ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 31(Rewrite)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2563 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 31(Rewrite)
แบบอักษร

​ควานลินหอบข้าวของที่ไปซื้อมาเต็มสองมือ  เข้าห้องตัวเอง  จัดการจัดแจงทุกอย่างไปวางที่เคาเตอร์ในห้องครัว  ก่อนจะเดินลงไปอีกครั้ง  เอาของท้ายรถออกมา  และอีกครั้ง  จนไม่มีของที่ตัวเองไปซื้อมาเหลืออยู่ที่ท้ายรถ 

ร่างบางปาดเหงื่อที่เต็มใบหน้าออก  มองของตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจ

 

ตื่นเช้ามาวันนี้รีบโทรหาซีไนน์ถามถึงอุปกรณ์ในครัว  และวัตถุดิบที่ควรมีในครัว  หลังจากนั้นก็ขับรถออกไปซื้อของที่ห้าง   ควานลินจัดการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆให้เข้าที่เข้าทาง 

อืมมม    แม้มันจะน้อยไปหน่อย  แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก   ควานลินเทข้าวสารใส่ในถังใบเล็กที่มีฝาปิด ปิดฝาให้เรียบร้อย  จัดการใส่อาหารสด  เนื้อหมู  ปลา  เนื้อไก่  กุ้ง  ปลาหมึกใส่กล่องพลาสติกให้เรียบร้อยแล้วก็จัดวางใส่ไว้เรียงเป็นชั้นๆเข้าช่องฟรีซ 

เขาดูทั้งหมดนี่จากไหนนะหรอ   เขาเห็นจากลูคัสไง     ผักสด  นมรสสตรอเบอร์รี่ของโปรด 

เอาล่ะ  ทีนี้ก็เครื่องปรุง  จัดการวางไว้บนชั้นให้เรียบร้อย  เอาล่ะทีนี้ก็เริ่มทำอาหารเที่ยงได้แล้ว 

อืมมมมม   ทำข้าวต้มละกัน  ทำอย่างอื่นไม่เป็น

 

 

“แหวะ เค็มไป”  ควานลินชิมข้าวต้มในหม้อพลางทำหน้าแหวะเมื่อรสชาติที่ได้นั้นเค็มเกินจะรับไหว 

นี่เป็นหม้อที่สามแล้ว  และรสชาติมันก็ยังแย่อยู่เหมือนเดิม  ควานลินปาดเหงื่อที่ขึ้นประปรายบนหน้าผากเนียน  

จากสิบเอ็ดโมงที่อยู่ในครัว จนถึงตอนนี้ก็บ่ายสองแล้ว  ยังไม่มีท่าทีว่าข้าวต้มที่ทำจะออกมาดีสักที  ทำอาหารไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

ควานลินพ่นลมออกมา   เริ่มรู้สึกเหนื่อยและเมื่อยตัวไปหมด  สองมือจัดการเทข้าวต้มในหม้อลงในถัง  เอาเถอะ  ทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะออกมาดีนั่นแหละ

หากร่างเล็กสนใจตัวเองสักนิดในเวลานี้  เขาคงจะเห็นว่า มือตัวเองนั้นแดงไปหมดและบวมไปหมดแล้ว  แผลจากในครัวเมื่อวานยังไม่หายดี  ไหนวันนี้มายกของหนัก  และยังโดนไอร้อนจากข้าวต้มในหม้อ

ควานลินกัดปากตัวเองแน่น  พยายามปรุงข้าวต้มอย่างระมัดระวัง   หวังว่าคราวนี้รสชาติจะไม่แย่นะ

แต่...ทำไมมันไม่อร่อยล่ะ   เขาก็จัดการใส่ทุกอย่างตามที่ซีไนน์บอกแล้วนะ  แล้วทำไมรสชาติมันไม่เหมือนเมื่อวานล่ะ

ควานลินถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า  ปิดแก๊ส  แล้วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ในห้องครัว  มองสภาพเละเทะรอบๆตัวเอง

ลุกขึ้นแล้วจัดการเอาหม้อจานมีดอุปกรณ์ที่ต้องล้างลงไปในซิ้งค์  เก็บกวาดขยะ ใส่ในถังขยะ   เอาผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดเคาเตอร์   ก่อนที่จะจัดการถูพื้นห้องครัวที่ตอนนี้เหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัว

“โอ้ยยยยย”ควานลินร้องเสียงดังลั่น  กุมสะโพกตัวเองที่ล้มกระแทกพื้นอย่างจังเพราะลื่นน้ำยาบนพื้น   ถูพื้นมันก็ยากเหมือนกันหรอเนี่ย!!

ควานลินค่อยๆพยุงตัวเองไปที่โซฟา   เท้าเดินไปเตะถังน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ  แต่น้ำก็หกเลอะไปทั่วพื้น  ควานลินไม่สนใจ  เดินตรงไปที่โซฟาช้าๆ  ดูมือตัวเองที่มีเลือดซิบเล็กน้อยจากแผลที่โดนมีดบาดก่อนหน้านี้ 

เมื่อวานก็โดนบาด  วันนี้ก็โดนบาด  ร่างเล็กกัดปากตัวเองแน่น  เจ็บไปทั้งตัวแล้ว

 

“น้อง!!!”  พระเจ้า   เสียงสวรรค์ !! ควานลินหันไปทางเสียงเรียกเห็นซีไนน์ยืนทำสีหน้าตกใจที่หน้าประตู

“พี่ซีน!!”ควานลินเรียกพี่ชาย   ขอบตาเริ่มรู้สึกร้อนผ่าว

“เกิดอะไรขึ้น”ซีไนน์สาวเท้าเข้ามาหาน้องชายอย่างรวดเร็ว   ยกมือทั้งสองขึ้นมาดู ตกใจกับสภาพมือที่แดงและบวม มีรอยแผลโดนของมีคมบาดเล็กน้อย

“เจ็บมากไหม”  แววตาห่วงใยส่งให้น้อง ควานลินกัดปากตัวเองแน่น  พยักหน้าให้

“พี่ทำแผลให้นะ”  ซีไนน์จัดการวางกระเป๋าตัวเอง  หยิบอุปกรณ์ทำแผล  ล้างมือน้องชายก่อนจะเริ่มทำแผลให้แล้วทายาทั่วทั้งมือนิ่มเบาๆ ก่อนจะหันไปมองห้องครัว

“มัน.....”ควานลินไม่รู้จะพูดอะไร  ครั้งนี้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เรื่องจริงๆ

“ไม่เป็นไร เดี่ยวพี่จัดการให้นะ”  พูดจบซีไนน์ก็ลุกขึ้นตรงไปที่ห้องครัว  มองน้ำที่เทกระจายบนพื้น  ซิ้งค์ที่เต็มไปด้วยหม้อสกปรกหลายใบ  เขียง  มีด  จวัก  อะไรต่อมิอะไร  เศษเปลือกกุ้งที่เก็บไม่หมด 

ปลาสดที่ถูกผ่าท้อง  เอ่อ  ไม่แน่ใจว่าถูกสับหรือถูกผ่า  เมื่อมันเละขนาดนั้น 

ไหนจะข้าวต้มที่ถูกเทลงในถังข้างๆ  ซีไนน์จัดการทีละอย่างจนตอนนี้ครัวในห้องคนตัวเล็กกลับมาสะอาดตามเดิม   เรียกว่ามากกว่าเดิมก็คงไม่ผิดนัก 

ซีไนน์จัดการลงไปทิ้งขยะ   ให้เรียบร้อย   จนตอนนี้ควานลินได้แต่อ้าปากค้างมองฝีมือพี่ชายของตัวเอง

“เดี่ยวพี่ทำข้าวต้มให้กินนะ”ซีไนน์เอ่ย  ถึงแม้ว่าเขาจะเตรียมอาหารมาให้น้องชายแล้ว  แต่ควานลินอาจจะอยากกินข้าวต้ม

“ไม่เป็นไรครับ  น้องไม่อยากกินแล้ว”ควานลินเอ่ยเสียงอ่อน  ตอนนี้พี่ชายคงเหนื่อยแย่แล้ว   จะให้เขากวนอีกรึยังไง   ส่วนเรื่องที่เขาพยายามทำข้าวต้มวันนี้เพื่อเอาไปให้ลูคัส  คงต้องพักไว้ก่อน

“งั้นกินอาหารที่พี่ทำให้ก่อนนะ”ว่าพลางก็เปิดกล่องข้าวจัดใส่จานให้น้องชายกิน  ควานลินที่ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงก็จัดการซัดข้าวตรงหน้าเรียบ

ซีไนน์มองน้องชายอย่างนึกเอ็นดู   เมื่อเช้าน้องชายบอกว่าจะทำข้าวต้มเอง  เขาเป็นห่วงจนแทบไม่มีสมาธิอ่านเอกสาร จนต้องมาหาด้วยตัวเอง  สภาพที่เขาเห็นก็ไม่ได้ต่างจากที่นึกไว้นัก

“พี่ซีนมาคนเดียวหรอ”

“อื้ม”

“คุณอาล่ะครับ”  ซีไนน์นิ่งเงียบเมื่อได้ยินคำถาม

“ไม่อยู่น่ะ  เห็นว่ามีธุระ”ซีไนน์ตอบเสียงเรียบ 

ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น  แอลดีนก็พยายามหลบอยู่แต่ในห้อง  ออกมาบ้างเมื่อต้องเอาเอกสารให้เขาอ่าน 

ประโยคที่พูดคุยก็มีแต่เรื่องงาน  ส่วนอาหารถ้าควานลินไม่ไปหาเขาก็ไม่ทำ  จัดการสั่งอาหารเข้ามา  แล้วต่างคนก็ต่างกิน  เหมือนไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน 

ซีไนน์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  เขาไม่คิดว่าแอลดีนจะเย็นชาใส่มากขนาดนี้   เขาทำอะไรผิด  เย็นชาเหมือนไม่คิดว่าเขาจะเสียใจเป็นเหมือนกัน

 วันนี้แอลดีนบอกว่าจะต้องไปทำธุระ  เขาก็เลยเลือกมาหาควานลินหลังจากทำความเข้าใจกับเอกสารที่แอลดีนให้ในวันนี้หมดแล้ว

“อ่า ครับ”  ควานลินพยักหน้า  เหลือบสังเกตใบหน้าพี่ชาย  

พี่ซีนดูเหมือนมีเรื่องหนักใจ  หรือว่างานเหนื่อยเกินไป  หรือว่าผิดใจกับแอลดีน โดนแอลดีนขัดใจอีกรึเปล่านะ

“พี่ซีนเป็นอะไรรึเปล่าครับ”  ควานลินตัดสินใจถามออกไป  เผื่อมีอะไรที่เขาช่วยได้บ้าง

“เปล่าหรอก” ซีไนน์หันมายกยิ้มบางๆให้น้องชาย  แต่ควานลินรู้ดีว่ารอยยิ้มแบบนี้  อีกคนคงมีเรื่องกลุ้มใจ

ควานลินส่งยิ้มกลับไปให้พี่ชาย  เอาเถอะ  พี่ชายคงมีเรื่องอะไรที่บอกเขาไม่ได้  ตอนนี้เขากับพี่ชายก็โตๆกันแล้ว   เขาเองก็ไม่ควรก้าวก่ายเรื่องพี่ชายมากเกินไป  ถ้าซีไนน์สบายใจจะเล่า ก็คงเล่าในสักวันนึง

“อีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้  จะมีงานเลี้ยงต้อนรับที่บริษัท  น้องก็ต้องไปด้วยนะ” ซีไนน์เอ่ยเบาๆ  สายตาก็จับจ้องที่ทีวีตัวใหญ่ไม่วางตา

ควานลินยกนมในขวดขึ้นดื่ม  แล้วหันมาจ้องพี่ชายเงียบๆก่อนจะรับคำ

“ครับ”  คงเป็นงานเลี้ยงต้อนรับพี่ชายเขาสินะ

  ควานลินค่อยๆลุกขึ้นช้าๆไปที่ห้องครัว  เหลือบมองซีไนน์อีกครั้งที่ตอนนี้อีกคนเอาแต่จ้องทีวีนิ่ง   นิ่งจนไม่เหมือนพี่ชายคนเดิมของเขา

“วางจานไว้ตรงนั้นแหละ  เดี่ยวพี่ล้างเอง  อย่าให้มือโดนน้ำยาเลย”  ซีไนน์ร้องบอก  ควานลินหันไปมองพี่ชายอีกครั้ง  แต่ก็ยังเห็นซีไนน์อยู่ในท่าเดิม

ซีไนน์เป็นอะไรรึเปล่านะ

เหนื่อยกับเรื่องงาน?

หรือว่าจะทะเลาะกับแอลดีน?

ควานลินได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ  ไปทิ้งตัวลงข้างๆพี่ชาย   สวมกอดพี่ชายเบาๆเข้าข้างๆ  ซบหัวลงกับบ่า  ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เขาแค่อยากกอดพี่ชายให้รู้ว่า  ยังไงเขาก็จะอยู่ข้างๆ    เหนื่อยแค่ไหน  เสียใจเรื่องอะไร เขาก็จะยังอยู่ตรงนี้

ซีไนน์มองหัวน้องชายบนบ่าตัวเอง  ยกยิ้มขึ้นมาบางๆ   ขอบคุณสำหรับอ้อมกอดนี้   เขาอยากร้องไห้จะแย่อยู่แล้ว  เขาเหนื่อยทั้งงาน  แล้วไหนแอลดีนที่เย็นชาใส่   เย็นชากว่าทุกครั้ง

  ไม่สิ  ปกติแอลดีนไม่เคยเย็นชาขนาดนี้ใส่เขา   ปกติก็แค่พูดน้อย  เป็นคนนิ่งๆ

  แต่นี่มันเกินไปจริงๆ   คิดว่าเขาควรจะรู้สึกยังไงดีล่ะ  งานที่เขาต้องเรียนรู้ทุกวันนี้ก็หนักขึ้นทุกวัน  แล้วคนที่บอกว่าจะคอยดูแลเขาให้ดีที่สุดกลับมาทำท่าเย็นชาใส่ 

ซีไนน์หลับตาแน่น   ยกมือปาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาเล็กน้อยเอียงหัวไปชนกับหัวน้องชาย   ปล่อยให้ทั้งห้องมีเพียงเสียงจากทีวีจอใหญ่เท่านั้น

 

 

 

ห้องกว้างในบ้านหลังใหญ่  มีชายร่างใหญ่ใส่สูทสีดำยืนอยู่ข้างๆโต๊ะตัวใหญ่  ที่มีชายผมสีดอกเลานั่งอยู่  ตรงข้ามก็เป็นหญิงสาววัยไม่เกิน30  ผมยาวสลวยนั่งอยู่

“ถ้าเป็นจริงอย่างที่พูด  อีกไม่นาน  นังคุณหญิงปัทมาก็จะไม่เหลืออะไร” เอลรอยเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงเย็นยะเยือกตามแบบฉบับของเขา

“นายท่านจะให้ดิฉันทำอะไรต่อไปคะ”  เสียงใสของหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยขึ้นมา  ยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นสีหน้าพอใจของผู้เป็นนาย

“ไม่ต้องทำอะไร  แค่อยู่ในบ้านหลังนั้น  แล้วคอยรายงานให้ฉันรู้เป็นระยะๆ  ว่านังคุณหญิงปัทมาทำอะไรต่อไป”เอลรอยพูดต่อ  โยนซองสีน้ำตาลให้หญิงสาวตรงหน้า หญิงสาวหยิบซองสีน้ำตาล   ยิ้มกว้าง  กล่าวขอบคุณกับผลตอบแทนตรงหน้า  ก่อนจะขอตัว

หญิงสาวหันหลังเพื่อเดินออกจาห้อง  ก่อนจะหยุดชะงักมองประตูห้องใหญ่ที่เปิดกว้าง  ปรากฏผู้ชายร่างสูงที่เขาคุ้นตาดี   ค่อมหัวทักทายเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป

“แก้ว”  ชายผู้มาใหม่พึมพำเบาๆเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เดินผ่านเขาไป

“มาแล้วหรอ” เอลรอยทักทายชายร่างสูงที่เข้ามา  มองดูบุรุษตรงหน้าที่กำลังเหลียวไปมองหญิงสาวที่เพิ่งเดินมา

“เขา  ชื่อแก้ว  คนของฉัน  แกคงจะรู้จักและเคยเห็นหน้ามาแล้ว”เอลรอยน้ำเสียงเรียบๆ

“ผมบอกคุณพ่อแล้วว่าเรื่องทุกอย่างผมจะจัดการด้วยวิธีผมเอง”  บุรุษร่างสูงหันกลับมามองคนที่เรียกว่าพ่อ  แล้วก็เดินตรงมาที่โต๊ะตัวใหญ่ใบหน้าแสดงถึงความไม่พอใจ

“แกบอกฉันมากี่ครั้งแล้ว  แต่วิธีของแกก็ไม่มีอะไรคืบหน้าสักที”เอลรอยพูดออกมาด้วยเสียงดัง  ยกเอกสารบนโต๊ะก่อนจะทุบลงอย่างแรง  ร่างใหญ่จ้องบิดานิ่งๆไร้ซึ่งแววตาของความหวาดกลัวหรือเกรงใจ

“หรือตอนนี้แกใจอ่อนให้กับคนบ้านหลังนั้นไปแล้ว”เอลรอยถามเสียงเรียบ  บุรุษตรงหน้าทำเพียงหลบตาเพียงชั่วครู่ก่อนจะเงยหน้ามาตอบ

“ผมแค่ไม่อยากทำสิ่งงี่เง่าพวกนี้อีกแล้ว  สิ่งที่พ่อทำกับครอบครัวนี้มันมากพอแล้ว  พวกเขาสูญเสียมากพอแล้ว”ชายร่างสูงตะโกนออกไปอย่างเหลืออด 

ทุกครั้งที่มีการสนทนากับบิดา  ทั้งห้องก็มีแต่เสียงโต้เถียงกันไปมา  น้อยมากที่เขาสองคนจะคุยกันด้วยดี

“งี่เง่าอย่างนั้นหรอ   แกมองว่าสิ่งที่ฉันทำ เพื่อพี่สาวแกมันงี่เง่างั้นหรอ”เอลรอยเค้นเสียงหัวเราะ ถามลูกชาย

“ถ้าพี่เคทเธอยังอยู่  เธอจะไม่ยอมให้พ่อทำอย่างนี้เด็ดขาด”ผู้เป็นลูกชายเถียงกลับไป

“หึ  ใช่  ถ้าแคทเธอรีนยังอยู่  แล้วตอนนี้แคทเธอรีนอยู่ที่ไหน  เพราะพวกมัน  แคทเธอรีนถึงต้องจากไป  เพราะไอลูกชายตัวดีของบ้านรุ่งรัตนทิวากร  พี่สาวของแกถึงต้องตาย!!!”  เอลรอยพูดด้วยน้ำเสียงอันดัง

“พี่สาวผมตายเพราะอุบัติเหตุ  พ่อเลิกเอาข้ออ้างพวกนี้ทำร้ายพวกเขาเถอะครับ”ประโยคหลังชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“ฉันจะไม่ยอมให้พวกมันมีความสุขกันหรอก”เอลรอยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“ทุกวันนี้พวกเขาก็ไม่ได้มีความสุขไม่ใช่หรอครับ  คุณหญิงปัทมาก็อยู่กับความทุกข์มาตลอด20กว่าปี  ลูกชายก็พิการ  ลูกสะใภ้ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรก็ต้องคอยแบกรับความทุกข์ของทุกคน  หลานชายก็ต้องมาแบกรับหน้าที่แค่วัย18  แค่นี้มันยังไม่พออีกรึยังไง”บุรุษตรงหน้าตอบกลับ  ใบหน้ามีแต่ความเคร่งเครียด

“ฉันต้องการทุกอย่างที่เป็นของมัน  พวกมันต้องไม่เหลืออะไร!!!!”เอลรอยตอบกลับอย่างไม่แพ้กัน

“ที่พ่อขโมยจากพวกเขามันยังไม่พอรึไงครับ”ร่างตรงหน้ากล่าวออกไปอย่างเหลืออด  กำหมัดแน่นนึกเจ็บใจ

“แกจะพูดอะไรก็พูด  เพราะยังไงฉันก็ไม่หยุดอยู่ตรงนี้   แต่แกคงไม่ลืมว่า  ถ้าแกทำทุกอย่างที่ฉันทำมาตั้ง20กว่าปีพัง  แกจะเจออะไร”เอลรอยเอ่ยออกมาพร้อมแสยะยิ้ม ก่อนจะพูดต่อ

“แกคงไม่อยากให้ธุรกิจของแกล่มใช่ไหม  แล้วไหนน้องกับหลานที่แกหวงนักหนา”เอลรอยทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่  ยกขาไขว่ห้าง  เงยหน้าแสยะยิ้ม 

ชายร่างสูงทำได้เพียงจ้องเขม็งพร้อมกำมือแน่นจนเห็นเส้นเลือด

“งั้นคุณพ่อช่วยรักษาสัญญาของตัวเองด้วย  แล้วผมจะเอาทุกอย่างที่พ่ออยากได้มาให้ แต่ผมก็ต้องได้สิ่งที่ผมต้องการเหมือนกัน”บุรุษร่างสูงตอบกลับ  กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“มันก็อยู่ที่ว่าผลงานของแกจะทำให้ฉันพอใจได้แค่ไหน” เอลรอยเอ่ยออกมาอย่างเป็นต่อ

“ผมจะรีบจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด  หวังว่าคุณพ่อจะไม่ฆ่าพวกเขาเป็นผักเป็นปลาด้วยวิธีป่าเถื่อนของพ่อก็แล้วกัน”

“ถ้าแกยังชักช้า  ฉันก็คงต้องใช้วิธีตัวเอง”

ชายร่างสูงจ้องไปที่เอลรอยเขม็งก่อนจะหันหลังเดินออกไป  แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นบิดาอีกครั้ง

“ฉันอยากเจอหลานของฉัน”ชายร่างสูงค่อยๆหันไปทางเสียง

“หึ  หลาน?  พ่อทำเหมือนเขาเป็นหมากในเกมพ่อมากี่ปีแล้ว พ่อเป็นคนเอาเขาไปทิ้งเอง จะมาเรียกหาหลานอะไรเอาป่านนี้  ผมจะไม่มีทางมาให้คนดีๆอย่างหลานผมต้องมารู้จักกับพ่อเด็ดขาด”ชายร่างสูงตอบกลับ  แสยะยิ้มให้เอลรอยอย่างนึกสมเพช

“ถ้าแกคิดว่าแกขัดฉันได้ก็เอา”เอลรอยตอบกลับไม่แพ้กัน

“ผมรู้ว่าผมไม่มีอำนาจขัดพ่อได้  แต่ผมคงไม่ทนอยู่นิ่งแน่ถ้ารู้ว่าพ่อยุ่งกับหลานผม”ว่าจบก็สะบัดตัวหันหลังให้กับผู้เป็นพ่อ   แม้จะได้ยินเสียงเรียกที่ดังตามหลัง  เขาก็ทำเพียงกำหมัดแน่นแล้วเดินไปจากคฤหาสน์หรูที่เขาแสนจะขยะแขยง

“ไอ้แอลดีน!!  แกอย่าคิดว่าแกจะขู่ฉันได้  หมากนี้ฉันเป็นคนคุม  ฉันก็ต้องเป็นคนชนะ!!!!”  เอลรอยลุกขึ้นตะโกนตามไล่หลังด้วยความโกรธ   มองไปทางร่างสูงของลูกชายด้วยสายตาแข็งกร้าว  ปัดข้าวของบนโต๊ะบนตกกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง

________________________________

เห้อมมมมมมมมมมมม   อ่านเรื่องนี้หนักใจกันไหม    5555555555555555555555555

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว