ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 39(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2563 17:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 39(Rewrite)​
แบบอักษร

ตื้อดึ๊ง  ! 

ตื้อดึง  ตื้อดึ๋ง!! 

“ครับๆ   มาแล้วครับ”  ควานลินร้องตะโกนบอก  สาวเท้าเดินมาที่ประตูห้องตัวเองเร็วๆเมื่อได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้นรัวๆหลายครั้ง  แม้จะรู้ว่าตะโกนไปบอกคนข้างนอกก็คงไม่ได้ยินอยู่ดี  เขากำลังอาบน้ำอยู่  วันนี้รู้สึกอยากกลับมาอาบน้ำที่ห้องตัวเองเพราะไม่ได้กลับมานอนที่ห้องนานพอสมควรแล้ว  จนตอนนี้เหมือนจะเป็นห้องร้างไปแล้วจริงๆ 

“อ้าว !!”  ควานลินถึงกับร้องอ้าวเมื่อเปิดประตูแล้วก็ไม่ปรากฏร่างใครตรงหน้า   เขากวาดตามองซ้ายมองขวาเพื่อมองหาคนที่กดกริ่งห้องเขา  แต่ก็ไม่มีแม้แต่เงา ควานลินกวาดสายตาไปรอบๆก่อนจะสะดุดกับกล่องสีชมพูที่หน้าประตูห้อง  ก้มลงไปหยิบขึ้นมาด้วยความงุนงงเล็กน้อย หยิบกล่องขึ้นมาแล้วก็กวาดสายตามองไปรอบๆอีกครั้ง  แล้วก็ปิดประตูห้อง  เดินถือกล่องเข้าไป   มองการ์ดใบเล็กที่แปะหน้ากล่องจ่าถึงตัวเอง 

ควานลิน ใครเป็นคนส่งมาให้?  ควานลินเขย่ากล่องแนบหูเบาๆเพื่อฟังเสียงได้ยินเสียงแกร๊กๆ กล่องก็ไม่ได้หนักมาก 

เอ๊ะ   หรือว่า?คิ้วสวยขมวดเข้าหาเล็กน้อย 

“หรือจะเป็นของขวัญจากคุณอา”ควานลินพึมพำเบาๆ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของเขาแล้วนี่    เขาจะอายุ19แล้วหรือเนี่ย   อาจจะเป็นจากแอลดีนที่ให้มาล่วงหน้าเหมือนทุกๆปี  ที่เขาจะได้รับกล่องของขวัญหน้าห้องของตัวเองจากแอลดีนเป็นคนแรกๆทุกปี 

ควานลินอมยิ้มให้กับกล่องสีชมพู    เดินไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เรียบร้อย 

ปีนี้คุณอาเปลี่ยนไปแหะ  ทุกปีเห็นเป็นกล่องสีเทา  สีเทาทู๊กกกกปีและในกล่องก็มักจะเป็นน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆที่ตอนนี้กลายเป็นกลิ่นโปรดของเขาไปแล้ว  แม้จะไม่ค่อยได้ใส่น้ำหอม  แต่ถ้าเลือกน้ำหอมกลิ่นโปรดก็คงไม่พ้นขวดที่แอลดีนซื้อให้   หรือบางปีก็เป็นนาฬิกาเรือนสวยๆสักเรือนหรือเสื้อผ้าราคาแพงสักตัว 

แต่เอ๊  ปีนี้จะเป็นอะไรนะ ควานลินเดินกลับมาที่กล่องของขวัญสีชมพูอีกครั้ง หยิบกล่องขึ้นมาแกะริ้บบิ้นรูปโบว์ที่ผูกกับกล่องช้าๆแต่แล้วรอยยิ้มกว้างก็หายไปจากใบหน้าใสแทบจะทันทีที่เห็นสิ่งที่อยู่ในกล่อง 

“อ๊ากกกกกกกกก”กล่องสีชมพูลอยละลิ่วไปจากมือขาวทันที    ควานลินยืนกำมือตัวเอง  ดวงตาเบิกโพลงสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก ปากเล็กสั่นเล็กน้อยๆ    น้ำตาเม็ดโตไหลออกมาริมดวงตาเล็กน้อย   ดวงตากลมโตที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวากลัว 

ควานลินกวาดสายตามองไปที่กล่องสีชมพูที่ลอยไปตกไม่ไกลจากขาเขานัก มองสิ่งของที่อยู่ในกล่องที่ตอนนี้กระเด็นออกมานอกกล่อง 

ลูกตาปลอมอันใหญ่สองอัน ที่มีสีแดงสดเคลือบเต็มไปหมดพร้อมกลิ่นคาวคลุ้ง 

ควานลินกัดปากตัวเองแน่น  ขาเล็กสั่นเล็กน้อย ใครกันที่ส่งของน่ากลัวแบบนี้มาให้เขา เขาน่าจะเอะใจตั้งแต่ชื่อที่การ์ดใบนั้นแล้ว   แอลดีนไม่เคยเขียนชื่อเขาว่าควานลินเฉยๆ แต่มักจะเขียนว่าคุณหนูควานลิน   และไม่เคยพิมพ์ชื่อเขาบนการ์ด  แต่มักจะเขียนด้วยลายมือตัวเอง ถ้าอย่างนั้น  กล่องของขวัญนี่  เป็นของใครกัน 

 

ปังๆๆๆๆๆ!!!!!​ 

เฮือกก!!! ควานลินสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆประตูห้องก็มีใครมาเคาะด้วยความแรง  มือขาวยกมากุมปากตัวเองแน่น   แววตาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว   ลูกตาปลอมที่อยู่บนพื้นกำลังจ้องมาที่เขา แค่เห็นตัวเขาก็สั่นไปหมดแล้ว 

ปังๆๆๆๆๆ!!!!!! เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมๆกับร่างบางที่สั่นแรงขึ้นตามอารมณ์กลัวที่ปะทุเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ 

น..นั่นใคร  

พ....พี่ลุคส์ 

มาหาน้องหน่อย   พ.... พี่ลุคส์ 

จู่ๆก็รู้สึกอ่อนแอเมื่อคิดถึงคนร่างใหญ่  น้ำตาเม็ดโตไหลเผาะออกมา  ควานลินกุมปากตัวเองแน่นขึ้นเกรงว่าเสียงสะอื้นจะทำให้คนข้างนอกได้ยิน ตกใจจนไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรได้แต่ยืนกุมปากน้ำตาไหล 

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!! ควานลินสะดุ้งเฮือกอีกครั้ง  เมื่อได้ยินเสียงทุบประตูรัวๆ   พร้อมกับเหมือนมีแรงกระแทกที่เกิดขึ้นมาข้างนอก 

 

ควรเปิดประตูไหม? แล้วใครที่กำลังเคาะประตูนั่น   ? เขาควรทำยังไงดี? 

ปังๆๆๆๆๆๆ!!! ไม่   ถ้าเขาไม่เปิดซะอย่าง  ใครก็ทำอะไรไม่ได้ ควานลินปาดน้ำตาบนแก้มออก   กำมือแน่นแขนแนบลำตัว  แต่ตัวก็ยังคงสั่นน้อยๆ  

ตั้งสติหน่อยสิน้อง  ตั้งสติ!!  

ดวงตากลมโตกวาดตามองรอบห้อง  พยายามที่จะไม่มองไปที่ลูกตาปลอมอาบเลือดที่ตกอยู่บนพื้นห้อง  

เวรเอ้ย!! ลืมโทรศัพท์ที่ห้องพี่ลุคส์ 

หน้าอกของควานลินกระเพื่อมขึ้นมาเล็กน้อยตามแรงหายใจ   ขาสั่นๆค่อยๆก้าวไปที่ประตู 

เอาล่ะ  อย่างแรกคือต้องตั้งสติ บิดกลอนช้าๆ   พอบิดเสร็จแล้ว  ก็ดึงให้สุดแรง  แล้วก็วิ่งให้เร็วที่สุด อย่าไปที่ลิฟต์  แต่ให้วิ่งไปทางบันไดเพราะมันจะเร็วกว่า   แล้ววิ่งขึ้นไปหาพี่ลุคส์ซะ ยังไงชั้นหนึ่งก็ไกลกว่าชั้นสี่40  

ควานลินสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะทบทวนสิ่งที่ต้องทำไปนี้   ขาสั่นก้าวไปที่ประตูช้าๆ ค่อยๆยื่นมือไปจับลูกบิดประตู 

ไม่ว่าข้างนอกนั่นมึงจะเป็นใคร กูก็ไม่กลัวมึง! ในใจก็ให้กำลังใจตัวเอง  แต่ร่างกายกลับรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทุกขณะ 

ควานลินค่อยๆบิดลูกบิดประตูช้าๆ 

เสียงทุบประตูก็ดังขึ้น ควานลินดึงประตูอย่างแรง  ก่อนจะสวนกับร่างใหญ่ที่เซเข้ามาในห้องเพราะใช้แรงตัวกระแทกไปที่ประตูสองขาวิ่งก้าวออกมาจากห้องด้วยความเร็วแสง   แต่แล้วข้อมือเล็กก็ถูกดึงอย่างแรง 

“ปล่อยกู๊ววววววววววววววว”ควานลินตะโกนดังลั่น พยายามสะบัดมือตัวเองให้หลุดจากการจับอย่างแน่น  หลับตาปี๋หันไปอีกทางหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ 

“ปล่อยกูเดี่ยวนะ  ฮรือออ   ปล่อยยยยยกู๊วววว!!!”  ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักในอกกว้างเมื่อจู่ๆร่างกายก็ถูกดึงเข้าไปในอกของใครบางคน 

“ใจเย็นๆ ไม่เอาไม่ร้อง”เสียงทุ้มดังบอกริมหู ควานลินดิ้นขลุกขลักสะบัดหน้าไม่ยอมฟัง   น้ำตาไหลพรากอาบเต็มสองแก้ม  ภาพลูกตาปลอมอาบเลือดลอยเข้ามาให้เห็นอีกครั้ง 

“ปล่อยกู กูไม่ฟัง ปล่อยกู ฮรืออ พี่ลุคส์   พี่ลุคส์ช่วยน้องด้วย ฮรือออ พี่ซีนจ๋า คุณแม่!!!!!”  ร่างบางดิ้นแรงขึ้นเรื่อยๆ  ร้องดังตะโกนเรียกทุกคนที่เข้าในความคิดในเวลานั้น 

“นี่กูเอง   กูเองงง  พี่ลุคส์ไง  นี่พี่ลุคส์เอง  ไม่ร้องนะ   ไม่ร้อง”  ร่างหนาพยายามกอดรัดคนตัวเล็กให้หยุดดิ้น   พูดเสียงค่อยริมหู   ยกมือลูบหลังบางเบาๆ   รับรู้ถึงแรงสั่นของควานลินและน้ำตาที่เปื้อนเสื้อ 

“ม....ไม่     พ....พี่ลุคศ์”  ร่างเล็กที่เหมือนจะได้สติขึ้นมาเล็กน้อย  หยุดดิ้นแต่ร่างกายก็ยังคงสั่น    ใบหน้ากลมที่เต็มไปด้วยน้ำตาค่อยๆเงยหน้ามองคนร่างสูงที่กอดลูบหลังเขาไว้ 

“ฮรืออออออ    พี่ลุคส์!!!   ฮรึก   ฮรืออออ”เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่กำลังเขาชัดๆแล้ว ควานลินก็ยกมือโอบคนร่างหนาแทบทันที    ปล่อยโฮออกมายกใหญ่ความรู้สึกอุ่นใจถาโถมเข้ามา ยังคงรู้สึกหวาดกลัวแต่ก็เชื่อสนิทใจว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว 

แค่รู้ว่าอ้อมกอดอุ่นนี้คือใคร  เขาก็รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว 

“ไม่เป็นไรนะ  ไม่เป็นไรๆ”   ลูคัสลูบแผ่นหลังของคนในอกขึ้นลงเบาๆ  ให้ควานลินคลายตัวที่กำลังสั่น 

“อื้อๆ  ฮรึก”  ควานลินพยักหน้ารัวๆกับอกกว้าง 

“ไหน  เงยหน้ามาดูซิ”ลูคัสดันไหล่บางออก   ยกมือจับแก้มใสเบาๆ   ยิ้มให้บางๆเมื่อดวงตาโตช้อนมองตัวเองใช้นิ้วปาดน้ำตาบนแก้มเบาๆ 

“อยู่ตรงนี้แล้วนะ   ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะ”ลูคัสพูดเบาๆให้กับคนตรงหน้าเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้งของคนตัวเล็ก 

“ครับ  ฮรึก”ควานลินพยักหน้า  แต่ร่างกายก็สั่นไปตามแรงสะอื้นบางครั้ง ลูคัสยื่นมือไปประสานนิ้วของคนที่ตัวเล็กกว่าแล้วก็เดินไปที่ห้องของเจ้าตัวเองอีกครั้ง   ก้าวได้แค่สองก้าวแล้วก็หันไปมองคนตัวเล็กที่ชะงักเท้าตัวเองไม่ยอมเดิน 

“มีอะไร”ลูคัสถามเสียงอ่อน 

“มีคนฮรึก ส่งลูกตามาให้ ฮรึก น้อง”ควานลินเงยหน้าตอบคนร่างใหญ่สลับกับเสียงสะอื้น 

“ไม่เป็นไร  กูอยู่ตรงนี้แล้ว  ไปดูกัน  เผื่อจะหาคนที่ส่งมาได้”ลูคัสกุมมือนิ่มแน่นขึ้นอีกนิด   หันไปยืนจังๆต่อหน้าควานลินเมื่อคนตัวเล็กส่ายหน้า 

“ไม่เชื่อใจกูหรอ” 

“......    เปล่าครับ” 

“งั้นเชื่อใจกูนะ ว่าอยู่กับกูแล้วมึงจะปลอดภัย”ควานลินเงยหน้ามองคนร่างสูงช้าๆ   มองรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของคนที่ตอนนี้เหมือนเทวดามาโปรดให้เขา เขาเชื่อใจว่าอยู่กับลูคัส  เขาจะปลอดภัย เขาไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เขารู้สึกอย่างนี้แต่ความอุ่นใจนี้มันยืนยันว่าลูคัสจะทำตามคำพูด   เขาจะปลอดภัย ควานลินส่งยิ้มไปให้บางๆก่อนจะพยักหน้าช้าๆสองสามครั้ง ยกแขนปาดน้ำตาที่แก้มของตัวเองลวกๆ 

ลูคัสกุมมือเล็กแน่น  เดินเข้าไปในห้อง    กวาดสายตามองไปรอบก่อนจะสะดุดกับกล่องสีชมพูบนพื้น  ไม่ไกลนักก็เห็นลูกตาปลอมที่มีน้ำสีแดงเคลือบไว้ 

“รอตรงนี้นะ”ว่าแล้วก็ปล่อยมือ  แล้วเดินเข้าไปตรงวัตถุชวนสยองและขยะแขยง   ลูคัสวางเข่าลงไปข้างหนึ่ง   แตะนิ้วไปที่ลูกตาก่อนจะยกขึ้นดม   มืออีกข้างก็กำแน่น 

“กูปล่อยมึงไปแบบดีๆแล้ว    แต่มึงโง่เอง   มึงเลือกที่จะเป็นสัตว์ให้กูเชือด กูก็จะสนองให้มึงเอง”  ลูคัสกล่าวพึมพำเบาๆสายตามองไปที่กล่องสีชมพูแข็งกร้าว  ก่อนจะหลับตาแน่น  แล้วก็ปรับสายตาตัวเองให้เป็นปกติ ร่างสูงยืดตัวยืนขึ้นก่อนจะเดินไปที่รอบๆห้อง   กดสวิตส์ไฟเมื่อเจอ ห้องที่ไม่สว่างมากนักก็สว่างไปทั่ว  เมื่อไฟทุกดวงถูกเปิด 

“อยู่ในห้องทำไมไม่เปิดไฟให้สว่าง”  ลูคัสเดินมาจับมือควานลินอีกครั้ง   มองหน้าใสที่ตอนนี้ดูเหมือนจะหายกลัวไปบ้างแล้ว 

“ห้องไฟสลัวขนาดนนี้  ก็ไม่แปลกที่มึงจะกลัวมาก" 

“แต่น้องกลัวจริงๆนี่ครับ”  ว่าจบก็กัดปากตัวเองเบาๆ 

“แล้วนี่มึงไปหาเรื่องใครรึเปล่า  เขาถึงได้แกล้งแรงๆแบบนี้”ลูคัสก้มมองหน้าใสอีกครั้ง 

“เปล่านะครับ    ถึงน้องจะเคยบอกว่าน้องหาเรื่องเก่ง  แต่นั่นก็นานแล้วนะครับ”ควานลินร้องเถียง  เมื่อเจอคำถามที่เหมือนจะจับผิดเขา 

“กูก็แค่ถาม   แต่ไม่ต้องกลัวนะ  เดี่ยวกูจะหาตัวคนทำให้เอง” 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ  ตอนนี้น้องหายกลัวแล้ว   ไว้น้องจะค่อยบอกคุณอาช่วยจัดการให้ละกันครับ   น้องไม่อยากรบกวนพี่ลุคส์” 

“กูบอกมึงหรอว่าเป็นการรบกวน” 

“..........” 

“ไหนมึงบอกว่าตอนนี้พี่มึงกับคุณอาคนนั้นยุ่งๆเรื่องบริษัทไง  ถ้าไปบอกอีก  เขาก็จะเครียดเรื่องมึงเปล่าๆนะ”ควานลินมองลูคัสเต็มๆตาอีกครั้ง ก็จริง  ถ้าเขาไปบอกให้ซีไนน์กับแอลดีนเดี่ยวก็ห่วงเขาไม่เป็นอันทำงาน 

“..........” 

“มึง..  ไม่เชื่อใจกูหรอ  งั้นกูไม่ทำก็ได้” 

“เปล่าครับ  งั้นน้องรบกว...”   จู่ๆเสียงก็หายไปกับจูบแผ่วเบาของคนร่างใหญ่ 

“อย่าพูดว่ารบกวนอีก   มึงเป็นเด็กของกู  กูก็ต้องดูแลเด็กกูให้ดี”ลูคัสเอ่ยออกมาเมื่อผละจูบจากควานลิน 

“ครับ  ขอบคุณนะครับ”ควานลินส่งยิ้มบางๆแล้วกล่าวขอบคุณ เขาขอบคุณลูคัสมากจริงๆนะ   ถ้าไม่มีลูคัส  เขาว่าช่วงนี้ชีวิตเขาคงเหงาแย่เลย   มีลูคัสเหมือนมีทุกอย่างที่เขาต้องการเลยล่ะ แถมมาเกิดเรื่องแบบนี้  ก็มีลูคัสเข้ามาให้อุ่นใจอีก 

“งั้นไปนั่งบนโซฟาไป   เดี่ยวกูเก็บของนั่นให้”ว่าแล้วก็หันหลังไปเก็บลูกตาบนพื้น  ทำความสะอาดจนพื้นกลับมาสะอาดตามเดิม    จัดของทุกอย่างใส่ถุงดำ  แล้วก็ไปจับมืออีกคนให้ลุกขึ้น  แล้วก็พาไปขึ้นห้องของตัวเอง 

“มึงอยู่ห้องไปคนเดียวก่อนนะ  อยู่ได้ใช่ไหม”ลูคัสถามตรงหน้า 

“น้องอยู่ได้ครับ   แล้วพี่ลุคส์จะไปไหน” 

“ไปทิ้งน่ะ”ลูคัสว่าพลางก็ยกถุงสีดำเล็กๆในมือที่มีกล่องสีชมพูบรรจุอยู่ 

“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ  เดี่ยวน้องไปทิ้งเองก็ได้”ควานลินค้าน 

“คำก็ลำบาก  สองคำก็รบกวน  กูเคยบอกมึงไหมว่ากูรู้สึกลำบากและรู้สึกว่าถูกมึงรบกวน” 

“.....” 

“กูไม่เคยพูด   เพราะงั้นก็อย่าคิดไปเอง”  ลูคัสจิ้มหน้าผากเรียบเบาๆหนึ่งที  แล้วก็เดินไปหยิบโทรศัพท์กับคีย์การ์ดมาถือไว้ 

“ถ้ากูกลับมา  กูจะเปิดห้องเอง  ถ้ามีคนมากดกริ่งก็อย่าไปเปิดเข้าใจไหม”ว่าแล้วก็กำชับคนตัวล็กด้วยน้ำเสียงดุๆนิดๆครั้งหนึ่ง 

“ครับ”ควานลินพยักหน้าแรงๆหนึ่งที  มองแผ่นหลังที่เดินออกจากห้อง เอาจริงๆตอนนี้เขาก็หายกลัวแล้วล่ะ  แม้จะสงสัยว่าใครที่ส่งกล่องของขวัญนั่นมา  แต่ยังไงซะเขาก็ต้องหาทางสืบหาคนที่ส่งมาให้ได้ 

ควานลินเดินไปที่ห้องครัวเปิดตู้เย็นหยิบขวดนมแล้วก็รินใส่แก้วยกขึ้นดื่ม   คิ้วขมวดเข้าหากัน ใครกันที่ส่งของน่าสยองแบบนั้นมาให้เขานึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก  ว่าเขาเคยทำให้ใครเจ็บใจถึงขั้นต้องเอาคืนแรงขนาดนี้ ทุกวันนี้สังคมของเขาก็มีแค่ไม่กี่คนที่เขาพูดด้วย   ที่เขาสนิทด้วย   แล้วการที่เขาจะไปทำร้ายจิตใจหรือร่างกายคนที่เขาสนิทด้วยก็เป็นไปไม่ได้ 

แม้แต่กับคนไม่สนิทก็เป็นไปไม่ได้ ยิ่งนึกก็ยิ่งเครียด 

 

 

“มึงแน่ใจใช่ไหม  ว่ากล่องนี่  มันเป็นคนถือขึ้นไป”น้ำเสียงเคร่งเครียดของคนร่างสูงเอ่ยถาม  ใบหน้าหล่อเหลานิ่งจนเดาไม่ได้เลยว่าในดวงตาสีควันบุหรี่นั้นกำลังมีอะไรซ่อนอยู่ 

“ผมแน่ใจครับ   ผมเห็นนายไม้เข้าไปในคอนโดเวลา9โมง  หลังจากนั้นไม่เกิน15นาทีก็ออกมาครับ”  ชายร่างสูงที่อยู่ในชุดลำลองกับหมวกแก๊ปที่บังหน้าไว้ 

“ดี   ตามมันไปเรื่อยๆ  อย่าให้คลาดสายตา”น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยคำสั่งออกไป 

“ผมนึกว่านายไม้จะเลิกตามคุณลินไปแล้ว   แต่ก็ไม่คิดว่าจะกลับมา  แล้วจะให้ผมจัดการยังไงกับนายไม้ดีครับ” 

“ยังไม่ต้อง   จัดคนตามมันไปเงียบๆเหมือนทุกครั้ง    ช่วงนี้ถ้าเห็นควานลินออกจากคอนโดโดยไม่มีกูอยู่ด้วย  ก็แอบตามเขาไปด้วย  ส่วนมัน  รอไปก่อนถึงเวลาแล้วกูจะบอกเองว่าจะให้จัดการ  ตอนนี้ไปได้แล้ว”จบคำสั่งเฉียบขาดคนที่เป็นลูกน้องก็ค้อมหัวเล็กน้อยเอ่ยรับคำสั่ง 

“ครับ”ว่าแล้วก็หันหลังเดินออกจากซอกตึกเก่าๆไม่ไกลจากคอนโดแกรณด์นัก ลูคัสลูบหน้าตัวเองแรงๆหนึ่งครั้ง 

“ถ้ามึงแตะต้องลินแม้แต่ปลายเล็บ  มึงได้ตายยิ่งกว่าสัตว์แน่”น้ำเสียงเคียดแค้นออกมาจากปากหยัก   ลูคัสปาถุงสีดำในมือลงในถังขยะไม่ไกลนักอย่างเต็มแรง   ก้าวขายาวๆ   ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือในมือดังขึ้น 

ปู่ ลูคัสมองเบอร์ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือ  สายตาเรียบนิ่งจ้องอยู่อย่างนั้นจนหมายเลขที่ปรากฏหายไป  แล้วก็ปรากฏขึ้นมาใหม่อีกครั้งลูคัสกดสไลด์หน้าจอมือถือเบาๆ    แล้วเอ่ยปากทักทายไปยังปลายสาย 

“ครับปู่” 

“แผลเป็นยังไงบ้าง”  เสียงทรงอำนาจดังขึ้นจากปลายสาย 

“ดีขึ้นเยอะแล้วครับ”  ลูคัสเอ่ยออกมาเรียบๆ 

“ก็ดี   ฉันมีงานใหม่ให้แกทำ” 

“งานอะไรครับ”ลูคัสถามเสียงเรียบ   กลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างยากลำบาก 

“ฉันคิดว่าแกจะรู้จากแรมซะอีก” 

“แรมก็บอกผมมาบ้างแล้วครับ”ลูคัสเอ่ยออกมาเบาๆ   ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อย 

“พรุ่งนี้  กลับมาซะ   แกมีเรื่องที่แกควรจะรู้   เรื่องที่ฉันยังไม่บอกแกเกี่ยวกับแม่ของแก”เสียงปลายสายดังขึ้นอีกครั้ง 

“.................”ลูคัสได้แต่ยืนนิ่งเงียบ   กำโทรศัพท์ในมือแน่น 

คนตระกูลรุ่งรัตนทิพากร 

คนในบ้านนี้  เกี่ยวข้องกับแม่ของมึง 

ที่มึงต้องกายเป็นลูกกำพร้าก็เพราะคนบ้านนี้  พวกเขาเกี่ยวข้องกับการตายของแม่มึง 

 

“กลับมาพรุ่งนี้  มันจะเป็นงานสุดท้ายที่ฉันจะให้แกทำ”เสียงปลายสายเอ่ยต่ออย่างเด็ดขาดบ่งบอกถึงอำนาจ 

“ผมไม่อยากทำครับปู่” 

“.......” 

“......” 

“แกหมายความว่ายังไง” 

“ผมจะไม่ทำงานนี้และผมไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับคนที่ปู่บอกว่าเขาคือแม่ผม   ผมไม่เคยมีแม่”ลูคัสเอ่ยออกเสียงแข็ง   สองมือกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ข้อมือ 

“แล้วถ้ามันเป็นคำขอสุดท้ายจากที่รักแกมากที่สุดล่ะ”ดวงตาแข็งกร้าวก่อนหน้านี้อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด 

“..........” 

รักเขามากที่สุดอย่างนั้นหรอ 

“ฉันให้เวลาแกหนึ่งสัปดาห์  อย่าให้ฉันต้องไปหาแกเอง  เพราะแกรู้ใช่ไหมว่าฉันคงไม่ชอบใจนัก  ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้แกค้านคำสั่งของฉัน   แต่ยังไงซะแกต้องกลับมาฟังทุกอย่าง ฉันเชื่อว่าเมื่อแกฟังทุกอย่าง   แกจะเปลี่ยนใจ” 

ติ๊ด ๆๆๆ สิ้นเสียงทรงอำนาจจากปลายสายเสียงตัดสัญญาณก็ดังขึ้น 

“ปู่  เดี่ยวครับ  ปู่!   ปู่! ”  ลูคัสตะโกนร้องเรียกก่อนจะเขวี้ยงโทรศัพท์ในมือลงพื้นอย่างแรงจนแตกเป็นเสี่ยงๆ 

“โถ่เว่ย!!!!!!”   มือหนายกขยี้ผมตัวเองแรงๆ   ยกมือเท้าสะเอวตัวเอง  มองไปที่เศษโทรศัพท์ที่เกลื่อนพื้น    ยกมืออีกข้างกุมหัวตัวเอง 

ลูคัสเงยหน้ามองท้องฟ้า  ก่อนจะหลับตานิ่งๆ   ลืมตาก้มหยิบเศษมือถือ   หยิบชิ้นส่วนเล็กสองชิ้นออกจากตัวเครื่อง  แล้วเอาชิ้นส่วนที่เหลือทิ้งลงไปในทั้งขยะ ใบหน้าเรียบเฉย  แววตาที่ไร้ความรู้สึก   ยากที่จะเดาว่าภายในใจร่างสูงตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ก่อนร่างสูงก้าวยาวๆออกจากซอกตึกเก่าๆ 

_________________________________________ 

ไม้!!!!!!!!!!!   กลับมาทำม้ายยยยยยยยยยยยย   มาทำลูกชุ้นตะม้ายยยยยยยยย 

ทำไมคราวนี้รู้สึกเห็นใจอีพี่มันจังเลยอะ    55555555555 

พิจ๋าา  ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำนะ   งื้ออออออออออออออ 

มาแย้วววววววววววววววว555555555 

และก็จะไปแล้วววววววววววว555 

รักนะงับ  จุ้ปๆ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว