facebook-icon

พี่เมฆจาก 'รักสุดท้ายนายเพื่อนสนิท' นายไผ่จาก 'บ่วงรักจ้าวทะเลทราย'

ข่าวลือที่ 12 : ผู้สอบสวน

ชื่อตอน : ข่าวลือที่ 12 : ผู้สอบสวน

คำค้น : พี่เมฆ, นายไผ่, ใบสน, ผี, เมียผี, V, Taehyung, BTS, นิยายวายไม่ติดเหรียญ, นิ้วกลาง, 3p

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2561 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข่าวลือที่ 12 : ผู้สอบสวน
แบบอักษร

                วันใหม่ ๆ ได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความขบขันปนเขินอาย เมื่อในคืนที่ผ่านมาสองพี่น้องไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนออดอ้อนให้ผมสอนใช้ถุงยางอนามัยหลังจากได้มันมาจากห้างสรรพสินค้า ครับ ฟังไม่ผิดหรอกครับ เพราะสนเป็นคนหยิบมันมา

“ปวดขา… พี่เมฆใจร้ายใช้ไผ่ยืนต้อนรับลูกค้าตั้งสิบเอ็ดชั่วโมง ลูกค้าก็มาอยู่ได้ ดึกแล้วก็ยังจะมา” ไผ่บ่นงึมงำหลังจากผมทำโทษที่ไผ่เซ้าซี้ให้ผมสอนใช้ถุงยางอนามัยด้วยการจัดตารางงานให้ไผ่ทำงานนานถึงสิบเอ็ดชั่วโมง รวมถึงสนด้วย

                “สนก็ปวด รองเท้ากัดสน แสบเลย” หลังจากอาบน้ำเสร็จสนก็ยกเท้าให้ไผ่ดู สองพี่น้องรักกันดีดูแลกันดี ไม่ดีก็ตรงที่บางครั้งก็เถียงกันจนผมปวดหัว

                สนหันมามองผม นัยน์ตาใส ๆ ริมฝีปากบางที่เม้มนิด ๆ หน้านิ่ง ๆ ทำให้ผมอดสงสารไม่ได้ ดูท่าสนจะเจ็บจริง ๆ แต่ไผ่นี่ไม่แน่ใจว่าแสดงละครตบตาผมรึเปล่า

                “มานี่มา เดี๋ยวพี่ทายาให้” ผมกวักมือเรียก สนลุกจากโซฟาเดินมาหาผมแล้วนั่งลงบนเตียง

                “ยาแสบมั้ย” สนถาม แววตาสนใสซื่อไม่เปลี่ยน

                “ไม่แสบครับ” ผมพูดพลางค่อย ๆ ทายาหม่องลงบนปากแผล มันเย็นนิด ๆ แสบหน่อย ๆ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทาอะไรเลย ยาสมุนไพรพวกนี้หายไวกว่ายาแดงซะอีก เชื่อผมสิ

                “ไผ่ก็ด้วย มานี่ พี่จะนวดยาให้”

                “เย้ ! ไผ่นึกว่าพี่เมฆจะไม่ทำให้ไผ่ซะอีก” ไผ่วิ่งอย่างลืมตัวว่าตัวเองกำลังปวดขาอยู่ ไผ่นั่งลงบนเตียงเหยียดขาสบายใจแล้วยิ้มให้ผม

                “นวดเยอะ ๆ นะ ไผ่เมื่อยมาก ๆ” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ผมนวดขาให้ไผ่พร้อมทายาหม่องลงไปด้วยเพื่อใช้ตัวยาช่วยยืดเส้นและคลายกล้ามเนื้อ

                “เสร็จแล้ว เอาล่ะ นอนซะ ร่างกายได้พักผ่อน” ผมบอก

                “ไผ่ไม่อยากนอน ไผ่อยากดูหนัง” ไผ่พลิกตัวนอนตะแคงข้างมองหน้าผมอย่างยิ้ม ๆ ยิ้มกวนซะด้วยสิ

                “สนก็อยากดู พี่เมฆดูเป็นเพื่อนเราได้มั้ย”

