ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 36(Rewrite)​

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2563 12:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 36(Rewrite)​
แบบอักษร

กลิ่นหอมกรุ่นลอยออกมาจากห้องครัว  เรียกให้คนตัวใหญ่ที่เพิ่งตื่นเดินออกมาจากห้องนอนเดินมาตามกลิ่น   แอลดีนยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัวมองร่างบางที่ยืนหันหลังคนอาหารที่อยู่บนเตา  แล้วก็เดินไปหยิบช้อนด้วยท่าเดินที่ไม่ค่อยสะดวกนัก ก่อนจะกลับไปที่หน้าเตาอีกครั้ง   แอลดีนมองขาเล็กที่กางกว้างเล็กน้อยเวลาเดิน  

เจ็บอยู่อีกใช่ไหม? แอลดีนค่อยๆเดินไปหาซีไนน์ช้าๆ   อีกคนสะดุ้งเบาๆเมื่อเขาสวมกอดจากข้างหลัง  มือที่กำลังตักแกงเพื่อชิมหยุดชะงัก

“ทำอะไรอยู่ครับ”แอลดีนก้มกระซิบถามริมหูอีกคนเบาๆ  รู้สึกได้ว่าคนในอ้อมแขนในตอนนี้ยืนแข็งทื่อไปแล้ว

“อ่ะ  เอ่อ....”ซีไนน์กัดปากตัวเอง  รู้สึกหัวใจเต้นเร็วจนไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกแอลดีนสวมกอดจากข้างหลังแบบนี้  แถมยังถามเขาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

“ว่าไงครับ”แอลดีนกระซิบถามอีกครั้ง

“ทำอาหารเช้าครับ”ซีไนน์ก้มหน้างุด  มองแขนแกร่งของแอลดีนที่กอดเอวเขาไว้

ฟอดดด

“อ่ะ  คุณอา”ซีไนน์สะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆแอลดีนก็หอมฟอดเข้าที่แก้มของตัวเอง   หน้าหวานตอนนี้แดงจนจะกลายเป็นตำลึงสุกไปแล้ว

“อาไปรดน้ำต้นไม้ก่อนนะ   เดี่ยวแดดแรงซะก่อน”แอลดีนผละจากตัวของคนตัวบาง  ขยี้หัวของคนที่ตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่เขาคิดว่าซีไนน์คงกำลังงุนงงกับการกระทำของเขา

“ค..ครับ”ซีไนน์หลบสายตาของแอลดีนที่จ้องเขา    เป็นครั้งแรกที่แอลดีนไม่แทนตัวเองว่าผมกับเขา     ซีไนน์มองตามหลังเมื่อแอลดีนเดินออกไปจากห้องครัว

ตื่นเช้ามาวันนี้ก็ยังเห็นว่าแอลดีนกำลังนอนกอดเขาอยู่   ซีไนน์ยอมรับว่าตอนที่ตื่นมาเขาทั้งกลัว  ทั้งสับสน  แต่ก็รู้สึกดีใจไปด้วย  เขากลัว  กลัวท่าทีของแอลดีนที่จะปฏิบัติต่อเขาในเช้าวันนี้   แม้ว่าเขาจะพยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างคงไม่เลวร้ายเกินไป 

แต่เขาก็อดที่จะกลัวไม่ได้  ยิ่งมองแอลดีนที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างๆ  เขาก็ยิ่งคิดมาก  เขาสับสนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไปนั้น   เขาตัดสินใจถูกรึเปล่า    

 แต่เขาก็ดีใจ  ดีใจที่อย่างน้อยครั้งหนึ่ง  หรือคืนหนึ่ง  แอลดีนช่างแสนดีกับเขาเหลือเกิน  เขาดีใจที่ร่างกายของเขาแอลดีนคือคนแรกที่แตะต้อง   และเมื่อกี้สิ่งที่แอลดีนทำกับเขา  มันทำให้หัวใจของเขากำลังเต้นไม่เป็นจังหวะในตอนนี้ 

แอลดีนอ่อนโยนไม่ได้เย็นชาใส่เหมือนทุกวัน  สิ่งที่แอลดีนทำกับเขาเมื่อกี้  เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

  แอลดีนไม่ได้บอกให้เขาลืมเหตุการณ์เมื่อคืน  แอลดีนไม่ได้เดินออกไปจากบ้านหลังนี้อย่างที่เขากลัว  

ซีไนน์ยกยิ้มบางๆก่อนจะหันไปปิดเตาเมื่ออาหารที่ทำได้เสร็จหมดแล้ว  ถอดเสื้อกันเปื้อนแขวนไว้ แล้วเดินออกไปที่ระเบียง   มองไปที่สนามหญ้า  ที่มีคนร่างใหญ่กำลัง ง่วนอยู่กับการรดน้ำต้นไม้ที่นับวันก็โตขึ้น  ออกดอกเยอะขึ้น  

ตอนนี้รอบๆบ้านเขาเขียวขจีไปด้วยพืชพันธุ์ที่เขาสองคนช่วยกันปลูก  แต่ดูเหมือนหน้าที่รดน้ำจะกลายเป็นของแอลดีนไปแล้ว

 

แอลดีนมองเข้าไปที่ระเบียงเห็นร่างของซีไนน์ที่กำลังมองเขาไม่วางตา  จึงเดินไปปิดน้ำแล้วเก็บสายยางเข้าให้เป็นที่  แล้วเดินไปหาซีไนน์ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเหม่อไปด้วย

“มองอะไรอยู่”แอลดีนเดินขึ้นบันไดสองขั้นที่ต่อกับระเบียงเตี้ยๆของตัวบ้าน  ดึงร่างบางเข้าหาร่างตัวเอง

“เอ่อ...”ซีไนน์สะดุ้งอีกครั้งกับการกระทำที่เขาคิดไม่ถึงของแอลดีน  ดันอกแกร่งไว้  เงยหน้ามองตาสีน้ำตาลอ่อนของคนร่างใหญ่

“ว่าไงครับ”แอลดีนระบายยิ้มแล้วถาม

“ไม่มีอะไรครับ  อาหารเสร็จแล้วคุณอาจะกินเลยไหมครับ  ซีนจะได้ตั้งโต๊ะเลย”ซีไนน์หลบสายตาของแอลดีนที่มองมาทางเขา  มันทำให้เขาเขิน  และหัวใจเขาเหมือนจะหยุดเต้นไปเลย

“รออาอาบน้ำแป้บนึงนะ  แล้วเดี่ยวจะตามไป”แอลดีนพูดต่อ  แต่ไม่ได้ละสายตาจากใบหน้าของคนในอ้อมกอดเลย

“ครับ” ซีไนน์พยักหน้าเบาๆ  ก่อนจะแอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อแอลดีนคลายแขนจากเอวของตัวเอง

“อ่ะ”เป็นอีกครั้งที่ซีไนน์สะดุ้งกับเช้าวันนี้เมื่อจู่ๆแอลดีนก็ก้มลงมาหอมแก้มเขาฟอดใหญ่   ซีไนน์หันไปมองหน้าแอลดีนด้วยสายตาอึ้งๆ

“หอมจัง”แอลดีนยิ้มกว้างแล้วตอบ   ไม่เคยเห็นแอลดีนยิ้มกว้างขนาดนี้กับเขา  ซีไนน์ยืนนิ่งมองรอยยิ้มนั้น  แล้วเผลอยิ้มออกมาบางๆ

“ไปอาบน้ำเถอะครับ”เมื่อตั้งสติได้ก็ดันแอลดีนให้ไปทางห้องนอนของตัวเอง  ส่วนเขาก็เดินกลับไปห้องครัว  แล้วจัดการจัดโต๊ะอาหาร   ใบหน้าหวานที่ตอนนี้มีรอยยิ้มเล็กๆประดับ   ดวงตาเต็มไปด้วยความสุข

 

แอลดีนมองคนที่นั่งกินอาหารอยู่ตรงหน้าตัวเองเงียบๆ  ยกยิ้มออกมาบางๆ  ตักกับข้าวใส่จานคนตัวเล็กเงียบๆ  ส่งยิ้มบางๆเมื่อซีไนน์เงยหน้ามองเขาแว่บหนึ่ง   แล้วก็นั่งมองคนตรงหน้าต่อ  มือก็ตักเข้าปากบางครั้ง 

 

เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาแต่ไม่เห็นซีไนน์อยู่ข้างตัวเองก็ตกใจ  เพราะเมื่อคืนซีไนน์นอนสั่นในอ้อมแขนเขาเมื่อมีไข้เล็กน้อย    กลัวคนตัวเล็กจะเป็นอะไรไป  แต่เมื่อเห็นว่ามีแรงทำอาหารเขาก็หายห่วง  แม้เจ้าตัวจะยังเดินกางขาอยู่บ้างเล็กน้อย

“คุณหนู”

“เอ๊ะ.. ครับ”ซีไนน์เงยหน้าเมื่อได้ยินคนที่นั่งตรงข้ามเรียกเขา  มองไปที่จานแอลดีนก็เห็นว่าแอลดีนรวบช้อนเรียบร้อยแล้ว  เขาก็เลยรวบช้อนตามบ้าง  เช้านี้เขารู้สึกอิ่มแล้ว

“ยังเจ็บมากไหมครับ”แอลดีนถามแววตาแสดงถึงความกังวล  แต่ซีไนน์กลับก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย 

จริงสิ  เพราะกิจกรรมเมื่อคืนทำให้เช้านี้เขาเดินตรงปกติเหมือนเดิมไม่ได้เลย  มันเจ็บมากๆเมื่อเขาพยายามเดินให้เป็นปกติซีไนน์ส่ายหน้าช้าๆให้  ให้ตายเถอะ  ทำไมเขาไม่กล้าสู้หน้าแอลดีนในเวลานี้นะ

“งั้นเดี่ยวอาทายาให้นะ”แอลดีนยกยิ้มบอกกับอีกคน  แต่ซีไนน์กลับรีบยกมือปฏิเสธ

“เอ่อ  ม..ไม่เป็นไรครับ  ซีนทาเองดีกว่า”

“ครับ”แอลดีนพยักหน้าเมื่อได้ยินซีไนน์ยืนยันอย่างนั้น

ซีไนน์เมื่อเห็นว่าแอลดีนเอาแต่นั่งจ้องตัวเองก็เริ่มรู้สึกหน้าร้อนผ่าว  รีบเก็บจานทั้งของตัวเองและของแอลดีนแล้วหันหลังไปที่อ่างล้างจาน

ลงมือล้างจานเงียบๆ  เหลียวหลังกลับไปที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง  ก็ยังเห็นแอลดีนนั่งจ้องเขาไม่ละสายตา  จนซีไนน์ต้องรีบหันกลับมาทางเดิม

 

แอลดีนไม่ได้กำลังให้ความหวังเขาใช่ไหม?

เขาไม่ได้ดีใจจนเกินเหตุใช่ไหมกับการกระทำของอีกคน?

แอลดีนจะไม่เย็นชาใส่เขาอีกแล้วใช่ไหม?

แอลดีนมองเห็นเขาบ้างแล้วใช่ไหม?

หลายคำถามที่วิ่งเข้ามาในความคิดของซีไนน์   จนกระทั่งเสร็จจากการล้างจานหันกลับไปก็ยังเห็นแอลดีนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเหมือนเดิม  และยังคงจ้องมาที่เขาไม่ละสายตา

“เอ่อ..  ซีน  กลับไปห้องนอนก่อนนะครับ  ว่าจะไปเก็บผ้าเอาไปซักสักหน่อย” ซีไนน์ชี้ไปทางประตูพูดกับอีกคนด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจนัก

แต่เมื่อไม่เห็นว่าแอลดีนไม่ตอบอะไรก็เลยเลือกที่จะเดินไป  ขืนยังยืนจ้องตาอยู่อย่างนี้  เขาว่าหัวใจเขาคงได้หยุดเต้นแน่ๆ

“เดี่ยวครับคุณหนู”แอลดีนเรียกไว้  ลุกจากเก้าอี้ก้าวขาหาซีไนน์ที่ตอนนี้กำลังยืนกัดปากตัวเองแน่น

“ผมขอโทษ....”คำพูดที่หลุดออกจากปากแอลดีนเบาๆแต่ซีไนน์กลับรู้สึกว่ามันดังก้องในหัวเขาตอนนี้  มองสีหน้าจริงจังของแอลดีน

 

กำลังจะบอกให้ซีนลืมเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม?

กำลังจะบอกเขาเหมือนครั้งก่อนรึเปล่า?

ซีไนน์กำมือตัวเองแน่น  อกกระเพื่อมเล็กน้อยตามแรงหายใจ  กระพริบตาถี่เมื่อรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ 

  แม้ว่าเขาทำใจมาตั้งแต่เช้ากับทุกคำพูดที่จะต้องได้ยินในเช้าวันนี้  แต่เอาจริงๆ เขาก็ไม่อยากฟังคำที่มันใจร้ายกับเขานักหรอก

“แต่ตอนนี้คุณหนูเป็นของอาแล้ว  คงมองใครไม่ได้อีกแล้วนะครับ”  แอลดีนพูดต่อ  จับบ่าเล็กแล้วจ้องเข้าไปในดวงตาใสที่ตอนแรกมีเพียงน้ำตารื้นขึ้นแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าน้ำตามันไหลออกมาอาบทั้งสองแก้ม  จนแอลดีนต้องกอดไว้แล้วลูบหลังเบาๆ

“ไว้คุณหนูพร้อม   ทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่  อาจะเป็นคนบอกเรื่องทุกอย่างกับคุณท่านเอง  คุณหนูไม่ต้องกลัวนะครับ”  แอลดีนพูดน้ำเสียงอ่อนโยนกับคนในอก   ซีไนน์ส่ายหน้าช้าๆกับอกกว้างที่ตอนนี้เสื้อของแอลดีนชุ่มไปด้วยน้ำตาของเขา

“ม..ไม่  ซีนไม่ได้อยากให้คุณอามารับผิดชอบซีนเลยสักนิด  ฮรึก  ซีนไม่ได้อยากให้คุณอาลำบากใจเลยสักนิด  ฮือๆๆ” ซีไนน์สะอื้นตัวโยนกับอ้อมกอด

เขาไม่ได้อยากให้แอลดีนต้องมาลำบากรับผิดชอบเขาเลย   หากมันทำให้แอลดีนมันลำบากใจแล้วเขาจะสบายใจหรอ 

ไม่เลย   แค่แอลดีนไม่เย็นชาใส่เขา  อ่อนโยนกับเขาเหมือนตอนนี้บ้าง  แค่แอลดีนไม่เดินไปออกจากบ้านหลังนี้  ไม่ไปอยู่ไกลจากเขา  อยู่กับเขาที่นี่ แค่นั้นเพียงแค่นั้นเขาก็ดีใจแล้ว

“ไม่ครับ  อาไม่ได้ลำบากใจเลยสักนิด” แอลดีนลูบหลังซีไนน์เบาๆ  ตอบสิ่งที่อยู่ในใจเขา 

แม้หลายอย่างสำหรับเขาต่อไปนี้จะลำบากมากขึ้น  แต่เขาก็ไม่ลำบากใจกับสิ่งที่เขากำลังให้สัญญากับคนในอ้อมกอดนี้เด็ดขาด

“ฮรึกก   ฮือออ ๆๆ”ซีไนน์ยังคงร้องไห้สะอื้นกับอกกว้าง น้ำตาที่ดูเหมือนจะหยุดไหลง่ายๆไม่ได้  จนแอลดีนก็ดันร่างบางออกมา  ยกมือเช็ดน้ำตาให้คนหน้าหวานอย่างแผ่วเบา  ยิ้มให้บางๆ

“เชื่อใจอานะ”แอลดีนจ้องเข้าไปในตาของซีไนน์  ส่งแววตายืนยันคำพูดของตัวเอง  จนซีไนน์ยอมพยักหน้าสองสามครั้งยอมรับ

“ขอบคุณครับ”  ซีไนน์เอ่ยขอบคุณเบาๆ  ยกมือปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ  แม้ร่างกายจะยังสั่นตามแรงสะอื้น

 

แอลดีนจับมือนิ่มไว้แล้วพาไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น  กอดคนร่างบางไว้หลวมๆ    จูบที่หน้าผากเบาๆ   แล้วหันไปจ้องตา

“ถ้ายังไม่เลิกร้อง  อาว่าคงต้องทำให้เสียงร้องไห้เปลี่ยนไปเป็นเสียงแบบเมื่อคืนแล้วล่ะ”  ว่าแล้วก็ยกยิ้มบางๆ  ซีไนน์รีบหยุดสะอื้นแม้จะสะอึกบ้างบางครั้ง  ยกมือทุบแขนคนร่างโตเบาๆพลางก้มหน้าหงุด  จนแอลดีนต้องปล่อยเสียงหัวเราะออกมา

“ฮ่ะๆๆๆ  อาพูดเล่น”  ยกมือขยี้ผมนุ่มของคนที่นั่งข้างๆ   ซีไนน์มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยยิ้มของแอลดีน   เอียงหัวซบกับไหล่กว้าง   เขาไม่เคยได้ยินแอลดีนหัวเราะแบบนี้เลยสักครั้ง

“ไม่ไปซักผ้าแล้วหรอครับ  หรือว่าอยากทำอย่างอื่นแทน”  แอลดีนถาม  มือก็ยกโอบคนข้างๆไว้  ซีไนน์รีบลุกขึ้นแทบจะทันทีเมื่อได้ยินคำถาม

“อ้ะ”กัดปากตัวเองเล็กน้อยเมื่อลุกเร็วจนเจ็บสะโพก

“ระวังหน่อยสิครับ  ยังไม่หายนี่    ถ้าหายช้า  อาก็อดทำเหมือนเมื่อคืนเร็วๆสิ”แอลดีนจับข้อมือของซีไนน์ไว้เมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวดของอีกคน  ก่อนจะพูดพร้อมยกยิ้ม  จนซีไนน์รีบดึงมือตัวเองออกจากการจับกุมของแอลดีน แล้วรีบเดินออกไปพร้อมที่หน้าแดงลามไปถึงใบหู แอลดีนมองตามหลังด้วยรอยยิ้มจนร่างของอีกคนหายลับเข้าไปในห้องตัวเอง แอลดีนถอนหายใจออกมาช้าๆ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ผมจะไม่จากคุณหนูไปไหน  และจะไม่ล่อยให้คุณหนูไปไกลจากผม

 

 

เสียงกริ่งดังขึ้นหน้าห้อง  ควานลินงัวเงียตื่นขึ้นมา  มองนาฬิกาที่หัวเตียง  บอกเวลา9โมงกว่าแล้ว  มองไปที่คนข้างๆที่กำลังหลับสนิทแล้วก็ยิ้มให้บางๆ  

เมื่อคืนเขากลับมาจากงาน  ลูคัสก็หลับไปแล้ว   คงจะหลับเร็วเพราะฤทธิ์ยา  ควานลินขยี้ตาตัวเองเข้าไปล้างหน้าแล้วก็หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดหน้าลวกๆแล้วก็วิ่งไปที่ประตู   คงเป็นกาวิญญูไม่ก็โลแกนที่มาหาลูคัสในทุกๆวัน

 

ควานลินบิดลูกบิดเปิดประตูช้าๆ  ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นแขกที่มาหาในเช้านี้

“พ...พี่แรม   สวัสดีครับ”ควานลินเอ่ยน้ำเสียงสั่นๆ แรมระวีเหลือบมองควานลินแว่บหนึ่งแล้วก็เดินเข้าในห้องไม่พูดอะไรออกมา  ราวกับว่าอีกคนเป็นเพียงอากาศธาตุเพียงเท่านั้น ควานลินได้แต่อ้าปากค้างมองตามหลัง  ก่อนจะปิดประตูแล้วค่อยๆเดินตามหลังแรมระวีไป

มองแรมระวีที่เข้าไปในห้องนอน  พอจะตามเข้าไปก็ปรากฏว่าแรมระวีล็อคประตูไปซะแล้ว 

เขาได้แต่ยืนนิ่ง  ก่อนเงี่ยหูเมื่อได้ยินเสียงบทสนทนาของคนข้างในดังออกมาแม้จะไม่ชัดนัก   แต่ก็พอจับใจความได้

“หายหัวไปไหนมามึง” เสียงลูคัสดังขึ้นถามเพื่อน

“ถ้ากูไม่มามึงก็ไม่ถามถึงกูหรอก  มีคนดูแลให้หายวันหายคืนแล้วนี่”  เสียงแรมระวีที่ดังขึ้นทำให้ควานลินต้องยกมือกัดเล็บตัวเองเบาๆ

“เป็นไรของมึง”

“กูเป็นไรมึงสนด้วยรึไง”

“แรม  มึงจะประชดกูอีกนานไหม”

“......”

“แล้วมึงมีอะไร”

“ก็เรื่อง........”  ควานลินแนบตัวเข้ากับประตู  พยายามเงี่ยหูฟังบทสนทนาข้างใน  แต่จู่ๆก็รู้สึกเหมือนตัวปลิวเมื่อประตูถูกเปิดอย่างกะทันหัน   จนทำให้ควานลินเซเข้าไปภายในห้องอย่างแรง  

เจ้าตัวมองคนสองคนพร้อมยกยิ้มแห้งๆมองไปยังลูคัสที่กำลังยกยิ้มบางๆมองมาทางเขา

“คือ...น้อง   น้องขอโทษที่แอบฟัง”ควานลินกล่าวขอโทษพร้อมสารภาพออกมาตามตรง    ลูคัสยิ้มให้คนตัวเล็กอย่างไม่ถือสา

“คุยกันต่อเลยครับ  น้องว่าจะกลับห้องสักหน่อย  ....  ครับ”   ควานลินกล่าวออกมา  อย่างลังเล  มองไปที่ลูคัสที  เหลือบมองแรมระวีที่กำลังทำหน้าเครียดที

“พี่ไปส่งครับ” แรมระวีเอ่ยออกมาเสียงแข็งๆ  ก่อนจะเดินนำหน้าเขาออกไปจากห้อง

“เอ่อ.....”ควานลินได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง   มองไปที่ลูคัส  คนร่างสูงกวักมือเรียกเขา  ควานลินเดินไปริมเตียงฝั่งที่ลูคัสนั่งพิงหัวตียง   เอียงหัวเข้าไปหาเมื่อลูคัสกระดิกนิ้วให้เข้าหา

จุ้ป

จุ้ปเบาๆที่ปากของเขาจากลูคัส   แล้วก็พยักหน้าพร้อมส่งยิ้มให้   ควานลินก็มองดวงตาสีควันบุหรี่นิ่งๆก่อนจะเดินออกจากห้องตามแรมระวีไป

ควานลินมองแผ่นหลังของแรมระวี   เหลือบมองทีหนึ่งเมื่ออีกคนเปิดประตูรอเขา เขาคิดว่าแรมระวีจะพูดอะไรกับเขาซะอีกเช่น  ต่อไปไม่ต้องมาหาลูคัสอีกแล้วนะ  หรือ  พี่เตือนแล้วนะ  อะไรประมาณนี้

แต่เปล่าเลย กลับกัน  แรมระวีเหมือนจะส่งยิ้มให้เขาบางๆ   จนเขาแปลกใจ  แต่ก็ส่งยิ้มบางๆกลับไปให้เช่นกัน    แล้วก็เดินออกมาจากห้องของลูคัส   ทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง  เขาก็ยืนเคว้งหน้าห้องอยู่สักพัก

เปล่าหรอก  ไม่ใช่ว่าเขาลืมทางกลับห้อง

แต่เขาเหมือนรู้สึกอะไรสักอย่าง

อะไรสักอย่างที่เขารู้สึกทั้งสบายใจและอัดอึดกับแววตาของแรมระวี  ในคราวเดียวกัน

คิดมากไปแล้วเรา   ไปอคติกับพี่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

ควานลินสะบัดหน้าตัวเองเบาๆสองสามครั้งก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์

 

 

 

“มึงมีอะไร”  ลูคัสถามเสียงเรียบเมื่อเห็นแรมระวีเดินกลับเข้ามาในห้อง

“นายท่านมีงานใหม่  แต่ท่านอยากคุยกับมึงเอง” แรมระวีเอ่ยเสียงเครียด   ยืนกอดอกมองไปที่ลูคัสนิ่งๆ

“แล้วทำไมปู่ไม่โทรบอกกูเอง” ลูคัสถาม  มองเพื่อนอย่างสงสัย  เขาไม่เคยเห็นแรมระวีทำหน้าเครียดขนาดนี้ทุกครั้งที่รู้ว่ามีงานใหม่ต้องทำ   หรือเพราะเครียดที่ยังเห็นว่าเขายังไม่หายดี

“เดี่ยวก็คงโทร  กูแค่มาบอกมึงล่วงหน้า  เพราะงานนี้มึงคงต้องคิดให้รอบคอบ”

“ทำไม  คนใหญ่คนโตรึไง  กูก็ผ่านหลายคนแล้วนี่” ลูคัสแค่นหัวเราะ  ทั้งๆที่เขาเองก็เริ่มไม่รู้สึกสนุกแล้ว

“ก็ไม่เชิง”  แรมระวีส่ายหน้าช้าๆก่อนจะพูดต่อ

“คนตระกูลรุ่งรัตนทิพากร”แรมระวีเอ่ยออกมาเบาๆ  ลูคัสหันไปจ้องเพื่อนช้าๆ  จ้องไปที่ดวงตาของเพื่อนที่กำลังมองเขาอย่างเคร่งเครียด

“มึงว่ายังไงนะ”ลูคัสถามย้ำอีกครั้ง

“มึงรู้ใช่ไหมนามสกุลใคร”แรมระวีถามเพื่อนอีกครั้ง  ไม่ได้สนใจตอบคำถามเพื่อน   มองไปยังลูคัสที่มองหน้าเขานิ่ง

“มึงพูดอะไร”ลูคัสถามเบาๆ   ทำไมจะไม่รู้ว่านามสกุลใคร

“คนที่นายท่านจะสั่งให้เราฆ่า ไม่ นายท่านบอกให้มึงเป็นคนทำคนเดียว   คือคนในบ้านรุ่งรัตนทิพากร”แรมระวีพิงผนังห้องตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่เขาเองก็ลำบากใจ  รู้สึกเจ็บแปลบที่คอเมื่อถูกเสื้อเสียดสี  เมื่อจู่ๆลูคัสลงจากเตียงแล้วเดินมายกคอเสื้อเขา

“มึงล้อกูเล่นใช่ไหมแรม”  เสียงลูคัสเอ่ยออกมาสั่นๆ

“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้”  แรมระวีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่กูก็ไม่รู้หรอกว่าใครคือคนที่นายท่านต้องการ”  แรมระวีพูดต่อ  ลูคัสค่อยๆคลายคอเสื้อของแรมระวีก่อนจะเดินหันหลังไปทิ้งตัวที่ขอบเตียง

“แล้วมึงรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

“นายท่านเป็นคนบอกกู”แรมระวีเอ่ยเบาๆ  มองไหล่ตกของเพื่อน

“กูไม่ทำ”ลูคัสเอ่ยออกมาเบาๆ  หากแต่ก็หนักแน่นพอ

“กูว่าบางทีมึงอาจจะต้องกลับคำพูด”

“มึงหมายความว่ายังไง”ลูคัสถามแต่สายตาก็ยังมองไปที่พื้นห้อง

“คนในบ้านนี้  เกี่ยวข้องกับแม่ของมึง”แรมระวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“แม่?  ของกู?”  ลูคัสขมวดคิ้ว หึ! แม่อย่างนั้นหรอ   ตั้งแต่จำความได้เขาก็ไม่รู้จักคำว่าแม่เลยสักครั้ง

“ที่มึงต้องกลายเป็นลูกกำพร้าก็เพราะคนบ้านนี้  พวกเขาเกี่ยวข้องกับการตายของแม่มึง”แรมระวีเอ่ยต่อ

“หึ  นี่มันอะไรกันวะ  มึงเล่นตลกอะไรกับกูไอ้แรม”ลูคัสแค่นหัวเราะ  ทั้งๆที่ตอนนี้หัวใจของเขามันเหมือนถูกบีบ ทั้งแววตาและน้ำเสียงของแรมระวีไม่มีท่าทางทีเรียกว่าล้อเล่นเลยสักนิด

“กูไม่ได้เล่นตลก  แต่ถ้ามึงอยากรู้เรื่องทุกอย่าง  มึงก็ควรจะไปหาคำตอบจากนายท่านเอง  กูก็บอกได้แค่นี้”แรมระวีพูดจบก็เดินมาตบบ่าเพื่อนเบาๆ  แล้วก็เดินออกไปจากห้องเงียบ   ปิดประตูลงเบาๆทิ้งให้ลูคัสนั่งอยู่กับความคิดของตัวเองคนเดียวในห้องกว้าง

______________________________________

คู่พี่ซีนเค้าหวานกันดีแล้วนะฮะ  หมดห่วงแล้วนะ  5555555555555555555

แต่คู่ที่ต้องเป็นห่วงดูเหมือนจะเป็น...

เห้อมมมม  อ่านเองยังอึดอัดเอง   ไอ้บ้าเอ้ยยยยยยยยย

55555555555555555555555555555555555555555555

เอาเถอะ    โปรดไปนะ   จะบ่นอะไรบ่นได้นะ   อ่านจบแล้ว แล้วอึดอัดก็ระบายได้นะ

โปรดก็อึดอัด   โว้ยยยยยยยยยยยยย5555555555555555

ไปนะงับ  จุ้ปๆ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว