อาสารักษ์
ตอนที่ 1 แอบรัก
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ 1 แอบรัก

ตอนที่ 1   แอบรัก

รักแรกในช่วงชีวิตวัยรุ่น สาวน้อยชะเง้อมองตามรุ่นพี่ที่ตนชื่นชอบเก็บไปฝันพอเป็นกำลังใจ ทำเพียงแค่มองจนรุ่นพี่สุดฮอตเดินผ่านไปจนลับตา บางวันก็ทำทีนั่งทำการบ้านรอเวลาพ่อมารับกลับบ้าน แต่ที่จริงแล้วก็แอบไปนั่งดูเขาคนนั้นเล่นกีฬาอยู่ขอบสนาม พรนับพันทำเช่นนี้มาหลายปี เพื่อนๆ หลายคนพยายามยุให้สาวน้อยไปสารภาพรัก แต่เธอก็ไม่กล้า พอใจที่จะแอบมองเขาอยู่ห่างๆ จนรุ่นพี่ที่ตนชื่นชอบสอบติดโรงเรียนนายร้อยออกจากโรงเรียนไป โดยที่เธอไม่ได้พบกับพี่คนนั้นอีก

มีเพียงความประทับใจเดียวที่จำได้ก็คือพี่คิวเคยช่วยเธอเอาไว้ในวันกีฬาสีปีแรกที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ หากไม่ได้เขาเธอคงต้องเจ็บตัวเพราะถูกรถชนที่หน้าโรงเรียน ด้วยความตกใจเธอไม่ทันได้เอ่ยขอบคุณคนใจดีเลยด้วยซ้ำ พอหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียนร้องเรียกพี่คิวก็รีบวิ่งไปหา พรนับพันมองรูปถ่ายในมือพร้อมกับอมยิ้ม ไม่ว่าจะผ่านมานานหลายปีแล้ว รุ่นพี่คนนี้ก็ยังอยู่ในใจของเธอเสมอ ทั้งที่แอบมองมานาน ชอบเขามากขนาดนั้นแต่ก็ไม่เคยได้คุยกันสักหน

พอจบจากโรงเรียนมาศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในคณะพยาบาลศาสตร์ตามที่ตนฝันไว้ ตั้งแต่เล็กหญิงสาวคุ้นชินกับเครื่องแบบพยาบาลที่มารดาสวมใส่คิดมาตลอดว่าจะเป็นอย่างมารดาให้ได้ วันนี้ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งที่เธอได้ก้าวเข้ามาใกล้สิ่งที่ตั้งใจเอาไว้

 ปิดเทอมปีแรกหญิงสาวมีโอกาสได้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน วันนี้คุณแม่สวมชุดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนยังถิ่นทุรกันดารลงมาจากชั้นสองของบ้าน มีคุณพ่อเดินตามลงมาสมทบเพื่อไปส่งคุณแม่ให้ทันเวลานัดหมาย

  “ลงมาตั้งแต่เช้าแบบนี้ วันนี้ไปไหนคะแม่” ลูกสาวเข้าไปกอดมารดาหอมแก้มซ้ายขวาอย่างที่เคยทำ

 “ออกหน่วยแพทย์จ๊ะ วันนี้ไปไกล รถออกแต่เช้า” มารดายิ้ม พร้อมกับเอ่ยตอบลูกสาวคนเล็ก

“จำได้ว่าแต่ก่อนวิชเคยไปส่งแม่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ศาลากลางจังหวัด เดี๋ยวนี้ไม่มีให้ขึ้นแล้วหรือคะ” ลูกสาวเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยมานาน

“ไม่มีให้ขึ้นแล้วจ๊ะลูก เดี๋ยวนี้ถนนหนทางสะดวกสบายขึ้น รถยนต์ก็ไปถึงหมดแล้วล่ะ”

“น่าเสียดาย ที่วิชเรียนพยาบาลนี่เพราะอยากจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกหน่วยแพทย์เหมือนแม่เลยนะ”

“สองแม่ลูกมัวแต่อ้อนกันอยู่นั่น เดี๋ยวก็ไปไม่ทันตกรถกันพอดี” คุณ คฑา บิดาของหญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าใกล้เวลา

“โชคดีนะคะแม่ เย็นนี้วิชจะทำกับข้าวอร่อยๆ ไว้รอ”

“แล้วพ่อล่ะยัยวิช” บิดาเห็นว่าลูกสาวให้ความสำคัญกับศรีภรรยาเลยเอ่ยท้วงลูกสาว

“วิชก็รักพ่อค่า” ลูกสาวเข้าไปกอดบิดาพร้อมกับหอมแก้มทั้งสองข้างเช่นที่ทำกับมารดา

“อยู่บ้านเป็นเด็กดีล่ะ อย่าไปกวนพี่บรีซอ่านหนังสือนะยัยตัวแสบ”

“ค่า  รีบๆ กลับมานะคะ”  ลูกสาวคนเล็กเดินไปส่งคุณพ่อคุณแม่ขึ้นรถ พร้อมกับรอปิดประตูบ้าน

เมื่อเห็นว่ารถของคุณพ่อไปไกลจนลับตาแล้วหญิงสาวก็ลากประตูเหล็กปิดเข้ามาพร้อมกับคล้องลูกกุญแจเอาไว้ตามความเคยชิน  ถึงแม้หมู่บ้านจัดสรรที่อาศัยอยู่จะไม่มีประวัติโจรเข้ามางัดแงะ แต่คุณพ่อก็เตือนอยู่เสมอว่าเราต้องระวังตัวเอาไว้ดีกว่ารอให้เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นซะก่อน

“วิช คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงานแล้วเหรอ” เสียงของพี่สาวตะโกนถามมาจากบนบ้านด้วยเวลานี้ยังเช้าอยู่ ไม่ใช่เวลาปกติที่บิดามารดาออกไปทำงาน

“ไปแล้วจ้า วันนี้คุณแม่ออกหน่วยแพทย์ คุณพ่อก็เลยพาออกไปแต่เช้า” น้องสาวบอกพี่สาวพร้อมกับเดินเข้าครัวเพื่อหาอาหารใส่ท้องมื้อเช้า

“ตัวเอง ทำเผื่อเค้าด้วย เค้าหิว” คนที่เพิ่งลงมาจากชั้นสองชะโงกหน้าบอกน้องสาวที่กำลังเตรียมข้าวของประกอบอาหารที่หน้าเตาแก๊ส

“อะไรกันพี่บรี๊ซ ตัวเองนั่นแหละมาทำให้เค้ากินซะดีๆ” น้องสาวเอ่ยสวนกลับพร้อมกับยื่นตะหลิวในมือส่งให้

“ไม่เอาอ่ะ วันนี้อยากกินฝีมือพยาบาลคนสวย นะนะ” พี่สาวอ้อนน้องสาว ส่งยิ้มให้จนตาหยี

“ก็ได้ เห็นแก่คนตาโหลเป็นหมีแพนด้าหรอกนะถึงยอมทำให้กิน”

“ดีมากน้องสาวที่รัก เค้าไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ”

ชื่นชีวัน หรือพี่บรี๊ซ พี่สาวคนโตของบ้าน ด้วยความที่อายุห่างจากพรนับพันเพียงแค่ปีเศษทำให้สองสาวอยู่กันแบบเพื่อนสนิท เรียกแทนตัวว่าเค้ากับตัวเองซะจนเคยชิน มีหลายครั้งที่โดนเหมาว่าเป็นแฝดด้วยความที่หน้าตาน่ารัก ละม้ายคล้ายกันมากจนโดนทักผิดบ่อยๆ

“มาแล้วๆ ข้าวไข่เจียวหมูสับ ตั้งใจทำให้เลยนะ” พรนับพันข้าวราดไข่เจียวให้ชื่นชีวัน ก่อนที่จะเข้าไปหยิบจานของตัวเองที่อยู่ในครัวมานั่งกินข้าวเช้าพร้อมกันหน้าทีวี

“อ่านอะไรหรอ เล่มหน๊าหนา หนุนนอนได้เลยนะนั่น” น้องสาวเอ่ยถามพี่สาวพร้อมกับทำหน้าขยาด กับจำนวนหน้าหนังสือที่ปรากฏให้เห็น

“กฎหมายที่เกี่ยวกับสื่อมวลชน อ่านด้วยไหมล่ะ”

“ไม่เอา แค่หนังสือเรียนของเค้า เค้ายังขี้เกียจจะอ่าน ตัวเองอ่านไปคนเดียวเถอะ”

พรนับพันหันมาสนใจจานข้าวในมือแทนหนังสือเล่มนั้น ข่าวเช้าวันนี้ก็เหมือนๆ ทุกวัน หญิงสาวตักข้าวเข้าปากกินไปเรื่อยๆ ถึงแม้สายตาจะดูโทรทัศน์ แต่หูก็ฟังเพียงผ่านๆ ไม่ได้นึกสนใจเนื้อหาที่มีนัก

“นี่วิช  รู้ไหมว่าพี่คิวที่ตัวเองเคยชอบน่ะ กลับมาอยู่บ้านเราแล้วนะ” ชื่นชีวันเอ่ยบอกน้องสาวถึงข่าวล่ามาแรง ที่เพิ่งทราบจากเพื่อนสมัยมัธยม

“จริงดิ แล้วมาบอกเค้าทำไม”

“แน๊ ทำเป็นไม่สนใจ ถ้าไม่อยากรู้ก็ดี จะได้ไม่เล่าให้เหนื่อย”

“จะเล่าก็เล่าสิพี่บรี๊ซ อย่าลีลา”

“เห็นเค้าว่าย้ายกลับมาเป็นตำรวจที่บ้านเราแต่สังกัดไหนก็ไม่แน่ใจนะ”

“แล้วใครบอกตัว”

“ก็แฟนคลับพี่คิวน่ะสิ  ตอนมัธยมฮอตยังไง ตอนนี้ก็ไม่ต่างกันหรอก พี่แกหล่อชวนฝันกระชากใจสาวขนาดนั้น คนข้างๆ ก็ยังชอบพี่คิวมาจนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่หรอ” ชื่นชีวิตเอ่ยหยอกน้องสาวพร้อมกับหัวเราะ

“ใครบอก ตอนนี้เราชอบคนอื่นแล้วต่างหาก” พรนับพันพยายามปฏิเสธ

“ ออพี่โป๊ป ธนวรรธน์ใช่ไหมรักใหม่ของตัว แต่รู้สึกว่าพี่คิวก็หน้าคล้ายๆ พี่โป๊บอยู่นะ” พี่สาวพยายามเออออไปด้วยแต่ก็กลับหัวเราะขึ้นมาอีก

“ไม่เอาละ ไม่คุยกับตัวดีกว่า ตัวชอบแกล้งเค้า”  น้องสาวหาจังหวะลุกหนีไปล้างจานที่หลังบ้าน ในขณะที่พี่สาวยึดพื้นที่อ่านหนังสือในมือต่อไป

ด้วยความที่ยังไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอัน ว่างจนพรนับพันทนอยู่ที่บ้านไม่ไหว หญิงสาวจึงปั่นจักรยานคู่ใจมาที่โรงเรียนซึ่งเวลานี้มีนักเรียนจับกลุ่มทำกิจกรรมเพียงไม่กี่คนเพราะยังอยู่ในช่วงปิดเทอม

อาคารเรียนแลสถานที่ต่างๆ ในโรงเรียนแห่งนี้ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรแปลกตา แค่ว่าเวลานี้ไม่มีเพื่อนๆ ที่เคยเรียนด้วยกันมาเดินเผ่นผ่านหยอกล้อกันอย่างที่เคย

“พรนับพัน  มาทำอะไรหรือลูก” คุณครูเรือนงามที่เดินผ่านมาเห็นหญิงสาวจอดจักรยานอยู่ข้างตึกก็เรียกหาลูกศิษย์รัก หญิงสาวจอดจักรยาน เดินเข้ามาไหว้คุณครู

“คิดถึงโรงเรียนก็เลยปั่นจักรยานเข้ามาดูค่ะครู”

“เป็นอย่างไรบ้างลูก ไปเรียนพยาบาลเรียนหนักไหม”

“ตอนนี้ยังค่ะครูแต่ปีนี้ท่าจะหนัก ก็เลยรีบกลับมาเยี่ยมบ้านก่อนจะไม่มีเวลาได้มา แล้วนี่ครูไปไหนมาคะ”

“นัดกับกันดิศเอาไว้ ครูว่าหนูน่าจะเข้ามาเรียนทันพี่เค้านะ”

“พี่คิวหรือคะอาจารย์”

“ใช่ๆ พอดีว่าที่โรงเรียนเราจะมีงานรวมศิษย์เก่า มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ก็เลยเชิญประธานนักเรียนแต่ละรุ่นมาประชุมกัน มีกันดิศนี่แหละเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้” คูณครูเอ่ยชมพร้อมกับยิ้ม

“นั่นรถเค้ามาพอดี ครูไปก่อนนะลูก” หญิงสาวไหว้ลาคุณครูพร้อมกับมองไปยังรถที่แล่นเข้าไปจอดใต้ตึกวิทยาศาสตร์ที่อยู่ไกลออกไป

ชายหนุ่มลงมาจากรถกะบะสีบอร์นทอง สวมชุดเครื่องแบบสนามสีเขียว   ร่างสูงที่อยู่ไกลๆ ดูหนาบึกบึนผิดตา พรนับพันอยากจะปั่นจักรยานเข้าไปดูคนที่ไม่ได้พบกันนานใกล้ๆ แต่ก็ใจไม่กล้าพอ ทำได้เพียงแค่มองร่างสูงที่ยืนอยู่ก้าวเดินขึ้นตึกไปจนลับตา

“แค่ได้เห็นก็ดีใจแล้ว อย่าบ้ามากไปกว่านี้เลยวิชเอ๊ย” หญิงสาวบ่นกับตัวเองก่อนจะคว้าจักยานที่จอดอยู่มาปั่นกลับบ้าน

เสียงเปิดประตูรั่วเหล็กเป็นสัญญาณให้คนที่นอนรอน้องสาวเดินออกมาดูคนที่หนีออกไปเที่ยวโดยไม่ยอมบอกกล่าว

“ตัวเองไปไหนมา” เสียงพี่สาวถามน้องที่เพิ่งเดินเข้าบ้าน

“ไปโรงเรียนมาน่ะสิ” น้องสาวเอ่ยตอบ พร้อมกับนั่งอังพัดลมเพื่อถ่ายเทความร้อนออกจากตัว

“แดดร้อนขนาดนั้นออกไปทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบาย”

“ตัวเอง รู้ไหมเมื่อกี้เค้าไปเจอใครที่โรงเรียน” พรนับพันเอ่ยถามพี่สาวด้วยดวงตาพราวแสงอย่างอารมณ์ดี

“ไปเจอใคร บอกมาเดี๋ยวนี้เลย”

“ครูเรือนงาม” น้องสาวตอบแบบเฉไฉ พร้อมกับยิ้มหน้าบาน

“ไม่น่าใช่ เจอใครอีก บอกมาเลยนะ”

“เจอคนที่ตัวพูดถึงเมื่อเช้า เจอตัวเป็นๆเลย”

“พี่คิวน่ะเหรอ จริงดิ” ชื่นชีวันเอ่ยถามพร้อมกับตื่นเต้นไปกับน้องสาว

“เมื่อเช้าตัวบอกเค้าว่าพี่คิวเป็นตำรวจ ทำไมเค้าเห็นใส่ชุดสีเขียวเหมือนทหาร” พรนับพันเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย

“ตำรวจชุดเขียวก็มีย่ะ ตชด. น่ะ รู้จักไหม” ชื่นชีวิตเอ่ยตอบน้องสาว

“จะไปรู้ได้ยังไง ไม่เคยมีแฟนเป็นตำรวจ”

“เออนะ หัดรู้เอาไว้บ้าง เผื่อจะได้มีแฟนเป็นตำรวจสมใจ”

พี่สาวขี้เกียจเถียงน้องที่ทำหน้ามึนตาใส หยิบหนังสือที่วางไว้ข้างตัวขึ้นมาอ่านตัดความสนใจคนหน้ามึน  ส่วนอีกคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความสุขก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนโซฟาหน้าทีวีที่ปิดเสียงเอาไว้

พี่คิวที่เห็นในวันนี้ดูต่างจากแต่ก่อนลิลับ แม้จะเห็นไกลๆก็รู้ว่าเขาดูสูงขึ้น หุ่นที่เคยสูงชะลูดผอมบางนั้นเปลี่ยนแปลงไปดูบึกบึนแข็งแรง

“นั่นๆ ลองส่องกระจกดูหน้าตัวบ้างเถอะ เคลิ้มจนตาเยิ้มไปหมดแล้ว สงวนท่าทีบ้าง แม่มาเห็นนี่คงถูกหยิกจนเนื้อเขียว จะว่าเค้าไม่เตือน” พี่สาวเอ่ยแซวคนที่เก็บอารมณ์ไม่มิด ก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนของตน


แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น