                “ก็ได้ครับ” ผมตอบตกลง คิดไปคิดมาก็สงสารพวกเขาที่ต้องทำงานถึงสิบเอ็ดชั่วโมง ตามใจหน่อยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเห็นสองแฝดทำหน้างอเป็นปลาทูคอหัก

                เราทั้งสามนอนอยู่บนเตียง ทั้งสองกำลังให้ความสนใจกับภาพยนตร์ที่กำลังฉายในจอโทรทัศน์ ไผ่ขำออกมาเมื่อตัวละครสนทนากันด้วยมุกตลก ผมมองสนที่ขำออกมาบ้าง ในขณะที่ผมดูหนังแนวคอมเมดี้ทีไรไม่เคยหัวเราะสักที มีแต่หลับไปตอนไหนไม่รู้แล้วปล่อยให้ทีวีเป็นคนดูผมแทน

                ผมแหงนหน้ามองนาฬิกาข้างกำแพง มันแจ้งเวลาห้าทุ่มกว่า ความจริงพวกเราควรจะนอนได้แล้ว แต่ไผ่กับสนยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วงเลยสักนิด

                “ฮ่า ๆ พี่เมฆดูดิ ไอ้แฝดในหนังมันปลอมตัวเป็นผู้หญิงอย่างฮาอะ”

                “เหมือนพี่ไผ่กับสนเลย เขาเป็นแฝดกัน” สนบอกแล้วนอนก่ายหมอนข้าง

                “ครับ” ผมตอบรับแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์หาไอ้กร เผื่อมันยังไม่หลับจะได้ชวนคุยแล้วปล่อยให้สองพี่น้องดูหนังกันไป

                เสียงข้อความทางไลน์ดังขึ้นทันทีหลังจากที่ผมไลน์ไปถามเพื่อนสนิทว่านอนรึยัง และมันก็ตอบกลับมาว่ายังก่อนส่งมาอีกข้อความว่าจะแวะมาบ้านผมเพราะมันเพิ่งออกไปซื้อไอศกรีมถังใหญ่ที่เซเว่น ไอ้กรเป็นพวกติดของหวานเลยซื้อไอศกรีมติดบ้านไว้เอาไว้กินก่อนนอนสองสามช้อนเล็ก ๆ

                “เดี๋ยวเพื่อนพี่จะแวะมาหา ท่าทางมันจะอยู่ดึก พรุ่งนี้ไม่ต้องทำงานแล้วกัน” ครับ ไอ้กรมาหาทีไรเช้ามาผมต้องหยุดงานทุกที เพราะมันจะชวนดูหนังไม่ก็คุยกันจนตีสามตีสี่ เรียกได้ว่ามีเรื่องคุยกันได้ตลอดเวลา

                ว่าแล้วเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น

                “นั่นไง มาพอดี เดี๋ยวพี่พาเขามารู้จักนะ” หลังจากบอกทั้งสองก็พยักหน้าตอบแต่สายตายังคงจ้องมองไปยังจอสี่เหลี่ยม

                ผมพาเพื่อนสนิทเข้ามาในบ้าน มันมองผมเดินกะเพกก็อดแซวไม่ได้ว่าตอนนี้ผมเป็นไอ้เป๋ แถมยังอยากรู้นักรู้หนาว่าคนที่ดูแลผมอยู่นั้นเป็นใคร มันรู้แค่ว่าไผ่กับสน ‘น่ารัก’ เพราะผมบอกไปแบบนั้น

                “สัด กูอดใจรอเห็นหน้าน้องแฝดมึงไม่ไหวแล้วว่ะ” มันบอกหลังจากเดินตามผมขึ้นบันไดบ้าน

                “ถึงห้องก็เห็นแล้ว” ผมบิดกรประตูเข้ามาในห้อง มันรีบเดินแซงผมแล้วลุกลี้ลุกลนอยากให้ผมพามันไปหาไผ่กับสนเต็มที

                “น้องดูหนังอยู่” เสียงทั้งคู่หัวเราะดังให้ได้ยิน ไอ้กรรีบเอาไอศกรีมไปแช่ในตู้เย็นแล้วกลับมาผลักหลังผมให้ผมพาไปที่เตียงไว ๆ เตียงที่มีตู้เสื้อผ้ากั้นอยู่สองหลัง

                “น่ารักแน่นะมึง พอดีช่วงนี้กูไม่ค่อยมีเด็กคุยด้วยว่ะ” มันกระซิบ ไอ้กรเป็นพวกชอบคุยออนไลน์แล้วก็คบไปทั่ว เรียกได้ว่าเจอกันในโลกออนไลน์แล้วก็คุยกันเชิงชู้สาวอะไรทำนองนั้นทั้งที่ก็มีเด็กคุยเก่า ๆ อยู่ก่อนแล้ว

                “หืม” ซึ่งคำพูดของมันทำให้ผมต้องหันหน้าไปมอง

                “อยากรู้จักน้องเพราะแบบนั้นหรอ” ยอมรับครับว่าที่ถามเพราะผมหวงสองแฝดกับมัน มันเป็นพวกกินทิ้งกินขว้าง พอใจแล้วก็เขี่ยทิ้ง

                “ก็เอาไว้คุยแก้เหงาป้ะวะ”

                “น้องมีโทรศัพท์นะ กูเอาเครื่องเก่าให้ใช้แต่น้องก็ไม่ค่อยใช้ มึงเอาไลน์น้องไปก็ได้แค่เอาไปดองแหละ” และแล้วผมก็พามันมายังเตียงนอนที่ทั้งสองกำลังนอน

                “ไผ่ สน นี่พี่กรเพื่อนพี่ สนชุดนอนน้ำตาล ไผ่ชุดนอนน้ำเงิน” ผมแนะนำให้ไผ่กับสนรู้จักเพื่อนจอมชีกอหน้าหม้อของผม แต่ไอ้กรคงไม่ต้องแล้วล่ะ หลังจากนี้มันคงพยายามทำความรู้จักกับน้อง ๆ ด้วยตัวเอง

                “สวัสดีครับ” ทั้งสองคนลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือไหว้ไอ้กรพร้อมกัน ทันใดนั้นไอ้กรก็เฟรนลี่ผิดปกติ มันรีบดิ่งไปนั่งบนเตียงแล้วกระแซะตัวไปนั่งใกล้ ๆ สนทำอย่างกับคนสนิทสนมและเคยรู้จักกันมาก่อน

                “ดีครับ” มันบอกสนอย่างยิ้ม ๆ

                “ครับ…” สนขยับตัวออกนิด ๆ เพื่อรักษาระยะห่าง แต่ไอ้กรก็ยังจะมุดเข้าไปนั่งในผ้าห่มผืนเดียวกับสน

                “ดูหนังตลกกันอยู่หรอ พี่ชอบดูหนังผี ดูกันมั้ย ดูหลายคนสนุกดี” จมูกมันแทบจะชนแก้มสนเมื่อมันยื่นหน้าไปใกล้ ๆ

                “ไอ้กร ไปหยิบติมมาให้น้องกินดิ เดี๋ยวกูซื้อถังใหม่ให้” ผมพูดแทรกเพื่อให้มันหยุดการกระทำนั้น แต่มันดันไม่สนใจผมเลยสักนิดแถมยังปัดมือไล่ให้ผมเป็นคนไปหยิบมาเองอีก

                “มึงก็ไปหยิบมาดิ กูจะคุยกับน้องเค้า” ในขณะเดียวกัน อยู่ ๆ ไผ่ก็พูดแทรก

                “พี่กรชอบดูหนังผีหรอครับ…” ไผ่ถามเสียงเรียบส่งสายตามองกรด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แอบยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก

                “โหชอบมาก ยิ่งหนังผีที่เป็นปริศนาอย่างให้ทายว่าใครกันแน่ที่เป็นผีนี่พี่ยิ่งชอบ ไม่เชื่อถามไอ้เมฆดิ พี่ทายถูกหมดอะว่าใครเป็นผี”

                “ชอบเกมทายปัญหาสินะ” ไผ่ถามแล้วพยักหน้าให้สนก่อนสั่งให้สนไปหยิบไอศกรีมมาเอง

                “สน ไปหยิบไอติมมาสิ พี่เมฆได้ไม่ต้องเดินเยอะ” คำพูดของไผ่ทำให้สนหลุดจากไอ้กรไปได้

                “เอ้า ๆ ๆ ตกลงมาหาเพื่อนหรือมาหาใคร คุยแต่กับน้องไม่เห็นคุยกับกูบ้างเลย” ผมแซวแล้วทิ้งตัวลงนอนระหว่างกลาง อย่างน้อยก็กั้นไม่ให้มันมานั่งใกล้ไผ่ได้ ไม่ได้หรอก ไอ้นี่มันมือไว แป๊บ ๆ จับตรงนู้น แป๊บ ๆ จับตรงนี้

                “ไอติมมาแล้วครับ” เสียงสนพูด สนยืนถือถังไอติมอยู่ปลายเตียง

                “สนนั่งข้างพี่” ไผ่ออกปากสั่งก่อนหันหน้ามาสบตากับกร

                “น้องไผ่ซุ่มซ่าม ขืนเอาไปกินกลางที่นอนเดี๋ยวเลอะหมด”

                “เลอะก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ซักให้ไอ้เมฆมันเอง ! เรื่องงานบ้านงานครัวพี่ถนัดอยู่แล้ว ฮ่า ๆ”

                “อย่าเลยดีกว่าครับ เอาเป็นว่าเรามาดูหนังกันเถอะ หนังผีมาแล้วล่ะ” ผมมองจอทีวี ความจริงเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าหนังตลกจะจบ แล้วทำไมจู่ ๆ โปรแกมนังมันถึงเปลี่ยนมาเป็นหนังผีล่ะ ผมได้แต่คิด และจู่ ๆ สนก็พูดขึ้น

                “ตกลงมีใครจะกินไอติมมั้ย ถ้าไม่ สนได้เอาไปเก็บ เพราะสนก็ไม่อยากกินเหมือนกัน” คำตอบทุกคนคือไม่ สุดท้ายสนก็ต้องเดินฟรีเดินไปเดินมาระหว่างตู้เย็นกับเตียงนอน สนกลับมาอีกครั้ง ไอ้กรมันหัวไวเลยชวนผมกับไผ่นอนลงบ้างทำให้พื้นที่ว่างที่สนสามารถนอนได้มีแต่ตรงขอบเตียงฝั่งมัน

                “สนมานอนข้างพี่มา” มันพูด ดูก็รู้ว่าไอ้กรสนใจในตัวสนแค่ไหน

                สนพยักหน้ารับแล้วคลานเข่าขึ้นไปนอนข้าง ๆ มันหันหน้ามายักคิ้วให้ผมแต่แล้วมันก็ต้องสะดุ้งเบิกตาออกกว้างอย่างกับเห็นผี

                “อุ๊ย ไผ่มองหน้าพี่ทำไมครับ”

                “เปล่า ไผ่กำลังมองน้อง ว่าถ้ามันนอนตรงนั้นแล้วจะรบกวนพี่รึเปล่า” เสียงไผ่พูดข้างหูผมเพราะไผ่นอนอยู่ข้างผม ผมหันหน้าไปมองบ้าง ไผ่มองกรตาไม่กะพริบ แววตาขาดความขบขันอารมณ์ดีผิดกับเมื่อครู่

                “ไม่กวนหรอกครับ ถึงกวนพี่ก็ไม่ว่า” ไอ้กรยังคงทำเสียงใสทำอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ผมรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลก ๆ

                ‘ช่างเถอะ’ ผมบอกตัวเองแล้วดึงผ้าห่มมาห่มก่อนมองไปยังจอทีวีที่กำลังฉายหนังสยองขวัญที่เนื้อเรื่องหลักมีการให้ตัวเองหาคำตอบว่าใครกันแน่เป็นผี

                หนังฉายไปสักพัก ตอนนี้กำลังเข้าสู่จุดคลายแมกซ์ และแล้วไอ้กรก็โพล่งพูดขึ้นมา

                “พระเอกเป็นผีแน่ ๆ แต่มันไม่รู้ว่าตัวว่าตัวเองตายแล้ว เนี่ย มันตายตอนเริ่มเรื่องเลย ที่รถเกือบชนมันอะ” ปากก็พูด มือก็ชี้ไปที่จอสี่เหลี่ยม

                “สนกลัวผีมั้ย” มันหันหน้าไปถามสนที่นอนอยู่ข้าง ๆ

                “บางทีก็กลัวบางทีก็ไม่กลัว แล้วแต่ช่วง แล้วแต่จังหวะ”

                “แปลกแฮะ” ไอ้กรขำในคอ มันนอนเบียดสนจนตัวสนชิดกำแพงแต่มันก็ยังจะกระแซะเข้าไปอีก

                “ครับ ใคร ๆ ก็ว่าแบบนั้น”

                “แต่ก็น่ารักดี พี่ชอบ รักตั้งแต่แรกเห็นอยากเป็นมากกว่าพี่น้อง” มันเริ่มแทะโลมสนด้วยคำพูดคำจา ผมเอามือฟาดหลังมันอย่างจังแล้วกระชากคอเสื้อให้มันกลับมาสนใจหนังมากกว่าสนใจสนที่ดูท่าจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

                “ดูหนังนู่น !” ผมพูดแล้วชี้นิ้วนำ

                “แหม ! กูก็แค่แหย่ป้ะวะ ทำเป็นจริงจังไปได้” หลังจากมันพูดผมก็สบตามองมัน ไม่มีวันซะหรอกที่ผมจะยอมให้มันทำกับสนไม่ต่างกับของเล่นชนิดที่ว่าพอเบื่อก็ทิ้งแล้วเที่ยวหาคนใหม่มาคุยไปเรื่อย

                “กลับบ้านไปเลยไป ถ้าจะมาหม้อน้องทีหลังไม่ต้องมา” ผมลุกขึ้นนั่งเอามือฟาดหลังมันอีกที มันทำกระฟัดกระเฟียดลุกขึ้นตามแล้วเหลียวไปมองสน

                “งั้นพี่กลับก่อนนะ ไว้วันหลังจะมาหาใหม่”

                “รีบกลับทำไม หนังยังไม่จบเลย” สนพูดหน้านิ่ง ไอ้กรยิ้มตอบ

                “ใช่ หนังยังไม่ทันเฉลยเลยว่าใครเป็นผี” และไผ่ก็พูดต่อ

                “พระเอกเป็นผี เชื่อพี่เถอะ ถ้าไม่ใช่พรุ่งนี้พี่เลี้ยงข้าวเราสองคนเลยเอ้า !” ความใจกว้างหน้าใหญ่ของมันมีให้เฉพาะเด็กผู้ชายน่ารัก ๆ ไม่ก็นักเรียนหญิงมอปลายที่รักกันคบหากันเพราะหน้าตา

                “เออ ๆ ไปได้แล้ว ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นใครไม่ใช่เห็นใครน่ารักก็เอาหมด เห็นหัวกูบ้าง กูพาน้องเขามาทำงาน” ผมไม่พูดเปล่า ผมฉุดแขนมันให้ลุกขึ้นตามหลังจากผมลงไปยืนอยู่ปลายที่นอน

                “กูอาจจริงจังกับน้องเค้าก็ได้” ไอ้กรป้องปากกระซิบผม ผมกำลังไปส่งมันแต่แล้วสนก็พูดขึ้น

                “เดี๋ยวสนไปส่งพี่กรเอง” สนคลานเข่าลงจากเตียงแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าไอ้กร มองผิวเผินมันก็แค่ผู้ชายธรรมดาบ้าเรื่องลี้ลับ แต่ถ้ารู้จักจริง ๆ มันนี่แหละนักล่าแต้มตัวยง

                ผมหลีกทางให้คนสองคนเดินออกไปแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง เสียงประตูปิดลงพร้อมกับเสียงการก้าวขาเดินลงบันไดอย่างช้า ๆ

                “ขอโทษแทนไอ้กรมันด้วยนะ มันก็ชีกอแบบนี้แหละ” ผมบอกกับไผ่ ไผ่หยักหน้ายิ้มรับแล้วจัดหมอนให้ผมเตรียมเอนหลังลงนอนบนเตียง

                ใบสน Part.

                ผมเดินมาส่งพี่กรจนถึงประตูรั้วหน้าบ้าน เขาโบกมือให้ผมแล้วยิ้มให้ก่อนดึงมือผมไปจับ

                “อ้ะ มือสนเย็นจัง” เขายิ้มแห้งแล้วรีบเลื่อนมือมาลูบแขนผม

                “ครับ อากาศมันเย็น ตัวสนก็เลยเย็น” เป็นครั้งแรกที่ผมอยากปฏิเสธทุกการกระทำของคนคนหนึ่ง

                “พี่ไปก่อนนะ ดูหนังจบแล้ววันหลังมาเล่าให้พี่ฟังด้วยล่ะว่าตกลงใครเป็นผี” เขากลับหลังหันทำท่าจะเดินไปคร่อมรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่

                “พี่กรครับ” เขาหันหน้ามาหาเมื่อผมเรียกเขาแล้วฉุดข้อมือเขาอย่างเบา ๆ

                “แล้วระหว่างพี่ไผ่กับสน พี่กรคิดว่าใครเป็นผีครับ” หลังจากพูดจบ ลมเย็นก็พัดผ่านตัวเราสองคน คนตรงหน้านิ่งเพียงพักก่อนกระชากมือผมอย่างแรงแล้วชิงหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างไม่รู้จักอายฟ้าอายดิน

                “สนน่ารักขนาดนี้ จะเป็นผีได้ไง ถ้าเป็น ให้พี่ไผ่เป็นดีกว่า” เขายัดบิลเซเว่นใส่มือผม หลังกระดาษแผ่นเล็ก ๆ มีเบอร์โทรศัพท์กับไอดีไลน์เขียนไว้ การกระทำของเขามันไม่ได้ทำให้ใจผมเต้นแรงเลยสักนิด

                “แล้วแอดมานะ หรือไม่ก็ยิงมา เดี๋ยวพี่โทรกลับ”

                “ครับ” เขาต่างกับพี่เมฆที่ให้เกียรติพวกเราเสมอ การกระทำแบบนี้มันคืออะไรกัน คิดว่าผมง่ายงั้นรึ หรือเห็นว่าใครน่ารักก็เอาหมดไม่สนว่าเขาจะมีรสนิยมทางเพศแบบไหน ชายหรือหญิง

                “กลับบ้านดี ๆ นะครับ” ผมบอกทิ้งท้ายแล้วขยำใบบิลในมือจนยับยู่ยี่ พี่กรขึ้นไปคร่อมบนรถบิ๊กไบค์แล้วหันหน้ามาถามผมอีกครั้ง

                “พรุ่งนี้ทำงานมั้ย ถ้าทำพี่ได้แวะไปหาที่ร้าน”

                “ถามพี่เมฆเอาแล้วกันครับ เขาเป็นคนจัดตารางงานให้พวกเรา”

                “อะไร อะไรก็ไอ้เมฆ ชอบมันเพราะมันใจดีงั้นสิ” เขาแซวยิ้ม ๆ

                “ก็ไม่ได้เกลียดนี่ครับ” ผมบอกออกไปซึ่งความจริงแล้วอุ้มตังเมที่วิ่งตามออกมามาไว้ในอก ผมไม่ชอบเขา ไม่ชอบเลยจริง ๆ กับคนที่ทำกับผมแบบนี้ ยิ่งนึกถึงคำที่พี่เมฆพูดด้วยแล้วว่าเขามันจอมหน้าหม้อขนาดไหนยิ่งทำให้ผมไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่

                “ไว้พี่จะมาหาใหม่ บายครับ ซียูเนคไทม์”

‘ไปเนคกับญาติพี่เถอะ’ ผมทำได้เพียงพูดในใจแล้วโบกมือให้ตามมารยาท ไม่คิดเลยว่าวันที่เราสามคนตั้งใจจะดูหนังด้วยกันจะมีก้างมาขวางคอให้น่ารำคาญ

                ใบสน Part End.

--------------------

มาแล้ววววววววว พี่กร ทำไมทำกับสนแบบนี้ ขอว่าที่เจ้าของเค้ายัง เห้อมมมมมม

​03.04.18

1 ถูกใจ 1 ความคิดเห็น เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลยhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว