห่มให้จนถึงคอ….ผมก็พอจะรู้อยู่เเล้วเเหละว่าท่านจะพูดเรื่องอะไร...เเละก็หวังว่าท่านจะไม่ขัดขวางเรื่องของผมกับมัน...เพราะถ้าท่านขัดขวางเรื่องของผมกับมัน...ท่างออกเดียวที่ผมจะเลือกใช้คือ  พามันกลับไปที่โลกของผมเเล้วไม่พากลับมาที่นี่อีก...เพราะถ้ามันอยู่ที่นั้น พ่อเเละเเม่ของมันหรือคนที่รู้จักมัน ก็จะลืมมันไปจากความทรงจำทั้งหมดของพวกเขา จะไม่มีใครต้องเจ็บปวด...เเต่ถ้าให้มันอยู่ที่นี่...คงเป็นผมเนี่ยเเหละที่ต้องเจ็บปวด 

 

จะว่าผมเลวก็ได้นะ...ผมยอม 

 

“ผมมาเเล้วครับ”ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างของบ้าน ก็เจอท่านทั้งสองนั่งรออยู่ก่อนเเล้ว 

“นั่งก่อนสิฟีบี”เเม่ของมันพูด ท่านยังคงยิ้มให้ผมอย่างเป็นปกติ 

“ครับ”ผมนั่งลงที่โซฟาตัวเล็กๆ ที่ว่างอยู่ 

 

“ที่ฉันคิดนี่เรื่องจริงสินะ”พ่อมันพูดขึ้นมาเสียงนิ่งๆ 

“....ครับ เป็นความจริง ผมกับไผ่รักกันครับ..ผมหวังว่าพวกคุณจะไม่ขัดขวาง” 

“เเล้วถ้าเราขัดขวาง” 

“ผมพร้อมจะทำทุกทางเพื่อให้ได้รักกับมัน...ไม่ว่าจะต้องทำอะไรผมก็จะทำ” 

“หึหึ...ต้องตายก็จะทำหรือไง” 

“ไม่ครับ...ถ้าผมตายจะได้รักกับมันได้ยังไง...ทางออกของผม มันทำได้ง่ายกว่านั้นอีก”ผมพูดออกมายิ้มๆ พ่อของมันมองหน้าผมก่อนจะลุกขึ้นยืนเเล้วเดินผ่านหน้าผมไป 

 

สีหน้าของท่านไม่ได้เเสดงออกว่าไม่พอใจหรือว่านินดียอมรับเรื่องของผมกับมันเเต่อย่างใด เเต่ก่อนที่ท่านจะเดินออกจากบ้านไปนั้นเอง 

 

“พ่อฝากมันด้วยนะ” 

“ครับ ผมจะดูเเลมันอย่างดี”ผมตอบรับอย่างหนักเเน่น...ถึงท่านไม่บอกผมก็ตั้งใจจะทำเเบบนั้นอยู่เเล้ว 

“เเม่ฝากด้วยนะ...เอ่อ เเม่ขออะไรฟีบีหน่อยได้ไหม”ท่านยังคงเรียกผมด้วยชื่อที่ผมตั้งขึ้นมาเอง น้ำเสียงขอท่านฟังเเล้วมันเป็นการขอร้องอ้อนวอนเสียมากๆ 

“ครับ บอกมาได้เลย” 

“พาไผ่มันมาหาเเม่บ่อยๆ ได้ไหม เเล้วก็ช่วยมีเเค่มันได้ไหมลูก ถือว่าเเม่ขอเถอะนะ”เเม่ของมันพูดออกมา น้ำเสียงสั่นเครือเหมือนคนจะร้องไห้ ผมพยักหน้ารับออกไปก่อนจะตอบด้วยเสียงหนักเเน่น 

“ครับ ผมจะมีเเต่มันจะรักเเค่มัน เเละจะไม่ทำให้มันเสียใจ เเละที่สำคัญจะพามันมาหาเเม่บ่อยๆ นะครับ” 

“จ๊ะ...ขึ้นไปบนห้องเถอะลูกเดี๋ยวไผ่ตื่นมาไม่เจอ จะใจเสียเอา” 

. 

. 

. 

ผมเเละไผ่อยู่กินข้าวเย็นกับที่บ้านมันเเล้วพูดคุยกันอีกนิดหน่อย ก่อนที่พวกท่านจะไล่พวกเรากลับเพราะไม่อยากให้ขับรถมืดๆค่ำๆ ซึ่งอันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องขับรถสักนิด  ผมกับมันทำทีเป็นขึ้นรถเเล้วขับออกมาจากหน้าบ้านของมัน... 

 

“ทำไมกูถึงไม่รู้สึกอะไรเวลาอยู่กับพ่อกับเเม่วะ??”มันพูดถามออกมาทันทีที่เราออกมาจากบ้านของมัน  ดูเหมือนไผ่จะติดใจในเรื่องนี้อยู่มาก 

“คงเพราะ...ความรักของพ่อเเม่ชนะทุกอย่างมั้ง”อันที่จริงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน  เเต่เคยได้ยินมนุษย์พูดกันว่า ความรักของพ่อเเม่นั้นชนะทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งผมคิดว่าคงเป็นเพราะเเบบนั้นเเหละ 

“อือ...ก็คงจริง”มันพูดออกมาเเค่นั้นเเล้วเงียบไปอีกครั้ง ผมรอบมองมันอยู่พักหนึ่งเเล้วหันกลับไปสนใจขับรถยนต์ต่อ ว่าจะเอาไปจอดเอาไว้ที่หออย่างเก่า 

 

BY : LUN_LA 

 

 

โอ้มาเถิดหนาาาา  มาอ่านนิยายยยย 

สงกรานต์นี้เล่นไหนก็ระวังตัวกันด้วยหนาออเจ้าทั้งหลาย เเต่งกายให้เรียบร้อยหนา 

สุขสันต์วันปีใหม่ไทยจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา 

ความคิดเห็น